แผงมะนาวจ.หนองคาย ราคายังถูกคนแห่ซื้อแน่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698419

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคาย ว่าที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย บรรยากาศคึกคักประชาชนจำนวนมาก จับจ่ายซื้อของ ส่วนที่แผงขายมะนาว คึกคักกว่าแผงขายผักทั่วไป เนื่องจากแม่ค้านำมะนาวมาขายในราคาปกติ มะนาวแป้นพิจิตร ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-45 บาท ในขณะที่ มะนาวพันธุ์แป้นรำไพ ขายกิโลกรัมละ 70 บาท แม่ค้ายังบอกอีกว่าราคามะนาว ยังคงเป็นปกติ หากมะนาวขาดตลาด ราคาก็จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก

ส่วนแม่ค้า ตามแผงขายผักในตลาดสดโพธิ์ชัยเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ราคาผัก ปีนี้ แพงขึ้น อาทิ ต้นหอม ราคาปีที่แล้ว อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท มาปีนี้ ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ผักชี ก็ขึ้นราคา กว่า 50% แพงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ผักคะน้า, กะหล่ำปลี, ผักกาดขาวพากันขึ้นราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20-30 บาท ปีนี้ผักแพงขึ้น

จ.เชียงราย จัดอบรมอาสาสมัคร ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรับเทศกาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698420

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก โรงแรมเอ็มบูทีค รีสอร์ท เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ซึ่งทางจังหวัดเชียงรายร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเชียงรายจัดขึ้น เพื่อเพิ่มทักษะและให้ความรู้แก่หน่วยงานต่างๆ ในการเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ในฤดูกาลท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่า 2565 ต้อนรับปีใหม่ ปี 2566 ที่จะถึงนี้ โดยมี พ.ต.ท.มนต์ชัย มะลิพวง รอง ผกก. 2  บก.ทท.2, พ.ต.ต.ธนวินท์ พวงมะลิ สว.ส.ทท.2ฯ พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด นายเสริฐ ไชยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย ตัวแทน ททท.สำนักงานเชียงรายตลอดจนบุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนและภาคเอกชน ประชาชน เข้าร่วมกว่า 170 คน

ม.นครพนมร่วมเปิดเวทีเสวนา ผลิตสื่อตามชีวิตเด็กทุพพลภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698415

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องล้านช้าง โรงแรมพักพิงอิงโขง ริมถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 212 (ชยางกูร) เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นาวี อุดร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนครพนม ได้เป็นประธานเปิดเวทีถอดบทเรียนโครงการ เวทีเสวนาและพิธีส่งมอบสื่อชุดกระตุ้นพัฒนาการ โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตสื่อเพื่อกระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้วิถีชีวิตใหม่ สำหรับเด็กพิการ แถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในการนี้ มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ ในนามหัวหน้าโครงการฯ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน 1.เพื่อสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการ ประกอบด้วย วิถีชีวิต ปัญหาและความต้องการในการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ ทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีพในวิถีชีวิตใหม่ของเด็กพิการ ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ของผู้ดูแลและประสบการณ์การจัดการของผู้ดูแลเด็กพิการในวิถีชีวิตใหม่ตามบริบทพื้นที่ศึกษา,เพื่อออกแบบและผลิตสื่อสร้างสรรค์กระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้ชีวิตในวิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กพิการฯ และเพื่อประเมินผลและขยายผลการใช้สื่อกระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้ชีวิตในวิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กพิการในแถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ซึ่งการจัดโครงการฯ ในครั้งนี้ มีคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), เจ้าหน้าที่สาธารณสุข,อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และจิตอาสาดูแลผู้พิการทางสติปัญญา นำเด็กพิเศษและผู้พิการเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ผศ.ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2564 ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเด็กพิเศษ ตลอดจนผู้พิการเป็นอย่างดี การจัดเวทีถอดบทเรียน เสวนา และส่งมอบสื่อกระตุ้นพัฒนาการฯ ได้รับการสนับสนุนอาจารย์ และนักวิชาการของมหาวิทยาลัยนครพนม ในการทำงานวิจัยเพื่อสังคม ตามนโยบายและพันธกิจของมหาวิทยาลัย

จ.หนองคาย จัดเปลี่ยนเลนส์ต้อกระจก เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698421

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ห้องประชุมชื่น ระวิวรรณ โรงพยาบาลหนองคาย นายวิทยา พานิชตระกูล ประธาน วปอ.รุ่น 58 และประธานร่วมในนามบริษัทฮาตาริอิเลคทริค จำกัด, นายแพทย์อภิรักษ์ ชัยวิรัตนะ ประธานมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาชัยภูมิ นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย เป็นประธานเปิดโครงการส่งต่อความสุข เปลี่ยนเลนส์ตาต้อกระจก บริษัทฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิพิทักษ์ดวงตา (ชัยภูมิ) เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565

จากการสำรวจปัญหาสุขภาพในประเทศไทยที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ป่วยตาบอดจากปัญหาต้อกระจกจำนวนมาก จึงได้มีการรณรงค์ผ่าตัดต้อกระจก ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยการร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาต้อกระจกตกค้าง ดังนั้นโรงพยาบาลหนองคายจึงได้จัดให้มีโครงการส่งต่อความสุขเปลี่ยนเลนส์ตาต้อกระจกขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ร่วมกับมูลนิธิพิทักษ์ดวงตา(ชัยภูมิ) ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคต้อกระจกได้รับการรักษาที่เร็วขึ้น ลดระยะเวลารอคอยการผ่าตัด ลดอุบัติการณ์ตาบอดจากต้อกระจก ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยจักษุแพทย์และทีมงานโรงพยาบาลหนองคายได้ออกหน่วยเชิงรุกตรวจคัดกรองผู้ป่วยต้อกระจกในโรงพยาบาลชุมชน 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลโพนพิสัย โรงพยาบาลเฝ้าไร่ และโรงพยาบาลรัตนวาปี ในช่วงแรกวันที่ 13-15 ธ.ค.2565 มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาผ่าตัด ทั้งสิ้น 94 ราย ประกอบด้วย ผู้ป่วยชาย 38 ราย ผู้ป่วยหญิง 56 ราย อยู่ในช่วงอายุ 60-70 ปี

กระทรวงเกษตรฯ ส่งสุขปีใหม่ 2566เปิดบ้านขนทัพสินค้าเกษตร ชมช็อป, ชิม,ชิลแชะ (ท่องเที่ยว)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698358

กระทรวงเกษตรฯ ส่งสุขปีใหม่ 2566เปิดบ้านขนทัพสินค้าเกษตร ชมช็อป, ชิม,ชิลแชะ (ท่องเที่ยว)

กระทรวงเกษตรฯ ส่งสุขปีใหม่ 2566เปิดบ้านขนทัพสินค้าเกษตร ชมช็อป, ชิม,ชิลแชะ (ท่องเที่ยว)

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.05 น.

กระทรวงเกษตรฯ ส่งสุขชาวไทยรับปีใหม่ 2566 ขนทัพสินค้าเกษตร “ชมช็อป, ชิม, ชิลพร้อมเปิดแหล่งท่องเที่ยวเกษตรทุกภาคทั่วประเทศฟรีเริ่ม 15 ธ.ค. 65 – 16 ม.ค. 66

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานแถลงข่าว “โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี พ.ศ. 2566” โดยมีนายสุนทรปานแสงทองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายนราพัฒน์แก้วทองผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่จากทุกหน่วยงานในสังกัด มอบให้เกษตรกรและประชาชนทั้งรูปแบบสินค้าและบริการ ซึ่งจะเป็นการส่งความสุขตลอดเวลาประมาณ 1 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2566 ซึ่งถือเป็นการส่งมอบผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพแล้วยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้เกิดการใช้จ่าย จากการซื้อผลผลิตทางการเกษตรทั้งสดและแปรรูป ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเกษตร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ส่งตรงจากพี่น้องเกษตรกรจากทุกภาคทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ ยังส่งมอบความสุข จากการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรที่สวยงาม และได้รับความรู้ด้านการเกษตรด้วย โดยคาดว่าจะมีประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์จากทั้ง 2 กิจกรรม กว่า 366,680 ราย

สำหรับของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯ มอบให้นั้น แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่ 1 “เสริมพลังปีใหม่ จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ สินค้าเกษตรคุณภาพ” เป็นการคัดสรรสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นผลผลิตสดใหม่จากฟาร์ม สินค้าแปรรูป อาหารพร้อมรับประทาน อาหารพร้อมปรุง ผัก/ผลไม้ โครงการหลวงราคาพิเศษ เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนผลผลิตจากพี่น้องเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ กลุ่มอาชีพสตรีสหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน ในประเทศโดยตรงโดยในส่วนของ“ชม ช๊อป”มีทั้งสินค้าหัตถกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้าน 109, ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้สินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรและองค์กรเกษตร พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ จัดชุดของขวัญซื้อสินค้าพร้อมรับของแถมบริการจัดส่งฟรี หรือ ลดค่าขนส่งผัก/ผลไม้ราคาพิเศษอาทิ ผักอินทรีย์บรรจุถุงอะโวคาโด้ เคพกูสเบอร์รี่ เสาวรสหวานผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค พร้อมของแถมเนคไทยลายผ้าขาวม้า, ผลิตภัณฑ์จากยางพารา, นวัตกรรมด้านอาหาร สุขภาพ และความงามและกระเช้าของขวัญ – สินค้าข้าว, สินค้าสหกรณ์,ผลิตภัณฑ์ประมงธงเขียว จาก Fisherman Shop ทุกสาขาทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ, ผลิตภัณฑ์จากครอบครัวปศุสัตว์,ชุดของขวัญจาก DGT Farmและชุดสมุนไพร พร้อม“ชิม”กาแฟสดหอมกรุ่นจากขุนวางศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่และน้ำอ้อยคั้นสดจากศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี “อ้อยคั้นน้ำพันธุ์กวก. สุพรรณบุรี 1” พันธุ์รับรองโดยกรมวิชาการเกษตรซึ่งในน้ำอ้อยประกอบด้วยเกลือแร่สำคัญที่ร่างกายต้องการเช่นแคลเซียมธาตุเหล็กและโพแทสเซียมเป็นต้นรวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มสารประกอบฟี-นอ-ลิก (Phenolic compounds) และกรดไฮดรอกซีซินนามิก (hydroxycinnamic acid) ที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งด้วย

ส่วนกิจกรรมที่ 2 “เพิ่มสุขปีใหม่ เที่ยวทั่วไทย สุขใจไปกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” โดยกระทรวงเกษตรฯ จะจัดกิจกรรม“ชิลแชะ (ท่องเที่ยว)”ใน2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การเปิดสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ประชาชนเข้าชมฟรี/ลดค่าบริการ กว่า 140 แห่งทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ/ เขื่อน/ อ่างเก็บน้ำ/ โครงการชลประทาน/ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ/ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมง/ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)/ ฟาร์มสเตย์/ โฮมสเตย์/ ฟาร์มพืช ปศุสัตว์ ผึ้งชันโรง นาเกลือ/ ฟาร์มโคนม/ สะพานปลากรุงเทพฯ/ อุทยานหลวงราชพฤกษ์จังหวัดเชียงใหม่/ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นต้น และ 2) การเปิดสถานที่ราชการ ปรับภูมิทัศน์รองรับนักท่องเที่ยว ทั้งศูนย์ศึกษา/ ศูนย์เรียนรู้/ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร) กว่า 180 แห่ง 

ซึ่งกิจกรรมเพิ่มสุขปีใหม่เที่ยวทั่วไทยฯ นี้ เหมาะสำหรับกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย รองรับทั้งกลุ่มครอบครัว และเพื่อน ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร และสามารถเรียนรู้ รับความรู้ด้านการเกษตรได้โดยตรง ในทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ชุมชน และครัวเรือนเกษตรกร อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาด้วย

สถาบันบางกอกแดนซ์ จัดแสดงผ่านศิลปะการเต้น…เพื่อการกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698571

สถาบันบางกอกแดนซ์ จัดแสดงผ่านศิลปะการเต้น...เพื่อการกุศล

สถาบันบางกอกแดนซ์ จัดแสดงผ่านศิลปะการเต้น…เพื่อการกุศล

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

สถาบันบางกอกแดนซ์ จัดการแสดง RESPECT” – 4th BDA Junior Performance (The Explorer) &12th BDA Charity Grand Performance (AESOP)ผ่านศิลปะการเต้น…เพื่อการกุศล

16 ธันวาคม 2656 กรุงเทพฯ สถาบันบางกอกแดนซ์จัดการแสดง จัดการแสดงใหญ่การกุศลเป็นประจำ ซึ่งในครั้งนี้ “RESPECT” – 4th BDA Junior Performance (The Explorer) &12th BDA Charity Grand Performance (AESOP) ซึ่งในครั้งนี้จัดการแสดงทั้ง 2 รุ่น เป็น 2 การแสดงคือ 4th BDA Junior Performance ชื่อชุด “The Explorer” และการแสดง 12th BDA Charity Grand Performance ชื่อชุด “AESOP” โดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ  ๔๘  พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2565 ผ่านช่องทาง Facebook: Bangkok Dance Academy

นางสาววัลลภา ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันบางกอกแดนซ์ เปิดเผยว่าสถาบันบางกอกแดนซ์จะได้จัดการแสดงใหญ่การกุศลเป็นประจำ ซึ่งในครั้งนี้ “RESPECT” – 4th BDA Junior Performance (The Explorer) &12th BDA Charity Grand Performance (AESOP)ซึ่งในครั้งนี้จัดการแสดงทั้ง 2 รุ่น เป็น 2การแสดงคือ 4thBDA Junior Performance ชื่อชุด “The Explorer” และการแสดง 12th BDA Charity Grand Performance ชื่อชุด “AESOP” เป็นการนำเรื่องราวมาจากนิทานอีสป ซึ่งในการจัดการแสดงทุกครั้งจะเน้นการให้ความรู้หรือ คติสอนใจ เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียนตลอดมา และในครั้งนี้จะจัดการแสด 2 รอบ ในวันเสาร์ที่ 14  มกราคม 2566 เวลา 17.30-20.00 น. (รอบการกุศล) และวันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2566 เวลา 15.00-17.30 น. จำหน่ายบัตรเข้าชมในราคา 1,000 1,300 และ 1,800 บาท

แสดงใหญ่การกุศล “RESPECT” – 4th BDA Junior Performance (The Explorer) &12th BDA Charity Grand Performance (AESOP) ประกอบด้วยการแสดงของนักเรียนรุ่นเล็กอายุไม่เกิน 11 ปี ครั้งที่ 4 (4th Junior Performance) ในเรื่อง “The Explorer” และการแสดงของนักเรียนและคุณครูรุ่นโต ครั้งที่ 12 (12th BDA Charity Grand Performance) ในเรื่อง “AESOP” โดยสถบันได้มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะความสามารถในด้านศิลปะการเต้น พร้อมกับการเห็นถึงความสำคัญในด้านศิลปะการเต้น พร้อมกับการเห็นถึงความสำคัญในการสอดแทรกความรู้ ประสบการณ์ชีวิต เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ชีวิตของนักเรียนทุกคน อาทิ “The Explorer” ได้เล่าถึงการเดินทางที่ฉันคิดถึง ผ่านเรื่องราวการผจญภัยของเด็กๆในช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิดกับคุณค่าของธรรมชาติที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ควรค่ากับการดูแลรักษาไว้ให้ยั่งยืนอยู่คู่กับมนุษย์และ “AESOP” เรื่องราวปรัชญาชีวิตจากนิทานอีสปทั้ง 4 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นราชสีห์กับหนู กาอยากเป็นหงส์ ไก่ได้พลอย หรือกิ่งไม้ในกำมือ นำมาสร้างให้เป็นผลงานศิลปะการเต้นให้หลากหลายรูปแบบ สไตล์การเต้น ผ่านกระบวนการคิดกลั่นกรองสร้างสรรค์เป็นผลงานที่มีคุณค่าและให้ความเพลิดเพลิน เสริมสร้างจิตนาการไปกับท่วงทำนองแห่งการตื่นรู้ ทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมความคิดและการกระทำพร้อมค้นพบความดีงามในตัวตนในการแสดง มาช่วยกันติดตามและเป็นกำลังใจให้กับนักแสดงกว่า 300 ชีวิต ในครั้งนี้ พร้อมเติมเต็มความสุขให้สังคม โดยจะนำรายได้ทั้งหมดรอบการกุศลมอบแก่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ  ๔๘  พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดลำพูน เปิดจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2565 ผ่านช่องทาง Facebook: Bangkok Dance Academy

สถาบันบางกอกแดนซ์มุ่งเน้นการให้การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ โดยนำหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เข้ามาทำการสอนให้กับเยาวชนไทยอย่างเป็นระบบนอกเหนือจากพื้นฐานเทคนิคที่สำคัญและจำเป็นแล้ว สถาบันฯยังทำการกระตุ้นการเรียนรู้จากการเสริมกิจกรรมนอกห้องเรียนอยากหลากหลาย เพื่อความท้าทายและนำเสนอสิ่ใหม่ให้นักเรียนเกิดความสนใจแอยากพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การจัดแคมป์การเรียนรู้ workshop การสัมมนา Master Class การแข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ รวมทั้งการแสดงใหญ่ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเปิดโอกาสให้ทั้งนักเรียนในรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี 4thBDA Junior Performance และรุ่นโตถึงระดับอาชีพ 12thBDA Charity Grand Performance รวมกว่า 300 ชีวิต ที่จะมาร่วมสร้างผลงานบนเวที ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 14,15 มกราคม 2566 นี้

นางสาวนวินดา ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือครูหลอดไฟ รองผู้อำนวยการสถาบันบางกอกแดนซ์ และ Artistic Director กล่าวว่า “ในการแสดง Aesop ครั้งนี้มีแนวคิดที่จะนำเรื่องราวและปรัชญาจาก “นิทานอีสป” มานำเสนอผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย โดยหยิบ 4 เรื่องราวที่คุ้นเคยกันดี ได้แก่ กาอยากเป็นหงส์, ราชสีห์กับหนู, กิ่งไม้หนึ่งกำมือและ ไก่ได้พลอย ซึ่งในความเป็นนิทานอีสป ทำให้แต่ละเรื่องราวสามารถนำเสนอและสอดแทรกความวิจิตร ทั้งลีลาในการเต้น การแต่งกาย แสงสีและเสียง ได้อย่างเต็มที่  รวมไปถึงการเปิดรับให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการแสดงในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เชื่อว่าจะทำให้ทุกเรื่องราว ได้รับการถ่ายทอดผ่านศิลปะการเต้นรำและเนรมิตให้ทุกเรื่องราวกลายเป็นมากกว่านิทานก่อนนอนแต่สร้างจินตนาการและความเพลิดเพลิน อย่างมีคติดสอนใจและให้ข้อคิดที่ดี เพื่อนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันของทุกคนได้เป็นอย่างดี จุดหมายปลายทางของที่สุดคือ ได้ร่วมทำการกุศล นักเรียนจะได้ใช้ความสามารถจากศิลปะการเต้นร่วมระดมรายได้จากกิจกรรมส่งมอบให้แก่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ  ๔๘  พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดลำพูน

ปัจจุบันสถาบันบางกอกแดนซ์ มีจำนวน11 สาขา ที่ครอบคลุมการสอนศิลปะการเต้นหลากหลายประเภททุกช่วงอายุ ทุกระดับความสามารถ ทุกอาชีพ ทั้งรูปแบบตะวันตกและตะวันออก แบบคลาสสิคไปจนถึงสมัยใหม่ อาทิ บัลเลต์ แจ๊ส แท๊ป คอนเทมโพรารี่ รำไทย ยิมนาสติก ฮิปฮอป ลีลาสฯเป็นต้น ภายใต้การรับรองโดย กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมนำหลักสูตรจากนานาชาติเข้ามาผสมผสานอีกหลากหลาย อาทิ สถาบัน The Common Wealth Society of Teacher of Dance (C.S.T.D) จากประเทศออสเตรเลีย, สถาบัน Royal Academy Of Dance (RAD)ประเทศอังกฤษ, สถาบัน United Dance Organization(UDO) ประเทศอังกฤษ, สถาบัน Spanish Dance Society (SDS) แอฟลิกาใต้, Bangkok Dance Academy (BDA) ประเทศไทย เพื่อสอนและสอบวัดผลให้นักเรียนครู นักเต้นสมัครเล่น และนักเต้นมืออาชีพกว่า 2,000 คนในทุกปี โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://bangkokdanceacademy.com

AIS ดึง Blockchain เสริมศักยภาพจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698502

AIS ดึง Blockchain เสริมศักยภาพจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

AIS ดึง Blockchain เสริมศักยภาพจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.58 น.

AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co พร้อมใช้ศักยภาพพัฒนาประเทศเพื่อขับเคลื่อนและเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในสังคม ตอกย้ำความมุ่งมั่นซึ่งคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม โดย AIS เล็งเห็นขีดความสามารถของ Blockchain ในการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์จริงในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนา Ecosystem ในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ สร้างองค์ความรู้ให้ตระหนักถึงปัญหา สร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน สร้างกระบวนการจัดเก็บและรีไซเคิลแบบ Zero Landfill ตามมาตรฐานสากล ภายใต้ภารกิจ “คนไทยไร้ E-Waste”

โดยนำศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ กับเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) มา Redesign Ecosystem หรือพัฒนากระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ผู้ทิ้งจนถึงโรงงานรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อให้ทุกคนสามารถจัดการขยะ E-Waste ได้ง่ายขึ้น ผ่านกระบวนการ Track and Trace โดยสามารถตรวจสอบสถานะได้ทั้งกระบวนการ บนแพลตฟอร์ม E-Waste+ ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเห็นผลลัพธ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ที่เข้ามาสนับสนุนแนวทางการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้จากการรีไซเคิล E-Waste อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล พร้อมนำร่อง 6 องค์กร Green Partnership เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน 

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ AIS กล่าวว่า “จากสถานการณ์โลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกภาคส่วน สิ่งที่ตามมาคือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานดิจิทัลก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน ดังนั้นเราจึงทำหน้าที่ 2 ส่วนคือ สร้างการรับรู้และตระหนักถึงโทษภัยของขยะ E-Waste ในขณะเดียวกันก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการจัดเก็บและทำลาย E-Waste อย่างถูกวิธี ทั้งการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ตั้งจุดรับทิ้งและนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

และเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้างมากขึ้น เราจึงขยายผลไปอีกขั้นด้วยการ Redesign Ecosystem เพื่อให้องค์กรต่างๆ สามารถลงมือบริหารจัดการ E-Waste ในองค์กรเองได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายพนักงานและลูกค้าของแต่ละองค์กร เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการนำขยะ E-Waste กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน ผ่านแพลตฟอร์ม E-Waste+ โดยเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งมีการทำงานที่ครอบคลุมเพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน”

ทางด้าน นายอราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายขับเคลื่อนนวัตกรรม AIS กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยี Blockchain จะช่วยทำให้ผู้ทิ้งมั่นใจว่าขยะ E-Waste จะถูกนำส่งไปยังกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานและโปร่งใส และนอกเหนือจากนั้นยังสามารถคำนวณปริมาณ Carbon Scores ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกถึงการลงมือทำในกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สามารถแชร์ในโซเชียลและแสดงตัวตนในโลก Metaverse ได้  โดย AIS ยังมีแผนพัฒนาให้ Carbon Scores ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการขยะ E-Waste อย่างถูกต้อง นำไปใช้เป็น Utility Token ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจให้กับองค์กรพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการนี้อีกด้วย”

ในขณะที่ นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) อธิบายเพิ่มเติมว่า “ในฐานะองค์กรหลักที่มีภารกิจในการสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย มุ่งสู่ Net Zero GHG Emission และเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน รวมถึงการเป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านก๊าซเรือนกระจก การทำงานร่วมกับ AIS ในครั้งนี้ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถเชื่อมต่อระบบการทำงานและพฤติกรรมของทุกคนให้เห็นถึงปริมาณคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตประจำวันได้ มีความร่วมมือในการพัฒนาฐานข้อมูล กิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจก และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับแพลตฟอร์ม ที่องค์กรต่างๆ สามารถเข้ามาใช้เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

สำหรับพันธมิตรเครือข่าย Green Partnership ทั้ง 6 องค์กรที่จะเดินหน้าสร้างมาตรฐานการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมอย่างโปร่งใสผ่าน Blockchain  ประกอบไปด้วย บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, บริษัท เงินติดล้อ จำกัด, ธนาคารออมสิน และธนาคารกสิกรไทย ที่จะเข้ามาเริ่มใช้แพลตฟอร์ม E-Waste+ เพื่อส่งต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมและแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคลากรในองค์กรและสังคมในวงกว้างต่อไป

นายประดิษฐ มหาศักดิ์ศิริ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายพัฒนานวัตกรรมและธุรกิจเกิดใหม่ บริษัท เด็นโซ่ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาได้มีความร่วมมือจากพนักงานในองค์กรเพื่อแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการได้ทำงานร่วมกับเอไอเอสที่เป็นพาร์ทเนอร์กันมานาน และมีเป้าหมายตรงกันในการลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งผลให้มีความมั่นใจในกระบวนการจัดการ E-Waste อีกทั้งสามารถตรวจสอบสถานะของกระบวนการนำส่งได้ในแต่ละขั้นตอน ไม่เพียงความร่วมมือในครั้งนี้เท่านั้น แต่เด็นโซ่เชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกับเอไอเอส ในการปรับใช้ E-Waste ที่มีความหลากหลายมากขึ้นในอนาคต” 

ส่วน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า “ทางสวนป๋วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมกับเอไอเอสในการร่วมมือแก้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นเวลาหลายปี  ซึ่งมองถึงสิ่งสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ต้องสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ให้กับคนส่วนใหญ่ โดยการพัฒนาแพลตฟอร์ม E-Waste+  ถือเป็นอีกช่องทางที่ทำให้เกิดประโยชน์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้อีกด้วย โดยหลังจากนี้ มธ. และเอไอเอส ยังได้จับมือร่วมกับเพื่อพัฒนานาโปรเจ็คต่อไปในการนำขยะมาสร้างมูลค่าเพื่อสร้างความยั่งยืน”

โดย นายเอกพันธ์ สิทธิไตรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจและบริหารกลาง บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า  “ทางบริษัทให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการสร้างความรู้ให้พนักงานเข้าใจถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบอย่างไร และขยายผลจากการสร้างการตระหนักรู้ภายในองค์กรสู่สังคม พร้อมร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อจัดการการทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี โดยได้ร่วมกับ AIS มาเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นการร่วมมือที่ดีอย่างมาก สำหรับช่องทางใหม่การทำแพลตฟอร์ม E-Waste+  มีความน่าสนใจอย่างยิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน”

นางบุญรักษ์ อุดมอิทธิพงศ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มยุทธศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ธนาคารออมสินได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานเพื่อต้องการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเลือกใช้พลังงานทดแทน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน จึงมองเห็นความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายอย่างเอไอเอส ในการกำจัด E-Waste ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน นำร่องที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งมีพนักงานจำนวน 5,000 กว่าคน พร้อมผลักดันไปสู่สาขาต่างๆ โดยมีสาขาทั่วประเทศกว่าพันแห่ง และมีผู้ใช้บริการจำนวนมากถึง 23 ล้านราย เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเชิญชวนให้ลูกค้าได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการสร้างมลพิษ สร้างโลกให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น” 

สำหรับ ดร. รนน โชติพงศ์ ผู้ร่วมบริหารฝ่ายบริหารอาคารและงานกลาง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  กล่าวเสริมว่า “ธนาคารกสิกรไทยตระหนักดีว่าการจัดการ E-Waste  เป็นเรื่องที่ยาก แต่เป็นโอกาสที่ดีที่ได้พบพาร์ทเนอร์อย่างเอไอเอส ที่มีศักยภาพโดยมีกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานและโปร่งใส  โดยการได้ร่วมเป็น 1 ในสมาชิกนำร่องของโปรเจ็กนี้ ทำให้คาดว่าในอนาคตคงมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเพื่อร่วมจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป”

AIS ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อเป็นแกนกลางด้านองค์ความรู้และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ต่อเนื่องมานับตั้งแต่ปี 2019 เพื่อขับเคลื่อนสังคมและยกระดับเพิ่มขึ้นอีกขั้นด้วยการใช้ความสามารถของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาบูรณาการสร้างระบบการจัดการ E-Waste ใหม่ด้วย Blockchain ผ่านการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่หลากหลายเพื่อจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสิ่งแวดล้อมและโลกนี้ให้ดีขึ้น

สำหรับองค์กรใดสนใจใช้งาน แพลตฟอร์ม E-Waste+ เข้าร่วมเป็นเครือข่าย Green Partnership สามารถติดต่อได้ที่ e-mail: aissustainability@ais.co.th หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://ewastethailand.com/ewasteplus

-(016)

THAC จัดงานฉลองรางวัล Win Win Awards ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ เชิดชูผู้ประนอมข้อพิพาททั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698496

THAC จัดงานฉลองรางวัล Win Win Awards ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ เชิดชูผู้ประนอมข้อพิพาททั่วไทย

THAC จัดงานฉลองรางวัล Win Win Awards ครั้งที่ 1 อย่างยิ่งใหญ่ เชิดชูผู้ประนอมข้อพิพาททั่วไทย

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.37 น.

“สถาบันอนุญาโตตุลาการ” (Thailand Arbitration Center) หรือ THAC สถาบันให้บริการด้านการอนุญาโตตุลาการ และการประนอมข้อพิพาทในระดับสากล จัดงานประกาศรางวัลผู้ประนอมข้อพิพาทแห่งปี “Win Win Awards” (วินวิน อวอร์ด) ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2565 สุดยอดรางวัลแห่งปีของวงการนักไกล่เกลี่ย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 65  ณ โรงแรมเอส 31 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ  โดย “สถาบันอนุญาโตตุลาการ” (Thailand Arbitration Center) หรือ THAC  เพื่อยกระดับอาชีพผู้ประนอมทั่วประเทศ พร้อมประกาศศักยภาพของผู้ประนอมไทยที่เทียบเท่าระดับสากล รวมถึงสร้างโอกาสพลิกชีวิตในการทำงานสายอาชีพนี้ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

ภายในงานคับคั่งไปด้วยผู้ประนอม ทนายความ และหน่วยงานผู้ส่งเสริมการประนอมข้อพิพาทระดับชั้นแนวหน้าของประเทศ ซึ่งตบเท้าเข้ามาลุ้นรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล “Win Win Awards” หลากหลายสาขา ได้แก่ หน่วยงานที่ส่งเสริมการประนอมแห่งปี ทนายความผู้ส่งเสริมการประนอมแห่งปี ครูฝึกผู้ประนอมแห่งปี  ดาวรุ่งผู้ประนอมแห่งปี และผู้ประนอมแห่งปี

สำหรับผู้ชนะเลิศในแต่ละสาขา ดังนี้:

1. หน่วยงานที่ส่งเสริมการประนอมแห่งปี: ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ

2. ทนายความผู้ส่งเสริมการประนอมแห่งปี: นางสาวนพมาศ ธรรมธีรเดโช

3. ครูฝึกผู้ประนอมแห่งปี: นายฉกาจนิตย์ จุณณะภาต

4. ดาวรุ่งผู้ประนอมแห่งปี: วศ. สิริพงศ์ จึงถาวรรณ

5. ผู้ประนอมแห่งปี: นายธัชพล ธนิกโชคกอบกุล

ทั้งนี้ “สถาบันอนุญาโตตุลาการ” หรือ THAC ได้ให้การสนับสนุนสายอาชีพด้านการอนุญาโตตุลาการ และการประนอมข้อพิพาทมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาชีพนี้ก้าวสู่ระดับสากล และตอบสนองต่อความต้องการของคู่พิพาททุกฝ่ายรักษาความเป็นกลางและเป็นอิสระอย่างยั่งยืน ซึ่งนี่เป็นเพียงก้าวแรกสู่หมุดหมายของการยกระดับวงการผู้ประนอมไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้เติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในสังคมไทย โดยมีสถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะคอยส่งเสริม ผลักดันงาน “Win-Win Awards” อันทรงคุณค่านี้ต่อไปในอนาคต

-(016)

สมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ ชวนคนรักสุขภาพ ร่วม‘เดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้วมินิมาราธอน 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698379

สมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ ชวนคนรักสุขภาพ  ร่วม‘เดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้วมินิมาราธอน 2023’

สมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ ชวนคนรักสุขภาพ ร่วม‘เดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้วมินิมาราธอน 2023’

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ RB 59 และสมาชิกสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ

สมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญชวนศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ประชาชนทั่วไปที่รักสุขภาพและการออกกำลังกาย ร่วมงานเดิน-วิ่งการกุศล “พิกุลแก้วมินิมาราธอน 2023” เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจัดหาเครื่องช่วยหายใจแรงดันบวกให้โรงพยาบาลวชิระคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคม โดยจะจัดขึ้นในวันที่12 มีนาคม 2566

ศ.เกียรติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินีในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า สมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อสมานสามัคคีระหว่างนักเรียนเก่าโรงเรียนราชินี โรงเรียนราชินีบน ในการทำกิจกรรมอันเป็นสาธารณกุศลที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนเก่า นักเรียนปัจจุบัน สถาบันการศึกษา สังคมและประเทศชาติ ตลอดระยะเวลา 80 ปีของการดำเนินงาน สมาชิกสมาคมฯ ได้ร่วมใจกันสร้างประโยชน์ต่อสังคมมามากมาย

“การจัดงานเดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023 ก็จะเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ที่สมาคมฯ ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจัดหาเครื่องช่วยหายใจแรงดันบวกให้กับโรงพยาบาลวชิระ และอีกส่วนหนึ่งเพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของสมาคมฯ อาทิ การดูแลครู-อาจารย์ที่เจ็บป่วย มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในสังกัดโรงเรียนราชินี เป็นต้น จึงขอเชิญชวนชาวพิกุลแก้วทุกท่าน ตลอดจนประชาชนทั่วไปมาร่วมสมัครเดิน-วิ่ง พิกุลแก้ว มินิมาราธอน2023 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพของคนไทย และช่วยเหลือสังคมร่วมกับสมาคมฯ”

ศ.เกียรติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง และ ดร.อำพัน วิมลวัฒนา

ดร.อำพัน วิมลวัฒนา รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า “ปัจจุบันด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกรวมถึงประเทศไทย ทำให้เกิดมลพิษมากมาย ส่งผลให้คนไทยเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มมากขึ้น ในแต่ละปีมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยโรคดังกล่าวที่โรงพยาบาลวชิระเป็นจำนวนมาก ไม่นับรวมผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินทางเดินหายใจ เครื่องช่วยหายใจจึงเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญ ซึ่งที่มีใช้อยู่ในโรงพยาบาลขณะนี้ไม่เพียงพอและเป็นเครื่องขนาดใหญ่เคลื่อนย้ายลำบาก แต่เครื่องช่วยหายในแรงดันบวก เป็นเครื่องขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานในการรักษาผู้ป่วย เป็นเครื่องที่สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในนามโรงพยาบาลวชิระขอขอบคุณสมาคมฯ ที่เห็นความสำคัญในส่วนนี้ อันจะเป็นการช่วยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาได้เป็นอย่างมาก”

แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ นักเรียนเก่าโรงเรียนราชินีบนรุ่น RB 59 กล่าวว่า “โรงเรียนราชินี และโรงเรียนราชินีบน ถือว่าเป็นโรงเรียนหญิงล้วนที่ไม่เพียงมอบความรู้ด้านวิชาการ แต่ยังเป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยให้พวกเราเป็นกุลสตรี มีกิริยามารยาทที่งดงาม เย็บปักถักร้อยได้ คุณครูทุกท่านมีความเข้มงวดในระเบียบวินัย แต่ก็มีความใกล้ชิดกับนักเรียน จึงทำแอนมีความรักความผูกพันกับโรงเรียนและเพื่อนๆ มาก สำหรับกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2033 แอนอยากเชิญชวนพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ชาวพิกุลแก้ว แฟนคลับของแอน และประชาชนทั่วไปมาร่วมสมัครกันเยอะๆ เพราะเป็นงานการกุศลที่เราจะได้มีส่วนช่วยสังคมร่วมกันค่ะ”

งานเดิน-วิ่งการกุศล “พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ วิ่งมินิมาราธอน10 กิโลเมตร และเดิน-วิ่งระยะไมโครมาราธอน 4 กิโลเมตร โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นอยู่ที่ราชนาวีสโมสร ซึ่งตลอดเส้นทางการเดิน-วิ่ง นักวิ่งจะได้ซึมซับกับบรรยากาศยามเช้าของเกาะรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าที่มีความสวยงาม ทั้ง พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเสาชิงช้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ป้อมพระสุเมรุ เป็นต้นค่าสมัครทุกระยะประเภททั่วไป 700 บาท จะได้รับเสื้อวิ่งและเหรียญรางวัล ประเภท VIP 2,000 บาท จะได้รับ เสื้อวิ่ง2 ตัว เหรียญรางวัล ผ้าบัฟ และกระเป๋า

ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ race.thai.run/phikulkaewminimarathon ตั้งแต่วันนี้-12 กุมภาพันธ์ 2566เวลา 23.59 น. (หรือมีผู้สมัครเต็มจำนวน) โดยผู้สมัครสามารถรับเสื้อวิ่งและเบอร์วิ่งได้ในวันที่ 11 มีนาคม 2566เวลา 13.00-18.00 น. หากต้องการให้จัดส่งถึงบ้านมีค่าจัดส่ง 50 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :rajinialumniassoc

รวมพลังเพื่องานเดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023

รวมพลังเพื่องานเดิน-วิ่งการกุศล พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023

เสื้อและผ้าบัฟ พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023

เสื้อและผ้าบัฟ พิกุลแก้ว มินิมาราธอน 2023

คุณแหน : 16 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698398

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll สำรวย เกษกุล ผวจ.ศรีสะเกษ จัดงาน“สู่ขวัญบ้าน บายศรีเมือง รุ่งเรือง 240 ปี จ.ศรีสะเกษ”โดยใช้พราหมณ์ประกอบพิธีสู่ขวัญ 22 คนกับบายศรีที่ถือว่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูง 4 เมตร..

ll ยินดีกับ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัชที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต..

ll ข่าวดีของ สมชาย-พรวรา คมพงษ์ปภาที่บุตรชาย นพ.วชากร คมพงษ์ปภา จะมีงานมงคลสมรสกับ พญ.ณิชกานต์อุทัยรัตน์ บุตรี ชัยวัฒน์-รัชนี อุทัยรัตน์24 ธ.ค.นี้ 12.00 น. ณ รร.ดิ อิมพีเรียลโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โคราช..

ll ดร.ฐัช หัชลีฬหา นัดเพื่อนๆ ชาว Digital CEO#4 มาอัปเดตชีวิตก่อนปีใหม่งานนี้ นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์,ธฤต ศรีอรุโณทัย,อุดร คงคาเขตร,ศุธี เตรียมวิริยะกุล,นิมิตสุขประเสริฐ, อัญชลี จรัสยศวุฒิชัย,อโณทัย ดลพิทักษ์ ไม่พลาด..

ll วันเกิด ปราณี ชาญสรรค์ ปีนี้ครบ 81 ปี อานนท์-กุลฤดี เลาหะเกษตร จัดให้อย่างอบอุ่นที่บ้านในเมืองซีแอตเทิล แบบลูกหลานมาครบ 4 เจนเนอเรชั่น รุ่นลูก,หลานและเหลน งานนี้คุณหนูใหญ่ปลื้มไปหลายวัน..

ll ชาว CDA#3 ภูมิใจแทนเพื่อนในรุ่น ถาวร เผด็จสุวันนุกูล ที่ลูกชายคนเก่ง ณัฏฐ์เดช เผด็จสุวันนุกูล ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมและสอบภาคปฏิบัติวิชาฟิสิกส์ ประจำปี 2566 ของคณะกรรมการอำนวยการจัดส่งผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ..

ll ภาคภูมิใจ กับ พนัส อัสสรัตนกุล ที่บุตรชาย“บิวกิ้น” พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล นักร้องดังแสนเก่ง ได้รับรางวัล Artist Asian Award 2022 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 12 ธันวาคมที่่ผ่าน..

ll คนจังหวัดอุดรธานี ทั้งข้าราชการและคนท้องถิ่น ต่างชื่นชมว่าวันชัย-นงรัตน์ คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด น่ารัก ใจดีมาก เป็นกันเองและเข้าถึงง่าย ทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน อย่างมีความสุข..

ll แม้ว่าวัยจะ 90 ปี แต่ ดร.ประศาสน์ จันทรทิพย์ ยังคงทำงานทุกวันในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ไม่เว้นแม้แต่งานในวิศวสมาคมแห่งประเทศไทย..

ll เพราะไปลงทุนกับญาติๆ ราชสกุลบริพัตรทำร้านอาหาร“เดอะตะนาว แอนด์ คาเฟ่”อาหาร ขนม รสชาววัง และจัดอาหารได้สวยมาก ในภาชนะอันงดงาม แถมบรรยากาศล้อมรอบด้วยต้นไม้อายุนับเกือบร้อยปี..ม.ล.ศศิภา สวัสดิวัตน์ จึงนัดญาติมิตรไปสังสรรค์เป็นประจำที่ร้าน ซึ่งอยู่ถนนตะนาว ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสอบถามโทร.065-5419178 ใครอยู่แถวนั้นหรือจะพาเพื่อนต่างชาติไป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน..ll

คุณแหน