บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2572973

ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”

9 ธ.ค. 2565 04:58 น.

  • ธนูเทพ

ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”

@ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์” โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรวิศิษฏ์ ลิ้มประนะทิพพาภรณ์ เจียรวนนท์, สาระ ล่ำซำ และ กีรติ อัสสกุล มาร่วมชมด้วย ที่ TCDC ไปรษณีย์กลาง บางรัก วันก่อน.@

ความมุ่งมั่นและสุขุมช่วยให้ผ่านอุปสรรค หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2565

ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
ไปช็อปได้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เปิดงาน “The Royal Gift Festival” ครั้งที่ 4 ชวนช็อปของขวัญเทศกาลสินค้าร้านโครงการในพระราชดำริ จัดถึง 12 ธ.ค. โดยมี สายสม วงศาสุลักษณ์, ดร.รอยล จิตรดอน, พิชัย จิราธิวัฒน์ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…การเมืองไทย ยังวนเวียนอยู่กับประเด็นการย้ายค่าย แยกทางกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไปเป็น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชี พรรครวมไทยสร้างชาติ…ล่าสุด เมื่อวันอังคาร นายกฯประยุทธ์ ได้ออกมาระบุถึงความคืบหน้าเรื่องอนาคตทางการเมืองว่า เรื่องทำการเมืองคิดว่าทุกคนก็ต้องทำอยู่แล้ว คือทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นภาระในวันข้างหน้า การจะพูดอะไรออกไปก็ต้องระมัดระวังที่สุด ถ้าสมมติว่าต้องอยู่ ก็อยู่ได้แค่ปี 2568…เมื่อนักข่าวถามว่า ตั้งใจเดินหน้าการเมืองต่อใช่หรือไม่ นายกฯประยุทธ์ ตอบเพียงสั้นๆบอก มาถึงวันนี้ ก็น่าจะพอรู้มั้ง และเมื่อถามย้ำว่า แม้จะไปต่อได้แค่ 2 ปี ก็จะไปต่อใช่หรือไม่ นายกฯประยุทธ์ ตอบอย่างมั่นใจ “2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และจากนั้นก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ที่ประชาชนยอมรับ และทำต่อแค่นั้นเอง”… นอกจากนี้ เมื่อนักข่าวซักไซ้ถึงกระแสข่าวที่จะไปอยู่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ตอนนี้ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบยอมรับกลายๆว่า “ผมยังไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เดี๋ยวค่อยพูด” และเมื่อนักข่าวย้อนถามอีกครั้งว่า แสดงว่าจะเข้าสังกัดพรรคการเมืองใช่หรือไม่ เพราะมีความชัดเจนถึงขนาดนี้แล้ว นายกฯประยุทธ์ พยักหน้าพร้อมตอบว่า “เออๆ”…ทั้งภาษาปากและภาษากายบอกชัดเลยไปแน่
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
คนสร้างหนัง วิชา พูลวรลักษณ์, แอนดรูว์ ซันไชน์ และ ดร.มัน-นาง ชอง จัดงาน “CineAsia 2022” ครั้งที่ 26 นิทรรศการระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยมี บ๊อบ ซันไชน์, บุญชัย อัศวฤทธิพรหม์ และ แอนนา เสืองามเอี่ยม มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • แถมล่าสุด ในวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หลุดปากในระหว่างการแถลงเปิดตัว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมเป็นทีมเศรษฐกิจของ พรรคพลังประชารัฐ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า “พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว ออกไปแล้ว” หลังจากที่ มิ่งขวัญ ให้เหตุผลที่เข้าร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐ ในครั้งนี้ ต้องให้เครดิตและขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เชิญมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเข้ามาเติมเต็มทีมเศรษฐกิจ เหตุผลที่สอง คือ “ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในพรรคนี้แล้ว และความจริงก็ไม่เคยอยู่ เพียงแต่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ก็เพิ่งยืนยันว่าไม่ได้อยู่พรรคนี้แล้ว”…เหมือนประสานเสียงไล่ส่งกันในที จบข่าว
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
ชมภาพถ่าย ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์” โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, วิศิษฏ์ ลิ้มประนะ, ทิพพาภรณ์ เจียรวนนท์, สาระ ล่ำซำ และ กีรติ อัสสกุล มาร่วมชมด้วย ที่ TCDC ไปรษณีย์กลาง บางรัก วันก่อน.
  • เฮ้อ…อย่างไรก็ตาม การเข้ามาใน พรรคพลังประชารัฐ ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ในครั้งนี้ แม้ตรงตามยุทธศาสตร์ “ไล่บิ๊กตู่-ชูบิ๊กป้อม” แต่ก็ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคตามมาทันตาเห็น เมื่อ มิ่งขวัญ มาเชิงสูง แถลงมัดคอ พล.อ.ประวิตร ทันที โดยอ้างว่า พล.อ.ประวิตร ได้บอกจะพิจารณาและเสนอคณะกรรมการบริหารพรรค ให้ใส่ชื่อ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหนึ่งใน แคนดิเดตนายก รัฐมนตรี ของ พรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แถมพูดจบยังได้ยกมือไหว้ขอบคุณ พล.อ.ประวิตร…ทำให้แกนนำตะลึงกันทั้งพรรค
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
หมดห่วง สาระ ล่ำซำ ประธาน จนท.บห.เมืองไทยประกันชีวิต และ สุธัช เรืองสุทธิภาพ ซีอีโอบริษัทเงินเทอร์โบ เปิดตัวประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อครอบคลุมทั้งด้านชีวิตและอุบัติเหตุ โดยมี วรุตม์ เทียนทำนูล และ ไพฑูรย์ ไกรอมร มาร่วมงานด้วย ที่โรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค วันก่อน.
  • ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เองถึงกับเหวอ เพราะไม่คิดว่าจะเอาเรื่องที่พูดกันในที่ลับมาเปิดเผยในที่แจ้ง ต้องรีบชิงออกตัวว่า เรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ยังไม่รู้ อยู่ระหว่างพิจารณา ตนเองคนเดียวทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นสมาชิกคนหนึ่ง ของพรรคพลังประชารัฐ ต้องรอกรรมการบริหารพรรคพิจารณา…แค่แถลงเปิดตัวเข้าพรรควันแรก ก็ทำวงแตก ก่อแรงกระเพื่อมสะเทือนไปทั้งพรรค งานนี้รับรองได้ต้องมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายระลอกแน่
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
เปิดแล้ว ลุควิค ไซ และ แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์ จัดงานเปิด “PUMA Flagship Store” พร้อมแนะนำแบรนด์แอมบาสเดอร์ อิชิคาว่า พลาวเด้น โดยมี พรทิพย์ วนิชนพรัตน์, สรัลธร อัศเวศน์, โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • อืม…ศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ กำลังใกล้จุดไคลแม็กซ์ ได้ทีมแกร่งที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้แก่ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์, อาร์เจนตินา, โครเอเชีย, บราซิล, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, โมร็อกโก และ โปรตุเกส โดยคืนนี้ 9 ธ.ค. จะเป็นการแข่งขันชี้ชะตาคู่แรก รอบ 8 ทีม ระหว่าง ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กับ ทีมชาติอาร์เจนตินา เพื่อหาผู้ชนะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ 4 ทีม…รับรองได้ฟาดแข้งกันมันหยดแน่ ต้องติดตามห้ามกะพริบตา
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
คุ้มจริง สเตฟาน จูเบิร์ท และ จิรวรรณ วัฒนสมบัติ เปิดแคมเปญ “CENTRAL VERY VERY MIDNIGHT SALE” มอบโปรโมชันสุดคุ้มในห้างเซ็นทรัลทุกสาขา โดยมี พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, รัญดภา มันตะลัมพะ และ พรพรรณ รัตนหิรัญญา มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.
  • สำหรับ แฟนๆไทยรัฐ ที่ต้องการร่วมสนุก ทายผลแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 “เชียร์บอลให้มัน เฮลั่นรับโชค” ที่ ไทยรัฐกรุ๊ป ร่วมกับ 12 อภิมหาสปอนเซอร์ จัดขึ้น โดยมี รางวัลที่ 1 เงินสด 5,000,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 เงินสดรางวัลละ 500,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 3 เงินสดรางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 15 รางวัล รางวัลที่ 4 เงินสดรางวัลละ 50,000 บาท จำนวน 15 รางวัล และรางวัลพิเศษอื่นๆอีกมากมาย…สามารถส่งคำทายผลผ่านไปรษณียบัตร เขียนคำทาย ทีมใดจะเป็นทีมชนะเลิศ ลงบนไปรษณีย บัตร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ส่งผ่านระบบไปรษณีย์มายัง นสพ.ไทยรัฐ เลขที่ 1 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.10900 หมดเขต 17 ธ.ค.2565 เวลา 18.00 น. โดยถือตราประทับไปรษณียบัตรเป็นสำคัญ…และ ทายผลผ่าน “โปสต์การ์ดออนไลน์” โดยโหลด แอปพลิเคชัน Prompt Post หมดเขตส่งทายผล 17 ธ.ค.2565 เวลา 23.59 น. …รีบส่งคำทายกันเข้ามาแล้วรอลุ้นรับโชคใหญ่กันได้เลยนะจ๊ะ
ศ.ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์ จัดงานนิทรรศการภาพถ่าย “ดำขาวเล่าเรื่อง สองเมือง ของนันทวัฒน์”
ดีมาก ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบใบประกาศนียบัตรโครงการนำร่อง GAP Monkey Free Plus ให้ เข็มทัศน์ มนัสรังษี จากบริษัทเค-เฟรช โดยมี สมบัติ ตงเต๊า, อารดา มาสริ, อำนาจ โสรถาวร และ วราภรณ์ มนัสรังษี มาร่วมในพิธีด้วย ที่บริษัทเค-เฟรช วันก่อน.
  • สภากาชาดไทย เชิญชวนเที่ยว งานกาชาดประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “9 ทศวรรษใต้ร่มพระบารมี สดุดีสภานายิกาสภากาชาดไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา และทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยครบ 66 ปี โดยงานกาชาดปีนี้จัดที่สวนลุมพินี ตั้งแต่ 11.00-22.00 น. งานจัดถึง 18 ธ.ค.นี้ และสามารถร่วมชมงานในรูปแบบออนไลน์ ผ่านทาง http://www.งานกาชาด.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง…โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
  • สังคมทั่วไป…ฉลองสมรสพระราชทาน ชัญญา ประนิช ลูกสาว ศานติ-นภสร ประนิช กับ พีระภัทร ศิริจันทโรภาส ลูกชาย สมศักดิ์-วรวรรณ ศิริจันทโรภาส ที่ห้องโฟร์ซีซั่นส์แกรนด์ บอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 9 ธ.ค. 18.00 น.
  • งานศพ, วันนี้ 14.00 น. ฌาปนกิจศพ ยงยุทธ ภูพวงเพชร ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.กาฬสินธุ์ ที่วัดกุดอ้อ ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์

“ธนูเทพ”

ไฟไหม้รุนแรงห้างสรรพสินค้ามอสโก ดับสลด 1 ศพ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2573856

ไฟไหม้รุนแรงห้างสรรพสินค้ามอสโก ดับสลด 1 ศพ (คลิป)

9 ธ.ค. 2565 15:03 น.

ไฟไหม้รุนแรงห้างสรรพสินค้ามอสโก ดับสลด 1 ศพ (คลิป)

ดับเพลิงรัสเซียเร่งดับไฟไหม้ขนาดใหญ่ภายในห้างสรรพสินค้าชานกรุงมอสโกเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยเกิดระเบิดตามมาจนหลังคาถล่ม และมีรายงานมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ

คลิปในโลกโซเชียลเผยให้เห็นวินาทีที่เกิดระเบิดรุนแรงจนทำให้หลังคาของห้างสรรพสินค้าเมกา คิมกิ ในเมืองคิมกิ ชานเมืองทางเหนือของกรุงมอสโกพังถล่มบางส่วน หลังจากเกิดไฟไหม้ใหญ่ภายในห้างดังกล่าว

โดยนักดับเพลิงมากกว่า 70 คน และรถดับเพลิง 20 คัน เร่งเข้าระงับไฟไหม้ที่กินพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร แต่โครงสร้างอาคารเป็นอุปสรรคต่อการดับเพลิง และจากการที่หลังคาพังถล่มลงมา ทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากการจงใจวางเพลิง แต่ต่อมามีการแก้ไขข้อมูลว่าอาจจะเกิดจากการละเมิดระเบียบด้านความปลอดภัย โดยจนถึงเวลา 13.00 น.ตามเวลาในไทย ไฟยังคงโหมไหม้อยู่

โดยห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีทั้งศูนย์การค้าและสถานบันเทิง ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติเชเรเมเตียโวของกรุงมอสโก เพียง 7 กิโลเมตร ซึ่งตำรวจจะเร่งสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป.

ที่มา : รอยเตอร์

โรงแรมบาหลียัน ไม่ต้องแสดงหลักฐานการสมรสก่อนเข้าพัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2573658

โรงแรมบาหลียัน ไม่ต้องแสดงหลักฐานการสมรสก่อนเข้าพัก

9 ธ.ค. 2565 12:47 น.

โรงแรมบาหลียัน ไม่ต้องแสดงหลักฐานการสมรสก่อนเข้าพัก

การท่องเที่ยวบาหลีขอนักท่องเที่ยวต่างชาติสบายใจในการเดินทางมาท่องเที่ยว โดยยืนยันว่าโรงแรมต่างๆ ในบาหลีจะไม่มีการขอดูทะเบียนสมรสก่อนการเข้าพักแต่อย่างใด

นายโจคอร์ดา บากุส เปมายูน หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยวของบาหลียืนยันกับสื่อว่า ชาวต่างชาติไม่จำเป็นต้องกังวลต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะบาหลี แม้ว่ารัฐสภาอินโดนีเซียได้อนุมัติประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ ซึ่งห้ามการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส และห้ามมิให้คู่รักที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานก็ตาม โดยจากการหารือกับโรงแรมและหน่วยงานการท่องเที่ยวบนเกาะบาหลีแล้ว ทางโรงแรมยืนยันว่าจะไม่มีการขอเอกสารยืนยันการสมรสจากแขกที่มาพักแต่อย่างใด เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว และเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการเดินทางมาพักผ่อนของพวกเขา

โรงแรมบาหลียัน ไม่ต้องแสดงหลักฐานการสมรสก่อนเข้าพัก

โดยตามประมวลกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ระบุว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กันหรืออาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและสามารถแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สามารถแจ้งเอาผิดผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวจะต้องเป็นบิดา-มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้กระทำผิดเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อีก 3 ปีข้างหน้าโดยผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรสจะถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10 ล้านรูเปีย หรือราว 22,000 บาท ส่วนคนที่อยู่กินด้วยกันก่อนแต่งจะถูกจำคุก 6 เดือน หรือปรับเงินไม่เกิน 10 ล้านรูเปีย

ทั้งนี้ หลังจากมีการผ่านร่างกฎหมาย หลายฝ่ายต่างแสดงความกังวลว่า ประมวลกฎหมายฉบับใหม่จะส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่เดินทางมายังอินโดนีเซีย ซึ่งรวมถึงเกาะบาหลีด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลออสเตรเลียซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เดินทางมายังเกาะบาหลีมีการเตือนประชาชนให้ศึกษาข้อกฎหมายให้ดี เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายที่อินโดนีเซียจะบังคับใช้.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

“เซลีน ดิออน” ป่วย “โรคคนแข็ง” พบเพียง 1 ในล้าน จำใจเลื่อนทัวร์คอนเสิร์ตยุโรป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2573606

"เซลีน ดิออน" ป่วย "โรคคนแข็ง" พบเพียง 1 ในล้าน จำใจเลื่อนทัวร์คอนเสิร์ตยุโรป

9 ธ.ค. 2565 11:19 น.

“เซลีน ดิออน” ป่วย “โรคคนแข็ง” พบเพียง 1 ในล้าน จำใจเลื่อนทัวร์คอนเสิร์ตยุโรป

เซลีน ดิออน” เผยป่วยด้วยโรคระบบประสาทแบบหายาก โอกาสพบเพียง 1 ในล้าน ส่งผลกระทบให้ต้องเลื่อนทัวร์คอนเสิร์ต “Courage” ในยุโรป เพื่อทุ่มเทกับการรักษาตัวให้หาย

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2565 “เซลีน ดิออน” นักร้องหญิงชาวแคนาดา วัย 54 ปี เปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอที่เธอโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว ที่ระบุว่า เธอจำใจต้องเลื่อนกำหนดการแสดงทัวร์คอนเสิร์ต “Courage” ในยุโรปทั้งหมดออกไปก่อน หลังได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เธอป่วยด้วย “โรคคนแข็ง” (Stiff-person syndrome- SPS) โรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่พบได้ยากมากถึง 1 ใน 1 ล้านคน

นักร้องดังเจ้าของเพลง “มาย ฮาร์ท วิล โกออน” (My Heart Will Go On) ประกอบภาพยนตร์เรื่องไททานิค (Titanic) เปิดเผยว่า อาการของโรคนี้คือการกระตุกของกล้ามเนื้อ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ ตั้งแต่การเดิน ไปจนถึงความสามารถในการเปล่งเสียงร้องเพลง ด้วยเส้นเสียงแบบที่เธอเคยร้องตลอดมา และในช่วงเวลาหลังจากนี้เธอจะต้องทุ่มเทให้กับการดูแลสุขภาพรักษาร่างกายให้กลับมาแข็งแรง เพื่อที่จะได้เจอกับแฟนๆ อีกครั้ง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันแห่งชาติด้านโรคความผิดปกติของระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง ระบุว่า โรคคนแข็ง เป็นโรคที่ไม่พบได้บ่อย และอาการจะแย่ลงเรื่อยๆ ส่งผลต่อระบบประสาท โดยเฉพาะสมอง ไขสันหลัง และระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งรุนแรง ผู้ป่วยที่อาการหนักจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องพึ่งรถเข็น และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ขณะที่การรักษาแบบเฉพาะเจาะจงจะช่วยเยียวยาอาการป่วยได้ แต่จะไม่ได้เป็นการรักษาโรคโดยตรง.

“ปูติน” รับศึกยูเครนยืดเยื้อ รู้อันตรายนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2573515

"ปูติน" รับศึกยูเครนยืดเยื้อ รู้อันตรายนิวเคลียร์

9 ธ.ค. 2565 06:59 น.

“ปูติน” รับศึกยูเครนยืดเยื้อ รู้อันตรายนิวเคลียร์

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน ระบุ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวชี้แจงระหว่างการประชุมร่วมกับสภาสังคมและสิทธิมนุษยชนรัสเซียว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2557 และทำให้รัสเซียตัดสินใจแทรกแซงในเดือน ก.พ. เพื่อพิทักษ์สาธารณรัฐโดเนตสก์และลูฮานสก์ ซึ่งการที่รัสเซียจะบรรลุเป้าหมายได้ทั้งหมดนั้นอาจต้องใช้เวลานาน

นายปูตินกล่าวต่อไปว่า ดินแดนใหม่ของรัสเซียทั้งโดเนตสก์ ลูฮานสก์ ซาโปริชเชีย และเคียร์ซอน ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญ พระเจ้าปีเตอร์มหาราชยังเคยพยายามเข้าถึงทะเลอาซอฟ ทางตะวันออกของคาบสมุทรไครเมีย แต่ตอนนี้ถือเป็นทะเลภายในดินแดนของรัสเซียแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนในดินแดนเหล่านี้ได้แสดงเจตจำนงผ่านประชามติว่าต้องการอยู่กับรัสเซีย พวกเขานับล้านคนอยู่กับเรา นี่คือผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ นายปูตินยังกล่าวว่า สถานการณ์ในปัจจุบันไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องระดมกำลังสำรองเพิ่มเติม เพราะกำลังสำรองที่เพิ่มมากว่า 300,000 นาย ถือว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอ แต่ยอมรับว่ามีความเสี่ยงในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาปกปิดกัน แต่ไม่ว่ายังไงรัสเซียจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน เราไม่ได้เสียสติ ทราบดีว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นเช่นไร ไม่ใช่ของที่จะเอามากวัดแกว่งเหมือนมีดโกน และรัสเซียไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ประจำการอยู่ในต่างแดนเหมือนสหรัฐฯที่นำนิวเคลียร์ไปเก็บไว้ในตุรกีและชาติยุโรปอื่นๆ

วันเดียวกัน บริษัทพลังงานอูคร์เอเนอร์โกของยูเครน เผยว่า กองทัพรัสเซียยิงจรวดและขีปนาวุธโจมตีเครือข่ายด้านพลังงานของยูเครนไปแล้วกว่า 1,000 ลูก และการยิงระลอกใหม่ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจนจำเป็นต้องออกมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือไฟดับทั่วประเทศ นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟเตือนว่าจะเกิดมหันตภัยฤดูหนาวในไม่ช้า ขณะที่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวยอมรับว่า การฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้กลับมา 100% เหมือนช่วงก่อนความขัดแย้งนั้นเป็นไปไม่ได้ เราต้องการเวลาและเป็นที่มาว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องกำหนดเวลาการใช้ไฟฟ้าในเมืองและจังหวัดต่างๆ

ส่วนที่สหรัฐฯ คณะกรรมาธิการต่างประเทศโหวตคว่ำมติของพรรครีพับลิกันที่เรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณช่วยเหลือยูเครนกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3.7 ล้านล้านบาทอย่างละเอียดเพื่อแสดงความโปร่งใส ซึ่งพรรคเดโมแครตที่นำการโหวตคว่ำมติชี้แจงว่า หากมีการตรวจสอบในตอนนี้จะเป็นการส่งสัญญาณผิดๆแก่ยูเครน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และยุโรปว่าสหรัฐฯ เกิดความแตกแยก.

ทวนกระแสใต้ “อุ๊งอิ๊ง” หวังได้ ส.ส.แบบ “กฤษ ศรีฟ้า”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538356

ขุนน้ำหมึก

09 ธ.ค. 2565

ทวนกระแสใต้ “อุ๊งอิ๊ง” หวังได้ ส.ส.แบบ “กฤษ ศรีฟ้า”

เคลื่อนทัพล่องใต้ “อุ๊งอิ๊ง” ควงเสี่ยเต้น ประเดิมเวทีเมืองคอน รู้ว่าไม่ได้ลุ้น ส.ส.เขต แต่ พท.ก็หวังปักธงที่ด้ามขวาน อยากเห็น “กฤษ ศรีฟ้า” คนที่ 2 เกิดขึ้นในสมัยหน้า

ล่องใต้เก็บแต้ม “อุ๊งอิ๊ง” ควงเสี่ยเต้น ประเดิมเวทีเมืองคอน เพื่อไทยฝันปักธงที่ด้ามขวาน อยากเห็น “กฤษ ศรีฟ้า” คนที่ 2 เกิดขึ้นในสมัยหน้า

พ่อของ “อุ๊งอิ๊ง” คงจดจำชื่อ ส.ส.พังงา “กฤษ ศรีฟ้า” หนึ่งเดียวในภาคใต้ได้ดี เพราะนับจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มี ส.ส.ปักษ์ใต้ ค่ายเพื่อแม้วอีกเลย

ได้เวลาล่องใต้ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พา ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปเปิดเวทีปราศรัยครอบครัวเพื่อไทย ที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก ในชื่องานว่า แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง ที่หอประชุมเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หรือหอประชุมทุ่งท่าลาด ในวันที่ 11 ธ.ค.2565    

ที่ผ่านมา ภาคใต้เป็นสมรภูมิที่ไม่ใช่ความหวังของพรรคเพื่อไทย ทักษิณพยายามจะเอาชนะใจคนปักษ์ใต้ แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ

เสี่ยเต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า “อย่าลืมว่าเราเคยมี ส.ส. ภาคใต้มาแล้ว โดยในปี 2548 เราเคยปักธงได้ที่ จ.พังงา (กฤษ ศรีฟ้า อดีตส.ส.พังงา) ทำให้เราคาดหวังว่าในโซนอันดามัน เราจะมีแต้ม”

อย่างไรก็ตาม เสี่ยเต้นยังแอบฝากความหวังไว้กับคะแนนพรรค “..เราเคยได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์พื้นที่ภาคใต้มากที่สุดในปี 2548 แต่คราวนี้เราอาจจะคะแนนปาร์ตี้ลิสต์สูงกว่าปี 2548 จากความนิยมของพรรคที่มีเพิ่มมากขึ้น”

ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย คงไม่คาดหวังที่จะได้ ส.ส.เขต แต่ขอเก็บคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้มากที่สุด

ปีที่แล้ว แกนนำพรรคเพื่อไทยส่ง วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ ลงมาเคลื่อนไหวจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ทั่วภาคใต้ โดยวางน้ำหนักไว้ที่ จ.สงขลา และหัวเมืองชายฝั่งอันดามัน

‘เขามากับสึนามิ’

สมัยที่ “กฤษ สีฟ้า” ปักธงไทยรักไทยในพังงา “อุ๊งอิ๊ง” เพิ่งเข้าเรียนจุฬาฯ แต่ก็รับรู้ถึงบรรยากาศแลนด์สไลด์ และพรรคของทักษิณ มี ส.ส.ครบทุกภาค


ปลายปี 2547 ประเทศไทยได้เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ซัดฝั่งอันดามันกลืนชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ 

ระหว่างนั้นอยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป กฤษ ศรีฟ้า ผู้สมัคร ส.ส.พังงา เขต 2 พรรคไทยรักไทย ในฐานะผู้ปฏิบัติงานองค์กรพัฒนาชุมชน(พอช.) กฤษจึงเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จ.พังงา 

ชาวพังงาเห็นการทุ่มเททำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงเทคะแนนให้ กฤษ ศรีฟ้า โดยไม่สนใจว่าเขาสังกัดพรรคการเมืองของทักษิณ

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.พังงา ปี 2548 เฉพาะเขต 2 (อ.ท้ายเหมือง, อ.ตะกั่วป่า, อ.กะปง และอ.คุระบุรี) กฤษ ศรีฟ้า ได้ 33,494 คะแนน เอาชนะ จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ พรรค ปชป. ที่ได้ 30,961 คะแนน

ข่าวคนพรรค ทรท. เอาชนะน้องชายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่พังงา สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กองเชียร์ทักษิณ สำหรับภาคใต้ ชนะแค่ 1 เขต ก็เหมือนชนะทั้งภาค

‘หาคนแบบกฤษ’

ปัจจุบัน “อุ๊งอิ๊ง” และแกนนำเพื่อไทย ก็รู้ว่า บริบทการเมืองภาคใต้เปลี่ยน ไม่เหมือนปี 2548 แต่ก็ยังหวังที่จะเห็นผู้สมัคร ส.ส.แบบ “กฤษ ศรีฟ้า” สามารถปักธงได้อีกครั้ง

ปี 2549 พรรคไทยรักไทยถูกยุบ กฤษ ศรีฟ้า เป็นกรรมการบริหารพรรค จึงถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และพ้นโทษแบน ก็ไม่ได้สมัคร ส.ส.อีกเลย

การเลือกตั้งสมัยหน้า กฤษ ศรีฟ้า ได้เสนอตัวต่อทางพรรคเพื่อไทย จะลงสมัคร ส.ส.พังงา เขต 2 โดยเบื้องต้น กฤษ ศรีฟ้า ได้ทำกิจกรรมเดินไปทุกอำเภอในเขต 2 เชิญชวนชาวพังงาที่มีแนวคิดการเมืองสีขาว คุณธรรมนำการเมือง ออกมาสนับสนุน หากได้เสียงหนุนเกินหกพันคน ก็จะขออาสาเป็นตัวเลือกของชาวพังงา 

    กฤษ ศรีฟ้า อดีต ส.ส.พังงา ที่ยังหวังจะลงสมัคร ส.ส.อีกสมัย กฤษ ศรีฟ้า อดีต ส.ส.พังงา ที่ยังหวังจะลงสมัคร ส.ส.อีกสมัย

การเคลื่อนทัพสู่นครศรีธรรมราชของอุ๊งอิ๊ง ก็เป็นการนำร่องปลุกกระแสเพื่อไทย ด้วยความหวังว่า เลือกตั้งครั้งหน้า จะได้ ส.ส.เขตแบบกฤษ ศรีฟ้า มาอีกสัก 1-2 คน

เหมือนคำกล่าวของแกนเพื่อไทยที่ว่า หาก พท.ชนะเพียง 1 เขตใน 58 เขต ก็เท่ากับชนะทั้งภาคใต้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก

รุกกลับ“จ้าว เหว่ย” สัมพันธ์แน่น“พ่อมดดำ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538325

ขุนน้ำหมึก

09 ธ.ค. 2565

รุกกลับ“จ้าว เหว่ย” สัมพันธ์แน่น“พ่อมดดำ”

เปิดเกมรุกกลับ “จ้าว เหว่ย” ต้อนรับทัพสื่อไทย เคลียร์ปมทุนจีนสีเทา เมื่อเร็วๆนี้ “พ่อมดดำ” นำคณะ ส.ส.ไทยไปเยือนสามเหลี่ยมทองคำ ยืนยันเขตนี้ ไม่มีเรื่องยาเสพติด

“จ้าว เหว่ย” รุกกลับเสี่ยชูวิทย์ เปิดอาณาจักรสามเหลี่ยมทองคำ ต้อนรับกองทัพสื่อไทย เคลียร์ปมทุนจีนสีเทา ครั้งหนึ่ง “พ่อมดดำ” การันตีเขตนี้ไม่มียาเสพติด

แท้จริงแล้ว “จ้าวเหว่ย” เพิ่งได้ต้อนรับคณะ ส.ส.ไทย นำโดย สุชาติ ตันเจริญ เมื่อกลางปีนี้ เฉพาะ “พ่อมดดำ” เคยไปเยือนสามเหลี่ยมทองคำมาแล้ว 3 หน

วันที่ 8 ธ.ค.2565 ผู้แทนสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน พร้อมคณะนักข่าวได้เดินทางไปเยือนสามเหลี่ยมทองคำ และพบปะ จ้าว เหว่ย ประธานสภาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

สัปดาห์ที่แล้ว จ้าว เหว่ย ได้เปิดโอกาสให้คณะนักข่าวไทยกลุ่มหนึ่งได้เข้าไปสัมภาษณ์พิเศษที่อาณาจักรส่วนตัวสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อชี้แจงกรณีทุนจีนสีเทา เนื่องจาก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ให้ข้อมูลว่า จ้าว เหว่ย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มดังกล่าว

“จากใจจริงเลย อยากเชิญชวนนายชูวิทย์มาที่คิงส์โรมันนี้ มาดูความจริงและพูดความจริง..” จ้าว เหว่ย เอ่ยปากเชิญชวนชูวิทย์ 

อันที่จริง ก่อนหน้าจะเกิดกรณีทุบทุนจีนเทา ก็มีคณะ ส.ส.ไทย เดินทางไปเยี่ยมชมความคืบหน้าในการพัฒนาสามเหลี่ยมทองคำ เพียงแต่ตอนนั้น ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่

ขณะที่ประชาชนลาวส่วนใหญ่ รับชมข่าวปราบทุนจีนสีเทา จ้าว เหว่ย และชูวิทย์ ผ่านช่องทีวีไทย ส่วนสื่อในลาว ไม่มีสำนักไหนเสนอข่าวจ้าว เหว่ย กับชูวิทย์

จ้าว เหว่ย ในสายตาชาวลาวคือนักบุญ ผู้มีแต่ให้ เพราะเจ้าของกาสิโนคิงส์โรมัน ได้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างวัด โรงเรียนและเมืองใหม่

 สุชาติ ตันเจริญ นำคณะ ส.ส.ไทย ไปหารือกับจ้าวเหว่ย สุชาติ ตันเจริญ นำคณะ ส.ส.ไทย ไปหารือกับจ้าวเหว่ย

‘ยกแรกพึ่งสื่อลาว’

4 ปีที่แล้ว “จ้าว เหว่ย” กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เรื่องการขึ้นบัญชีดำบริษัท คิงส์ โรมันส์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินเวสต์เมนต์ ในฐานะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ    

รัฐบาลวอชิงตันมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า คิงส์ โรมัน กาสิโน เป็นชุมทางของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีดำจ้าว เหว่ย และหุ้นส่วนอีก 3 คน

วันที่ 3 ก.พ.2561 จ้าว เหว่ย เชิญสื่อลาวมาฟังการแถลงข่าวตอบโต้สหรัฐ ภายในอาณาจักรสามเหลี่ยมทองคำ เหมือนที่เขาเชิญสื่อไทยไปในวันนี้

“การคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อประเทศอื่น ก็เป็นพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล และไร้สาระ มีจุดประสงค์อื่นเพื่อแสดงพฤติกรรมขยายอำนาจอิทธิพล พฤติกรรมนี้มันทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ต่อสังคม เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ”

จ้าว เหว่ย ตอกย้ำว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐบาลลาวอนุมัติให้มีการจัดตั้งขึ้น โดยมีรัฐบาลกลาง องค์กรปกครองท้องถิ่น ของ สปป.ลาว เป็นผู้คุ้มครอง”

‘ฟังเสียงพ่อมดดำ’

นักการเมืองไทยระดับรองประธานสภาผู้แทนฯ เคยเดินทางไปพบ “จ้าว เหว่ย” มาสามครั้งแล้ว พร้อมการันตีว่า สามเหลี่ยมทองคำไม่มียาเสพติด

วันที่ 8-9 ส.ค.2565 สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 พร้อมด้วย เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 และ พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 ได้ข้ามโขงไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ พบปะกับจ้าว เหว่ย ซึ่งรองประธานสภาฯ ได้ชื่นชมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ที่มีความก้าวหน้าและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว 

หลายปีก่อน สุชาติ ตันเจริญ ในฐานะอุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้ไปเยือนสามเหลี่ยมทองคำ ช่วงที่มีอพยพประชาชนบนเกาะดอนซาว ไปอยู่หมู่บ้านจัดสรรใหม่ 

ครั้งที่สอง สุชาติไปพบจ้าว เหว่ย โดยตอนนั้น มีการก่อสร้างกาสิโนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการพัฒนาอะไรมากนัก 

ครั้งล่าสุด สุชาติประทับใจมาก เพราะเขตเศรษฐกิจพิเศษเติบโตอย่างรวดเร็วภายใต้เงินลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีการสร้างเมืองใหม่ เจริญเหมือนฮ่องกง ไต้หวัน ฯลฯ 

สุชาติยอมรับว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีแต่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ภายในมีการตั้งด่านตรวจยาเสพติดอย่างเข้มงวด 

ตอนนั้น สุชาติให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นเชียงราย แต่ก็ไม่มีใครสนใจเรื่องจ้าว เหว่ย กระทั่งชูวิทย์ออกมาแฉรายวัน เรื่องทุนจีนสีเทา


แปลกแต่จริง ช่วงที่มีข่าวจ้าว เหว่ย ครึกโครมในสื่อไทย พ่อมดดำกลับกบดานเงียบ และไม่ปริปากพูดเรื่องสามเหลี่ยมทองคำ

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

นับจากปี2475 ไทยใช้ ‘รัฐธรรมนูญ’ มา 20 ฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538346

09 ธ.ค. 2565

นับจากปี2475 ไทยใช้ 'รัฐธรรมนูญ' มา 20 ฉบับ

10 ธันวาคม รำลึกวันพระราชทานรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก นับจาก’เปลี่ยนแปลงการปกครอง’ 2475 ประเทศไทยใช้รธน. 20 ฉบับแล้ว

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

นี่คืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเริ่มขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ในสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นผลงานการออกแบบของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ซึ่งชนะการประกวดการออกแบบอนุสาวรีย์แห่งนี้ โดยได้นำสถาปัตยกรรมแบบไทยมาผสมผสาน ตรงกลางเป็นสมุดไทยที่สื่อถึงรัฐธรรมนูญประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า นอกจากการเป็นสัญลักษณ์เพื่อระลึกถึงประชาธิปไตยแล้ว อนุสาวรีย์แห่งนี้ ยังเป็นหลักกิโลเมตรที่ศูนย์ของกรุงเทพมหานครและประเทศไทยอีกด้วย

10 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญถือเป็นวันที่ระลึกถึงโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศไทย

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ทำให้ต้องยกเลิกพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎรจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปีเดียวกัน

ประเทศไทยได้เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นการปกครองแบบรัฐสภา เนื่องจาก พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้บริการราชการแผ่นดินต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ   มิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย

คณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาล ก็มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนได้ หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญของรัฐ ซึ่งมีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎรเลือกตั้งใหม่  โดยในส่วนที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์นั้น ได้บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ผู้ใดจะละเมิดมิได้

นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญใช้ 20 ฉบับประกอบด้วย

1.พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475

2.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม

3.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489

4.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญตุ่มแดง หรือ รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม

5.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492

6.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495

7.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502

8.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511

9.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515

10.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517

11.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519

12.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520

13.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521

14.ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534

15.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534

16.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540

17.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549

18.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

19.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

20.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด มีการแก้ไขแล้ว1ครั้ง เป็นการแก้ไขที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กำหนดให้มีส.ส.ระบบเขต 400 เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ แล้วนำไปหารด้วย 100 ผลลัพธ์ที่ได้คือ คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน 

ผู้เสียหาย กรณีปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย ร้อง ‘ป.ป.ช.’หยุดปฏิบัติหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538341

09 ธ.ค. 2565

ผู้เสียหาย กรณีปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย ร้อง 'ป.ป.ช.'หยุดปฏิบัติหน้าที่

กรรมการ ป.ปช. 2 ราย ถูกผู้เสียหายคดี ปาล์มน้ำมันที่ประเทศ ‘อินโดนีเซีย’ เรียกร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กล่าวหา ช่วยคนผิดให้พ้นโทษ

นิพิฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาและผู้เสียหายในคดีปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซียได้ยื่นหนังสือกล่าวหา นางสาวสุภา ปิยะจิตติ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา กรรมการ  ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวน ว่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ปกปิดซ่อนเร้นพยานหลักฐาน ช่วยเหลือพรรคพวก ไม่ให้ได้รับโทษ พร้อมทั้งคัดค้านให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

นิพิฐให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากที่ได้นำส่งพยานหลักฐานที่สำคัญแห่งคดี  ต่อคณะกรรมการป.ป.ช.หลายครั้งหลายหน แต่มีกรรมการป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวนบางคนได้ ขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยการ ปกปิดซ่อนเร้นพยานหลักฐานที่สำคัญในคดีไม่นำมาเข้าสำนวนและไม่นำมาพิจารณา ทั้งนี้โดยมีเจตนาช่วยเหลือพรรคพวก  และกลั่นแกล้งให้ตนได้รับโทษในทางอาญา ในวันนี้จึงนำส่งพยานหลักฐานที่สำคัญอีกครั้งต่อกรรมการป.ป.ช.รายบุคคล

หนังสือร้องเรียนตรวจสอบการทำหน้าที่ป.ป.ช.หนังสือร้องเรียนตรวจสอบการทำหน้าที่ป.ป.ช.

โดยมีพยานหลักฐานที่สำคัญ อาทิเช่น เอกสารทางราชการของประเทศอินโดนีเซีย ที่บังคับใช้ทั่วราชอาณาจักร และราคาประเมินสวนปาล์มโดยบริษัทประเมินที่จดทะเบียน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่าตนเข้าร่วมลงทุนในโครงการในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดไม่มีความเสียหายใด แต่ความเสียหายเกิดจากการขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด  มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงในการไต่สวน ว่า วิธีการประมูลก่อนขาย ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ว่าบริษัท PT.TAP และบริษัท CIMB (ประเทศไทย) ได้ประเมินราคาทุกโครงการถูกต้องก่อนการขายแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เพราะ บริษัท PT.TAP และบริษัท CIMB (ประเทศไทย) ไม่ได้เป็นบริษัทประเมินราคาสวนปาล์มและไม่ได้จดทะเบียนบริษัทประเมินสวนปาล์มที่อยู่ในรายการ (list) ของ KJPP (Kantor Jasa Penilai Publik) ซึ่งถูกกำกับโดยธนาคารชาติอินโดนีเซียโดยกระทรวงการคลังอินโดนีเซียและไม่ได้จดทะเบียนอยู่ภายใต้ OJK และไม่มีใบอนุญาต STTD การประเมินจึงเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย    การที่บริษัท PT.TAP และบริษัท CIMB (ประเทศไทย)  ซึ่งไม่ใช่บริษัทประเมินทรัพย์สินมาช่วยประเมินทำให้ราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างมาก ทำให้ บริษัท ปตท.กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด และบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ได้รับความเสียหายอย่างมหาศาล

ผู้ดำเนินการประเมินทั้ง 2 บริษัทไม่มีคุณสมบัติเป็น KJPP (Kantor Jasa Penilai Publik) ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้ OJK และไม่มีใบอนุญาตประเมิน STTD ตามกฎหมายอินโดนีเซีย แต่กรรมการป.ป.ช.บางคนกลับนำผลการประเมินของบริษัท PT .TAP และบริษัท CIMB (ประเทศไทย)  มาระบุว่าเป็นการประเมินที่ถูกต้อง

หนังสือร้องเรียนการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.หนังสือร้องเรียนการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.

นิพิฐระบุว่า เขาได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นฟ้องกลุ่มที่ร่วมกันกระทำทุจริตก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ปตท. และ ปตท. กรีนเอ็นเนอร์ยี่ ในโครงการสวนปาล์มในประเทศอินโดนีเซียต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเมื่อปี พ.ศ.2560 รวมทั้งสิ้น 6 คดี  เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ตนเองมิใช่กลุ่มบุคคลที่กระทำการทุจริตในโครงการปาล์มอินโดฯ และทำให้ ปตท. ต้องเสียหาย    แต่ปรากฏว่านางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ผู้รับผิดชอบสำนวนได้มีหนังสือถึงศาลอ้างว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนเป็นเหตุให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมดเพื่อรอผลการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.  แต่กระทั่งปัจจุบันคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ได้เริ่มลงมือไต่สวนข้อเท็จจริงในประเด็นที่ตนได้กล่าวหาและยื่นฟ้องทั้ง 6 คดี

นิพิฐ บอกว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องกล่าวหา และคัดค้านนางสาวสุภา ปิยะจิตติ นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา กรรมการป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวน ว่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ปกปิดซ่อนเร้นพยานหลักฐาน ช่วยเหลือพรรคพวก ไม่ให้ได้รับโทษ และกลั่นแกล้งตนให้ได้รับโทษ ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 , 200  และมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา  172, 177, 180, 183 พร้อมทั้งคัดค้านให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีด้วย

และหากมีการละเว้นปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลผู้ที่ทำให้ ปตท. และ ปตท. กรีนเอ็นเนอร์ยี่ ได้รับความเสียหาย ตนจะฟ้องสำนักงานป.ป.ช.และผู้ที่เกี่ยวข้องเรียกค่าเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท

นายกฯย้ำไม่เคยถูกสอนให้ ‘ทุจริต’ ขอร่วมกันขจัดคอร์รัปชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538335

09 ธ.ค. 2565

นายกฯย้ำไม่เคยถูกสอนให้ 'ทุจริต' ขอร่วมกันขจัดคอร์รัปชั่น

วันต่อต้าน ‘คอร์รัปชั่น’ สากล นายกรัฐมนตรี ขอทุกคนร่วมมือกัน ย้ำ ไม่เคยถูกสอนให้ทุจริต รัฐบาลเอาจริงเอาจังมาตลอด

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี โดยระบุว่าองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล เพื่อให้ประชาคมโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงจากการทุจริต และเพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

ในฐานะประเทศสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ประเทศไทย
ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบตลอดมา รัฐบาลได้ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลขึ้น

เพื่อร่วมกันแสดงจุดยืนพร้อมๆ กับคนไทยทุกภาคส่วน ที่จะไม่ทำ ไม่ทน และไม่เพิกเฉย ต่อการทุจริตอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในวันนี้ แต่จะต้องอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนไทย ทุกๆ คน ในทุกๆ วัน

ปัญหาคอร์รัปชันส่งผลเสียหายต่อประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ TI สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตที่เป็นจุดอ่อนของประเทศไทยที่สำคัญ คือ ปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกรับสินบน ตลอดจนการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน การไม่สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนรวม กับประโยชน์ส่วนตน และความไม่โปร่งใสในการใช้งบประมาณ



การทุจริตจึงเป็นภัยต่อชาติบ้านเมือง ทั้งในการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคือการทำลายภาพลักษณ์ ทำลายความเชื่อมมั่น ในสายตาประชาชนชาวไทย และชาวโลก ซึ่งเราจะต้องไม่ยอมให้การทุจริตเป็นมรดกบาป ตกทอดสู่รุ่นลูก รุ่นหลานอีกต่อไป

รัฐบาลจึงให้ความสำคัญ และผลักดันให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ สร้างกลไกการแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ผลักดันให้มีการบรรจุแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ ลงไปถึงการจัดทำแผนระดับรอง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ช่วยให้ทุกขั้นตอนมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และนานาชาติให้การยอมรับถึงความสำเร็จนี้

นายกฯ กล่าวอีกว่า การทุจริตจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าทุกคนมีจิตใจที่เป็นคุณธรรม ไม่เห็นประโยชน์จากการทุจริต ที่สำคัญเมื่อเป็นใหญ่เป็นโตก็ต้องมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ตามวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่เติบโต พร้อมย้ำถ้าประชาชน สังคม ช่วยกันเฝ้าระวัง ช่วยกันแจ้งร้องทุกข์กล่าวโทษ สิ่งเหล่านี้จะเลิกหายไป 

การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่สามารถแก้ไขได้โดยลำพัง ถ้าทุกคนไม่ร่วมใจกัน ทำให้วันนี้ต้องมาประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อช่วยกันทำให้สังคมเป็นระบบสีขาว ปลอดจากการทุจริต เพื่อความเจริญเติบโตของบ้านเมือง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป



“ผมไม่ต้องการทุจริตอะไรทั้งสิ้น ผมถูกสอนมาว่าไม่ให้ทุจริต ไม่งั้นจะเอาหน้าไปเสนอให้คนมองไม่ได้ วันนี้ดีใจที่ได้พบกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยกันทำ และในฐานะที่รับผิดชอบนโยบาย ขอยืนยันไม่ให้มีการทุจริตเชิงนโยบายโดยเด็ดขาด แต่ถ้ามีอะไรบกพร่องก็ต้องถูกลงโทษ และลงโทษด้วยความเป็นธรรม ไม่มีอะไรสำเร็จได้ ถ้าไม่ร่วมมือร่วมใจกัน”