พรรคประชาชาติชี้ค่าแรง600บาท/วัน ยังต่ำกว่า ‘ค่าครองชีพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538269

08 ธ.ค. 2565

พรรคประชาชาติชี้ค่าแรง600บาท/วัน ยังต่ำกว่า 'ค่าครองชีพ'

เลขาธิการพรรคประชาชาติ หนุนนโยบาย’ค่าแรงขั้นต่ำ’ 600บาทต่อวัน พร้อมยกผลวิจัยชี้ ค่าครองชีพปัจจุบัน 772 บาท/วันแล้ว

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เห็นว่าการเสนอเป้าหมายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน เมื่อถึงปี 2570 ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการยกระดับรายได้ของแรงงานไทยให้สูงขึ้นสอดคล้องกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งที่น่าตกใจคือความคิดของผู้บริหารประเทศ และนายทุนบางคน ที่ไม่ต้องการให้ผู้ใช้แรงงานมีชีวิตรอดให้ใกล้เคียงกับค่าครองชีพของประชาชนที่เผชิญหน้าอยู่ จำนวนเงินค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน ยังต่ำกว่าที่สอดคล้องกับค่าครองชีพจริงของประชาชน

ที่ผ่านมาการปรับค่าแรงขั้นต่ำของไทยแต่ละครั้ง จะเว้นช่วงระยะเวลานานและได้จำนวนน้อย ซึ่งการปรับค่าแรงครั้งใหญ่ 300 บาท/วัน ทั้งประเทศ เกิดขึ้นในวันที่ 1 มกราคม 2556 ระยะเวลาผ่านมา 10 ปี ค่าแรงขึ้นมาเพียงไม่กี่สิบบาทเท่านั้น ในขณะที่ค่าใช้จ่ายคนไทยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยบาทต่อวันเมื่อเทียบช่วงปี 2556

สำหรับแนวทางการปรับค่าแรงขั้นต่ำในอนาคตต้องใช้วิธีค่อย ๆ ปรับขึ้นเรื่อย ๆ ตามอัตราเงินเฟ้อทุกปี เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถรับมือกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ซึ่งหากดูปัจจุบัน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 328-354 บาท/วัน ถือว่าห่างจากตัวเลขที่ควรจะเป็นเกือบเท่าตัว ผลลัพธ์คือคนต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายเลี้ยงชีพ จนสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยล่าสุดปี 2564 มีสัดส่วนถึง 90% ของ GDP หรือ 14.5 ล้านล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นเพียงตัวเลขหนี้ในระบบเท่านั้น ยังไม่นับรวมการกู้หนี้นอกระบบที่เป็นแหล่งเงินของผู้มีรายได้น้อยและทำงานแบบรายวัน

นอกจากนี้การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะเป็นการกระตุ้นให้อุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนจากการใช้แรงงานราคาถูก ไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูงที่ใช้แรงงานทักษะมากขึ้น ได้รับค่าจ้างสูงขึ้น เพราะการใช้แรงงานราคาถูก จะทำให้อุตสาหกรรมไทยยังเป็นอุตสาหกรรมแบบขี้เกียจที่ไม่พัฒนาศักยภาพแรงงานและนวัตกรรมการผลิตให้ดีขึ้น เพราะยังสามารถสร้างส่วนต่างกำไรจากค่าแรงต่ำ เป็นมะเร็งทางเศรษฐกิจที่ทำให้เราห่างไกลจากการพัฒนานวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถพาเราไปสู่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้

เลขาธิการพรรคประชาชาติระบุอีกว่าปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน สาเหตุหลักมาจากค่าแรงไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ในปี 2564 ที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายพื้นฐานคนไทย 1 คน อยู่ที่ประมาณ 17,000 บาท/เดือน (อ้างอิงจากรายงานการศึกษาเรื่องค่าแรงและค่าครองชีพของคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร) หากสัปดาห์หนึ่งต้องทำงาน 5 วัน อย่างน้อยต้องมีรายได้ประมาณ 772 บาทต่อวัน เพื่อให้สามารถมีรายได้เพียงพอต่อ

นอกจากเรื่องค่าแรงต่ำกว่าค่าครองชีพ แรงงานไทยยังเผชิญกับปัญหาเสรีภาพในที่ทํางาน ความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน และความไม่มั่นคงในการทํางาน ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเพื่อให้แรงงานไทยมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่กันไป อย่างแรกคือประเทศไทยต้องทำคือรับอนุสัญญา ILO 87 และ 98 เพื่อส่งเสริมอำนาจต่อรองของแรงงานให้มากขึ้น

‘เพื่อไทย’ วอนภาคธุรกิจอย่ากังวล ขึ้นค่าแรง 600 มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538256

08 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' วอนภาคธุรกิจอย่ากังวล ขึ้นค่าแรง 600 มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ

‘เพื่อไทย’ ยกอดีตเป็นตัวชี้วัด ‘ขึ้นค่าแรง’ สำเร็จ ธุรกิจเติบโต จ้างงานเพิ่มขึ้น ขอผู้ประกอบการอย่ากังวล ย้ำชัดเตรียมแผนพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ทั้งระบบแล้ว

หลายฝ่ายออกมาวิจารณ์นโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” 600 บาท ของพรรคเพื่อไทย อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศ


เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. นายจักรพงษ์ แสงมณี กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านยกเครื่องเศรษฐกิจ กล่าวว่า การประกาศนโยบายทั้ง 10 ข้อ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มีวิธีการที่จะทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นปีละ 5% เศรษฐกิจจะเติบโตทั้งระบบอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมหลักการทำงาน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ทุกคนได้ประโยชน์ ยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ ทุกนโยบายเราคิดถึงทุกภาคส่วนและทราบดีว่าผู้ประกอบการต้องการยอดขายสูงขึ้น ต้นทุนไม่สูงเกินกว่าความจำเป็น และเข้าใจดีถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจทุกขนาดว่า ภาคธุรกิจกำลังแบกรับปัญหา ยอดขายไม่เพิ่มขึ้น มีแต่ลดลง ต้นทุนพลังงาน ค่าสาธารณูปโภคสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า เพราะรัฐบาลบวกภาระภาษีเข้าไปในอัตราสูง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ผู้ประกอบการรายกลาง-รายเล็กต้องจ่ายสูงกว่าอัตราที่ควร 

นายจักรพงษ์ถามกลับไปที่รัฐบาล ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมกับผู้กู้รายกลางและรายเล็กหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยที่รายใหญ่จ่ายอยู่ จึงสร้างความกังวลให้ผู้ประกอบการ ว่าการเพิ่มขึ้นของค่าแรงในอัตราที่พรรคเพื่อไทยเสนอนั้นเป็นภาระหนักหนา 

นอกจากนี้ยังมั่นใจว่า สามารถบริหารเศรษฐกิจให้เติบโต อย่างมีวินัยทางการเงินการคลัง พิสูจน์ผลงานมาแล้วในอดีต และตนก็เคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหรือรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ตลาดภายในประเทศหรือตลาดส่งออก

รวมถึงเคยผลักดันให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ จาก 212 บาทเป็น 300 บาท และอัตราเงินเดือนปริญาตรี  15,000 บาท เมื่อปี 2555 อย่างเป็นผลสำเร็จด้วยดี แม้ขณะนั้นประเทศไทยเพิ่งจะเผชิญกับมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 แต่ผู้ประกอบการต่างเติบโตและจ้างงานเพิ่มขึ้น อัตราการว่างงาน ลดจาก 0.7 เหลือ 0.6 ในปีถัดไป 

“ขอให้มั่นใจว่า เราจะทำให้ผู้ประกอบการเข้มแข็ง ลดภาระที่ไม่จำเป็นลง สามารถจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้กับคนที่ทำงานให้ผู้ประกอบการได้อย่างไม่ลำบากยากเย็น”  นายจักรพงษ์กล่าว

สหภาพแรงงาน โตโยต้า หนุน ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’ 600 บาท/วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538260

08 ธ.ค. 2565

สหภาพแรงงาน โตโยต้า หนุน 'ค่าแรงขั้นต่ำ' 600 บาท/วัน

ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท/วัน สอดรับกับสภาพความเป็นจริง สหภาพแรงงานโตโยต้า เชื่อ ‘เพื่อไทย’ ทำได้ ไม่มีใครต้องเดือนร้อน

ปิยรัชต์ สมาทา ประธานสหภาพแรงงานโตโยต้า พร้อมด้วยสมาชิกผู้ใช้แรงงาน ร่วมให้กำลังใจพรรคเพื่อไทยซึ่งได้ประกาศวิสัยทัศน์ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท และเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 25,000 บาท ภายในปี 2570 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา  โดยมีนายสุธรรม แสงประทุม  ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนผลงานและนโยบายของพรรคเพื่อไทย และคณะให้การต้อนรับ

สหภาพแรงงานโตโยต้า หนุนค่าแรง 600 บาท/วันสหภาพแรงงานโตโยต้า หนุนค่าแรง 600 บาท/วัน

ประธานสหภาพแรงงานโตโยต้า  บอกว่า  ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพี่น้องแรงงานไทยในหลากหลายองค์กร  พบว่าพี่น้องแรงงานไทยต้องการให้ปรับค่าแรงให้มีความสมดุลกับค่าครองชีพ  เพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิตได้โดยปกติ สามารถดูแลครอบครัวได้ 

การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท  ไม่ได้เกินเลยกำลังของนายจ้าง หรือผู้ประกอบการ  และพรรคการเมืองที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล  พี่น้องชาวแรงงานมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า  ธุรกิจต้องมีกำไรจึงจะทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้   ภาครัฐเอง ซึ่งเป็นส่วนกลางในการนำเสนอนโยบายที่ดีก็จะมีมาตรการรองรับด้วย จึงขอให้กำลังใจคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยในการผลักดันนโยบายนี้เมื่อสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนการที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ภาคส่วนต่างๆ ที่มีความห่วงใยว่าการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจทำให้โรงงานต้องย้ายฐานการผลิต และไม่จูงใจนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามานั้น  หากมองในทางเศรษฐกิจ  ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท  ในขณะนั้นทุกภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้  ส่วนหนึ่งคือเพราะนโยบายภาครัฐ มีความสอดรับสนับสนุนกัน  ทำให้ภาคธุรกิจเดินต่อไปได้ จนสามารถปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สามารถแข่งขันกับตลาดในประเทศและตลาดเพื่อการส่งออก   เพราะต้นทุนค่าแรงคิดเป็นต้นทุนทางธุรกิจอยู่ที่ 10% เท่านั้น 

หากคุณภาพชีวิตของลูกจ้างปรับตัวดีขึ้นเพราะค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เป็นการมองในเชิงเดี่ยว  แต่หากมองในเชิงมหภาค การปรับขึ้นค่าแรงจะช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจได้หลายรอบ เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยได้เตรียมนโยบายสำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กพื่อให้เดินต่อไปได้แน่นอน

ด้านประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนผลงานและนโยบายของพรรคเพื่อไทย มั่นใจว่าการประกาศวิสัยทัศน์ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทนั้น พรรคเพื่อไทยเรามีความมั่นใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ไปได้อย่างมั่นคง เมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทย ประกาศนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 70,000 แห่ง  สามารถดำเนินการได้จริง  เม็ดเงินลงสู่หมู่บ้านโดยตรงถึงมือประชาชนโดยไม่มีเบี้ยบ้ายรายทาง  รวมทั้งโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค  เป็นต้น ทั้งสองนโยบายยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้  และอยู่ในใจพี่น้องประชาชน  นโยบายเหล่านี้ต้องได้รับการปฏิบัติ  สังคมจะก้าวหน้าและดีกว่าที่เป็นอยู่

“ค่าแรงขั้นต่ำที่ 600 บาทและเงินเดือนผู้จบปริญญาตรี 25,000 บาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายเท่านั้น พรรคเพื่อไทยหากดำเนินนโยบายแล้วทำครบกระบวนการ  ไม่ใช่ปลูกแล้วทิ้ง  ปลูกแล้วใส่ปุ๋ยดูแล  เอาคนมาช่วย แปรรูปผลผลิตมาเป็นมูลค่าเพิ่ม  ส่งออกไปตามตลาดที่ต้องการ  ทุกส่วนเราทำแล้วไม่ได้ทำแต่ปาก  พี่น้องแรงงานไทยมีครอบครัวที่ต้องดูแล เกิด แก่ เจ็บ ตาย เช่นมนุษย์ทุกคน เจ็บป่วยต้องได้รับการดูแล มีลูกต้องได้รับโอกาส ทุกชีวิตต้องมีเกียรติอย่างเท่าเทียม”

ประธานสภา ชี้กฎหมายสำคัญผ่านได้ ถ้าไม่มีปัญหา’องค์ประชุม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538246

08 ธ.ค. 2565

ประธานสภา ชี้กฎหมายสำคัญผ่านได้ ถ้าไม่มีปัญหา'องค์ประชุม'

‘ชวน หลีกภัย’ ขอฝ่ายบริหาร กำชับสมาชิกเข้าร่วมประชุมสภา เพื่อผ่านกฎหมายสำคัญ เชื่อกฎหมายลูกเลือกตั้งไม่มีปัญหา

ชวน หลีกภัย ประธานสภา แถลงข่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง และ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ได้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา และตามกระบวนการของกฎหมายนายกรัฐมนตรีมีเวลา 5 วัน ก่อนที่จะนำร่างเข้าสู่กระบวนการประกาศบังคับใช้ 

ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา

ร่างกฏหมายที่มีความจำเป็นและสำคัญที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ เช่น ร่าง พ.ร.บ. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือ ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ ว่า เป็นเรื่องด่วน ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ส่งมา รวมถึงร่างกฏหมายฉบับอื่นอีกกว่า 10 ฉบับ โดยย้ำว่าหากรัฐบาลต้องการให้กฎหมายผ่านต้องดูแลเรื่ององค์ประชุมเพราะไม่เช่นนั้นจะไปไม่ถึง แต่ก็เชื่อเวลาที่เหลือของสภา 2 เดือน นั้นเพียงพอ หากองค์ประชุมไม่มีปัญหา 
 

ในวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม ได้นัดประชุมนัดพิเศษ จากนั้นก็จะไม่ได้นัดประชุมวันศุกร์ไปจนถึงช่วงปีใหม่ และจะหารือวิป ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเคลียร์วาระการพิจารณา โดยในเรื่ององค์ประชุมนั้นตนได้ปรึกษานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ในฐานะรัฐบาล ให้ขอเป็นคนกลางประสานพรรครัฐบาล ขอความร่วมมือร่วมการประชุมสภาฯ เพราะการประชุมสภาเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย

แต่กลไกระบบนี้รัฐบาลเสียงข้างมากต้องคุมเสียงให้สภาฯพิจารณาไปได้ โดยอยากให้แจ้ง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแต่ละพรรคแจ้งสมาชิกเข้าประชุม พร้อมย้ำขอความร่วมมือทุกฝ่าย ในการให้ความร่วมมือการประชุม เพราะเวลาเป็นของมีค่า ที่จะใช้ระยะเวลาที่เหลือทำงานด้านกฎหมายให้ประชาชน โดยหวังได้รับความร่วมมือระดับดีกว่าที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมา ยอมรับว่าทำให้องค์ประชุมครบได้ยาก

สมัยประชุมสภาจะจบในวันที่ 28  กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งตอนนี้ ญัตติ อภิปรายทั่วไปมาตรา152 ของฝ่ายค้านก็ยังไม่ได้เสนอมา จึงต้องเผื่อเวลาให้ส่วนนี้ด้วย การที่องค์ประชุมสภาล่มบ่อยในช่วงนี้ ไม่ใช่เกมการเมืองในสภาเพื่อยื้อร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง  แต่เป็นเรื่อง ที่ฝ่ายค้านไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการโหวตมาตรา 9/1 ร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น  

ประธานสภายอมรับว่ากรณีสภาล่มวันที่ 7 ธันวาคมนั้น ตัวเองก็ลืมกดบัตรแสดงตนเช่นกัน แต่ขอสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่าย่อท้อเพราะเชื่อว่ายังมีเวลาเพียงพอที่จะทำงาน และในสัปดาห์ต่อๆไปขอให้รับผิดชอบมาร่วมประชุม 



“สภายุคนี้ต่างจากสมัยก่อนที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในฐานะเสียงข้างมาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีเลย ผู้ใหญ่ที่เป็นหลักในสภา หมายถึงผู้บริหารระดับสูง ไม่มีนายกรัฐมนตรี ไม่มีรองนายกรัฐมนตรี มอบแต่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาดูแล ซึ่งก็ดูแลไม่ทั่วถึง ในสภาฯ

ขณะนี้จึงต้องทำหน้าที่กันเอง ประธานสภาและรองประธานสภาต้องหารือกันเองแทนที่จะเป็นฝ่ายบริหารเข้ามาดูแล ก็ทำให้ไม่เหมือนสมัยก่อน โดยหวังว่าเมื่อแจ้งนายวิษณุ ไปแล้วจะแจ้งต่อนายกรัฐมนตรีรับทราบเพื่อให้เรียกหัวหน้าพรรคทั้งหลายมาหารือว่าแต่ละพรรคต้องกำชับลูกพรรค” นายชวนกล่าว

นับถึงวันที่ 8 ธันวา เฉพาะปี 2565 ‘สภาล่ม’ 13 ครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538242

08 ธ.ค. 2565

นับถึงวันที่ 8 ธันวา เฉพาะปี 2565  'สภาล่ม'  13 ครั้ง

เปิดสถิติ ‘ประชุมสภา’ เฉพาะปี2565 รัฐบาลไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ตลอดรอดฝั่ง ทำให้เกิดปัญหาสภาล่ม มาแล้ว 13 ครั้ง

นับจากเปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นมา รัฐบาลเผชิญปัญหาองค์ประชุมสภาไม่ครบ เฉพาะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว4 ครั้ง แต่หากนับตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงวันที่ 8 ธันวาคม ประชุมสภาและประชุมร่วมรัฐสภา ประสบปัญหาสภาล่มมาแล้ว13 ครั้ง  โดยมีรายละเอียดดังนี้

19 ม.ค. 2565 ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ก.ย.ศ.
21 ม.ค. 2565 พิจารณารายงานขุดคลองไทย 
2 ก.พ. 2565 พิจารณาร่าง พ.ร.บ. สรรพาสามิต
4 ก.พ. 2565 พิจารณารายงานการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง 
10 ก.พ. 2565 ฝ่ายค้านเสนอญัตติขอนับองค์ประชุม หลังที่ประชุมสภาฯ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2565 เสร็จสิ้นแล้ว ปรากฎมีองค์ประชุม เพียง 227 เสียง ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม 237 เสียง
15 ก.ย. 2565 ระหว่างพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาฯพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตามที่สภาฯมีมติในการออกเสียงประชามติ

ในสมัยประชุมปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2565 เป็นต้นมา องค์ประชุมก็ล่มไม่เป็นท่าอีกครั้ง

ประเดิมครัั้งแรกเมื่อ 3 พ.ย. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่2) เป็นพิเศษ ระหว่างรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่

23 พ.ย. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่2)
ระหว่างวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. …ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 

1 ธ.ค. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ..

และล่าสุด สดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น มีการขอตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แสดงตนซ้ำทำให้องค์ประชุมไม่ครบ

นอกจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การประชุมร่วมรัฐสภา ก็เผชิญปัญหาสภาล่มมาแล้ว 3 ครั้งคือการประชุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2565 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ

10 ส.ค. 2565 องค์ประชุมรัฐสภาล่มอีกครั้ง ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

และการประชุมเมื่อ15 ส.ค. 65  ขณะที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง  ส.ส. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 2

การรักษาองค์ประชุมเป็นมาตรวัด เสถียรภาพของรัฐบาลหากเกิดความร้าวฉานกัน การคุมเสียงในสภาจะยากลำบากมากขึ้น ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางนี้โจมตีฝ่ายรัฐบาล

ฝ่ายรัฐบาลจะให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการประชุมก็ต่อเมื่อมีร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเข้าสภา เพราะหากร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ผ่านสภา หรือมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วย เป็นธรรมเนียมทางการเมืองว่าคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก

สร้างอนาคตไทย ไม่ตกขบวนนโยบาย ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538232

08 ธ.ค. 2565

สร้างอนาคตไทย ไม่ตกขบวนนโยบาย 'ค่าแรงขั้นต่ำ'

เสนอปรับค่าแรงขั้นต่ำ ตามประสิทธิภาพ การทำงานแทนการปรับตามค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ ‘สร้างอนาคตไทย’ เชื่อ เป็นวิธีที่ยั่งยืน

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย แสดงความเห็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำผ่านเฟสบุ๊ค มีเนื้อหาว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ภายใต้ความสมดุลใน 2 ประเด็นหลัก คือ ปรับเพื่อให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพสอดคล้องกับต้นทุนค่าใช้จ่ายการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

และการปรับขึ้นค่าแรงต้องไม่กระทบกับผู้ประกอบการ เนื่องจากวันนี้ในภาพรวมผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอียังไม่หายบาดเจ็บจากโควิด และเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะฟื้นตัว

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย

อุตตม บอกว่า จำเป็นต้องใช้ระบบกำหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแบบใหม่ จากเดิมที่พิจารณากำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพในแต่พื้นที่จังหวัด  เปลี่ยนเป็นการกำหนดค่าแรงที่ยึดเอาประสิทธิภาพของแรงงานเป็นหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์ความเป็นไปในสถานการณ์ปัจจุบัน และการพัฒนาประเทศในโลกอนาคตมากกว่า

หากเป็นประเภทแรงงานเข้มข้นหรือแรงงานที่ไม่มีทักษะก็กำหนดค่าแรงอัตราหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้ในคุณภาพชีวิตที่ดีพอ แต่หากเป็นแรงงานที่ต้องใช้ทักษะเพิ่มก็ควรได้รับอัตราค่าแรงที่สูงกว่า ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะต้องมีมาตรการยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้แรงงานขั้นพื้นฐานสามารถยกระดับขึ้นไปขั้นที่สูงกว่า ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับของประเทศสิงคโปร์

ตัวอย่างอาชีพแม่บ้านที่นั่นหากเป็นแม่บ้านทั่วไปก็จะได้ค่าแรงราคาที่ต่ำกว่าแม่บ้านที่ทำงานสถานที่บริการหรือในสถานที่ราชการ เพราะถือว่าต้องใช้ทักษะการบริการด้วย และควรปรับโครงสร้างรายได้แรงงานในระดับมีการศึกษาสูง เช่น อนุปริญญา ปริญญาตรี ซึ่งถือเป็นกลุ่มหัวขบวนในการพัฒนาประเทศ

วันนี้ประชากรในวัยแรงงานของไทยมีประมาณ 38 ล้านคน แบ่งเป็นภาคบริการและการค้า 18 ล้าน ภาคเกษตร 10 ล้าน และภาคการผลิตอุตสาหกรรม 10 ล้าน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) นับเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ จึงควรได้รับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และส่งเสริมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างเต็มที่

การปรับแนวคิดวิธีกำหนดค่าแรงขั้นต่ำแบบยึดประสิทธิภาพแรงงาน นอกจากจะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อผู้ใช้แรงงานเองแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มีความเข้มแข็งขึ้นด้วย เป็นการสร้างสมดุลทั้งด้านแรงงานและผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศทั้งระบบ

เปิดใจ “เสี่ยเฮ้ง” พร้อมหนุนลุงตู่รับศึกใหญ่ ชนแลนสไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538223

07 ธ.ค. 2565

เปิดใจ "เสี่ยเฮ้ง" พร้อมหนุนลุงตู่รับศึกใหญ่ ชนแลนสไลด์

จาก กระแสข่าวยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรค พปชร. เพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) วันนี้ “เสี่ยเฮ้ง” มาตอบ ทำไมถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่

กระแสข่าวยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรค พปชร. เพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) วันนี้ “เสี่ยเฮ้ง” หรือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการ คมชัดลึก ช่องเนชั่นทีวี ที่ดำเนินรายการโดย นาย วราวิทย์ ฉิมมณี ในหัวข้อ ทำไมถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่แน่ๆ มีที่มาเบื้องลึกอย่างไร โดยรายละเอียดมีดังนี้

ทำไม “เสี่ยเฮ้ง” ถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่แน่ๆ มีที่มาเบื้องลึกอย่างไร ?

กล่าวว่าในตอนนี้ผมต้องแสดงความชัดเจน ถ้าเกิดผมอยู่อย่างนี้โดยไม่แสดงอะไรเลย แล้วเกิดเป็นไปตามข่าวจริงๆ มันจะทำให้คนไม่สบายใจ ผมเองกับลุงตู่ลุงป้อม รักเหมือนกัน มีบุญคุณกับผมมากๆทั้งคู่ แต่ถ้าให้เลือก ผมห่วงลุงตู่มากกว่า เพราะลุงป้อมมีองคาพยพเก่งๆเยอะ เป็นหัวหน้าพรรคมาหลายปี ไม่มีใครหลอกท่านได้ รู้บริบทการเมืองหมดแล้ว แต่ถ้านายกเป็นไปตามข่าวออกจากพรรคจริง ผมพักตัวเองมาอยู่ในจุดสูญญากาศก่อนดีกว่า ถ้านายกไปจริงผมก็ไป

แล้วท่านนายกจะรออะไร ?

บางทีมันเป็นเรื่องของข้อกฎหมายและมารยาททางการเมือง แบบผมงี้มันไม่เป็นไร แต่แบบลุงตู่ ลุงป้อมก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมายาวนานและยังมีกันอยู่ จะแสดงตัวแบบชัดๆตอนนี้มันก็ยังไม่ใช่เวลา อันนี้ผมคิดแทนท่านนายกนะ

ตัว “เสี่ยเฮ้ง” ไม่กังวล แต่นายกไม่กังวลเหรอถ้ามันไม่มาตามเป้าหมายที่คาดคิดไว้การจะไปบ้านหลังใหม่แต่เสียงไม่มากพอ

ท่านก็ตัดสินใจอยู่ มันเป็นเรื่องที่กระทบกับตัวท่าน ผมก็รอท่านอยู่ ผมพร้อมจะไปกับท่านอยู่แล้ว ถ้าท่านอยุ่ที่เดิม ผมก็อยู่ที่เดิม เค้าไปไหนผมไปด้วย นอกจากเค้าไม่เอาผม 

เคยบอกท่านนายกให้พอจากตำแหน่งไหม ?

ผมพูดไปก็เหมือนอวยนายก คนรักลุงตู่เยอะมากๆ พลังเงียบ ฉะนั้นผมไม่เคยบอก

สุดท้ายถ้าครั้งนี้มันไม่เป็นไปตามหวัง ห่วงนายกไหม ?

ถ้าไม่เป็นไปตามหวังก็ต้องไปด้วยกันหมด การเลือกตั้งแพ้หรือชนะเป็นเรื่องของประชาชน 

Banpu NEXT and PlanetComm team up to expand smart safety platform

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/more/pr-news/40022888

Banpu NEXT and PlanetComm team up to expand smart safety platform

Banpu NEXT and PlanetComm team up to expand smart safety platform

THURSDAY, DECEMBER 08, 2022

Smart energy provider Banpu NEXT has signed a memorandum of understanding with digital technology provider PlanetComm to jointly expand its smart safety platform.

The platform provides data analytics and energy management solutions and numerous other features to help businesses improve security and performance. It also provides users with swift updates about developments in Thailand’s digital economy.

Thailand has seen an increase in both Thai and international tourists following the country’s reopening starting from the middle of this year.

At the same time, the country is heading towards the development of Smart City. Recently, the government has approved a total of 30 locations in 23 provinces as designated Smart Cities and is pushing for Smart City development, resulting in the rising demands for smart city technology and solutions. These technology and solutions are key for 7 Smart City development areas which are Smart Environment, Smart Energy, Smart Economy, Smart Living, Smart Governance, Smart People and Smart Mobility.

Banpu NEXT and PlanetComm are therefore committed to driving forward the use of digital platform for city management especially in terms of safety, not to mention making the city more livable and boosting the country’s economy

Mr. Sinon Vongkusolkit, Chief Executive Officer of Banpu NEXT Co., Ltd., said, “Banpu NEXT and PlanetComm share a similar business vision to use high-performance solutions and expertise from each organization in support of Thailand’s Smart City development and to promote digital economy. 

The success of Phuket Smart City is a solid proof of a long-term strategic partnership between Banpu NEXT and PlanetComm in response to the expansion of Smart City across the country. The collaboration will enhance the capability of each organization to offer good and helpful solutions for people in the society and to serve as a much-needed assistance for the sustainable development of Smart City.”

“With that said, Banpu NEXT introduces “Smart Safety Platform”, an end-to-end security solution that connects and allows seamless operations between hardware, software, and digital platform. Importantly, data collected by the Smart Safety Platform will be analyzed and processed by AI and IoT and will be sent to War Room in real-time for officials’ planning and management via both website and mobile application.

Mr. Prapat Rathlertkarn, Chief Executive Officer of Planet Communications Asia PLC., said “PlanetComm has offered technology and hardware system in support of city development in various areas. One of the flagship projects is Phuket Smart City which is carried out in partnership with Banpu NEXT. We incorporated our safety devices and Banpu NEXT’s Smart Safety Platform for the improvement of Thalang Road and Rommanee Alley, Phuket City Municipality and Laem Phromthep to be safer and much more livable.

“We are confident that the platform will help with the development of smart city in various locations given its customizable features and ability to fix pain points”. Mr. Sinon concluded.

Festive Feast in the City at Avani Sukhumvit Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/more/pr-news/40022871

Festive Feast in the City at Avani Sukhumvit Bangkok

Festive Feast in the City at Avani Sukhumvit Bangkok

THURSDAY, DECEMBER 08, 2022

Bangkok, December 6, 2022: Make Christmas & New Year’s festivities a breeze by taking the families and loved ones out for a festive feed. Check in and be merry with us at the Greenhouse Restaurant and Terrace of the Avani Sukhumvit Bangkok Hotel (directly accessible from BTS On Nut station exit 3).

Nothing beats a great Christmas meal with great drink. Our culinary delights and many delectable festively inspired desserts awaits you. A roasted turkey, an oyster bar, fresh seafood on ice, a wide selection of meat and seafood, and live cooking station are among them. A live band and Christmas carols are planned to round out your special evening.

Continue to welcome those who are looking forward to enhancing the end-of-year celebration with delectable cuisine. An oyster bar, pan-seared foie gras, fresh seafood on ice, a cheese and coldcuts selection, a BBQ on the terrace with lamb, beef, and seafood, and a live cooking station with BBQ duck, soft shell crab curry, steamed black crab, and sweet treats are among the delectable dishes created by our Executive Chef. Your dinner will be complete with an entertaining live band and DJ.

As the countdown begins, toast to a new beginning on the sky-high terrace with our free-flow drinks. Share joy and best wishes with loved ones for a fantastic start to the new year. Come and enjoy the magic of the season with your family and friends over delicious food and a wide range of exciting events, sparkling entertainment, and fun things to do all throughout the holiday season, no matter what your holiday traditions are or what kind of food you like. We promise to make your Christmas and New Year’s Eve unforgettable.

The choice of time and price for each celebration is shown below.

Christmas Eve Dinner
December 24, 2022 – : 6:00 p.m. – 10:00 p.m. 

-THB 1,250++ per person for buffet dinner*
-THB 1,850++ per person for buffet dinner with free-flow drinks*

Christmas Day Lunch
December 25, 2022: Noon – 3:00 p.m. 
– THB 1,150++ per person for buffet lunch*
– THB 1,750++ per person for buffet lunch with free flow drinks*

New Year’s Eve Dinner
Saturday, December 31, 2022: 6:00 p.m. – 10:00 p.m.

– THB 1,850++ per person for buffet dinner*
– THB 2,450++ per person for buffet dinner with free flow drinks*

New Year’s Eve Countdown
Saturday, December 31, 2022: 10:00 PM – Midnight
-THB 999++ per person for 2-hour free flow drinks*

Remark: *The rates are subject to a 10% service charge and applicable 7% government tax

Children under the age of 12 receive a 50% discount. Get a 20% discount on food only for groups of six or more (excluding children). Early bookings and payments received before December 18, 2022 will receive a 20% discount off the original price!

For more information about the food and beverage menu, as well as reservations, visit https://mhg.to/zmgm7 or call 02-079-7555.

Vaccines losing race against new Omicron mutants in Thailand: Dr Yong

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/health-wellness/40022875

Vaccines losing race against new Omicron mutants in Thailand: Dr Yong

Vaccines losing race against new Omicron mutants in Thailand: Dr Yong

THURSDAY, DECEMBER 08, 2022

The Covid-19 virus is mutating so quickly that new vaccines cannot keep up, leading virologist Dr Yong Poovorawan warned on Thursday.

Writing on Facebook, Yong explained that the Omicron variant that was dominant at the start of the year had since mutated from BA.1 to BA.2, BA.4, BA.5 and BA.2.75 subvariants, respectively.

BA.2.75 has become the dominant strain in Thailand over the past two months, overtaking BA.5 which accounted for most cases in June, he added.

BA.2.75 has sent daily Covid infections in Thailand soaring to over 700 per day in the past week.

However, Yong expects BA.2.75 to be replaced as Thailand’s dominant strain by Omicron BQ.1 and BQ.1.1 subvariants spreading from the West.

“The mutation is happening over time,” he said, adding that genetic changes are occurring too quickly for vaccines to keep up.

Yong also said that the protection offered by second-generation vaccines targeted at Omicron strains was no higher than first-gen vaccines.

But Covid-19’s severity would drop as awareness and immunity in Thailand rise, he added.

He also expects the Covid situation to improve once new antiviral drugs are rolled out.

Related stories: