‘เฉลิมชัย’มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงาน ปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696678

'เฉลิมชัย'มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงาน ปี 66

‘เฉลิมชัย’มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงาน ปี 66

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

“เฉลิมชัย”มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงาน ปี 66 ย้ำนโยบายหลัก 15 เน้นทำงานเชิงรุก สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ส่วนนโยบายการหาเสียงเพื่อไทยด้านเกษตรฯไม่ขอวิจารณ์ วอนสังคมใช้วิจารณญาณกันเองว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่การแบ่งงานให้ รมช.มอบปลัดดูแล ยืนยันมอบเพียงให้กำกับแทน ย้ำไม่เคยมีปัญหา ย้ำนักการเมืองทุกคนในกระทรวงเกษตรมีความสุข

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2566 ว่า ได้มีการเน้นย้ำนโยบายหลัก 15 ด้าน ได้แก่ 1) นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” 2) การสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก 3) การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start Up 4) การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) 5) การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC)

6) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร 7) การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 8) การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม 9) การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 10) การประกันภัยพืชผล 11) การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน 12) การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน 13) การวิจัยและพัฒนา 14) การพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ข้อมูลพื้นที่ระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 15) การประกันรายได้

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลักยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบาย โดยให้ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งในเรื่องขอยุทธศาสตร์เกษตร 4.0 ซึ่งในยุคต่อไป 4.0 คงจะไม่พอจึงต้องนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัย เพื่อนำมาลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร และบูรณาการการทำงานทั้งภายในกระทรวง หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ที่สำคัญตั้งใจที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร โดยจะต้องสร้างเครื่องมือและสร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรด้านการเกษตรและบุคลากรด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันยังเน้นย้ำในเรื่องการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนเครดิต ซึ่งทุกหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผนว่าจะให้เกษตรกรเดินหน้าอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขระดับโลก ซึ่งจะต้องปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะส่งออกสินค้าเกษตรได้ อีกทั้งขอให้ทุกหน่วยงานมีการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆอาทิการนำนโยบายรัฐบาล BCG Model ไปสู่การปฏิบัติด้านเกษตรปลอดภัย จะทำอย่างไรให้เกษตรกรปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจของการผลิต และเป็นนโยบายแรกที่มุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างเข้มข้นการผลักดันค่าตอบแทนให้อาสาสมัครเกษตร การบริหารจัดการน้ำที่ดี การใช้น้ำอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด การแนะนำพืชเศรษฐกิจใหม่ๆ เกษตรกร
 การคาดการณ์ตลาดโลก ตลาดผู้บริโภคในอนาคต การตั้งเป้าหมาย “เป็นครัวของโลก” ต้องมีแหล่งผลิตอาหารที่เพียงพอสำหรับคนและสัตว์ ส่งเสริมการปลูกสำหรับอาหารในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าโดยตนอยากเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปลี่ยนเป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ให้ภาคการเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศด้วย และได้ฝากให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อนำนโยบายดังกล่าวไปเป็นแนวทางไปปฏิบัติ โดยขอให้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

ขณะเดียวกัน นายเฉลิมชัย กล่าวถึงกรณีหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดแคมเปญรณรงค์เลือกตั้ง 16 นโยบาย พลิกฟื้นประเทศในปี 2570 ว่าเรื่องดังกล่าวประชาชนต้องใช้วิจารณญาณกันเองว่ามีความเป็นไปได้มากน่อยแค่ไหน ในฐานะเลขาธิการพรรตประขาธิบัตย์ ในส่วนของพรรค ก็มีนโยาบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรโดยรวม และทำงานมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 – 4 ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่า ทางพรรคไม่มีนโยบายเอาข้าวกล่องให้ประชาน แต่จะเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรเป็นหลัก ส่วนเรื่องการนำระบบ AI ทางพรรคเองก็ทำมาแล้วกว่า 3 ปี ที่ใช้นวรรตกรรมทางการเกษตรเข้ามาใช้ และไม่ใช่เรื่องแปลก

“ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเรื่องนี้เราทำมากว่า 3 ปีแล้ว และทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องม็อบที่ไม่พอใจเรื่องราคาข้าว ที่ผมเห็นทั่วไปตอนนี้ เห็นว่าขาวนามีความสุขในเรื่องราคาข้าวที่ได้รับเงินที่ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ตอนนี้ชาวนาก็รับไปเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ผมได้มีการแกนนำตัวแทนชาวนาทุกกลุ่ม หากมีปัญหาก็พร้อมรับฟัง” นายเฉลิม ชัยกล่าว

นอกจากนั้น นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงเรื่องการแบ่งงานให้กับ รมช.คนใหม่ ด้วยว่า ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคนใหม่ไปดูในส่วนของรายละเอียดทั้งหมด และจะมอบหมายตามความเหมาะสมต่อไป โดยการมอบงานเป็นการมอบงานไปปฎิบัติราชการแทนเท่านั้น ส่วนการบริหารราชการเป็นเรื่องของรัฐมนตรีโดยตรง ทุกกระทรวงก็บริหารในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ความรับผิดชอบเป็นเรื่องการอำนาจรัฐมนตรีตามกฎหมาย ซึ่งเวลามีปัญหา กระทรวงโดนฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็โดนฟ้องเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนการมอบหมายคือการมอบให้ไปทำหน้าที่แทนของกรมนั่นๆ เท่านั้นเอง อย่าไปให้มุมมองเป็นเรื่องการเมือง นักการเมืองมาทำงานในส่วนกระทรวงเกษตรฯ ทุกคนมีความสุข ไปเช็คดูได้เลย เป็นกระทรวงเดียวที่มีความสุขมากที่สุด กระทรวงเดียวในรัฐบาลนี้

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการข้าวได้ดำเนินงานสอดรับกับนโยบายของท่าน ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ ได้รับมาตรฐานสากล และที่สำคัญคือกระบวนการผลิตข้าว ที่ไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ทำให้ได้ข้าวที่ดีมีคุณภาพ ปลอดสารพิษ ดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้การตลาดนำการเพาะปลูก ภาคีโรงสีเข้ามารับซื้อข้าวในราคาที่เหมาะสม ตามนโยบาย BCG Model ที่ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการเพาะปลูก มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ กรมการข้าวยังได้ดำเนินงานในเรื่องของการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพจากกรมการข้าวทั่วประเทศ โดยเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร สามารถนำเมล็ดพันธุ์ข้าวมาแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศ เพื่อให้ชาวนาได้มีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับการเพาะปลูกและขยายพันธุ์ และยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลดได้ต่อไปในอนาคต

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มอบโล่พระราชทานกรมพระศรีสวางควัฒนฯ แก่หน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696724

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มอบโล่พระราชทานกรมพระศรีสวางควัฒนฯ แก่หน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ประจำปี 2565

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มอบโล่พระราชทานกรมพระศรีสวางควัฒนฯ แก่หน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ประจำปี 2565

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

7 ธันวาคม 2565 : ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดพิธีมอบรางวัลศรีสวางควัฒน โล่พระราชทาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี แก่หน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ประจำปี 2565 โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารและบุคลากรจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับรางวัลศรีสวางควัฒน เข้าร่วมแสดงความยินดี ณ ชั้น 1 ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โครงการรางวัล “ศรีสวางควัฒน” เป็นรางวัลที่เกิดจากการดำเนินงานร่วมกันระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในการสืบสานพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งในทุกท้องถิ่นห่างไกลให้มีโอกาสเข้าถึงการบริบาลด้านสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล โดยส่งเสริมให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ พัฒนาการบริการที่มีประสิทธิภาพแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกถิ่นฐาน และดำเนินการสรรหาหน่วยงานสาธารณสุขดีเด่นที่เป็นหน่วยงานแห่งการอุทิศตนในการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ อุตสาหะและทุ่มเท สมควรได้รับการยกย่องและเชิดชู เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ เชิดชูคุณค่าเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของบุคลากรสาธารณสุขในหน่วยงานนั้น ๆ ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขให้แก่หน่วยงานอื่น ๆ ทั่วประเทศ

สำหรับพิธีมอบรางวัล “ศรีสวางควัฒน” ประจำปี 2565 นี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยมีหน่วยงานที่ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล จำนวน 4 หน่วยงาน ใน 3 ระดับ ดังนี้

1. รางวัลหน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ระดับโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน 2 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด และโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี

2. รางวัลหน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ระดับโรงพยาบาลชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร

3. รางวัลหน่วยงานสาธารณสุขดีเด่น ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสวน จังหวัดชลบุรี

ซึ่งทั้ง 4 หน่วยงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นหน่วยงานที่ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์โครงการฯ โดยเป็นหน่วยงานที่มีวิทยาการความรู้ด้านการรักษาโรคมะเร็ง หรือด้านอื่น ๆ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับสากล สามารถดูแลและให้การบริการประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นับเป็นการสานต่อพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในการขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรทางการแพทย์และการสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งยกระดับการบริการและการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

-(016)

sasi มอบเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี จัดสเปเชียลคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696686

sasi มอบเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี จัดสเปเชียลคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

sasi มอบเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี จัดสเปเชียลคอลเลกชั่นสุดพิเศษ

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.58 น.

sasi มอบเซอร์ไพรส์ส่งท้ายปี จัดสเปเชียลคอลเลกชั่นสุดพิเศษ “sasi with BT21 Shining Star Collection” กล้าที่จะเดินตามความฝันในสไตล์ที่เป็นคุณ

sasi ตอกย้ำเครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ไม่หยุดนิ่ง สร้างเซอร์ไพร์สใหญ่ส่งท้ายปี จับมือ BT21 ออกคอลเลคชั่นใหม่สุดพิเศษ “Shining Star Collection” ชวนทุกคนมาเดินตามความฝันในสไตล์ที่เป็นคุณ ภายใต้แนวคิด “Shine Your Bright” เพราะทุกคนมีความสามารถที่ซ่อนอยู่ และพร้อมจะออกมาเปล่งประกาย ล่าสุดจัดงานใหญ่เปิดตัวคอลเลกชัน Shining Star ที่ได้แขกรับเชิญอย่าง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และศิลปินสาวสุดฮ็อตตัวแทนผู้หญิงที่กล้าทำตามความฝันอย่างมั่นใจ BOWKYLION มาโชว์มินิคอนเสิร์ตกันแบบจัดเต็ม ณ โซน Atrium2 ชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ช่วงส่งท้ายปีมักเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง สร้างความสนุกสนาน เตรียมตัวที่จะรับสิ่งดีๆในปีหน้า แบรนด์ sasi เองก็อยากสร้างเซอร์ไพร์สให้กับลูกค้า พร้อมสร้างสีสันให้กับวงการเครื่องสำอาง โดยเฉพาะครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เครื่องสำอางแบรนด์ไทยอย่างเราได้จับมือกับ LINE FRIENDS เพื่อดึง BT21 คาแรกเตอร์สุดน่ารัก ซึ่งประกอบไปด้วย KOYA RJ SHOOKY MANG CHIMMY TATA COOKY และ VAN มาอยู่บนสินค้าคอลเลกชันใหม่ของเรา BT21 ก็เป็นคาเแรคเตอร์ยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ และก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แบรนด์ sasi เองเราก็เป็นแบรนด์ที่อยากจะส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ มีความกล้า ความมั่นใจ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความเก่งเฉพาะด้าน มีแสงเล็กๆที่อยู่ภายในตัวเอดง และพร้อมจะเปล่งประกายออกมา เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับทุกวงการ ไม่ใช่เฉพาะวงการเครื่องสำอางเท่านั้น พร้อมมั่นใจว่า “sasi with BT21 Shining Star Collection” จะผลักดันยอดขายช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีให้เติบโตตามเป้าที่ 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

คุณเกล็ดดาว จิตต์ชื่นโชติ Brand Manager แบรนด์ sasi กล่าวเสริมว่า ครั้งนี้มาในแนวคิด “Shine Your Bright” ที่ต่อยอดมาจาก แนวคิด “Because girls can” จากครั้งก่อน เพราะนอกจากความมั่นใจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อให้เกิดแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่มีความกล้าออกมาทำสิ่งต่างๆแล้ว ยังอยากที่จะผลักดันให้คนรุ่นใหม่แสดงความสามารถ(Talent) ที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมา ซึ่งวันนี้ทุกเพศทุกวัย ต่างหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น เครื่องสำอางก็ไม่ได้จำกัดเพศอีกต่อไป ซึ่งโจทย์นี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ท้าทายที่เราให้ความสำคัญ และนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ ให้ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ในราคาจับต้องได้ และหวังว่าจะขยับขึ้นมาเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของกลุ่มคนรุ่นใหม่

BT21 เป็นกลุ่มคาแรกเตอร์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแทนของความน่ารัก สดใส มีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ โดยในคอลเลกชันนี้ Sasi ได้เลือกดีไซน์ที่แสดงออกถึง Talent ในด้านดนตรี ซึ่งมั่นใจว่า sasi with BT21 Shining Star Collection จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีความฝัน มีพลังและกล้าที่จะแสดงความสามารถออกมา ซึ่งปีหน้าและปีต่อๆไป sasi จะยังคง Empower และสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ทางด้านพระเอกหนุ่ม บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ทีมีพลังสร้างสรรค์ในตัวเอง กล่าวว่า “ครับ รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากที่ได้รับเชิญให้มาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ในงานของ “sasi และ BT21 กับคอลเลคชั่นใหม่ครั้งนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนมีความเป็น star ในตัวเอง อย่างผมที่จบทางด้าน เภสัช แต่ก็ได้มาเป็นนักแสดง แล้วก็ทำธุรกิจด้วย ทำให้ค้นพบว่า ตัวเองมีความสามารถในด้านอื่นด้วย เพราะเป็นคนที่ชอบค้นหาอะไรใหม่ๆ รู้สึกว่ามีความท้าทายอีกเยอะที่ให้เราได้ลอง ก็อยากให้ทุกคนมองว่า เรามีความเป็น star ในตัวเอง ค้นหามันให้เจอ และเชื่อมั่นทุกครั้งที่จะลงมือทำ”

ปิดท้ายด้วยแขกพิเศษคนสำคัญ อย่างศิลปินสาว BOWKYLION ที่เป็นเหมือนไอดอลของสาว ๆ ในเรื่องของความสวยและมั่นใจในตัวเอง กล่าวว่า “สำหรับผู้หญิงหลาย ๆ คนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง และพยายามหาวิธีหลายอย่างเพื่อทำให้ตัวเองสวยและมั่นใจ จริง ๆ แล้วอยากบอกกับทุกคนให้มีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวเอง เพราะหากเรามีความมั่นใจและรักในตัวเองแล้ว ความสวยและสามารถต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ในตัวก็จะสามารถแสดงออกมาให้คนอื่น ๆ สัมผัสได้ สำหรับวันนี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญให้มาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ผ่าน sasi และ BT21 คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดในครั้งนี้คะ”

ภายในงานมี celebrity มาร่วมแสดงความยินดีและสัมผัสความน่ารักของ sasi with BT21 อย่างคับคั่ง อาทิ    พรอยมน มนสภรณ์ ชาญเฉลิม, แอปเปิ้ล ลาภิสรา อินทรสูต, ไช้ ศุภกฤต-เซ้ง ศุภโชค, เซย่า-มิย่า ทองเจือ และคุณแม่ รวมถึงเหล่า Influencer จากแวดวงความงาม แฟชั่น และไลฟ์สไตล์อย่าง น้อยหนึ่ง จาก Noyneung Makeup, ต้าร์ จาก Baroctar , มอส จาก Mossster, ภูเขา-บุญรอด จาก poocao channel, สไปรท์ บะบะบิ จากเพจ สไปรท์ไงที่ไหล่กว้าง และ ฮิปโป สมภพ กิตติสารธรรม พร้อมด้วยพิธีกรมากความสามารถอย่าง ดีเจอ๋อง เขมรัชต์ สุนทรนนท์ ที่มาดำเนินความสนุกสนานตลอดทั้งงาน

สำหรับเครื่องสำอางคอลเลกชัน “sasi with BT21 Shining Star” มีทั้งหมด 8 ผลิตภัณฑ์ รวม 27 รายการ ประกอบด้วย

1. Shining Star Smooth Matte Cushion ไฮไลท์ของคอลเลกชันนี้ ครั้งแรกกับคุชชั่น จากแบรนด์ sasi เนื้อซอฟต์แมท มีSPF 50 PA++++ ช่วยควบคุมความมันและติดทนยาวนาน 24 ชั่วโมง* เบาสบายผิว ไม่เลอะมาสก์ ผสานคุณค่าการบำรุง มีให้เลือก 2 เฉดสี ราคา 395 บาท

2. Shining Star Glassy Tint ปากสวยฉ่ำ ชายน์เกินต้าน กับลิปทินท์เนื้อกึ่งกลอส ฉ่ำวาว ให้เนื้อที่บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ริมฝีปากแลดูเต่งตึงอิ่มเอิบอย่างเป็นธรรมชาติ สีชัด ติดทน มีให้เลือก 8 เฉดสี ราคา 189 บาท

3. All-Day Fixed Translucent Setting Powder ครั้งแรกกับแป้งฝุ่นโปร่งแสง เนื้อเนียนละเอียด ช่วยเบลอรูขุมขน ให้ผิวหน้าดูเนียนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยควบคุมความมันยาวนาน 12 ชั่วโมง* เหมาะสำหรับเซทรองพื้นหรือคุชชั่นเป็นขั้นตอนสุดท้าย ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน ไม่ทำให้สีของเครื่องสำอางเปลี่ยน เหมาะกับทุกโทนสีผิว ราคา 39 บาท

4. Shining Star Smooth Matte Foundation Powder แป้งพัฟที่ช่วยให้ผิวแมทอย่างเรียบเนียน คุมความมันยาวนาน 12 ชั่วโมง* ผสานการปกป้องและบำรุง มีSPF 30 PA++++ ผสาน Korean Cica และ Double HYA Complex ช่วยให้หน้าไม่แมทจนแห้งกร้าน เนื้อแป้งติดทน มีให้เลือก 3 เฉดสี ราคา 199 บาท

5. Shining Star Auto Eyebrow Pencil คิ้วเป๊ะ สวยฟุ้งเป็นธรรมชาติ ดินสอเขียนคิ้วหัวแบน ช่วยให้การเขียนคิ้วเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะวาดโครงคิ้วหรือเติมเส้น ให้คิ้วสวยคมเป็นธรรมชาติ เนื้อนุ่มไม่บาดผิว แท่งดินสอหมุนอัตโนมัติ ไม่ต้องเหลา มาพร้อมกับแปรงปัดคิ้ว ช่วยให้ขนคิ้วเรียงเส้นสวย กันน้ำกันเหงื่อ มีให้เลือก 2 เฉดสี ราคา 169 บาท

6. Shining Star Eyeshadow Stick ตาวิ้งค์เป็นประกาย พกพาง่ายสุดกับอายแชโดว์แบบแท่งเนื้อครีม ที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์มุกโปร่งแสง ให้สีตาดูเปล่งประกายเล่นแสงสวย เม็ดสีชัด สามารถใช้เป็นอายแชโดว์ หรือเขียนขอบตาเพื่อเพิ่มความวิ้งค์เป็นประกาย เนื้อนุ่มเกลี่ยง่าย พกพาสะดวก มีให้เลือก 3 เฉดสี ราคา 189 บาท

7. Shining Star Baby Compact Powder แป้งเด็กอัดแข็ง เนื้อสีขาวเนียนละเอียด บางเบา สบายผิว มอบสัมผัสที่นุ่มลื่น พร้อม Vitamin E / Aloe Vera / Chamomile ช่วยให้ผิดดูชุมชื่น เรียบเนียน แลดูสุขภาพดี ราคา 159 บาท

8. Mini Auto Eyebrow Pencil ดินสอเขียนคิ้ว ไซส์มินิ พกพาง่าย หัวทรงตัดสามเหลี่ยม เนื้อนุ่ม เขียนง่าย ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ สีน้ำตาลเข้มดูเป็นธรรมชาติ ราคา 79 บาท

วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ), Watsons, Eveandboy, Beautrium, Konvy และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วไป หรือช้อปออนไลน์ที่ 1948beauty.com คลิก https://bit.ly/3Jxdizm สินค้าที่จำหน่ายในแต่ละร้านค้าอาจแตกต่างกันออกไป และเพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรมดีๆที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี สามารถกดติดตามได้ที่ social media ของแบรนด์ sasi ทาง Facebook, Instagram, Twitter, Tiktok ชื่อ sasidiary ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ทริคการแต่งหน้า แต่งตัว และการดูแลความงามของสาว ๆ ไว้ในที่เดียว

*ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

– 006

พิธีบวงสรวงองค์อินทร์ องค์ช้างเอราวัณ และมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมืองโบราณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696664

พิธีบวงสรวงองค์อินทร์ องค์ช้างเอราวัณ และมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมืองโบราณ

พิธีบวงสรวงองค์อินทร์ องค์ช้างเอราวัณ และมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมืองโบราณ

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

พิธีบวงสรวงองค์อินทร์ องค์ช้างเอราวัณ และมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมืองโบราณ

ขอเชิญร่วมงาน   “พิธีบวงสรวงครั้งยิ่งใหญ่  ณ  พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ   ในโอกาสครบรอบ 60 ปี เมืองโบราณ ” เสริมสิริมงคลส่งท้ายปี  โดย พระอาจารย์เทพนรินทร์ ชินรังสี ในวันเสาร์ที่   17 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา  19.00 น. เป็นต้นไป  ร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย   ร่วมสักการะองค์เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และวัตถุมงคล เสริมดวงชะตา  รับปีใหม่

เมืองโบราณ สมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกของมวลมนุษยชาติ สร้างขึ้น เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ ดำเนินภารกิจทางวัฒนธรรมมาตลอดกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด “อุทยาน ประวัติศาสตร์และศิลปสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต” ตามเจตนารมณ์ของคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ ผู้สร้าง เมืองโบราณ ปราสาทสัจธรรม และ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

ในโอกาสที่เมืองโบราณจะครบรอบ 60ปี ในปี พ.ศ. 2566 ทางเมืองโบราณ สมุทรปราการ ได้จัดงาน พิธีบวงสรวงองค์อินทร์ องค์ช้างเอราวัณ และมหาเทพศักดิ์สิทธิ์ ครั้งยิ่งใหญ่ ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ โดยมีพระอาจารย์เทพนรินทร์ ชินรังษี  ท่านเป็นพระอาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการประกอบศาสนกิจ ประกอบพิธี บวงสรวงเทวดา บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญมีวิชาความรู้ มีพลังจิต มีอำนาจจิตที่จะสื่อสาร กับเหล่าเทพเทวดาต่างๆได้ เป็นที่รู้จักกันในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา และประชาชนที่เคารพศรัทธา

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  086-341-7377 Facebook : พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ   http://www.ErawanMuseum.com  หรือ  Line : @ ancientcitygroup

-(016)

วุฒิสภาจัดกิจกรรมจิตอาสามอบทุนการศึกษา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696661

วุฒิสภาจัดกิจกรรมจิตอาสามอบทุนการศึกษา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565

วุฒิสภาจัดกิจกรรมจิตอาสามอบทุนการศึกษา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

วุฒิสภา จัดกิจกรรมจิตอาสามอบทุนการศึกษา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565

วันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) คณะกรรมการดำเนินการโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม วุฒิสภา จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565 โดยมี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการจิตอาสาเพื่อสังคม วุฒิสภา รวมทั้ง สมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายจิรชัย มูลทองโรย พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ทันตแพทย์หญิง สุนี จึงวิโรจน์ นาย ถนัด มานะพันธ์ นายชาญวิทย์ ผลชีวิน นางสาว ปิยฉัฎฐ วันเฉลิม รวมทั้ง ผู้บริหารและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ร่วมกิจกรรม

พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปวงพสกนิกรชาวไทย ต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และจดจารึกไว้ในดวงใจอย่างมิเสื่อมคลาย ตลอดรัชสมัย 70 ปีแห่งการครองสิริราชย์สมบัติ พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ รวมทั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนและพระราชทานพระบรมราโชวาทเพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งกองทุนการศึกษา ทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนมูลนิธิภูมิพล เป็นต้น พระกรณียกิจด้านการศึกษามากมาย ล้วนสร้างคุณูปการต่อการศึกษาของชาติ ดังพระราชสมัญญานาม “พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน” เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานและถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้ ขอให้คณะครูและนักเรียนทุกคนจงยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่และดำรงตนสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี เพื่อรักษาชาติ บ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน

ในโอกาสนี้ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา ร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 95 ทุน ๆ ละ 1,000 บาท ให้แก่นักเรียนด้อยโอกาสที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จาก 2 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนวัดจันทรสโมสร จำนวน 48 ทุน และโรงเรียนวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ จำนวน 47 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 95,000 บาท พร้อมมอบภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนที่เข้ารับทุนการศึกษาในครั้งนี้

สำหรับการจัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 โดยการมอบทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการสนับสนุน ของสมาชิกวุฒิสภา และ เงินจากการจัดกิจกรรมจำหน่ายชุดผ้าไทยสภาพดีของสมาชิกวุฒิสภาให้แก่บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในราคาถูก ซึ่งนอกจากจะเป็นการสนับสนุนให้สมาชิกวุฒิสภาและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการแต่งกายชุดผ้าไทยกันอย่างแพร่หลายแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมการเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ตระหนักถึงความสำคัญของการช่วยเหลือและแบ่งปันผ่านการดำเนินโครงการจิตอาสาเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์ให้เกิดสังคมแห่งการช่วยเหลือ แบ่งปัน และสามัคคี ทั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘เสนาหอย’ขึ้นแท่นที่ปรึกษา รมว.เกษตร ตัวอย่างบุกเบิก Wynn Farm

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696660

'เสนาหอย'ขึ้นแท่นที่ปรึกษา รมว.เกษตร ตัวอย่างบุกเบิก Wynn Farm

‘เสนาหอย’ขึ้นแท่นที่ปรึกษา รมว.เกษตร ตัวอย่างบุกเบิก Wynn Farm

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.19 น.

‘เสนาหอย’ขึ้นแท่นที่ปรึกษา รมว.เกษตร ตัวอย่างบุกเบิก Wynn Farm ด้วยความตั้งใจอยากให้คนไทยได้ทานผัก

หลังจากที่ หอย หรือ เสนาหอย เกียรติศักดิ์ อุดมนาค โลดแล่นในวงการบันเทิง สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยมาเป็นเวลานาน ตอนนี้พี่หอยยังมีอีกหนึ่งบทบาทในฐานะเกษตรกรยุคใหม่ บุกเบิกฟาร์มของตนเองและพี่วิลลี่ แมคอินทอชในชื่อ วินฟาร์ม (Wynn Farm) โดยมีความมุ่งหวังให้คนไทยได้บริโภคผักออร์แกนิก ปลอดสารลงมือลงแรงเอง เป็นแบบอย่างที่ดี จนได้รับความไว้วางใจ ขึ้นแท่นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขยันขนาดนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเล็งเห็นถึงประสบการณ์และความสำเร็จในการทำวินฟาร์มของพี่หอย ดึงตัวเข้าร่วมทีมคณะที่ปรึกษา เพื่อเป็นแบบอย่างและเผยแพร่ความรู้ให้เกษตรกรรุ่นใหม่ตามนโยบายการมุ่งพัฒนายกระดับเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีขีดความสามารถด้านการเกษตร สามารถทดแทนเกษตรกรผู้สูงอายุได้ นับได้ว่าเป็นตัวอย่างของคนที่มีแรงบันดาลใจ ลงมือทำจริงๆ

พี่หอยเริ่มทำวินฟาร์ม ร่วมกับพี่วิลลี่ ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ลูกชายของพี่วิลลี่ หรือน้องวิน ได้ทานอาหารที่มีประโยชน์ ปลอดสารพิษ จึงเริ่มเข้าไปพัฒนาที่ดินรกล้างของคุณแม่ของพี่หอย พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จากที่ไม่มีความรู้ด้านการเกษตรใดๆ แต่ค่อยๆหาความรู้จากที่ต่างๆ รวมไปถึงการทำรายการผ่านช่องยูทูป เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้รู้ เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงดิน เพิ่มแหล่งน้ำไว้ใช้ในฟาร์ม ทดลองทำเกษตรแบบอควาโปนิกส์ปลูกผักจำพวกซูเปอร์ฟู้ด และอื่นๆอีกมากมาย จนประสบความสำเร็จ และยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น พี่หอย และพี่วิลลี่ยังมีเป้าหมายให้คนไทยได้ทานผักปลอดสารที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตน เกิดเป็นแบรนด์อาหารเสริมที่สกัดจากผัก คุณภาพเกรดส่งออก ส่งตรงจากฟาร์ม Wynn Farm Thailand พี่หอยกล่าวว่า “มีความสุขที่ได้เห็นสิ่งเล็กๆที่เราเห็นตั้งแต่เป็นเมล็ด มันงอกขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นผัก ตัดเอาไปให้คนกิน แล้วเขายิ้ม โอ้โห มันมีความสุขมากๆนะ เป็นความสุขคนละด้านกับการเล่นตลก เล่นตลกเราเห็นคนตรงนั้นมีความสุข แต่ผักต้องฟูมฟักมัน ต้องมีความอดทนมากๆต้องสู้จริงๆต่อสู้กับอะไรเยอะแยะ”

และด้วยความมุ่งมั่นปลูกผักด้วยใจของพี่หอย อยากให้คนไทยทุกคนได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าอย่างครบถ้วนในทุกๆวัน พี่หอย-พี่วิลลี่ได้เปิดตัว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร วินฟาร์ม เวจจี(Wynn Farm Veggie)เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม วินฟาร์ม เวจจี เป็นผงผักชงดื่ม 30 ชนิด มีกลิ่นหอมใบเตยอ่อนๆ ดื่มง่าย ซึ่งนำผักออร์แกนิก ส่งตรงจากวินฟาร์มมาผ่านกรรมวิธีการสกัดโดยโรงงานผู้ผลิตที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศ เน้นการสกัดที่รักษาวิตามินและแร่ธาตุของผักให้ใกล้เคียงกับผักสดจากฟาร์มมากที่สุด ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่ชอบทานผักเวจจี ตรา วินฟาร์ม 1 ซอง เหมือนได้ทานผักสลัด 2 ชามใหญ่ๆ มีไฟเบอร์สูง 10,000 มิลลิกรัม ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ไม่มีน้ำตาล ผู้ป่วยเบาหวานสามารถทานได้

สำหรับผู้ที่สนใจสั่งซื้อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Wynn Farm Veggie สามารถเข้าชมเว็บไซต์ https://www.wynnfarmveggie.com/ , เพจเฟซบุ๊กWynn Farm Veggie Thailandและ Lineofficial account @veggie

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696657

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.06 น.

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และมอบถุงยังชีพผู้สูงอายุในชุมชน ถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม

7 ธันวาคม 2565 พระธรรมโพธิมงคล เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม พร้อมมอบถุงยังชีพ โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และประชาชนเข้าร่วมในพิธี

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และกิจกรรมมอบถุงยังชีพ จำนวน 45 ชุด แก่ผู้สูงอายุในชุมชน ถวายพระกุศลฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคม ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลาง จัดที่วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ นิทรรศการน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ และกิจกรรมในมิติทางศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้างสติ สมาธิ และปัญญา แล้วนำมาประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้มีความสามัคคีปรองดอง สมานฉันท์ ด้วยการทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนา และประชาชน อันจะก่อให้เกิดความสงบร่มเย็นอย่างยั่งยืน

-(016)

สยามเซ็นเตอร์ร่วมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696506

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม กับโปรเจกท์ SNEAKERS KILLER โปรเจกท์สำหรับคนรักสนีกเกอร์ยิ่งใหญ่ประจำปีของสยามเซ็นเตอร์ กับนิทรรศการและโชว์เคสศิลปะสตรีทสไตล์เอาใจคอมมูนิตี้คนรักสนีกเกอร์ และผลงานสร้างสรรค์สนีกเกอร์โดยศิลปินสายสตรีทชื่อดังนำโดย POORBOY หรือ ต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ โดยรายได้จากการจำหน่ายผลงานออกแบบสนีกเกอร์จากศิลปิน 5 ท่านและอีกกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์ของงานนี้ คือนิทรรศการ “Siam Center x JAY B “Be Yourself” The First Exhibition in Bangkok” ที่ศิลปินชื่อดังอย่าง JAYB จาก GOT7 บินลัดฟ้ามาร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการเพื่อให้แฟนได้ใกล้ชิดและสัมผัสแง่มุมการทำงานและไลฟ์สไตล์ โดยมี SIAM CENTER x JAY B Merchandise ช็อปที่รวบรวมของที่ระลึกจัดจำหน่าย สรุปรวมรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของทั้งสองกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 706,155 บาท

ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดจากแคมเปญ SNEKERS KILLER และนิทรรศการ “Siam Center x JAY B “Be Yourself” The First Exhibition in Bangkok” ได้นำไปร่วมสมทบทุนส่งมอบให้กับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการแขน-ขาเทียม มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย JAYB ร่วมด้วย เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ได้เป็นตัวแทนในการส่งมอบยอดจากกิจกรรมให้แก่ตัวแทนจากมูลนิธิ พลตรีรชต ลำกูล ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ

โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คุณอาจไม่รู้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696502

โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คุณอาจไม่รู้ตัว

โรคเบาหวาน ภัยเงียบที่คุณอาจไม่รู้ตัว

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เบาหวาน” เป็นโรคที่เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย นอกจากนี้คนที่ป่วยเป็นเบาหวานแล้วก็มีทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ ศูนย์อายุรกรรม (Internal Medicine Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน พร้อมแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเป็นเบาหวานหรือชะลอการเกิดโรคด้วยแนวทางการปฏิบัติที่ไม่ยาก

เราอาจจะทราบดีว่า 1 ใน 11 ของคนบนโลกนี้ หรือ 463 ล้านคน เป็นโรคเบาหวาน แต่อาจจะมีมากกว่าครึ่งที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน และยังมีคนที่อยู่ในภาวะก่อนโรคเบาหวานอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีก 25 ปีข้างหน้าจะมีคนเป็นโรคเบาหวานถึง 700 ล้านคน

อาการของโรค : รู้หรือไม่ว่าคนจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าเป็น “เบาหวาน” เพราะอาจจะไม่มีอาการของโรคที่ชัดเจน แต่เป็นอาการของโรคแทรกซ้อน ที่เกิดทั้งแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว ซึ่งคนที่เป็นโรคเบาหวานมักมีอาการดังต่อไปนี้ ปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลด อ่อนเพลีย แผลหายยาก ผิวหนังแห้ง คันตามผิวหนังติดเชื้อราง่าย เป็นฝีตามตัว สายตาผิดปกติมีอาการตาพร่า ชาปลายมือปลายเท้าหรือมีอาการของโรคเส้นประสาทเสื่อม ปวดขา ปวดเข่าบ่อยๆ อารมณ์แปรปรวน โมโหง่าย หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพื่อการรักษาและดูแลตนเองอย่างถูกวิธี

สาเหตุของโรค : เบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง อันเนื่องมาจากการทำงานของอินซูลินบกพร่อง ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างเต็มที่จึงมีน้ำตาลสะสมอยู่ในเลือดเป็นปริมาณมากซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้อวัยวะต่างๆเสื่อมสภาพ และเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตก่อนเวลาอันควร อย่างไรก็ตาม คนทั่วไปมักคิดว่า คนที่มีญาติเป็นโรคเบาหวานและคนที่มีน้ำหนักตัวเกินเท่านั้นที่เป็นเบาหวาน แต่ความจริง ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้

ทั้งนี้ สามารถแบ่งตามชนิดได้ดังนี้ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกัน และเซลล์ที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อนทำงานผิดปกติมักเกิดในเด็กและวัยรุ่น พบประมาณร้อยละ 5-10 ของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มีสาเหตุจากพันธุกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน พบมากในผู้ที่น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ปกติ ผู้ที่อายุมากกว่า 45 ปี ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์สูง ผู้ที่มีเชื้อสายแอฟริกันอเมริกัน ละตินอเมริกา อะลาสกา หมู่เกาะแปซิฟิก อเมริกันเอเชีย ผู้ที่มีปัญหาทางกายภาพ และผู้ที่มีภาวะก่อนการเป็นโรคเบาหวาน พบประมาณร้อยละ 95 ของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนจากรกหลายชนิดที่มีฤทธิ์ต้านการทำงานของอินซูลิน มักพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน อายุมากกว่า 25 ปี เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เคยให้กำเนิดบุตรที่น้ำหนักมากกว่า 4 กิโลกรัม มีคนในครอบครัวเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่มีอาการของโรคถุงน้ำรังไข่ (PCOS) ซึ่งหลังจากคลอดบุตรแล้ว คุณแม่ยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 40

แนวทางรักษา : การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพจะต้องเป็น “แผนการรักษาเบาหวานแบบองค์รวม” กล่าวคือ การดูแลโรคเบาหวานไปพร้อมกันกับโรคร่วม ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย สังคมของผู้ป่วย (ญาติ เพื่อน ที่ทำงาน สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ วิถีชีวิต ความเครียด) ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการตระเตรียมทีมแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ทั้งแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาโรคเบาหวานและผู้ชำนาญการสาขาอื่นๆ ซึ่งเป็นโรคร่วมที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น จักษุแพทย์ แพทย์โรคหัวใจ แพทย์โรคประสาทสมอง แพทย์โรคไต ทันตแพทย์ นักโภชนาการ เภสัชกร นักกายภาพผู้ชำนาญการเท้า

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะต้องดูแลปฏิบัติตนตามที่ทีมแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด โดยโรคเบาหวานแต่ละชนิดจะมีวิธีรักษาที่แตกต่างกันไป ดังนี้ โรคเบาหวานชนิดที่ 1 ต้องใช้อินซูลินซึ่งเป็นยาฉีดเท่านั้น เพื่อทดแทนอินซูลินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตได้, โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ใช้การควบคุมอาหารการออกกำลังกายและการใช้ยา เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินเกณฑ์ปกติ โดยปัจจุบันมีการวิจัยและค้นคว้ายาเบาหวานใหม่ๆ จำนวนมาก ทั้งยารับประทานและยาฉีดที่ไม่ใช่อินซูลิน ซึ่งมีผลข้างเคียงต่อการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยมาก ช่วยลดน้ำหนัก และเกิดผลดีต่อหัวใจด้วย ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาเบาหวานดีมากขึ้น และเกิดผลข้างเคียงน้อยลง และโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ใช้การปรับอาหารและออกกำลังกาย ซึ่งต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

การดูแล : การควบคุมอาหารหรือโภชนบำบัด และการออกกำลังกายเป็นประจำเป็นการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน “คาร์โบไฮเดรต” หรืออาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล เป็นอาหารที่ควรจำกัดการรับประทานในแต่ละวัน เนื่องจากจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น ผัก ผลไม้ชนิดที่ไม่หวานหรือมีดัชนีน้ำตาลต่ำ ธัญพืช โปรตีนจากปลาและสัตว์ปีก ไขมันชนิดดี เช่น น้ำมันมะกอก

ป้องกันอย่างไร : โรคเบาหวานสามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทั้งการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคแป้งและน้ำตาล ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตามการตรวจสุขภาพ และตรวจโรคเบาหวานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความรุนแรงของโรค เพราะยิ่งเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้เร็ว การดูแลรักษาย่อมได้ประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนและใช้เงินในการรักษาต่ำกว่า

สรุป โรคเบาหวาน แม้ว่าในทางการแพทย์การรักษาให้หายขาด 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถทำได้ยาก แต่การดูแลตนเองโดยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อาการของโรคดีขึ้น สามารถลดโรคแทรกซ้อน และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขได้เช่นกัน หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ศูนย์อายุรกรรม (Internal Medicine Center) โรงพยาบาลนวเวช โทร.02-4839999 หรือ www.navavej.com

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696547

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน  โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2565

ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุน โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี 2565

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล และ ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สมภพ ลิ้มพงศานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลร่วมกันประกาศผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ชั้น 2 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565

ผู้ได้รับพระราชทานทุน “โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล” ประจำปี 2565 ได้แก่ นภสิริ พุทธันบุตรคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่อง การย้อนอายุทางชีวภาพของเซลล์ประสาทฮิปโปแคมปัสโดยกระบวนการ PartialReprogramming เพื่อรักษาภาวะสมองเสื่อมอันเนื่องมาจากการแก่ชรา, ประณัยเดชเฮงสวัสดิ์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่อง การพัฒนาเทคโนโลยีภูมิคุ้มกันบำบัดโรคมะเร็ง โดยใช้ไวรัสสลายมะเร็ง(Oncolytic Virus) เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจุลภาค และทำลายมะเร็งท่อน้ำดี,ปิยวัฒน์ คันธโกวิท คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความสนใจในเรื่อง การประยุกต์ใช้เทคนิคแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) เพื่อสร้างแบบแผนในการป้องกันการเกิดโรคไตเรื้อรังในคนไทย, ศรุต เชาวะวณิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่อง การประเมินผลตามแนวคิดสัจนิยมเพื่อศึกษาวิถีทางอันเป็นสาเหตุให้เกิดผลลัพธ์ของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสุขภาพ เพื่อพัฒนาการประสานงานการดูแลแบบประคับประคองในประเทศไทย, เสฏฐนันท์จารุเกษมกิจ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่อง การวิเคราะห์เครืข่ายของสมองในการวินิจฉัยและพัฒนาการรักษาแบบจำเพาะต่อผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

ทั้งนี้ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ทั้งสิ้น 13 คน จากสถาบันการศึกษาแพทยศาสตร์ 7 แห่ง โดยผ่านเกณฑ์ตามคุณสมบัติของโครงการเยาวชนฯ 5 คน คณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนฯ ได้พิจารณาคัดเลือกและนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานได้พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 31ตุลาคม พ.ศ.2565

โครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 2/2551 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยที่รักและมุ่งมั่นในวิชาชีพแพทย์ให้ดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการดำเนินการ และคณะกรรมการคัดเลือกโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เมื่อคัดเลือกได้ผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการเยาวชนฯจะนำรายชื่อแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการตัดสิน ผู้ผ่านการคัดเลือกจะได้รับพระราชทานทุนไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหรือในประเทศเป็นเวลา 1 ปี โดยจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆ และให้นับเวลาการไปครั้งนี้ รวมเป็นเวลาของการใช้ทุนหลังจากศึกษาแพทย์จบแล้วด้วย