งาน’กีฬาไทยราชภักดิ์ สดุดีบูรพมหากษัตริยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696255

งาน'กีฬาไทยราชภักดิ์ สดุดีบูรพมหากษัตริยา'

งาน’กีฬาไทยราชภักดิ์ สดุดีบูรพมหากษัตริยา’

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.22 น.

ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ดร.ปริยากร รัตนสุบรรณ นายกสมาคมกีฬา กีฬาไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์จัดกิจกรรม “กีฬาไทยราชภักดิ์ สดุดีบูรพมหากษัตริยา” น้อมรำลึกบูรพกษัตริย์และพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๔-๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ภายในงานประกอบไปด้วย การโชว์ว่าวไทยสี่ภาค และว่าวสวยงาม อนุรักษ์สืบสานกีฬาไทย , การสาธิตกระบี่กระบอง , การสาธิตมวยโบราณสี่ภาค  , การแข่งขันมวยไทยยุทธศิลป์รุ่นประชาชนทั่วไป  ๓ ประเภท ได้แก่ ประเภทบุคคล , คู่เดี่ยวและประเภททีม ,การแสดงร่ายรำไหว้ครูและทักษะมวยไทย ๙ ขั้น และการแสดงไหว้ครูมวยไทยเทิดพระเกียรติ โดยคณะนักเรียนนายสิบทหารบกขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานในวันดังกล่าวตั้งแต่เวลา ๑๕.๓๐ น. เป็นต้นไปติดตามกิจกรรมและภาพบรรยากาศงาน ได้ที่ Facebook page : https://www.facebook.com/profile.php?id=100064622502113&mibextid=ZbWKwL

#กีฬาไทยราชภักดิ์#NSDF #สมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์#อุทยานราชภักดิ์หัวหิน

ISMED เตรียมโชว์ SMEs ระดับ TOP ของ Thai ผ่าน’รายการ TOP THAI’ชมสุดยอดแนวคิดเด็ด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696236

ISMED เตรียมโชว์ SMEs ระดับ TOP ของ Thai  ผ่าน'รายการ TOP THAI'ชมสุดยอดแนวคิดเด็ด!

ISMED เตรียมโชว์ SMEs ระดับ TOP ของ Thai ผ่าน’รายการ TOP THAI’ชมสุดยอดแนวคิดเด็ด!

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.32 น.

นายนราวิทย์ เปาอินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED สถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ISMED เล็งเห็นความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างการรับรู้ และการพัฒนายกระดับผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมและห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว จึงร่วมกับพันธมิตรการพัฒนา SMEs อาทิ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีเพิ่ลฟาร์ม จำกัด ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เป็นต้น ดำเนินการจัดทำรายการ “TOP THAI” ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลาประมาณ 10.30 น. ทางช่อง 9 MCOT HD โดยเริ่มในวันอังคารที่ 6 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป เพื่อนำเสนอต้นแบบผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบความสำเร็จ และชุมชนท่องเที่ยว หรือ แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และสอดรับกับแนวทาง Soft Power of Thailand ให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้เศรษฐกิจประเทศเข้มแข็ง” 
.
ทั้งนี้ ISMED เป็นสถาบันเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2542 ในรูปแบบ “มูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร” มุ่งหวังให้เป็น “องค์กรระดับชาติ” เพื่อเป็นแกนนำหน่วยงานพัฒนาผู้ประกอบการและกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ด้วยการพลิกแนวคิดธุรกิจ และการเพิ่มพลังเครือข่ายอย่างมีธรรมาภิบาล ให้ SMEs มีขีดความสามารถในการประกอบการที่คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม และดำเนินกิจการอย่างต่อไปได้อย่างยั่งยืน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาก่อน-หลังอาหาร กินอย่างไรให้เกิดประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696131

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาก่อน-หลังอาหาร กินอย่างไรให้เกิดประโยชน์

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาก่อน-หลังอาหาร กินอย่างไรให้เกิดประโยชน์

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเภสัชกรต้องย้ำว่า ยานี้กินก่อนหรือหลังอาหาร และยังย้ำอีกว่ายาชนิดนี้ต้องกินก่อนหรือหลังอาหารเป็นเวลานานกี่นาที หรือกี่ชั่วโมง หรือทำไมยานี้ต้องกินหลังอาหารทั้งที

ยาส่วนใหญ่นั้น กินได้โดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าก่อนหรือหลังอาหาร หลังจากเรากินยาเข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นคือยาจะแตกตัวในกระเพาะอาหารแล้วดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย โดยทั่วไปกระบวนการที่เกิดขึ้นจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วยาจะออกฤทธิ์ตามกลไกของตัวเอง ส่วนยาแต่ละตัวต้องกินวันละกี่ครั้ง ก็ขึ้นกับระยะเวลาที่ยาออกฤทธิ์ ถ้ายาออกฤทธิ์ได้ 24 ชั่วโมง ก็กินแค่วันละครั้งเท่านั้น ถ้าออกฤทธิ์สั้นกว่านั้น เช่น 6 ชั่วโมง ก็อาจจะต้องกินถี่ขึ้น เช่น วันละ 4 ครั้ง เป็นต้น 

แต่ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตของคนปกติที่กินอาหารวันละ 3 มื้อ ดังนั้นเมื่อสั่งยาให้กิน ก็จึงนิยมให้กินสอดคล้องกับมื้ออาหาร เพื่อจะได้ไม่ลืมกินยา เช่น ยาลดความดันโลหิต ระยะเวลาการออกฤทธิ์ 24 ชั่วโมง ก็ให้กินวันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้าข้อดีคือผู้ใช้ยาก็จะไม่ลืมกิน และเวลาที่กินยาก็จะสม่ำเสมอเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน แต่บางคนที่ไม่ได้กินอาหารเช้าก็อาจจะกังวลใจว่าจะกินยาได้หรือไม่ สุดท้ายเลยต้องวุ่นวายปรับพฤติกรรมตัวเองให้ต้องกินอาหารเช้า ทั้งที่ไม่จำเป็น เพราะถ้าอาหารไม่ได้มีผลอะไรกับการดูดซึมหรือออกฤทธิ์ของยา ผู้ป่วยตื่นมาแล้วกินยาเลยก็ได้ แค่ขอให้เป็นเวลาช่วงเดิมทุกวัน เพื่อให้ระดับยาในเลือดคงที่ ส่วนยาที่ต้องกินวันละมากกว่า 1 มื้อ ก็ดูว่าต้องกินวันละกี่ครั้ง เช่น ถ้าต้องกินวันละ 2 ครั้ง โดยส่วนใหญ่กินห่างกันประมาณ 10-12 ชั่งโมง ถ้ากินมื้อเช้า 8 โมงเช้า มื้อเย็นก็ควรเป็นประมาณ 6 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม เป็นต้น

แต่ยาบางชนิดเป็นยาที่ต้องเข้มงวดกับการกินก่อนหรือหลังอาหาร อันแรกคือการกินยาก่อนอาหาร ส่วนใหญ่ยาที่ระบุให้กินก่อนอาหาร จะมีเหตุผลเกี่ยวกับการดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกาย ยาบางชนิดอาหารมีผลรบกวนการดูดซึมยา จึงควรกินยาก่อนอาหารครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งส่วนมากผู้ป่วยมักจะลืมทานยาก่อนอาหารบ่อยกว่าการกินยาหลังอาหาร ถ้าต้องกินยาก่อนอาหารมื้อเช้ามื้อเดียวยังพอไหว เพราะตื่นมาก็กินยาได้เลย แต่ต้องกิน 3 มื้อผู้ป่วยต้องคอยตั้งเวลาเตือนตัวเองให้ดี แต่ถ้าเผลอตัวกินข้าวไปก่อนกินยา ยาแต่ละชนิดก็แก้ไม่เหมือนกัน ยาบางชนิดหากลืมกิน อาจต้องรอท้องว่างรอบต่อไป เช่น ลืมกินยาก่อนอาหารเช้า ก็อาจจะต้องเลื่อนไปกินก่อนอาหารกลางวัน เป็นต้น 

อีกเหตุผลที่พบบ่อยของการกินยาก่อนอาหารคือต้องการให้ยาออกฤทธิ์ได้ทันหลังจากกินอาหารลงแล้ว เช่น ยาเบาหวาน ให้กินก่อนอาหาร 15-30 นาที เพื่อให้แตกตัวและดูดซึมไปก่อน เมื่อผู้ป่วยกินอาหารแล้ว ยาจะได้ออกฤทธิ์ลดน้ำตาลได้ทันเวลา เป็นต้น 

ยาอีกประเภทหนึ่งที่พบบ่อยคือ ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะ ที่ต้องกินตอนท้องว่าง ก่อนมื้ออาหาร

ส่วนการกินยาหลังอาหารมักจะเป็นยาที่ไม่มีปัญหาเรื่องการดูดซึม การกินยาประเภทนี้มักไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่ในกรณีที่ฉลากระบุให้รับประทานหลังอาหารทันที ยาเหล่านี้มักจะมีปัญหาทำให้มีผลระคายเคืองกระเพาะอาหาร กลุ่มยาที่มีเงื่อนไขแบบนี้มักเป็นยาลดการอักเสบบรรเทาปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์หรือที่เรียกว่า ยากลุ่ม NSAIDs ซึ่งใช้บ่อยเมื่อมีการบาดเจ็บ ปวด หรืออักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่พบได้ไม่บ่อยนักเวลาที่ฉลากระบุให้รับประทานยาหลังอาหารทันที เพราะว่าอาหารช่วยทำให้การดูดซึมยาเพิ่มขึ้น จึงแนะนำให้รับประทานหลังอาหารทันที โดยพบในยาต้านเชื้อราบางชนิด 

แนวทางแก้ปัญหาลืมกินยาหลังอาหารทันที ไม่ค่อยยากเท่าลืมกินยาก่อนอาหาร นั่นคือ การกินอะไรรองท้องสักเล็กน้อยก่อนกินยา ส่วนยาที่ไม่ได้ระบุว่าต้องกินหลังอาหารทันที ส่วนใหญ่ก็คือกินก่อนหรือหลังอาหารนานเท่าไรก็ได้ท้องว่างหรือไม่ว่างก็ไม่มีผลอะไรกับการดูดซึมหรือออกฤทธิ์ของยาทั้งสิ้น ถ้าต้องกินยาหลังอาหาร แล้วทำให้ชีวิตลำบากก็กินยาตามเวลาให้ได้ เช่น ยาเช้า กินเวลา 8 นาฬิกา ยาเช้า-เย็นก็กิน 6 โมงเย็น กับ 2 ทุ่ม เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการกินยาก่อนหรือหลังอาหาร มีเหตุผลสำคัญ และต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ยา และลดอาการไม่พึงประสงค์ของการใช้ยา

อย่างไรก็ตาม ถ้าวิธีการกินยาทำให้ผู้ใช้ยาดำเนินชีวิตประจำวันได้ยากขึ้น หรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ การทราบเหตุผลก็อาจจะทำให้ปรับการดำเนินชีวิตประจำวันกับการใช้ยาให้เข้ากันมากยิ่งขึ้นได้ และหากรู้สึกว่าการใช้ยาทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากเกินไป ผู้ใช้ยาสามารถปรึกษาได้ทั้งเภสัชกรและแพทย์เพื่อเลือกยาที่เข้ากับการดำเนินชีวิตประจำวันของตนเองมากขึ้น จะส่งผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการใช้ยา

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม

และ ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ซีพี-เมจิ ยกระดับบาริสต้าไทย เปิดแคมป์สู่เส้นทางแชมป์บาริสต้าโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696122

ซีพี-เมจิ ยกระดับบาริสต้าไทย เปิดแคมป์สู่เส้นทางแชมป์บาริสต้าโลก

ซีพี-เมจิ ยกระดับบาริสต้าไทย เปิดแคมป์สู่เส้นทางแชมป์บาริสต้าโลก

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ซีพี-เมจิ (CP-Meiji) เปิดแคมป์ “CP-Meiji Barista Camp 6” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นำบาริสต้าทั้ง 64 ชีวิตติวเข้มตลอด 2 วันเต็ม ที่ S31 Sukhumvit Hotel กรุงเทพฯ เพื่อให้บาริสต้าทั่วประเทศได้เรียนรู้และพัฒนาฝีมือไปพร้อมๆ กันกับกูรูบาริสต้ารับเชิญ เพื่อสานฝันก้าวสู่เส้นทางการเป็นแชมป์บาริสต้าระดับโลก นอกจากนี้ CP-Meiji ยังเปิดกว้างให้ผู้สนใจสามารถติดตามชม Live บรรยากาศสดๆ ของพิธีเปิดแคมป์ ได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ CP-Meiji for Barista หลังจากประสบความสำเร็จในการปลุกปั้นผลักดันพัฒนาวงการบาริสต้าไทยสู่เวทีโลกมาตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา

นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้การฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด หรือ ซีพี-เมจิ กล่าวในพิธีเปิด CP-Meiji Barista Camp 6 ว่า บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ต้องการสนับสนุนการก้าวสู่เวทีโลกของบาริสต้าไทย และยินดีที่ได้ให้การสนับสนุนเส้นทางการพัฒนาทักษะและฝีมือของบาริสต้าในโครงการ CP-Meiji Barista Camp มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมต่อยอดหลังจากการแข่งขัน CP-Meiji Speed Latte Art Championship เวทีสร้างคน บาริสต้าสร้างเมือง เพื่อให้บาริสต้ามืออาชีพที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้มีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน พร้อมทั้งศึกษาเส้นทางการฝึกฝนจากบาริสต้าระดับโลกที่ซีพี-เมจิ เชิญมาร่วมงาน

สำหรับ CP-Meiji Barista Camp 6 ปีนี้ สุดยอดกูรู บาริสต้าทั้ง 6 คน จากทั่วโลก ได้แก่ นายเสรี ธรรมเสริมสุข รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าสำนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด นางสาวอสมา วิชัยดิษฐ กรรมการตัดสินระดับโลก WLAC Certified Jugde นายอัม พอล แชมป์โลกลาเต้อาร์ตชาวเกาหลีใต้ แชมป์โลก World Latte Art Championship 2016 นายอานนท์ ธิติประเสริฐ แชมป์โลก World Latte Art Championship 2017 เจ้าของ ร้าน Roast8ry Lab และ Roast8ry Flagship Store นายเออร์วิน เควก แชมป์โลก World Latte Art Championship 2018 และนางสาวแอกเนียซสก้า โรเยฟสก้า แชมป์โลก World Barista Champion 2018 ได้มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคและเคล็ดลับ ช่วยพัฒนาทักษะทั้งด้าน Visual และ Sensory ในแบบเจาะลึกผ่านการลงมือทำจริง

ด้าน นางสาวอสมา วิชัยดิษฐ หนึ่งใน 6 กูรู ที่เข้าร่วมแคมป์ CP-Meiji Barista Camp 6 และหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินการประกวด CP-Meiji Speed Coffee Art กล่าวว่า การที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 64 คน ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในแคมป์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่า เพราะได้กูรูสุดยอดฝีมือจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และเทคนิคชั้นเยี่ยมที่หาไม่ได้จากที่ไหน เป้าหมายสำคัญเกิดขึ้นบนแนวคิดที่ทางซีพี-เมจิ ต้องการที่ช่วยพัฒนาและผลักดันให้เหล่าบาริสต้าที่ผ่านเวทีการประกวด CP-Meiji Speed Coffee Art Championship ได้นำไปต่อยอดและพัฒนาฝีมือ สร้างสุดยอดบาริสต้าจากประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก และช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เราพบข้อดีจากการเข้าแคมป์การประกวด เพราะเราได้เห็นการพัฒนาฝีมือและการแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน และบาริสต้าของเรายังได้เพื่อนใหม่ในวงการ อีกทั้งยังได้รับความรู้จากแชมป์โลก กรรมการระดับโลกที่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากที่จะสามารถรวมคนเก่งๆมาช่วยกันแชร์ประสบการณ์กันในที่เดียวแบบนี้”

นายสิทธิพงษ์ ยงศิริ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่ประสบความสำเร็จ ได้รับเลือกเป็นตัวแทนบาริสต้าไทยไปในการแข่งขัน World Latte Art Battle 2022 ที่ ประเทศเกาหลีใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ระบุว่า การเข้าแคมป์ CP-Meiji ที่ได้เข้าร่วมตั้งแต่ปีแรกๆ จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือกิจกรรมของแต่ละปีที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้น และเข้มข้นขึ้น ทำให้เหล่าบาริสต้าที่เข้าร่วมแคมป์ก็ตื่นตัวและได้พัฒนาตัวเองตลอด และมากขึ้นเรื่อยๆ และช่วยเปลี่ยนวงการกาแฟลาเต้อาร์ตไทย พัฒนาไปอย่างมาก จนวันนี้สามารถบอกได้ว่า บาริสต้าไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศในโลกนี้ได้ ซึ่งวัดได้จากการที่เรามีนักแข่งลาเต้อาร์ตระดับโลกที่เป็นคนไทย

ดร.ซีบีดี ติดปีกอุตสาหรรมสมุนไพรไทยสู่ระดับเอเชีย แสดงนวัตกรรมในงาน Asia International Hemp Expo

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696123

ดร.ซีบีดี ติดปีกอุตสาหรรมสมุนไพรไทยสู่ระดับเอเชีย แสดงนวัตกรรมในงาน Asia International Hemp Expo

ดร.ซีบีดี ติดปีกอุตสาหรรมสมุนไพรไทยสู่ระดับเอเชีย แสดงนวัตกรรมในงาน Asia International Hemp Expo

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท ดร.ซีบีดี จำกัด (Dr.CBD) บริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมการปลูก สกัด ทำผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชง และกระท่อมแบบครบวงจร ไปจนถึงสารสกัดคุณภาพแบบ Medical grade ที่สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ Cosmeceutical & Nutraceutical ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว,อาหารเสริม และยารักษาโรค ร่วมออกบูธในงาน Asia International Hemp Expo 2022 ศูนย์รวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงระดับเอเชีย ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วโลกกว่า 300 รายในอุตสาหกรรมกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

บูธ ดร.ซีบีดี ออกแบบภายใต้แนวคิด “Medical Hemp For A Better Life” ยกระดับชีวิตให้ดียิ่งขึ้นด้วยนวัตกรรมด้านสมุนไพรแบบครบวงจรตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, การรักษาสัตว์เลี้ยง และคลินิกแผนไทย ตามวิสัยทัศน์ของงาน “Hemp For All” เพราะกัญชงเป็นพืชสำหรับทุกคนและเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกภาคส่วนทุกอุตสาหกรรม โดยได้นำนวัตกรรมคุณภาพที่ผลิตจากกัญชา กัญชง และกระท่อม ซึ่งพัฒนาวิจัยกับทีมผู้เชี่ยวชาญมาเป็นเวลากว่า 3 ปี โดยได้การันตีผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ไปร่วมแสดงในงาน รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากนวัตกรรม CBD นำมาวางจำหน่ายมากมาย พร้อมกับผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันหยดกัญชา Sleep Disorder ที่บริษัทสกัดจากเครื่อง IES (Isolate Extraction Systems) และการใช้เทคโนโลยีการสกัดแบบ Supercritical CO2 มาตรฐานระดับโลกจากอเมริกา มีสรรพคุณช่วยให้ผ่อนคลายลดความวิตกกังวล เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ หลับได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ในวันรุ่งขึ้นคือความสดชื่น สมองปลอดโปร่งพร้อมรับกับการทำงานของวันใหม่

นอกจากนี้ ในบูธยังมีบริษัทในเครือร่วมแสดงสินค้าเช่นกัน อาทิ ดร.เพ็ท ซีบีดี (Dr.Pet CBD) ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง เกิดจากความร่วมมือระหว่าง นายพรชัย ปัทมินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ดร.ซีบีดี จำกัด และพิธีกรนักแสดงชื่อดัง วิลลี่ แมคอินทอช เป็นการสร้างทางเลือกในการรักษาสัตว์ด้วยนวัตกรรมจากสมุนไพรกัญชา กัญชง และกระท่อม ผสานกับเทคโนโลยีคุณภาพระดับโลกสู่สารสกัด CBD ที่บริสุทธิ์ และผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างดี สร้างสรรค์โดยสัตวแพทย์และทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก

อย่างไรก็ตาม ดร.ซีบีดี วางแผนที่จะออกอีเวนต์ทั่วประเทศไทย เพื่อกระจายนวัตกรรมและให้ความรู้เรื่องสาร CBD ในกัญชา กัญชง และกระท่อมกับผู้คนในหลายๆพื้นที่ เพราะ ดร.ซีบีดี ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ CBD ว่ามีประโยชน์ในทาง Medical Grade และต่อยอดในอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้หลายช่องทาง สำหรับใครที่สนใจเรื่องของนวัตกรรม CBD สามารถติดตามข่าวสารสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Line Official : @dr.cbd หรือกดเข้าไปแอดที่ลิงก์ https://lin.ee/paTkNIj

AIS ผนึกกำลัง อย. ส่งต่อข้อมูลความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแอป อสม.ออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696130

AIS ผนึกกำลัง อย. ส่งต่อข้อมูลความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแอป อสม.ออนไลน์

AIS ผนึกกำลัง อย. ส่งต่อข้อมูลความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแอป อสม.ออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

AIS ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ด้วยการเพิ่มข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพจากอย. ผ่านแอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างข้อมูลความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ อสม. นำไปเผยแพร่แก่ประชาชนในการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมย้ำเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส ได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ให้เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์เฉพาะกลุ่มในการทำงานสาธารณสุขชุมชนเชิงรุก ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจและทักษะเรื่องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ อสม. มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ประชาชนให้เกิดความรอบรู้ด้านสุขภาพของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ครั้งนี้ เอไอเอส ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพมาไว้บนฟีดข่าวบนแอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ เพื่อให้ อสม.ในฐานะที่มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังด้านสุขภาพและทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค สามารถเข้าถึงข้อมูลและมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อนำไปเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและทำความเข้าใจกับประชาชนในการเลือกซื้อ เลือกใช้และบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจาก อย. พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้รู้เท่าทันไม่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อโฆษณาที่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง เพื่อเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ประชาชนบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

เภสัชกรหญิงวารีรัตน์ เลิศนที ผู้อำนวยการกองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยกองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค มีภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างถูกต้องให้แก่ประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ เช่น Facebook, Line, Twitter, Youtube และ Instagram ภายใต้ชื่อ FDAThai และผ่านเครือข่ายต่างๆ เช่น อย.น้อย, บวร.ร รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) สำหรับ อสม. นับเป็นเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพอนามัยและการสื่อสารข้อมูลความรู้ด้านสาธารณสุขให้แก่ผู้บริโภคในชุมชน ซึ่งในการประชุมระดับโลก ต่างชาติให้การยอมรับว่า อสม. เป็นกลไกที่ทำให้ระบบสาธารณสุขสามารถเดินหน้าได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยเหตุนี้ อย.จึงเห็นความสำคัญและยินดีร่วมดำเนินงานส่งต่อความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านแอปพลิเคชั่น อสม. ออนไลน์ ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านสุขภาพในชุมชน รวมทั้งยังเป็นช่องทางในการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้บริโภคมีความรอบรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Smart Consumer) ด้วย

‘เราทำความดี ด้วยหัวใจ’ กลุ่มทรู รวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696134

‘เราทำความดี ด้วยหัวใจ’ กลุ่มทรู รวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

‘เราทำความดี ด้วยหัวใจ’ กลุ่มทรู รวมพลังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาส วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2565กลุ่มทรู นำโดย พิมลพรรณ ศิริวงศ์วานงามผู้อำนวยการ ด้านสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์การตลาด พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานกว่า 100 คน ร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งในโอกาสนี้ สำนักงานเขตห้วยขวาง โดย กาญจนา สูชัยยะ หัวหน้าฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะได้นำเจ้าหน้าที่จิตอาสา มารวมพลังร่วมทำความสะอาดล้างถนน เก็บขยะ ปรับปรุงทัศนียภาพ บริเวณทางเดินเท้าจากแยกพระราม 9 ถึงแยกเทียมร่วมมิตรให้ถูกสุขลักษณะและสวยงามยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรู ที่ได้แสดงพลังแห่งความสามัคคี ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชนโดยจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมกับกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ทั่วประเทศ

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลด้านความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากเวทีระดับสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696133

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลด้านความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากเวทีระดับสากล

ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลด้านความรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จากเวทีระดับสากล

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ได้รับรางวัล อันทรงเกียรติด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จาก 5 เวทีระดับสากล ได้แก่

รางวัล Asia’s Best CSR Practice Award ในสาขา Best Corporate Social Responsibility Practice จากการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อสนับสนุนการผลิตและพัฒนาแรงงานที่มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และได้มาตรฐานสากลเข้าสู่ตลาดแรงงานพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รางวัล Global Corporate Sustainability Awards (GCSA) ประเภท Best Practice Awards จากสถาบันพลังงานเพื่อความยั่งยืนไต้หวัน จากการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อสนับสนุนการผลิตและพัฒนาแรงงานที่มีทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น สาขาการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้าแห่งเดียวในประเทศไทย พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ เมืองไทเป ไต้หวัน

รางวัลชนะเลิศจากเวที Gulf Sustainability Awards 2022 ประเภท Best Community Development หรือ รางวัลยอดเยี่ยมด้านการพัฒนาชุมชน จากการดำเนินโครงการเพื่อสังคมด้านการพัฒนาสุขภาพชุมชนหลายโครงการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

รางวัลระดับ Platinum ประเภท Best Country Award for Overall CSR Excellence in Thailand จากเวที The Global CSR Awards 2022 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทที่มีผลงานยอดเยี่ยมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า 1 พันล้านบาท พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ กรุงฮานอยสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

รางวัล CSR World Leader 2022 จากการดำเนินโครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ทะเลในงาน The Green Apple Environment Awards ซึ่งเป็นรางวัลเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานความรับผิดชอบต่อสังคมด้านสิ่งแวดล้อม พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดย ปตท.สผ.

โครงการอบรมสาขาการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้า

โครงการอบรมสาขาการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้า

โครงการรถรักษ์สุขภาพ

โครงการรถรักษ์สุขภาพ

โครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ทะเล

โครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ทะเล

‘ไม่อ้วนเอาเท่าไร’ ทลายกรอบคิด ‘beauty standard’ ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย สวยอย่างมั่นใจ สุขภาพกายแข็งแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696128

‘ไม่อ้วนเอาเท่าไร’ ทลายกรอบคิด ‘beauty standard’ ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย สวยอย่างมั่นใจ สุขภาพกายแข็งแรง

‘ไม่อ้วนเอาเท่าไร’ ทลายกรอบคิด ‘beauty standard’ ลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย สวยอย่างมั่นใจ สุขภาพกายแข็งแรง

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ด้วยไลฟ์สไตล์พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้คนในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน วิถีก้มหน้าอยู่กับสมาร์ทโฟน ภาวะเนือยนิ่ง รวมถึงความเครียดที่สะสม ล้วนส่งผลเสียแก่ร่างกาย จนหลายคนเริ่มเข้าสู่ “ภาวะน้ำหนักเกิน” และ “โรคอ้วน” ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองข้อเข่าเสื่อม โรคในกลุ่ม NCDs หรือเรียกได้ว่าโรคในกลุ่มพฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่นๆ รวมไปถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้

แพทย์หญิงชุติมา เกิดศิริ แพทย์ประจำศูนย์ Premier Life Center โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า การลดความอ้วน หรือ การลดน้ำหนัก จึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม สร้างความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาแก่ร่างกายอีกด้วย แต่การจะลดน้ำหนักให้ได้ผลดีต่อสุขภาพร่างกายนั้น เราจะต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจ “ภาวะน้ำหนักเกิน”และ “โรคอ้วน” กันเสียก่อนว่าเกิดจากอะไร และแค่ไหนจึงจะเรียกว่าอ้วน

ภาวะน้ำหนักเกิน และโรคอ้วน ถือเป็นภาวะที่มีการสะสมไขมันมากผิดปกติในร่างกาย โดยในทางการแพทย์ดูได้จากตัวเลขของ “ดัชนีมวลกาย” (BMI ถ้า > 23 =น้ำหนักเกิน ถ้า> 25 =โรคอ้วน) ซึ่งสามารถคำนวณเองได้ด้วยสูตรง่ายๆ คือ เอาน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูง เป็นเมตรยกกำลังสอง (kg/m2) แม้ว่าสาเหตุหลักของความอ้วนที่ส่วนใหญ่จะทราบกันดีนั่นก็คือการบริโภคแบบตามใจปาก ขณะที่ออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงานน้อยกว่าที่รับเข้ามา ทำให้เกิดการสะสมเป็นไขมันส่วนเกินได้ง่ายและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความอ้วนนั้นยังมีอีกหลายสาเหตุ อาทิ ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ ความเครียดสะสม นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบเผาผลาญที่ไม่ดี หรือเกิดจากการรับประทานยาบางชนิด ดังนั้นจึงควรค้นหาสาเหตุที่แท้จริง หากต้องการลดความอ้วนให้ได้ผล

ข้อแนะนำเบื้องต้น สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน คือ ให้ลดการรับประทานอาหารประเภทของทอด ลดไขมันอิ่มตัว ของผัดน้ำมัน ของมันลดคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวเช่น น้ำตาล ขนมหวานขนมกรุบกรอบ น้ำหวานแป้งขัดขาว ซึ่งให้พลังงานสูงและกระตุ้นอินซูลิน พร้อมกันนี้ก็ให้เพิ่มการรับประทานผักใบเขียว ผลไม้ไม่หวาน อาหารที่มีกากใยสูง ธัญพืชไม่ขัดสี ซึ่งจะให้ทำอิ่มได้นานขึ้น และยังได้วิตามินที่ดีต่อร่างกาย

และที่สำคัญ คือ ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ150 นาที โดยให้หัวใจเต้นแรงขึ้นขณะออกกำลังกาย ร่วมกับการออกกำลังกายแบบมีแรงต้านเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพราะกล้ามเนื้อที่มากขึ้นจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ สำหรับในรายที่คุมน้ำหนักไม่ได้ด้วยวิธีดังกล่าว อาจพิจารณาเรื่องการใช้ตัวช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์

ที่ผ่านมา ได้มีความพยายามพัฒนานวัตกรรมการลดน้ำหนักให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ที่กำลังถูกพูดถึงมากในระยะหลังก็คือ “ปากกาลดความหิว” ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแท่งคล้ายกับปากกา การใช้งานจะเป็นการฉีดยา ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเข้าไปบริเวณใต้ผิวหนังเพื่อช่วยคุมความอยากอาหารให้ลดลง รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น เป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการควบคุมอาหารและลดน้ำหนักได้ดีขึ้น

แต่ทั้งนี้ ปากกาลดความหิว หรือที่บางคนก็เรียก ปากกาลดน้ำหนัก นั้นมีข้อบ่งใช้สำหรับการลดน้ำหนักสำหรับ “ผู้มีภาวะน้ำหนักเกิน” หรือเป็น “โรคอ้วน” ร่วมกับปัญหาด้านสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับเนื่องจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ

ตัวยาสำคัญของปากกาลดความหิว คือ ลิรากลูไทด์ (Liraglutide) ซึ่งออกฤทธิ์ในสมองคล้าย ฮอร์โมน GLP-1ตัวช่วยสำคัญควบคุมศูนย์หิว ศูนย์อิ่มของร่างกาย ตัวยานี้จะควบคุมความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่ค่อยหิว ลดการผลิตน้ำตาลในเลือด เพิ่มความไวของอินซูลินที่ตับอ่อนและกล้ามเนื้อ รวมถึงลดการเคลื่อนที่ของกระเพาะอาหารทำให้อาหารอยู่ท้องนานขึ้น ลดความอยากอาหารส่งผลให้ รู้สึกอิ่มและหิวน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่ต้องรู้ไว้เมื่อใช้ปากกาลดความหิว คือด้วยกลไกการทำงานของยาที่ฉีดเข้าไป มีผลในการลดอัตราการบีบตัวของลำไส้ จึงมีโอกาสที่จะทำให้เกิดท้องผูก รวมถึงการที่ตัวยาส่งผลทำให้รู้สึกอิ่มไว ผู้ใช้ยาจึงอาจคลื่นไส้ พะอืดพะอมได้ง่ายเวลาทานอาหาร โดยเฉพาะเมื่อทานแบบเร่งรีบหรือทานมื้อใหญ่ๆ ในปริมาณมาก

“การที่ยาดังกล่าวมีข้อควรระวังในการใช้กับผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน ถุงน้ำดีอักเสบ และนิ่วในถุงน้ำดี ไทรอยด์หรือโรคเกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อ มะเร็ง รวมไปถึงร่างกายแต่ละคนมีพยาธิสภาพ ระดับฮอร์โมนต่างๆที่แตกต่างกัน ดังนั้น การใช้ปากกาลดความหิวเป็นตัวช่วยเพื่อการลดน้ำหนัก จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ทั้งเพื่อปรับ ตัวยาให้เหมาะสม รวมถึงให้คำแนะนำด้านโภชนาการ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม จึงจะช่วยให้การลดน้ำหนัก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ไม่ควรหาซื้อมาใช้ด้วยตัวเอง” แพทย์หญิงชุติมา กล่าวเตือน

ชาริช เฮลท์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดีระดับโลก ในราคาที่เข้าถึงได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696129

ชาริช เฮลท์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดีระดับโลก ในราคาที่เข้าถึงได้

ชาริช เฮลท์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดีระดับโลก ในราคาที่เข้าถึงได้

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Sharich Health (ชาริช เฮลท์) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แบรนด์ Sharisma (ชาริชมา) ที่มุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพดีระดับโลก ในราคาที่เข้าถึงได้ นำโดย ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ Founder & Chief Happiness Officer และ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ Co-Founder & Chief Executive Officer จัดงาน “No.1 Wellness Essential Vitamins Innovative for Health & Rejuvenation by SHARISMA” ที่สุดแห่งการรวมนวัตกรรมวิตามินเพื่อการดูแลสุขภาพและรูปร่างลึกระดับเซลล์ ไปจนถึงระบบเผาผลาญ และระบบทางเดินอาหารอย่างครบทุกมิติ ด้วยกระบวนการเริ่มต้นตั้งแต่ดูแล ป้องกัน พร้อมฟื้นฟูให้คุณสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกที่แท้จริง เปิดให้คนรักสุขภาพเข้าชมจนถึงวันที่ 5 ธันวาคมนี้ที่ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม พารากอน

ชาริชโพรไบโอติก เป็นผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ที่อุดมไปด้วยจุลินทรีย์สายพันธุ์มนุษย์ที่ดีที่สุด 8 สายพันธุ์ 20,000 ล้าน CFU ต่อซอง ซึ่งจากผลการวิจัยได้ชื่อว่า The Most Powerful Probiotics ทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยคนสำคัญในการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลพร้อมเพิ่มเกราะป้องกันสารพิษในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียก่อโรคไม่สามารถเติบโตได้ อีกทั้งฟื้นฟูระบบย่อยอาหารและขับถ่าย

ส่วนผลิตภัณฑ์ ชาริชไฟเบอร์ ศาสตร์แห่งการปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารที่มีงานวิจัยระดับโลกรับรอง มีไฟเบอร์สูงถึง 8,175 มิลลิกรัมต่อซอง เทียบเท่าการรับประทานสลัด 7 ชามใหญ่โดยเป็นสูตรพิเศษที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารสกัดจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำตาลและซูคราโลส มีส่วนประกอบของสุดยอดใยอาหารชนิดละลายน้ำ 13 ชนิด เสริมด้วย 8 สารสกัดเกรดพรีเมียมจากพืชและผลไม้