‘ธนวัช’จี้กยท.ปรับเกณฑ์ปลูกพืชทดแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696174

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนวัช ภูเก้าล้วน คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และว่าที่ผู้สมัคร สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางพาราในปี 2566 ว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่การผลิตของประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซียยังกลับมาไม่เต็มที่ ประกอบกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์ หรือถุงมือยาง ยังมีทิศทางสดใส แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะละเลยภารกิจการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกพืชทดแทน ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย 2558 ด้วยการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี หรือไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ รวมถึงการควบคุมปริมาณการผลิต ลดพื้นที่การปลูกยางสร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ด้วยการส่งเสริมให้ชาวสวนยางที่ปลูกยางแต่ได้รับผลผลิตน้อย ติดต่อรับสิทธิ์ขอทุนในการปลูกแทนได้ อัตราไร่ละไม่เกิน 16,000 บาทต่อไร่ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือกฎเกณฑ์ที่มียังไม่จูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ

“ปัญหาคือตามระเบียบการปลูกแทน หากเกษตรกรปลูกแทนก่อนการอนุมัติทุน เมื่อถึงลำดับที่ได้รับทุน จะถูกตัดเงินปลูกแทนตามอายุพืชที่ปลูกนับถึงวันที่ได้รับทุน จึงจะทำให้ได้รับเงินทุนไม่เต็มในอัตรา 16,000 บาทต่อไร่เกษตรกรส่วนใหญ่จึงไม่กล้าปลูกพืชหลักที่ขอทุนปลูกแทน ทำให้เสียโอกาสในการปลูกใหม่ไปประมาณ 2 ปีทีมงาน สส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เร่งผลักดันให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปรับปรุงระเบียบดังกล่าว เพื่อให้เกษตรกรที่มีความพร้อมสามารถโค่นยางพารา และปลูกพืชอื่นแทนใหม่ โดยได้รับเงินทุนปลูกแทนเมื่อถึงลำดับได้รับอนุมัติเงินปลูกแทนเต็มจำนวน 16,000 บาทต่อไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางพารา และจะช่วยให้นโยบายลดพื้นที่การปลูกยาง สร้างสมดุลและปริมาณยางพาราในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางบรรลุตามเป้าหมายด้วย” นายธนวัช กล่าว

กรมชลฯคาดการณ์ อ่างฯห้วยแม่สลิด สร้างเสร็จปี2567 แก้ปัญหาแล้งที่ตาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696177

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง นายวิวัธน์ชัย คงลำธาร ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 2 นายธนพล สงวนตระกูล ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สลิดจ.ตาก โดยมี นายธนบดี รักสัตย์ ผอ.สำนักงานก่อสร้างขนาดกลางที่ 3 ร่วมบรรยายสรุปผลความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สลิด ตั้งอยู่ที่ ต.แม่สลิด อ.บ้านตาก จ.ตาก มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน ทำนบดินยาว 1,700 เมตร กว้าง 9 เมตร มีความจุที่ระดับเก็บกัก 25.41 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 88 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านตาก และพื้นที่ใกล้เคียงสำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร มีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 8,200 ไร่ ช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างมาก คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567

ทั้งนี้ นายชูชาติ ได้เร่งรัดงานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้มีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด ให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความเสียหายได้ในอนาคต

กรมข้าวถกคณะมนตรีฯ ร่วมงานวิจัยข้าวในเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696173

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย น.ส.เยาวลักษณ์ แสนคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว และนายจิรพงศ์ ใจรินทร์ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ กองวิจัยและพัฒนาข้าว ได้ร่วมหารือกับ Md. Masumur Rahaman, Counsellor (Political) & Head of Chancery เพื่อเตรียมการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีความร่วมมือในการวิจัยข้าวแห่งเอเชีย (Council for Partnership on Rice Research in Asia: CORRA) ประจำปี ครั้งที่ 26 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29- 30 พฤศจิกายน 2565 โดย Bangladesh Agricultural Research Council (BARC) และสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Center : IRRI) ณ กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ

ในโอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณ Md. Masumur Rahaman, Counsellor (Political) & Head of Chancery ที่ต้อนรับและได้อำนวยความสะดวกในการจัดทำวีซ่าให้แก่คณะของกรมการข้าวเป็นอย่างดี

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696323

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.53 น.

ll เป็นข่าวใหญ่ไปทั่ววงการ เมื่อหนึ่งใน “ห้าเสือจีนสีเทา” หลิน หลง โชว์ภาพแต่งกายชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวยศพันเอกประดับเหรียญตรา ย้ำเตือนกับพรรคพวกจีนสีเทาว่า “มีเงินทำได้ทุกอย่าง” …เรื่องเช่นนี้เคยปรากฏเป็นข่าวอื้อฉาวมาแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน มีกลุ่มนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนแต่งกายชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวยศพันเอกประดับเหรียญตราเรียบร้อยไปเที่ยวไนท์คลับย่านถนนพระราม 4 และได้แสดงความกร่างต่อหน้าผู้คน บังเอิญมีนายทหารนอกเครื่องแบบอยู่ในที่เกิดเหตุเลยรีบรายงานให้ผู้ใหญ่ทราบ นั่นคือที่มาของคำระคายหู “ผู้การพุงโร” การเกิดเหตุซ้ำเช่นนี้อย่าไปโทษใครอื่น เพราะวงการทราบว่ามีหน่วยงานราชการนี่แหละ มีทีมออกมาทาบทามนักธุรกิจกระเป๋าหนัก โดยจะมอบยศขั้นนายพันให้พร้อมรับการบริจาคจำนวนหนึ่ง…

ll โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย (BCC) เป็นโรงเรียนราษฎร์เก่าแก่แห่งแรกของประเทศไทยก่อตั้งปี พ.ศ. 2395 ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีอายุ 170 ปี นอกจากมาตรฐานการศึกษาแล้ว BCC ยังมีระบบสมาคมศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งเพราะมีประธานรุ่นต่างๆ เข้ามาร่วมเป็นกรรมการสนับสนุน จำนวนศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จมีมากทั้งในภาครัฐและเอกชนจึงมีพลังที่สามารถทำงาน CSR ให้สังคม… สัปดาห์ที่แล้ว BCC รุ่น 119 จัดเลี้ยงใหญ่ที่ รร.ดิ เอมเมอรัลด์ ลงมติเลือกสุเทพ จงประทีป เป็นประธานรุ่นโดยมีสมาชิกรุ่นที่แอคทีฟ อาทิ นิมิตร พลชัย, วิเชียร สงวนทรัพยากร, ปรีชาบูรณะวัฒนา และวันชัย ชุณหวงศ์ ร่วมเป็นกรรมการ…

ll นงลักษณ์ วิจิตรพันธุ์ ลิ้นหัวใจรั่ว เข้ารับการผ่าตัดที่รพ.รามาธิบดี กลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้ว และ 15 ธ.ค.นี้เป็นคิวของ ชวลิต สามีเข้าผ่าตัดตา ทำให้คัทยา-ภารวัฒน์ ลูกสาว-ลูกชายได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญู ผลัดเวรกันดูแลตลอด…

ll คล้ายวันเกิดปีนี้ อนัญลักษณ์ ประมูลมาก มีความสุขมากล้ำ ด้วยการได้ทำบุญ-ทำทานเต็มที่ โดยรวบรวมเงินจากเพื่อนพ้องน้องพี่ซื้ออาหารเลี้ยงน้องหมา 130 ตัว หมาอิ่มท้องพี่ๆ น้องๆ อิ่มใจ…ส่วนของขวัญให้ตัวเองคือผ้าซิ่นฝ้ายทอมือจกเล็กๆ เต็มผืนลายหงส์&ดอกไม้ อัตลักษณ์ของชนเผ่าจ้วง (กลุ่มเชื้อสายจีน) จากชุมชนวัดภูเก็ต อ.ปัว จ.น่าน…เบิกบานสุดๆ…

ll วิชาญ-ทัดทรวง สุขสว่าง ปลื้มปีติเป็นยิ่งนัก ที่ได้เห็นชายผ้าเหลืองลูกชาย บวชที่วัดกำแพง นนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้…

ll สัปดาห์ก่อน สัตตกมล วรกุล ได้ไปร่วมทำบุญกับ สมาคมสื่อฯทอดผ้าป่าสร้างเมรุเผาศพ ที่จ.นครพนม และเลยไปเที่ยวถ้ำนาคา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้บุญมาเผื่อให้เพื่อนได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วย…

ll สมจิตร ต่อพงษ์พันธุ์ ได้รับมง(กุฎ) “คุณแม่ผู้โชคดี” ไปแล้ว หลังจากที่ลูกชายทั้งสองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน คนโตรับราชการ คนเล็กเป็นคุณหมอที่ล่าสุดพาคุณแม่ไปผ่าตัดหัวเข่า…และทุกวันหยุดสุดสัปดาห์พาพ่อแม่ไปกินอาหารถูกปาก แถมมี pocket money ให้แม่ทุกเดือนอีกต่างหาก !!…ll

บารอนเนส

Oncemet Skin เปิดตัว Smooth Boost ตอบโจทย์ปัญหาผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696280

Oncemet Skin เปิดตัว Smooth Boost ตอบโจทย์ปัญหาผิว

Oncemet Skin เปิดตัว Smooth Boost ตอบโจทย์ปัญหาผิว

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.37 น.

“Oncemet Skin” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Smooth Boost” ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม จากสารสกัดคุณภาพสูง

“Oncemet Skin”เดินหน้ารังสรรค์ความแตกต่างพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการบำรุงผิว เปิดตัวผลิตภัณฑ์“Smooth Boost” เป็นการรวมพลังของสองแอมพูลที่เข้มข้น ในการปรนนิบัติผิว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน โดย“Smooth Boost” มีประสิทธิภาพช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ได้อย่างมีประสิทธิภาพปราศจากการระคายเคืองผิว ช่วยให้ผิวเปิดรับการบำรุงได้อย่างล้ำลึก เปรียบเสมือนการทำทรีทเมนท์ได้เองทุกที่ทุกเวลาเป็น Home-use Treatment ใช้งานง่าย เพื่อผิวเรียบเนียนใส ใน 2 ขั้นตอน ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์“Smooth Boost” มีสารสกัดที่อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากสาร Silicone, Alcohol, Colorant, Fragrance, Paraben, Mineral Oil ผิวแพ้ง่ายก็สามารถใช้ได้

“Smooth Boost”ประกอบไปด้วยสารสกัดที่มีคุณประโยชน์ต่อการบำรุงผิว โดยแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ขั้นตอน

STEP 1 : Finest Chemical Exfoliantขั้นตอนการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้า เพื่อเผยเซลล์ผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้คัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุด ในความเข้มข้นที่เหมาะสม โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือรบกวนผิวมากจนเกินไปประกอบไปด้วยสารสกัด

  • Glycolic Acidเป็น AHA โมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมลงใต้ชั้นผิวได้ดีกว่า AHA ชนิดอื่นๆช่วยในการผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นบนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวพร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวได้เป็นอย่างดี
  • Mandelic AcidโดยMandelic Acid เป็นหนึ่งใน AHA ที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ที่สุด ซึมเข้าผิวได้ยาก นิยมใช้ในกลุ่มผู้เป็นสิว ผิวระคายเคืองง่าย
  • Maleic Acidมีคุณสมบัติเป็น Humectant ที่ช่วยดึงดูดน้ำเข้าผิว ให้ความชุ่มชื้นกับผิว และยังมีความสามารถทำให้ส่วนผสมกลุ่ม Humectant อื่นๆ ซึมลงสู่ผิวได้ดีขึ้น

STEP 2 : Intense Serum ขั้นตอนที่ 2 การบำรุงอย่างล้ำลึก ด้วยสารบำรุงที่เข้มข้นโดยSmooth Boost เป็นเซรั่มที่เน้นการต้านและลดการอักเสบใต้ผิว ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเซลล์ผิวระดับ DNA ได้รวบรวมสารสกัดที่เป็นประโยชน์ต่อผิวไว้อย่างมากมาย

  • Tranexamic Acidเป็นส่วนผสมอันดับต้นๆ ที่มีงานวิจัยรองรับว่าสามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกลไกการทำงาน 3 อย่าง ที่จะช่วยซ่อม บำรุงและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ผิว โดยการลดการขยายตัวของหลอดเลือด อันเป็นสาเหตุของรอยแดงใต้ผิว ที่จะนำไปสู่การเกิดฝ้า กระ ลดกระบวนการอักเสบของเซลล์ผิวหลังโดนแสงแดดและความร้อน และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน
  • 3-0-Ethyl Ascorbic Acidอนุพันธ์วิตามินซีที่ละลายในน้ำ มีความเสถียรสูง ทนอุณหภูมิสูงได้ดี ที่Oncemet Skin เลือกมาในปริเข้มข้นพอเหมาะ ให้เซลล์ผิวได้รับการกระตุ้น โดยอนุพันธ์วิตามินชีสายพันธุ์น้องใหม่ตัวนี้ ให้ผลที่ดีมากด้านการเพิ่มความกระจ่างใส เนื่องจากส่วนผสมนี้จะไปรบกวนกระบวนการผลิตเม็ดสีเมลานินถึงต้นเหตุ และถือเป็นส่วนผสมที่ช่วย anti-aging ลดริ้วรอยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และปกป้องเซลล์ผิวและ DNA จากการทำร้ายโดยอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังไปรบกวนโปรตีน Interleukin6 (IL-6) ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเซลล์ผิว สาเหตุของปัญหาผิว เช่น การแพ้ บวม ผื่น แดง ฝ้า กระ การขัดขวางการผลิตโปรตีนกลุ่มนี้ได้ จึงทำให้สามารถลดการอักเสบของผิวได้นั่นเอง
  • Acetyl Hexapeptide-38 หรือArgirelineเป็น peptide ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกในแลปที่ประเทศสเปน ซึ่งถูกผลิตขึ้นมาเพื่อลดการส่งสัญญานจากสมองมาสู่กล้ามเนื้อ ขณะที่เรามีการแสดงสีหน้า โดยจะส่งผลให้ลดการขยับของกล้ามเนื้อ ริ้วรอยจึงดูตื้นขึ้น ซึ่งเป็นหลักการที่คล้ายกับการใช้โบทอกซ์ โดยการใช้Argirelineร่วมกับส่วนผสมที่เป็น Humectant จะยิ่งเสริมให้ผิวอิ่ม ฟูขึ้น ผิวชั้นนอกจะดูเรียบ ลื่น ริ้วรอยลดลงอย่างชัดเจน
  • VitisVinifera Vine Extract หรือสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นสารสกัดที่ต่อต้านอนุมูลอิสระและยังต้านการอักเสบจากจุลชีพ ที่สำคัญยังมีส่วนประกอบของ Linoleic Acid อยู่เยอะมากทำให้เสริมกรดไขมันโมเลกุลเล็กที่ดีให้กับผิวทำให้ผิวสมดุลไม่ผลิตน้ำมันโมเลกุลใหญ่ส่วนเกินออกมาซึ่งทำให้ลดการเกิดสิวได้โดยทางอ้อม

หมดปัญหาการดูแลผิวพร้อมลดขั้นตอนในการปรนนิบัติผิวด้วยผลิตภัณฑ์จาก“Smooth Boost” มุ่งตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/oncemet.skin และ https://www.instagram.com/oncemet.skin/?hl=en หรือ https://shop.line.me/@oncemet.skin

ทั้งนี้Oncemet Skin เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของ“skin solutions for all” เดินหน้าคัดสรรสารสกัดที่มีประสิทธิภาพจากทั่วทุกมุมโลก มารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้บริโภคให้ครอบคลุมอย่างมากที่สุด ให้สมกับความไว้วางใจที่ผู้บริโภคมั่นใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากOncemet Skin ในการปรนนิบัติผิว

รายการ LIFE VARIETY : น.ท.(หญิง) ชูจิต จิตต์แก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696273

รายการ LIFE VARIETY : น.ท.(หญิง) ชูจิต จิตต์แก้ว

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

รายการ LIFE VARIETY : น.ท.(หญิง) ชูจิต จิตต์แก้ว หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696272

รายการ LIFE VARIETY : ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

รายการ LIFE VARIETY :  ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2565 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

รายการ LIFE VARIETY : อรรถพล อ่อนสุวรรณ , เพ็ญศิริ โกมลวัจนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696268

รายการ LIFE VARIETY : อรรถพล อ่อนสุวรรณ , เพ็ญศิริ โกมลวัจนะ

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.44 น.

รายการ LIFE VARIETY : อรรถพล อ่อนสุวรรณ , เพ็ญศิริ  โกมลวัจนะ

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

ททท. เผยโครงการ เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ประสบความสำเร็จตามเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696264

ททท. เผยโครงการ เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ประสบความสำเร็จตามเป้า

ททท. เผยโครงการ เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง ประสบความสำเร็จตามเป้า

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.31 น.

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  กล่าวว่า จากผลกระทบของการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)จึงมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวให้มากขึ้น จึงได้จัดทำโครงการ“เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง” ที่ได้การเปิดตัวโครงการไปเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศไทย

 จากการดำเนินโครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง” ททท.ได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการและหน่วยงานพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการเป็นอย่างดี อีกทั้ง มีนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการเป็นจำนวนมากจากการประชาสัมพันธ์ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ซึ่งก่อให้เกิดการรับรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ถึง20,000,000 คน-ครั้ง

กิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้โครงการ เป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวชาวไทยได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วม“กิจกรรมวงล้อแห่งความคิดถึง” ตลอดระยะเวลาดำเนินการจัดกิจกรรม จำนวนมากถึง 3,273 ราย และ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม“เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง”มากกว่า1,000 ราย ซึ่งถือได้ว่าการจัดทำกิจกรรมในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ภายใต้โครงการ ยังมีการจัดหาสิทธิพิเศษและส่วนลดจากสถานประกอบการชั้นนำทั่วประเทศไทย สำหรับเป็นตัวเลือกในการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยว สามารถออกเดินทางได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ผ่านเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/thailandimissyou โดยมีนักท่องเที่ยวสนใจและเข้ามากดรับสิทธิพิเศษเป็นจำนวนมาก และก่อให้เกิดการเดินทางถึง 10,000 คน-ครั้ง เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายตลาดไทยเที่ยวไทยของปี 2565ซึ่งตั้งไว้ที่ 160 ล้านคน-ครั้ง โครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง” จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยให้นักท่องเที่ยวออกเดินทาง ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลขการออกเดินทางอยู่ที่ 200 ล้านคน-ครั้ง

ททท. ขอขอบคุณหน่วยงานพันธมิตร ที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินโครงการด้วยดีเสมอมา ตลอดจนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และสื่อมวลชน ที่ร่วมผลักดันให้โครงการ “เที่ยวเมืองไทยให้หายคิดถึง” ประสบความสำเร็จ และก้าวไปสู่จุดหมาย เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และยั่งยืน ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย

สุดท้ายนี้ขอเชิญชวนคนไทยทุกคน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยการออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2565 เพื่อสร้างประสบการณ์และสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ในการท่องเที่ยวไทยต่อไป

นักเรียนทุนอานันทมหิดล ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของในหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696262

นักเรียนทุนอานันทมหิดล ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของในหลวง ร.9

นักเรียนทุนอานันทมหิดล ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของในหลวง ร.9

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.29 น.

นักเรียนทุนอานันทมหิดล ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ของในหลวง ร.9 

เนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ ในการนี้  ดร.จิรนิติ หะวานนท์ กรรมการ, เลขานุการแผนกธรรมศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดล และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ทรงสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยนานัปการ และในฐานะตัวแทนของนักเรียนทุนอานันทมหิดล ซึ่งในชีวิตที่ผ่านมาได้นำพระราชกรณียกิจมาปรับใช้ในการทำงานหลายอย่าง ถือเป็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ สามารถเป็นตัวอย่างหรือแนวทางในการใช้ชีวิตของคนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี

ดร.จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวว่า “ผมเรียนจบประถมมัธยมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ และศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ได้รับปริญญานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) พร้อมกับได้รับเนติบัณฑิตไทย (ลำดับที่ 1 สมัย 28) จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หลังจากนั้นได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านกฎหมายปกครอง ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกด้านกฎหมายวิธีพิจารณาความ เน้นมาทางอาญา จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างศึกษาได้เดินทางเข้ามาทำปริญญานิพนธ์ที่ชุมชนแออัดคลองเตย หลังจากนั้นได้เริ่มต้นการทำงานเป็นผู้พิพากษามาตั้งแต่ปี 2525, เป็นเลขานุการศาลฎีกา, หัวหน้าคณะศาลอุทธรณ์, อธิบดีศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และเรื่อยมา จนมารับตำแหน่งในปัจจุบันคือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในปี 2563 

การที่ผมได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล ถือเป็นมงคลที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะเป็นทุนที่มาจากพระบาท สมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโดยตรง อีกทั้งยังเป็นทุนของนักศึกษาปริญญาตรีที่มีเกียรติยศสูงสุด และที่ผ่านมาผมยังได้รับเกียรติให้เป็นกรรมการและเลขานุการในการคัดเลือกนักศึกษาในแผนกธรรมศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2539 สำหรับการนำพระราชกรณียกิจมาปรับใช้ในการทำงานก็มีหลายอย่าง ทั้งพระวิสัยทัศน์การมองโลกในมุมบวก, การนำความรู้เข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย และที่ผมประทับใจมากที่สุดคือพระวิสัยทัศน์ของท่าน ที่ทรงให้ทางสำนักพระราชวังมาขอความช่วยเหลือจากแผนกโสตทัศนศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในเรื่องเทคโนโลยีการถ่ายทำ มุมกล้องบรรยากาศในห้องเรียน และการเรียนการสอนต่างๆ ที่ต่อมาเรื่องนี้ได้พัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็น DLTV มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งในปัจจุบันเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในชนบทห่างไกลกว่า 31,000 แห่ง ทำให้มีจำนวนครูและนักเรียนที่ได้รับโอกาสเพิ่มขึ้นกว่า 1,500,000 คน 

ในโลกปัจจุบันเรากำลังเผชิญปัญหามากมาย หรือที่ทางสังคมศาสตร์เรียกว่าเป็นยุคปฎิวัติเทคโนโลยี หลายสิ่งได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เกิดปัญหาขึ้นในหลากรูปแบบ ประเทศไทยยังโชคดีที่ไม่เดือนร้อนมากนักเพราะมีทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ยังเน้นผลผลิตทางการเกษตร และการไม่ทำอะไรที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป ซึ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทุกภาคส่วนได้มองเห็นความสำคัญของการศึกษา ซึ่งแต่เดิมเป็นแค่การเรียนรู้จากหนังสือ แต่ในปัจจุบันเป็นการเรียนรู้ในทุกเรื่อง ที่สำคัญต้องเรียนรู้ว่าโลกจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไรให้มีความสุข กลไกในการเรียนรู้นอกจากจะเรียนผ่านหนังสือหรือโลกออนไลน์แล้ว ควรจะเป็นการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง เหมือนกับที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงแนะนำในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นราธิวาส ฯลฯ 

ดร.จิรนิติ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในชีวิตที่เหลืออยู่ของผม สิ่งที่อยากทำให้กับประเทศชาติก็คือการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด เพราะศาลรัฐธรรมนูญเมื่อได้ตัดสินอะไรลงไปแล้ว จะมีผลกระทบต่อสังคม ระบบการปกครองในภาพรวมของประเทศ ดังนั้นจึงต้องพยายามดูแลรัฐธรรมนูญ, กฎหมาย ให้มีความมั่นคงเข้ม แข็ง เพื่อให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย และการพัฒนาจะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งกฎหมายและความยุติธรรมเป็นเงื่อนไขที่สำคัญต่อเรื่องดังกล่าว เพราะการที่คนมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เราจำเป็นต้องเสียสละเสรีภาพบางส่วน เพื่อจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ครับ