ตั้งเป้าปี’68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695701

ตั้งเป้าปี'68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

ตั้งเป้าปี’68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.เป็นอาสาปศุสัตว์ร่วมเฝ้าระวัง

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.43 น.

กระทรวงเกษตรตั้งเป้า ปี 68 ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนประชาชนร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคฯ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2568” ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ มีแนวทางแก้ปัญหาโรคนี้โดยมุ่งเน้นการควบคุมประชากรสุนัขและแมว และสัตว์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสุนัขและแมวเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงรวมถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่ปล่อยทิ้งสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย.มีรายงานพบจากการสุ่มตรวจจำนวนสัตว์ที่มีเชื้อรวม 210 ตัว คิดเป็นร้อยละ 5 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปี 2561 สูงถึงร้อยละ 15 ผู้เสียชีวิต 18 ราย

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆและประชาชนในการสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ไปแล้วหลายรุ่น มีผู้ผ่านการอบรมครอบคลุมทุกพื้นที่ มากกว่า 1 แสนคน และในปี งบประมาณ 2566 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 8,600 คน อย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ.2535

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมว อีกทั้ง มุ่งสร้างอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า เพราะถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความอย่างยั่งยืน ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง” น.ส.รัชดา กล่าว

ชลประทานติดตามงาน สร้างอ่างฯน้ำปี้แก้น้ำท่วม-แล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695629

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางนายธนพล สงวนตระกูล ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 2 และคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.พะเยา ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นโครงการสำคัญในการบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำยม โดยการตัดยอดน้ำที่จะไหลบ่าลงสู่พื้นที่ตอนล่างในช่วงฤดูฝน และยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้ประมาณ 90.50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำในเขต อ.เชียงม่วน จ.พะเยา และพื้นที่ลุ่มน้ำยม รวมทั้งสามารถลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุน สามารถส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ครอบคลุม 34 หมู่บ้าน ใน 3 ตำบลของ อ.เชียงม่วน ประกอบด้วย ต.เชียงม่วน ต.บ้านมาง และ ต.สระ มีพื้นที่รับประโยชน์กว่า 7,520 ครัวเรือน พื้นที่ชลประทาน 28,000 ไร่ รวมทั้งสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ยม (ฝายแม่ยม) จ.เเพร่ ได้ประมาณ 35,000 ไร่ และเป็นแหล่งน้ำสำหรับเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ตลอดจนเป็นแหล่งน้ำเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

ในการนี้ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผนงานในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการโดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้มีการตรวจสอบและควบคุมการก่อสร้างให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความเสียหายในอนาคต

‘เฉลิมชัย’ใช้งานวิจัยส่งเสริมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695630

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติทางสัตวแพทย์และการเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 45 (The International Conference on Veterinary Science 2022 : The ICVS 2022) ที่จัดขึ้นโดยสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

ทั้งนี้ มีการประชุมภายใต้หัวข้อ “One Health for the New Era” มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์โดยใช้หลักแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health ซึ่งเป็นแนวคิดการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่รวมสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการพัฒนาสุขภาพที่ดีอย่างเป็นองค์รวม และเน้นการประยุกต์ใช้หลัก One Health ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการควบคุมโรคระบาดสัตว์โดยอาศัยหลักสุขภาพหนึ่งเดียวเป็นอย่างยิ่ง ควบคู่ไปกับการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เลี้ยงชีพที่มั่นคง เพื่อการพัฒนาระบบรากฐานของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดี คาดว่าการประชุมดังกล่าวจะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตสัตว์เชิงอุตสาหกรรมและการควบคุมโรคระบาดสัตว์ในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ และเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ทางวิชาชีพสัตวแพทย์รวมถึงการมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกันขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชนในการเพิ่มขีดความสามารถของวิชาชีพสัตวแพทย์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในระดับภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม

‘ประภัตร’ถกมาตรฐานสินค้า ช่วยสร้างความเชื่อมั่นสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695632

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ (คกก.) มาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 4/2565 โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่อง กำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไป (ฉบับที่ 4) พ.ศ. …โดยจัดทำร่างค่าบริการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับ GAP และ Organic สำหรับสินค้าเกษตร 3 ประเภท รวมทั้งสินค้าประเภทพืชอาหาร พืชสมุนไพร ไม้ผล หม่อน เห็ด ชา กาแฟ และประเภทข้าว พืชไร่พืชเกษตรอุตสาหกรรม ยางพารา และพืชอาหารสัตว์ นอกจากนี้ ได้เห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 6 เรื่อง ได้แก่ 1.หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ เนื่องจากมีข้อมูลว่าในช่วงต้นฤดูจะมีการตัดทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด จึงมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติที่ดี เป็นมาตรฐานบังคับ 2.องุ่น ซึ่งเป็นไม้ผลที่เกษตรกรไทยนิยมปลูกกันมาก มีพื้นที่ปลูกองุ่น รวมทั้งสิ้น 5,517.10 ไร่ ผลผลิตรวม 4,189.40 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,809.48 กิโลกรัม โดยจัดให้ทำมาตรฐานองุ่นเป็นเกณฑ์ทางการค้า และพัฒนาคุณภาพของผลิตผล

3.เห็ดหูหนูขาวแห้ง เห็นควรจัดทำมาตรฐานเห็ดหูหนูขาวแห้งของไทย เพื่อตรวจรับรองคุณภาพใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงทางการค้า 4.บรอกโคลี โดยในปี 2564 มีพื้นที่ปลูก 175.5 ล้านไร่ ผลผลิตรวม 181.35 ตัน และผลผลิตต่อไร่ 1,495.67 กิโลกรัม ซึ่งคณะทำงานจัดทำมาตรฐานอาเซียนสำหรับผลิตผลพืชสวนและพืชอาหารอื่นๆ ได้ประกาศมาตรฐานอาเซียน เรื่อง บรอกโคลีดังนั้นไทยจึงควรมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง บรอกโคลี เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน

5.การปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับลานเททะลายปาล์มน้ำมัน (มกษ. 9037-2555) มีการประกาศใช้เมื่อปี 2555 สำหรับนำไปใช้ควบคุมกระบวนการจัดการของลานเททะลายปาล์มน้ำมันให้มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน และเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม เห็นควรให้มีการทบทวนมาตรฐานฉบับดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติในปัจจุบันและปรับปรุงข้อกำหนดให้มีความเหมาะสม และ 6.การชันสูตรโรคนิวคาสเซิล เป็นโรคระบาดสัตว์ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ 2558 และเป็นโรคที่อยู่ในบัญชีรายชื่อโรคระบาดสัตว์บกขององค์การสุขภาพสัตว์โลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกของประเทศ ตลอดจนเกิดปัญหาการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก

กรมชลฯรุดสร้าง ปตร.น้ำพุง-น้ำก่ำ ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุน เพียงพอใช้ทุกฤดู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695628

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) ลำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร โครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งใน อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ปัจจุบันงานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่า 81% โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้สามารถใช้ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประตูระบายน้ำแห่งนี้ จะทำหน้าที่ตัดยอดน้ำจากลำน้ำพุงก่อนไหลลงสู่หนองหารและผันน้ำส่วนเกินลงสู่ลำน้ำก่ำ ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่หนองหารลดปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่โดยรอบ ส่วนงานปรับปรุงเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของลำน้ำสายต่างๆ อาทิ คลองผันน้ำร่องช้างเผือก-ห้วยยาง และคลองผันน้ำห้วยยาง-ลำน้ำก่ำ ปัจจุบันแล้วเสร็จ 100% ส่วนคลองผันน้ำห้วยทามไฮ-ห้วยสองตอนอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และคลองผันน้ำหนองแซง-ห้วยซัน-ห้วยยาง จะเริ่มดำเนินการในปี 2567

ทั้งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2569 หากแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะช่วยบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ได้อย่างมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งเก็บกักน้ำและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ลุ่มน้ำพุงและลุ่มน้ำก่ำ เพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร รวมทั้งการรักษาระบบนิเวศ อย่างเพียงพอในทุกฤดูกาล ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์มากถึง 78,358 ไร่ ใน 4 ตําบลได้แก่ ต.ตองโขบ ต.เหล่าโพนค้อ ต.ด่านม่วงคำ และ ต.แมดนาท่ม อ.โคกศรีสุพรรณ

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695563

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

ปั้น‘อาสาปศุสัตว์’!เฉลิมชัยตั้งเป้าตำบลละ 2-3 คน ลุยป้องกันพิษสุนัขบ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.24 น.

‘เฉลิมชัย’ เปิดฝึกอบรม ‘อาสาปศุสัตว์’ ป้องโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมอบรมทั่วประเทศ 8,600 คน พร้อมต่อยอดเป็น ‘ของขวัญปีใหม่’ ดำเนินการทำหมัน-ฉีดวัคซีนหมาแมว 300,000 ตัวทั่วประเทศตลอดทั้งปี

1 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมเกียรติ กอไพศาล ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้จัดขึ้นเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า โดยเป็นความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ดำเนินการสร้างอาสาปศุสัตว์ขึ้นใหม่ และพัฒนาอาสาปศุสัตว์ที่มีอยู่เดิม ให้มีจำนวนครอบคลุมในทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายอย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล ซึ่งการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ในระดับพื้นที่นั้น จะต้องมีการป้องกันโรคด้วยการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพเท่านั้น ถึงจะทำให้สัตว์มีภูมิคุ้มกันต่อโรคได้ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ถึงจะส่งผลต่อความสำเร็จในการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้า

สำหรับอาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรม จะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535 โดยในวันนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 134 คน และมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมอบรมทั่วประเทศทั้งสิ้น 8,600 คน ซึ่งอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้าถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม และกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความยั่งยืน โดยเมื่ออาสาฯ ทุกคนมีความรู้ มีความเข้าใจ และมีทักษะในการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ประกอบกับปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะส่งเสริมให้การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และโรคระบาดสัตว์อื่น ๆ ในพื้นที่ เป็นไปอย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เข้าร่วมฟังการบรรยายในหัวข้อความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า และการฉีดวัคซีนและการรักษาคุณภาพวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงเข้าอบรมภาคปฏิบัติ ทั้งการฝึกทักษะการเตรียมวัคซีน ฝึกทักษะการจับบังคับสัตว์ (ใช้สุนัขและแมวจริง) และฝึกทักษะการฉีดวัคซีนด้วย

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสกัด ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า และถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ โดยในวันนี้เป็นการฝึกอบรมในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่ที่จะให้กับพี่น้องประชาชน ในกรณีที่จะทำหมันหมาแมว หรือฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงของพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้ครบ 300,000 ตัวตลอดทั้งปี โดยประชาชนสามารถประสานงานได้ที่อาสาปศุสัตว์หรือปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ และในส่วนของกรุงเทพมหานครมีอาสาปศุสัตว์ทุกเขตด้วย อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของท้องถิ่นที่มีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องร่วมมือกันจัดการกับหมาแมวจรจัด โดยการทำหมันหรือฉีดยาป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และในส่วนที่สามารถจับได้จะนำเข้าศูนย์พักพิงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

ทีเส็บดันไมซ์อย่างยั่งยืนแบบ BCG ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ลดปัญหาโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695868

ทีเส็บดันไมซ์อย่างยั่งยืนแบบ BCG ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ลดปัญหาโลกร้อน

ทีเส็บดันไมซ์อย่างยั่งยืนแบบ BCG ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ลดปัญหาโลกร้อน

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.39 น.

หลังจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ครม. (19 ม.ค.64) ได้มีมติเห็นชอบให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือที่เรียนว่า Bio-Circular-Green Economy : BCG Model เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2564 สอดรับกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การของสหประชาชาติ  (Sustainable Development Goals –SDGs)  ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศในปี 2565  เพื่อเดินหน้าพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร และลดปัญหาโลกร้อน

โดยเนื้อหาสำคัญที่ไทยนำมาปรับใช้กับการวางแผนเศรษฐกิจในภาพใหญ่ คือ การนำ BCG โมเดลมาพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ส่วนที่มีความเชื่อมโยงกัน คือ

-B เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) สร้างมูลค่าเพิ่มจากความได้เปรียบทางความหลากหลายทางชีวภาพ 

-C เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ยืดการใช้ทรัพยากร ใช้หลายครั้ง

 -และ G คือ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้น 4 สาขายุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ

1. การเกษตร และอาหาร

2. สุขภาพการแพทย์

3. พลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ

4. การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์

เพื่อปูทางเศรษฐกิจของไทยโดยนำข้อได้เปรียบเรื่องของความหลากหลายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืนได้

สำหรับทีเส็บ หรือสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาปรับใช้กับอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อยกระดับมาตรฐาน และส่งเสริมการจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเปิดบ้านต้อนรับผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างเป็นทางการในงาน APEC Economic Leaders’ Meeting หรือ APEC 2022  ประเทศไทยชูโมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy Model)  เพื่อตอบโจทย์การฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ครอบคลุม และสมดุล โดยเน้นการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ เพิ่มมูลค่า ลดความสูญเสีย และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมให้มากยิ่งขึ้น และการที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการก้าวผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ด้วยความยืดหยุ่นในการปรับตัว อีกทั้งมีความพร้อมในการจัดงานระดับนานาชาติเพื่อต้อนรับผู้นำทั้งภาครัฐ และเอกชนจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนสถานะและบทบาทของไทยบนเวทีโลก ได้เป็นอย่างดี

และเพื่อให้สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ (BCG) ทีเส็บได้ยื่นประมูลสิทธิ์ในการดึงงานใหญ่เข้ามาจัดในประเทศไทย เพื่อเป็นกลไกในการสร้างเม็ดเงิน  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจกระจายรายได้สู่ชุมชนต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด พร้อมพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลตามแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อตอบโจทย์รัฐบาล ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ

กลยุทธ์ที่ 1 สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน กระตุ้นให้หน่วยงานรัฐดึงงานจากต่างประเทศ และร่วมมือกับเอกชนดึงงานประชุมรูปแบบ Annual Global Conference งานประจำปีของแต่ละบริษัทให้เข้ามาจัดในประเทศไทย

กลยุทธ์ที่ 2 สร้างเงินหมุนเวียนกระจายรายได้ทั่วภูมิภาค เสนอเพิ่มการจัดงานไมซ์ในระดับภูมิภาค และกําหนดให้เป็นภารกิจของจังหวัด

กลยุทธ์ที่ 3 ยกระดับการให้บริการแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จในทุกมิติ โดยดำเนินงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย

ด้านแรก ก้าวใหม่ระดับโลก ดึงงานใหญ่เข้าสู่ประเทศ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกร่วมกับกระทรวงและจังหวัด ซึ่งไฮไลท์ในปีนี้ คือ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028, Phuket Thailand ภายใต้แนวคิด  Future of Life : Living in Harmony Sharing Prosperity โดยได้นำ BCG โมเดลมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพควบคู่กับการดูแลธรรมชาติ สอดคล้องกับธีมของ BIE เรื่อง Sustainability พร้อมยกระดับภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ซึ่งใช้พื้นที่ตำบลไม้ขาว กว่า 141 ไร่ เนรมิตให้เป็นศูนย์พักฟื้นผู้ที่หายป่วย หรือดูแลผู้ป่วยหลังเกษียณ ดูแลผู้ที่พักฟื้นหลังการผ่าตัด ดูแลกลุ่มที่รักสุขภาพ เช่น ฟิตเนส โยคะ สปา โภชนาการ  นวดเพื่อสุขภาพ รวมทั้งเกี่ยวกับการชะลอวัย อาหารเสริมต่าง ๆ  และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งในขณะนี้ทีเส็บ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมความพร้อมในการนำเสนอรอบที่ 2  (Country Presentation) ณ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั้ง 170 ประเทศได้เห็นความพร้อม และความคืบหน้าของการจัดงาน แผนการดำเนินงาน สถานที่จัดงาน และ แผนการใช้พื้นที่หลังจบงาน ต่อที่ประชุมสามัญประจำปี BIE   อีกทั้งภูเก็ตยังมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ที่จะสามารถรองรับการจัดงาน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร การท่องเที่ยวเชิงกีฬา อาหารการกินที่มีเอกลักษณ์ และมีชื่อเสียง รวมไปถึงแผนการพัฒนาระบบขนส่งและคมนาคมที่เชื่อมโยงแบบครบวงจร มีสาธารณูปโภคที่ครบครันทันสมัย ที่สามารถไปสู่เป้าหมายการเป็นตัวแทนเจ้าภาพจัดงานระดับโลก Expo 2028, Phuket Thailand ในครั้งนี้

ด้านที่สอง ก้าวแกร่งทั่วภูมิภาค ยกระดับงานสู่มาตรฐานสากล ดำเนินงานผ่านโครงการความร่วมมือ อาทิ โครงการงานแสดงสินค้าในประเทศ หรือ Empower Thailand Exhibition (EMTEX) สนับสนุนการจัดงานไมซ์ตามภูมิภาค เป็นต้น

ด้านที่สาม ก้าวข้ามอุปสรรคด้วยศักยภาพไมซ์ไทยทุกมิติ พัฒนาบุคลากร และมาตรฐานการให้บริการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งระดับพื้นที่ และระดับนานาชาติ การพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยี อำนวยความสะดวกอย่างครบวงจรให้กับนักเดินทางไมซ์ เช่น การจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกอุตสาหกรรมไมซ์ (Thailand MICE One Stop Service) เป็นต้น

ด้านที่สี่ ก้าวไกลด้วยแบรนด์ไมซ์ไทยในเวทีโลก ที่เน้นบูรณาการการสื่อสารประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์อุตสาหกรรมไมซ์ทั้งใน และต่างประเทศผ่านทุกช่องทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสู่ความเป็นที่หนึ่งในใจ (Top of Mind) ของนักเดินทางไมซ์ว่าประเทศไทยมีความพร้อมรองรับการจัดงานได้ทันที

ก้าวสำคัญของไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจได้แบบยั่งยืน BCG จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน และเพิ่มโอกาสการแข่งขันบนเวทีโลกในการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก  และสำหรับการเสนอเป็นเจ้าภาพจัดงาน  Expo 2028, Phuket Thailand ในครั้งนี้ คือการได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ที่คอยสนับสนุน เพื่อให้เรา “ประเทศไทย” ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเชื่อมต่ออุตสาหกรรมไมซ์ ไทยสู่สายตานานาชาติต่อไป

R&B แหล่งรวมความบันเทิงคนกรุง รองรับทุกไลฟ์สไตล์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695862

R&B แหล่งรวมความบันเทิงคนกรุง รองรับทุกไลฟ์สไตล์

R&B แหล่งรวมความบันเทิงคนกรุง รองรับทุกไลฟ์สไตล์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.29 น.

หลังจากสถานการณ์โควิด – 19 เริ่มคลี่คลาย ผู้ประกอบการธุรกิจต่างเริ่มกลับมาเปิดให้บริการแบบครบวงจรอีกครั้ง เช่นเดียวกับ อาร์แอนด์บี คาราโอเกะ สถานบันเทิงฮอตฮิตกลางกรุงประกาศความพร้อมที่จะกลับมาสร้างตำนานความบันเทิงอีกครั้ง โดยทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาสาทร ซอยอารีย์และสีลม ได้ปรับกลยุทธ์ด้านการตลาด และปรับปรุงสถานที่ให้มีความทันสมัย อุปกรณ์แสงสีครบครัน พร้อมระบบการเลือกเพลงด้วยหน้าจอทัชสกรีน ที่อัพเดทเพลงทั้งไทยและเทศมากกว่า 200,000 เพลง ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในแหล่งบันเทิงกลางกรุง

ผู้บริหาร R&B เปิดเผยว่า ได้ปรับปรุงสถานที่ให้มีความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบแสงสี หรือเสียงที่ใช้ระบบ Digital Mode นำเข้าจากต่างประเทศ ในส่วนของห้องคาราโอเกะไม่ว่าจะเป็นแบบกลุ่ม หรือแบบ PRIVATE R&B Karaoke ถือเป็นอีกสถานที่ที่เหมาะกับการสังสรรค์ ปาร์ตี้ได้อย่างสนุกสนาน ปลอดภัย ถือเป็นสวรรค์ของความบันเทิงที่ครบครัน

สำหรับเมนูที่หลากหลายถูกรังสรรค์โดย “Chef’s Recommendations” ไม่ว่าจะเป็นเมนูแนะนำ อาทิ ขาหมูเยอรมัน , ไส้กรอกเยอรมัน (ไร้สาร) , ปลากะพงสมุนไพรโบราณ , ต้มซุปเปอร์เอ็นหมูตุ๋น , ส้มตำวิงแซ่บเห็ด 3 อย่าง และ BBQ หมูดำ คุโรบุตะ ส่วนเครื่องดื่มที่ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดสุดๆ อาทิ Station Long Island , Yusu Mojito , Ume Sparkling Lemon และ Berry Berry จองความสนุกกันได้เลยทั้ง 3 สาขา (สาทร, อารีย์, สีลม) เปิดบริการตั้งแต่เวลา 18.00 – 24.00 น.

เริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปีขาล ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษต่อที่ 1 รับฟรีค่าห้องไซส์ s , m , l วันละ 3 ห้อง ( R&B ทุกสาขา ) สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รับสิทธิ์ฟรีห้อง จะได้รับโปรฯ ส่วนลด 30% ทุกสาขา โดยโปรโมชั่นนี่สามารถใช้ได้เฉพาะวันอาทิตย์-วันพฤหัส *วันศุกร์-วันเสาร์ และก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์ ส่วนสาขาอารีย์ รับส่วนลด 10% สาขาสีลม รับส่วนลด 20% และต่อที่ 2 ค่าห้องลด 50%  ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 31ธ.ค. 65–4 ม.ค. 66

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 02-675-4224 และ 086-341-3969 หรือ Line : @randbkaraoke / Facebook : randbkaraokeofficial / IG: randbkaraoke_official  และ website: http://www.karaoke.co.th

-(016)

‘Y8’ คว้า 2 สุดยอดรางวัลแห่งปี 2022 การันตีผลงานวิจัยจากสถาบันระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695856

‘Y8’ คว้า 2 สุดยอดรางวัลแห่งปี 2022 การันตีผลงานวิจัยจากสถาบันระดับโลก

‘Y8’ คว้า 2 สุดยอดรางวัลแห่งปี 2022 การันตีผลงานวิจัยจากสถาบันระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.56 น.

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สำหรับ บริษัท ยังเอจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Y8  ล่าสุดคว้า 2 รางวัลแห่งปี “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2022” และ “THAILAND TOP SME AWARDS 2022” ชูผลงานวิจัยจากสถาบันระดับโลกอย่าง SPINCONTROL ASIA การันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์

จากความมุ่งมั่น ตั้งใจ คิดค้น พัฒนา ของผู้นำหญิงแกร่งแห่งวงการเครื่องสำอางอย่าง วัจนา รื่นพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยังเอจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำมาสู่ความสำเร็จของการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ภายใต้แบรนด์ Y8  หนึ่งในแบรนด์ของคนไทยที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อส่งมอบคุณค่าผลิตภัณฑ์ด้านความงามให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้วันนี้ Y8 เป็นหนึ่งในแบรนด์คุณค่าเทียบระดับโลก

วัจนา รื่นพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยังเอจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลที่ได้รับ ทำให้มีพลังในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และดำเนินธุรกิจอย่างที่เราตั้งใจไว้ โดยรางวัลแรกที่ได้รับคือ “PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2022” ซึ่งทางนิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานมอบรางวัล “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARD 2022” รางวัลสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี 2565 ขึ้น โดยทางแบรนด์ได้รับรางวัล PRODUCT OF THE YEAR จากความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ประเภทแก้ฝ้า Glow Overnight Cream ด้านความเป็นเลิศสาขาวิจัยและพัฒนายอดเยี่ยมแห่งปี ในประเภทอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ซึ่งมีทั้งหมด 10 รางวัล ซึ่งก่อนหน้านี้ Glow Overnight Cream เคยได้รับรางวัล PRODUCT INNOVATION AWARDS 2022 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาแล้ว  จึงเป็นสิ่งตอกย้ำคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่สามารถชนะใจกรรมการ และสามารถครองใจคนไทยที่มีปัญหาเรื่องฝ้าได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับอีกรางวัลนั้นทางนิตยสาร BUSINESS+ ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยความร่วมมือของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)  จัดงานมอบรางวัลสุดยอดเอสเอ็มอีไทย ประจำปี 2565 “THAILAND TOP SME AWARDS 2022” ขึ้นเพื่อเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเครื่องหมายแห่งความสำเร็จแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งการได้รับรางวัล SME Awards 2022 ในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากบริษัทมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถปรับตัวในตลาดความงานที่มีภาวการณ์แข่งขันดุเดือดได้ ขณะเดียวกันสามารถทำให้สินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงามโดดเด่นขึ้นมาได้จนได้รับการพิจารณาเข้ารับรางวัลดังกล่าว

ทั้งนี้ Y8 มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้ความสำคัญและใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับโลกแก่ลูกค้าทุกคน โดยยึด 4 Core Value มุ่งตอบโจทย์ 4 เทรนด์โลกความงามประกอบด้วย 1. คุณภาพเหนือราคา 2. สารตั้งต้นวัตถุดิบที่ทรงคุณภาพ 3. มี Certificate การันตีรับรองผลลัพธ์และความปลอดภัย 4. อัดแน่นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้สินค้าของ Y8 ได้รับความน่าเชื่อถือและกระแสการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

วีลาล่าเปิดตัวบริการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695760

วีลาล่าเปิดตัวบริการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่

วีลาล่าเปิดตัวบริการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.30 น.

วีลาล่าเปิดตัวบริการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน นวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่

บริษัท วีลาล่า จำกัด (Welala Company Limited) เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ บริการตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน ได้แก่ ตรวจ DNA, ตรวจ HPV DNA, ตรวจ FIT [Fecal immunochemical test] และ ตรวจ Vitamin DNAเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่รักสุขภาพ ดูรายละเอียดและปรึกษาได้ที่ https://www.welala.co/

ดร.พงษธร โชติเกษมศรี ประธานกรรมการบริหารบริษัท วีลาล่า จำกัด เปิดเผยว่า “ วีลาล่า ผู้นำด้านนวัตกรรมชุดตรวจสุขภาพด้วยตัวเองที่บ้าน ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อการตรวจคัดกรองโรคด้วยตัวเองที่บ้าน ประกอบด้วย บริการตรวจ DNA (โปรแกรมตรวจสุขภาพแบบองค์รวมถึงระดับพันธุกรรม),บริการตรวจ FIT [Fecal Immunochemical Test]โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ด้วยการหาเลือดแฝงในอุจจาระ, บริการตรวจ HPV DNAโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการหาเชื้อ HPV จากการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองและบริการตรวจ Vitamin DNAโปรแกรมตรวจการเผาพลาญและแนวโน้มของวิตามินในเลือดจากพันธุกรรมทั้งนี้ เป็นบริการที่ให้คนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพ สามารถนำอุปกรณ์ไปตรวจด้วยตัวเองที่บ้านผู้สนใจสามารถสั่งซื้อ หรือปรึกษาได้ที่ https://www.welala.co/

ในการเปิดตัวนวัตกรรมการตรวจสุขภาพครั้งนี้ สิ่งที่จัดว่าเป็น ไฮไลท์หลัก ก็คือ บริการตรวจ HPV DNA หรือ โปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการหาเชื้อ HPV จากการเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง สำหรับผู้หญิงโดยมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย จากสถิติพบว่า มีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยสูงถึงวันละ 13 คนและ มะเร็งปากมดลูก ยังเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ป้องกันได้มากที่สุดจากการตรวจคัดกรอง ทั้งนี้ วิธีการตรวจจะต้องให้ผู้หญิงไปขึ้นขาหยั่งที่โรงพยาบาล โดยแพทย์จะใส่อุปกรณ์ถ่างขยายช่องคลอด หรือที่เรียกกันว่า “ปากเป็ด” เพื่อถ่างขยายหาบริเวณปากมดลูก จากนั้น จึงนำอุปกรณ์ใส่เข้าไปเก็บสิ่งส่งตรวจออกมา เพื่อนำไปส่งตรวจในห้องปฏิบัติการแต่จากสถิติการตรวจคัดกรองในประเทศไทยพบว่า ผู้หญิงที่เข้ารับการตรวจค่อนข้างน้อย และมีผู้ที่เข้าไม่ถึงการตรวจอยู่เป็นจำนวนมาก

วีลาล่า มีความมั่นใจว่า การเปิดตัวบริการตรวจ HPV DNA ด้วยวิธีการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองนี้ จะทำให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้น โดยทางทีมพัฒนาได้ทำการศึกษาและค้นคว้า เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ดีที่สุดคือ แปรงเก็บสิ่งส่งตรวจ คุณภาพสูง ชนิดเดียวกันกับที่รัฐบาลในกลุ่มยุโรปนำมาใช้ในโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระดับชาติ ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีความแม่นยำสูงเทียบเท่ากับการเก็บสิ่งส่งตรวจโดยแพทย์ วิธีใช้คือ แค่นำแปรงใส่ไปในช่องคลอด หมุนด้ามแปรง 5 ครั้ง แล้วนำออกมาปิดฝา เพื่อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการต่อ และหากผลผิดปกติ แพทย์ในระบบจะทำการติดต่อกลับผู้รับบริการ ให้คำปรึกษา และส่งตัวพบแพทย์ผ่านสถานพยาบาลพันธมิตรทันที หรือสามารถเลือกปรึกษาเบื้องต้น และรับใบส่งตัวไปโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เช่นกัน ซึ่งวิธีการนี้ จะสร้างความสะดวกสบายแก่ผู้รับบริการ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้หญิงตรวจคัดกรองมากขึ้น

สำหรับ กลุ่มเป้าหมายในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ จะเน้นที่ไปที่ผู้หญิงไทยอายุ 25-65 ปีทุกคน โดยมีช่องทางการสั่งผลิตภัณฑ์ที่ คลินิกเวชกรรมวีลาล่า ตั้งอยู่ที่ ชั้น3ศูนย์การค้า I’m Chinatown เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร  สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.welala.co/ หรือ https://www.facebook.com/WELALAHEALTH/

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ :คลินิกเวชกรรมวีลาล่าโทร 083 860 8875 หรือ Add Line ID: @welala