รมว.ต่างประเทศรัสเซียพูดครั้งแรก มอสโกกำลัง ‘ทำสงคราม’ กับยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2567995

รมว.ต่างประเทศรัสเซียพูดครั้งแรก มอสโกกำลัง ‘ทำสงคราม’ กับยูเครน

2 ธ.ค. 2565 00:39 น.

รมว.ต่างประเทศรัสเซียพูดครั้งแรก มอสโกกำลัง ‘ทำสงคราม’ กับยูเครน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียพูดอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ประเทศของเขากำลังทำสงครามกับยูเครน หลังที่ผ่านมาใช้คำว่าปฏิบัติการพิเศษทางทหารมาตลอด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ธ.ค. 2565 นักข่าวรัสเซีย โอลกา สกาเบเยวา โพสต์คลิปวิดีโอการแถลงข่าวในวันเดียวกันของ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาพูดอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ประเทศของเขากำลังทำสงครามกับยูเครน หลังจากที่ผ่านมาใช้คำว่าปฏิบัติการพิเศษทางทหารมาตลอด

ในงานแถลงข่าวดังกล่าว นายลาฟรอฟ กล่าวว่า “กับยูเครน…เราไม่ได้แค่ลุกขึ้นมาและทำสงครามกับยูเครน เพียงเพราะเราไม่ชอบเซเลนสกี หรือเพราะเขาหยุดออกทีวีช่อง KVN และหยุดดูแลโรงละคร Kvartal 95 ของเขา มันมีเหตุผลของมัน เราเตือนยูเครนมาหลายต่อหลายปีแล้ว”

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซีย ใช้คำว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เรียกการยกทัพโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบมาตลอดนับตั้งแต่การรุกรานเกิดขึ้นเมื่อ 24 ก.พ. โดยที่ผ่านมาการใช้คำว่า สงคราม สื่อถึงสงครามที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครน มีบทลงโทษตามกฎหมายของรัสเซีย แต่ไม่แน่ชัดว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในเรื่องนี้แล้วหรือไม่

ในการแถลงข่าวเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย อ้างอีกว่า รัสเซียไม่เคยขอเจรจากับฝ่ายยูเครน แต่พวกเขาพร้อมที่จะรับฟังอีกฝ่ายเสมอ.

ที่มา : yahoo

แปดริ้วเดือด “พ่อมดดำ” ซุกปีกทักษิณ ชนพลังเฮ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537827

ขุนน้ำหมึก

02 ธ.ค. 2565

แปดริ้วเดือด “พ่อมดดำ” ซุกปีกทักษิณ ชนพลังเฮ้ง

“พ่อมดดำ” โหนมดดำ ซบค่ายชินวัตร ส่งมดเล็กมาจองพื้นที่ จับตาแปดริ้วระอุเดือด ศึก 2 ส.คือ สุชาติ ตันเจริญ ปะทะสุชาติ ชมกลิ่น บวกค่ายบ้านใหญ่เป้าเปี่ยมทรัพย์

มาตามนัด “พ่อมดดำ” โหนลูกชายเพื่อนโอ๊ค ซบค่ายชินวัตร ส่งมดเล็กมาจองพื้นที่เขต 2 จับตาสนามแปดริ้ว ศึก 2 ส.คือ สุชาติ ตันเจริญ ปะทะสุชาติ ชมกลิ่น

บ้านใหญ่ “พ่อมดดำ” ผนึกบ้านใหญ่ตระกูลฉายแสง จัดทัพเพื่อไทย ท้าชนบ้านใหญ่ตระกูลเป้าเปี่ยมทรัพย์ ในสีเสื้อพรรคใหม่หนุนลุงตู่

เป็นไปตามความคาดหมาย สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ที่ตกเป็นข่าวว่าจะซบพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานว่า มดดำ -คชาภา ตันเจริญ ได้ประสานผ่านเพื่อนโอ๊ค พานทองแท้ ไปหาคนดูไบ ขอให้เปิดบ้านรับตระกูลตันเจริญ มาอยู่ในครอบครัวเพื่อไทย

วันที่ 2 ธ.ค.2565 มดดำ-คชาภา จึงพาน้องชาย มดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ มาเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2

จริงๆ แล้ว มดดำก็สนิทสนมกับมาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด สายตรงเฮียเพ้ง จึงไม่ใช่เรื่องยาก ในการเคลียร์สนามแปดริ้ว เพื่อเปิดทางให้พ่อ-ลูก ตระกูลตันเจริญ

สำหรับมดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.สนามชัยเขต มา 3 สมัย และเคยเป็นประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่แล้ว

การเลือกตั้ง ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครั้งใหม่ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ที่ตระกูลฉายแสง กับตระกูลตันเจริญ อยู่พรรคเดียวกัน หลังจาก จาตุรนต์ ฉายแสง กับสุชาติ ตันเจริญ เป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรค ปชป.เมื่อปี 2529 และสีเสื้อพรรคไทยรักไทย ปี 2548
 

เบื้องต้น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยเขต 1 ฐิติมา ฉายแสง ,เขต 2 มดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ, เขต 3 สุชาติ ตันเจริญ และเขต 4 วุฒิวงศ์ ฉายแสง

  มาดามแจ๋น เป็นคนเคลียร์พื้นที่แปดริ้ว ให้ตระกูลตันเจริญ มาดามแจ๋น เป็นคนเคลียร์พื้นที่แปดริ้ว ให้ตระกูลตันเจริญ

‘สุดยอดพ่อนักปั้น’

“พ่อมดดำ” ปั้นลูกชายมดเล็ก เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมานาน แต่ลึก ๆ ก็หวังที่จะให้มดดำ คชาภา ลงสมัคร ส.ส.แทนตัวเอง แต่มดดำปฏิเสธ ไม่ชอบการเมือง

สภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่แล้ว สุชาติ ตันเจริญ จับมือกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ดันลูกชาย มดเล็ก ศักดิ์ชาย เป็นประธานสภา อบจ.

ต้นปี 2564 นายกไก่-กิตติ เป็นนายก อบจ.สมัยที่ 4 ได้เลือก ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ เป็นประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สร้างความไม่พอใจให้กับสุชาติ

เดือน ต.ค.2565 มีการเลือกประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา คนใหม่แทน ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ที่ลาออกไปลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา โดยสุชาติ ตันเจริญ จับมือตระกูลฉายแสง เสนอชื่อมดเล็ก-ศักดิ์ชัย ตันเจริญ ชิงประธานสภาฯ 

กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ นายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สนับสนุน อุดร เทพวาที ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต เข้าแข่งขัน ปรากฏว่า สจ.อุดร เฉือนชนะ สจ.มดเล็ก แค่แต้มเดียว

นี่คือปมร้าวลึก ระหว่างสุชาติ ตันเจริญ กับนายกไก่ บ้านใหญ่แปดริ้วที่กำลังมาแรง เพราะนายกไก่ ยังดึง สจ.เปี๊ยก เด็กเก่าของพ่อมดดำ มาเป็นมือทำงานลุยศึกเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า
 

‘สุชาติ VS สุชาติ’

“พ่อมดดำ” ในสีเสื้อเพื่อไทย หนีออกจากพลังประชารัฐ ก็วัดบารมีกับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ที่กำลังปั้นลุงตู่ เป็นนายกฯ รอบใหม่

ดังที่ทราบกัน เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น เป็นพันธมิตรกับนายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว

นายกไก่ ของชาวแปดริ้ว ได้ชื่อว่าเป็นบ้านใหญ่หลังใหม่ แห่งบ้านเปี่ยมทรัพย์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 

จากอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2(บ้านสัมปทวน) ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก้าวสู่ถนนการเมือง เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา และปี 2547 ลงสมัครนายก อบจ.สมัยแรก ก็ได้รับชัยชนะ

ปี 2562 กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส่งลูกชาย ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หรือฉายา ต้อย แปดริ้ว ลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก สมใจนายกไก่

การเลือกตั้งครั้งหน้า นายกไก่ จับมือเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครบทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย เขต 1 มติชน ชูทับทิม(อาร์ม แปดริ้ว),เขต 2 ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,เขต 3 ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต 4 และยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางน้ำผึ้ง 


เฉพาะ ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ โดยการสนับสนุนของกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ และมี สจ.เปี๊ยก-วรรณา รอดพิทักษ์ รองนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นพี่เลี้ยง 

เป้าหมายของเสี่ยเฮ้ง และนายกไก่ คือ กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ ต้องชนะยกจังหวัด และโค่นตระกูลฉายแสง-ตันเจริญ 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

“เพื่อไทย” ส่ง 57 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ชิงพื้นที่ เหนือล่าง -กลาง เชื่อแลนสไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537804

02 ธ.ค. 2565

"เพื่อไทย" ส่ง 57 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ชิงพื้นที่  เหนือล่าง -กลาง เชื่อแลนสไลด์

“เพื่อไทย” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคเหนือตอนกลาง – ภาคกลาง รวม 57 คน ตั้งเป้าส่งครบ400 เขต มั่นใจแลนสไลด์ได้

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. พรรคเพื่อไทย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ​​​ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ผู้บริหารพรรค แถลงข่าวเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ภาคเหนือ ​​​​​​ตอนล่างและภาคกลาง รวม 57 คน

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า เป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนารมย์และความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยที่จะขอประกาศรับแรงศรัทธา แรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เพื่อไปสู่เป้าหมาย “เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ทั้งแผ่นดิน” ซึ่งเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ให้ได้ ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่

1.ผู้สมัคร มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ยอมรับของพี่น้องประชาชน เข้าถึงพื้นที่ เข้าถึงประชาชนในการเข้ารับทราบปัญหา ดูแลพี่น้องประชาชน และนำปัญหาสะท้อนกลับมายังพรรคมาเป็นแนวนโยบายที่จะเข้าถึงประชาชนได้

2.นโยบายของพรรคเพื่อไทย คือ ประชาธิปไตยกินได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคมาโดยตลอด

3.แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ที่จะนำเอานโยบายไปปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวอีกว่า จะทยอยเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคอย่างต่อเนื่องจนครบเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ว่าจะเปิดให้ครบ 400 เขตภายในเดือนธันวาคม 2565 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย

ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทย ขอเปิดตัวผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด จำนวน 25 คน และภาคกลาง 12 จังหวัด จำนวน 32 คน รวมจำนวน 57 คน ได้แก่

ภาคเหนือตอนล่าง

จ.นครสวรรค์ ได้แก่

1. นายณรงค์ พนมวัน

2. นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย

3. นายสัญชัย วงษ์สุนทร

4. พ.ต.ท.นุกูล แสงศิริ

5. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์

6. นายวรภัทร ตั้งภากรณ์

7. น.ส.ชุติมา เสรีรัฐ

จ.เพชรบูรณ์ ได้แก่ 

1. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี

2. นายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล

3. นายจำเนียร โฉมงาม

4. น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา

5. นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์

6. น.ส.รณิตา นาคะบุตร

7. นายเกรียงไกร ปานสีทอง

จ.พิษณุโลก ได้แก่

1. น.ส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนท

2. นายนพพล เหลืองทองนารา

3. นายจเด็ศ จันทรา

4. นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ

5. นายธนวิน โรจน์สุนทรกิตติ

จ.พิจิตร ได้แก่

1. นายปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร

2. นางณริยา บุญเสรฐ

3. นายวิชัย ด่านรุ่งโรจน์

จ.ตาก ได้แก่

1. นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ

2. นายดิฐชัย ฉันติกุล

3. นายสราวุธ หาญเมืองใจ

ภาคกลาง 

จ.สุพรรณบุรี

1. นายไพโรจน์ ลีรัตนนุรัตน์

2. นายสหรัฐ กุลศรี

จ.ปราจีนบุรี

1. นายสมเกียรติ คำดำ

จ.สระแก้ว

1. นายสุทธิรักษ์ วันเพ็ญ

จ.กาญจนบุรี

1. นายศักดา วิเชียรศิลป์

2. นายพนม โพธิ์แก้ว

จ.ราชบุรี

1. นายนพพล ภู่แย้ม

2. นายไก่ ห้องริ้ว

3. น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร

จ.ประจวบคีรีขันธ์

1. นายวัชรพล ปลั่งศรีสกุล

จ.สมุทรสาคร

1. นายนัธทวัฒน์ ม่วงเผือก

2. นายอุดม กันม่วง

3. นายบุญมี นิลถนอม

4. นายประยงค์ นอบน้อม

จ.ฉะเชิงเทรา

1. นางฐิติมา ฉายแสง

2. นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ

3. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง

จ.จันทบุรี

1. นายวันทิต ตั้งรักษาสัตย์

จ.สมุทรปราการ

1. นายภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์

2. นางนฤมล ธารดำรงค์

3. นายประชา ประสพดี

จ.นนทบุรี

1. นายนิยม ประสงค์ชัยกุล

2. นายนิทัศน์ ศรีนนท์

3. น.ส.ปณรัศม์ วันชาญเวช

4. นายจำลอง ขำสา

จ.ปทุมธานี

1. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล

2. นายศุภชัย นพขำ

3. นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ

4. นายสุทิน นพขำ

5. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์

6. นายชนภัทร นันทกาวงศ์

7. น.ส.ณัฐธิดา เกียรติพัฒนาชัย

นายวิสุทธิ์  ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย และกลุ่มงานบริหารพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ครั้งนี้ถือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรรค ที่มีผู้เข้ามาแสดงความประสงค์จำนวนมาก หลังจากนี้ว่าที่ผู้สมัคร จะลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

เปิดตัวว่าที่ส.ส. ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางเปิดตัวว่าที่ส.ส. ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง

“มดดำ” เฉลย สาเหตุโผล่ร่วมงาน “เพื่อไทย” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537784

02 ธ.ค. 2565

"มดดำ" เฉลย สาเหตุโผล่ร่วมงาน "เพื่อไทย" เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.

“มดดำ” เฉลย สาเหตุโผล่ร่วมงาน “เพื่อไทย” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ไปส่งน้องชายชิงศึก ส.ส. ฉะเชิงเทรา ส่วนฝ่ายคุณพ่อ หรือ “สุชาติ ตันเจริญ” เดี๋ยวมาส่งเอง

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ปรากฎว่า “คชาภา ตันเจริญ” หรือ มดดำ พิธีกรชื่อดัง มาร่วมด้วยสร้างความสงสัยว่าเป็นการเปิดหน้าลงเล่นการเมืองหรือไม่

ล่าสุด มดดำ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า สาเหตุที่มาวันนี้ เพราะทำงานอยู่ใกล้ๆ เลยเดินมาให้กำลังใจน้องชาย คือ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ หรือ มดเล็ก ที่เปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย

พร้อมกับยืนยันโอกาสลงเล่นการเมือง “ตอนนี้เป็นศูนย์” เพราะยังมีความสุขกับงานปัจจุบันนี้อยู่

ส่วนนายสุชาติ ตันเจริญ ขณะนี้เป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง จะกลับมาสังกัดยังพรรคเพื่อไทยหรือไม่ มดดำ ระบุว่า “ให้น้องชายมาก่อน ส่วนพ่อเดี๋ยวมาส่งเอง”

ด้านนายศักดิ์ชาย (น้องชายมดดำ) กล่าววว่า ตนเป็นสมาชิกสภาจังหวัดมา 10 ปี 3 สมัยแล้ว ลงพื้นที่และเรียนรุู้อะไรมาด้วยตนเอง คุณพ่อ หรือ นายสุชาติ มีสอนบางอย่าง ตรงนี้ก็เลยถนัด เป็นทางเดินของตน

ส่วนพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราของนายสุชาติ เป็นของพรรคพลังประชารัฐแต่เดิม หากย้ายหากย้ายกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย น่าจะมีโอกาสในการรับเลือกตั้งมากขึ้นหรือไม่ นายศักดิ์ชาย เชื่อว่ามีโอกาส แต่ขอไม่พูดอะไรมาก

จากนั้น มดดำ พูดเสริม “น้องชายยังเด็กที่จะตอบว่าจะชนะหรือไม่ชนะ อยู่ที่พ่อแม่พี่น้องแล้วกัน ส่วนตัวไม่แน่ใจว่าช่วยหาเสียงด้วยได้หรือไม่ ถ้าหากจะไปช่วยก็ไปในฐานะพี่”

"มดดำ-คชาภา" ร่วมงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย“มดดำ-คชาภา” ร่วมงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย"มดดำ-คชาภา" ร่วมงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย“มดดำ-คชาภา” ร่วมงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย

ภาพเด็กพี้’กัญชา’ที่พัทยา ปชป. ถามอนุทินว่า รู้สึกอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537778

02 ธ.ค. 2565

ภาพเด็กพี้'กัญชา'ที่พัทยา ปชป. ถามอนุทินว่า รู้สึกอย่างไร

ประชาธิปัตย์ถามหาความรับผิดชอบ เด็กพี้กัญชาที่พัทยา กระทรวงสาธารณสุข เจ้าของนโยบาย ‘กัญชาเสรี’ คิดเห็นอย่างไร

นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งคำถามถึงอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า รู้สึกอย่างไรกับกรณีเด็ก 9 ขวบจับกลุ่มเสพกัญชาข้างถนนที่พัทยา ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อนายอนุทิน ปลดล็อคกัญชาเสรีให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาได้อย่างแพร่หลาย เด็กหรือเยาวชนหากเสพกัญชาก็จะทำให้สมองนั้นล่าช้า และมีไอคิวที่ต่ำลง โดยขณะนี้มีพื้นที่ในการขายกัญชาอย่างแพร่หลาย รวมถึงบ้องกัญชาที่มีหลากหลายรูปแบบ

การที่อ้างว่าเป็นกัญชาทางการแพทย์ แม้หลายคนเห็นแย้งว่าไม่ใช่ทางการแพทย์แต่แอบแฝงด้วยการใช้เชิงสันทนาการและนันทนาการแต่ทางรัฐมนตรีก็ปฏิเสธ โดยกัญชาการแพทย์ที่กล่าวถึงนั้นได้ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานสากล จึงเรียกว่าได้ว่ากัญชาการแพทย์แผนอนุทิน เพราะมีลักษณะเฉพาะ

จึงฝากถามนายอนุทินในฐานะที่เป็นผู้กำหนดอนุญาตนโยบายและปลดล็อคกัญชา ให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ทำให้ปปส.และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้  ทั้งที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีมาตรการควบคุมกัญชาไม่ให้เล็ดลอดไปจนถึงเยาวชน และคิดจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร  อย่าตอบว่ารอกฎหมายกัญชา เพราะทราบดีอยู่แล้วว่ากฎหมายแต่ละฉบับกว่าจะแล้วเสร็จนั้นล่าช้า ขณะนี้ไฟลุกขึ้นมาแล้ว จะถอนฟืนออกจากไฟได้อย่างไร

นายแพทย์บัญญัติ ยังฝากถามว่า ถ้าเด็กเหล่านี้เป็นลูกหลานของตนเอง ในฐานะที่สนับสนุนนโยบายกัญชาเสรี หมอได้บอกความจริงกับนายอนุทินครบถ้วนหรือไม่หรืออวยไปตามลมเพราะกลัวตำแหน่งลดถอยไป จึงฝากถึงหมอในกระทรวงสาธารณสุขหากไม่ยืนอยู่ความชอบธรรม วิกฤตศรัทธาของกระทรวงสาธารณสุขจะยากที่จะเยียวยา ซึ่งกระทรวงได้ประกาศให้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ทั้งๆที่ไม่มีกฎหมายมาควบคุม

เพื่อไทยคาด บัตรเลือกตั้ง 2ใบ ทำให้ได้ ‘ส.ส.บัญชีรายชื่อ’ เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537763

02 ธ.ค. 2565

เพื่อไทยคาด บัตรเลือกตั้ง 2ใบ ทำให้ได้ 'ส.ส.บัญชีรายชื่อ'  เพิ่ม

ฝ่ายกฎหมายพรรค ‘เพื่อไทย’ ชี้ฐานคะแนนปี2562 นำมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ได้ มั่นใจไดเพิ่มมากขึ้น

ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า การนำผลคะแนนการเลือกตั้งปี 2562 มาคิดคำนวณว่าตามระบบหาร 100 ที่จะประกาศใช้ พรรคใดจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่าไร โดยจะมีพรรคที่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงประมาณ 14 พรรคนั้น เห็นว่า ไม่สามารถเอาฐานคะแนนการเลือกตั้งปี 2562 มาคิดคำนวณได้ เนื่องจากการเลือกตั้งปี 2562 เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว

ระบบจัดสรรปันส่วนผสม เอาคะแนนเขตมาคิดคะแนนบัญชีรายชื่อ มีระบบปัดเศษ ถ้าได้ส.ส.เขตเกินส.สพึงมีจะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย ดังที่พรรคเพื่อไทยประสบมาแล้ว แต่ระบบที่จะใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น เป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2ใบ แยกกันนับเหมือนการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 40 และการเลือกตั้งปี 54 พรรคที่ได้รับความนิยมมากมีโอกาสที่จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อมาก


พรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้าจึงจะเปลี่ยนแปลงไปจากการเลือกตั้งปี 62 ขณะเดียวกันพรรคกลางๆหรือพรรคเล็ก ถ้าทุ่มเทรวมคะแนนหลายๆเขตให้ได้ถึงสามแสนคะแนนก็จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ซึ่งในอดีตมีบางพรรคได้แต่ส.ส.บัญชีรายชื่อก็มี

ชูศักดิ์ ระบุว่า ตัวเลขที่ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 22 คน เป็นตัวเลขที่คลาดเคลื่อน เพราะนอกจากจะเป็นการเลือกตั้งคนละระบบแล้ว การเลือกตั้งปี 62 มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 350 เขต พรรคเพื่อไทยส่งส.ส.เพียง 250 เขต ไม่ครบ 350 เขต

แต่การเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ถ้าส่งครบ 400 เขตตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมปัจจุบัน จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมากกว่าที่คิดคำนวณออกมาเป็นจำนวนมาก

เด็ก ‘ประชาธิปัตย์’ อัดคนย้ายค่าย ทำตัวคล้ายหนังตะลุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537756

02 ธ.ค. 2565

เด็ก 'ประชาธิปัตย์' อัดคนย้ายค่าย ทำตัวคล้ายหนังตะลุง

เตือน ‘พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์’ อย่าสร้างราคาด้วยการด่าต้นสังกัดเดิม เด็ก ประชาธิปัตย์ แนะสู้กันด้วยนโยบ่ายดีกว่า

ยุทธการ รัตนมาศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาเปิดเผยว่า จะมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกเป็นจำนวนมาก ลาออกเพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า  มีพฤติกรรมเหมือน ไพร พัฒโน ที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย และล่าสุด จะลง ส.ส. ในนามพรรคภูมิใจไทย นั่นคือให้ร้ายบ้านเก่า เพื่อเอาใจบ้านใหม่ 



การที่ พงศ์สินธุ์ เคลื่อนไหวเล่นใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นข่าวตามหน้าสื่อนั้น เจตนาก็เพื่อเล่นกับความรู้สึกของประชาชนว่า  ตัวเองน่าสงสาร ถูกกลั่นแกล้ง จนต้องจำใจลาออกเพื่อหาสังกัดพรรคการเมืองใหม่ และพอได้สังกัดพรรคใหม่อย่างเป็นทางการ ก็แสดงออกให้ประชาชนเห็นว่า มีพาวเวอร์ที่สามารถดึงดูดความนิยมให้กับพรรคใหม่ที่ไปสังกัดได้

ยุทธการ ยังแนะพงศ์สินธุ์ ควรเลิกใช้วิธีสร้างความเข้าใจผิดและให้ร้ายต่ออดีตพรรคฯ ที่เคยสังกัด และหันมาใช้วิธีตามวิถีทางประชาธิปไตย คือ เสนอนโยบาย พรรคที่ไปสังกัดอยู่  จะชูบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรี และต้องสร้างหลักประกันให้ชาวบ้านเชื่อมั่นว่า หากเลือกพงศ์สินธุ์ เป็น ส.ส.แล้ว บุคคลที่พรรคของพงศ์สินธุ์สังกัดสนับสนุน หมดอำนาจวาสนา พรรคของพงศ์สินธุ์จะยังอยู่หรือไม่    การคงอยู่ของพรรคการเมือง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวบ้านจะพิจารณาในการเลือกใครสักคนเป็นตัวแทนของคนในพื้นที่



หากพงศ์สินธุ์ ต้องการจะมีบทบาทหรือตัวตนในพรรคใหม่ ควรที่จะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานกับพรรคการเมืองที่สังกัดใหม่ มากกว่าที่จะคอยหาประเด็นทำลายพรรคที่ พงศ์สินธุ์เดินออกมาแล้ว  การที่จะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนต้องเป็นตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นหนังตะลุงที่มีคนคอยกำกับและชักปากให้พูด

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์

ก่อนหน้านี้ พงศ์สินธุ์ ระบุในเฟสบุ๊คว่าจะมีอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สำนักงานเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช เวลา 10.00 น.วันที่  3ธันวาคมนี้

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695816

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.55 น.

‘สมาคมกุ้งตะวันออกไทย’พร้อมพันธมิตร จัดงานสัตว์น้ำไทย 2022 

2 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานเปิด “งานสัตว์น้ำไทย 2022 หรือ Thai Aqua Expo 2022” ณ โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา  “สัตว์น้ำไทย ผลิตอย่างไร ให้ยั่งยืน” โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมกุ้งตะวันออกไทย นางสาวพัชรินทร์ จินดาพรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ ประธานชมรมผู้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (SAC) ในฐานะประธานจัดงานฯ พร้อมพันธมิตร ผู้เข้าร่วมสัมมนา ผู้นำองค์กรเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วประเทศ บริษัท ห้างร้าน และแขกผู้มีเกียรติ ให้การต้อนรับ 

นายเฉลิมชัย  กล่าวว่าการตัดงานครั้งนี้เป็นการรวมกลุ่มของผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยทั้งกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปลากะพงขาว และปลานิล เป็นเวทีที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ แสดงสินค้า นวัตกรรมการเพาะเลี้ยงต่างๆ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้และวิชาการ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยที่ก้าวสู่ความเป็นสากลและเป็นที่ประจักษ์ของภูมิภาคนี้  ซึ่งขณะนี้ความต้องการบริโภคสัตว์น้ำมีเพิ่มสูงขึ้น สัตว์น้ำไทยก็มีความก้าวหน้าการพัฒนาการเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง และมีศักยภาพการเพาะเลี้ยงให้มีผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ต่อไปในอนาคตด้วน

ขณะที่นายบรรจง กล่าวว่า การตัดงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังของพันธมิตรองค์กรเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในภาคตะวันออกมาตั้งแต่ปี 2562 โดยปีนี้นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “สัตว์น้ำไทย ผลิตอย่างไร ให้ยั่งยืน” มุ่งเน้นเผยแพร่ให้ความรู้ ข้อมูลทางวิชาการสัตว์น้ำเศรษฐกิจไทย ในปีนี้มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม ปลานิล และปลากะพง ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนผู้เที่ยวชมงานได้รับความรู้อย่างเต็มที่ และสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ต่อไป เพื่อให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศได้รับการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโนบายของรัฐด้วย

ด้านนางสาวพัชรินทร์ กล่าวว่า คณะผู้จัดงาน ซึ่งประกอบไปด้วย สมาคมกุ้งตะวันออกไทย ชมรมผู้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำ (SAC) ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จังหวัดระยอง ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งตราดยั่งยืน สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย และแปลงใหญ่ปลานิลชลบุรี ตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นเพื่อ 1) ต้องการเผยแพร่ความรู้ข้อมูลทางวิชาการ นวัตกรรม งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ให้กับเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย 2) เพื่อยกระดับขีดความสามารถ ของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทย 3) เพื่อส่งเสริมการผลิต ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการตลาดสัตว์น้ำภายในประเทศ และตลาดโลก และ 4) เพื่อถ่ายทอดแนวทางการลดต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

“เราตั้งใจจัดงานขึ้น และคาดหวังให้พี่น้องเกษตรกร รวมถึงผู้ที่มาร่วมงาน ได้เข้าถึงข้อมูล พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ ด้านทักษะ วิทยาการ นวัตกรรม งานวิจัย ในหลากหลายมุมของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้ง 5 ชนิด จากวิทยากรที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำของตน ให้มีผลผลิตที่ดี สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญยังเป็นการช่วยกัน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยบนเวทีระดับโลกได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงาน ยังจะได้รับความรู้ และข้อแนะนำที่ดีสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจากบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ที่มาร่วมออกบูธ ด้วย” นางสาวพัชรินทร์ กล่าว

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695752

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด'อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน'

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 65 ภายใต้แนวคิด’อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน’

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.21 น.

ปลัดมท.คิกออฟเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” ผนึกร่วมภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี สร้างตระหนักรู้ – ประกาศเจตนารมณ์สร้างความอุดมสมบูรณ์ ชูเป็นแหล่งก่อกำเนิดอาหารอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ที่วัดป่าศรีแสงธรรม บ้านดงดิบ ตำบลห้วยยาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเดินรณรงค์และเป็นประธานเปิดงานวันดินโลก ปี 2565 (World Soil Day 2022) ภายใต้แนวคิด “อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน (Soils, where food begins)” โดยได้รับเมตตาจาก พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม พระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายอำเภอ คณะทำงาน Change for Good กระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ประชาชนจิตอาสา และภาคีเครือข่ายทั้ง 25 อำเภอรวมกว่า 500 คน ร่วมกิจกรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่พวกเราชาวไทยทั้งประเทศ นำโดยพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นดินแดนที่เราจะเห็นอรุณรุ่งแห่งแสงตะวันที่สวยงามและอบอุ่นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้ช่วยกันในการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประกาศเป็นปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ด้วยทรงมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อทรงช่วยทำให้แผ่นดินไทย เป็น “แผ่นดินทอง” อันเป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พี่น้องประชาชนอยู่ด้วยความสุข ความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำจิตน้ำใจซึ่งกันและกัน ให้สมกับเป็นดินแดนแห่งพุทธภูมิที่มีคณะสงฆ์ผู้เป็นพุทธทายาทแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักชัย

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสองค์ที่ 2 เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 อันเป็นการตอกย้ำพระราชปณิธานที่แน่วแน่ของพระองค์ท่านในการที่จะทรงทำนุบำรุงให้สังคมประเทศชาติของเรามีความผาสุก ความว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นพระราชปณิธานที่สอดรับกับสิ่งที่พวกเราได้มาทำร่วมกันในวันนี้  อันเป็นเดือนแห่งวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม” พระบรมชนกนาถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทาน “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และโครงการพระราชดำริที่ฟื้นฟูดิน น้ำ ลมไฟ เพื่อยังประโยชน์ให้เกิดความสุขกับพวกเรา จำนวนมากกว่า 4,000 โครงการ จนกระทั่งองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ได้กำหนดให้วันพระบรมราชสมภพของพระองค์ท่าน คือ วันที่ 5 ธันวาคม เป็น “วันดินโลก” อันเป็นวันสำคัญของโลก เพราะพระบาทสมเด็จพระบรมชนาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเผยแผ่องค์ความรู้ และแนวทางในการให้พวกเราทุกคนและคนทั่วทั้งโลกได้ให้ความสำคัญกับ “ดิน” ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เพราะดินคือแหล่งผลิตอาหาร เป็นที่มาของรากฐานระบบนิเวศที่เอื้อเฟื้อ ทำให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำมีชีวิตเป็นปกติ และเป็นความโชคดีของคนไทยทุกคน ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพยายามเชิญชวนรณรงค์ให้พวกเราได้ใช้สีธรรมชาติแทนสีเคมีในการย้อมผ้า โดยทรงอรรถาธิบายไว้ว่า ถ้าใช้สีเคมีย้อมผ้า แล้วเทสีเคมีหรือน้ำย้อมผ้าสีเคมีลงไปในแม่น้ำลำคลอง แม่น้ำลำคลองก็จะเน่าเสีย สิ่งมีชีวิตในน้ำก็รอดยาก หรือถ้ารอดแล้วมาเป็นอาหารให้กับคนก็จะมีสารพิษตกค้างในร่างกายคน หรือถ้าพวกเราฉีดยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง แล้วนำถังที่ใส่ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงนั้นไปล้างในลำห้วย ลำหนอง คลอง บึง สารพิษสารเคมีเหล่านั้นก็จะทำลายระบบนิเวศในน้ำ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่พวกเราทุกคนต้องดีใจและภาคภูมิใจ ที่ “คนอุบลราชธานี” จะเป็นต้นแบบให้คนอีก 75 จังหวัดทั่วประเทศ ได้ช่วยกันศึกษา เรียนรู้ และดำเนินกิจกรรมตามคนอุบลราชธานี ด้วยจิตใจอันดีงามซึ่งแสดงออกด้วยความจงรักภักดี ความรักเทิดทูน ความกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มาแปลงเป็นการปฏิบัติบูชา โดยพี่น้องทุกคน ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านอำเภอ และท่านนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูบาอาจารย์ คณะสงฆ์ทั้งของจังหวัดอุบลราชธานีและทั่วประเทศ ทั้งนี้ แม้ว่าผลลัพธ์ของการดำเนินการจะช่วยกันทำนุบำรุงให้แผ่นดินของพวกเรามีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต ทั้งจุลินทรีย์  ฮิวมัส ไส้เดือน กิ้งกือ แมลงต่าง ๆ และผลหมากรากไม้ ต้นพืช ต้นไม้ใหญ่โตจนถึงต้นหญ้าได้เจริญงอกงามและเราทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว ในท้ายที่สุดจะส่งผลมาทำให้โลกของเราซึ่งกำลังประสบปัญหาภาวะโลกร้อน (Climate Change) ได้รับการเยียวยา ทำให้โลกใบนี้สวยงาม พืชผักธัญญาหารจะเพิ่มพูนเพิ่มมากขึ้น แต่เป้าหมายสูงสุด คือ “การพัฒนาคน” สมกับเจตนารมณ์ของ FAO ทั้งตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี 2565 จะเชิญชวนให้คนทั้งโลกช่วยกัน กลับมาดูแลปรนนิบัติแก้ไขในสิ่งผิดกับพื้นดิน เพื่อให้ผืนดินนั้นกลับกลายมาเป็นสิ่งที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับมวลมนุษยชาติและสัตว์โลกทั้งหลาย ให้ผืนดินเป็นแหล่งกำเนิดเกิดอาหารที่ปลอดภัย ดังแนวคิดของวันดินโลกที่ว่า Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดิน

“นอกจากนี้ FAO ยังได้สรุปไว้ว่าความเจริญทางวิทยาศาสตร์  ความเจริญของมนุษยชาติ ตลอดระยะ 70 ปีที่ผ่านมาได้ทำลายความอุดมสมบูรณ์ ทำลายสิ่งที่เรียกว่า “ความสมดุลของธรรมชาติ” เช่น ไปใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ดินแข็งโป๊ก ปลูกมันทำสวนก็ใช้ยาฆ่าแมลง ใช้ยาฆ่าหญ้าฉีดลงไป จนสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์กับพื้นดินพลอยตายไปด้วยกลายเป็นผืนดินที่ผิวหน้าเป็นฝุ่น เมื่อแสงแดดส่องมาก็จะกลายเป็นฝุ่นซ้ำเติมให้เกิด PM 2.5 และยังมีการจุดไฟเผาป่าเกิดผลกระทบตามมาเป็นโทษมหาศาลคือความแห้งแล้ง มลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษ ชีวิตก็ไม่มีความสุข แต่เพราะคนอุบลราชธานีเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นบัวพ้นน้ำ ได้ช่วยกันทำให้เป้าหมายสำคัญ คือ ทำให้คนในสังคม คนในประเทศ ได้รู้ว่า ใช้ชีวิตที่ผ่านมามันผิด ถึงเวลาที่ต้องมาช่วยกันแก้ไขในสิ่งผิด โดยเมื่อคนได้รับรู้รับทราบสิ่งที่ทุกคนได้ช่วยกันในวันดินโลก ด้วยการทำให้คนน้อมนำทฤษฎีใหม่มาประยุกต์สู่โคก หนอง นา ใช้การรู้จักปรนนิบัติดูแลแม่พระธรณี หรือ “เลี้ยงดิน” เพื่อให้ดินเลี้ยงพืช และพืชมาเลี้ยงเรา วันนี้สำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่ง เมื่อพี่น้องคนไทยทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอรู้แล้ว ก็จะต้องช่วยกัน ไม่ใช่รู้ยากมากนาน แต่ต้อง “รู้แล้วลงมือทำทันที” ก็จะสำเร็จ 100% ส่งผลให้เกิดผลผลิตที่ดี (Better Production) ทำให้มีโภชนาการที่ดีขึ้น (Better Nutrition) และพื้นดินจะมีความร่มเย็นชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น (Better Environment) และทั้ง 3 ดี ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดี (Better Life) เพื่อให้พวกเราทุกคนและพี่น้องประชาชนมีความสุข เมื่อพี่น้องประชาชนมีความสุข ประเทศชาติก็จะมั่นคงได้ด้วยน้ำมือเรา” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้ช่วยกัน Kick Off เนื่องในงานวันดินโลกของกระทรวงมหาดไทย “อันเป็นวันของพี่น้องประชาชนทุกคน” ที่มีประจักษ์พยานและความรับผิดชอบที่ชัดเจนหนักแน่นของผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทั้งส่วนกลาง ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยที่ออกมารับใช้พี่น้องประชาชน ในจังหวัด ในอำเภอ ในตำบล ในหมู่บ้าน อันมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในจังหวัด ท่านนายอำเภอเป็นผู้นำที่อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำที่ตำบล/หมู่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้นำในท้องถิ่น ได้ผนึกกำลังกับ 7 ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เดินไปเคียงคู่กับพี่น้องประชาชน ช่วยกัน Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้กับแผ่นดินที่เคยย่อยยับอับปรางค์ เพราะพวกเราไปเบียดเบียนรังแกเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ให้กลายเป็น “แผ่นดินทองที่มีความอุดมสมบูรณ์ และทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีไปด้วย” เพื่อให้ด้วยห้วงเวลา 15 วันที่พวกเราลุกขึ้นมาช่วยกันรณรงค์ปลุกกระแส “ทำดีเพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” สร้างความสุขให้กับมวลมนุษยชาติ และสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

“ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจให้กันและกัน ในการร่วมไม้ ร่วมมือ ทำให้แผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ สมกับเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนกิจกรรมวันดินโลก 5 ธันวาคม 2565 ให้แผ่นดินนี้เป็นแหล่งก่อกำเนิดของอาหารเพื่อมวลมนุษยชาติ หรือ Soils, where food begins อาหารก่อกำเนิดเกิดจากดินอย่างต่อเนื่องตลอดไป ด้วยการน้อมนำเอาแนวทางพระราชดำริตามพระบรมราชโองการ ที่จะช่วยกันสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิต พลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทองอีกครั้งหนึ่ง ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินเพื่อรักษาคุณภาพทางชีวภาพและเป็นแหล่งกำเนิดอาหารที่สมบูรณ์เพื่อหล่อเลี้ยงคนไทยและคนทั้งโลก “ดินดี อาหารดี สุขภาพดี ชีวีมีสุข” อย่างยั่งยืนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

จากนั้น ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้นำผู้ร่วมงานประกาศเจตนารมณ์ ความว่า “ข้าพเจ้า จะสืบสานศาสตร์พระราชา เพื่อพัฒนาดินอย่างยั่งยืน  ข้าพเจ้า จะรักษาความอุดมสมบูรณ์แห่งดิน เพื่อเป็นแหล่งสร้างอาหารที่มีคุณภาพ ข้าพเจ้า จะต่อยอด ขยายผล ขับเคลื่อนเครือข่ายพลังแผ่นดิน สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

พร้อมทั้งร่วมปลูกผักหวานป่าบนโพนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ในพื้นที่ เช่น ผักตบชวา กิ่งไม้ และเศษวัสดุในแนว Permaculture ร่วมกับผู้ร่วมงาน และเยี่ยมชมนวัตกรรมปลูกผักใต้แผงโซล่าเซลล์ อันเป็นเจตนาร่วมกันในการทำให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ทุกคนจะช่วยกันทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับแผ่นดิน คือ “การสร้างความอุดมสมบูรณ์ทำให้ดินเป็นแหล่งก่อกำเนิดเกิดอาหาร” อย่างยั่งยืน

– 006

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695713

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

ตั้งเป้าปี68 ไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนปชช.ร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์

วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.59 น.

กระทรวงเกษตรตั้งเป้า ปี 68 ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ชวนประชาชนร่วมเป็นอาสาปศุสัตว์เฝ้าระวังโรคฯ

2 ธันวาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าภายในปี 2568” ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ มีแนวทางแก้ปัญหาโรคนี้โดยมุ่งเน้นการควบคุมประชากรสุนัขและแมว และสัตว์ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนสุนัขและแมวเป็นประจำทุกปี อีกทั้งยังส่งเสริมความตระหนักรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงรวมถึงการเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบและไม่ปล่อยทิ้งสัตว์ในพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปี 2565 ข้อมูล ณ วันที่ 25 พ.ย. มีรายงานพบจากการสุ่มตรวจจำนวนสัตว์ที่มีเชื้อรวม 210 ตัว คิดเป็นร้อยละ 5  มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ปี 2561 สูงถึงร้อยละ 15 ผู้เสียชีวิต 18 ราย

รองโฆษกฯกล่าวต่อว่า เพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมาย “ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า” นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งบูรณาการการทำงานกับภาคส่วนต่างๆและประชาชนในการสร้างอาสาปศุสัตว์รุ่นใหม่และพัฒนาอาสาปศุสัตว์เดิมที่มีอยู่แล้วให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้จัดโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า ไปแล้วหลายรุ่น มีผู้ผ่านการอบรมครอบคลุมทุกพื้นที่ มากกว่า 1 แสนคน และในปี งบประมาณ 2566 นี้ ตั้งเป้าไว้ที่ 8,600 คน อย่างน้อย 2 – 3 คนต่อตำบล อาสาปศุสัตว์ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการฝึกอบรม บัตรประจำตัวอาสาปศุสัตว์ และหนังสือมอบหมายให้ทำการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์ ตามพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. 2535

“รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนร่วมมือกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมอำนวยความสะดวกในเรื่องการฉีดวัคซีนแก่สุนัขและแมว อีกทั้ง มุ่งสร้างอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า เพราะถือเป็นหัวใจหลักของชุมชนที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าเกิดความอย่างยั่งยืน ลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคนและสัตว์เลี้ยง” นางสาวรัชดา กล่าว