เพนตากอนหารือโบอิ้ง ส่งระเบิดนำวิถีรุ่นใหม่ช่วยยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565096

เพนตากอนหารือโบอิ้ง ส่งระเบิดนำวิถีรุ่นใหม่ช่วยยูเครน

29 พ.ย. 2565 06:59 น.

เพนตากอนหารือโบอิ้ง ส่งระเบิดนำวิถีรุ่นใหม่ช่วยยูเครน

เมื่อ 28 พ.ย. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศให้เตรียมรับมือกับการโจมตีจากมิสไซล์ของกองทัพรัสเซียระลอกใหม่และน่าเศร้าที่ตราบใด รัสเซียยังมีจรวด การโจมตีก็จะไม่มีทางยุติลง ขณะที่รอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงในรัฐบาลสหรัฐฯว่า กลาโหมเพนตากอนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของบริษัทโบอิ้ง เรื่องการส่งระเบิดนำวิถีขนาดเล็กยิงจากภาคพื้นดิน (GLSDB) โดยเป็นจรวดที่ยิงออกจากลำกล้องจะกางปีกและบินร่อนมุ่งสู่เป้าหมายพิสัยทำการ 150 กิโลเมตร คาดส่งมอบได้ต้นปีหน้า

ขณะที่นายดมิทรี คูเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน กล่าวโต้รายงานข่าวของ นสพ.เดอะนิวยอร์ก ไทม์ส เรื่องชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอต แลนติกเหนือ (NATO) ส่วนใหญ่เริ่มตึงมือเรื่องการส่งอาวุธช่วยยูเครน ระบุว่ามีหลายประเทศพูดหน้าฉากว่าไม่ได้ช่วย แต่หลังฉากก็ส่งอาวุธไปยังประเทศที่สามผ่านมายังยูเครน.

ยูโรโพลทลายขบวนการค้าโคเคนรายใหญ่ในยุโรป จับผู้ต้องหา 49 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565031

ยูโรโพลทลายขบวนการค้าโคเคนรายใหญ่ในยุโรป จับผู้ต้องหา 49 ราย

29 พ.ย. 2565 04:13 น.

ยูโรโพลทลายขบวนการค้าโคเคนรายใหญ่ในยุโรป จับผู้ต้องหา 49 ราย

5 ประเทศปฏิบัติการร่วม ทลายขบวนการค้าโคเคนรายใหญ่ในยุโรป จับผู้ต้องหาได้ 49 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้กว่า 30 ตัน

สำนักงานตำรวจยุโรป (ยูโรโพล) ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 2565 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ใน 5 ประเทศได้แก่ สเปน, ฝรั่งเศส, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ทำงานร่วมกันภายใต้ปฏิบัติการ ‘Desert Light’ ทลายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ผู้ควบคุมการค้าโคเคนกว่า 1 ใน 3 ที่ไหลเวียนอยู่ในทวีปยุโรปได้แล้ว

ภายใต้ปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 49 คนใน 6 ประเทศทั่วยุโรป รวมถึงชายชาวสหราชอาณาจักร ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้นำขบวนการ ขณะที่ 6 คนเป็นผู้ต้องหาที่ตำรวจระหว่างประเทศต้องการตัวมากที่สุด นอกจากนั้นยังยึดของกลางเป็นยาเสพติดได้กว่า 30 ตันตลอดการสืบสวนที่ดำเนินมายาวนาน 2 ปี

ตามการเปิดเผยของยูโรโพล ขบวนการค้ายาเสพติดนี้ก่อตั้งจากเครือขายอาชญากรรมมากมายที่เกี่ยวข้องกับ การลักลอบขนยาเสพติดขนาดใหญ่และการฟอกเงิน

เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการสืบสวนไปที่การลอบขนโคเคนจากอเมริกาใต้ผ่านเนเธอร์แลนด์เป็นหลัก จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมากในปี 2564 และจับเพิ่มได้อีกเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 8-19 พ.ย. ในปฏิบัติการบุกตรวจค้นใน 6 ประเทศ โดยชายชาวสหราชอาณาจักรผู้ต้องสงสัยเป็นผู้นำขบวนการ หนีการจับกุมในสเปนไปดูไบ ก่อนตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม น.ส.นีอามห์ อีสต์วูด ผู้อำนวยการใหญ่องค์กรการกุศล ‘Release’ ซึ่งสนับสนุนการต่อต้านอาชญากรรมและการควบคุมยาเสพติด คาดว่า การทลายขบวนการค้ายาล่าสุดนี้ ไม่น่าที่จะส่งผลต่อตลาดโคเคนในยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นตลาดที่ฟื้นตัวเร็ว

เธอยังยกตัวอย่างกรณีการทลายเครือข่ายโทรศัทพ์ ‘EncroChat’ ผู้ผลิตสมสมาร์ทโฟนดัดแปลงที่องค์กรอาชญากรรมใช้งาน และนำไปสู่การยึดยาเสพติดในสหราชอาณาจักรได้ถึง 20 ตัน แต่โคเคนและยาเสพติดอื่นๆ ก็ยังคงกระจายไปทั่วประเทศได้อย่างง่ายดาย

ที่มา : BBC

ตำรวจจีนคุมเข้มหลายเมือง หลังคนฮือประท้วงใหญ่ต้านนโยบายซีโร่โควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565028

ตำรวจจีนคุมเข้มหลายเมือง หลังคนฮือประท้วงใหญ่ต้านนโยบายซีโร่โควิด

29 พ.ย. 2565 02:55 น.

ตำรวจจีนคุมเข้มหลายเมือง หลังคนฮือประท้วงใหญ่ต้านนโยบายซีโร่โควิด

ตำรวจในประเทศจีนตรึงกำลังอย่างเข้มงวดในหลายเมืองทั่วประเทศ หลังเกิดการประท้วงใหญ่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ที่รัฐบาลจีนยึดมั่น

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า การประท้วงใหญ่ในหลายเมืองเพื่อต่อต้านมาตรการเข้มงวดตามนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ หรือ ซีโร่โควิด ของรัฐบาลจีนซึ่งปะทุขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มสงบลงแล้ว ในขณะที่ตำรวจตรึงกำลังในหลายเมืองเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะในนครเซี่ยงไฮ้ มีการตั้งแบร์ริเออร์ขนาดใหญ่ตามถนนหลัก

การประท้วงใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุไฟไหม้อาคารในเมืองอุรุมฉี ทางตะวันตกของประเทศจีน จนมีผู้เสียชีวิต 10 ศพเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่า ผู้เสียชีวิตไม่อาจหนีออกจากอาคารได้เนื่องจากมาตรการควบคุมโควิด-19 อันเข้มงวด แต่ทางการท้องถิ่นปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

การประท้วงในนครเซี่ยงไฮ้มีผู้ถูกจับกุมหลายราย โดยตำรวจห้ามผู้คนบันทึกภาพการประท้วง และลบภาพออกจากอุปกรณ์ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ นักข่าวบีบีซีคนหนึ่งชื่อว่า เอ็ด ลอว์เรนซ์ ถูกจับกุมตัวระหว่างรายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ด้วย โดยเขาถูกตำรวจทุบและเตะระหว่างการจับกุม และถูกควบคุมตัวนานหลายชั่วโมงก่อนได้รับการปล่อยตัว

นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งสหราชอาณาจักร ทวีตข้อความว่า การจับกุมนายลอว์เรนซ์เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ จีนเป็นชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งเดียวในโลกที่ยังคงยึดมั่นในนโยบายซีโร่โควิด ซึ่งมุ่งเน้นทำให้ผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ด้วยการใช้มาตรการเข้มงวดอย่างการล็อกดาวน์ บังคับกักตัว หรือตรวจโรคเป็นวงกว้าง หลังจากพบผู้ติดเชื้อหรือการระบาดขนาดเล็ก

ข้อจำกัดต่างๆ ทำให้ประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายและไม่พอใจ จนเกิดการประท้วงขึ้นในหลายเมืองไล่ตั้งแต่นครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง ไปจนถึงเมืองใหหญ่แถบชนบทอย่าง เฉิงตู และอู่ฮั่น ด้วย

บีบีซี รายงานอีกว่า จีนเริ่มบังคับใช้มาตรการเซ็นเซอร์ข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเข้มงวดมากขึ้น นับตั้งแต่เกิดการประท้วงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเห็นข่าวหรือหารือเกี่ยวกับการประท้วงได้ ความเห็นนับสิบล้านโพสต์ถูกกรองออกจากผลการสืบค้น ขณะที่สื่อต่างๆ หลีกเลี่ยงการรายงานข่าวเกี่ยวกับโควิด-19

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเซ็นเซอร์อย่างหนัก ข่าวการประท้วง, ภาพ และวิดีโอ ก็ยังคงแพร่กระจายไปตามโซเชียลมีเดียและแอปสื่อสารต่างๆ อยู่ดี

ม็อบอินเดียต้านโครงการสร้างท่าเรือ บุกโจมตีสถานีตำรวจ จนท.เจ็บ 36 นาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565023

ม็อบอินเดียต้านโครงการสร้างท่าเรือ บุกโจมตีสถานีตำรวจ จนท.เจ็บ 36 นาย

29 พ.ย. 2565 02:50 น.

ม็อบอินเดียต้านโครงการสร้างท่าเรือ บุกโจมตีสถานีตำรวจ จนท.เจ็บ 36 นาย

ผู้ประท้วงต่อต้านโครงการสร้างท่าเรือในรัฐเกรละ ของอินเดีย ก่อเหตุบุกโจมตีสถานีตำรวจ เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 36 นาย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านโครงการสร้างท่าเรือของมหาเศรษฐี โกตัม อดานิ ที่รัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย ก่อเหตุบุกโจมตีสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในเมืองติรุวะนันตะปูรัม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 36 นาย

ชาวประมงในรัฐเกรละรวมตัวประท้วงต่อต้านโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกอเนกประสงค์นานาชาติ ‘วิชินจาม’ (Vizhinjam) มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของบริษัท อดานิ พอร์ตส์ แอนด์ เอสดีซี จำกัด ของนาย โกตัม อดานิ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในเอเชีนมานานกว่า 100 วันแล้ว โดยการประท้วงส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบจนถึงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์

ผู้ประท้วงจำนวนมากอ้างว่า โครงการดังกล่าวทำให้พื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ ทำลายการใช้ชีวิตของพวกเขา และมีหลายรายที่อ้างว่า การกัดเซาะที่เกิดขึ้นทำให้บ้านของพวกเขาถูกทำลาย จนต้องไปอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราว อย่างไรก็ตาม อดานิ พอร์ตส์ฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่า พวกเขาทำตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมทุกประการ และการกัดเซาะของชายฝั่งเกิดจากภาวะโลกร้อน

เมื่อสัปดาห์ก่อน ศาลสูงรัฐเกรละมีคำสั่งให้ผู้ประท้วงต้องทำตามคำสั่งก่อนหน้านี้ ที่บอกให้พวกเขาเปิดทางเข้าออกสู่ไซต์ก่อสร้างท่าเรือ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงออกมารวมตัวขวางรถยนต์ของบริษัท อดานิ พอร์ตส์ฯ ไม่ให้เขาไซต์ก่อสร้าง ทำให้ตำรวจดำเนินการจับกุมผู้ประท้วงบางส่วน

ต่อมาในคืนวันอาทิตย์ ผู้ประท้วงหลายร้อยคนมารวมตัวกันที่หน้าสถานีตำรวจท้องถิ่น เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุม ก่อนที่ผู้ประท้วงจะบุกโจมตีสถานีทำให้เกิดการปะทะกับตำรวจ มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ขณะที่มีผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บหลายรายเช่นกัน และยานพาหนะของตำรวจจำนวนหนึ่งได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ อดานิ พอร์ตส์ฯ ผู้ดำเนินกิจการท่าเรือรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ลงนามข้อตกลงสร้างท่าเรือ วิชินจาม ในเมืองเอกของรัฐเกรละตั้งแต่ปี 2558 โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2562 ซึ่งจะทำให้ท่าเรือวิชินจามจะกลายเป็นประตูสู่การขนส่งระหว่างประเทศของอินเดีย

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างล่าช้าออกไปหลังเกิดพายุไซโคลนถล่มรัฐเกรละในปี 2560 กอปรกับปัญหาขาดแคลนวัสดุก่อสร้าง ทำให้กำหนดการเปิดท่าเรือแห่งนี้ถูกเลื่อนไปเป็นเดือนกันยายน 2566

https://www.bbc.com/news/world-asia-india-63725900

ประท้วง,โจมตีสถานีตำรวจ,อินเดีย,รัฐเกรละ,โครงการสร้างท่าเรือ,โกตัม อดานิ,

ภูเขาไฟยักษ์ เมานาโลอา ปะทุครั้งแรกในรอบ 38 ปี เถ้าถ่านปกคลุมเกาะฮาวาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564980

ภูเขาไฟยักษ์ เมานาโลอา ปะทุครั้งแรกในรอบ 38 ปี เถ้าถ่านปกคลุมเกาะฮาวาย

28 พ.ย. 2565 23:42 น.

ภูเขาไฟยักษ์ เมานาโลอา ปะทุครั้งแรกในรอบ 38 ปี เถ้าถ่านปกคลุมเกาะฮาวาย

เมานาโลอา ภูเขาไฟขนาดใหญ่บนเกาะฮาวายปะทุเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปี เมื่อวันจันทร์ ทำให้ทางการต้องเตือนประชาชน ให้ระวังเถ้าถ่านที่ตกลงมา

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ภูเขาไฟ เมานาโลอา ภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีพลังอยู่ ปะทุเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พ.ย. 2565 ส่งผลให้ทางการรัฐฮาวายออกคำแนะนำให้ประชาชน ระวังเถ้าถ่านร่วงหล่น บริเวณเกาะบิ๊ก ไอส์แลนด์ และน่านน้ำโดยรอบ

ภูเขาไฟเมานาโลอาเริ่มปะทุเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันเอาทิตย์ที่ 27 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นของฮาวาย (ราว 16.30 น. วันจันทร์ตามเวลาไทย) โดยสำนักงานท่องเที่ยวรัฐฮาวาย ระบุผ่านทวิตเตอร์เมื่อเช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า การปะทุซึ่งเกิดขึ้นที่อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย ไม่เป็นภัยคุกคามต่อชุมชนแถบเชิงเขา หรือการบินเข้าสู่เกาะฮาวาย ขณะที่สำนักงานบริการสภาพอากาศ (NWS) ในเมืองโฮโนลูลู ระบุว่า บางพื้นที่ของเกาะอาจมีเถ้าถ่านตกลงมาสุมหนาเกิน ¼ นิ้ว

“ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจความอยู่ภายในที่ร่มเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดเอาเถ้าถ่านเข้าไป และใครก็ตามที่อยู่กลางแจ้งควรสวมหน้ากากหรือโพกผ้าปิดปากปิดจมูก” ทางการโฮโนลูลูเตือน “มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายต่อพืชผลและปศุสัตว์ อุปกรณ์ขนาดเล็กและโครงสร้างพื้นฐานอาจได้รับความเสียหาย ทัศนวิสัยแย่ลง และอาจจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดเป็นวงกว้าง”

ด้านสำนักงานสังเกตการณ์ภูเขาไฟเกาะฮาวายระบุว่า ตอนนี้การไหลของลาวามีอยู่เพียงบนยอดเขาเท่านั้น ไม่มีความเสี่องต่อชุมชนบริเวณเชิงเขา “จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต การปะทุระยะแรกของภูเขาไฟ เมานาโลอา อาจมีพลังมาก และตำแหน่งกับการเคลื่อนที่ของลาวาอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว”

“หากการปะทุยังคงอยู่ที่ปล่อง โมคูอาเวโอเวโอ การไหลของลาวาน่าจะอยู่แต่ภายในกำแพงของปล่องเท่านั้น” สำนักงานสังเกตการณ์ฯ ระบุ “แต่ถ้าการปะทุทะลุออกมานอกกำแพงได้ ลาวาก็อาจไหลลงเขาอย่างรวดเร็ว”

ทั้งนี้ ภูเขาไฟเมานาโลอาเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงมีพลังอยู่ มีอาณาเขตปกคลุมพื้นที่กว่าครึ่งของเกาะฮาวาย เคยปะทุมาแล้ว 33 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2386 อย่างไรก็ตาม มันปะทุครั้งล่าสุดเมื่อปี 2527 หรือ 38 ปีก่อน ทำให้นี่เป็นการเว้นช่วงการปะทุที่ยาวนานที่สุดของภูเขาไฟแห่งนี้

กระบี่เดียวดาย “เฮ้ง สุชาติ” เจอขาใหญ่รุมกินโต๊ะ ชิงเมืองชล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537541

ขุนน้ำหมึก

29 พ.ย. 2565

กระบี่เดียวดาย “เฮ้ง สุชาติ” เจอขาใหญ่รุมกินโต๊ะ ชิงเมืองชล

จอมกระบี่เดียวดาย “เฮ้ง สุชาติ” หอบหิ้ว ส.ส.ลาลุงป้อม จับตาสนามชลบุรี-ฉะเชิงเทรา เจอขาใหญ่รุมกินโต๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.สายพลังเฮ้ง ไม่เข้าเป้า ก็จบเกม

โดดเดี่ยวเดียวดาย “เฮ้ง สุชาติ” หอบหิ้ว ส.ส.ลาลุงป้อม ออกจากบ้านป่ารอยต่อฯ รอลีลาลุงตู่ จะเปิดหน้าท้ารบเมื่อใด 

“เฮ้ง สุชาติ” โดดเด่นจนมีศัตรูเยอะ จับตาสนามชลบุรี-ฉะเชิงเทรา หากผู้สมัคร ส.ส.ไม่เข้าเป้า ก็จบเกม ปิดฉากซุ้มพลังเฮ้ง

วันที่ 29 พ.ย.2565 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเข้าไปกราบลา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ ขอไปทำงานการเมืองกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“จุดยืนของผม ผมจะต้องไปช่วยนายกรัฐมนตรี ตัวตนผมอยู่ที่นายกฯ ผมอยู่กับนายกเป็นหลัก” สุชาติ กล่าวย้ำ 

จับความได้ว่า สุชาติ ชมกลิ่น ลาออกจาก ผอ.พรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่เข้าไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ คงจะต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ 

สถานการณ์ในเวลานี้ เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ก็เหมือนจอมยุทธ์โดดเดี่ยวเดียวดาย ซึ่งต่างจากกระบี่เดียวดาย ในนิยายกำลังภายในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร และมังกรหยก 

กระบี่เดียวดาย เป็นวิชาเพลงกระบี่ ที่มีความพิสดาร ความร้ายกาจอยู่ที่เพลงกระบี่นี้คือไร้กระบวนท่า 

สำหรับเสี่ยเฮ้ง มีแต่รุกและรุก บางครั้งก็ล้ำเส้น สร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะเป็นกระบี่เดียวดาย กลายเป็นกระบี่โดดเดี่ยวเดียวดาย 

ยกตัวอย่างการชิงประกาศยืนข้างตู่ ตามสไตล์นักเลงเมืองชล ก็เข้าทางหัวหน้าซุ้มใหญ่บางคนใน พปชร. จึงรวมหัวออกข่าวกดดัน จนเสี่ยเฮ้งต้องลาออกจาก ผอ.พรรค พปชร.

‘เดิมพันบูรพา’

อันเนื่องจากหัวโขน รมว.แรงงาน “เฮ้ง สุชาติ” จึงผงาดในเมืองชล จนสถาปนาบ้านใหม่พลังเฮ้ง แข่งกับบ้านใหญ่กำนันเป๊าะ 

ขุมกำลังของเสี่ยเฮ้ง ที่เป็นความหวังในการเลือกตั้งสมัยหน้าคือผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี 10 เขต และฉะเชิงเทรา 4 เขต 

เฉพาะเมืองชล สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เขต 1  และรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 คงเป็นตัวยืน ส่วนที่เหลือก็เป็นนักการเมืองท้องถิ่นระดับบ้านใหญ่อย่าง สจ.ตี๋-สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ ส.อบจ.ชลบุรี เขต อ.เมือง 

สจ.ตี๋- สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ มือขวาเสี่ยเฮ้งในสนามเมืองชลสจ.ตี๋- สุรพงษ์ นำชัยรุจิพงษ์ มือขวาเสี่ยเฮ้งในสนามเมืองชล

สมเจตน์ เกตุวัตถา นายกเทศมนตรีตำบลบางพระ อ.ศรีราชา, รุ่งเพชร แจ่มเจริญ รุ่งเพชร อดีตนายก อบต.บ่อวิน อ.ศรีราชา และมานพ ประกอบธรรม อดีตนายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง

ศึกเมืองชลหนหน้าใหญ่หลวงนัก เสี่ยเฮ้ง ต้องแข่งกับทีมยังเติร์กชลบุรี นำโดย สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 และจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 ซึ่งกลุ่มนี้ ไม่รู้ว่าจะอยู่พรรค พปชร.หรือย้ายไปพรรคอื่น

อีกกลุ่มหนึ่งคือ บ้านใหญ่แสนสุข นำโดย สท.เหี่ยว-ภาสกร หอมหวล มือขวากำนันเป๊าะ ที่จะถือธงนำทัพแทนสนธยา คุณปลื้ม ซึ่งมีแนวโน้มไปอยู่พรรคเพื่อไทย

ส่วนสนามฉะเชิงเทรา เสี่ยเฮ้งฝากความหวังไว้กับ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา และชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ในนามกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่

‘ส.ส.พรรษาแรก’

สำหรับ ส.ส.นกแล สาย “เฮ้ง สุชาติ” อีก 5 – 6 ชีวิต เป็น ส.ส.พรรษาแรก ที่ได้รับเลือกตั้ง เพราะกระแสลุงตู่ ก็น่าเป็นห่วงว่า สมัยหน้าจะสอบตก

เพชรบุรี มี ส.ส. 3 คนคือ กฤษณ์ แก้วอยู่ ,สาธิต อุ๋ยตระกูล และสุชาติ อุสาหะ ตอนแรกคล้ายอยู่กับเสี่ยเฮ้งทั้งหมด แต่ภายหลัง ส.ส.กฤษณ์ และสุชาติ ไปอยู่ภูมิใจไทย ก็เหลือ สาทิตย์ อุ๋ยตระกูล คนเดียว

สมพงษ์ โสภณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมาบตาพุด เคยอยู่เพื่อไทย เสี่ยเฮ้ง ชวนมาอยู่ พปชร. เพิ่งได้เป็น ส.ส.ระยอง เขต 4 

พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี เขต 1 เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ย้ายมาพรรค พปชร. เสี่ยเฮ้งเป็นคนดูแล 

ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 ลูกสาวบ้านใหญ่พระสมุทรเจดีย์ สมัยหน้าต้องเจอ ต่อศักดิ์ อัศวเหม บ้านใหญ่ม้าทองคำ เป็นศึกใหญ่หลวงนัก ไม่รู้ว่าเสี่ยเฮ้งจะช่วยได้แค่ไหน

อนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ที่เสี่ยเฮ้งดูแลอยู่ สมัยหน้า จะส่งลูกชาย อริญชัย ซูสารอ กำนัน ต.ควน อ.ปะนาเระ ลงสมัคร ส.ส.แทน เพราะตัวเองมีปัญหาสุขภาพ

สรุปแล้ว เสี่ยเฮ้งในสีเสื้อตัวใหม่ อาจไม่สดใส เนื่องจากจะถูกรุมกินโต๊ะจากคู่แค้นเก่าใน พปชร. ในเมืองชลบุรี และพรรคขั้วตรงข้ามอย่างเพื่อไทย

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก 

“สจ.เปี๊ยก” ตั้งเป้าโค่น “พ่อมดดำ” กลางศึกแปดริ้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537503

ขุนน้ำหมึก

29 พ.ย. 2565

“สจ.เปี๊ยก” ตั้งเป้าโค่น “พ่อมดดำ” กลางศึกแปดริ้ว

สงครามเพิ่งเริ่มต้น “สจ.เปี๊ยก” คือใคร จึงประกาศศักดาโค่น “พ่อมดดำ” ในศึกเลือกตั้ง ส.ส.ฉะเชิงเทรา สมัยหน้า ดัน สจ.รุ่นใหม่ท้าดวล หวังปิดฉากตระกูลตันเจริญ

คดีจบแล้วแต่สงครามเพิ่งเริ่มต้น “สจ.เปี๊ยก” คงดังเมืองแปดริ้วคือใคร ไยจึงหาญกล้าท้าชน “พ่อมดดำ” สุชาติ ตันเจริญ นักการเมืองรุ่นลายคราม

จากนี้ไป “สจ.เปี๊ยก” มีภารกิจปั้นดาวรุ่งให้เป็น ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 หมายถึงจะต้องโค่น “พ่อมดดำ” ส.ส.10 สมัยให้ได้ 

“สจ.เปี๊ยก” วรรณา รอดพิทักษ์ รองนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กลายเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ถูกกล่าวขวัญถึงทั้งประเทศ เมื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสุชาติ ตันเจริญ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย 

วันที่ 28 พ.ย.2565 สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ได้เดินขึ้นโรงพักสนามชัยเขต รับสารภาพตามข้อกล่าวหา แสดงความจำนง จะขอเสียค่าปรับ 10,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้คดีดังกล่าวเป็นความผิดลหุโทษ ผู้ต้องหามีโทษเสียค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

ในทางคดีความดูเหมือนจะจบแค่นี้ เพราะ สจ.เปี๊ยก-วรรณา รอดพิทักษ์ ก็คงไม่ติดใจเอาความอะไรต่อไป แต่ในทางการเมือง “สจ.เปี๊ยก” กับ “พ่อมดดำ” ยังจะต้องต่อสู้กันในสมรภูมิเลือกตั้ง จ.ฉะเชิงเทรา เขต 3 (อ.พนมสารคาม , อ.สนามชัยเขต และ อ.ท่าตะเกียบ) 

“ผมไม่ได้เหยียบบ้านนี้มาเกือบ 3 ปีแล้ว ตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง อบจ. ผมไม่ชอบคนที่เดินด้วยกันแล้วถีบหัวพวกไม่เอาพวก” สจ.เปี๊ยก กล่าวกับผู้สื่อข่าวตอนหนึ่งที่บอกให้รู้ว่า ตัวเขาเอง ถอยห่างจากลูกพี่เก่า-สุชาติ ตันเจริญ มานานแล้ว

“ผมสู้มาด้วยตัวเองจนชนะมาได้ จนเป็น สจ.มากว่า 30 ปี ส่วนหลังจากนี้อะไรจะเกิดจะทำอย่างไร เขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่จะให้ผมเองเดินถอยหลัง ผมไม่ถอย ผมก็ต้องเดินช่วยคนที่ผมรับปากว่าจะช่วยไว้”

นั่นหมายความ สจ.เปี๊ยก ยังคงเดินหน้าหาเสียงหนุน ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา ให้ได้รับชัยชนะเลือกตั้ง ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 

สจ.เปี๊ยก และ สจ.ธรรมชาติ ยังเดินสายหาเสียงในพื้นที่เขต 3สจ.เปี๊ยก และ สจ.ธรรมชาติ ยังเดินสายหาเสียงในพื้นที่เขต 3

‘เปี๊ยก บางคล้า’

เพจข่าวนี้ที่แปดริ้ว ได้เปิดวาร์ป “สจ.เปี๊ยก” คู่ปรับพ่อมดดำ ไว้เป็นที่แรกและทำให้คนทั่วไปได้รู้จักนักการเมืองท้องถิ่นคนนี้มากขึ้น

สจ.เปี๊ยก หรือรองเปี๊ยก วรรณา รอดพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2496 อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106/8 หมู่ 5 ต.ท่าทองหลาง อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง มีรถแบ็คโฮ(Backhoe Loader)ให้เช่า

วรรณา รอดพิทักษ์ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.บางคล้า ตั้งแต่ปี 2533 เป็นนักการเมืองใจถึง พึ่งได้ เกาะติดพื้นที่ และได้รับเลือกตั้งติดต่อกันมา 6 สมัย 

สมัยที่แล้ว นายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ แต่งตั้ง สจ.เปี๊ยก เป็นเลขานุการนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา และปัจจุบัน ขยับขึ้นเป็นรองนายก อบจ.

การเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปี 2563 สจ.เปี๊ยก ปั้น ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ฉายาสองล้อสายบุญ ขึ้นเป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.บางคล้า และกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ก็ดัน สจ.ธรรมชาติ เป็นประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา


นี่คือปมเหตหนึ่งที่สุชาติ ตันเจริญ ไม่พอใจนายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เพราะพ่อมดดำ ต้องการให้ลูกชาย มดเล็ก-ศักดิ์ชัย ตันเจริญ เป็นประธานสภา อบจ.ต่ออีกสมัย

‘ปั้นสองล้อสายบุญ’

ความขัดแย้งระหว่างพ่อมดดำกับลูกน้องเก่า “สจ.เปี๊ยก” ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ วางตัว ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 สมัยหน้า

เท่ากับว่านายกไก่ เปิดหน้าชนสุชาติ ตันเจริญ ทั้งที่การเลือกตั้งนายก อบจ.แปดริ้ว ก็ยังเป็นพันธมิตรกันอยู่

ต้นเดือน ต.ค.2565 มีการเลือกประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา คนใหม่แทน ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ที่ลาออกไปลงสมัคร ส.ส. สุชาติ ตันเจริญ ผนึกกำลัง สจ.สายตรงข้ามขั้วนายกไก่ เสนอชื่อมดเล็ก-ศักดิ์ชัย ตันเจริญ ชิงประธานสภาฯ 

ส่วนปีกนายกไก่ ก็ดัน อุดร เทพวาที ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต เข้าแข่งขัน ผลการโหวตปรากฏว่า สจ.อุดร เฉือนชนะ สจ.มดเล็ก แค่แต้มเดียว


เดิมที สจ.อุดร ลงสมัครอิสระ ไม่ได้สังกัดซุ้มไหน เมื่อได้เป็นประธานสภาฯ ในนามกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า สจ.อุดรก็ต้องหนุนธรรมชาติ พรมพิทักษ์ 

นับจากวันนี้ไป การเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 จึงเป็นบทเริ่มต้นของสงครามคนกันเอง ระหว่าง “สจ.เปี๊ยก” กับ “พ่อมดดำ”

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย  … ขุนน้ำหมึก

ครม. อนุมติ 3,748 ล้าน จัดทำแผนต้านทุจริต ตั้งเป้าปี 66 ติด 1 ใน 53 ของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537554

29 พ.ย. 2565

ครม. อนุมติ 3,748 ล้าน จัดทำแผนต้านทุจริต ตั้งเป้าปี 66 ติด 1 ใน 53 ของโลก

ที่ประชุมครม. อนุมติ 3,748 ล้านบาท จัดทำแผนต่อต้านทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 605 โครงการ ตั้งเป้าปี 66 ประเทศไทยต้องติด 1 ใน 53 ของโลก

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ วงเงิน 3,748.70 ล้านบาท เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เสนอ เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และภาคเอกชน ในการแปลงแนวทางการพัฒนาของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 21 ประเด็น การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ.2561 – 2580) ไปสู่การปฏิบัติ สำหรับแผนปฏิบัติฉบับนี้ มีเป้าหมาย 2 ระดับ คือ 

1. เป้าหมายภาพรวม คือ ประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส อัตราการเกิดคดีทุจริตมีแนวโน้มลดลง ประชาชนมีทัศนคติที่ไม่ยอมรับการทุจริต และมีผลการประเมินคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต ที่สูงขึ้น โดยมีตัวชี้วัดภาพรวมที่กำหนดไว้ดังนี้ 

ปี 2566 CPI ของประเทศไทย อยู่ในอับดันดับ 1 ใน 53 ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 51 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 84 

ปี 2567 ตั้งเป้าไว้ ติดอันดับ 1 ใน 51 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 53 คะแนน  
ปี 2568 ตั้งเป้าไว้ ติดอันดับ 1 ใน 48 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 55 คะแนน 
ปี 2569 ตั้งเป้าไว้ ติดอับดันดับ 1 ใน 45 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 56 คะแนน 
ปี 2570 ตั้งเป้าไว้ ติดอับดับ 1 ใน 43 และคะแนนไม่ต่ำกว่า 57 คะแนน 

ส่วนแนวทางการขับเคลื่อนเป้าหมายภาพรวม อาทิ การผลักดันเพื่อยกระดับคะแนน CPI และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนของการอนุญาต

2.เป้าหมายย่อย ประกอบด้วย 3 เป้าหมาย มี 9 ตัวชี้วัด

2.1แผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ มี 2 เป้าหมาย 
-ประชาชนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต 
-คดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง มี 7 ตัวชี้วัด อาทิ ร้อยละของเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมที่ยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต เช่น ปี66 ร้อยละ 80 ร้อยละของหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA เช่น ปี 66 ร้อยละ 84 และจำนวนคดีทุจริตในภาพรวมลดลง เช่น ปี 66 ร้อยละ 10 
2.2แผนย่อยการปราบปรามการทุจริต มีเป้าหมาย คือ การดำเนินคดีทุจริตมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ มี 2 ตัวชี้วัด 
-กระบวนการดำเนินคดีทุจริตที่จำเป็นต้องขอขยายระยะเวลาเกินกว่ากรอบเวลาปกติที่กฎหมายกาหนด ไม่เกินร้อยละ 20 
-จำนวนคดีอาญาที่หน่วยงานไต่สวนคดีทุจริตถูกฟ้องกลับ ไม่เกินร้อยละ 3 ของจำนวนคดีที่ส่งฟ้อง  
2.3ส่วนการขับเคลื่อนเป้าหมายย่อย เช่น ปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสานึก ให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต , ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ ปราบปรามการทุจริต

สำหรับแผนปฏิบัติการฉบับนี้ มีจำนวน 605 โครงการ วงเงิน 3,748.70 ล้านบาท แบ่งตามเป้าหมายดังนี้ เป้าหมายที่ 1 ประชาชนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต จำนวน 331 โครงการ วงเงิน 2,752.01 ล้านบาท เป้าหมายที่ 2 คดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง จำนวน 162 โครงการ วงเงิน 684.84 ล้านบาท และเป้าหมายที่ 3 การดำเนินคดีทุจริตมีความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ จำนวน 112 โครงการ วงเงิน 311.85 ล้านบาท โดยใช้งบประมาณภายใต้แผนงงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ งบกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และงบดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน

แผนฟื้นฟู “การบินไทย” ได้ผล กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537526

29 พ.ย. 2565

แผนฟื้นฟู "การบินไทย" ได้ผล กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

ครม. รับทราบ แผนฟื้นฟู “การบินไทย” ดีขึ้น หลังสถานการณ์โควิดดีขึ้น กิจการมีสภาพคล่อง กำไรมากขึ้น กู้เงินลดลง

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา บริษัท “การบินไทย” จำกัด(มหาชน) 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีแนวโน้มการดำเนินที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ภายหลังโควิดคลี่คลาย โดยสามารถเพิ่มความถี่เที่ยวบินใน 6 เดือนแรกของปี  65 และกลับไปทำการบินในเส้นทางเดิมก่อนการเกิดโรคระบาด

ไตรมาสที่ 3/65 บริษัท และบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงาน 3,920 ล้านบาท เทียบกับที่ขาดทุน 5,310 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปี 64  และมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย(EBIDA) 6,181 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 64 ที่ขาดทุน 3,100 ล้านบาท 

ด้วยสถานะการดำเนินงานที่ดีขึ้น ทำให้ความต้องการใช้สินเชื่อแผนฟื้นฟูกิจการได้ปรับลดจาก 50,000 ล้านบาท เหลือ 25,000 ล้านบาท ซึ่งแยกเป็นความต้องการสินเชื่อระยะยาวและสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นประเภทละ 12,500 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า บริษัทมีแผนงานที่ชัดเจนปรับโครงสร้างทุน โดยการบินไทยเพิ่มทุนจดทะเบียนไม่เกิน 31,500 ล้านหุ้น เพื่อให้ส่วนทุนเป็นบวก สร้างความมั่นคงทางการเงิน และให้หุ้นของบริษัทฯ สามารถกลับเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ โดยแบ่งเป็นการออกหุ้นเสนอขายแก่กลุ่มต่างๆ  5 กลุ่ม ได้แก่

1.หุ้นจำนวน 4,911 หุ้น สำหรับการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Share Option) ของผู้สนับสนุนสินเชื่อใหม่ เฉพาะผู้ให้สินเชื่อระยะยาว ในจำนวนเดียวกับจำนวนหนี้ที่เบิกใช้จริง หรือการเลือกชำระค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยแปลงหนี้เงินต้นเดิมตามแผนเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน ในราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น

2.หุ้นจำนวน 5,040 ล้านหุ้น สำหรับการแปลงหนี้เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อชำระหนี้เงินต้นคงค้างของเจ้าหนี้กลุ่มที่4 (กระทรวงการคลัง) ในสัดส่วนร้อยละ 100 ของภาระหนี้เงินต้นคงค้าง(ประมาณ 12,827 ล้านบาท) ที่ราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น 

3.หุ้นจำนวน 9,822 ล้านหุ้น สำหรับการแปลงหนี้เป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อชำระหนี้เงินต้นคงค้างแก่เจ้าหนี้กลุ่มที่5 (เจ้าหนี้สถาบันการเงินที่มีสิทธิตามสัญญาโอนสิทธิในการได้รับเงินจากการขายเครื่องบิน) เจ้าหนี้กลุ่มที่6 (เจ้าหนี้สถาบันการเงินไม่มีประกัน) และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 (เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นกู้) ในสัดส่วนร้อยละ 24.50 ของภาระหนี้เงินต้นคงค้าง 

4.หุ้นจำนวน 1,904 ล้านหุ้น สำหรับการใช้สิทธิแปลงหนี้ดอกเบี้ยใหม่ตั้งพักเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของเจ้าหนี้กลุ่มที่4-6 และเจ้าหนี้กลุ่มที่ 18-31 ที่ราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น

5.หุ้นจำนวน 9,822 ล้านหุ้น สำหรับการจัดสรรและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิม โดยไม่จัดสรรและเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นที่จะทำให้บริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายต่างประเทศ (Preferential Public Offering) ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 2.5452 บาทต่อหุ้น  โดยในกรณีที่ผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิไม่เต็มจำนวน จะนำหุ้นไปเสนอขายแก่พนักงานบริษัท การบินไทยฯ และเสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด(Private Placement) ตามลำดับ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การบินไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ให้พิจารณาใช้สิทธิการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนตามสัดส่วนที่ บริษัทฯ จะออกเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้บริษัทฯ มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการกลับมาซื้อขายหุ้นในตลาดได้ตามปกติ ซึ่งผลจากการใช้สิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวจะส่งผลให้กระทรวงการคลังมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณร้อยละ 32.7 และหากรวมการถือหุ้นของธนาคารของรัฐอื่นๆ อีกร้อย 10.4 จะทำให้เป็นไปตามแผนการฟื้นฟูกิจการที่ต้องการให้ให้รัฐถือหุ้นในการบินไทยไม่น้อยกว่า


สำหรับในเดือน ต.ค. 65 การบินไทยและสายการบินไทยสมายล์มีผู้โดยสารต่างประเทศเฉลี่ยต่อวัน 21,558 คน คิดเป็นร้อยละ 30 ของผู้โดยสารต่างประเทศที่ผ่านเข้า-ออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีส่วนแบ่งการขนส่งสินค้าคิดเป็นร้อยละ 28 ของปริมาณการขนส่งสินค้าเข้า-ออก ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนในเดือนพ.ย.-ธ.ค. ก็มีอัตราการสำรองที่นั่งล่วงหน้าระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ทำให้ ณ วันที่ 15 พ.ย. 65 บริษัทฯ มีเงินสดคงเหลือ  32,031 ล้านบาทร้อยละ 40

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“มติ ครม.” อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม ใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537516

29 พ.ย. 2565

"มติ ครม." อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม ใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้านบาท

ครม. มีมติ อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วม กว่า 6 พันล้านบาท ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กว่าล้านครัวเรือนแล้ว

อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีว่า มติ ครม.อนุมัติเงินเงินเยียวยาน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกว่า 6 พันล้านบาท ในพื้นที่ 66 จังหวัดประกอบด้วย  ภาคเหนือ 15 จังหวัด  ภาคอีสาน 15 จังหวัด ภาคกลาง 18 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด และภาคใต้10 จังหวัด มีผู้ได้รับการช่วยเหลือราว1.4 ล้านครัวเรือน โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นผู้ที่อยู่อาศัย ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ มีหลักฐานเป็นทะเบียนบ้าน สัญญาเช่า หรือหนังสือรับรองการเช่า กรณีอื่นต้องมีผู้บริหารท้องถิ่น อย่างน้อย สองในสาม ให้การรับรอง

สำหรับหลักเกณฑ์การรับ เงินเยียวยาน้ำท่วม  ประกอบด้วย 

-กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน ทรัพย์สินถูกน้ำท่วมไม่เกิน 30 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5 พันบาท

ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังเกิน30 วันแต่ไม่เกิน 60วัน  ได้รับเงินช่วยเหลือ7พันบาท

-ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง เกิน 60 วัน ไม่เกิน 90 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 9 พันบาท

โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นหน่วยรับงบประมาณ จ่ายผ่านธนาคารออมสิน  ตามหลักเกณฑ์ สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ระหว่าง13 พ.ค.-28 ต.ค. 65 ทุกกรณี โอนเงินผ่านพร้อมเพย์