บทบาทของ‘กระทรวงมหาดไทย’ในการขับเคลื่อนงาน ด้าน‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ในระดับจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695136

บทบาทของ‘กระทรวงมหาดไทย’ในการขับเคลื่อนงาน  ด้าน‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ในระดับจังหวัด

บทบาทของ‘กระทรวงมหาดไทย’ในการขับเคลื่อนงาน ด้าน‘การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’ในระดับจังหวัด

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพื่อพัฒนาแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับจังหวัด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับจังหวัด” มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

การขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญเพื่อเป็นแกนนำร่วมหัวจมท้ายกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผลักดันให้เกิดการ Change for Good สร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับโลกใบเดียวนี้ของพวกเราทุกคน เพราะคนมหาดไทยมีแรงปรารถนา(Passion) ในการที่จะช่วยลดโลกร้อน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ทำให้
พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ซึ่งจะยั่งยืนได้เราต้องมุ่งมั่นขับเคลื่อนในทุกบริบทของการทำงานเพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Win – Win ทั้งชีวิตความเป็นอยู่และสภาวะแวดล้อม เพราะพี่น้องประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี อากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งการแปรปรวนของสภาวะอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้เป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ท้าทายพวกเราทุกคนในการทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ทั้งนี้ “คนมหาดไทย” พร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่ดีและเอาจริงเอาจังในการลดสภาวะโลกร้อน สร้างชีวิตของผู้คนให้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดี เพื่อให้โลกใบเดียวนี้ของเรามีอายุยืนยาว เป็นโลกที่สวยงาม และมีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับลูกหลานไม่รู้อีกกี่ร้อยรุ่นของเราในอนาคตได้มีโลกใบที่สวยงามนี้อยู่อาศัย โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ประกาศเจตนารมณ์เพื่อประเทศไทยที่ยั่งยืนกับสหประชาชาติประจำประเทศไทย มุ่งChange for Good ทำให้โลกใบเดียวของทุกคนมีอายุยืนยาวตราบนานเท่านาน

ด้วยแนวคิด “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา เพื่อการพัฒนา เพื่อความเท่าเทียม เพื่อความยั่งยืน โลกนี้เพื่อเรา” และแม้ว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายท่านจะเกษียณอายุราชการหรือโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดอื่นแล้วแต่ “คำมั่นสัญญานั้นเป็นพันธะของตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด”ไม่ว่าท่านใดจะมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดใด ท่านเหล่านั้นก็คือ “ผู้นำ” ในการขับเคลื่อนทุกงานในพื้นที่จังหวัดด้วยการบูรณาการทั้ง7 ภาคีเครือข่าย ทั้งภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน

“ทุกท่านจึงอย่ารังเกียจกับการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งนี้ สังคมต้องมีผู้นำ ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และท่านนายอำเภอเป็นผู้นำในพื้นที่ เพราะระบบราชการกำหนดให้ทั้ง 76 จังหวัดมีเจ้าเมือง คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอทั้ง 878
อำเภอ มีนายอำเภอ แม้ว่าจะเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย แต่หน้าที่ที่สำคัญที่สุด คือ การเป็นผู้นำของข้าราชการในการ
ขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีของจังหวัด ท่าน ทสจ. คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัด

ดังนั้น หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาคือ การทำให้ผู้บังคับบัญชาทำในสิ่งที่ดีที่เราอยากให้เกิดขึ้น ด้วยการที่พวกเราต้องหมั่นขวนขวาย ค้นคว้า ศึกษา เรื่องที่เรากำลังทำให้เข้าใจถ่องแท้ แล้วป้อนสิ่งที่ดี แนวคิดที่ดีให้ผู้นำ เพื่อผู้นำจะได้ Delivery (ส่งผ่าน) สั่งการผู้นำในระดับรองลงไป อันจะทำให้แนวคิดของเรานั้นได้ส่งไปถึงพี่น้องประชาชน และเกิดผลลัพธ์ทั้งเชิงคุณภาพควบคู่กับเชิงปริมาณเต็มทั้งพื้นที่”นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อไปว่า กระทรวงมหาดไทยได้จับมือร่วมกับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “อบก.” ในด้านการบริหารจัดการขยะในครัวเรือน
ทั้งประเทศกว่า 25 ล้านตัน ซึ่ง 60-70% ของจำนวนดังกล่าวเป็นขยะเปียก โดยภายในเดือนธันวาคม2565 ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 7,849 แห่ง จะรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนมี “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน”

โดยนำภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ถังขยะใบเดียวมีฝาปิด ตัดก้นถัง ขุดหลุมเป็นรูปลิ่ม เพื่อให้ก้นหลุมลึกกว่าก้นถัง ประมาณครึ่งศอกถึง 1 ศอก ประจำครัวเรือน ซึ่งจากค่าเฉลี่ย ใน 1 วันคนจะผลิตขยะเปียก 0.6 กรัม จากเศษอาหาร เศษพืช เศษผัก เมื่อใส่รวมลงถังขยะเปียกลดโลกร้อนก็จะกลายเป็นปุ๋ยหมัก หรือสารบำรุงดินตามกฎหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อรวมแล้วจะได้ปริมาณร่วมล้านตันคาร์บอนเครดิตต่อปี

ทั้งนี้ อบก. ได้ประเมินรับรองคาร์บอนเครดิตจากถังขยะเปียกลดโลกร้อนเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ความร่วมมือของคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับในส่วนของบ้านที่ไม่มีพื้นที่ดิน ให้ใช้วิธีนำขยะเปียกรวมให้เทศบาลนำไปใส่ถังรวม ซึ่งขณะนี้การขับเคลื่อนคืบหน้าไปมากจนใกล้จะจำหน่ายคาร์บอนเครดิตได้ โดยไม่ได้ซีเรียสว่าจะได้เงินเท่าใด แต่ต้องเกิดมรรคผลเป็นรูปธรรมที่ส่งผลดีกับโลกจริงๆ

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ในขณะนี้ งานที่ชาวมหาดไทยกำลังทำโดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ ให้นายอำเภอสร้างทีมผู้นำการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขโดยบูรณาการ 7 ภาคีเครือข่าย เพื่อลดจุดอ่อนของข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการ-โยกย้าย ในรูปแบบทีมอำเภอ ทีมตำบล ซึ่งเมื่อข้าราชการ ทั้งนายอำเภอ ปลัดอำเภอย้ายไปแล้ว สิ่งดีๆ ที่ได้ร่วมกันคิด จะได้รับการสานต่อโดยทีมจิตอาสาเหล่านี้ นอกเหนือจากคนของระบบราชการ อันจะทำให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน

รวมทั้งได้เชิญชวนให้ประชาชน เริ่มตั้งแต่เด็กที่มีอายุ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป สมัครเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก พ.ศ. 2561 เพื่อร่วมมือกันดูแลครอบครัวให้รู้จักคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะรีไซเคิล และขยะพิษ รวมทั้งเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในครอบครัว ชุมชน ตำบล และหมู่บ้าน ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ซึ่งอปท. สามารถใช้งบประมาณอบรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้ทั้งหมดเพื่ออุดช่องว่างเสริมเติมเต็มในการขับเคลื่อนงานให้กับท่าน ทสจ. ทั่วประเทศ” นายสุทธิพงษ์ ระบุ

นายสุทธิพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย

เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการส่งเสริม
การใช้วัสดุก่อสร้างประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก สำหรับการก่อสร้างของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะเรื่องนี้ No plan B because we have only one planet เรามีเพียงแผนเดียวเท่านั้น คือ ทุกคนต้องช่วยกันทำให้สภาวะโลกร้อนลดลง และทำให้โลกสวยงาม เพราะมีโลกแค่เพียงใบเดียวเท่านั้น

โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนงานด้านลดภาวะโลกร้อนเกิดผลที่เป็นจริงในชีวิตของพี่น้องประชาชน คือ การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่าน “โครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง หรือ อารยเกษตร” เปรียบเสมือนการปฏิวัติสีเขียวครั้งใหญ่ที่ประชาชนจะอยู่รอดปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้

ซึ่งภายในแปลงโคก หนอง นา จะมีการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ ก็คือป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการผสมผสาน ที่เล็งเห็นถึงปัจจัย 4 ทั้งหมด เช่น มีไม้เพื่อใช้ทำที่อยู่อาศัย ไว้ใช้สอย ไว้ทำเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร และการปลูกที่มีไว้ใช้สำหรับเป็นอาหารและยารักษาโรค รวมถึงมีส่วนที่ไว้ค้าขายผลิตผลทางเกษตร และอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ คือ ทุกพื้นที่จะเป็นกสิกรรมธรรมชาติ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่มีการเผาทำลายซากเศษใดๆ ทั้งสิ้น แต่เราจะเอาส่วนนั้นมาประยุกต์ใช้ในการทำน้ำหมัก ปุ๋ยหมัก ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดบริหารจัดการไม่ให้เหลือเป็นเศษขยะ

รวมทั้งน้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ด้วยการปลูกผักสวนครัว ครบ 100% ทุกครัวเรือนภายในสิ้นปี 2565 นี้และน้อมนำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ให้เพิ่มมากที่สุด เพื่อทำให้เด็กมีความรู้ มีความรัก ความหวงแหนต้นไม้

และช่วยกันกระตุ้นปลุกเร้าให้ช่างทอผ้า ผู้ประกอบการผ้าไทย ผ้าอัตลักษณ์ทุกประเภททั่วประเทศ น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา งดใช้สีเคมีในการย้อมผ้า และหันมาผลิตวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตผ้า เช่น ปลูกฝ้าย ปลูกหม่อนและเลี้ยงไหม ปลูกต้นไม้ที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นสีย้อมผ้าให้มากขึ้น เพื่อลดการเกิดของเสีย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนย้อมผ้าและผู้สวมใส่

รวมถึงให้ทุกจังหวัดได้รณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย ภายใต้ชื่อ
“ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ผู้ทอผ้าในทุกถิ่นที่ของประเทศไทย ที่เป็นเสาหลักในการดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วยรายได้จากการจำหน่ายผ้าไทย เพราะผ้าทอไทยเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยที่อยู่กับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ถิ่นต่างๆ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การย้อมผ้า และยังช่วยทำให้ลดอุณหภูมิห้องลงอย่างน้อย 2 องศาเซลเซียสอีกด้วย

“สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นได้อยู่ที่พวกเราทุกคนว่า เราต้องเชื่อ (Believe) ในสิ่งที่เราคิดควบคู่กับการทำในฐานะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งผมมั่นใจว่า พวกเราทุกคนมีความเชื่อมั่นว่าตำแหน่งหน้าที่ที่ทำอยู่ได้ทำบุญกับโลก กับเพื่อนมนุษย์ กับคนไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยต้องเติม Passion หรือแรงบันดาลใจเข้าไปว่า ก่อนที่ฉันจะเกษียณอายุราชการหรือไปรับหน้าที่อื่น ฉันจะ Change for Good ให้เกิดขึ้น

ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีที่สุดต้องไปชวน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ ให้ผนึกกำลังทุกภาคีเครือข่าย
ขับเคลื่อนภารกิจ Change for Good ให้โลกของเราให้เต็มที่ เพื่อสุดท้าย ปลายทาง คือ คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอให้รีบทำทันที เพื่อโลกใบเดียวของเราจะได้อยู่รอดปลอดภัยเป็นโลกที่สวยงามของลูกหลานเหลนเราตลอดไป” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในตอนท้าย

จัดงาน 100 ปีชาตกาล ศ.ระพี สาคริก สถาบันอาศรมศิลป์ตั้ง’หอระพีพิพิธ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695127

จัดงาน 100 ปีชาตกาล ศ.ระพี สาคริก สถาบันอาศรมศิลป์ตั้ง'หอระพีพิพิธ'

จัดงาน 100 ปีชาตกาล ศ.ระพี สาคริก สถาบันอาศรมศิลป์ตั้ง’หอระพีพิพิธ’

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.45 น.

จัดงาน 100 ปีชาตกาล ศ.ระพี สาคริก สถาบันอาศรมศิลป์ตั้ง’หอระพีพิพิธ’

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 นายพีระพงศ์ สาคริก บุตรชาย ศ.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ในวันที่ 4 ธันวาคม 2565 จะครบรอบวันคล้ายวันเกิด 100 ปีคุณพ่อ ซึ่งมูลนิธิระพี-กัลยา สาคริก ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เตรียมจัดงานรำลึก ศ.ระพี ขึ้นที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม โดยในเย็นวันที่ 1 จะมีการเปิดมินิเกษตรแฟร์ แต่งงานหลักจริงๆจะจัดขึ้นในวันที่ 4 โดยมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล พิธีรำลึก การอ่านบทกวีคลอเสียงขลุ่ยโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์และธนิสร์ ศรีกลิ่นดี

นายพีระพงศ์ กล่าวว่า ภายในงานวันที่ 4 จะมีพิธีมอบรางวัล 3 ประเภทคือ รางวัลคนดีสร้างคนดีระพี สาคริก 5 รางวัล รางวัลระพีวิจัย 2 รางวัล และรางวัล 100 ชาตกาลศาสตราจารย์ระพี สาคริก 2 รางวัล นอกจากนี้ยังมีการมอบเกียรติบัตรให้คนรุ่นใหม่ที่ช่วยเหลือสังคมและนำเอาแนวคิดของคุณพ่อไปเผยแพร่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม  จำนวน 23 ราย

บุตรชายของ ศ.ระพี กล่าวด้วยว่า ยังมีการประกวดกล้วยไม้โดยเปิดรับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคมและรับรางวัลในวันที่ 4 นอกจากนี้ภายในงานจะมีการเสวนา เรื่อง “ 100 ปีชาตกาล ศ.ระพี สาคริก รำลึกเพื่อสานต่อเกี่ยวกับงานด้านการศึกษา ด้านอาสาสมัครพัฒนาชนบท ด้านกล้วยไม้และด้านศิลปวัฒนธรรม” เสวนาเรื่อง “อุตสาหกรรมกล้วยไม้..อดีตถึงปัจจุบัน” และเสวนาเรื่อง “บทบาทของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับการพัฒนาอุตสาหกรรมกล้วยไม้”

ด้านรศ.ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวว่า สถาบันอาศรมศิลป์ได้เปิดหอระพีพิพิธเพื่อให้เป็นนิทรรศการมีชีวิตสะท้อนภาพของ ศ.ระพี โดยได้รวบรวมข้อมูลและข้าวของเครื่องใช้ของ ศ.ระพีในด้านต่างๆ เช่น โต๊ะทำงานซึ่งจัดสภาพแวดล้อมให้เหมือนกับตอนที่ ศ.ระพีทำงาน นอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรี ภาพวาด และสิ่งของต่างๆ เช่น พิมพ์ดีด ตู้เพาะเชื้อ กล้องถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีหนังสือเล่มสำคัญๆของ ศ.ระพี โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน

“เราพยายามสะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่คุณพ่อระพี ได้ทำงานกับชาวบ้าน เราจัดตลาดคุณปู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่วงเช้าถึงเที่ยง มีอาหารทะเลและผักอินทรีย์ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมชนที่ทำงานร่วมกันมา พยายามทำให้เป็นวิสาหกิจชุมชน ตามแนวคิดของท่าน และเริ่มสัญจร ท่านทำกล้วยไม้ ทำให้การเลี้ยงกล้วยไม้เข้าถึงชุมชนและเติบโต มีการแลกเปลี่ยนความรู้กัน แข่งขันกัน ทใช้แนวคิดต้นน้ำและปลายน้ำประสานไปด้วยกัน ในที่สุดก็ติดตลอดกล้วยไม้เป็นสินค้าส่งออกมูลค่ามหาศาล”รศ.ประภาภัทร กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2564406

ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่

29 พ.ย. 2565 04:58 น.

  • อินทรีเหล็ก

ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่

@ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่ร่วมสมัยแนวมินิมอลลิสม์สัญชาติเดนมาร์ก โดยมี ปารีสา จาตนิลพันธุ์, ตะวัน วิหครัตน์, กรอบแก้ว ปันยารชุน และ มนนพธร ไกรสอาด มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2565

ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
ปลายทางชีวิต เพ็ชรากรณ์ วัชรพล เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ จินดา นาคประเสริฐ ภรรยา ไกรสีห์ นาคประเสริฐ โดยมี วิบูลย์ เลาหพงศ์ชนะ, ประกิต หลิมสกุล, พณัฐสิทธิ์ ศรีรัตนวงศ์, พรพรรณ พจนพริ้ง และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระศรีมหาธาตุ วันก่อน.
  • ประเทศไทย หนีไม่พ้น สถานการณ์อึมครึม จากการชิงอำนาจทางการเมือง…..ความชัดเจนหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…พร้อมด้วย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาพรรค และ เอกณัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ….เรียก ส.ส.พลังประชารัฐ ภาคใต้, กทม. และภาคตะวันออก ที่นำโดยสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เข้าเช็กกำลัง….ในบ้านพักค่ายทหาร…..แม้จะไม่ใช่เป็น การยุติความสัมพันธ์ ระหว่างพี่น้องสาม ป. โดยสิ้นเชิง……แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
สู่สุคติ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี อดีตรอง ผบ.ทหารสูงสุด บิดาของ พ.อ.เอื้อชาติ หนุนภักดี และ เอื้ออัปสร หนุนภักดี ท่ามกลางญาติมิตรมาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร วันก่อน.
  • ฉายภาพไปใน พลังประชารัฐ …..สถานการณ์ค่อนข้างจะหวาดเสียว……การตั้ง คณะกรรมการนโยบายพรรคที่ให้ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เป็นประธาน……มีปัญหาการบริหารจัดการ ยังไม่เปรี้ยงพอที่จะขับเคลื่อนพลังประชารัฐให้เข้าตาประชาชน…..ความผันผวนของตัวบุคลากรในพรรคพลังประชารัฐ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพรรคเข้าสู่การแข่งขัน……คนในอยากออกคนนอกอยากเข้า……ที่ล่าสุดแว่วว่า มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เตรียมแต่งตัวเข้าเป็นสมาชิกระดับวีไอพีในพลังประชารัฐ อีกราย ……ไม่เอาไม่พูด
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
ภูมิใจ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มอบรางวัลเชิดชูเกียรติศิษย์เกียรติยศปี 2565 ให้ สุกัญญา ประจวบเหมาะ, พวงทอง สัจจาภินันท์ และ พล.ต.หญิง เนตสินี ชลทรัพย์ โดยมี ลิสา นะวงศ์, ธนิดา ฤทธาคนี และ ศิริลักษณ์ ไม้ไทย มาร่วมงานด้วย ที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย วันก่อน.
  • การเติบโตของ รวมไทยสร้างชาติ ย่อมมีผลกระทบกับ ประชาธิปัตย์ นำโดย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กับ พรรคพลังประชารัฐ โดยตรง……ขนาด หัวหน้าพรรคจุรินทร์ ออกมาแสดงความอึดอัดใจดังๆ…..พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมปรับ ครม.ที่พรรคเสนอให้ นริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง มาเป็นรมช.มหาดไทย แทน นิพนธ์ บุญญามณี เสียที ทั้งที่เป็นโควตาของประชาธิปัตย์….ยาวไป
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
วิวาห์ชื่นมื่น สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง สิริปรียา ตัณทนาวิวัฒน์ กับ นพ.ธิบดี บุตร อัมพร-อารี ชุณหเสนีย์ โดยมี สุวรรณา ลุย และ สุธีรา เขมะสิงคิ มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • ส่วน เศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน ที่กำลังตกสะเก็ด…..ตามถ้อยแถลงของ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง…อ้างสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยกำลังฟื้นตัว….ด้วยเหตุนี้รัฐบาล เตรียมปิดฉาก มาตรการเยียวยา คนละครึ่ง อย่างถาวร…..เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ….วางแผนที่จะออก บอนด์ หรือตราสารหนี้ เพื่อนำมาพัฒนาที่ยั่งยืน…ด้วย โครงการสีเขียวมูลค่า 5.5 ล้านล้านบาท…..ชาวบ้านตาดำๆต้องรับกรรมไปแบบเต็มๆ
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
ให้ของขวัญ บุษบา จิราธิวัฒน์, พิชัย จิราธิวัฒน์ และ พล.ต.อานุภาพ ศิริมณฑล เปิดโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 13 เชิญชวนมอบของขวัญปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ โดยมี ชูสะอาด กันธรส มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • การสัมมนาออนไลน์ที่มี อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดงานไปเมื่อเร็วๆนี้…..ทีมนักวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมัน ปตท. ร่วมกับ กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คาดการณ์สถานการณ์พลังงานภาพรวมในปี 2023…ยังเต็มไปด้วย ความผันผวน จากความไม่แน่นอนของ นโยบายทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก……ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดดูไบ น่าจะอยู่ในกรอบ 85-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล…ในขณะที่ ความต้องการน้ำมันจากรัสเซีย อาจหายไปจากตลาด หลัง ยุโรป มีการ คว่ำบาตรรัสเซีย เต็มรูปแบบ …โอเปก จะมีบทบาทที่จะเข้ามาพยุงราคาน้ำมัน….เป็น Game Changer ของตลาดพลังงานโลกที่อยู่ระหว่างการหา เส้นทางที่สมดุล…..จากการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกลุ่ม ปตท.และกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมที่คำนึงถึงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญด้วย
  • งามหน้า ไทยประกาศสงครามกับยาเสพติด…ศุลกากรฮ่องกง ยึดเมทแอมเฟตามีน หรือ ยาไอซ์ ได้ถึง 3 กิโลกรัม มูลค่า 1.9 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 8.7 ล้านบาทไทย…ไปจากประเทศไทยได้คาสนามบินฮ่องกง…ผู้ต้องหา อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ว้าเหว่
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
รุ่นพิเศษ ณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ เปิด HUBLOT Loves Football Pop-Up Store พร้อมแนะนำนาฬิการุ่นพิเศษ Big Bang e FIFA World Cup Qatar 2022™ ผลิตเพียง 1,000 เรือน โดยมี บรม พิจารณ์จิตร และ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.
  • การเมืองต่างประเทศ อันวาร์ อิบราฮิม จาก หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในมาเลเซีย ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ นายกฯคนใหม่ของมาเลเซีย……ประกาศนโยบายหลัก ในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชน เป็นอันดับแรก….การเมืองมาเลเซียแรงไม่แพ้บ้านเรา ในช่วงเวลา 3 ปีเปลี่ยนนายกฯถึง 4 คน…นายกฯมาเลเซียคนปัจจุบันเคยถูกสกัดดาวรุ่งติดคุกมาเกือบ 10 ปี……..ส่วนที่ ไต้หวัน ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ที่ต่อต้านนโยบายจีนเดียวของ สี จิ้นผิง มาโดยตลอด ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP หลังจาก ประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งกลางปี……ปัญหามาจาก ความผิดพลาดในการรับมือกับโควิด-19 ส่งผลกระทบกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ตามมา……ส่วนบ้านเราจะได้เห็นรอยยิ้ม พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปในสมัยหน้าหรือไม่….ขึ้นอยู่กับเสียงประชาชน เจ้าของประเทศ
ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่
มีแล้วยัง ดร.ชัชฎาภา วิจิตรานนท์ เปิดตัว “พิคโต้” และ “อาร์เน่ ยาคอบเซ่น” แบรนด์นาฬิกาดีไซน์เท่ร่วมสมัยแนวมินิมอลลิสม์สัญชาติเดนมาร์ก โดยมี ปารีสา จาตนิลพันธุ์, ตะวัน วิหครัตน์, กรอบแก้ว ปันยารชุน และ มนนพธร ไกรสอาด มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานมอบรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี สำหรับองค์กรที่มีการบริหารเป็นเลิศ จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจประเทศ ไทย ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ให้กับ บริษัท ปตท. โดยมี พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และ เทอดเกียรติ พร้อมมูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กรและความยั่งยืน เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัลไปเป็นที่เรียบร้อย…..บริษัทอมาโด้ นำโดย ชวัลรัชต์ วิจิตรภคิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร เข้ารับรางวัลสุดยอดแบรนด์แห่งปี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากรางวัล Superbrands Thailand 2022 การันตีให้กับองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และพิสูจน์ถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง….วันนี้เวลา 08.30 น. นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดการอบรม Update on the Tripledemic plus Management COVID-19 Influenza RSV HFMD and other important EIDs ที่ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น….สวดพระอภิธรรม คุณแม่จินดา นาคประเสริฐ ที่ศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ถึงวันที่ 30 พ.ย. ฌาปนกิจศพ วันที่ 1 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ไกรสีห์ นาคประเสริฐ (สามี) และครอบครัวฝากขออภัยที่ไม่ได้เรียนเชิญด้วยตัวเอง…..สวดพระอภิธรรม คุณแม่คำยศ สิงหาปัด มารดา กิตติ สิงหาปัด ที่บ้านเลขที่ 22 บ้านโป่งแค อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ถึง 29 พ.ย. (งดพวงหรีด) ฌาปนกิจศพที่วัดศิริชัยโย 30 พ.ย. เวลา 15.00 น.


“อินทรีเหล็ก”

องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนชื่อ “ฝีดาษลิง” เป็น “เอ็มพอกซ์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565361

องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนชื่อ "ฝีดาษลิง" เป็น "เอ็มพอกซ์"

29 พ.ย. 2565 13:48 น.

องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนชื่อ “ฝีดาษลิง” เป็น “เอ็มพอกซ์”

องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าววานนี้ว่า จะเริ่มใช้ชื่อเรียก ฝีดาษลิง (monkeypox) ว่า “เอ็มพอกซ์” (mpox) พร้อมกับเรียกร้องให้เรียกชื่อนี้ตามองค์การอนามัยโลก หลังจากได้รับคำร้องเรียนว่า ชื่อเรียกฝีดาษลิง อาจสื่อถึงการเหยียดเชื้อชาติ การถูกตีตรา หรือส่งผลกระทบในทางลบได้

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ชื่อฝีดาษลิงและเอ็มพอกซ์ จะยังคงใช้ไปพร้อมๆ กันเป็นเวลา 1 ปี ในขณะที่คำว่า ฝีดาษลิง จะค่อยๆ ยกเลิกการใช้ในที่สุด

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศและหน่วยงานที่สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนชื่อ กล่าวแสดงความยินดีต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ จะใช้คำว่า “เอ็มพอกซ์” ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป

องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ฝีดาษลิง หรือ เอ็มพอกซ์ ถูกค้นพบเมื่อปี 1958 และได้รับการตั้งชื่อในปี 1970 หลังจากค้นพบไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคในลิงที่ถูกกักขัง แต่โรคฝีดาษลิงอาจไม่ได้เริ่มต้นในลิง และยังคงไม่ทราบที่มาของมัน ขณะที่ไวรัสดังกล่าวสามารถพบได้ในสัตว์หลายชนิด ชื่อนี้ตั้งขึ้นก่อนที่องค์การอนามัยโลกจะเผยแพร่แนวปฏิบัติสำหรับการตั้งชื่อโรคในปี 2015

ส่วนใหญ่โรคนี้จะแพร่ระบาดในกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ก่อนที่จะระบาดไปยังทวีปอื่นๆ ในปีนี้ โดยมีประมาณ 100 ประเทศที่ไม่เคยเกิดการระบาดของเอ็มพอกซ์มาก่อน มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อดังกล่าว

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญมีความพยายามในการผลักดันตั้งแต่เริ่มการระบาดครั้งล่าสุด ให้มีการเปลี่ยนชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติและการตีตรา ที่อาจทำให้ผู้คนปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจหาเชื้อและการฉีดวัคซีน

การถูกตีตราถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการระบาดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ชี้ว่า คนผิวดำและคนเชื้อสายสเปนในสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบที่แตกต่างกันไป

เมื่อเดือนสิงหาคม องค์การอนามัยโลกจัดกระบวนการหารือสาธารณะเพื่อหาชื่อเรียกใหม่ของฝีดาษลิง โดยให้เสนอชื่อไปยังเว็บไซต์ องค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า กระบวนการหารือประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ การจำแนกประเภท และสถิติ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานรัฐบาลจาก 45 ประเทศ

องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า คำว่า “ฝีดาษลิง” จะยังคงค้นหาได้ในบัญชีจำแนกทางสถิติระหว่างประเทศของโรคและปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้อง (International Classification of Diseases) เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเดิมได้ และในระยะเวลาหนึ่งปีที่ยังคงมีการใช้ทั้งสองชื่อ จะถูกใช้ในการปรับปรุงเนื้อหาในสิ่งพิมพ์และการสื่อสาร

จนถึงขณะนี้ มีการรายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง มากกว่า 81,000 ราย ใน 110 ประเทศ ไปยังองค์การอนามัยโลก ในการระบาดครั้งล่าสุด องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ความเสี่ยงทั่วโลกยังคงอยู่ในระดับปานกลาง และนอกเหนือจากประเทศในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง การระบาดยังคงส่งผลกระทบต่อกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายเป็นหลัก.

ตำรวจจีนปูพรมตรวจหาการใช้ Twitter, Instagram และ Telegram สกัดกั้นการประท้วงต้านนโยบายโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/tech/2565368

ตำรวจจีนปูพรมตรวจหาการใช้ Twitter, Instagram และ Telegram สกัดกั้นการประท้วงต้านนโยบายโควิด

29 พ.ย. 2565 12:47 น.

ตำรวจจีนปูพรมตรวจหาการใช้ Twitter, Instagram และ Telegram สกัดกั้นการประท้วงต้านนโยบายโควิด

ตำรวจในประเทศจีนวางกำลังหลายแห่ง เพื่อตรวจสอบสมาร์ทโฟนของประชาชนว่ามีการใช้งานแอปพลิเคชันต้องห้ามอย่างทวิตเตอร์, อินสตาแกรม และเทเลแกรม หรือไม่ ภายหลังเกิดการประท้วงต้านนโยบายโควิดต้องเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีนอย่างหนัก

รายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก เปิดเผยว่า ตำรวจในประเทศจีนได้วางกำลังตรวจสอบสมาร์ทโฟนของผู้ที่สัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณที่เคยเป็นจุดประท้วงต่อต้านนโยบายโควิด-19 ของรัฐบาลจีน รวมไปถึงพื้นที่ทางเข้าศูนย์การค้า โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อค้นหาว่ามีการใช้งานแอปพลิเคชันต้องห้ามหรือไม่

ในเวลานี้ประชาชนจำนวนมากในประเทศจีนกำลังเข้าถึงแอปพลิเคชันที่ถูกแบนโดยรัฐบาลจีน โดยแอปพลิเคชันที่ถูกแบนนี้ประกอบไปด้วย ทวิตเตอร์, อินสตาแกรม และเทเลแกรม ซึ่งแม้ว่าแอปเหล่านี้จะถูกแบนจากรัฐบาลจีนก็จริง แต่ชาวจีนสามารถเข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชันที่ถูกแบนเหล่านี้ภายใต้การใช้งานเครือข่ายเสมือน หรือ VPN (Virtual Private Networks)

จนถึงเวลานี้ผู้คนในประเทศจีนจำนวนไม่น้อยอึดอัดกับสถานการณ์การใช้นโยบายสกัดกั้นโควิด-19 อันเข้มงวดของรัฐบาลจีน จึงได้มีการจัดการประท้วง และได้มีการใช้แอปพลิเคชันอย่างเทเลแกรม, ทวิตเตอร์ ไปจนถึงอินสตาแกรม เพื่อสื่อสาร พูดคุย และวางแผนประท้วง รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลการประท้วงออกสู่โลกภายนอก

ทางด้าน วิลเลียม หยาง ผู้สื่อข่าวจากด็อยท์เชอเว็ลเลอ (Deutsche Welle) รายงานว่า ตอนนี้รัฐบาลจีนได้บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของใครก็ตามที่มีการติดตั้งแอปพลิเคชันจากต่างประเทศ รวมถึงการใช้ VPN โดยมีการตั้งจุดตรวจในหลายพื้นที่ เช่น บริเวณถนนสายหลัก และทางเข้าห้างสรรพสินค้า

ทั้งนี้ การตรวจสอบสมาร์ทโฟนของประชาชนเป็นไปในลักษณะของการสุ่มตรวจ โดยมีการตรวจสอบในหลายพื้นที่ของกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และหางโจว เป็นต้น

แม้อำนาจทางการเมืองของ สี จิ้นผิง จะแข็งแกร่งเป็นที่สุด แต่การเกิดการประท้วงในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นการท้าทายตัวของผู้นำจีน ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายซีโร่โควิด (Zero-covid) หรือโควิดต้องเป็นศูนย์ ที่ยังคงใช้งานอย่างหนักหน่วง ทั้งที่ในบางพื้นที่จะมีผู้ติดเชื้อโควิดแค่หลักหน่วยหรือหลักสิบก็ตาม

ที่มา: TechCrunchWSJThe Verge

อูฐกาตาร์รับบทหนัก นักท่องเที่ยวแห่ขี่อูฐช่วงบอลโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565285

อูฐกาตาร์รับบทหนัก นักท่องเที่ยวแห่ขี่อูฐช่วงบอลโลก

29 พ.ย. 2565 12:42 น.

อูฐกาตาร์รับบทหนัก นักท่องเที่ยวแห่ขี่อูฐช่วงบอลโลก

ธุรกิจขี่อูฐท่องเที่ยวในกาตาร์บูมสุดๆ ในช่วงบอลโลก โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมฟุตบอลโลก ต่างแห่ไปขี่อูฐเที่ยวชมทะเลทรายนอกกรุงโดฮาอย่างคึกคัก จนอูฐแทบไม่ได้พักผ่อน

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากาตาร์เพื่อเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลโลก ต่างแห่แหนไปใช้บริการขี่อูฐเที่ยวชมทัศนียภาพท้องทะเลทรายนอกกรุงโดฮาเป็นจำนวนมากเพื่อถ่ายภาพสวยๆ และนำไปโพสต์ลงในอินสตาแกรม จนทำให้อูฐที่จัดไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวต้องทำงานกันหนักขึ้น และแทบไม่ได้พักผ่อน นอกจากนี้กิจกรรมการถ่ายภาพกับเหยี่ยว รวมทั้งไปเที่ยวชมตลาดโบราณก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยในปีนี้มหกรรมฟุตบอลโลกที่ยาวนานร่วม 1 เดือน ได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายังกาตาร์มากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งนับว่ามากเป็นประวัติการณ์

อูฐกาตาร์รับบทหนัก นักท่องเที่ยวแห่ขี่อูฐช่วงบอลโลก

ก่อนหน้าที่จะมีมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก จะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการขี่อูฐราว 20 เที่ยวต่อวันเท่านั้น แต่เมื่อฟุตบอลโลกเปิดฉากขึ้นก็มีนักท่องเที่ยวมาจองใช้บริการขี่อูฐมากถึง 500 เที่ยวในช่วงเช้า และยังจองขี่อูฐรอบเย็นอีกราว 500 เที่ยว ดังนั้นผู้ให้บริการที่มีอูฐไม่กี่ตัว ก็ต้องเร่งจัดหาอูฐมาเพิ่มเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ยอมมาเข้าคิวรอเพื่อให้ได้ขี่อูฐสักครั้งในชีวิต เพื่อเร่งกอบโกยรายได้หลายเท่าตัวในช่วงโอกาสทองนี้

อูฐกาตาร์รับบทหนัก นักท่องเที่ยวแห่ขี่อูฐช่วงบอลโลก

อย่างไรก็ตามจากการที่ต้องรับแขกจนไม่ได้พักก็ทำให้อูฐหลายตัวเริ่มเหนื่อยล้า และไม่ค่อยให้ความร่วมมือ อย่างการที่ไม่ยอมลุกขึ้นเดิน เป็นต้น ซึ่งหากคนดูแลอูฐเริ่มเห็นสัญญาณดังกล่าวก็ต้องปล่อยให้มันได้พัก และนำอูฐตัวอื่นออกให้บริการแทน.

ที่มา : เอพี

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2564530

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

29 พ.ย. 2565 10:00 น.

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

  • รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าและพลังงานของยูเครนได้รับความเสียหายกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนเป็นความตั้งใจของกองทัพรัสเซียที่จะสร้างความเสียหายต่อภาคพลังงานของยูเครนในขณะที่ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว
  • นางโอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน คาดว่าชาวยูเครนอาจต้องเผชิญกับฤดูหนาวที่พวกเขาจะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี 
  • รัฐสภาของสหภาพยุโรปเห็นชอบญัตติที่ระบุว่า การเจตนาโจมตีและความโหดร้ายที่รัสเซียได้กระทำต่อประชาชนของยูเครน รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง ถือเป็นการก่อการร้าย ดังนั้นจึงถือว่า รัสเซียเป็นรัฐสนับสนุนการก่อการร้าย

นางโอเลนา เซเลนสกา สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของยูเครน กล่าวว่า ชาวยูเครนเตรียมเผชิญกับฤดูหนาวที่พวกเขาจะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี จากการที่ถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศ

การโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธและโดรนของรัสเซีย ทำให้ประชาชนหลายล้านคนทั่วยูเครนไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา และไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อนในช่วงฤดูหนาวได้

รัสเซียสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าของยูเครนมากแค่ไหน


หลังจากเผชิญกับความล้มเหลวในสมรภูมิรบหลายครั้ง กองทัพรัสเซียได้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่โรงไฟฟ้า คลังเชื้อเพลิง และระบบประปาของยูเครน

ยูเครเนอร์โก (Ukrenergo) บริษัทด้านพลังงานแห่งชาติของยูเครน ระบุว่า ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้ามีมากถึงขนาดที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าของประชาชนได้ถึงครึ่งหนึ่ง

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า ประชาชนราว 6 ล้านคนใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้ โรงไฟฟ้าทั่วประเทศตั้งแต่กรุงเคียฟไปจนถึงเมืองโอเดสซาทางภาคใต้ และเมืองวีนนิตเซียทางตะวันตก ล้วนแต่ถูกโจมตี

กระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้ระบบทำความร้อน ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำลงกว่า 0 องศาเซลเซียสแล้วในหลายพื้นที่ของยูเครน ด้าน “ยาสโน” (Yasno) บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งหนึ่ง ระบุว่า ชาวยูเครนน่าจะต้องเผชิญกับการถูกตัดไฟไปจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า

สหภาพยุโรปได้มอบเงินช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์อย่างเครื่องปั่นไฟและสายไฟเพื่อที่จะได้มีปริมาณไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ผ่านกองทุนช่วยเหลือด้านพลังงานของยูเครน

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง


โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งขาดการเชื่อมต่อกับระบบสายส่ง 2 วัน เพราะการโจมตีทางอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติต่างกังวลว่า การระดมโจมตีโดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย อาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในช่วงปี 1984-1985 ทางตอนใต้ของยูเครน ประกอบด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 6 เตา มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 5,700 เมกะวัตต์ ในช่วงก่อนการเกิดสงคราม สามารถแจกจ่ายไฟฟ้าคิดเป็นร้อยละ 20 ของทั้งประเทศ

ลูกปืนใหญ่หลายลูกตกใกล้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หลายแห่ง และตกใส่อาคารเก็บกากกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้า แต่ยังไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรง โดยทั้งยูเครนและรัสเซียต่างกล่าวโทษกันเกี่ยวกับการโจมตีนี้

ทำไมรัสเซียจึงตั้งเป้าโจมตีระบบพลังงาน

มารีนา มีรอน นักวิจัยด้านกลาโหม ที่คิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมีเป้าหมายในการทำลายขวัญกำลังใจของประชาชนในยูเครน เธอกล่าวว่า “รัสเซียคิดว่า ถ้าคนกำลังหนาวเหน็บและสิ้นหวัง พวกเขาอาจจะต่อต้านรัฐบาลของตัวเอง”

อย่างไรก็ตาม นางโอเลนา เซเลนสกา กล่าวว่า ชาวยูเครนได้เตรียมพร้อมในการรับมือกับปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าใช้แล้ว ถ้ามันจะช่วยนำประเทศไปสู่ความเป็นอิสระ และนำไปสู่โอกาสในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป

รัฐบาลยูเครนกำลังขอร้องให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่บางแห่ง ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง แทนที่จะต้องทนใช้ชีวิตในช่วงฤดูหนาวที่นั่น

นอกจากนี้รัฐบาลยังแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเคอร์ซอนและมิโคลายีฟ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ย้ายไปอยู่ในพื้นที่ทางตอนกลางและทางตะวันตกของประเทศ

ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าเดิมของยูเครน หลังรัสเซียทำลายระบบไฟฟ้า

การโจมตีของรัสเซียสร้างความเสียหายต่อบริการสาธารณสุขอย่างไร?


องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีสถิติการโจมตีหรือการข่มขู่ว่าจะโจมตีสถานพยาบาลในยูเครนรวม 703 ครั้ง นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ดร.ฮานส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรปของ WHO กล่าว โรงพยาบาลและสถานพยาบาลหลายร้อยแห่งไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง, น้ำ และไฟฟ้า ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐาน” เขากล่าวว่า เรื่องนี้ทำให้ประชาชนหลายล้านคนเผชิญกับความเสี่ยง

WHO ได้เรียกร้องให้มีการเปิด “เส้นทางสุขภาพ” เพื่อใช้ส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่รัสเซียยึดครองอยู่ เช่นเขตดอนบาส และหลายพื้นที่ที่กองทัพยูเครนสามารถยึดกลับคืนมาได้อย่างภูมิภาคเคอร์ซอน

การโจมตีโรงไฟฟ้าและสถานพยาบาลเป็นอาชญากรรมสงครามหรือไม่


ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา การโจมตีพลเรือนหรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการมีชีวิตอยู่ของพลเรือน อาจถูกตีความได้ว่า เป็นอาชญากรรมสงคราม

ดร.คลูเกอ เรียกการโจมตีสถานพยาบาลต่างๆ ว่า เป็น “การละเมิดกฎหมายด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และกฎของการทำสงคราม”

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เคยกล่าวว่า การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียต่อโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในยูเครนเป็น “การกระทำของการก่อการร้ายอย่างแท้จริง”

เธอกล่าวว่า การพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนคืออาชญากรรมสงคราม.

ปธน.เกาหลีใต้ประกาศแผนส่งยานไปดวงจันทร์และดาวอังคาร พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565126

ปธน.เกาหลีใต้ประกาศแผนส่งยานไปดวงจันทร์และดาวอังคาร พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจอวกาศ

29 พ.ย. 2565 08:58 น.

ปธน.เกาหลีใต้ประกาศแผนส่งยานไปดวงจันทร์และดาวอังคาร พร้อมก้าวสู่เศรษฐกิจอวกาศ

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศแผนส่งยานไปลงจอดและเริ่มการสำรวจดวงจันทร์ และดาวอังคาร เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอวกาศในอนาคต

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ประกาศแผนระยะของการพัฒนาโครงการอวกาศเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้าส่งยานไปลงจอดดวงจันทร์ ในปี 2575 หรือในอีก 10 ปีข้างหน้า และจะเริ่มการสำรวจดวงจันทร์ภายใต้แผนโรดแมปนำพาประเทศสู่เศรษฐกิจอวกาศในอนาคต 

ผู้นำเกาหลีใต้ กล่าวว่า ภายใต้แผนระยะยาวนี้เกาหลีใต้ยังตั้งเป้าส่งยานไปสำรวจดาวอังคารในปี 2588 หรือในอีก 23 ปีข้างหน้า ซึ่งตรงกับการฉลองครบรอบ 100 ปี วันปลดปล่อยแห่งชาติ ที่เกาหลีได้รับการปลดปล่อยจากญี่ปุ่นในปี 2488 โดยระบุว่า จากนี้ไปเกาหลีใต้ที่มีวิสัยทัศน์ด้านอวกาศจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจในระดับโลก และช่วยแก้ปัญหาของมนุษยชาติได้ พร้อมระบุว่า ความฝันในการเป็นประเทศที่มีอำนาจด้านอวกาศจะเป็นอนาคตที่อยู่อีกไม่ไกล และเป็นโอกาส เป็นความหวังสำหรับเด็กๆ และเยาวชนของชาติ

ประธานาธิบดียุน กล่าวว่า นโยบายหลัก 6 ด้าน รวมไปถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศ และการศึกษาระดับมืออาชีพ โดยจะมีการตั้งหน่วยงานด้านอวกาศที่เหมือนกันกับองค์การนาซาของสหรัฐฯ ขึ้นมาทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ ในปีหน้านี้รัฐบาลจะเร่งผลักดันเป็นวาระพิเศษนำเสนอต่อสภา ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้จะผลิตจรวดที่พัฒนาขึ้นเองภายใน 5 ปี เพื่อให้พร้อมสำหรับโครงการไปสำรวจดวงจันทร์ โดยโครงการอวกาศเคยเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่อยู่ในแคมเปญหาเสียงสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีของนายยุน ซอกยอล.

ภูเขาไฟปะทุที่เอล ซัลวาดอร์ ทางการเตรียมพร้อมอพยพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565110

ภูเขาไฟปะทุที่เอล ซัลวาดอร์ ทางการเตรียมพร้อมอพยพประชาชน

29 พ.ย. 2565 08:40 น.

ภูเขาไฟปะทุที่เอล ซัลวาดอร์ ทางการเตรียมพร้อมอพยพประชาชน

ภูเขาไฟในเอล ซัลวาดอร์ ปะทุเถ้าถ่านและควันไฟ ทางการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมประกาศอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2565 สำนักข่าวเอบีซี รายงานว่า ภูเขาไฟ “ชาปาร์ราสติเก” (Chaparrastique) ทางตะวันออกของประเทศเอล ซัลวาดอร์ ได้เกิดการปะทุเถ้าถ่าน ควันและเศษหิน ออกมาจากปากปล่อง โดยทางการประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ภูเขาไฟลูกนี้เฝ้าระวังเตรียมพร้อม และหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นก็ให้เร่งอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิง 26 แห่ง ที่ทางการจัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 10,000 คน

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์สอดส่องภูเขาไฟเอล ซัลวาดอร์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีการตั้งคณะทำงานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการปะทุของภูเขาไฟลูกนี้แล้ว โดยพบว่ารัศมีปลอดภัยอยู่ในช่วง 6 กิโลเมตรห่างจากปากปล่อง และจนถึงตอนนี้การปะทุมีความรุนแรงระดับ 1 จากทั้งหมด 8 ระดับ

ทั้งนี้ภูเขาไฟ “ชาปาร์ราสติเก” ชาวเอล ซัลวาดอร์ยังเรียกว่า ภูเขาไฟ “ซาน มิเกล” (San Miguel) มีความสูง 2,130 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ห่างจากกรุงซาน ซัลวาดอร์ ไปทางตะวันออกประมาณ 135 กิโลเมตร โดยเป็น 1 ใน 6 ภูเขาไฟมีพลังที่เกิดการปะทุรุนแรงและบ่อยครั้งที่สุดของเอล ซัลวาดอร์ โดยการปะทุครั้งล่าสุดคือเมื่อเดือนมกราคม 2559 หรือเมื่อ 6 ปีก่อน ซึ่งภูเขาไฟปะทุเถ้าถ่านและก๊าซออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 13 ชั่วโมง.

อันวาร์เน้นประหยัด-เบรกซื้อรถใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2565101

อันวาร์เน้นประหยัด-เบรกซื้อรถใหม่

29 พ.ย. 2565 07:14 น.

อันวาร์เน้นประหยัด-เบรกซื้อรถใหม่

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. สื่อท้องถิ่นมาเลเซียรายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียวัย 75 ปี ได้แสดงจุดยืนอีกครั้งว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้จะเป็นรัฐบาลที่ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณและคืนที่ผ่านมาตนเองได้ตัดสินใจสั่งการสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามซื้อรถเบนซ์เมอร์ซีเดส เอส 600 ลิมูซีนคันใหม่สำหรับผู้นำ ขอให้ใช้รถที่มีอยู่เดิม พร้อมสั่งห้ามซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ที่ไม่จำเป็นเข้ามาในทำเนียบฯ

ทั้งนี้ นายอันวาร์กล่าวว่า เงื่อนไขการทำงานของรัฐบาลชุดนี้คืออย่าซื้ออะไรใหม่โดยไม่จำเป็น ลองนึกภาพเงินที่เราจะประหยัดได้ ไม่ว่าจะเป็น 100 หรือ 10,000 มาเลเซียริงกิต ซึ่งสามารถนำไปช่วยเหลือคนยากจน นี่คือการส่งสัญญาณไปยังทุกกระทรวงว่าสถานการณ์ของชาติบ้านเมืองในขณะนี้ เราจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมใหม่ อย่าใช้เงินรัฐบาลเพื่อความสะดวกสบายของตนเอง

ก่อนหน้านี้ นายอันวาร์ยังประกาศจะไม่รับเงินเดือนนายกรัฐมนตรี 80,000 มาเลเซียริงกิต หรือประมาณ 638,900 บาท พร้อมจะลดจำนวนคณะรัฐมนตรีจาก 31 คน เหลือ 25 คน และรับปากว่าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างการพิจารณานี้จะดูที่ความจำเป็น ไม่ใช่มอบให้เป็นรางวัลตอบแทน.