เสริมทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693837

เสริมทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียน

เสริมทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางปัญจพร แสงเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากพระ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 นำคณะครูและนักเรียนร่วมกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษ (English camp) ประจำปี 2565 ที่โรงเรียน ผ่านกิจกรรม Active learning โดยมีวิทยากรจากอาจารย์ภาควิชาภาษาอังกฤษ และนักศึกษาเอกวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรและสนับสนุนงบประมาณการจัดกิจกรรมจากองค์การบริหารส่วนตำบลปากพระ อ.เมือง จ.สุโขทัย

‘ตรีนุช’หนุน 50 องค์กรเอกชน ลุยต่อคอนเน็กซ์อีดี ช่วยดูแล 5,570 รร.ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693957

'ตรีนุช'หนุน 50 องค์กรเอกชน ลุยต่อคอนเน็กซ์อีดี ช่วยดูแล 5,570 รร.ทั่วประเทศ

‘ตรีนุช’หนุน 50 องค์กรเอกชน ลุยต่อคอนเน็กซ์อีดี ช่วยดูแล 5,570 รร.ทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.02 น.

“ตรีนุช”หนุน 50 องค์กรเอกชน ลุยต่อคอนเน็กซ์อีดี ช่วยดูแล 5,570 โรงเรียนทั่วประเทศ นักเรียนกว่า 2,300,000 คน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 มีการประชุมแนวทางความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ในการสนับสนุนการศึกษาไทย ประจำปี 2565 ภายใต้มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรีและประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี คณะทำงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุม โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุม ว่า การดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐ ริเริ่มมาจากความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตั้งแต่สมัยท่านองคมนตรี ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา โดยมีนายศุภชัย  เจียรวนนท์  เป็นผู้นำหลักของภาคเอกชน และได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ซึ่งตนขอขอบคุณภาคเอกชน ที่เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เริ่มจากระยะแรก 12 องค์กร และมีการขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565 นี้ มีองค์กรภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนถึง 50 องค์กร เพื่อร่วมกันดูแล 5,570 โรงเรียนทั่วประเทศ มีนักเรียนมากกว่า 2,300,000 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาคอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) ได้ดำเนินการโครงการต่าง ๆ และได้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาจำนวนมาก เช่น การนำระบบ SMS มาใช้กับโรงเรียนในโครงการ มีการถอดบทเรียนองค์ความรู้จากภาคเอกชน หรือ โมเดลการพัฒนาของบริษัทต่าง ๆจำนวน 17 องค์ความรู้ มาขยายผลการจัดการศึกษาตามบริบทที่เหมาะสมของโรงเรียนต่อไป อาทิ โมเดล “Clicker” นวัตกรรมการศึกษา เพื่อการเรียนรู้เชิงรุก ซึ่งเป็นการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เสริมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เสริมกิจกรรมกลุ่มระดมสมอง กิจกรรมแบบเพื่อนสอนเพื่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาครูผู้สอน นักเรียน และชุมชน ซึ่งจากผลการดำเนินงานระยะเวลา 1 ปีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้วิจัยแล้ว พบว่า ผู้ใช้มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดต่อการใช้ Clicker นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น ช่วยเรื่องการจดจำ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น , โมเดล ICT Talent โครงการที่เฟ้นหาผู้ที่มีความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีประจำโรงเรียน มาช่วยเหลือในโรงเรียน ซึ่งผลลัพธ์การดำเนินโครงการทำให้ นักเรียนมี การกำหนดให้มี ICT Talent สูงขึ้น 76% ของครูในโรงเรียนใช้เทคโนโลยีช่วยในการสอนมากขึ้น และมีครูถึง 88% มั่นใจที่จะใช้เทคโนโลยีในการสอน เป็นต้น

“ที่ประชุมซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของภาคเอกชน ได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ เรื่องการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นในสังคม (Soft Skills ) เรื่องเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพของครูและผู้บริหารสถานศึกษา ที่ต้องพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานเป็นหลัก ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ จะนำคำแนะนำมาพิจารณาและกำหนดแนวทางการดำเนินงานต่อไป ทั้งนี้ ดิฉันขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของประเทศ ในการลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมศักยภาพให้กับ นักเรียน ครู ผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้มีโอกาสรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดิฉันพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่” นางสาวตรีนุช กล่าว

ประชาชนพร้อมใจถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693855

ประชาชนพร้อมใจถวายพระพร 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

ประชาชนพร้อมใจถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.45 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ สำนักพระราชวังได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราซกุมารี ตั้งแต่ เวลา 8.30 – 16.30 น. ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤศจิกายน 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 พ.ย. 2565 ที่ชั้น 1  อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย  ได้มีคณะบุคคลต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป นักเรียน นิสิต นักศึกษา พร้อมใจกันนำแจกันดอกไม้ และสิ่งของต่างๆไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง และทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ  มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี , สมาคมศิษย์เก่าจิตรลดา ในพระราชูปถัมภ์ฯ , การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค , มูลนิธิเตือน พาทยกุล และโรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์ , กระทรวงแรงงาน, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน , คณะผู้บริหารธนาคารออมสิน , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองทัพอากาศ

, สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ, คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท จำกัด , กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ,  มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, สมาคมศิษย์เก่าพยาบาล สภากาชาดไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 31 ประจำปี 2565 ด้านการแพทย์-สาธารณสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693852

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 31 ประจำปี 2565 ด้านการแพทย์-สาธารณสุข

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 31 ประจำปี 2565 ด้านการแพทย์-สาธารณสุข

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.42 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะรองประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ปฏิบัติหน้าที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ และศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ร่วมกันแถลงผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 31 ประจำปี 2565 ณ ห้องสมเด็จพระบรมราชชนก ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช

ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ดังนี้

สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ ราล์ฟ เอ ดีฟรอนโซ (Ralph A. DeFronzo, M.D.) จากสหรัฐอเมริกา

สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ นายแพทย์ดักลาส อาร์ โลวี (Douglas R. Lowy, M.D.) จากสหรัฐอเมริกา , ดร.จอห์น ที ชิลเลอร์ (John T. Schiller, Ph.D.) จากสหรัฐอเมริกา , ศาสตราจารย์นายแพทย์เอียน เอช เฟรเซอร์ (Ian H. Frazer, MB.ChB, M.D.) จากออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ทั้งสิ้น 88 ราย จาก 34 ประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการได้พิจารณากลั่นกรอง และคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ ได้พิจารณาจากผู้ได้รับการเสนอชื่อรวม 3 ปี คือ ปี 2564 , 2563 , 2562 และนำเสนอต่อคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน พิจารณาตัดสินเป็นขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2565

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัลและด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัล , ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ

ระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา มีบุคคลหรือองค์กรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลรวม 90 ราย เป็นคนไทย 4 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสงค์ ตู้จินดา จากการศึกษาผลกระทบของเชื้อไวรัสเด็งกี่ ต่อความพิการของร่างกายเด็กที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก รับร่วมกับศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุจิตรา นิมมานนิตย์ จากการจำแนกความรุนแรงของโรคไข้เลือดออก ได้รับพระราชทานรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2539 และ นายแพทย์วิวัฒน์ โรจนพิทยากร ผู้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการใช้ถุงยางอนามัย 100% ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคเอดส์ รับร่วมกับ นายมีชัย วีระไวทยะ ผู้ริเริ่มวิธีการสื่อสารรณรงค์เผยแพร่การใช้ถุงยางอนามัย ได้รับพระราชทานรางวัลในสาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2552

มีผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลจำนวน 5 ราย ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลจากผลงานเดียวกัน ได้แก่ ศาสตราจารย์แบรี่ เจมส์ มาแชล จากประเทศออสเตรเลีย ได้รับพระราชทานรางวัลในสาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2544 จากการค้นพบเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพลอรี่ เป็นสาเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหาร ต่อมาได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ในปี 2548 ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ฮารัลด์ ซัวร์ เฮาเซ่น จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้รับพระราชทานรางวัลรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2548 จากการค้นพบเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก ต่อมาได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2551

ศาสตราจารย์ซาโตชิ โอมูระ จากประเทศญี่ปุ่น ได้รับพระราชทานรางวัลรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2540 จากผลงานการศึกษาวิจัยจุลชีพชนิด สเตรฟโตมัยซีส เอเวอร์มิติลิต จนสามารถสังเคราะห์ยา ivermectin เพื่อใช้รักษาและป้องกันโรคตาบอดจากพยาธิและโรคเท้าช้าง ต่อมาได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2558 ศาสตราจารย์ตู โยวโยว จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นสมาชิกของกลุ่ม china cooperative research group on qinghaosu and its derivatives as antimalarials ได้รับพระราชทานรางวัลรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2546 จากการศึกษาสารสกัดชิงเฮาซูจนสามารถพัฒนาเป็นยารักษาโรคมาลาเรีย ต่อมาได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์ ประจำปี 2558 เซอร์เกรกอรี พอล วินเทอร์ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลรางวัลในสาขาการแพทย์ ประจำปี 2559 จากการพัฒนาเทคโนโลยีในการสร้าง และดัดแปลงโมเลกุลของแอนติบอดีให้มีประสิทธิภาพสูงและลดความเป็นสิ่งแปลกปลอม (Antibody Humanization) นำไปสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนายากลุ่มใหม่ จากชีวโมเลกุลซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาโรคต่อมาได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี ประจำปี 2561

– 006

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย เหตุแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693831

'ในหลวง'ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย เหตุแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย

‘ในหลวง’ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัย เหตุแผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.58 น.

23 พฤศจิกายน 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่งข้อความพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กรณีเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองชิอันจูร์ (Cianjur) จังหวัดชวาตะวันตก (West Java) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ความว่า

ฯพณฯ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา

ข้าพเจ้าและพระราชินีรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวร้ายแรงที่เมืองชิอันจูร์ จังหวัดชวาตะวันตก เราทั้งสองรู้สึกตระหนกใจ ไม่เพียงเพราะความรุนแรงของเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ก็ด้วยเหตุความกะทันหันเพียงไม่นานจากที่ข้าพเจ้าและพระราชินีได้พบและสนทนากับท่านและภริยา ด้วยไมตรีจิตอันอบอุ่นยิ่งระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่กรุงเทพมหานคร กล่าวได้ว่าความสูญเสียครั้งนี้มีนานัปการนับตั้งแต่จำนวนผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหาย อีกทั้งบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก 

ข้าพเจ้าและพระราชินี ในนามของประชาชนชาวไทย ขอแสดงความเสียใจมายังท่านและประชาชนชาวอินโดนีเซีย ที่ต้องโศกเศร้ากับความสูญเสีย ความอาทรห่วงใยของเราจะยังคงอยู่กับประชาชนชาวอินโดนีเซียเสมอ ทั้งหวังว่าภัยพิบัตินี้จะสิ้นสุดโดยเร็ว และนำไปสู่การฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ในเร็ววัน            

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

‘น้องอัลฟ่า’ฉะเชิงเทรา พร้อมลุยสนามแข่งขันหุ่นยนต์ 25-27 พ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693801

‘น้องอัลฟ่า’ฉะเชิงเทรา พร้อมลุยสนามแข่งขันหุ่นยนต์ 25-27 พ.ย.นี้

‘น้องอัลฟ่า’ฉะเชิงเทรา พร้อมลุยสนามแข่งขันหุ่นยนต์ 25-27 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.24 น.

‘น้องอัลฟ่า’ฉะเชิงเทรา พร้อมลุยสนามแข่งขันหุ่นยนต์ 25-27 พ.ย.65 Thailand International Robot League 2022 ที่โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์

23 พฤศจิกายน 2565 นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผวจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย นายชัชชัย พุทธสุวรรณ์ ผอ.โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากชมรมครูหุ่นยนต์ไทย ได้จัดให้มีการแข่งขันหุ่นยนต์ ระหว่างวันที่ 25 – 27 พ.ย. 65  Thailand International Robot League 2022 ที่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์

กิจกรรมการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 8 รายการ หุ่นยนต์ซูโม่บังคับมือ 500 กรัม ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา หุ่นยนต์ซูโม่ระบบอัตโนมัติ 500 กรัม ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา หุ่นยนต์ซูโม่บังคับมือ 1500 กรัม ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา หุ่นยนต์อัตโนมัติ ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา

หุ่นยนต์อัตโนมัติทำภารกิจ ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาหุ่นยนต์กอล์ฟบังคับมือแบบล้อด้วยรีโมทมีสาย ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา หุ่นยนต์บังคับมือว่ายน้ำฟรีสไตล์ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา และ หุ่นยนต์บังคับมือไตรกีฬา ระดับชั้นประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จะมีโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ไม่ต่ำกว่า 500 คน

นายชวิน เบ็ญจศักดิ์ ชั้น ม.6 หรือ น้องเท่ห์ และ นายณฐวรรธน์ ภุมรินทร์ หรือ น้องต้นกล้า ชั้น ม.5 ทีมจาก โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์  เตรียมพร้อม ส่งน้องอัลฟ่า ซึ่งจัดอยู่ในประเภทหุ่นยนต์ทำภารกิจ Innovator Robot self driving car มีแรงบันดาลใจ การขับขี่ไร้คนขับอย่างปลอดภัย โดยใช้ เอไอ ประกอบกับหุ่นยนต์มาประยุกต์ เพื่อตอบโจทย์ แก้ปัญหาในตัวเมืองฉะเชิงเทรา เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นเมือง Smart City แต่มีปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในตัวเมือง น้องอัลฟ่า มีเอไอ ที่จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัย ด้านการขนส่ง การจราจร และการใช้ชีวิตประจำวัน ในการส่งของต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ

25-27 พ.ย.65 เป็นกำลังใจในการแข่งขันหุ่นยนต์ Thailand International Robot League 2022 ที่ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ประกอบพรพระราชทาน วาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693783

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ประกอบพรพระราชทาน วาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2566

‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ ประกอบพรพระราชทาน วาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2566

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.31 น.

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2566 ร้านภูฟ้าได้อัญเชิญพรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน แด่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นความสุขกายสุขใจตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566 ความว่า “ปีเถาะ กระต่าย 2566 ครูของข้าพเจ้าเลี้ยงกระต่ายและสุนัขไว้ด้วยกัน เวลาพระจันทร์เต็มดวง กระต่ายจะยืนสองขาชมจันทร์ สุนัขมายืนสองขาชมจันทร์เป็นเพื่อน กระต่ายน้อยเพลินมองพระจันทร์เด่น ชวนสุนัขเพื่อนเล่นจ้องจันทร์ฉาย ลมผัดเอื่อยเย็นอุราน่าสบาย ลืมความทุกข์สิ่งร้ายที่ผ่านมา ขอทุกท่านได้รับพรอันประเสริฐ สิ่งดีเลิศที่ท่านปรารถนา จงมาพร้อมดังดวงจิตเจตนา สองสหายและจันทรามาอวยชัย” ด้านล่างทรงลงพระนามาภิไธย “สิรินธร”

นอกจากพรพระราชทานที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล่าเรื่องราวของสุนัขและเพื่อนกระต่ายที่ยืนสองขาชมพระจันทร์ในคืนพระจันทร์วันเพ็ญแล้ว พระองค์ยังพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ประกอบพรพระราชทานดังกล่าว เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสุขยิ่งแก่พสกนิกรไทยทุกคน นอกจากนี้ทางร้านภูฟ้าได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ กระต่าย และสุนัขเพื่อนรักที่ชอบแหงนหน้ามอง “จันทร์ฉาย” ด้วยกันในคืนวันเพ็ญอย่างมีความสุข นำมาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล 9 สี และเสื้อทีเชิ้ต 4 สี แถมด้วยนำภาพฝีพระหัตถ์ชุดนี้มาตัดเสื้อฮาวาย 2 สี และเสื้อกันหนาวเพิ่มความอบอุ่นอีก 2 สี เพื่อให้ลูกค้าของร้านภูฟ้าจะได้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง และอบอุ่นยิ่ง ตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566

โอกาสนี้ ทางร้านภูฟ้าได้ปักภาพวาดฝีพระหัตถ์บนกระเป๋าของเสื้อสีต่างๆ ที่ออกแบบและให้สีอย่างสวยงามยิ่ง ให้สอดคล้องกับบรรยากาศและแนวคิดของ “กระต่ายหมายจันทร์ฉาย” ที่เพื่อนรักสองสหาย กระต่ายและสุนัข ชวนกันเฝ้ามอง “พระจันทร์วันเพ็ญ” อย่างมีความสุข และชวนกันมาอวยชัยให้พรแก่ลูกค้าของร้านภูฟ้า ในปีเถาะ พุทธศักราช 2566 นี้ สีเสื้อต่างๆ มีดังนี้เสื้อโปโล 9 สี, เสื้อโปโลสีเหลือง กระต่ายหมายจันทร์เจ้า, เสื้อโปโลสีฟ้า กระต่ายหมายจันทร์ฉาย, เสื้อโปโลสีส้ม กระต่ายหมายจันทร์เพ็ญ, เสื้อโปโลสีน้ำเงิน กระต่ายหมายจันทร์แรม, เสื้อโปโลสีเขียว กระต่ายหมายจันทร์แจ่ม, เสื้อโปโลสีชมพู กระต่ายหมายจันทร์กระจ่าง, เสื้อโปโลสีขาว แขนเหลือง กระต่ายหมายจันทร์นวล, เสื้อโปโลสีขาว แขนส้ม กระต่ายมณีจันทร์, เสื้อโปโลสีขาวพิมพ์ลาย กระต่ายเพลินจันทร์

สำหรับเสื้อทีเชิ้ต 4 สี ประกอบด้วย เสื้อทีเชิ้ต สีฟ้าเดือนเด่น, เสื้อทีเชิ้ต สีชมพูเดือนพราว, เสื้อทีเชิ้ต สีน้ำเงินเดือนแรม, เสื้อทีเชิ้ต สีส้มเดือนเพ็ญ ส่วนเสื้อฮาวาย 2 สี ได้แก่ เสื้อฮาวาย สีส้มพระจันทร์ยิ้ม, เสื้อฮาวาย สีเขียวพระจันทร์แย้ม ด้านเสื้อกันหนาว 2 สี ประกอบด้วย สีขาว กระต่ายอุ่นจิต และสีกรมท่า กระต่ายอุ่นใจ

นอกจากเสื้อหลากสีและหลายแบบแล้ว ทางร้านภูฟ้ายังได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ดังกล่าว นำมาพิมพ์ลงในสินค้าชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสินค้าเป็นของขวัญ จะได้รับพรพระราชทานอันประเสริฐและเป็นสิริมงคลยิ่ง ทั้งผู้ให้และผู้รับ จะได้มีความสุข ลืมความทุกข์ และ สิ่งร้ายๆต่างๆที่ผ่านมาในปีเถาะ พุทธศักราช 2566 โดยทั่วหน้ากัน สินค้าดังกล่าวได้แก่ สมุดบันทึก นาฬิกาตั้งโต๊ะ สายคล้องหน้ากาก กระบอกน้ำ ร่มพับ และเครื่องใช้อื่น ๆ รวมทั้ง ยังจัดจำหน่าย กระเป๋าผ้า รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งออกแบบ และให้สีโดยผู้ออกแบบจากแบรนด์ “KLOSET”

สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม และเลือกซื้อสินค้า ได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง 19 สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperApp และติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA

‘ตรีนุช’เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693781

'ตรีนุช'เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

‘ตรีนุช’เตรียมออกประกาศ ศธ. แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.19 น.

 “ตรีนุช” จ่อออกประกาศ ศธ.แยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์คิดหน่วยกิตเฉพาะ เพื่อบ่มเพาะนักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย 

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบันไปแล้วนั้น 

ดังนั้น เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ ตนจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง” การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ” และ พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าว กําหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตร สถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต) ซึ่งสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น” รมว.ศธ. กล่าว และว่า หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบและตนได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม  

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญโดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ  เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด, การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ฯ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทํางานข้ามกระทรวง เช่น สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น , มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง , การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693779

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯ

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.08 น.

ปลื้มปิติ!รบพิเศษสหรัฐฯ ถวาย ‘ดาบสปาร์ตัน’ ให้พระองค์ภาฯหลังได้เป็นGreen Beret กิตติมศักดิ์

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565   ในเพจของพลโท โจนาธาน พี บรากา (LTG. Jonathan P. Braga Commanding General, USASOC) ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก สหรัฐ ทูลเกล้าฯ ถวาย “ดาบสปาร์ตัน” แบบสั่งทำพิเศษแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มหิดล เจ้าหญิงแห่งประเทศไทย เพื่อให้สมพระเกียรติถึงการที่พระองค์ได้เป็น Green Beret กิตติมศักดิ์

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกานั้นแน่นแฟ้นมาโดยตลอด และหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหญิงและชาวไทย ด้วยข้อความจากผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สหรัฐอเมริกา

KFC Bucket aims to stand out in crowd of festive gift baskets

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/more/pr-news/40022386

KFC Bucket aims to stand out in crowd of festive gift baskets

KFC Bucket aims to stand out in crowd of festive gift baskets

WEDNESDAY, NOVEMBER 23, 2022

This festive season, KFC Thailand aims to steal the spotlight by transforming its festive bucket into the “most sought after festive bucket”.

Gifting during the festive season in Thailand is always an epic battlefield of festive hampers and gift baskets! Gift baskets have been symbolic of good wishes and offerings for Thais for ages. Workplaces, households, government institutions are flooded with gift baskets every year with most of its contents unwanted and discarded.

The KFC Bucket is one of the most iconic brand assets in Thailand. What does it have to do with gifting? “Nothing…just yet! If we cannot beat Thai people’s obsession with gifting baskets, why not join them?” says KFC.

Partnering with Wunderman Thompson Thailand, newly appointed creative agency,  KFC Thailand created a limited-edition KFC Bucket Basket, locally sourced and created by local craftsmen, with the basket perfectly fitting the famous KFC bucket inside. 

“Taking a global icon like the KFC bucket and infusing it with the locally famous gift basket depicts the richness and beauty of our country’s culture and is a very special project,” said Chief Marketing Officer Suhayl Limbada at KFC Thailand, “As people return back to celebrating special moments with their loved ones, to be able to incorporate our iconic KFC Bucket as a gift in such a unique way is a perfect ode to our excitement at the prospect of a festive season that is full of cheer and Finger Lickin’ Good moments.”

Park Wannasiri, Chief Creative Officer of Wunderman Thompson Thailand adds: “KFC is a leader that always wants to stay connected and culturally relevant. We are always looking for the opportunity to infuse our brand into the culture in the most distinctive way, not just driving sales but also building the brand. Although KFC is not always associated with end of year gifting, , “Basket the bucket” changes everything. By turning our iconic bucket into a gift  basket, a symbol of Thai gifting season, we directly put ourselves into the centre of attention this festive season.”