เกษตรฯถก BIMSTEC ด้านการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693280

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ร่วมประชุมระดับรัฐมนตรี ภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC หรือ Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ด้านการเกษตร ครั้งที่ 2(Second BIMSTEC Agriculture Ministers Meeting : 2nd BAMM) พร้อมด้วย น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส BIMSTEC ด้านการเกษตรครั้งที่ 2 (Second Meeting of the BIMSTEC Senior Officials on Agriculture : 2nd SOM-A) และผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

สำหรับการประชุมดังกล่าว มีการพิจารณาร่างแผนปฏิบัติงาน (Plan of Action) การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือทางการเกษตรภายใต้กรอบ BIMSTEC และร่าง MOU ระหว่างสถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ (International Food Policy Research Institute : IFPRI) กับ BIMSTEC เพื่อรับรองในการประชุม BAMM ครั้งที่ 2 รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสาขาความร่วมมือย่อยประมงและปศุสัตว์ ให้อยู่ภายใต้กลไกความร่วมมือของการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสเกษตร (SOM-A) และระดับรัฐมนตรีเกษตร (BAMM) นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติงาน (Plan of Action) การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือทางการเกษตรฯ และ (ร่าง) MOU IFPRI กับ BIMSTEC ซึ่งให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค BIMSTEC เพื่อส่งเสริมการจ้างงานในภาคชนบท การบรรเทาความยากจน ความมั่นคงอาหาร โภชนาการ การบริโภคที่ยั่งยืน การเสริมสร้างรายได้เกษตรกร การพัฒนาการค้าและการลงทุน

‘อลงกรณ์’สืบสานภูมิปัญญา ประเพณีแรกนาเกลือปลุกขวัญเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693281

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เป็นประธานเปิดงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่งรองผวจ.สมุทรสาคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วิสาหกิจชุมชนสหกรณ์ หมู่ 3โคกขาม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นการจัดงานประเพณีแรกนาเกลือครั้งแรกของไทย

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กระทรวงเกษตรฯ จังหวัดสมุทรสาคร เกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือ และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือของประเทศ สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย กระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ และเริ่มต้นการผลิตใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ที่มีศักยภาพต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสืบสานวิถีชีวิตด้านการเกษตร สร้างเครือข่ายด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ทั้งนี้ “ประเพณีแรกนาเกลือ” คือ การประกอบพิธีกรรมการเริ่มทำนาเกลือในฤดูกาลใหม่ ที่จัดขึ้นก่อนเริ่มทำนาเกลือในแต่ละปี คือประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงหลังออกพรรษา โดยถือฤกษ์ยามอันดีคือตรงกับวันพฤหัสบดีและวันธงชัย ในเวลาเช้าของวัน ตั้งแต่ 07.00 เป็นต้นไป ผู้ทำพิธีจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยชาวนาเกลือมีความเชื่อว่าเป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นจากความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการทำนาเกลือ ทำให้การทำนาเกลือมีความราบรื่น ไม่มีอุปสรรค และได้ผลผลิตเกลือเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การทำนาเกลือได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และประสบผลสำเร็จในการทำนาเกลือ จึงมีพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยของมงคล อาทิ ขนมต้มแดงต้มขาวขนมขี้หนู ไข่ต้ม หัวหมู เป็ดพะโล้ และผลไม้มงคล 9 อย่าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานนี้ยังมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในด้านต่างๆ และการเชื่อมโยงการทำนาเกลือกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร การสร้างรายได้เสริมนอกฤดูกาลการทำนาเกลือ และจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกลือทะเล เช่น อาหารทะเลแปรรูป แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และร้านอาหารและที่พักที่อยู่ในการท่องเที่ยวเส้นทางเกลือ ภายใต้แนวคิด “Salt Sand Seafood”

‘อลงกรณ์’สืบสานภูมิปัญญา ประเพณีแรกนาเกลือปลุกขวัญเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693279

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เป็นประธานเปิดงานอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านเกลือทะเล “ประเพณีแรกนาเกลือ” โดยมี นายสุรศักดิ์ ผลยังส่งรองผวจ.สมุทรสาคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่วิสาหกิจชุมชนสหกรณ์ หมู่ 3โคกขาม ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นการจัดงานประเพณีแรกนาเกลือครั้งแรกของไทย

สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย กระทรวงเกษตรฯ จังหวัดสมุทรสาคร เกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรชาวนาเกลือ และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมการทำนาเกลือของประเทศ สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์การผลิตเกลือทะเลของประเทศไทย กระตุ้นให้เกษตรกรพัฒนาการทำนาเกลือ และเริ่มต้นการผลิตใหม่โดยใช้เทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ที่มีศักยภาพต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อสืบสานวิถีชีวิตด้านการเกษตร สร้างเครือข่ายด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ทั้งนี้ “ประเพณีแรกนาเกลือ” คือ การประกอบพิธีกรรมการเริ่มทำนาเกลือในฤดูกาลใหม่ ที่จัดขึ้นก่อนเริ่มทำนาเกลือในแต่ละปี คือประมาณเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงหลังออกพรรษา โดยถือฤกษ์ยามอันดีคือตรงกับวันพฤหัสบดีและวันธงชัย ในเวลาเช้าของวัน ตั้งแต่ 07.00 เป็นต้นไป ผู้ทำพิธีจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก โดยชาวนาเกลือมีความเชื่อว่าเป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นจากความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลในการทำนาเกลือ ทำให้การทำนาเกลือมีความราบรื่น ไม่มีอุปสรรค และได้ผลผลิตเกลือเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การทำนาเกลือได้ผลผลิตตามที่ต้องการ และประสบผลสำเร็จในการทำนาเกลือ จึงมีพิธีเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยของมงคล อาทิ ขนมต้มแดงต้มขาวขนมขี้หนู ไข่ต้ม หัวหมู เป็ดพะโล้ และผลไม้มงคล 9 อย่าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานนี้ยังมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานภาคีเพื่อเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในด้านต่างๆ และการเชื่อมโยงการทำนาเกลือกับกิจกรรมอื่นๆ เช่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร การสร้างรายได้เสริมนอกฤดูกาลการทำนาเกลือ และจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเกลือทะเล เช่น อาหารทะเลแปรรูป แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และร้านอาหารและที่พักที่อยู่ในการท่องเที่ยวเส้นทางเกลือ ภายใต้แนวคิด “Salt Sand Seafood”

Jim Thompson ดิ เอ็มควอเทียร์ โฉมใหม่กับคอนเซ็ปต์‘upside down’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693250

Jim Thompson ดิ เอ็มควอเทียร์ โฉมใหม่กับคอนเซ็ปต์‘upside down’

Jim Thompson ดิ เอ็มควอเทียร์ โฉมใหม่กับคอนเซ็ปต์‘upside down’

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน)แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนนิคของไทย ร้าน Jim Thompson โฉมใหม่ล่าสุด ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์อีกขั้นของการยกระดับสู่การเป็นศูนย์รวมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่มาพร้อมการนำเสนอคอลเลคชั่นเสื้อผ้า ready-to-wearในดีไซน์ซิลลูเอตชุดแพทเทิร์นใหม่ ผสานเข้ากับลวดลายปริ้นท์ล่าสุดอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ที่ยังคงสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยแบบร่วมสมัย และสินค้าที่ตอบโจทย์ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ อาทิ กระเป๋า เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน เพิ่มความสนุกเพลิดเพลินเอาใจเหล่านักช้อปและแฟชั่นนิสต้าให้ได้เลือกสรรมากยิ่งขึ้น

ร้าน Jim Thompson โฉมใหม่นี้ ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่อให้เหล่านักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ดื่มด่ำกับการช้อปปิ้งอย่างไร้ขีดจำกัด โดยได้รับแรงบันดาลใจ จากร้าน Jim Thompson Iconic Store ณ Jim Thompson Heritage Quarter สร้างสรรค์ดีไซน์ให้มีลูกเล่นและสนุกขึ้นด้วยการไล่เฉดสีส้มอมแดงจากกำแพงไปที่เพดาน ด้วยคอนเซ็ปต์ “upside down” สลับการไล่เฉดสีกันกับร้าน Jim Thompson Iconic Store บรรยากาศของร้านให้ความรู้สึกเป็นกันเองในสไตล์โมเดิร์น โดยตกแต่งภายในและภายนอกร้านด้วยวัสดุจากธรรมชาติในโทนสีแดง ชวนให้ระลึกถึงบ้านริมคลองสไตล์ดั้งเดิมของ “ราชาไหมไทย” เติมเต็มความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทน

แนวผนังลูกคลื่นอันพลิ้วไหวช่วยขับเน้นให้เห็นถึงความงามของคอลเลคชั่นเสื้อผ้าและไอเทมผ้าไหมอันเป็นที่สุดแห่งเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพดานที่ประดับด้วยโมบายระย้า 2 ชั้น รังสรรค์จากหมอนอิงผ้าไหมไทยหลากสีสันกว่า 24 ใบ สะท้อนถึงความหลงใหลและความเคารพต่องานหัตถศิลป์และขนบธรรมเนียมไทยของ มร.เจมส์ เอช. ดับเบิลยู ทอมป์สัน (Mr.James H.M. Thompson) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งบนพื้นที่กว่า 281 ตารางเมตร ของร้านJim Thompson โฉมใหม่ ประกอบไปด้วยโซนเสื้อผ้าเครื่องประดับ และกระเป๋าสำหรับผู้หญิง โซนเสื้อผ้าและไอเทมส์แฟชั่นสำหรับผู้ชาย และโซนของตกแต่งบ้าน ที่ถูกแบ่งออกอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการช้อปปิ้งสินค้า

การเผยโฉมร้านใหม่อย่างเป็นทางการ Jim Thompson ยังได้แนะนำเสื้อผ้าคอลเลคชั่นล่าสุดสำหรับผู้ชายและผู้หญิง กว่า 30 ลุค ซึ่งได้หยิบยกเอาดอกไม้ป่าอย่าง ดอกป๊อปปี้ และกล้วยไม้แคทลียา มาดีไซน์เป็นลายปริ้นท์ที่บอกเล่ามุมมองแฟชั่นในแบบฉบับอันเป็นเอกลักษณ์ของ Jim Thompson โดยคอลเลคชั่นใหม่นี้ แบรนด์ยังได้รังสรรค์ซิลลูเอตของเสื้อผ้าเพิ่มเข้ามาอีกหลากหลายแบบ อาทิ ONE SHOULDER RUFFLE DRESS, CINCHED-WAIST KAFTAN, PULL ON PANTS, ROPE DRAWSTRING SHORTS และ SLEEVELESS MANDARIN TOP เพิ่มเติมลูกเล่นด้วยการจับคู่ลายปริ้นท์ดอกไม้เข้ากับลายทางสีสันสดใส แม้ให้ความรู้สึกที่ขัดแย้งแต่ก็ดูสนุกสนานอย่างลงตัว

นอกจากนี้ ยังมีกางเกง FISHERMAN PANTS ซึ่งเป็นไอเทมส์ซิกเนเจอร์ยอดนิยมของแบรนด์ในสีและเนื้อผ้าที่หลากหลาย เพื่อตอบรับกับช่วงเวลาโกลบอล ฮอลิเดย์ และงานเทศกาลคาร์นิวัลเฉลิมฉลองต่างๆ ในช่วงปลายปี ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม “Easy Care” ที่สามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ ไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning) สามารถซักน้ำและรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาลดกรดในกระเพาะ ยาสามัญประจำบ้านที่ต้องระวังเมื่อใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693238

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาลดกรดในกระเพาะ ยาสามัญประจำบ้านที่ต้องระวังเมื่อใช้

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาลดกรดในกระเพาะ ยาสามัญประจำบ้านที่ต้องระวังเมื่อใช้

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาการปวดแสบในท้องเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย สาเหตุมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร เช่น อาหารรสจัดเกินไป รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ส่วนสาเหตุอื่นที่พบได้บ่อย เช่น ความเครียดรับประทานเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีผลกระตุ้นการหลั่งกรดมากเกินไป รับประทานยาที่มีผลระคายเคืองกระเพาะอาหารแล้วไม่รับประทานหลังอาหารทันทีตามที่ระบุไว้บนฉลากยา เป็นต้น และมีข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่มีอาการปวดแสบท้องบ่อยๆ เป็นๆ หายๆ อาจจะต้องคิดถึงเรื่องแผลในกระเพาะอาหารด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการปวดแสบท้อง การรักษาขั้นต้นคือใช้ยาลดกรด ซึ่งยาจะทำหน้าที่ตรงไปตรงมาตามชื่อคือ ลดกรดที่มากเกินไปในกระเพาะอาหารที่น่าจะเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดแสบท้อง ตัวยาสำคัญของยาลดกรดคือสารที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ตัวที่ได้รับความนิยมในการใช้งาน เช่น aluminum hydroxide เป็นสูตรยาผสมกับ magnesium hydroxide, magnesium carbonate ส่วนยาลดกรดที่อาจจะเป็นสารเดี่ยวๆเช่น calcium carbonate, sodium bicarbonate เป็นต้น 

นอกจากสารออกฤทธิ์สำคัญในการลดกรดแล้ว ยาลดกรดที่เป็นสูตรผสมทั้งหลายก็จะเติมตัวยาช่วยขับลมบ้าง สารที่ทำให้เกิดเจลคลุมอาหารที่ถูกย่อยแล้วในกระเพาะอาหารเพื่อลดการระคายเคืองบ้าง ซึ่งสารเหล่านี้โดยตัวมันเองอาจไม่ได้ช่วยลดกรด แต่ช่วยบรรเทาอาการที่มักเกิดร่วมกับอาการปวดแสบท้องจากภาวะกรดเกิน ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของยาเพิ่มขึ้น และเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้ยา

ในท้องตลาดมียาลดกรดหลายรูปแบบ เช่น ยาผงที่ต้องละลายน้ำก่อนใช้ ยาน้ำแขวนตะกอน ยาเม็ดเคี้ยวก่อนกลืน หรือยาเม็ดที่ไม่ต้องเคี้ยวก่อนกลืน ด้วยความที่ยาลดกรดบางอย่างจัดเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ผู้ป่วยเลือกซื้อใช้เองได้ ดังนั้น ผู้เลือกยาอาจจะพิจารณาจากความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น ยาน้ำแม้ว่าจะออกฤทธิ์เร็ว เพราะไม่ต้องรอเวลาแตกตัวเหมือนยาเม็ด แต่มีขนาดของขวดใหญ่ทำให้พกพาไม่สะดวก และอาจหกเลอะเทอะได้ ส่วนยาเม็ด แม้ว่าต้องเคี้ยวเพื่อช่วยให้แตกตัวเร็วขึ้น แถมยังพกพาสะดวกกว่า หยิบใช้ได้ง่าย แต่ก็ไม่ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วเท่ายาน้ำ ยาผงก็พกพาง่าย แต่เมื่อจะใช้ก็ต้องหาแก้วหาน้ำมาเพื่อผสมยา ขณะเดียวกันในปัจจุบันมีผู้ผลิตยาจัดทำยาน้ำบรรจุแบบซองสำหรับใช้ครั้งเดียวออกมาจำหน่ายแล้ว ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อเทียบราคาแล้ว ราคาแพงกว่าซื้อแบบขวดใหญ่ ดังนั้นการเลือกยาลดกรดที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายก็อาจจะมีหลายปัจจัยให้คำนึงถึง

ยาลดกรดอีกกลุ่มหนึ่งที่มีผู้ใช้ยาถามซื้อบ่อยที่ร้านขายยา คือยาลดการสร้างกรดในกระเพาะอาหาร กลุ่มที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ proton pump inhibitor หรือ PPI ชื่อตัวยาสำคัญที่หลายท่านอาจจะมีประสบการณ์เคยใช้ เช่น omeprazole, lanzoprazole เป็นต้น

ยากลุ่มนี้นิยมใช้ในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหาร ที่สำคัญคือ ต้องกินก่อนอาหารประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และมักใช้ต่อเนื่องเป็นเดือน เพื่อให้แผลในกระเพาะอาหารหายสนิท หรืออีกกรณีหนึ่งที่พบบ่อยคือ ใช้ยานี้เพื่อป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยากลุ่มที่มีผลข้างเคียงระคายเคืองกระเพาะอาหาร ยากลุ่มนี้ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา เนื่องจากไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน ต้องผ่านการซักประวัติและวินิจฉัยหรือพิจารณาความจำเป็นและเหมาะสมก่อนการใช้ เพื่อให้ผู้ป่วยใช้ยาได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และคุ้มค่า

โดยสรุป ยาลดกรดจัดเป็นยาบรรเทาอาการ โดยทั่วไปเป็นยาที่ใช้ได้อย่างค่อนข้างปลอดภัย ถ้าผู้ใช้ยาไม่ได้มีโรคประจำตัวที่ต้องระวังหรือห้ามใช้ยาลดกรดบางชนิด 

อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดแสบท้องเนื่องจากกรดเกินเป็นบ่อยเกินไป หรือเป็นๆ หายๆ จนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวันติดต่อกันเกิน 1 เดือน แนะนำว่าควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่หรือร้ายแรงในอนาคต

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693256

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีเฉลิมพระเกียรติ “RBSO 2022 : Royal Concert Compositions by HRH Princess Sirivannavari เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษา ในวันที่ 26 พ.ย. เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ศ.(พิเศษ).ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่สูญเสียคุณพ่อ ศ.ดร.สุนทร เสถียรไทย อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง สิริอายุ 97 ปี…พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม17-21 พ.ย.18.30 น. และสวดพระอภิธรรม 22- 25 พ.ย. ณ ศาลาเสถียรไทย วัดธาตุทอง..

●● ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เหมารอบโขนตอนรามเกียรติ์ “สะกดทัพ” ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อ 17 พ.ย. และจัดคอนเสิร์ตการกุศล “รักฉันนั้นเพื่อเธอ” 19 พ.ย. รายได้สมทบทุนกิจกรรมพัฒนาสตรีเด็กและเยาวชนสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง..

●● ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย เอ็มดีดอนเมืองโทลล์เวย์ จัดโครงการ “The Gift for you ส่งสุข…รับปีใหม่”ตลอดเดือน ธ.ค. เพื่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณหลังเปิดใช้บริการ Line OA @donmuangtollwayให้ผู้ใช้บริการได้สะสมแต้มมาตั้งแต่ช่วงเดือนส.ค. ที่ผ่านมา สามารถนำแต้มมาแลกสิทธิ์เพื่อลุ้นโชคก่อนสิ้นปีนี้ และรับรางวัลมากมาย มูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาท..

●● ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล แม้ว่าจะถอดเผือกจากขาที่เจออุบัติเหตุล้มแล้ว แต่ก็ยังเดินลงน้ำหนักไม่คล่อง วันเกิดปีนี้เลยแค่ฉลองทานข้าวเย็นที่บ้าน..

●● ส่วน วรนัดดา อนาวิล วันเกิดตรงกับวันที่ไปปฐมนิเทศหลักสูตรปธพ.10 ที่ จ.กาญจนบุรี..

●● เพื่อนๆ เภสัชฯ มช. รุ่น 18 สุดปลื้มที่ ภก.นฤมิตร ภูษา, ภญ.รวิมาศ ปรมศิริ และ ภญ.จันทนา ลี้สวัสดิ์ ที่ช่วยเป็นแม่งานใหญ่จัดงานรียูเนียน 36 ปีของรุ่นที่เชียงใหม่แบบมีทั้งไปดอยอินทนนท์พร้อมงานเลี้ยงอีกสองวัน..

●● สวดพระอภิธรรม ตระการ ชัยรัตน์ บิดา ภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ศาลา 8 วัดมกุฏกษัตริยาราม 19-25 พ.ย.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 27 พ.ย.14.00 น….

●● สุขสันต์วันเกิด กมลา สิงห ศิวานนท์ เมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่าน ปกติเคยเลี้ยงญาติสนิทที่ Lord Jim’s โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลแต่ร้านปิดเนื่องจากท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิงเหมาทั้งโรงแรมตอน ฯพณฯ มาประชุม APEC 2022แต่ดีใจมากตรงมารู้ว่าเธอเกิดวันเดียวกับมาดามศ.เผิง ลี่ หยวน ของ ท่านสี จิ้นผิง พอดี..

●● เห็นภาพการจัดดอกไม้ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ไทยหลายชนิดโดยมีดอกบัวเป็นหลักที่โต๊ะผู้นำ ในงาน APEC 2022 Gala Dinner หอประชุมกองทัพเรือ ได้รับการกล่าวถึงและชื่นชมกันอย่างมากมาย เบื้องหลังเป็นฝีมือหญิงเก่ง ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 4นายหญิงแห่งนายเลิศกรุ๊ป ทุ่มสุดตัว รวมทั้งอาหารที่โต๊ะคณะรัฐมนตรีและคณะผู้แทน รังสรรค์โดยเชฟจากร้านอาหารไทย “มาเมซอง” คิดและทำอาหารตำรับบ้านปาร์คนายเลิศ ส่วนบริการ Butler Service เป็นทีมนายเลิศบัดเลอร์ตลอดงานด้วยมาตรฐานมืออาชีพระดับสากล เจ้าตัวภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนสำคัญของงานกาลาดินเนอร์ เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทย มีกำลังใจจากคุณแม่สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร และคุณป้าพิไลพรรณ สมบัติศิริ เคียงข้างอบอุ่นเสมอ ..●●

คุณแหน

แพทย์ชี้ 9 สัญญาณเตือนโรคเบาหวานที่คุณต้องรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693234

แพทย์ชี้ 9 สัญญาณเตือนโรคเบาหวานที่คุณต้องรู้

แพทย์ชี้ 9 สัญญาณเตือนโรคเบาหวานที่คุณต้องรู้

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณของน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือฮอร์โมนอินซูลินทำงานได้ลดลง ซึ่งในปัจจุบันสถานการณ์ของโรคเบาหวานยังน่าเป็นห่วง โดยสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ(International DiabetesFederation) ได้คาดการณ์ไว้ว่าภายในปีค.ศ.2045 จะมีผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านคนทั่วโลก จาก 463 ล้านคน ในปี ค.ศ. 2019 และเพื่อให้คนทั่วโลกเล็งเห็นถึงความอันตรายของโรคเบาหวาน สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น “วันเบาหวานโลก”

ในประเทศไทย โรคเบาหวานถือเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่คนไทยเป็นมากถึง 4.8 ล้านคนและในหลายรายจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา โดยที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพียง 35.6% เท่านั้นในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลจากผู้ป่วยทั้งหมดที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษา และมีผู้ป่วยมากกว่า 200 รายในแต่ละวันที่เสียชีวิตเพราะโรคเบาหวาน ดังนั้นการสังเกตสัญญาณเตือนโรคเบาหวานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ

นายแพทย์โองการ สาระสมบัติอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิสมโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่าเบาหวานเป็นภัยเงียบที่มาแบบไม่รู้ตัวเพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ ดังนั้นในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน อาทิ ผู้ที่มีภาวะอ้วน มีญาติหรือคนในครอบครัวสายตรงเป็นเบาหวาน แม้ยังไม่มีอาการก็ควรตรวจคัดกรองเบาหวานเป็นประจำทุกปี เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นหนักและเกิดผลข้างเคียงที่ยากจะรักษาได้

นอกจากนี้ เราควรหมั่นสังเกตอาการของเราว่ามีความผิดปกติที่เข้าข่าย อาการของโรคเบาหวานหรือไม่ 9 สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน ได้แก่ กระหายน้ำบ่อยกว่าปกติ, ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ หรือปัสสาวะปริมาณมากกว่าปกติ, หิวบ่อย กินอาหารมากกว่าเดิม,น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ, สายตาพร่ามัว มองไม่ชัด, รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง, มีแผลแล้วแผลหายช้ากว่าปกติ, ชา ปวดแสบ ปวดร้อน หรือรู้สึกเหมือนมีมดไต่ที่ปลายมือปลายเท้า และผิวหนังแห้ง คัน เมื่อมีอาการดังกล่าว ควรรีบมาตรวจเช็คกับแพทย์เฉพาะทางทันที

เบาหวานถือเป็นโรคที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากเป็นแล้วไม่สามารถควบคุมได้อาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ หรือโรคไตตามมาได้ ถ้ามีแผลที่เท้าแล้วไม่หายอาจติดเชื้อ และอาจลุกลามทำให้ต้องตัดขา รวมถึงถ้าป่วยเป็น COVID-19 ช่วงที่น้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้โรค COVID-19 เป็นมากจนถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม การดูแล และเช็คตัวเองอยู่เสมอจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ห่างไกลจากเบาหวานและผลข้างเคียงจากเบาหวานได้

ไม่ว่าจะมีความเสี่ยงโรคเบาหวานหรือไม่ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคเบาหวานเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้ทุกคนรับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ และตรวจเช็คเบาหวานเป็นประจำทุกปีเพื่อจะได้รู้เท่าทันและห่างไกลจากโรคเบาหวาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.02-7551129-30 หรือแอดไลน์ https://bit.ly/3juXi4i

แบรนด์ MARAYAT นำคอลเลคชั่นรางวัลจากเกาหลีใต้โชว์ครั้งแรกในไทย

แบรนด์ MARAYAT นำคอลเลคชั่นรางวัลจากเกาหลีใต้โชว์ครั้งแรกในไทย

https://www.naewna.com/lady/693240

แบรนด์ MARAYAT นำคอลเลคชั่นรางวัลจากเกาหลีใต้โชว์ครั้งแรกในไทย

แบรนด์ MARAYAT นำคอลเลคชั่นรางวัลจากเกาหลีใต้โชว์ครั้งแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

MARAYAT แบรนด์เสื้อผ้าเด็กหญิงสุดไฮเอนด์สัญชาติไทย ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปีนำคอลเลคชั่น “โกลเดน สวีท” ที่ได้รับรางวัล เบสต์ แบรนด์ อวอร์ด จากงาน LBMA ปูซาน แฟชั่นวีค เกาหลีใต้ มาโชว์ครั้งแรกในไทย พร้อมเปิดไลน์เสื้อผ้าวัยรุ่น ขนทัพดารานางแบบเด็กและดารานางแบบวัยรุ่นมาเต็มสตรีม ที่งาน Bangkok Kids International Fashion Week2022 (BKIF 2022) ณ คริสตัล แกรนด์ บอลรูมCDC กทม. ถนนประดิษฐ์มนูธรรม

สองดีไซเนอร์ มารยาท ศักดิ์ศิริ และ เจริญศักดิ์ เรืองศรี ผู้ก่อตั้งแบรนด์เสื้อผ้าเด็กหญิง MARAYAT (มารยาท) กล่าวว่า จากการที่แบรนด์ก่อตั้งมา 30 กว่าปี ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างโดดเด่นด้านเสื้อผ้าเด็กหญิงสไตล์พรีเมียม ได้รับเชิญไปร่วมงานแฟชั่นวีคมาหลายประเทศ ล่าสุดได้รับรางวัล เบสต์ แบรนด์ อวอร์ด ที่งาน LBMA ปูซาน แฟชั่นวีค ณ เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และได้นำทัพนางแบบเด็กไปร่วมแฟชั่นโชว์ ณ เมืองปูซาน พร้อมถ่ายแฟชั่นที่กรุงโซล เกาหลีใต้ จึงได้นำคอลเลคชั่น “โกลเดน สวีท” กลับมาโชว์ที่ไทยครั้งแรก ที่ Bangkok Kids International FashionWeek 2022 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีดารานางแบบเด็กร่วมเดินแฟชั่นมากมาย อาทิ น้องนิโคลเปมิกา ดาราเด็กจากช่อง Oneน้องพะแพง-พิชญ์สิตา และ น้องชิชา-ศศิชญา จากซีรี่ส์ ช่อง 3 น้องกาย-ภคิน ดาราเด็กจากภาพยนตร์ป๊าด888 รวมถึงนางแบบเด็กจากประเทศเกาหลี ออร์ลี่ คัง และนางแบบเด็กจากประเทศนอร์เวย์ น้องอเล็กซานดร้า สิงห์ดาห์ลลาเซน

อีกทั้ง ยังเปิดไลน์เสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่นหญิงครั้งแรก คอลเลคชั่น “โรส มาร์” ในงานนี้ด้วยมีดารานางแบบวัยรุ่นร่วมแฟชั่นโชว์มากมาย นำทีมวัยรุ่นโดย วีนัส ศิลปินค่าย YES I AM, เฌอรีนดาราวัยรุ่นจากซีรี่ส์ Who Are You, เพลง พัชร์สิชาจากซีรี่ส์ อัยหลงไน๋ และ พราว-มุทิตา ศิลปิน วงพราว ฯลฯ

MOTIF และ true ฉลองแคมเปญ Tom Dixon 20th ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693249

MOTIF และ true ฉลองแคมเปญ Tom Dixon 20th ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายในไทย

MOTIF และ true ฉลองแคมเปญ Tom Dixon 20th ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายในไทย

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

MOTIF จับมือกับ true ร่วมฉลอง 20 ปี Global Campaign ของแบรนด์ Tom Dixon (ทอม ดิกซัน)
จัดแสดงนิทรรศการศิลปะภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ ในธีม Photo Art Exhibition ผ่านมุมมองของช่างภาพชื่อดังที่ทำงานร่วมกับแบรนด์ Tom Dixon คือ PEER LINDGREEN และ PETE NAVEY เชิญชวนผู้เยี่ยมชมร่วมออกเดินทางไปบนเส้นทางแห่งการดีไซน์ที่หลอมรวมมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม อันเป็นแนวคิดหลักของแบรนด์ Tom Dixon มาอย่างต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักออกแบบชาวอังกฤษที่โด่งดังที่สุด พร้อมด้วยรางวัลการันตีอีกมากมาย โดยมีเหล่าคนดังที่หลงใหลผลงานของแบรนด์เข้าชมอย่างคับคั่ง

โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ของ MOTIF กล่าวว่า Tom Dixon 20th Campaign คือ Global Campaign ของแบรนด์ Tom Dixon ที่จะจัดขึ้นทั่วโลก โดยแต่ละประเทศจะจัดแสดงงานนิทรรศการครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ Tom Dixon ที่แตกต่างกันไป สำหรับในประเทศไทย MOTIF ได้รับมอบหมายให้จัด Campaign นี้ในรูปแบบของ Art Photo Exhibition โดย Tom Dixon 20th Campaign ที่จัดขึ้นทั่วโลก ได้มีการเปิดตัวงานครั้งแรกที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในงาน Milan Design Week (Salone del Mobile) 2022 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-12 มิถุนายน 2565 ครั้งที่ 2 ที่ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 17-25 กันยายน 2565 และ ครั้งที่ 3 ที่ จัดขึ้นในประเทศไทย เป็นเวลา 1 เดือนไปจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2565

นิทรรศการศิลปะภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ที่กำลังจัดแสดงในประเทศไทย เป็นความร่วมมือระหว่าง MOTIF และ true ภายใต้ชื่อ true Together with MOTIF Presents TOM DIXON 20th Designs Through the Lens เนรมิตพื้นที่บริเวณชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ จัดแสดงภาพถ่ายผลงานของสองช่างภาพชื่อดัง คือ PEER LINDGREEN และ PETE NAVEY รวม 20 ภาพ ทั้งคู่ได้ถ่ายภาพผลงานออกแบบอันเลื่องชื่อระดับไอคอนิกของแบรนด์ Tom Dixon นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2002 ผลงานที่ถูกคัดสรรมาจัดแสดง ล้วนเป็นผลงานการออกแบบที่มีดีไซน์ล้ำโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อาทิ MASS, SWIRL Collection, CLOUD VESSEL, S CHAIR, TANK เป็นต้น เน้นย้ำถึงแนวความคิดที่ไม่หยุดนิ่งของ ทอม ดิกซัน และการผสมผสานเรื่องราวจากอดีตจนถึงปัจุบัน ทั้งจากสถานที่จัดแสดงงานและผลงานทุกชิ้นที่หยิบเอาผลงานสร้างชื่อมาทดลองและปรับปรุงใหม่ เพื่อให้ออกจากกรอบรูปแบบเดิมๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งเรื่องราวและมาพร้อมมนต์เสน่ห์แบบดั้งเดิม

“การครบรอบ 20 ปีในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำหรับการทบทวน สำรวจ ปรับปรุงและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่พวกเราได้รังสรรค์ขึ้นมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ถือเป็นการเน้นย้ำถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับวัตถุเพื่อความยั่งยืนของการออกแบบในอนาคตอันใกล้นี้” ทอม ดิกซัน กล่าว

นิทรรศการจะจัดแสดงให้ชมต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันนี้-12 ธันวาคม 2565 ณ ชั้น 4 Central Embassy

ผู้ที่สนใจแวะชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่ เวลา 10.00-22.00 น. สามารถเข้าดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ http://www.motifartofliving.com / http://www.facebook.com/motifartofliving

กรมอนามัยแนะวิธีรับมือภัยหนาวอย่างปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693235

กรมอนามัยแนะวิธีรับมือภัยหนาวอย่างปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี

กรมอนามัยแนะวิธีรับมือภัยหนาวอย่างปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กรมอนามัย แนะวิธีการเรียนรู้ เพื่อป้องกันภัยหนาวที่ถูกต้องปลอดภัย สุขภาพอนามัยดีลดความเสี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพจากการผิงไฟช่วงหน้าหนาวโดยเฉพาะพื้นที่ประสบภัย เช่น อันตรายจากควันพิษ บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้ไฟคลอก เป็นต้น วอนชุมชนร่วมช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวแสดงความห่วงใยประชาชน ภายหลังพบสถานการณ์ภัยหนาวทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปีนี้คาดการณ์ว่าอุณหภูมิหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมาว่า และในช่วงฤดูหนาวของทุกปีจะเห็นความสูญเสียจากไฟไหม้บ้านเรือน ขาดอากาศหายใจจากการผิงไฟในเต็นท์ของนักท่องเที่ยวเสียชีวิตการดื่มสุราคลายหนาว รวมถึงอุบัติเหตุ เสียชีวิตจากเครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊ส ขอให้ประชาชนทุกคนระวังภัย ป้องกันตนเองและคนในครอบครัว

เบื้องต้น นายแพทย์อรรถพล ก้วสัมฤทธิ์ แนะวิธีการรับมือภัยหนาวอย่างปลอดภัย สุขภาพอนามัยดี ว่า สิ่งแรก คือ นำเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มกันหนาวซักให้สะอาดแล้วตากแดดให้แห้งพร้อมนำออกมาใช้อย่างปลอดภัย หากอุณหภูมิลดลงให้ดื่มน้ำอุ่น และกินอาหารปรุงสุกใหม่ ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ให้สำรวจ เฝ้าระวังกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยงภัยหนาวในพื้นที่ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก คนพิการทุพพลภาพ และสตรีมีครรภ์ พร้อมเร่งสื่อสารเตือนภัยเพื่อให้เตรียมพร้อมดูแลสุขภาพจากภัยหนาว หลีกเลี่ยงการผิงไฟในที่อับอากาศเพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต รวมทั้งการเฝ้าระวังอัคคีภัยจากการเผาฟืน จุดไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ให้หมั่นตรวจตรา ทดสอบความปลอดภัย และให้ความรู้ความเข้าใจแก่สถานประกอบกิจการ หรือครัวเรือนที่มีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊สอย่างเข้มงวด เพื่อให้ควบคุม ป้องกันอันตรายจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นดังกล่าว ลดความเสี่ยงการเสียชีวิตของผู้ใช้งาน

“การก่อไฟแต่ละครั้งจะมีควันไฟออกมา เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว และหากไม่ดับไฟให้สนิทอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟไหม้ ดังนั้น จึงควรก่อไฟในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ขณะผิงไฟควรนั่งหรือยืนอยู่เหนือทิศทางลม และกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณที่มีการก่อไฟ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการนำเตาถ่านหรือตะเกียงน้ำมันก๊าดเข้าไปจุดผิงไฟในเต็นท์ เนื่องจากจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ เมื่อสูดดมก๊าซ 2 ชนิดนี้เข้าไปในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปเลี้ยง สมองทำให้เกิดอาการง่วง หลับโดยไม่รู้ตัว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้หรือถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต

ส่วนการป้องกันเพลิงไหม้บ้านเรือน ก่อนประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยววันหยุดเทศกาลขอให้ตรวจการปิดเตาแก๊ส ถอดปลั๊กไฟและดับธูปเทียนทุกครั้งหลังใช้งานไม่ทิ้งก้นบุหรี่ ไม่เผาขยะหรือวัชพืชใกล้วัสดุติดไฟง่าย ไม่ดื่มสุราแก้หนาว เพราะสุราเป็นตัวเร่งให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงจนอาจเสียชีวิตได้” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในตอนท้าย