ปรากฏการณ์อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้านอร์เวย์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2558286

ปรากฏการณ์อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้านอร์เวย์ (คลิป)

21 พ.ย. 2565 09:21 น.

ปรากฏการณ์อุกกาบาตระเบิดเหนือท้องฟ้านอร์เวย์ (คลิป)

เกิดปรากฏการณ์อุกกาบาตระเบิดขึ้น ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนอร์เวย์ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลทำให้ท้องฟ้าสว่างไสวในช่วงเวลาสั้นๆ โดยผู้คนจำนวนมากระบุว่าสามารถมองเห็นแสงวาบทั่วท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน

โดยมีรายงานว่า ชาวนอร์เวย์จำนวนมากที่เกรงว่าลูกไฟดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตราย ได้โทรแจ้งเหตุกับตำรวจ ชาวนอร์เวย์รายหนึ่งกล่าวว่า จู่ๆ ทุกอย่างก็สว่างขึ้น เขาจึงคิดว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้ไฟสูง แต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็ได้เห็นแสงสีเขียวขนาดใหญ่ที่วิ่งข้ามท้องฟ้าโดยมีหางยาวสีน้ำเงิน

สถาบันอุตุนิยมวิทยานอร์เวย์กล่าวว่า อุกกาบาตดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ฝนดาวตกประจำปี ที่เรียกว่า “ทอริดส์เหนือ” โดยอุกกาบาตดังกล่าวไม่ได้ตกลงบนพื้นโลก และมอดไหม้จนหมดในชั้นบรรยากาศ ห่างจากพื้นโลกราว 65 กิโลเมตร เหนือทะเลใกล้เมืองโฟลโร

ตามปกติแล้ว อุกกาบาตจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อวินาที แต่อุกกาบาตครั้งนี้ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 65 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งนับว่าเป็นอุกกาบาตที่ทรงพลัง ที่มีชื่อเรียกว่า ดาวตกชนิดระเบิด หรือ โบไลด์

นอกจากนั้น อุกกาบาตส่วนใหญ่ตกลงมานั้นจะมอดไหม้ในชั้นบรรยากาศ สำหรับอุกกาบาตที่ใหญ่พอจนตกลงมาถึงพื้นโลกได้นั้น มีการประมาณการกันว่ามีอยู่ประมาณ 6,000 ดวงในทุกๆ ปี แต่ส่วนมากจะตกลงในมหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น.

ที่มา The Local

รวบผู้ต้องสงสัยกราดยิงไนต์คลับเกย์ในโคโลราโด เสียชีวิต 5 บาดเจ็บ 18

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2558243

รวบผู้ต้องสงสัยกราดยิงไนต์คลับเกย์ในโคโลราโด เสียชีวิต 5 บาดเจ็บ 18

21 พ.ย. 2565 07:13 น.

รวบผู้ต้องสงสัยกราดยิงไนต์คลับเกย์ในโคโลราโด เสียชีวิต 5 บาดเจ็บ 18

ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุกราดยิงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ในไนต์คลับเกย์ชื่อดัง ที่เมืองโคโลราโดสปริงส์ของสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 23.57 น. ของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยรายละเอียดเบื้องต้นแจ้งว่า มีการยิงกันที่สถานบันเทิงท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ คลับ คิว (Club Q) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีสำหรับกลุ่มชาว LGBTQ

การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ผู้คนกำลังทำกิจกรรมเฉลิมฉลองวันแห่งการรำลึกถึงคนข้ามเพศ ซึ่งจัดขึ้นทุกปีในวันที่ 20 พฤศจิกายน เพื่อเป็นเกียรติในการระลึกถึงคนข้ามเพศที่เสียชีวิตจากการใช้ความรุนแรง

โฆษกสำนักงานตำรวจโคโลราโดสปริงส์ กล่าวว่า มีผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บ 18 คนและเสียชีวิต 5 รายในที่เกิดเหตุ โดยพบผู้ต้องสงสัยภายในไนต์คลับ รวมถึงอาวุธปืน 2 กระบอก คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้ปืนไรเฟิลในการโจมตี ด้านเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเข้าระงับเหตุและควบคุมพื้นที่แล้ว ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวและถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่น 

ตำรวจยังคงไม่ระบุถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่กล่าวว่าการสืบสวนจะพิจารณาว่าเป็นการก่อเหตุจากความเกลียดชังหรือไม่ หรือมีผู้ก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่

ตำรวจได้ร้องขอประชาชนให้อยู่ในความสงบในขณะที่กำลังเร่งระบุตัวเหยื่อและจำนวนผู้เสียชีวิต และเสริมว่าผู้ได้รับบาดเจ็บบางรายเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

สำนักงานตำรวจโคโลราโดสปริงส์ ยังกล่าวขอบคุณนักเที่ยว 2 คน ที่ช่วยยับยั้งมือปืน จากหลักฐานเบื้องต้นและการสัมภาษณ์ชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องสงสัยได้เดินเข้าไปยังไนต์คลับและก่อเหตุยิงในทันที ขณะที่กำลังก่อเหตุได้มีผู้กล้าหาญ 2 คนเผชิญหน้าและต่อสู้กับมือปืน กระทั่งสามารถหยุดการก่อเหตุได้ในที่สุด

ด้าน คลับ คิว ระบุในแถลงการณ์บนเฟซบุ๊ก โดยเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การโจมตีด้วยความเกลียดชัง” พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณการกระทำที่กล้าหาญของลูกค้าทั้งสองรายที่ช่วยหยุดยั้งมือปืนและยุติการก่อเหตุครั้งนี้.

ที่มา รอยเตอร์

นัยยะแอบแฝงทางการเมือง? บทบาทสำคัญ “ที่ปรึกษา ผบ.ตร.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/536742

หนึ่งตะวัน พันดาว

21 พ.ย. 2565

นัยยะแอบแฝงทางการเมือง? บทบาทสำคัญ "ที่ปรึกษา ผบ.ตร."

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

สวยหรู..งานประชุมสุดยอดผู้นำ“เอเปค2022” ปิดฉากอย่างสวยหรูงดงาม นานาประเทศต่างชื่นชม“ประเทศไทย” ในฐานะเจ้าภาพ จัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการ“ดาวล้านดวง” ท่ามกลางรอยยิ้ม “ท่านผู้นำ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ในฐานะ“หัวเรือใหญ่” การดูแลความสงบเรียบร้อย..00

รอยด่าง..ย้อยมุมความสวยงาม ผู้ชุมนุม“กลุ่มราษฎรหยุด APEC2022” ปะทะตำรวจ คฝ.บริเวณถนนดินสอ เป็นเหตุให้“ตำรวจ” ได้รับบาดเจ็บถึง 14 นาย ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ไม่เว้นกระทั่ง“สื่อมวลชน” ที่โดนลูกหลงบาดเจ็บตามๆกัน เหตุรุนแรงทั้งหมด อยู่ท่ามกลางสายตานานาประเทศ จากเสียงชื่นชม กลายเป็น“รอยด่างพร้อย”..00

ปฐมบทความรุนแรง..เริ่มจาก ผู้ชุมนุม“กลุ่มราษฎรหยุดAPEC2022” เริ่มเคลื่อนขบวนออกจากลานคนเมือง เพื่อมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยื่น 3 ข้อเรียกร้องด้านทรัพยากร ให้กับ“ผู้นำรัฐบาล”และ“ผู้นำเอเปค”จากทุกประเทศ สวนทางเจ้าหน้าที่ตั้งแถวป้องกันเหตุ ร้องขอให้กลับไปยังพื้นที่การชุมนุม ก่อนเกิดการ“ปะทะเดือด”..00

บทสรุป..พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก กอ.การประชุมเอเปค ระบุ เหตุปะทะเป็นไปตามหลักสากล เริ่มจากเบาไปหาหนัก ส่วนการใช้“กระสุนยาง” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามประกาศ สนร.นั้น เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เพื่อการป้องกันตนเอง และเพื่อจะจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ที่ต่อสู้ขัดขวาง และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดเป็นไปตามหลักกฎหมาย ตามยุทธวิธี เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย..00 

ปิดท้าย..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.แถลง“ประชุมเอเปค”ใช้ตำรวจดูแล 35,000 นาย รับแจ้งเหตุจากสายด่วน 1599 จำนวน 22 สาย ส่วนใหญ่เป็นเบาะแส“วัตถุต้องสงสัย” ส่วนการแจ้งสายด่วน 191 มีการแจ้งมา 34 สาย รวมทั้งหมดเป็น 59 สาย ผู้ชุมนุมถูกจับกุม 25 ราย ได้รับการบาดเจ็บ 13 ราย..00

เปิดตัวกุนซือ..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่ง“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ที่ 527/2565 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 แต่งตั้งอดีตนายตำรวจคนดัง 8 นาย เป็น “ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” ประกอบด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ,พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ,พล.ต.อ.ชยพล ฉัตรชัยเดช ,พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ,พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ,พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ ,พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ และ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร..00

น่าจับตา..พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล  “นรต.35” อดีตนายตำรวจมือสอบสวนคนดัง ซึ่งมีบทบาทโดดเด่นบนหน้าสื่อ ในยุค “3 ป.”มาโดยตลอด  เทียบเคียงคู่กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เรียกได้ว่า เป็น 1 ใน 3 นายตำรวจ“ลูกรัก”บูรพาพยัคฆ์ ที่สำคัญ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังเป็นผู้คุมสำนวนสอบสวนในคดีดังต่างๆอีกมากมาย..00 

บทบาทใหม่..การวางตัว พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล นั่ง“ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” เหมือนมี“นัยยะแอบแฝง”ทางการเมือง เนื่องจากใกล้จะมีการเลือกตั้งในช่วงกลางปี 2566 หรือ อาจจะพลิกผันถึงขั้น“ยุบสภา” ซึ่งจะทำให้มีการเลือกตั้งเร็วยิ่งขึ้น จึงเชื่อว่า“ผู้มีอำนาจ”เชื่อมั่นในความสามารถ เรื่องการจัดวางกำลังตำรวจ และดูแลความสงบเรียบร้อย..00

ไม่ธรรมดา..พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ “นรต.36” ผงาดนั่ง“ที่ปรึกษา ผบ.ตร.” อีกแล้วครับทั่น..ถ้าจำไม่ผิด เคยนั่งตำแหน่งนี้มาแล้ว ในยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เพื่อนร่วมรุ่น “นรต.36” ครั้งเป็น“แม่ทัพสีกากี” โดยรับผิดชอบข้อมูลการข่าว งวดนี้ไม่พลาดตำแหน่งคุ้นเคย เรียกได้ว่า“ไม่ธรรมดา” สงสัยจริงๆมีของดีอะไร..00
 

ไม่จบง่ายๆ..เหตุปะทะคารมระหว่าง “จอมแฉ”ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง กับ “รองต่อ”สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล ท่าทางจะเป็น..“หนังม้วนยาว” เมื่อทั้ง 2 ฝ่าย งัดข้อมูลเด็ด“สาวไส้”ซึ่งกันและกัน ล่าสุด “จอมแฉ”โชว์ภาพเครื่องบินส่วนตัวของ“ตู้ห่าว” 5 เสือมาเฟีย“ทุนจีนสีเทา” โดยระบุใช้เครื่องบินลำนี้ หลบหนีออกนอกประเทศ..00

ว่อนเน็ต..ภาพเครื่องบิน“ตู้ห่าว” จอดซ่อมบำรุงอยู่ใน“โรงเก็บอากาศยาน” ท่าอากาศยานหัวหิน ถูกแชร์ต่อในโลกโซเชียล “กองทัพอากาศ” ตรวจสอบข้อมูลพบมีการขอนุญาตถูกต้อง จากศิษย์การบินพลเรือนชื่อ “โอ๋” สมาชิกรุ่นที่ 69 โดยมีนักบินชื่อ “โต้ง” เป็นผู้ขับ..00

โปรไฟล์หรู..ชื่อชั้นของ “โต้ง” คนขับเครื่องบิน“ตู้ห่าว” ไม่ธรรมดา..จบโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 หรือ “ตท.22” เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ “ผู้นำ 3 เหล่าทัพ” พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. ,พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.ซ้ำยังเคยเป็นนักบิน“กองทัพอากาศฝูงบิน 601” ก่อนจะออกจากราชการไปอยู่สายการบินพาณิชย์ งานนี้..แนะนำ “ห้ามกระพริบตา”..00

โชว์ผลงาน..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ควงแขน พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ และ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 แกะรอยจับกุม “แก๊งไรเดอร์หนุ่ม” จัดฉากปล้นทรัพย์ผู้โดยสาร ตรวจสอบพบประวัติอาชญากรรมโชกโชน “ปิดฉาก”ไปอีก 1 คดีเด็ด ไม่เสียแรง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ไว้วางใจ..00

คิ๊กออฟ..“ฟุตบอลโลก2022”เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ “แม่ทัพสีกากี” บัญชาการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.ตั้ง“ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอล” มีระดับ ผบช.หรือ รอง ผบช.เป็น หัวหน้าศูนย์ฯ เพื่อควบคุมสั่งการให้เกิดผลปฏิบัติเป็นรูปธรรม พร้อมสั่งการให้ “ศูนย์ PCT” และ “บช.สอท.” ตรวจสอบและเฝ้าระวัง“การพนันออนไลน์” จากการแข่งขัน“ฟุตบอลโลก2022”..00 

บอกกล่าวเล่าสิบ..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกฯ บรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.)  พ.ศ.2565 จำนวน 5,200 อัตรา คุณสมบัติเพศชาย วุฒิการศึกษา ม.6/ปวช. หรือเทียบเท่า อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 27 ปีบริบูรณ์ ส่วนสูงไม่น้อยกว่า 160 เซนติเมตร และรอบอกไม่น้อยกว่า 77 เซนติเมตร และคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนด ผู้สนใจสมัครทางเว็บไซต์ ระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-19 ธ.ค.นี้..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ทหารราบ รบจนตัวตาย นายกฯ ไม่มีนิยามยุบสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/536727

21 พ.ย. 2565

ทหารราบ รบจนตัวตาย นายกฯ ไม่มีนิยามยุบสภา

พล.อ.ประยทธ์ ไม่ยุบสภา หลังประชุมเอเปค ยังไม่มีปัจจัย สุกงอมเพียงพอ ใครที่รอ ก็รอต่อไป ปีหน้าได้เลือกตั้งแน่

ทิศทางการเมืองไทยเริ่มตั้งแต่วันที่ 22พฤศจิกายน มีปมท้าทายความสัมพันธุ์ พรรคร่วมรัฐบาล เริ่มจากการประชุม  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณายกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาเสรีเพื่อปิดสภาวะสุญญากาศกัญชาเสรีทันทีในระหว่างรอการพิจารณากฎหมายกัญชาในวาระ 2-3  



ท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลต่อการพิจารณาร่างกฎหมายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เปลี่ยนไปจากขั้นหลักการชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ  ทำให้หลายฝ่ายหมายมั่นว่ารัฐบาลจะล่มสลายก่อนวาระ อาจมีการยุบสภา หลังประชุมเอเปค

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้าภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค ไทยคู่ฟ้า

ย้อนดูประวัติการยุบสภา 13ครั้ง ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง  ของไทย  พบว่ามีการยุบสภาที่เกิดจากความขัดแย้งภายในรัฐบาล 4ครั้ง คือรัฐบาลหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อปี 2519 รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี 2523  รัฐบาล ชวน หลีกภัย ปี2538 และรัฐบาลบรรหาร ศิลปะอาชา ปี 2539 



เหตุผลในการยุบสภา  ไม่ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจน แต่ให้เป็นไปตามประเพณีการปกครองตลอดจนสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น เช่น เกิดความขัดแย้งรุนแรงในรัฐสภาหรือระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ใช้เป็นเครื่องมือในการชิงความได้เปรียบทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลมีคะแนนนิยมสูง  หรือสภาวการณ์ต่าง ๆ สุกงอมพอสมควรที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนครบอายุสภาได้   ซึ่งไม่มีข้อไหน เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อนุทิน ชาญวีรกูลภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค อนุทิน ชาญวีรกูล

พรรคร่วมรัฐบาล ยังมีผลประโยชน์ร่วม ต้องประสาน เพื่อให้ผ่านการใช้งบประมาณ ให้นานที่สุด เพราะหากมีการยุบสภา  รัฐบาลรักษาการ จะใช้งบประมาณได้อย่างจำกัด    คะแนนนิยมก็ยังไม่มากพอที่จะการันตี การเลือกตั้งครั้งหน้า  ขณะที่กฎหมายเลือกตั้ง ก็ยังต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปลายเดือนนี้

หลังศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัด ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญได้อีกเพียงสองปีกว่า ก็ชัดเจนว่า พลเอก ประยุทธ์ เหลือเวทีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แค่ในสมัยนี้เท่านั้น การเลือกตั้งครั้งหน้า ยังไม่แน่ว่าจะถูกเสนอชื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือไม่ เป็นเหตุผลประการหนึ่ง ที่ทำให้การตัดสินใจยุบสภา  ต้องไตร่ตรองมากกว่า ปกติ



อย่าลืมว่า พลเอก ประยุทธ์ เป็นทหารราบ นิยามของทหารราบคือ  ‘รบจนตัวตาย ‘  พลเอก ประยุทธ์ จึงจะยังคงอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป จนกว่าจะครบวาระ  เป็นพยากรณ์ของ ธนพร ศรียากูล นายกสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ภาคีนักกฎหมายสิทธิฯ ฟ้องตำรวจสลายม็อบ พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536753

21 พ.ย. 2565

ภาคีนักกฎหมายสิทธิฯ ฟ้องตำรวจสลายม็อบ พรุ่งนี้

นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร้องศาลแพ่ง 10.00 น. ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ความรุนแรงสลายม็อบ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจะเข้ายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งวันที่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. เพื่อให้เรียกตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  มาไต่สวน เนื่องจากการสลายการชุมนุมม็อบเอเปค เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2565 เป็นการละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ซึ่งศาลแพ่งเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้ตำรวจต้อง ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน

ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนในฐานะผู้ทำคดีกระสุนยาง คดีหมายเลขดำที่ พ.3683/2564 ซึ่งสื่อมวลชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรณีได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าสลายการชุมนุมบริเวณถนนดินสอใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

จึงจะดำเนินการร้องต่อศาลเพื่อเรียกตัวแทน สตช. มาชี้แจง เนื่องจากมีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เช่น นักข่าวรอยเตอร์ นักข่าว The MATTER โดยจะมีการสืบพยานพยานฝ่ายโจทก์ 14 ปาก 3 นัด ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2566 พยานฝ่ายจำเลย 8 ปาก 2 นัด ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2566

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, iLaw และ Mob Data Thailand พบว่า ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เฉพาะกรณีถูกยิงกระสุนยางเข้าใส่ มีอย่างน้อย 65 ราย โดย 25 รายถูกเล็งยิงบริเวณศีรษะ ในนั้น 5 คนต้องบาดเจ็บสาหัส 1 คนเป็นอัมพาต และ 3 คนสูญเสียการมองเห็น

แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวได้ถูกสอบสวน ถูกตรวจสอบหรือดำเนินการทางวินัยใดๆ แม้คดีนี้จะมีการฟ้องศาลเพื่อขอให้ศาลใช้อำนาจตุลาการตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รวมทั้งตรวจสอบการควบคุมดูแลสั่งการของผู้บังคับบัญชา ตลอดจนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



การยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกตัวแทน สตช.มาไต่สวนในครั้งนี้ ภาคีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงพฤติกรรมการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและใช้อำนาจตามอำเภอใจ จะมีการใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ภาพ cr  @LookkateChonth1

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังย่ำตามรอยเท้ารุ่นพี่ ‘เผด็จการ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536744

21 พ.ย. 2565

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังย่ำตามรอยเท้ารุ่นพี่ 'เผด็จการ'

รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย มองพล.อ.’ประยุทธ์’ กำลังย่ำตามรอยเท้า เผด็จการในอดีต ขอเวลาอีกไม่นาน เป็นแค่วาทะกรรม

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสเฟสบุ๊ค รำลึกอดีตจากชุมนุมกปปส. สู่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และ ขอเวลาอีกไม่นาน

นิพิฏฐ์ เล่าว่า คำว่า ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นคำกล่าวของคณะบุคคลในกลุ่มกปปส. ที่ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปการเมือง คำกล่าวนี้ ทำให้แนวร่วมกปปส. แตกแยกออกเป็นหลายฝ่าย เพราะบางฝ่ายเห็นว่า การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่มีตัวชี้วัด และไม่เห็นด้วย ซึ่งช่วงนี้เองที่ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แยกทางเดินกับกลุ่มกปปส.

เพราะประชาธิปัตย์ เมื่อไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย และ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็เดินกลับที่ตั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง ลาออกจากสมาชิกพรรค ไปชุมนุมต่อ เปลี่ยนชื่อเป็น กปปส.ใช้นโยบาย ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง  จบลงด้วยการยึดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

ภาพประกอบจากวิกิพีเดียภาพประกอบจากวิกิพีเดีย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจแล้ว ก็แต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทยและกล่าวว่าจะอยู่ไม่นาน    การเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้น ต้นปี 2566 มีการตั้งพรรคการเมืองบางพรรคขึ้นมา เพื่อสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจต่อไป

ในอดีตก็มีพรรคที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนทหารที่ยึดอำนาจ เช่น พรรคเสรีมนังคศิลา ในปี 2498 ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนจอมพลป.พิบูลสงคราม, พรรคสหประชาไทย ในปี 2512 ที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร ,พรรคสามัคคีธรรม ที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนรสช. จากการยึดอำนาจในปี 2534

หากพรรคใดจะตั้งขึ้นมาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองนั้น แต่ขอให้ดูก้าวย่างของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดีกว่า ว่ากำลังเดินย่ำรอยเท้าของของ จอมพลป.พิบูลสงคราม,กำลังย่ำรอยเท้าของจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร และสุดท้ายกำลังย่ำรอยเท้าของพลเอกสุจินดา คราประยูร ทุกกระเบียดนิ้ว หรือไม่

ส่วนพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ต่างกับพรรคสหประชาไทย ที่มีจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าพรรค เพียงแต่ครั้งนี้ จะเปลี่ยนจากชื่อ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นชื่อใคร และหากจอมพลถนอม เป็นแฝดผู้พี่ วันนี้ใครจะเป็นแฝดผู้น้องเท่านั้น

พปชร. ตั้ง’ไพบูลย์ นิติตะวัน’ เป็นประธานฯลุยหาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536740

21 พ.ย. 2565

พปชร. ตั้ง'ไพบูลย์ นิติตะวัน' เป็นประธานฯลุยหาเสียงเลือกตั้ง

ประธาน ‘กรรมการนโยบาย’ พรรคพลังประชารัฐ ประชุมนัดแรก 23 พ.ย.นี้ ลุยหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หลังยึกยักมานาน

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่  132/2565  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่  18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การกำหนดนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เปิดโอกาสให้ส.ส.ของพรรค สมาชิกพรรค นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของทุกภาคส่วน

รองรับการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และตอบสนองต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และประชาคมโลกในปัจจุบัน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนคนไทย ทุกคนอยู่ดีกินดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17 (1)(ซ)

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 132/2565คำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 132/2565

โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังนี้1. นายไพบูลย์ นิติตะวัน  ประธานกรรมการ 2.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองประธานกรรมการ 3. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม กรรมการ 4.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมการ 5.นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ กรรมการ 6. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ กรรมการ 7.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา กรรมการ 8. นายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการ 9.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ กรรมการ 10.น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ กรรมการ 11. พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กรรมการ 12. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ กรรมการ 13. นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการ 14 นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการ 15 รศ.ดร.พรรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ กรรมการและเลขานุการ

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 132/2565คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 132/2565

คณะกรรมการนโยบาย  มีหน้าที่และอำนาจ 
– ศึกษาและจัดทำร่างนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง เสนอหัวหน้าพรรคพิจารณา เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือดำเนินการอื่นใดเพิ่มเติม ให้เกิดความสมบูรณ์ครบถ้วน รวมทั้ง นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป
– จัดให้มีการรับฟัง แลกเปลี่ยน และระดมความคิดเห็นจาก ส.ส.ของพรรค สมาชิกพรรค นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและจัดทำร่างนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชนท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ 
 

– จัดทำเอกสารประกอบนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560   

– แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

– รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการในทุกขั้นตอนต่อหัวหน้าพรรคโดยตรง

และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ และปฏิบัติงานอื่นตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย

โดยประธานคณะกรรมการนโยบาย เตรียมประชุมนัดแรก ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. 
ที่รัฐสภา

“มาดามเดียร์” แนะ “กสทช.” -หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ “Must have-Must carry “

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536711

20 พ.ย. 2565

“มาดามเดียร์” แนะ  “กสทช.” -หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ “Must have-Must carry “

พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนา “ ดูบอลโลกในไทย ทำไมเป็นแบบนี้” ด้าน “มาดามเดียร์” แนะ “กสทช. “ หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ” Must have-Must carry “ ด้าน “ไพศาล” ชี้ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชน

วันนี้ (20 พ.ย.2565) พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนา “ ดูบอลโลกในไทย ทำไมเป็นแบบนี้”  นำโดย นางสาววทันยา บุนนาค หรือ “มาดามเดียร์”  นายเขมทัตต์ พลเดช อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อสมท.  นายอภิมุข ฉันทวานิช อดีต ส.ก.ปชป. และ อ.ไพศาล ลิ้มสถิตย์กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป.  กล่าวเปิดงาน

บรรยากาศภายในงาน ก็เป็นไปอย่างคึกคัก อัดแน่นไปด้วยข้อมูลจากนักการเมือง และนักวิชาการ สำหรับมุมมองในเรื่องดังกล่าว  โดยเฉพาะการทำงานของ กสทช . 

อ.ไพศาล   ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวว่า บทบาทหน้าที่สำหรับเรื่องฟุตบอลโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากที่สุด น่าจะเป็น “การกีฬาแห่งประเทศไทย” ส่วนบทบาทหน้าที่ของ “กสทช.” ก็คงเป็นหน่วยงานที่จะกำกับดูแลในเรื่องการกระจายเสียงโทรคมนาคม ไม่ได้มีบทบาทในเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ การอนุมัติจ่ายเงินของ USO เพื่อให้ได้รับลิขสิทธิ์ “ฟุตบอลโลก” แต่อย่างใด  เป็นมติที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของกองทุน ซึ่งกองทุนมีเงินเพียง 2,000 ล้านเท่านั้น ควรโยกเงินกองทุนการกีฬาแห่งชาติ มาจ่ายค่า “ลิขสิทธิ์” แทน  ควรเป็นเรื่องของเอกชนเนื่องจากมีเงินทุนและนำมาต่อยอดธุรกิจได้

“มาดามเดียร์” แนะ  “กสทช.” -หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ “Must have-Must carry “

ด้าน นายเขมทัตต์ กล่าวว่า กฎหมายใบอนุญาตที่แพงที่สุดคือเรื่องกีฬา เมื่อฐานคนดูเพิ่มขึ้นราคาใบอนุญาตจะเพิ่มสูงตาม สิ่งใดที่เป็นคอนเท้นต์และมีราคาควรมีการพูดคุยกันตั้งแต่แรก 

ขณะที่ นางสาววทันยา บุนนาค  หรือ “มาดามเดียร์”  กล่าวว่า เงินในส่วนนี้อาจไม่ใช่ภาษีของประชาชนโดยตรง แต่เป็นเงินที่ให้เอกชนไปประมูลคลื่นความถี่ เป็นทรัพย์สินสาธารณะสมบัติของประเทศ นั่นหมายถึงเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน  อย่างที่สองคือเงินกองทุนพัฒนา “การกีฬาแห่งประเทศไทย” เป็นเงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน 

“มาดามเดียร์” แนะ  “กสทช.” -หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ “Must have-Must carry “

เหตุผลที่ผ่านมา เหตุใดประเทศไทยจึงไม่เคยมีปัญหาในเรื่องนี้เนื่องจากผู้ประกอบการโทรทัศน์สมัยที่ยังไม่มีทีวีดิจิทัล ได้นำเงินรวมกันและซื้อลิขสิทธิ์ “ฟุตบอลโลก” จากนั้นหารายได้จากสปอนเซอร์เข้ามาอุดหนุน ตนคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นถ้าไม่มีปัญหาเรื่องกฎ “Must have – Must Carry ” ที่ทางกสทช.พยายามออกกฎมาเมื่อมีทีวีทิจิทัล แต่เมื่อกฎที่ออกขณะนั้น ทำให้ตอนนี้เปรียบเสมือน “เขวี้ยงงูไม่พ้นคอ” เพราะ “กสทช.” บิดเบือนกลไกตลาด

“หลังจากเรื่องนี้ “ กสทช.” ต้องไม่ลืมเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน และนำมาหารือใหม่ในเรื่องของกฎ Must have-Must carry ว่ายังคงเหมาะสมที่จะใช้ต่อไปหรือไม่” มาดามเดียร์ กล่าว

“มาดามเดียร์” แนะ  “กสทช.” -หลังจบบอลโลก ควรทบทวนกฎ “Must have-Must carry “

ถาวร ประกาศกับชาวกระบี่ เลือก “พรรคไทยภักดี” เป็นพรรคใหม่ หัวใจเพื่อประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536700

20 พ.ย. 2565

ถาวร ประกาศกับชาวกระบี่ เลือก "พรรคไทยภักดี" เป็นพรรคใหม่ หัวใจเพื่อประชาชน

พรรคไทยภักดี นำโดยนายถาวร เสนเนียม ประธาน “พรรคไทยภักดี” ประกาศกับชาวกระบี่ เลือกไทยภักดีแม้เป็นพรรคใหม่แต่หัวใจเพื่อประชาชน

พรรคไทยภักดี นำโดยนายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมประชุมแต่งตั้งตัวแทนพรรคไทยภักดี เขตเลือกตั้งที่ 2 ณ  ห้องประชุมบ้านไร่ตะวันหวาน ตำบลดินแดง อำเภอลำทับ  จังหวัดกระบี่

นายถาวร กล่าวว่า บางคนจำตนได้ในฐานะอัยการถาวร จำได้ในฐานะรองผู้บัญชาการกองกำลังผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 41 และหลายคนจำได้จาก ส.ส.ถาวร  ว่าเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม สำคัญที่สุดได้ว่าเป็นอดีตส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ และหลายคนสงสัยว่าทำไมตนถึงออกจากพรรคประชาธิปัตย์

ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มา 53 ปี ไม่ได้ตั้งใจลาออกแต่จำใจต้องออก หลายท่านได้ไปร่วมชุมนุมกับตน ตั้งแต่ปี 2556 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อคัดค้านการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเราไม่เอาด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แต่ก็แพ้ 1 พ.ย. 2556 กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา ตนพร้อมด้วยพวก 9 คน ลาออกจากส.ส ในวันที่ 12 พ.ย. 2556 เพื่อมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทุกคนที่ได้ไปเดินขับไล่รัฐบาล และเกิดการ รัฐประหาร ตนถูกดำเนินคดีทั้งหมด 29 คดี ศาลพิพากษาให้จำคุก จึงต้องถูกปลดตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่ง รวมไปถึงการเป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ และการเป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเพราะข้อบังคับของประชาธิปัตย์เขียนเอาไว้ว่าสมาชิกพรรคต้องไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ตนจึงจำใจต้องเดินจากพรรคประชาธิปัตย์มาทั้งๆที่หัวใจยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์เสมอ

“วันนี้มาร่วมงานกับพรรคไทยภักดี เพราะมีอุดมการณ์เดียวกันคือความรักชาติ ศาสนาและสถาบันหลักของประเทศ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และปราบการทุจริต ปราบคนโกง จึงได้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยภักดี ถึงแม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่หัวใจดวงโต ความต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้นยิ่งใหญ่” นายถาวรกล่าว 

นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคนายถาวร เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค

ปัญหาเรื่องการทำหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎรในแต่ละเขต  ขอเรียกร้องว่าต้องทำงาน 3 พื้นที่ พื้นที่ 1 เมื่อเป็นผู้แทนราษฎรแล้ว ต้องทำงานในสภา ซึ่งต้องมีความรู้ มีวิสัยทัศน์ มีจิตใจที่ต่อสู้เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน 

พื้นที่ 2 การพัฒนาการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียมเมื่อเกิดความไม่เท่าเทียม BCG ข้อตกลงของเอเปคมีไว้ทำไม ผู้บริหารภาครัฐต้องกระจายงบประมาณ มาให้นายกอบต. ขอเรียกร้องของการกระจายเงินงบประมาณของพี่น้องประชาชนที่จะต้องลงท้องถิ่นลงพื้นที่ ครบ 5 ปีจะต้องมีงบประมาณก้อนรวมทั้งหมด 100% และท้องถิ่นกระจายลงท้องถิ่น 35% ใครที่เป็นรัฐบาลกลางต้องกระจายลงมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ 3 ที่ต้องทำคือ พื้นที่การศึกษา สิ่งนี้มีความสำคัญ พี่น้องประชาชนจะได้เห็นว่าเราเข้าไปทำอะไร สุดท้ายต้องเลือกดีๆ ว่าให้ใครเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเลือกที่มีความสามารถทำ 3 พื้นที่นี้ได้

นายถาวรระบุต่อว่า ปัญหาที่ได้รับฟังมา สิ่งแรกเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ต่อมาคือเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้อง หากใครได้รับความเดือดร้อน สามารถส่งเรื่องมาพรรคไทยภักดีได้ ตนพร้อมดำเนินการให้ รวมไปถึงกรณีที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ในกรณีเป็นพื้นที่ป่า เป็นเขตป่า เขตอุทยาน ในส่วนนี้เราต้องทำบันทึกหนังสือถึงสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตกรรม ให้ดำเนินการเป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ

นายถาวรกล่าวต่ออีกว่า ตนเป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ เป็นเพียงแต่ผู้รับความเดือดร้อนมาจากพี่น้องประชาชน แล้วไปถ่ายทอดความเดือดร้อน ให้กับรัฐบาลนี้ที่ว่าจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาความยากจน  

“หากไม่แก้ไข พรรคไทยภักดีเอาจริง ปัญหาความเหลื่อมล้ำต้องอาศัยผู้แทนราษฎรที่เสียงดังกล้าพูดกล้าเสนอ กล้ารบกับผู้นำของประเทศ เราไม่ได้ต้องการความสะดวกสบาย เราแค่ต้องการมีวิถีชีวิตที่จะลืมตาอ้าปากได้อย่างมีความสุข” นายถาวรระบุ 

ถาวร ประกาศกับชาวกระบี่ เลือกไทยภักดีแม้เป็นพรรคใหม่แต่หัวใจเพื่อประชาชนถาวร ประกาศกับชาวกระบี่ เลือกไทยภักดีแม้เป็นพรรคใหม่แต่หัวใจเพื่อประชาชน

ชลประทานขานรับ นโยบายการจ้างงาน ช่วยเหลือเกษตรกร ตั้งเป้า8.6หมื่นราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693278

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ปีงบประมาณ 2566 ปฏิบัติงานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับในปีนี้ มีแผนจ้างแรงงานวงเงินกว่า 5,336 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 86,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 3-10 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 26,100-87,000 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้างต่อคน) โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้ 1.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2.สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3.ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไปในพื้นที่ และ 4.หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำตามลำดับ

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการรับสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านหรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460