‘สภาล่ม’ ประเดิมวันเปิดสมัยประชุมสภา รัฐบาลจ้องปัดตก ร่างข้อบังคับก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565359

13 ธ.ค. 2566

'สภาล่ม' ประเดิมวันเปิดสมัยประชุมสภา รัฐบาลจ้องปัดตก ร่างข้อบังคับก้าวไกล

สภาล่ม ครั้งแรก ประเดิมการเปิดสมัยประชุมสภาที่ 2 ประจำปี 2566 เหตุรัฐบาลจ้องปัดตก-ขวางส่งร่างข้อบังคับพรรคก้าวไกลให้ กมธ.กิจการสภาฯ พิจารณา สุดท้ายพลาดท่า องค์ประชุมไม่ครบ ‘หมออ๋อง’ สั่งปิดประชุมสภา

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันแรก หลังเปิดสมัยประชุมสภา สมัยสามัญที่ 2 ประจำปี 2566 ที่มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในช่วงเย็นวันนี้ (13 ธ.ค.2566) ได้สั่งปิดประชุมสภา เนื่องจาก องค์ประชุมไม่ครบ ระหว่างการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก้าวหน้า ที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ 

โดยมีหลักการใหม่ ๆ เช่น ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติที่กี่ยวข้องกับการเงิน โดย สส. หรือภาคประชาชน หากนายกรัฐมนตรี ไม่อนุมัติกลับมายังสภาฯ ให้ถือว่า นายกรัฐมนตรีอนุมัติ, การเพิ่มกระทู้ถามสด ระหว่างนายกรัฐมนตรี กับผู้นำฝ่ายค้านฯ และ สส.คนอื่น ๆ ประมาณ 5 คน / สัปดาห์ หรือ PrimeMinister’sQuestion ตามแบบสภาผู้แทนราษฎรของสหราชอาณาจักร 

รวมถึงการกำหนดให้ สส.ฝ่ายค้านจะต้องทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต, กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการใช้งบประมาณ และกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น

โดยในการอภิปรายของ สส.พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่นั้น ไม่เห็นด้วยกับร่างข้อบังคับดังกล่าว ซึ่งก่อนที่จะมีการลงมตินั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติไว้ก่อน เพื่อส่งร่างข้อบังคับฉบับนี้ ให้คณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา หรือส่งร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรฉบับพรรคร่วมรัฐบาล มาประกบฉบับของพรรคก้าวไกล

แต่นายศรัณฑ์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้ยืนยันว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้มีมติแล้วว่า จะไม่ส่งไปให้คณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และขอให้มีการลงมติต่อเนื่องในทันที ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติว่าจะเห็นด้วยกับการส่งร่างข้อบังคับการประชุมฯ ฉบับพรรคก้าวไกล ไปให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณาก่อนหรือไม่ 

โดยที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 223 เสียง ต่อ 151 เสียง ไม่ให้ส่งไปกรรมาธิการฯ พิจารณาก่อน ซึ่งผลคะแนนที่ปรากฏดังกล่าว สะท้อนว่า มี สส.พรรคร่วมรัฐบาล เข้าร่วมการประชุม 223 คน จากทั้งหมด 499 คน

จากนั้น ที่ประชุมฯ ได้เข้าสู่ขั้นตอนการลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล ในวาระแรก โดยมีการตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งมี สส.แสดงตน 332 คน ก่อนจะมีมติเสียงข้างมาก 223 เสียง ต่อ 1 เสียง ไม่รับหลักการร่างข้อบังคับการประชุมดังกล่าว จากจำนวนผู้ลงมติ 228 เสียง ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม

ทำให้เกิดการประท้วงกันในที่ประชุม โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล ได้โต้แย้งว่า ประธานในที่ประชุม ได้ตรวจสอบองค์ประชุมแล้ว ซึ่งมีจำนวน สส.แสดงตนครบองค์ประชุม ดังนั้น ในการลงมติผู้ที่ไม่กดมติ จึงเท่ากับไม่มีเจตนาจะลงมติ ไม่ใช่องค์ประชุมให้ครบ จึงขอให้ประธานฯ วินิจฉัยให้ดี 

ก่อนที่นายณัฐพงษ์ จะลุกขึ้นโต้แย้ง นายภราดร เนื่องจาก ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว ที่ในขั้นตอนการแสดงตนครบองค์ประชุม แต่ในการลงมติกลับไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งนายชวน ให้ถือว่า ไม่ครบองค์ประชุม และต้องปิดการประชุม

ขณะที่ นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เรียกร้องให้นายปดิพัทธ์ วินิจฉัยให้เป็นบรรทัดฐานในอนาคต เนื่องจาก ในอดีตตนไม่ขอวินิจฉัย แต่ในวันนี้ (13 ธ.ค.) นายปดิพัทธ์ ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุม จึงขอให้มีการวินิจฉัยด้วย เช่นเดียวกับ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ที่ขอให้นายปดิพัทธ์ ทบทวนการวินิจฉัย เพราะองค์ประชุมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร คือ สส.ที่อยู่ในห้องประชุม ไม่ว่าฝ่ายใดจะมามากหรือมาน้อย

จนท้ายที่สุด นายปดิพัทธ์ ได้ยืนยันว่า ในขั้นตอนการลงมตินั้น องค์ประชุมที่ประชุมครบ แต่ในการลงมติเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบในการพิจารณานั้น จะต้องมีองค์ประชุมมากกว่ากึ่งหนึ่ง จะใช้เฉพาะเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียวไม่ได้ พร้อมสั่งปิดการประชุม ทำให้เหตุการณ์สภาล่มครั้งนี้ ถือเป็นการล่มครั้งแรก ประเดิมการเปิดสมัยประชุมสภาที่ 2 ประจำปี 2566

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ภายหลังการลงมติญัตติของนายณัฐพงษ์ ที่ขอให้ที่ประชุมส่งร่างข้อบังคับการประชุมฯ ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล ไปให้คณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาก่อนนั้น สส.พรรคก้าวไกล พบว่า สส.พรรคร่วมรัฐบาล อยู่เข้าร่วมประชุมไม่ถึงครึ่งหนึ่งขององค์ประชุมที่มี ทำให้ในการลงมติวาระแรกนั้น สส.พรรคก้าวไกล ไม่ได้มีการกดการลงคะแนน จึงทำให้องค์ประชุมดังกล่าวไม่ครบ จนเป็นเหตุให้ปิดการประชุมสภาในที่สุด

‘หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย’ ร่วมให้กำลังใจ ‘เฉลิมชัย’ นำพา ‘พรรคประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565356

13 ธ.ค. 2566

'หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย' ร่วมให้กำลังใจ 'เฉลิมชัย' นำพา 'พรรคประชาธิปัตย์'

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ขอพูดถึงความเป็นไปได้ ที่ภูมิใจไทย จะได้รับสมาชิกพรรคที่ก้าวออกมาจาก”ประชาธิปัตย์” ชี้สถานการณที่เกิดขึ้นในเวลานี้เกิดขึ้นกับทุกองค์กรทีต้องล้วนเจออุปสรรค ส่งำลังใจไปให้ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ก้าวผ่านอุปสรรค

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า  การที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทยอยลาออกจากพรรคหลายคน  ความเป็นไปได้ที่พรรคภูมิใจไทย จะรับบุคคลเหล่านั้น เรื่องนี้ยังไม่ได้คิด เวลาใครมีปัญหาอะไรถ้าเป็นพรรคพวกกัน ก็ต้องแสดงความเห็นใจส่งกำลังใจไปให้ อะไรที่ช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือ 

กรณีของประชาธิปัตย์ เป็นคำตอบว่าไม่มีองค์กรไหน ที่ตั้งขึ้นมาแล้วจะไม่มีอุปสรรค  ไม่ว่าพรรคใหญ่ พรรคเล็ก ก็ล้วนแล้วแต่ประสบอุปสรรค เพียงแต่ว่าผู้บริหารพรรคแต่ละพรรค   ต้องฟันฝ่าโดยใช้ประสบการณ์ ใช้บารมี ความสามารถในการก้าวข้ามอุปสรรค  สำหรับนายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน ที่ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์   ตนเองสนิทกับนายเฉลิมชัย รักกันมาก ทำงานร่วมกันในรัฐบาลมา  4 ปี   ดังนั้นก็ต้องให้กำลังใจ

“เรื่องการแข่งขันทางการเมือง  เราทำหน้าที่เราไป ไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง บทบาทหน้าที่ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นบทบาทของแต่ละพรรคไป ไม่มีนายเฉลิมชัยก็มีคนอื่นอีกอย่าไปคิดว่าเป็นคู่แข่งกันเลยซึ่งหลังจากที่นายเฉลิมชัยได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค  ก็
ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดี  ”  นายอนุทิน  ระบุ

‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศ ขอเรียกร้องศาล ให้ปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565340

13 ธ.ค. 2566

‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศ ขอเรียกร้องศาล ให้ปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี112’

‘ไอซ์ รักชนก’ มองได้รับการประกันตัว เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ประกาศขอเป็นกระบอกเสียง เรียกร้องศาลปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี 112’ อย่างเสมอภาค เตรียมหารือทนายยื่นอุทธรณ์สู้คดี ลั่น อนาคตอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ไม่ยึดติดตำแหน่ง สส. เดินหน้าทำงานต่อเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 เมื่อเวลา 15.55น. ภายหลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ไอซ์ รักชนก ศรีนอก หรือ สส.ไอซ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล โดยน.ส.รักชนก ได้เดินลงมาจากศาลพร้อมกับ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยในมือถือดอกดาวเรืองที่กลุ่มผู้สนับสนุนนำมามอบให้ จากนั้นได้แวะทักทาย พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ และสวมกอดกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่มารอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าศาลอาญา ก่อนจะมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศ ขอเรียกร้องศาล ให้ปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี112’
‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศ ขอเรียกร้องศาล ให้ปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี112’

ไอซ์ รักชนก เปิดใจว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวลตั้งแต่แรก และมองว่า สิทธิการประกันตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานรองรับเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญ แต่อยากเรียกร้องให้ศาลพิจารณาให้นักโทษหรือ ผู้ต้องหาคดี ม.112 คนอื่นได้รับการประกันตัวด้วย เพราะไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไปเพราะเป็นสิทธิที่รองรับไว้ในรัฐธรรมนูญ อยากให้ศาลปฏิบัติกับผู้ถูกกล่าวหาในคดี 112 ให้เหมือนกับคดีอื่นๆ

ส่วนแนวทางในการต่อสู้คดีหลังจากนี้ ไอซ์ รักชนก แจกแจงว่า คิดว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนหลักฐานที่จะยื่นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ จะต้องพูดคุยกับทนายความเพิ่มเติม เพราะจริงๆแล้วหนึ่งในทนายที่ต่อสู้คดีนี้ให้ ยังอยู่ในห้องขัง ก็คือ ทนายอานนท์ นำภา และทนายคนปัจจุบัน โดยหลังจากกลับไปก็จะไปพูดคุยในแนวทางการยื่นอุทธรณ์

‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศ ขอเรียกร้องศาล ให้ปล่อยตัว ‘ผู้ต้องหาคดี112’

เมื่อถามว่า ผลการตัดสินคดีในวันนี้จะส่งผลกับดารทำงานอย่างไรบ้างนั้น ไอซ์ รักชนก ระบุว่า ไม่ว่าจะได้เป็น สส.หรือไม่ได้เป็น สส. เราก็คงทำหน้าที่ต่อ เพราะการจะเป็น สส.หรือไม่ได้เป็นสส.ไม่ได้สำคัญขนาดนี้ ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อ เพราะอยากทำให้สังคมนี้เป็นสังคมที่ทุกคนสามารถเสมอภาค เท่าเทียมกันได้ ต่อกฎหมายและมีโอกาสที่ดีทางเศรษฐกิจได้ ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไร อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดและมองว่า ไม่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งตรงนี้ ในพรรคก้าวไกล ทุกคนก็มีอุดมการณ์เดียวกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นตนเอง เท่านั้น

ส่วนที่มองว่า ตนเองเป็นเคสในไม่กี่เคสที่ได้รับการประกันตัวในคดี 112 นั้นมองอย่างไรบ้าง น.ส.รักชนก ระบุว่า ตนเองไม่แน่ใจเรื่องสถิติ แต่อยากให้ศาลใช้บรรทัดฐาน มาตรฐานเดียวกันกับผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ให้ได้รับสิทธิที่ถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาค ตนเองก็ขอเป็นกระบอกเสียงในเรื่องนี้

ขณะที่ นายชัยธวัช ระบุสั้นๆว่า ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัว ก็เป็นไปตามคาด เพราะอย่างที่เรียนว่า เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ทั้งนี้ยังไม่ทราบการกำหนดเงื่อนไข เพราะยังไม่ได้เห็นเอกสารทางการที่กำหนดเงื่อนไขการประกันตัวไว้

โดยหลังจากนี้ ตนเอง และ น.ส.รักชนก จะเดินทางต่อไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อทำการประชุมสภาต่อ เพราะการประชุมยังไม่แล้วเสร็จ

 นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่งประกันตัว ไอซ์ รักชนก ศรีนอกนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ใช้ตำแหน่งประกันตัว ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

จากนั้น น.ส.รักชนก ได้ไปพบปะและขอบคุณผู้สนับสนุนอีกครั้ง โดยมีการสวมกอดให้กำลังใจกัน ซึ่งกลุ่มผู้สนุบสนุน ได้แสดงความยินดีกับไอซ์ รักชนก และให้สู้ต่อ ทำงานต่อไป และ น.ส.รักชนก ก็ยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาต่อทันที

ด้อมส้มเฮ’ไอซ์ รักชนก’ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565336

13 ธ.ค. 2566

ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล

ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ สส.ก้าวไกล จำเลยคดี ม.112 ระหว่างอุทธรณ์ กำหนดวงเงิน 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามจำเลยกระทำการ หรือ ร่วมกิจกรรมลักษณะเดียวกันกับข้อหาตามคำฟ้องฯ

วันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังศาลอ่านคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำ อ.683/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง ไอซ์ รักชนก หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกลจำเลยมีความผิด จากการทวีตและรีทวิตข้อความ ที่มีเนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทสถาบันเบื้องสูง

ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล
ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 3 และมาตรา 14 ให้ลงโทษตามมาตรา 112 อันเป็นบทหนักสุด รวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี รวมจำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา

ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล

ภายหลังฟังคำพิพากษา ไอซ์ รักชนก ยังมีสีหน้ายิ้มเเย้มเเละถูกพาไปห้องควบคุมตัว

บ่ายวันที่ 13 ธ.ค. 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคพรรคก้าวไกล เดินทางกลับมาศาลอาญาเพื่อยื่นประกันตัว ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลมีคำสั่งในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ 683/2565 หมายเลขแดงที่ อ 3739/2566 น.ส.รักชนก ศรีนอก ไอซ์ จำเลย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

มีคำสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างอุทธรณ์วงเงิน 500,000 บาท (เงินสด 300,000 บาท ตำแหน่ง 200,000 บาท) กำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยกระทำการหรือร่วมกิจกรรมลักษณะเดียวกันกับข้อหาตามคำฟ้องและหรือมีพฤติการณ์ใดๆ ในลักษณะและข้อหาเดียวกัน

หลังจาก ไอซ์ รักชนก ได้ประกันตัว จึงไม่หลุดจากสถานะ สส.ก้าวไกล ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะไปสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

ไอซ์ รัชนก ศรีนอก ยิ้มแย้มหลังศาลให้ประกันตัวไอซ์ รัชนก ศรีนอก ยิ้มแย้มหลังศาลให้ประกันตัว

ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล
ด้อมส้มเฮ'ไอซ์ รักชนก'ได้ประกันวงเงิน 5 แสน คดี112 ไม่หลุดเก้าอี้สส.ก้าวไกล

‘สมศักดิ์’ กำชับ ป.ป.ท. เข้มงวดทุจริต ดันไทยก้าวสู่ 1 ใน 20 ดัชนีรับรู้ทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565332

13 ธ.ค. 2566

ต'สมศักดิ์' กำชับ ป.ป.ท. เข้มงวดทุจริต ดันไทยก้าวสู่ 1 ใน 20 ดัชนีรับรู้ทุจริต

‘สมศักดิ์’ สั่งการ ป.ป.ท. เข้มมาตราการป้องปราม ทุจริตตั้งแต่ต้น อย่ารอเกิดแล้วแก้ หวังเพิ่มคะแนนได้ดัชนีการรับรู้ทุจริต ดันไทยขึ้น 1 ใน 20 หลังตกไปอันดับ 101

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการขับเคลื่อนค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยสู่เป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ (กิจกรรมการสัมมนาเพื่อขับเคลื่อนการประเมินความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบายในการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567) ครั้งที่ 1 โดยมี นายกิตติกร โลห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กว่า 400 คน เข้าร่วม ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การทุจริตในภาครัฐ เป็นปัญหาที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก รวมถึงรูปแบบการทุจริตมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และกระจายตัวอยู่ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย สู่การปฏิบัติ โดยการทุจริตที่ขยายตัว และสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติเป็นอย่างมากคือ การทุจริตเชิงนโยบาย

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐ จึงต้องมีการป้องกันที่ดี เพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน และลดความสูญเสียงบประมาณของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

จึงต้องเดินหน้าแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) เพื่อเน้นมาตรการสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ โดยทำการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริต และหามาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อการทุจริต มาใช้ในการริเริ่มและดำเนินโครงการที่มีวงเงินสูง 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า รวมถึงการขับเคลื่อน แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ 21 การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อมุ่งเน้นให้ภาครัฐ มีความโปรงใส ปลอดการทุจริต โดยมีตัวชี้วัดสำคัญ คือ ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย ตอนนี้อยู่ที่ ลำดับ 101 ที 36 คะแนน ดังนั้นจะทำอย่างไร จะต้องอยู่อันดับ 1 ใน 20 หรือ มีคะแนนประมาณ 73 คะแนน ภายในช่วงปี 2576-2580 

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นอกจากนี้ ยังมีการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ที่เป็นปัญหามาอย่างยาวนาน ทำให้ปัจจุบันมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยการตราพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานกลางสำหรับหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง นำไปใช้ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยต้องคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้ เช่น ให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ 

นายสมศักดิ์ ระบุว่า การประเมินความเสี่ยงการทุจริต จึงเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐ ต้องดำเนินการ เพื่อหามาตรการในการป้องกันการทุจริต และปฏิบัติตามมาตรการควบคุมที่เหมาะสม โดย สำนักงาน ป.ป.ท. ในฐานะที่เป็นกลไกของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ต้องทำการประเมินความเสี่ยงการทุจริต หามาตรการมาอุดช่องว่าง ที่จะเกิดการทุจริต พร้อมมีหน่วยงานตรวจสอบการตามแผนบริหารความเสี่ยงการทุจริตที่กำหนดไว้หรือไม่ เพื่อลดและปิดโอกาสการทุจริตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งตนเห็นความพยายามของ ป.ป.ท. ที่กำลังผลักดันกฎหมาย เพื่อช่วยการป้องกันการทุจริต

โดยรัฐบาลเห็นด้วยกับแนวทางนี้ เพราะการแก้ปัญหาดีที่สุด คือ การป้องปราม และให้ความรู้ ซึ่งอย่ารอให้เกิดการทุจริตแล้วค่อยเข้าไปดำเนินการ ตนต้องขอแสดงความยินดีกับ ป.ป.ท. ที่ร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จะเป็นกฎหมายฉบับแรกที่รัฐบาลเสนอเข้าสู่การพิจารณาในวาระแรกของสภาฯ ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ 

“ไม่ใช่รอให้เกิดการทุจริต แล้วเข้าดำเนินการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเฝ้าะวังตั้งแต่เริ่มด้วยการป้องปราม เชื่อว่า หากป้องกันตั้งแต่เริ่มต้นได้ ตัวเลขคะแนนของเราก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายสมศักดิ์กล่าว 

ต'สมศักดิ์' กำชับ ป.ป.ท. เข้มงวดทุจริต ดันไทยก้าวสู่ 1 ใน 20 ดัชนีรับรู้ทุจริต
ต'สมศักดิ์' กำชับ ป.ป.ท. เข้มงวดทุจริต ดันไทยก้าวสู่ 1 ใน 20 ดัชนีรับรู้ทุจริต

ดับฝัน ‘ประชาธิปัตย์’ ร่วมรัฐบาล ‘เศรษฐา’ โว 314 เสียง เยอะอยู่แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565328

13 ธ.ค. 2566

ดับฝัน ‘ประชาธิปัตย์’ ร่วมรัฐบาล ‘เศรษฐา’ โว 314 เสียง เยอะอยู่แล้ว

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ปัดตอบ ปรับครม. ดับฝัน ประชาธิปัตย์ หลังมีกระแสข่าวจ่อเข้าร่วมรัฐบาล โว มี 314 เสียง เยอะอยู่แล้ว แนะ ให้โอกาส ‘เฉลิมชัย’ ทำงานก่อน

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นายเศรษฐา ทวีสิน นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การคลัง​ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ปีหน้าไม่ได้เป็นห่วงสถานการณ์การเมือง เพราะการเมือง เรามีเสถียรภาพพอสมควร และปัจจุบันนี้บรรยากาศทางการเมือง ตนก็เชื่อว่า พูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

ส่วนที่หลายคนมองว่าผ่านไปแค่ 3 เดือน ทำไมถึงมีกระแสปรับคณะรัฐมนตรี(ปรับครม.)เกิดขึ้น สำหรับท่านนายกฯมีการวางไว้หรือไม่ ว่า จะปรับ ครม.เวลาใด ช่วงใด นายเศรษฐา ยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวว่า “คำถามต่อไปครับ”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า กระแสข่าว ปรับ ครม. มันเกิดขึ้นเมื่อประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้หัวหน้าพรรคใหม่คือนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ขอไปก้าวก่ายพรรคอื่น และเราเองก็ต้องเคารพในการตัดสินใจของเขา 

“ปัจจุบันนี้เราก็มี 314 เสียง เยอะอยู่แล้ว เราต้องให้เกียรติทางพรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็ต้องให้เกียรติทางฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ผมเชื่อว่า ตอนนี้เป็นการบริหารจัดการภายในของเขา คุณเฉลิมชัย ก็เพิ่งเข้ามาได้ 2-3 วันเอง ก็ต้องให้โอกาสเขาทำงานหรือบริหารพรรคเขาไปก่อน” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ดับฝัน ‘ประชาธิปัตย์’ ร่วมรัฐบาล ‘เศรษฐา’ โว 314 เสียง เยอะอยู่แล้ว

‘วิโรจน์’ ชี้เคส ‘ไอซ์ รัชนก’ สส.ก้าวไกล สะท้อนปัญหา ‘ม.112’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565324

13 ธ.ค. 2566

‘วิโรจน์’ ชี้เคส ‘ไอซ์ รัชนก’ สส.ก้าวไกล สะท้อนปัญหา ‘ม.112’

‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ ชี้จำคุก ‘ไอซ์ รักชนก’ สะท้อนปัญหาของ ‘ม.112’ ได้อย่างชัดเจน หวังว่าจะทำให้สังคมไทย ได้เห็นถึงปัญหาและความพยายามของ ‘ก้าวไกล’ ที่จะแก้ไขกฎหมายมาตรานี้

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยภายหลังศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก 6 ปี ไอซ์ รักชนก หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) โดยไม่รอลงอาญา ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ ว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการขอประกันตัว ส่วนรายละเอียดของคำพิพากษาของศาลอาญานั้น รอความชัดเจนเพิ่มเติมอยู่ ซึ่งไม่ขอชี้แจงรายละเอียดเพราะ กลัวจะสื่อสารกันผิดพลาด

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความกังวล เพราะทราบในเหตุการณ์ในลักษณะนี้อยู่แล้ว เบื้องต้นยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และตนเชื่อว่าจะมีการประกันตัวและขออุทธรณ์ในชั้นศาลต่อไป 

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

“กรณีของ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ทำให้เห็นถึงปัญหาของ ม.112 ได้อย่างชัดเจนอีกแล้ว หวังว่าจะทำให้สังคมเห็นถึงปัญหาและความพยายามที่จะแก้ไข กฎหมายมาตราดังกล่าวของพรรคก้าวไกล”นายวิโรจน์ กล่าว 

เลขาธิการ กกต.  สงวนท่าที ‘ไอซ์ รักชนก” ต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปี 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565312

13 ธ.ค. 2566

เลขาธิการ กกต.  สงวนท่าที 'ไอซ์ รักชนก" ต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปี 

เลขาธิการ”กกต.”   แสวง บุญมี  เลี่ยงที่จะออกความเห็นในเวลานี้  ต่อสถานภาพ สส.ของ ” ไอซ์ รักชนก” รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล  หลังมีคำพิพากษาศาลอาญาจำคุก 6 ปี คดี  ม.112 -พ.ร.บ.คอมฯ โดยกระบวนการที่จะมีพ้นต่อสถานะ สส. ต้องรอดูขั้นตอนการขอประกันตัว 

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง   ( กกต. )  เปิดเผยว่า  ตามที่  น.ส.รักชนก ศรีนอก  “ไอซ์  รักชนก”   สส.กรุงเทพฯ  พรรคก้าวไกล ถูกศาลอาญา พิพากษา  ในความผิด  ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3,14  พิพากษาลงโทษจำคุกรวม  6 ปี  โดยไม่รอลงอาญา   ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอประกันตัว ซึ่งหากไม่ได้ประกันตัว อาจหลุดจากตำแหน่ง สส.    กระบวนการขณะนี้  คือให้รอดูการประกันตัว ซึ่งตามกฎหมายมาตรา ม.101(6) ประกอบม. 98 (6) ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับน.ส.รักชนก โดยตรง   ต้องรอดูว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่ ตนไม่อยากจะคิดว่า จะไม่ได้ประกันตัวแต่กฎหมายเขียนไว้แบบนั้น ซึ่งต้องดูว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่  ยังไม่อยากให้รายละเอียดมากไปกว่านี้ ขอรอดูการประกันตัวก่อน  

 อนึ่ง สำหรับ มาตรา101(6) บุคคลที่มีคุณสมบัติอื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ประกอบ มาตรา 98(6) ที่ระบุว่า บุคคลผู้มีลักษณะต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล ดังนั้นหากนางสาวรักชนกได้รับการประกันตัวในวันนี้ก็ยังไม่หลุดจากตำแหน่งสส. แต่หากไม่ได้ประกันตัวในวันนี้ ก็ถือว่าพ้นจากการ
เป็นสส.

เลขาธิการ กกต.  สงวนท่าที 'ไอซ์ รักชนก" ต้องคำพิพากษาจำคุก 6 ปี 

รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคก้าวไกล 

เส้นทาง ‘ไอซ์ รักชนก’ จากเซเลบคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองผู้ล้มยักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565305

13 ธ.ค. 2566

เส้นทาง 'ไอซ์ รักชนก' จากเซเลบคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองผู้ล้มยักษ์

เส้นทางชีวิต ‘ไอซ์ รักชนก’ จากแม่ค้าออนไลน์ กลายเป็นเซเลปคลับเฮาส์ โดนตบหน้า สู่นักการเมืองหญิงอายุน้อยผู้โค่นยักษ์

ศาลอาญาตัดสินคดีของ “ไอซ์ รักชนก” หรือ รักชนก ศรีนอก สส. พรรคก้าวไกล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคำตัดสินที่ออกมานั้น ศาลอาญาได้ตัดสินโทษจำคุก ไอซ์ รักชนก 6 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดี ม.112 ในความผิดฐาน ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์พ.ศ.2550 มาตรา 3,14

ไอซ์ รักชนกไอซ์ รักชนก

หลายคนรู้จัก “ไอซ์ รักชนก” ในฐานะนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมานานก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างจริงจังสำหรับเส้นทางของ “ไอซ์ รักชนก” นักการเมืองจากพรรคก้าวไหล ที่มีอายุเพียง 29 ปี เธอโด่งดังมาจากแอปฯ คลับเฮาส์ เพราะเคยมีการตั้งประเด็นคำถามต่อ Tony Woodsome ซึ่งเป็นยูเซอร์เนม ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้สำหรับเล่น คลับเฮาส์  ณ ตอนนั้นจน “ไอซ์ รักชนก” ได้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก

ไอซ์ รัชนก ไอซ์ รัชนก

แต่เรื่องที่ทำให้ “ไอซ์ รัชนก” กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะเธอเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ฝีปากกล้าเท่านั้น เพราะในช่วงปี 2564 ไอซ์ รัชนก มีประเด็นกับ ต้อม ยุทธเลิศ ผู้กำกับภาพยนต์ชื่อดัง โดย “ไอซ์ รัชนก” ได้ออกมาแฉว่า เธอถูกผู้กำกับชื่อดัง ตบหน้าและถีบ ทำร้ายร่างกายบริเวณท่าเรือคลองสาน เนื่องจากมีปัญหากัยและ “ไอซ์ รัชนก”  ถูกกล่าวหาว่าโกงเงินม็อบทั้งๆที่ไม่มีหลักฐาน หลังจากประเด็นดังนั้นถูกแพร่สะพัดออกไปก็ทำให้ “ไอซ์ รักชนก”  ได้รับความสนใจจากสังคมมากยิ่งขึ้น

  • เส้นทางการเมืองของ “ไอซ์ รักชนก” กับการโค่นยักษ์ใหญ่อย่าง วัน อยู่ยำรุง

“ไอซ์ รักชนก”  โลดแล่นอยู่บนเส้นทางการเมือง มาอย่างต่อเนื่องมีม็อบที่ไหน มีไอซ์ ที่นั้น จากหญิงสาวที่เรียนจบจาก คณะด้านวิทยาศาสตร์ สาขาสถิติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทำอาชีพขายของออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม สู่เส้นทางการเมือง โดยเธอได้ลงสมัครเป็น สส. สังกัดพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้ง 2566 โดยเธอเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 28 ประกอบด้วย เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน) เขตบางบอน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนักการเมืองดั่งเดิมอย่าง นายวัน อยู่บำรุง ที่ครองคะแนนเสียงจากคนในย่านนี้มาอย่างยาวนาน และไม่มีพรรคการเมืองไหนสามารถโค่น วัน อยู่บำรุง ลงได้

“ไอซ์  รักชนก” กลับเป็น สส. หญิง คนแรกที่สามารถเรียกคะแนนจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นมาได้ และโค่นยักษ์ใหญ่อย่างลูกพี่ วัน อยู่บำรุง ได้สำเร็จ สามารถคว้าเก้าอี้ ฝ่าด่านตรวจคุณสมบัติ สส. จนเข้าไปนั่งในสภาฯ ได้ และแน่นอนว่าระหว่างที่ทำหน้าที่ สส. ไอซ์ รักชนก ลงพื้นที่ดูแลสารทุกข์ สุขดิบ ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และในระหว่างที่ต้องเข้าประชุม เธอก็ ได้เแสดงลีลาการอภิปราย อย่างฉะฉาน ชัดเจน ตรงไปตรงมาเช่นกัน

จากนี้ต่อไปคงจับติดตามเส้นทางชีวิตของ ไอซ์  รักชนก ศรีนอก ต่อว่าจะเป็นอย่างไร เธอจะได้ไปต่อในเส้นทางการเมือง หรือจะต้องติดคุกตามคำสั่งศาลหรือไม่

‘รมว.ธรรมนัส’เปิดประชุมเวทีข้าวไทย พร้อมปาฐกถาพิเศษ‘นโยบายรัฐกับอนาคตข้าวไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774901

‘รมว.ธรรมนัส’เปิดประชุมเวทีข้าวไทย พร้อมปาฐกถาพิเศษ‘นโยบายรัฐกับอนาคตข้าวไทย’

‘รมว.ธรรมนัส’เปิดประชุมเวทีข้าวไทย พร้อมปาฐกถาพิเศษ‘นโยบายรัฐกับอนาคตข้าวไทย’

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.04 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเวทีข้าวไทย ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “อนาคตข้าวไทย : โอกาสและความท้าทาย” โดยมี​ นายณัฏฐกิตติ์  ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ ตลอดจน​ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวจากหลากหลายแขนงเข้าร่วม​ ณ ห้องประชุมสุธรรมอารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ

ในโอกาสนี้​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายรัฐกับอนาคตข้าวไทย” ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับข้าวซึ่งเป็นสินค้าเกษตรหลักของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถด้านการผลิตและการตลาดตลอดโซ่อุปทาน โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1) ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้ได้สายพันธุ์ข้าวที่หลากหลายตรงความต้องการของตลาด มีความต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง มีรายได้เพิ่มขึ้น 2) นำเครื่องจักรกล เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต เพื่อลดต้นทุนด้านการเกษตร 3) ส่งเสริมการทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพภูมิอากาศ ลดการเผาตอซังในไร่นา ส่งเสริมให้เกษตรกรนำเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นามาใช้ประโชน์ สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การผลิตปุ๋ย การนำไปเป็นอาหารสัตว์ และการนำไปใช้ในโรงไฟฟ้าชีวมวล ช่วยลดมลพิษทางอากาศ PM 2.5 4) สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าว สามารถพึ่งพาตนเองได้  5) ส่งเสริมการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานรองรับตรงตามความต้องการของตลาด 6) ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และ 7) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการโลจิสต์เพื่อการส่งออกข้าวไทย การส่งเสริมหาตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อ การเจาะกลุ่มตลาดข้าวเฉพาะ สร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณค่าและคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าข้าวไทย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณีที่มีประเด็นพันธุ์ข้าวไทยไม่ติดอันดับในการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก The World’s Best Rice 2023 ในปีนี้นั้น ขอชี้แจงว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยไม่ได้ส่งพันธุ์ข้าวเข้าประกวด ซึ่งหน่วยงานที่ส่งเข้าประกวดคือ กระทรวงพานิชย์ และสมาคมผู้ส่งออกข้าว สำหรับกรณีการลักลอบนำเข้าสายพันธุ์ข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาปลูกในไทยนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แม้จะปลูกได้ปริมาณที่มากกว่าหรือเท่ากัน แต่ขอให้คำนึงถึงคุณภาพและเป็นสำคัญ เนื่องจากสายพันธุ์ข้าวไทยมีอัตลักษณ์เฉพาะ ซึ่งกรมการข้าวต้องสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับแก่เกษตรกร อีกทั้งได้เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้สำหรับฤดูกาลผลิตหน้าแล้ว ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญจะทำอย่างไรให้เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพดี ผลผลิตต่ำ กรมการข้าวจึงต้องตระหนักและมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ทนทานต่อโรค และตรงความต้องการของตลาดโลกเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย

สำหรับการประชุมเวทีข้าวไทย ประจำปี 2566 จัดโดย มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับภาคีองค์กรพันธมิตร ได้แก่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นถึงโอกาส ปัญหาและความท้าทายของเศรษฐกิจข้าวไทย นำไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการกำหนดทิศทางและสร้างยุทธศาสตร์ข้าว นำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวและชาวนาไทยให้ปรับตัวก้าวทันกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ