ผู้นำอิสราเอลลงดาบ รัฐมนตรีขวาจัด แนะใช้นิวเคลียร์ถล่มกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738358

ผู้นำอิสราเอลลงดาบ รัฐมนตรีขวาจัด แนะใช้นิวเคลียร์ถล่มกาซา

6 พ.ย. 2566 03:00 น.

ผู้นำอิสราเอลลงดาบ รัฐมนตรีขวาจัด แนะใช้นิวเคลียร์ถล่มกาซา

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลลงโทษรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัด หลังพูดเป็นนัยเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีฉนวนกาซา โดยผู้นำอิสราเอลย้ำว่า พวกเขาทำตามกฎหมายระหว่างประเทศเสมอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2566 ว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของประเทศตุรกี สั่งพักงานรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัด ไม่ให้เข้าร่วมการประชุมของรัฐบาล จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังจากชายคนนี้ออกมาพูดในเชิงว่า การทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ในฉนวนกาซา เป็นหนึ่งในวิธีจัดการกับวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น

คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดย นายอามิเชย์ เอลิยาฮู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมรดกทางวัฒนกรรม ถูกถามขณะร่วมรายการวิทยุของสถานี ‘Radio Kol Berama’ ว่า ควรใช้ระเบิดนิวเคลียร์ในกาซาหรือไม่ ซึ่งนายเอลิยาฮูตอบว่า “นั่นเป็นวิธีหนึ่ง” ก่อนจะพูดว่า คำตอบของเขาไม่ได้หมายความตามตัวอักษร

อย่างไรก็ตาม คำพูดของนายเอลิยาฮูทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จนนายเนทันยาฮูมีคำสั่งลงโทษ โดยระบุผ่าน X ว่า “คำพูดของรัฐมนตรีเอลิยาฮูไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อิสราเอลและ IDF ปฏิบัติงานโดยสอดคล้องกับมาตรฐานสูงสุดของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เราจะทำเช่นนั้นต่ออไปจนกว่าเราจะได้รับชัยชนะ”

ด้านนายเอลิยาฮูแก้ตัวผ่านโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า “มันชัดเจนสำหรับคนที่มีสติทุกคนว่า คำพูดนั้นเกี่ยวกับระเบิดปรมาณู มีความหมายเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น”

ทั้งนี้ นายเอลิยาฮูเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรค ‘ออตซ์มา เยฮูดิต’ (Otzma Yehudit) ฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล ซึ่งนำโดย นายอิตามาร์ เบน-เกวียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ โดยที่ทั้งนายเอลิยาฮูและนายเบน-เกวียร์ ไม่ได้เป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีสงคราม ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังฮามาสเปิดฉากโจมตีเมื่อ 7 ต.ค.

อนึ่ง เชื่อกันว่า อิสราเอลเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง แต่พวกเขาไม่คอยออกมายอมรับอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เหตุจับตัวประกันที่สนามบินฮัมบูร์กยุติแล้ว คนร้ายยอมมอบตัว-เด็กปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738355

เหตุจับตัวประกันที่สนามบินฮัมบูร์กยุติแล้ว คนร้ายยอมมอบตัว-เด็กปลอดภัย

6 พ.ย. 2566 01:15 น.

เหตุจับตัวประกันที่สนามบินฮัมบูร์กยุติแล้ว คนร้ายยอมมอบตัว-เด็กปลอดภัย

ชายผู้ก่อเหตุจับเด็กเป็นตัวประกันที่สนามบินฮัมบูร์ก ยอมมอบตัวแล้ว หลังเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่นานถึง 18 ชั่วโมง ขณะที่เด็กไม่ได้รับบาดเจ็บ 

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันเสาร์ที่ 4 พ.ย. 2566 ตามเวลาเยอรมนี เกิดเหตุชายคนหนึ่งขับรถยนต์พุ่งฝ่ารั้วรักษาความปลอดภัยของสนามบินในเมืองฮัมบูร์ก เข้าพื้นที่จอดเครื่องบินแล้วไปจอดรถใกล้เครื่องบินลำหนึ่งของสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ ก่อนจะใช้อาวุธจับลูกสาววัย 4 ขวบของตัวเองที่พามาด้วยเป็นตัวประกัน และขังตัวเองเอาไว้ในรถ

ตามการเปิดเผยของตำรวจ ชายคนนี้ยิงปืนขึ้นฟ้า 2 ครั้ง และขว้างขวดติดไฟจำนวนหนึ่งออกมาจากรถ แต่ไม่แน่ชัดว่าเขามีวัตถุระเบิดในครอบครองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจากเผชิญหน้ากันอยู่นานร่วม 18 ชั่วโมง ชายคนนี้ก็ยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่โดยไม่ขัดขืน ส่วนเด็กไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร โดยมีรายงานว่า แม่เด็กแจ้งความกับตำรวจว่าลูกวัย 4 ขวบของเธอถูกลักพาตัวไป

ด้านนางแซนดรา เลฟกรูเอิน โฆษกตำรวจเมืองฮัมบูร์ก เปิดเผยในช่วงเช้าวันอาทิตย์ว่า ชายผู้ก่อเหตุไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขบ้างข้อที่เจ้าหน้าที่ตั้งไว้ในการจัดการสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร และต้องการพาลูกเดินทางไปตุรกีด้วยกัน

ขณะที่สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เจรจากับชายคนนี้ผ่านล่ามภาษาตุรกี แต่ยังไม่แน่ชัดว่า เขามีความเกี่ยวข้องกับประเทศตุรกีอย่างไร

ทั้งนี้ เหตุจับตัวประกันทำให้สนามบินฮัมบูร์กถูกปิด กระทบเที่ยวบินขาเข้าและขาออกถึง 286 เที่ยวบิน และผู้โดยสารอีกราว 34,500 คน โดยเจ้าหน้าที่สนามบินระบุว่า พวกเขากำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้บริการต่างๆ กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนปาลยุติค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว พบผู้เสียชีวิต 157 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738351

เนปาลยุติค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว พบผู้เสียชีวิต 157 ศพ

5 พ.ย. 2566 23:45 น.

เนปาลยุติค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหวแล้ว พบผู้เสียชีวิต 157 ศพ

เจ้าหน้าที่เนปาลยุติปฏิบัติการค้นหาผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวแล้ว หันมามุ่งเน้นช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่กำลังต้องการอาหารและที่อยู่อาศัยอย่างเร่งด่วน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศเนปาลยุติปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเหยื่อแผ่นดินไหวแล้วในวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2566 หรือราว 36 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุธรณีพิโรธ ความรุนแรง 5.6 แมกนิจูด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจะหันไปมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวนมาก ที่กำลังต้องการอาหารและที่พักอาศัยอย่างเร่งด่วน

เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในภาคตะวันตกของประเทศเนปาล เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 157 ศพ โดยเฉพาะที่หมู่บ้าน นัลกาด (Nalgad) ในเขตจาจาร์คอต (Jajarkot) ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุด มีผู้เคราะห์ร้ายถึง 105 ศพ ส่วนที่เหลือพบในเขตรูคุม (Rukum) มีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 100 ราย

ข่าวระบุว่า ชาวบ้านที่รอดชีวิตจำนวนมากต้องนอนกลางแจ้ง เนื่องจากบ้านที่ทำจากดินโคลนของพวกเขาพังทลาย เพราะแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว โดยหนึ่งในผู้รอดชีวิตบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า ความช่วยเหลือยังส่งไปไม่ถึงพวกเขา ผู้คนกำลังต้องการอาหารและเต็นท์ที่พักอย่างเร่งด่วน

นายฮาริช จันทรา ชาร์มา เจ้าหน้าที่เขตจาจาร์คอต กล่าวว่า ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งความสนใจไปที่การช่วยเหลือผู้ประสบภัย “เมื่อคืนเป็นคืนที่ยากลำบาก และเรากำลังพยายามส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว” “สิ่งของจำนวนหนึ่งส่งไปถึงแล้ว แต่เราต้องส่งไปให้ถึงทุกพื้นที่”

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นสร้างแรงสั่นสะเทือนส่งไปถึงกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกือบ 500 กม. แต่ไม่มีรายงานความเสียหายจากฝั่งอินเดีย

ที่มา : cna

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562742

05 พ.ย. 2566

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

‘เต้ 007’ พร้อมอ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ สส.ก้าวไกลเข้าร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ เผยเป็นคนสองแคว จ.พิษณุโลกเหมือนกัน ชี้โทษเบากว่า สส.ปูอัด เยอะ ควรให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในสภา

นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผย ถึงการพูดคุยกับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล หรือ สส.แจ้ ถูกพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรคว่า ในฐานะคนบ้านเดียวกันเกิดจังหวัดพิษณุโลก เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน และยังจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) เช่นกัน 

และ สส.แจ้ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศให้ตนได้ทราบว่า เป็นอย่างไร ซึ่งไม่ถึงขั้นเป็นการคุกคามทางเพศ และเท่าที่ดูก็เป็นโทษที่เบากว่านายไชยยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล

และเห็นว่า นายวุฒิพงษ์ ควรมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีก 3 ปี ในช่วงที่เป็น สส.อยู่ในสภา และหากพ้นสมาชิกภาพไปก็จะต้องเสียเงินค่าเลือกตั้งใหม่ จึงได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค และ เห็นตรงกันว่า พร้อมจะยอมรับนายวุฒิพงษ์ เข้ามาเป็น สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะดูแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทุจริตคอรัปชัน หรือกระทำความผิดอาญา

สส.แจ้ สส.แจ้

นายมงคลกิตต์ ระบุด้วยว่า กรณีของสมาชิกพรรคก้าวไกลน่าจะมีอีกหลายคน ซึ่งมีคนมาร้องเรียนที่ตนหลายเคส เป็นผู้สมัครจากพื้นที่อีสาน โดนข้อหาข่มขืนซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วหลุดคดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ดังนั้น จึงเห็นว่า กรณีของ สส.แจ้ เบากว่าเยอะ และไม่กังวลว่า การที่รับเข้าพรรคฯ จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค จึงควรให้โอกาส แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส.แจ้ ด้วย

เต้ 007เต้ 007

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ ‘ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล’ เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562737

05 พ.ย. 2566

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ 'ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล' เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

‘วุฒิพงศ์’ โวยถูกไล่ตีไม่เลิก แม้ถูกขับพ้นพรรคก้าวไกลแล้ว ชี้หากพรรคยังปล่อยปะ ขู่งัดหลักฐานฉะ ผู้ช่วย สส.กรรมการบริหารก้าวไกล พัวพันเอื้อรับผลประโยชน์ โรงงานกำจัดขยะ ลั่นต้องการสร้างการเมืองไร้ทุจริต

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2566 นายวุฒิพงศ์ หรือแจ้ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ซึ่งโดนขับพ้นพรรคก้าวไกล จากกรณีแชตคุกคามทางเพศทีมงาน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุ ว่า “ผมหยุดให้ข่าวไปหลังจากแถลงไปวันเเรก แต่ ผช.สส.ของกรรมการบริหารพรรคบางท่าน ยังคงไล่ตีผมไม่หยุด หรือต้องให้ผมพูดทั้งหมด ตามข้อมูลหลักฐานที่ผมเคยให้พรรคไป ผู้ช่วย สส.ของปราจีนบุรี จากโควต้าของพรรค คนนี้ เกี่ยวพันกับการเอื้อรับผลประโยชน์จากโรงงานกำจัดขยะหลายล้านบาท

ส่วนเรื่องจะทุจริตหรือไม่ทุจริตก็ไปว่ากันในพรรค ซึ่งผมเดินออกมาแล้ว คงไม่ขอก้าวล่วงกระบวนการ แต่หากพรรคยังปล่อยปะ ให้ผู้ช่วยของกรรมการบริหารพรรค ปล่อยข่าวมูลต่างๆ และสร้างความเสียหายกับผมเช่นนี้ ผมอาจจำเป็นต้องชี้แจงจากหลักฐานทั้งหมด ผมต้องการทำ และสร้างการเมืองที่ไม่ทุจริต

‘วุฒิพงศ์’ ขู่แฉกลับ 'ผู้ช่วยสส.ก้าวไกล' เอี่ยวรับใต้โต๊ะ โรงงานกำจัดขยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิพงศ์ หรือแจ้ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล หลังพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรค จะต้องหาพรรคการเมืองใหม่ สังกัดภายใน 30 วัน 

ด่วน ‘ก้าวไกล’ นัดประชุมขับออก ‘ปูอัด’ 6 พ.ย. ซัดไม่ยอมรับผิด-ขอโทษเหยื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562735

05 พ.ย. 2566

ด่วน ‘ก้าวไกล’ นัดประชุมขับออก ‘ปูอัด’ 6 พ.ย. ซัดไม่ยอมรับผิด-ขอโทษเหยื่อ

กรรมการบริหารพรรคก้าวไกลพิจารณา ‘ปูอัด ไชยามพวาน’ ไม่ยอมรับผิด-ไม่ขอโทษผู้เสียหายอย่างจริงใจ ถือเป็นการฝ่าฝืนมติพรรค นัดประชุมขับออกจากพรรค 6 พ.ย.นี้

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาสัมพันธ์พรรคก้าวไกล ได้แจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวพรรคก้าวไกล ระบุว่าจากการที่คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลมีมติว่า ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ กระทำการฝ่าฝืนวินัยสมาชิกพรรคอย่างร้ายแรง กรณีแสดงออกในทางตรงข้ามกับอุดมการณ์อันเป็นค่านิยมที่สําคัญของพรรค และกระทําการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรําคาญทางเพศต่อบุคคลอื่น

โดยในที่ประชุมร่วมกันระหว่าง สส.และคณะกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันพุธที่ 1 พ.ย. 2566 ได้มีมติให้ลงโทษด้วยการตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรค และกำหนดเงื่อนไขให้ดำเนินการ ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขกำหนดว่า ต้องแถลงยอมรับผิดและขอโทษในทางสาธารณะต่อสังคมกับผู้เสียหายทั้งสามรายอย่างจริงใจต่อการกระทําผิดทางวินัยดังกล่าว โดยต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันเสาร์ที่ 4 พ.ย.2566 และให้ยุติการก่อความเสียหายต่อผู้เสียหายทั้งสามรายโดยทางตรงและทางอ้อมโดยพลันนับแต่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ในวันนี้(5 พ.ย.) เวลา 13:00 น. คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลได้นัดประชุมและลงความเห็นว่า การแถลงข่าวของไชยามพวานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการสำนึกหรือยอมรับว่าพฤติการณ์ของตนเข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศ 

อีกทั้งยังไม่ได้ขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจ ตลอดจนยังได้กระทำการก่อความเสียหายต่อผู้เสียหายโดยการเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียหายด้วย คณะกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติว่า ให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณเพื่อดำเนินกระบวนการวินัยสมาชิกพรรคต่อไปตามข้อบังคับพรรค 

โดยมีบทลงโทษขั้นสูงสุดคือการพิจารณาขับพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคในที่ประชุมร่วมกันระหว่าง สส.และคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เร็วสุดในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.นี้

‘พักโทษ’ 2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช’ คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562733

05 พ.ย. 2566

'พักโทษ' 2 พี่น้อง 'เทพไท-มาโนช' คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช เสนพงศ์’ ได้รับการพักโทษ คดีทุจริตเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ปี 2557 ปล่อยตัวพรุ่งนี้ มีเงื่อนไขติดกำไล EM 8 เดือนแทน ทั้งคู่เตรียมวิ่งจากเรือนจำกลับบ้านแก้บน

คืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2565 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ 174/2562 หมายเลขแดงที่ 485/2563 มี นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พี่ชายนายมาโนช จำเลยที่ 2 คดีกระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ก่อนถูกคุมตัวไปจำคุกที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.66 นายครรชิต เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท ระบุว่า หลังจาก นายเทพไท เสนพงศ์ และนายมาโนช เสนพงศ์ ได้ถูกจำคุกในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มาเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว และเข้าเกณฑ์ได้รับการ พักโทษ หลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ตนและญาติๆ ได้รับแจ้งจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย.) เวลา 09.00 น. ทางเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จะมีการปล่อยตัว นายเทพไท และนายมาโนช เสนพงศ์ พร้อมกันทั้ง 2 คน โดยมีเงื่อนไขต้องใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความดีใจให้ญาติๆ คนในครอบครัวในตระกูลเสนพงศ์ รวมทั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างดีใจ

นายครรชิต ระบุว่า ในพรุ่งนี้(6พ.ย.2566) ทางญาติๆและกองเชียร์และชาวบ้านจำนวนมากจะเดินทางไปรับนายมาโนชและนายเทพไท เสนพงศ์ ออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชด้วยความคึกคักแน่นอน เพราะนายเทพไท มีคนที่รักใคร่จำนวนมาก และทราบจากนายเทพไท ว่าหลังจากเสร็จขั้นตอนใส่กำไล EM แล้ว และออกจากเรือนจำแล้วทราบว่านายเทพไทและนายมาโนช เสนพงศ์ พี่ชายของตนเองจะวิ่งออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่บ้านพักที่สี่แยกหัวถนนศาลามีชัยระยะทาง 10 กิโลเมตร(กม.)เพื่อเป็นการแก้บนอีกด้วย

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562728

05 พ.ย. 2566

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา มอง สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรได้รับการอภัย ชี้ต่างจากคดีการเมือง จี้รัฐบาลเพื่อไทยรีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบ ก้าวไกล เปิดประชุมสภาสมัยหน้า

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องความผิดของ สส.พรรคก้าวไกล เรื่องการละเมิดทางเพศ กับเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ใครควรได้รับการนิรโทษว่า การข่มขู่คุกคามทางเพศของ สส.พรรคก้าวไกล เป็นการกระทำที่ทั้งพรรคและสังคมประนาม 

ทั้งเป็นการกระทำที่เป็นเรื่องส่วนตัวของ สส.ไม่ใช่เป็นเรื่องของประเทศชาติ และประชาชน หรือเรื่องทางการเมืองแต่อย่างใด จะถูกขับไล่ หรือจะถูกสังคมประนาม หรือถูกดำเนินคดีอาญาก็เป็นเรื่องของ สส.คนนั้น ไม่ควรที่จะได้รับการอภัย หรือนิรโทษกรรมแต่อย่างใด เพราะหากผิด ก็ต้องผิด และต้องว่ากันให้สุด ๆ


แต่การเคลื่อนไหวและการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง นปช. กปปส. ตลอดจนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ นายวันชัย มองว่า เป็นการกระทำ และเป็นการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้มีจิตคิดชั่ว แม้จะผิดกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องการเมือง ไม่ควรจะเอาเป็นเอาตาย 

เพราะปัจจุบันเกือบสองทศวรรษ หรือ 20 ปีแล้ว จะโกรธเกลียด ห้ำหั่นกันด้วยสาเหตุใด และผู้มีอำนาจบางคนบางพวก ก็ได้ดิบได้ดี ได้เสวยสุขเสวยอำนาจ

ดังนั้น จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง รู้เช่นเห็นชาติเกี่ยวกับ

เรื่องนี้เป็นอย่างดี แทนที่จะเป็นคนเริ่มต้น กลับให้พรรคก้าวไกลเขาทำแทน ซึ่งนายวันชัย มองว่า น่าอาย 

ดังนั้น หากรัฐบาล จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบใด ก็ควรรีบดำเนินการประกบเข้าไป หรือเปิดประชุมสมัยหน้า ก็รีบเสนอเข้าสภาให้จบในสมัย เพราะหาก เอ้อเร่อ เอ้อเต่อต่อไป เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำ

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562727

05 พ.ย. 2566

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

“ชนินทร์” เผย ‘นายกฯ’ เร่งสร้างความพร้อมพื้นที่ EEC ดึงดูดการลงทุน เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่นใน60วัน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวถึงการเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ตนได้มีโอกาสร่วมคณะในฐานะตัวแทนของรองนายกภูมิธรรม เวชยชัย ที่ติดภารกิจไปร่วมเปิดงานแสดงสินค้านานาชาติที่ประเทศจีน หรือ CIIE โดยการตรวจราชการครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดการการลงทุนจริงของภาคเอกชนในพื้นที่อีอีซีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเร่งสร้างงาน สร้างการผลิต และมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องให้หน่วยงานต่างๆบูรณาการการทำงาน และสื่อสารความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้ชัดเจน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

ทั้งการเดินทาง การขนส่งสินค้า การบริการน้ำ การบริการไฟฟ้า และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้เอกชนต่างๆที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนมาร่วมลงทุนในประเทศในช่วงที่ผ่านมา และที่เตรียมการจะเชิญชวนต่อในเร็วๆนี้

นายชนินทร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย หาแนวทางที่จะเร่งรัดการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังส่วนต่อขยายให้ดำเนินการได้ตามแผน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งสินค้ารองรับเพียงพอ และได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ว่าได้มีการปรับแผนการผันน้ำเพื่อรองรับช่วงที่คาดว่าน้ำจะน้อยลงแล้ว จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการใช้งานทั้ง 4 วัตถุประสงค์

ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการดำรงระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมถึงเป็นสักขีพยามการประกาศความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนผู้ได้รับสัมปทานทั้ง 2 รายคือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ อีกด้วย

“เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ และการลดอุปสรรคที่ขวางการตัดสินใจลงทุนของเอกชนในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อหาข้อสรุปทุกกรณีให้ชัดเจนภายใน 60 วันก่อนกลับลงมาตรวจราชการในพื้นที่นี้อีกครั้งหนึ่ง” นายชนินทร์กล่าว

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562726

05 พ.ย. 2566

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

นิด้าโพล เป็นความคิดเห็นประชาชน ไม่เห็นด้วย ที่กำหนดเกณ์เงินเดือนถึง 50.08 % ระบุควรจ่ายทุกกลุ่ม สามารถใช้จ่ายได้ทั่วประเทศ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “หลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 ระบุว่า จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านเกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด รองลงมา ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 62.60 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน รองลงมา ร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.01 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.74 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.93 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.74 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 94.81 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.82 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.37 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 33.43 สถานภาพโสด ร้อยละ 63.82 สมรส และร้อยละ 2.75 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.43 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 37.78 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.17 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.42 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.20 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.32 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.48 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.07 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.91 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.72 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.23 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.27 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 23.28 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.63 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 9.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.39 ไม่ระบุรายได้