กลั้นไม่ไหว! นักแสดงหนุ่ม’โอ๊ตมีล’ร่ำไห้ ไปตัดผมแต่ถูกตัดหูสุดท้ายเป็นแผลเป็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767407

กลั้นไม่ไหว! นักแสดงหนุ่ม'โอ๊ตมีล'ร่ำไห้ ไปตัดผมแต่ถูกตัดหูสุดท้ายเป็นแผลเป็น

กลั้นไม่ไหว! นักแสดงหนุ่ม’โอ๊ตมีล’ร่ำไห้ ไปตัดผมแต่ถูกตัดหูสุดท้ายเป็นแผลเป็น

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.57 น.

6 พฤศจิกายน 2566 ผู้ใช้งานติ๊กต็อก (TikTok) “Oatmeal” ซึ่งเป็นของนักแสดงชาย สังกัด เอ็มโฟลว์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด โดยหลังจากที่เจ้าตัวออกมาอัดคลิปพร้อมขอความช่วยเหลือจากพี่ๆสื่อมวลชน ระบุข้อความว่า 

“ในวันที่ 28 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ผมไปรับบริการตัดผมที่ร้านตัดผม ย่านทองหล่อ แล้วเกิดอุบัติเหตุ ช่างตัดผมตัดหู และเย็บไป 7 เข็มครับ หลังจากนั้นทางช่างจ่ายค่ารักษาพยาบาลไป 15,375 บาท และไม่มีการรับผิดชอบอะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้ครับ มีการเจรจาไปแล้ว 1 ครั้ง ช่างตัดผมไม่ให้ค่าสินไหมใดๆ ทดแทน

แต่จะให้เงิน 1,500 บาทไปทำประกันที่พ่วงกับบัตรเครดิตครับ ซึ่งผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะให้ไปคุ้มครองตอนไหน ในเมื่อผมเจ็บตัวไปแล้ว และบอกว่าจะดูแลเรื่องแผลเป็น แต่พอสังกัดผมทักถามไป ก็ไม่มีการรับผิดชอบใดๆ กลับเงียบเฉย ตอนนี้ผมเป็นแผลเป็นที่ติ่งหูด้านขวาครับ และเสียสุขภาพจิตมากๆ ผมในฐานะนักแสดงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ผมไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้เลยครับ ทั้งๆ ที่ผมโดนตัดหูแท้ๆ วันนี้ผมจึงรวบรวมความกล้าที่อยากจะติดต่อพี่ๆ สื่อมวลชนในการขอความช่วยเหลือเพื่อความเป็นธรรมครับ”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7297852634751356166?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F767407

เปิดวาร์ป ‘สามหุ่นยนต์เอไอ’ สุดแซ่บ! จากภาพยนตร์สุดสยิว ‘My Next Doll’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767328

เปิดวาร์ป ‘สามหุ่นยนต์เอไอ’ สุดแซ่บ!  จากภาพยนตร์สุดสยิว ‘My Next Doll’

เปิดวาร์ป ‘สามหุ่นยนต์เอไอ’ สุดแซ่บ! จากภาพยนตร์สุดสยิว ‘My Next Doll’

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮากันเป็นอย่างมาก! หลังจากที่ภาพยนตร์ไทยคอเมดี้ เซ็กซี่ หวาบหวิว เรื่อง “My Next Doll ยัยตุ๊กตาซ้อมรักยกกำลังสอง” ภายใต้การผลิตโดย “โมโนออริจินอล” ดูได้ไม่มีเซ็นเซอร์ที่ MONOMAX (โมโนแมกซ์) ได้ออนแอร์ไปไม่ทันไร ความร้อนแรงของสามหุ่นยนต์เอไอสุดเซ็กซี่อย่าง “แอนนา”, “มาเรีย” และ “แม็ก” ว่อนไปทั่วโลกโซเชียล จนทำเอาแฟนๆ หนังทั้งหญิงและชายอยากได้ เอ๊ย! อยากรู้จักกันเป็นแถว งานนี้อย่ารอช้ามาทำความรู้จัก 3 นักแสดงที่เป็นคนจริงๆ ไม่ใช่หุ่นยนต์กันเลยดีกว่า

เริ่มกันที่หุ่นยนต์ Sex Doll ตัวแรก “แอนนา” ที่รับไม้ต่อโดยนักแสดงสาว “บัว-สีทอง ดวงแก้ว” ปัจจุบันอายุ 27 ปี เคยมีผลงานให้ผ่านสายตาแว่บๆ มาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายแฟชั่นตามนิตยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดแฟชั่นหรือชุดแต่งงาน นอกจากนี้ “บัว” ยังเคยเป็นนางเอกมิวสิกวีดีโอเพลงต่างๆ อีกไม่น้อยในส่วนงานแสดงจะมีผ่านๆ ตาบ้างแต่ไม่ได้เต็มตัวเท่าไร ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง “My Next Doll ยัยตุ๊กตาซ้อมรักยกกำลังสอง” ถือเป็นผลงานแสดงเต็มตัวครั้งแรกของ “บัว” อีกด้วย หนุ่มๆ คนไหนที่ยังหลงเสน่ห์สาวคนนี้สามารถไปติดตามเธอต่อได้ที่ IG : bua_seetong

ต่อกันที่หุ่นยนต์ตัวใหม่ของเรื่องกับ Care Doll สุดเซ็กซี่อย่าง “มาเรีย” แสดงโดยนักแสดงสาว “เจน-นฤมล คำพันธ์” กับสัดส่วนชวนหลงใหล 34-24-35 เคยผ่านเวทีการประกวดจนได้ตำแหน่งการันตีความสวยเซ็กซี่มาแล้ว อาทิ มิสแกรนด์เชียงใหม่, รองอันดับ 2 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 และรองอันดับ 2 มิสอินเตอร์คอนติเนนตัล 2019 และล่าสุดโชว์ความสามารถในเรื่องการแสดงครั้งแรกกับภาพยนตร์เรื่อง “My Next Doll ยัยตุ๊กตาซ้อมรักยกกำลังสอง” จนกลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของหนุ่มๆ ทั่วประเทศเสียแล้ว! งานนี้สามารถส่องภาพสวยๆ และติดตามผลงานของ “เจน” กันต่อได้ที่ IG : jennie_naruemon และปิดท้ายด้วยการเอาใจสาวๆ ทั้งหลายด้วยหุ่นยนต์ Sex Doll ชายหนุ่มสเปกสาวสายฝออย่าง “แม็ก” รับบทโดย “นะโม-เบนเนดิค เรอบิเย” ลูกครึ่งไทย-สวิส อายุ 27 ปี สูง 188 ซม.ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาหนุ่มน้อยคนนี้กันมาบ้างจากงานแสดงเรื่องต่างๆ แถมยังเป็นนายแบบมืออาชีพที่ผ่านการเดินแฟชั่นโชว์ในเวทีระดับชาติมาอีกเพียบ! แถมพ่อหนุ่มคนนี้ยังเป็นหนุ่มสปอร์ตแมน รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจอีกต่างหากสาวๆ สามารถไปส่องกล้ามแน่นๆ และผลงานของ “นะโม” กันได้ที่ IG : point_namo เปิดวาร์ปกันให้ขนาดนี้แล้ว! หนุ่มๆ สาวๆ ไปส่อง 3 หุ่นยนต์เอไอกันให้จุใจ แล้วอย่าลืมมาติดตามผลงานของพวกเขาและเธอได้ในภาพยนตร์เรื่อง “My Next Doll ยัยตุ๊กตาซ้อมรักยกกำลังสอง” ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)

‘FatCat’ สร้างปรากฏการณ์แห่งความอบอุ่นได้เต็มอิ่ม ประทับใจล้นความทรงจำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767327

‘FatCat’ สร้างปรากฏการณ์แห่งความอบอุ่นได้เต็มอิ่ม  ประทับใจล้นความทรงจำ

‘FatCat’ สร้างปรากฏการณ์แห่งความอบอุ่นได้เต็มอิ่ม ประทับใจล้นความทรงจำ

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่สร้างความประทับใจได้เต็มอิ่มข้ามยุคสนุกทั้งศิลปินและแฟนๆ สำหรับ CHANG MUSIC CONNECTION presents FATCAT คอนเสิร์ตวันนั้นในแบบวันนี้ ที่จัดโดย Cat Radio โตๆ แมวๆ ไปเมื่อ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

เป็น 12 ชั่วโมง ที่คึกคักตั้งแต่เที่ยงวันยันเกือบเที่ยงคืนอบอุ่นด้วยแฟนๆ ที่มารอให้กำลังใจเหล่าศิลปินที่จัดเต็มสมการรอคอยกันมานับ 10 ปี ในโปรดักชั่นและบรรยากาศที่ย้อนความทรงจำวันนั้นแต่ก็มีความสุขได้แบบวันนี้

เปิดเวทีด้วย MONOTONE(โมโนโทน) กับเพลง “Celebration”ที่ร้องโดย เบน-ชลาทิศ ซึ่งเป็นต้นฉบับและสมาชิกรุ่นแรกของกลุ่มโมโนโทน ที่รวมวัยรุ่นคนดนตรีไฟแรงทางอินเตอร์เนตยุค 2000 การคืนเวทีแบบเต็มสปิริตของ ใหญ่โมโนโทน กับ “เพลงรักเพลงหนึ่ง”กิ๊ฟ โมโนโทน กับเพลง “รักคือ…” ถั่ว โมโนโทน กับเพลง “หยุด” รวมถึงการร้องและเล่นร่วมกันของสมาชิกหลายรุ่น นับเป็นการเริ่มต้นคอนเสิร์ตได้อย่างอบอุ่น  เปี่ยมมิตรภาพและคุณภาพ ต่อด้วยโชว์ของ DEATH OF A SALESMAN (เดธ ออฟ อะ เซลส์แมน) วงอินดี้ที่หาดูโชว์ยากตั้งแต่ 20 ปีก่อน งานนี้ศิลปินไม่เพียงดีไซน์มาเองทั้งเพลงแสงสี และวิชวล ซึ่งสาดกันอย่างมันยังมีแขกรับเชิญเป็นศิลปิน Cyndi Seui (ซินดี้ ซุย) มาแจมในเพลงพิเศษ “Easy Go Lucky” จากนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความทรงจำพิเศษกับ IN MEMORY OF DAY TRIPPER (อิน เมมโมรี่ ออฟ เดย์ ทริปเปอร์) ที่ชวนเหล่าศิลปินมาร่วมร้องบรรเลงเพลงของวงบริตป๊อปไทย Day Tripper ทั้งด้วยความระลึกถึง อู วาสิต นักร้องนำที่จากไป รวมถึงเติมความทรงจำที่มีร่วมกันจนวันนี้ นำโดย ทวน-ทวนทอง มือกีตาร์ เมื่อย scrubb, อู๋ The Yers, ป๊อด Moderndog,เล็ก Greasy Cafe และเหล่านักดนตรีจบโชว์อย่างสุดซึ้งพร้อมเสียงปรบมือที่ดังก้องหัวใจ

ARMCHAIR (อาร์มแชร์) กลุ่มนักดนตรีหนุ่มเจ้าเสน่ห์ นำโดยโย่ง-อนุสรณ์ ก็ขึ้นเวทีพร้อมบทเพลงที่แฟนๆ ร้องตามกันอย่างพร้อมเพรียง เช่น “อยาก กลับไปหา” “รักแท้” “รึเปล่า” “ไปด้วยกันหรือเปล่า” ก่อนจะโดดกันแบบลืมวัยกับ MODERNDOG feat. NOI PRU ที่ทั้งศิลปินและแฟนๆ ชาร์จเอเนอร์จี้กันแบบไม่ยั้ง เซตลิสต์งานนี้พิเศษมาก นอกจากเพลง “กันและกัน”“แค่” และ “สิ่งที่ไม่เคยบอก” ที่น้อย พรู มาแจมแล้ว โมเดิร์นด็อกยังเล่นเพลงอินใจสายลึกอย่าง “บางสิ่ง” “เวตาล” จบด้วย “ทบทวน” ที่สาวกทุกเพศทุกวัยร้องตามแบบทวนความทรงจำได้ชัดแจ่ม

ส่วนความ “เท่” ที่มีมาตั้งแต่ 10 ปีก่อน  จนถึงวันนี้  ต้องยกให้ KATSUE (คัตสึ)  โปรเจกท์ป๊อปอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะกิจของจอนนี่อันวา และมณฑล จิรา ที่ยังเดิ้นและโดดเด่นในการแสดงแบบเท่ทะลุเพลงทะลุจอ ทะลุเวที

อีกหนึ่งโชว์ที่เต็มเปี่ยมด้วยคำว่า “เพื่อน” คือ P.O.P. feat. BOY TRAI ครบครันทั้งเพลงเพราะ อย่าง“รักของเธอมีจริงหรือเปล่า” “อยากหลับตา”“ยอม” และเพลง “สิ่งสุดท้าย (The Last Piece)” ที่ระลึกถึง โต้ง-มณเฑียร มือกีตาร์ ซึ่งนอกจากที่เพื่อนๆ แต่งให้จากใจแล้ว ยังเซอร์ไพรส์เปิดภาพจากฮาร์ดดิสก์ของโต้งให้ดูเป็นครั้งแรก ช่วงท้ายยังมีเพลง “กลับมา”ที่แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมในการส่งรูปถ่ายกับเพื่อนเก่ามาขึ้นจอ ร่วมกับรูปของศิลปิน ในบรรยากาศที่เติมเต็มคำว่าเพื่อนได้อบอุ่นอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เวทีนี้ ชวนแฟนๆ โดดอย่างเดือด กับโชว์ของ FLURE (ฟลัวร์) วงร็อกที่ลีลาจัดจ้านทุกตำแหน่ง เหล่าสมาชิกใส่เต็มทุกตำแหน่ง เล่นเพลงตามรีเควสต์ที่แฟนๆ โหวตมาในเพจ Cat Radio และเพลงโปรดที่ทั้งชวนโดดชวนอินอย่าง “อะไร” “เปลี่ยน” “เรื่องเดียว”

ด้าน FUTON feat. MILLI ก็เปรียบได้กับการทำงานศิลปะข้ามยุคโดยวงอิเล็กโทรแคลชนานาชาติ นำโดย จีน-กษิดิศ, เดวิด, บี, โมโมโกะ, โอ๋-หทัยรัตน์ ที่สมาชิกทั้งตีตั๋วข้ามทวีปและเตรียมโชว์ตั้งแต่ต้นจนจบมาแบบครั้งหนึ่งในชีวิต และการร่วมงานกับ มิลลิ ดนุภา นักร้องมหัศจรรย์แห่งปัจจุบัน ที่นอกจากร่วมร้องแล้วยังแต่งแร็พใหม่ให้เพลง Bangkok Chemistและชวนฟูตองรวมทั้งแฟนๆ สนุกกับ Mango Sticky Rice แบบสะใจ

ปิดท้ายคืนแห่งความทรงจำด้วย พราว วงอัลเทอร์เนทีฟจากวันนั้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ศิลปินและผู้ฟังจนถึงวันนี้ พราวเล่นทุกเพลงในอัลบั้มปิดท้ายด้วย “เธอคือความฝัน” และ“เพราะฉันมีเพียงเธอ” ซึ่งนอกจากจะได้ยินเสียงร้องตามลั่นฮอลล์แล้วคงอยู่ในความทรงจำทั้งของศิลปินและผู้ชมไปอีกนาน อีกหนึ่งภาพจำของงานนี้ คือ ฉากหลังของเวทีที่ทำงานแบบย้อนยุคสไตล์อัตโนมือ เปลี่ยนสดตามสไตล์วงทุกโชว์ ดีไซน์โดยทีม B.O.R.E.D นำโดย กบ-พงษ์ภาสกร กุลถิรธรรม Visual Artist ไทยที่มีผลงานระดับโลก

นอกจากบนเวทีแล้ว ทุกศิลปินในคอนเสิร์ต FatCat ยังออกแบบเสื้อยืดพิเศษ ให้แฟนๆ ได้อุดหนุนกันแบบยืดๆ เพราะทำมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และแต่ละวงยังลงมาดูคอนเสิร์ต มาเชียร์เพื่อนๆ ถ่ายรูป ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับผู้ชมอย่างเป็นกันเองเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ และความอบอุ่นที่สัมผัสได้ทั่วงาน

ติดตามกิจกรรมที่เชื่อมบทเพลงศิลปิน และผู้ชมไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่นแบบนี้ได้อีกที่ Cat Radio www.thisiscat.com, app : Cat Radio

‘ภูมิ’ ชวนลุ้นโค้งสุดท้าย ‘มนตราตะเกียงแก้ว’ ติดตามบทสรุปโลกเวทมนตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/767324

‘ภูมิ’ ชวนลุ้นโค้งสุดท้าย ‘มนตราตะเกียงแก้ว’  ติดตามบทสรุปโลกเวทมนตร์

‘ภูมิ’ ชวนลุ้นโค้งสุดท้าย ‘มนตราตะเกียงแก้ว’ ติดตามบทสรุปโลกเวทมนตร์

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำ เรื่อง “มนตราตะเกียงแก้ว” นำแสดงโดย ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ และกานต์-ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์ งานนี้ พ่อมดวิล พระเอกหนุ่ม ภูมิ-เกียรติภูมิ เปิดใจขอบคุณทุกการติดตามชม พร้อมชวนให้ร่วมลุ้นบทสรุปของละครไปพร้อมๆ กันโดย ภูมิ เปิดใจว่า

“ก่อนอื่นผมขอขอบคุณแฟนละครก่อนเลยนะครับ ที่ติดตามชมละคร มนตราตะเกียงแก้วกันมาอย่างต่อเนื่อง ละครเรื่องนี้สร้างประสบการณ์ดีๆ ให้กับตัวผมเองเยอะมาก ทั้งในเรื่องที่เราได้พัฒนาการแสดง การได้ร่วมงานกับนักแสดงเก่งๆ หลายท่าน รวมถึงละครเรื่องนี้ยังทำให้ผมได้พบกับแฟนคลับเด็กๆ ที่มีตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถม เลย น้องๆ น่ารักมากครับหลายคนได้เจอกันก็จะเรียกผมว่าพ่อมดวิลๆ ตลอดเลย แอบใจหายเหมือนกันนะครับที่ใกล้ถึงตอนจบแล้วผมเชื่อว่าแฟนละครที่ติดตามชมกันมาต้องอยากรู้บทสรุปของละครว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนรอติดตามนะครับ เพราะยิ่งเข้าใกล้ตอนจบเท่าไหร่ ความเข้มข้นยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนทั้งเรื่องความรักของ วิล และ เรนี่ (ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์) เรื่องราวของตะเกียงแก้วที่หายไป ความต้องการของแม่มดอีเวอลีน (บัณฑิตา ฐานวิเศษ) จะสำเร็จไหมแล้วสุดท้ายโลกเวทมนตร์จะลงเอยอย่างไร มาติดตามไปพร้อมๆ กันนะครับ”ติดตามชมละคร “มนตราตะเกียงแก้ว”ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน, วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน, วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายนและนำเสนอเป็นตอนจบในวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

6 พฤศจิกายน : วันกอบกู้เอกราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767423

6 พฤศจิกายน : วันกอบกู้เอกราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

6 พฤศจิกายน : วันกอบกู้เอกราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.48 น.


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 เพจเฟซบุ๊ก “โฆษกกระทรวงกลาโหม” ได้โพสต์ ถึงวันที่  6 พฤศจิกายน : วันกอบกู้เอกราช โดยระบุว่า  ….กว่าจะเป็นไทยได้อย่างทุกวันนี้ บรรพบุรุษของเราต้องสละชีวิตและเลือดเนื้อ เพื่อรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ให้ลูกหลาน…

สงคราม กอบกู้เอกราชครั้งนั้น เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกกองทัพเรือจากจันทบุรี เข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี ทรงยึดเมืองธนบุรีคืนได้ และประหารคนไทยที่เป็นไส้ศึก แล้วจึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยา เข้ายึดค่ายโพธิ์สามต้น ปราบข้าศึกจนราบคาบ กอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมาได้เมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๒๙ ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๓๑๐ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. ใช้เวลา ๗ เดือน หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาในการทรงกอบกู้เอกราช

สำหรับ วันที่  6 พฤศจิกายน : วันกอบกู้เอกราช เป็นวันกู้ชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้กอบกู้เอกราชจากพม่าให้แก่ประเทศไทย และเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี จึงขอนำประวัติของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ มาบอกเล่า เพื่อร่วมรำลึกถึงวีรกรรม ความกล้าหาญของพระองค์ ที่ช่วยให้คนไทยได้มีชาติไทยอาศัยอยู่มาจนถึง ณ ทุกวันนี้

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์เดียวในสมัยกรุงธนบุรี ที่มาจากสามัญชนคนธรรมดา เกิดวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2277 ในสมัยช่วงปลายแผ่นดินกรุงศรีอยุธา พระองค์ทรงเป็นสามัญชนคนธรรมดา เป็นลูกคนจีน กำเนิดในตระกูลแต้ มีชื่อเดิมว่า สิน มีพ่อเป็นคนจีนชื่อ ไหฮอง เดินทางจากประเทศจีนมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย แล้วได้แต่งงานกับหญิงไทยชื่อ นางนกเอี้ยง มีหลักฐาน บันทึกว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงเคยเป็นพ่อค้าเกวียนผู้มี ปัญญาเฉลียวฉลาด และมีความสามารถด้าน กฎหมายเป็นพิเศษ ได้ช่วยกรมการเมืองชำระถ้อยความของราษฎรทางภาคเหนืออยู่เนือง ๆ เนื่องจากได้ทำ ความดีมีความชอบต่อแผ่นดิน จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าเมืองตาก ในเวลาต่อมา

กระทั่งปี พ.ศ.2301 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร ขึ้นครองราชย์ต่อได้เพียง 3 เดือนเศษ ก็ถวายราชสมบัติให้สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้นายสินเป็นมหาดเล็กรายงาน เชิญท้องตราราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัวเมืองฝ่ายเหนือ นายสินมหาดเล็กสร้างผลงานได้รับความดีความชอบ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสินมหาดเล็กรายงานเป็นหลวงยกบัตรเมืองตาก จนกระทั่งพระยาตากถึงแก่กรรม หลวงยกบัตรเมืองตากจึงได้เลื่อนเป็นพระยาตาก ให้ปกครองเมืองตาก

ต่อมาพม่าได้ยกทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยาทางตอนใต้ เมื่อปี พ.ศ.2307 โดยมีมังมหานรธาเป็นแม่ทัพ พระยาตากยกทัพไปช่วยรักษาเมืองเพชรบุรี และตีทัพพม่ากลับไปอย่างง่ายดาย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2308 พม่าได้ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง พระยาตากก็สามารถช่วยรักษาพระนครไว้ได้อีก ความดีความชอบนี้ ทำให้ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระยาตากเป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่ยังไม่ทันที่พระยาวชิรปราการจะได้ครองเมืองกำแพงเพชร พม่าก็ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง พระยาวชิรปราการจึงต้องเข้ากรุงศรีอยุธยา เพื่อป้องกันพระนคร

ระหว่างทำการสู้รบอยู่นั้น พระยาวชิรปราการเกิดท้อแท้ใจที่แม้จะตีค่ายพม่าได้ แต่พระนครกลับไม่ส่งกำลังไปหนุน จนทำให้พม่ายึดค่ายกลับคืนได้ อีกทั้งยังเห็นว่า ทัพพม่ามีกำลังมากกว่า หากออกไปรบคงพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้ และตนเองยังถูกภาคทัณฑ์ที่ยิงปืนใหญ่ใส่ทัพพม่าโดยไม่ได้ขออนุญาต ด้วยเหตุนี้ พระยาวชิรปราการจึงเห็นว่า คงไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ป้องกันพระนคร และเชื่อว่า กรุงศรีอยุธยาคงจะต้องเสียกรุงเสียครานี้ เพราะกษัตริย์ที่เป็นผู้นำ นั้นอ่อนแอ พระยาวชิรปราการจึงนำไพร่พล 500 คน ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกจากค่ายพิชัย ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และยึดเมืองระยองได้สำเร็จ ระหว่างนั้น ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ พายุหมุนอย่างรุนแรงจนบิดต้นตาลเป็นเกลียวโดยไม่คลายตัว ชาวบ้านจึงเรียกว่า “ตาลขด” ขณะที่เหล่าเสนาบดีทหารทั้งหลายก็ยกย่องพระยาวชิรปราการเป็น “เจ้าตาก”

กรุงศรีอยุธยาแตก ในเมื่อวันที่ 7เมษายน พ.ศ.2310 พระเจ้าตากตีฝ่าวงล้อมพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยา ก่อนกรุงแตกไปเเล้ว ได้ทำการรวบรวมผู้คนทางเมืองชายทะเลตะวันออก เดินทัพจากระยองผ่านแกลงเข้าบางกระจะ มุ่งยึดจันทบุรี ไว้เป็นฐานที่มั่น จึงสั่งทหารทุกคนว่า “เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อหุงข้าวเสร็จแล้วก็กินให้อิ่ม แล้วสั่งทุบหม้อข้าวหม้อแกงทิ้ง ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ ก็ต้องพากันตายทั้งหมด ” ซึ่งเป็นกุศโลบายปลุกใจทหาร จากนั้นพระเจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชร ยิงปืนคาบศิลาเป็นสัญญาณ ไสช้างเข้าพังประตูเมือง นำทหารเข้าตีเมืองจันทบุรีได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2310 ในเวลาตี 3

เมื่ออยู่ที่เมืองจันทบุรี ก็ได้สั่งสมกำลังพล อาวุธ และเสบียง ครั้นได้นายทัพนายกองเพิ่มเติมมากขึ้น พอถึงเดือน 11 ปี กุน พ.ศ. 2310 สิ้นฤดูมรสุมพระเจ้าตาก ต่อเรือรบได้ 100 ลำ รวบรวมไพร่พล รวมทหารทั้งไทยจีนได้ประมาณ 5,000 นาย จึงได้ยกทัพเรือออกจากจันทบุรี เข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเข้าโจมตีข้าศึกพม่ารามัญ ที่เมืองธนบุรี

6 พ.ย พ.ศ. 2310 เมื่อเจ้าตากยกทัพเข้าตียึดเมืองธนบุรีและปราบนายทองอินได้แล้ว จึงได้เคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยาเข้าตียึดค่ายโพธิ์สามต้น นำทัพรบพุ่งปราบพม่าจนราบคาบ โดยสามารถกอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในเวลา 7 เดือน นับตั้งแต่ที่เสียกรุงเมื่อปี พ.ศ. 2310 หลังจากนั้น พระองค์ได้ยกทัพกลับมาที่ธนบุรี ตั้งเมืองราชธานีใหม่ ณ ที่แห่งนี้ ขนานนามว่า “กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร” และทรงปราบดาภิเษก จากสามัญชน ขึ้นไปเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 ในพระชนมายุ 34 พรรษา ทรงเฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 

ตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสิน พระองค์ได้ทำสงครามกับพม่าถึง 9 ครั้งและทรงได้รับชัยชนะทุกครั้ง รวมทั้งทรงทำศึกกับเขมร 3 ครั้ง ส่วนพระราชกรณียกิจด้านอื่น ๆ นอกจากการเมืองและการศึกสงครามแล้ว พระองค์ทรงฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ การคมนาคม การบำรุงการศึกษาตามวัด การรวบรวมพระไตรปิฎก บูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม

พระเจ้าตากสิน ทรงรบทำศึก ปราบปรามขุนศึก พิชิต ก๊กต่าง ๆ เพื่อที่จะรวบรวมผนวกแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น เป็นอาณาจักร ปกครองดินแดน มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาลมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของการสร้างชาติไทย ดร.รัตติกร ทองเนตร กล่าวต่อไปว่า ดิฉันขอแสดงความยินดีกับทุกโรงเรียนนการประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้เพื่อรับตราพระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย” ในปีการศึกษา 2562 นับเป็นเกียรติประวัติของโรงเรียนทั้ง 57 แห่ง ที่ผ่านการประเมินรอบที่ 1 รอบที่ 2 และรอบที่ 3 การผ่านการประเมินเป็นการแสดงถึงศักยภาพของคุณครูปฐมวัยที่ตั้งใจ การพัฒนาการจัดกิจกรรมการทดลองตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ปีการศึกษา 2562 การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ปฐมวัย ซึ่งกิจกรรมการทดลองและการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นั้นจะได้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการต่างๆ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา และยังเป็นการพัฒนา ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะจิตวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัยที่จะเป็นรากฐานที่ดีของการพัฒนาคุณภาพของพลเมืองไทยในอนาคต ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป และประสบผลสำเร็จในการพัฒนาความก้าวหน้าด้านวิชาชีพ และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยสืบไป

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : สุรศักดิ์  สร้อยเพชร

ผู้เรียบเรียง : ธัญญารัตน์ ธีรหิรัญวัฒน์

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ , สำนักงานประชาสัมพันธ์

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02MmqT69UwMy4HsyhR1gsh9YZLUZjux4Gi4oow7F967cfikNE65MniBKqHjbPWcf2Dl%26id%3D100066650978706&show_text=true&width=500

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2738186

"สันติ พร้อมพัฒน์" เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรสุขภาพ

6 พ.ย. 2566 05:08 น.

“สันติ พร้อมพัฒน์” เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรสุขภาพ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2566

  • การเมืองไทย ที่ตกอยู่ในหลุมดำ ไม่ต่างจาก การยึดอำนาจรัฐในมือประชาชน……ไม่ว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หรือ การแต่งตั้ง…..ความแตกต่างอยู่ที่ คนเขียนบท….เนื้อเรื่องหนีไม่พ้นละครน้ำเน่าอยู่ดี….ก้าวไกลการแสดง เพื่อไทยการละคร…..ที่กำกับการแสดง ฝ่ายบริหาร และ นิติบัญญัติ อยู่ในเวลานี้….ก็ไม่ต่างจาก รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการ ยึดอำนาจ ….นักแสดงส่วนใหญ่ก็มาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว…..เปลี่ยนแต่ ผู้กำกับการแสดง…..ประชาชนตาดำๆต้องทนรับกรรมกันต่อไป……ไหนๆก็ไหนๆ ก้าวไกลการแสดง ที่เติบโตมาจากสนามเด็กเล่น…..กับกรณี ข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศของ 2 สส.พรรค ที่มีผลสอบออกมาสดๆร้อนๆว่ามีความผิดจริง….แต่ตัวตึงพรรคก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ให้สัมภาษณ์สื่อ….การคุกคามทางเพศเป็นเรื่องใหม่ของสังคมที่ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน มีหลายระดับมากอาจจะทำให้ตีความไม่ตรงกัน…รู้สึกเสียดาย และ เห็นใจ สส. วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี และ สส. ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.
สร้างทายาท – กฤษณ์ จันทโนทก, ลลิตภัทร ธรณวิกรัย และ จิมมี่ ลี จัดพิธีปิดหลักสูตร “The 45 Academia” รุ่นที่ 1 สร้างทายาทคนรุ่นใหม่ โดยมี ดร.การดี เลียวไพโรจน์, กรณ์ ณรงค์เดช, ชานนท์ เรืองกฤตยา และ ยุพาพิน วังวิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่ปาร์คนายเลิศ วันก่อน.
  • เมื่อมีมติพรรคไปแล้ว ควรเคารพมติ สส.จากการโหวต เพราะเป็นสิ่งที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ…..เป็นสปิริตของพรรคการเมือง…..เช่นเดียวกับคำสั่งของ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ส่งถึง ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หลังจากที่ กรรมการบริหารพรรค และ สส.มีมติให้คาดโทษ กรณีมี พฤติกรรมคุกคามทางเพศกับ 3 ผู้เสียหาย และมีมติ ขับ สส.วุฒิพงศ์ ออกจากพรรค ทั้งที่มี ผู้เสียหายเพียงคนเดียว…..ระบุว่า การที่ ไชยามพวาน ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า กลัวจะทำให้ทีมงานที่ช่วยกันหาเสียงเลือกตั้งไม่สบายใจ และทำให้พรรคเสียหาย ยืนยันไม่ได้กระทำผิดและจะขอต่อสู้เรื่องนี้ในชั้นของ กกต. …ดังนั้น พรรคก้าวไกล มีคำสั่งให้ ไชยามพวาน ทำตามมติพรรค 4 ข้อ…ให้ไชยามพวานยอมรับผิดและขอโทษผู้เสียหายทั้ง 3 คนทางสาธารณะ …..ชดเชยเยียวยาตามสมควรให้ 3 ผู้เสียหาย…ยุติการก่อความเสียหายต่อผู้เสียหายทั้งทางตรงทางอ้อม….และ ยุติการล่วงเกิน คุกคาม ก่อความรำคาญทางเพศ ต่อบุคคลอื่นตลอดระยะเวลาการเป็น สส. …. “อินทรีเหล็ก” เห็นความหลายมาตรฐานในพรรคก้าวไกล….ที่ พยายามจะช่วยปกป้องคนทำผิด และ บทบาทของบุคลากรในพรรคก้าวไกล….ไม่มีอะไรแตกต่างจาก สส.รุ่นเก่า….การเมืองไทยก็ยังเป็นการเมืองน้ำเน่า…จะโค้งคำนับกี่รอบก็ไม่ใช่คำตอบอยู่ดี…..ว้าเหว่
กินเพลิน – ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ และ พิมณภัทร์ พงศ์เลิศโภคิน เปิดแคมเปญ “UOB มื้อนี้ใช่เลย × CENTRAL PATTANA” เพื่อมอบส่วนลดจากร้านอาหารในศูนย์การค้าเซ็นทรัล จัดถึง 31 ธ.ค. โดยมี ขวัญแก้ว สิริจินดา และ มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ถึงคิว เพื่อไทยการละคร….ถอยจาก เปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ไม่ทันไร….มีเรื่อง การเสนอยุบ กอ.รมน. ที่ สส.ก้าวไกล รังสิมันต์ โรม เรียกร้องให้รัฐบาลเปิดทางให้ กฎหมายยุบ กอ.รมน. เนื่องจาก มีความเปลี่ยนแปลงของภัยความมั่นคง ที่ กอ.รมน.ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อต่อต้านสงครามเย็นต่อต้านคอมมิวนิสต์…ที่ผ่านมา กอ.รมน. มีบทบาท ในการสร้างความแตกแยกในสังคม มีการใช้งบประมาณไปในภารกิจเพื่อจัดการผู้ที่เห็นต่าง…เป็นโครงสร้างที่ทำให้ กองทัพ สามารถแทรกซึมไปยังส่วนราชการต่างๆ…ล่าสุด กอ.รมน.ได้รับงบประมาณไป 7.7 พันล้านบาท มากกว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้รับงบประมาณเพียง 4 พันล้าน 11 ปีที่ผ่านมา กอ.รมน.ใช้งบไปแล้วกว่า 1 แสนล้าน….ควรยกระดับหน่วยงานความมั่นคง เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ได้งบเพียง 2 ร้อยกว่าล้านบาทดีกว่า …..ร้อนฉ่าไปถึงกระทรวงกลาโหม….สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ออกมาตอบโต้ การเสนอยุบ กอ.รมน. ทันที….เป็น ความเห็นที่แตกต่างจากตอนที่เป็นฝ่ายค้านและอภิปรายเอาไว้ในสภา โดยสิ้นเชิง…ยืนยัน นโยบายของเพื่อไทยมีความชัดเจนที่จะไม่ยุบ กอ.รมน. แต่จะปรับภารกิจ กำลังคนให้กระชับ …..ไม่ได้เกรงใจ ผบ.เหล่าทัพ แต่เป็นการร่วมมือกันทำงานได้ดี…..พับผ่า …..ประเด็นนี้ยังร้อนไปถึงหน่วยงาน กอ.รมน. โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษก กอ.รมน. ออกมาชี้แจง….ภารกิจ กอ.รมน. ไม่ซ้ำซ้อน เพราะงานความมั่นคงต้องบูรณาการกับหน่วยงานอื่น งบลับสามารถ ตรวจสอบได้ งบประมาณจำนวนกว่า 7 พันล้าน ส่วนใหญ่นำ ไปใช้ในภาคใต้ ประมาณ 6 พันกว่าล้านบาท….. สารภาพออกมาขนาดนี้ก็ยังไม่ยอมให้ยุบ กอ.รมน.ง่ายๆอยู่ดี จริงมะ
มอบห้าล้าน – ฤทธิ์ ธีระโกเมน มอบเงินจำนวน 5,000,000 บาท ในนาม มูลนิธิป้าทองคำเมฆโต ให้ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ เพื่อสนับสนุนโครงการ “ขจัดไวรัสตับอักเสบให้หมดภายในปี 2030” คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่สำนักงานใหญ่ MK บางนา วันก่อน.
เพื่อพัฒนา – สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข เปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อพัฒนาการศึกษาสำหรับบุคลากรสุขภาพ พ.ศ.2566 โดยมี ศ.ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร, ศ.เอียน คัมมิง, ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา และ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • ส่วนเรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต ทั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ยืนยันจะสนับสนุนอยู่แล้ว ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล หลังเกิดกระแสพรรคร่วมรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้…ขณะที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ขีดเส้นตาย ภายในวันที่ 10 พ.ย.นี้ นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะต้องจบ….. สำหรับปัญหาที่ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ สลิปโอนเงินจ่ายค่าบ้าน ยอดชำระ 10,900 บาท แต่ตัดเงินต้นไปแค่ 5.50 บาท….นายกฯเศรษฐา ประชุมร่วมกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. …ก่อนจะให้สัมภาษณ์สื่อว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ได้มีการพูดคุยกับ สตช. และมหาดไทยแล้ว ประมาณสิ้นเดือนนี้จะมีการแถลงข่าวใหญ่ เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ และยังทวีตข้อความด้วยว่า การจัดการหนี้นอกระบบเป็นเรื่องสำคัญมาก……เข้าใจว่า จะเป็นการตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม ….ปัญหาที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เกิดจากหนี้ในระบบ จากวิธีคิดดอกเบี้ย มหาโหด ของ แบงก์พาณิชย์ โดยเฉพาะ แบงก์รัฐ…..ตัดแต่ดอกไม่ตัดเงินต้น ชาวบ้านเลยต้องเสียดอกเบี้ยบานตะไท ครับทั่น
ชอบยีนส์จัง – อรวรรณ ทิพย์สุวรรณพร และ นพดล พลายระหาญ จัดงาน “ROBINSON SUPER JEANS #SALESATION” แฟชั่นรันเวย์ยีนส์พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษมากมาย โดยมี ชัยวัฒน์ เหล่าพัฒนวิโรจน์ และ นพดล ตั้งเด่นชัย มาร่วมงานด้วย ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต วันก่อน.
  • สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวฯ เร่งพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัทท่าอากาศยานไทย ในการขยายเวลาทำการของ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันส่งท้ายปี 2566 คาดว่าท่าอากาศยานเชียงใหม่จะรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 16.5 ล้านคนต่อปี…..สวดพระอภิธรรม รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี ถึง 10 พ.ย. เวลา 18.30 น. ที่ศาลาเกสนี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน พระราชทานเพลิงศพ วันที่ 11 พ.ย.
อย่าพลาด – ภากมล รัตตเสรี และ ประดิษฐ์ สมดังเจตน์ แถลงข่าวการจัดงาน “วิ่งสู่ชัย (พัฒนา) 35 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา” เพื่อหารายได้สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ในวันที่ 14 ม.ค.67 ที่สวนจตุจักร โดยมี ประภาอร พฤทธิพงศ์สิทธิ์ และ กุลกัญญา ทุมเสน มาร่วมแถลงด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
น้ำแร่ – ทรงวิทย์ ศรีธรรม เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ROAD TO FRIENDSHIP” ของผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง โดยมี นิรุฒ มณีพันธ์, ร.อ.เชษฐ์ รมยะนันทน์, สมฤดี จิตรจง, ยุทธนา บุญอ้อม และ ธนภพ ลีรัตนขจร มาร่วมงานด้วย ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเยือนอิรักแบบไม่เผยกำหนดการล่วงหน้า เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738402

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเยือนอิรักแบบไม่เผยกำหนดการล่วงหน้า เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

6 พ.ย. 2566 10:24 น.

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯเยือนอิรักแบบไม่เผยกำหนดการล่วงหน้า เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนกรุงแบกแดด ของอิรัก แบบไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้า เพื่อเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี ของอิรัก หารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการสู้รบที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงแบกแดด ของอิรัก โดยเป็นการเยือนแบบไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้าตามมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยนายบลิงเคนได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด ชีอะห์ อัล-ซูดานี ของอิรัก เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามการสู้รบที่รุนแรงขึ้นระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และการโจมตีกองทหารอเมริกันโดยกองกำลังติดอาวุธพันธมิตรอิหร่านในอิรัก

ในระหว่างการประชุม นายบลิงเคน และผู้นำอิรัก ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมวิกฤติความรุนแรงครั้งนี้ และแนวทางแก้ไขสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ย่ำแย่ลงในฉนวนกาซา พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานงานเพื่อส่งมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับประชาชนในฉนวนกาซา

การเยือนของนายบลิงเคนมีขึ้นท่ามกลางการประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนม็อกตาดา อัล ซาดร์ ผู้นำนิกายชีอะห์ผู้มีอิทธิพลของอิรัก ที่ออกมารวมตัวกันบริเวณจัตุรัสทาห์รีร์ ในกรุงแบกแดด

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ นายบลิงเคนพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะทำให้กลุ่มฮามาสสามารถจัดกำลังทัพใหม่ และกลับมาโจมตีเหมือนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมได้อีก นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่านับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยืนยันสิทธิและภาระผูกพันของอิสราเอลในการปกป้องตนเอง

ทั้งนี้ นายบลิงเคนอยู่ระหว่างการเยือนตะวันออกกลาง เป็นรอบที่สอง นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาส ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มนักรบฮามาสในฉนวนกาซา ได้บุกโจมตีอิสราเอลและสังหารประชาชนไปประมาณ 1,400 ศพ พร้อมจับตัวประกันไปมากกว่า 240 คน

ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายอิสราเอลใช้การโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดินในกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 9,250 ศพ และก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในฉนวนกาซา ในขณะที่ทั่วโลกต่างออกมาเรียกร้องให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในกาซ่า โดยนายทางรัฐมนตรีบลิงเคนได้ขอให้อิสราเอลระงับการโจมตีชั่วคราวเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในกาซาได้ แต่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลปฏิเสธ.

รัสเซียโว ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘บูลาวา’ จากเรือดำน้ำสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738359

รัสเซียโว ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘บูลาวา’ จากเรือดำน้ำสำเร็จ

6 พ.ย. 2566 07:20 น.

รัสเซียโว ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘บูลาวา’ จากเรือดำน้ำสำเร็จ

รัสเซียประสบความสำเร็จในการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปจากเรือดำน้ำรอบใหม่ หลังถอนสัตยาบันจากสนธิสัญญาทดสอบนิวเคลียร์เมื่อเดือนก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2566 ว่า กองทัพของพวกเขาประสบความสำเร็จในการทดสอบยืงขีปนาวุธข้ามทวีป ‘บูลาวา’ (Bulava) ซึ่งสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ จากเรือดำน้ำลำหนึ่งของพวกเขา

การทดสอบขีปนาวุธ บูลาวา ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีของรัสเซีย เกิดขึ้นหลังจากมอสโกถอนสัตยาบันในสนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์เมื่อเดือนก่อน

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหม บูลาวา ถูกยิงออกจากเรือดำน้ำชื่อว่า ‘จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 3’ จากพื้นที่แห่งหนึ่งในทะเลทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย โดยมิสไซล์พุ่งไปยังเป้าหมายจำลองที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร ในคาบสมุทรคัมชัตกา ทางตะวันออก ในเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ ขีปนาวุธบูลาวา มีความยาว 12 ม. ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกระดูกสันหลังในขุมกำลังนิวเคลียร์ของรัสเซีย มีพิสัยการโจมตีมากกว่า 8,000 กม.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เนทันยาฮูย้ำชัด ไม่หยุดยิงกาซา จนกว่าฮามาสจะปล่อยตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738367

เนทันยาฮูย้ำชัด ไม่หยุดยิงกาซา จนกว่าฮามาสจะปล่อยตัวประกัน

6 พ.ย. 2566 06:50 น.

เนทันยาฮูย้ำชัด ไม่หยุดยิงกาซา จนกว่าฮามาสจะปล่อยตัวประกัน

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกมาย้ำอีกครั้งว่า จะไม่มีการหยุดยิงในกาซา จนกว่าตัวประกันจะได้รับการปล่อยตัว ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้พวกเขาหยุดโจมตี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย. 2566 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลออกมาปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในฉนวนกาซาอีกครั้ง โดยระบุว่า การหยุดยิงจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าตัวประกันมากกว่า 240 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้ จะได้รับการปล่อยตัว

“จะไม่มีการหยุดยิงโดยที่ตัวประกันยังไม่กลับมา คำนี้ควรถูกนำออกจากพจนานุกรมอย่างสิ้นเชิง” นายเนทันยาฮู กล่าวที่ฐานทัพอากาศ รามอน ทางตอนใต้ของอิสราเอล “เราพูดเรื่องนี้กับทั้งเพื่อนและศัตรูของเรา เราจะโจมตีต่อไปจนกว่าเราจะกำจัดพวกเขาได้ เราไม่ทางเลือกอื่น”

คำพูดของผู้นำอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของ กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์, จอร์แดน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน และเรียกร้องให้เขาช่วยเกลี้ยกล่อมฝ่ายอิสราเอลให้ยอมตกลงหยุดยิงในกาซา

ก่อนหน้านั้น นายบลิงเคนเดินทางเยือนเขตเวสต์แบงก์ และเขาพบนายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ซึ่งผู้นำปาเลสไตน์เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันที

แต่นายบลิงเคน ซึ่งเดินทางเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ปฏิเสธเสียงเรียกร้องเรื่องการหยุดยิง โดยเขาเคยกล่าวเอาไว้ว่า การหยุดยิงจะทำให้ฮามาสมีเวลารวมกลุ่มกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสหรัฐฯ พยายามโน้มน้าวให้อิสราเอลตกลงหยุดยิงเฉพาะจุด เพื่อให้สามารถกระจายสิ่งของช่วยเหลือแก่ชาวกาซาได้

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในกาซาเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า จำนวนชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่อย่างน้อย 9,770 ศพแล้ว ส่วนฝ่ายอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. ซึ่งเป็นชนวนเหตุสงครามที่ 1,400 ศพ

ที่มา : cna

นายจ้างอิสราเอลใจดีพาเที่ยวทะเล สั่งปิดศูนย์พักพิงแล้ว อ้างคนไทยกลับน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738350

นายจ้างอิสราเอลใจดีพาเที่ยวทะเล สั่งปิดศูนย์พักพิงแล้ว อ้างคนไทยกลับน้อย

6 พ.ย. 2566 05:04 น.

นายจ้างอิสราเอลใจดีพาเที่ยวทะเล สั่งปิดศูนย์พักพิงแล้ว อ้างคนไทยกลับน้อย

กระทรวงแรงงานแจงยอดจ่ายเงินค่าเยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอลที่กลับมาแล้ว 1,890 คน จากยอดกลับกว่า 8.8 พันคน เป็นเงินกว่า 28.5 ล้านบาท มีศพรอส่งกลับมาตุภูมิอีก 8 ศพ ขณะเดียวกันมีแรงงานไทยยังไม่กลับอีกกว่า 2.1 หมื่นคน ส่วนใหญ่อ้างมีภาระหนี้สินรออยู่ ประกอบกับนายจ้างดูแลดีพาเที่ยวทะเล ขณะที่อิสราเอลยังถล่มฉนวนกาซาไม่ยั้งทุกทางกว่า 2,500 ครั้ง ล่าสุดทิ้งบอมบ์ใส่ค่ายผู้อพยพมากาซีตาย 33 ศพ เจ็บกว่า 40 ราย ด้านยูเอ็นเตือนการรบในฉนวนกาซาทำเด็กตายกว่า 3,900 คน สูญหายอีก 1,250 คน คาดส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือน

ครบ 1 เดือนนับตั้งแต่กองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาบุกโจมตีภาคใต้ของประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา บุกเข้าไปกราดยิงใส่ตามอาคารบ้านเรือน สังหารและจับประชาชนไปเป็นตัวประกันกว่าสองร้อยคน ในจำนวนนี้มีคนไทยที่ไปทำงานในภาคการเกษตรรวมอยู่ด้วยตามที่กระทรวงการต่างประเทศไทยยืนยันแล้ว 24 คน แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตัวประกันคนไทยทั้งหมดว่ามีชะตากรรมเช่นใด

ส่วนการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลหนีภัยการสู้รบ กลับประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสายการบิน Arkia Israeli Airlines เที่ยวบินที่ IZ 593 นำแรงงานไทยชุดสุดท้ายที่ลงทะเบียนขอกลับประเทศไทยจำนวน 85 คน เดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ยังไม่มีการแจ้งเที่ยวบินและจำนวนของแรงงานไทยเดินทางกลับมาอีกเลย ในเพจของสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ หยุดแจ้งไฟลท์บินกลับไทยแล้ว หลังจากจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำอพยพคนไทยเที่ยวสุดท้ายเมื่อวันที่ 3 พ.ย. และได้ปิดศูนย์พักพิงในวันที่ 4 พ.ย. เนื่องจากมีผู้มาแสดงความประสงค์เดินทางกลับน้อยมาก แต่สถานเอกอัครราชทูตยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังคงดูแลผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงสงคราม สามารถนำหลักฐานการเดินทางไปยื่นเรื่องขอรับเงินคืนที่สำนักงานแรงงานประจำจังหวัด

ด้านศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์และความไม่สงบในอิสราเอล ของกระทรวงแรงงาน รายงานสถานการณ์แรงงานไทยในอิสราเอลว่า แรงงานไทยในอิสราเอล 29,900 คน เดินทางกลับไทยแล้ว 8,813 คน ยังคงเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลจำนวน 21,087 คน ในจำนวนนี้ถูกจับเป็นตัวประกัน 24 ราย บาดเจ็บ 18 ราย มีผู้เสียชีวิต 34 ราย ส่งศพกลับไทยแล้ว 26 ราย ยังเหลือศพที่ยังไม่ส่งกลับอีกจำนวน 8 ราย ส่วนการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์ มีผู้ยื่นแล้วจำนวน 5,603 คน วินิจฉัยสั่งจ่ายแล้ว 1,890 คน แยกเป็นกรณีเสียชีวิต 40,000 บาท จำนวน 7 คน กรณีบาดเจ็บ 30,000 บาท จำนวน 3 คน และลี้ภัยสงคราม 15,000 บาท จำนวน 1,880 คน มีการเยียวยาไปแล้วทั้งสิ้น 28,570,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานไทยที่ยังทำงานในอิสราเอลได้มีการไลฟ์ผ่านสื่อโซเชียล รายงานความเคลื่อนไหวในเมืองที่ทำงานแจ้งกลับมาที่เมืองไทย ส่วนใหญ่บอกว่ายังไม่กลับเพราะมีภาระหนี้สิน ถ้ากลับประเทศไทยตอนนี้สภาพหลังจากนั้นคงไม่ต่างจากช่วงที่รอบินมาทำงานในอิสราเอล ประกอบกับนายจ้างดูแลดีเพราะไม่มีคนทำงาน ค่าจ้างในฟาร์มเดือนละ 7-8 หมื่นบาท มีการไลฟ์โชว์ภาพนายจ้างพาไปเที่ยวผ่อนคลายด้วยการเล่นน้ำในทะเลสาบเดดซี ขณะที่เพื่อนแรงงานที่เดินทางกลับไทยมาแล้ว รายงานชีวิตในไทยว่า กลับมาขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้วันละ 700 บาท หักค่าน้ำมันแล้วเหลือวันละ 500 บาท พออยู่ได้ รวมถึงมีการส่งข่าวสารในเมืองไทยไปให้เพื่อนๆในอิสราเอลรับทราบความเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่จะสอบถามเรื่องมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลว่ามีความคืบหน้าอย่างไรจะได้เงินเยียวยา 50,000 บาทและเงินกู้คนละ 150,000 บาท จริงหรือไม่ แต่ยังไม่แน่ใจ ขอใช้ชีวิตทำงานในอิสราเอลต่อไปก่อน เพราะภาระหนี้สินรอนานไม่ได้ ทั้งแรงงานไทยที่เดินทางกลับมารวมทั้งเพื่อนๆ ได้ให้กำลังใจที่ทำเพื่อครอบครัวและขอให้ปลอดภัย

ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ฉนวนกาซา ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 5 พ.ย.โฆษกกองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่กองทัพส่งหน่วยรบเข้าไปปฏิบัติการในฉนวนกาซาเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารด้วยกำลังทางบก เรือ และอากาศ มากกว่า 2,500 ครั้ง โดยเฉพาะอาคารที่ถูกใช้ในการทหาร คลังเก็บอาวุธ รวมถึงศูนย์บัญชาการ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในช่วงค่ำคืน 4 พ.ย.ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่ค่ายผู้อพยพมากาซี ในภาคกลางของฉนวนกาซา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 33 คน บาดเจ็บมากกว่า 40 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่ แต่สื่อวาฟาของปาเลสไตน์อ้างว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีค่ายผู้อพยพมากาซี มีจำนวนมากกว่า 50 ศพ

ด้านสำนักข่าวการ์เดียนของอังกฤษรายงานด้วยว่า กองทัพอิสราเอลเป็นฝ่ายที่ร้องขอให้ประชาชนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา อพยพไปพักพิงในค่ายผู้อพยพมากาซีในภาคกลาง เพื่อที่กองทัพจะได้เน้นการโจมตีและปฏิบัติการรุกในพื้นที่ภาคเหนือของฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากผู้สื่อข่าวในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่องว่า กองทัพอิสราเอลระดมยิงจรวดถล่มทั่วฉนวนกาซา ไม่เฉพาะแต่ภาคเหนือดังที่บอกกล่าวไว้ และเมื่อขอคำชี้แจงก็ได้รับคำตอบว่า เป็นการโจมตีทำลายเป้าหมายกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส และกล่าวหาว่ากลุ่มฮามาสใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ขณะที่โฆษกกลุ่มฮามาสตอบโต้ว่า อิสราเอลจงใจทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนประชาชน และผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คือผู้หญิงและเด็ก ส่วนสหประชาชาติเตือนว่า ภัยอันตรายต่อเด็กกำลังเข้าขั้นหายนะ หลังการรบในฉนวนกาซาตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเด็กเสียชีวิตกว่า 3,900 คน สูญหายอีก 1,250 คน เชื่อว่าส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังอาคารบ้านเรือน

ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์ค ไทม์ส ของสหรัฐอเมริกา ยังรายงานอ้างข้อมูลแหล่งข่าวว่าตัวแทนรัฐบาลสหรัฐฯพยายามเจรจาหารือกับตัวแทนรัฐบาลอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง เรื่องการใช้ความรุนแรงต่อฉนวนกาซา ฝ่ายสหรัฐฯร้องขอให้กองทัพอิสราเอลเลือกใช้อาวุธที่มีความรุนแรงน้อยลงเพื่อจำกัดวงความเสียหาย รวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับที่ตั้งของศูนย์บัญชาการกลุ่มฮามาสให้มากกว่านี้ก่อนดำเนินการโจมตี หรือการใช้หน่วยรบพิเศษปฏิบัติโจมตีอย่างเฉียบคม กระนั้น ฝ่ายอิสราเอลมองว่า คำแนะนำเหล่านี้เป็นเรื่องไม่มีประโยชน์ และยิ่งเป็นการเพิ่มความสูญเสีย

นอกจากนี้ ยังเกิดกรณีวุ่นวายในรัฐบาลอิสราเอล หลังนายอามิไช เอลิยาฮู รมว.วัฒนธรรมอิสราเอล สายพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมขวาจัดให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุท้องถิ่นอิสราเอลว่า ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์โจมตีฉนวนกาซา พร้อมกล่าวจุดยืนไม่เห็นด้วยเรื่องการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซา เพราะพลเรือนทุกคนมีส่วนรู้เห็นกับฮามาส และพื้นที่ภาคเหนือของฉนวนกาซาไม่ควรเหลืออยู่บนผิวโลก ทุกคนที่โบกธงปาเลสไตน์และธงฮามาสไม่ควรอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ โดยต่อมานายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้มีคำสั่งห้ามนายอามิไชเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่มีกำหนด สำนักข่าวไทม์ออฟอิสราเอลระบุว่า มีเสียงเรียกร้องให้นายอามิไชได้รับบทลงโทษมากกว่านี้ เพราะปกติก็แทบไม่มีการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการ ทุกอย่างสั่งงานผ่านโทรศัพท์หรือออนไลน์ ส่วนนายอามิไชกล่าวแก้ตัวว่า เป็นคำพูดเชิงเปรียบเปรย ให้เห็นภาพว่าอิสราเอลต้องตอบโต้อย่างรุนแรงต่อกลุ่มก่อการร้าย