ด่านราฟาห์ เส้นชีวิตชาวกาซา ทำไมอียิปต์ลังเลไม่กล้าเปิด?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734703

ด่านราฟาห์ เส้นชีวิตชาวกาซา ทำไมอียิปต์ลังเลไม่กล้าเปิด?

22 ต.ค. 2566 09:00 น.

ด่านราฟาห์ เส้นชีวิตชาวกาซา ทำไมอียิปต์ลังเลไม่กล้าเปิด?

  • ขบวนรถบรรทุกขนเสบียงกลุ่มแรกเดินทางข้ามด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นทางเข้าออกฉนวนกาซาแห่งเดียวที่ไม่ถูกอิสราเอลควบคุม เข้าสู่ฉนวนกาซาได้แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
  • อย่างไรก็ตาม เสบียงดังกล่าวไม่ใกล้เคียงกับความต้องการของชาวกาซาที่กำลังเผชิญวิกฤติมนุษยธรรมครั้งเลวร้ายที่สุด หลังอิสราเอลทำสงครามรอบใหม่กับกลุ่มฮามาส
  • แต่หลังจากเปิดด่านได้ไม่นาน อียิปต์ก็ปิดด่านราฟาห์อีกครั้ง ขบวนรถขนเสบียงอีกหลายร้อยคันยังคงจอดรอเพื่อนำสิ่งของเข้าไปบรรเทาทุกข์ช่วยเหลือชาวกาซานับล้านคน

หลังจากเมื่อ 7 ต.ค. 2566 กลุ่มฮามาส กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ฉนวนกาซา เปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เข้าสู่ประเทศอิสราเอล จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1,400 ศพ และลักพาตัวผู้คนทั้งชาวยิว และชาวต่างชาติไปเป็นตัวประกันอีกหลายร้อยคน อิสราเอลก็ประกาศสงคราม และโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่เข้าสู่ฉนวนกาซามาจนถึงตอนนี้

การโจมตีของอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ในกาซาไปแล้วกว่า 4,400 ศพ แต่ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังดำเนินการปิดล้อมดินแดนแห่งนี้ทั้งทางบก, ทะเล และอากาศ ตัดการส่งน้ำ, ไฟฟ้า, อาหาร และเชื้อเพลิง ทำให้ผู้อยู่อาศัยมากกว่า 2 ล้านคนที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้อยู่แล้ว ยิ่งลำบากหนักขึ้นไปอีก

คำสั่งอพยพประชาชน 1.1 ล้านคน ในภาคเหนือของกาซาของอิสราเอล เพื่อเปิดทางสำหรับปฏิบัติการโจมตีภาคพื้น ทำให้ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และทางข้ามพรมแดนที่ติดกับอียิปต์ ทางใต้ของกาซา ก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังเดียวของผู้ที่ต้องการหลบหนีการโจมตี ผู้คนจำนวนมากเริ่มเดินทางไปที่นั่นด้วยความคาดหวัง

แต่จนถึงตอนนี้ด่านราฟาห์ยังคงปิดสนิท และการเดินทางข้ามพรมแดนก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเขาตั้งความหวังเอาไว้

กาซาวิกฤติมานานแล้ว

ฉนวนกาซา ดินแดนเล็กๆ มีขนาด 360 ตร.กม. ซึ่งเล็กกว่าจังหวัดที่เล็กที่สุดของไทยอย่าง สมุทรสงคราม เผชิญวิกฤติมนุษยธรรมร้ายแรงมาตั้งแต่ก่อนที่การต่อสู้ครั้งล่าสุดจะปะทุขึ้นแล้ว

การปกครองฉนวนกาซาเปลี่ยนมือหลายต่อหลายครั้ง ในช่วง 70 ปีที่ผ่านมาดินแดนแห่งนี้เคยถูกอียิปต์ควบคุมหลังสงครามอาหรับ-อิสราเอล ปี 2491 ก่อนถูกอิสราเอลยึดไปในสงครามปี 2510 จากนั้นจึงเริ่มตั้งรกรากชาวยิว และควบคุมการเคลื่อนไหวของชาวปาเลสไตน์ กระทั่งในปี 2548 อิสราเอลถอนทัพ และประชาชนออกจากกาซา และ 2 ปีหลังจากนั้นกลุ่มฮามาสก็ยึดครองดินแดนแห่งนี้

นับจากนั้นจนถึงปัจจุบันกาซาถูกอิสราเอลปิดกั้นมานานถึง 16 ปี ส่งผลให้ประชากร 95% ในดินแดนนี้ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ ขณะที่ชาวกาซามากกว่าครึ่งต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติเพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการพื้นฐาน นอกจากนั้นชาวกาซาราว 80% ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทำให้ชาวปาเลสไตน์เป็นกลุ่มคนไร้รัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

หลังสงครามรอบใหม่เริ่มขึ้น อิสราเอลดำเนินการปิดล้อมไม่ให้ส่งความช่วยเหลือเข้ากาซาอย่างสิ้นเชิง โรงงานผลิตไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวในกาซาก็หมดเชื้อเพลิง ทำให้ประชาชนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืดมิด ในขณะที่โรงเรียน, ชุมชน และมัสยิดก็ถูกโจมตีไม่เว้นแต่ละวัน แม้กองทัพอิสราเอลจะอ้างว่าพวกเขาเล็งโจมตีสถานที่เก็บอาวุธ และโครงสร้างพื้นที่ที่กลุ่มฮามาสใช้ก็ตาม

องค์การอนามัยโลก เตือนว่า ระบบสาธารณสุขในกาซามาถึงจุดแตกหักแล้ว โรงพยาบาลต้องจัดสรรปันส่วนเชื้อเพลิงกับเวชภัณฑ์ที่เหลือน้อยเต็มที ในขณะที่โรงพยาบาลใหญ่ 2 แห่งในกาซารับผู้ป่วย หรือผู้บาดเจ็บเกินกำหนดไปนานแล้ว ส่วนโรงพยาบาลอื่นๆ ในภาคใต้ก็กำลังมีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ

ขบวนรถขนเสบียงจำนวนมาก รอข้ามด่านราฟาห์

สถานการณ์ที่ด่านราฟาห์

ด่านราฟาห์เป็นเส้นทางข้ามพรมแดนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของอิสราเอล ตั้งอยู่ที่เมืองไซนาย ติดกับพื้นที่ทางใต้ของกาซา แต่อียิปต์ปิดเส้นทางแห่งนี้นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มขึ้น และยอมเปิดให้ขบวนรถบรรทุกขนเสบียง 20 คันกลุ่มแรกเดินทางผ่านในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาเท่านั้น ก่อนจะปิดเส้นทางตามเดิม

แม้องค์กรระหว่างประเทศมากมายจะออกมาแสดงความยินดีกับการเปิดด่านช่วงสั้นๆ นี้ แต่ต้องยอมรับว่าเสบียงที่ส่งเข้าไปไม่เพียงพอต่อความต้องการของคน 2.2 ล้านคนในกาซา สหรัฐฯ พยายามกดดันให้อียิปต์เปิดเส้นทางรับประชาชนจากกาซา ขณะที่ฝ่ายอียิปต์ก็ยืนกรานว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้ผู้อพยพไหลทะลักเข้าประเทศ และยืนยันให้ฝ่ายอิสราเอลเป็นผู้เปิดทางส่งความช่วยเหลือแก่ชาวกาซาแทน

การเปิดด่านราฟาห์เป็นเรื่องซับซ้อน เนื่องจากมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง อย่างแรกคือต้องได้รับการอนุมัติจากอียิปต์กับกลุ่มฮามาสที่เป็นผู้ควบคุมด่านแห่งนี้โดยตรง และสองคือต้องได้รับไฟเขียวจากอิสราเอลที่กำลังโจมตีกาซา รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงด่านราฟาห์อยู่ตอนนี้ด้วย โดยอียิปต์ต้องการการรับรองว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีขบวนรถขนความช่วยเหลือ

ปัจจุบันมีรถบรรทุกเสบียง และสิ่งของช่วยเหลือต่างๆ กว่า 200 คันจอดรอข้ามด่านราฟาห์อยู่ที่ฝั่งอียิปต์ สหรัฐฯ กำลังเจรจากับอิสราเอลเพื่อให้ความช่วยเหลือให้สามารถเข้าสู่ฉนวนกาซาได้มากขึ้น เนื่องจากรถบรรทุก 20 คันที่เข้าไปก่อน มีอาหาร, น้ำ และเวชภัณฑ์ แต่ไม่มีเชื้อเพลิงมาด้วย

ชาวกาซาที่กลายเป็นผู้พลัดถิ่น ต้องอาศัยอยู่ในโรงเรียนของยูเอ็น ในเมืองข่านยูนิส

ข้ามด่านราฟาห์ไม่ใช่เรื่องง่าย

อิสราเอลกับอียิปต์ลงนามสนธิสัญญาสันติภาพกันในปี 2525 ทำให้รัฐยิวถอนกำลังออกจากคาบสมุทรไซนายที่พวกเขายึดจากอียิปต์ในปี 2510 จากนั้นอิสราเอลจึงเปิดด่านราฟาห์ขึ้น จนกระทั่งพวกเขาถอนทหารออกจากกาซาในปี 2548 และในช่วง 2 ปีก่อนที่กลุ่มฮามาสจะขึ้นมามีอำนาจในปี 2550 ด่านแห่งนี้ถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปกับอียิปต์

ในช่วง 2 ปีดังกล่าว (2548-2550) มีผู้ข้ามด่านราฟาห์ประมาณ 450,000 คน เฉลี่ยวันละ 1,500 คน แต่หลังจากกลุ่มฮามาสยึดกาซา อียิปต์กับอิสราเอลก็เพิ่มความเข้มงวดในการเดินทางของคน และการขนส่งสินค้าเข้าออกจากกาซา แต่ในปี 2551 กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ระเบิดป้อมใกล้ที่ด่านราฟาห์ ทำให้ชาวกาซาร่วม 50,000 คนทะลักเข้าสู่อียิปต์เพื่อซื้ออาหาร, เชื้อเพลิง และเสบียงอื่นๆ

เหตุการณ์นั้นทำให้อียิปต์ตัดสินใจนำลวดหนาม และรั้วเหล็กมาเสริมกำแพงกั้นชายแดน และควบคุมการเข้าออกด่านราฟาห์อย่างเข้มงวดมาตลอด ทั้งจำกัดจำนวนคนเข้าออก ชาวกาซาที่ต้องการจะข้ามพรมแดนก็ต้องผ่านขั้นตอนขออนุญาตเข้าเมืองที่ยืดยาวอย่างต่ำ 30 วัน แต่บางครั้งก็นานถึง 3 เดือน นอกจากนั้นพวกเขาต้องขอใบอนุญาตออกจากกาซาจากกลุ่มฮามาสด้วย ซึ่งอาจใช้เวลาหลักวัน ถึง 3 เดือน

ตามการเปิดเผยของสหประชาชาติในปีนี้มีประชาชนข้ามด่านราฟาห์เฉลี่ย 27,000 คนต่อเดือน จนถึงเดือนกรกฎาคม โดยด่านแห่งนี้เปิดทำการ 138 วัน และปิด 74 วัน นับจนถึงเดือนกรกฎาคม โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้านความมั่นคง และการเมืองในพื้นที่

อับเดล ฟิตตาห์ อัล-ซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์

อียิปต์ยังลังเลไม่กล้าเปิดด่าน

อียิปต์มีผู้อพยพในประเทศจำนวนหลายล้านคนแล้ว และพวกเขารู้สึกไม่สบายใจกับความเป็นไปได้ที่ว่าชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนอาจข้ามเข้าไปในดินแดนของพวกเขา

ประธานาธิบดี อับเดล ฟิตตาห์ อัล-ซีซี แห่งอียิปต์ ระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ประเทศของเขากำลังพยายามช่วยชาวกาซา ภายใต้ขีดจำกัดต่างๆ “แน่นอนเราเห็นใจ แต่ก็ระมัดระวัง ในขณะที่เราเห็นใจ เราก็ต้องใช้สติเพื่อให้บรรลุสันติภาพ และความปลอดภัย ในรูปแบบที่ไม่สร้างความเสียหายแก่เรามากนัก”

หลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเปลี่ยนชาวกาซาให้กลายเป็นผู้ลี้ภัยอีกครั้ง ด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานออกจากกาซา เพราะอย่างที่ระบุข้างต้นว่าชาวกาซาส่วนใหญ่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยโดยสหประชาชาติอยู่แล้ว

ในขณะที่อียิปต์เรียกร้องให้อิสราเอลยอมให้ขนส่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านด่านราฟาห์ แต่พวกเขายังไม่ตอบรับการเรียกร้องจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้สร้างเส้นทางปลอดภัยสำหรับพลเรือนเข้าสู่ดินแดนของพวกเขา.


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnncfr

อิสราเอลจ่อเพิ่มการโจมตีฉนวนกาซา เตือนชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734700

อิสราเอลจ่อเพิ่มการโจมตีฉนวนกาซา เตือนชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้

22 ต.ค. 2566 08:29 น.

อิสราเอลจ่อเพิ่มการโจมตีฉนวนกาซา เตือนชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้

อิสราเอลกล่าวว่าจะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซา และเตือนชาวปาเลสไตน์ให้อพยพลงไปทางใต้ต่อไปเพื่อความปลอดภัย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศพื้นที่ตอนใต้ของเขตฉนวนกาซาในช่วงเช้าวันนี้ (22 ต.ค.) และกล่าวว่าจะเพิ่มความรุนแรงในการโจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของกาซา ในขณะที่สหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ชาวปาเลสไตน์ที่ขาดแคลนอาหาร น้ำ ยา และเชื้อเพลิง

พลเรือตรี ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล หรือ ไอดีเอฟ กล่าวว่า กองทัพอิสราเอลมีแผนจะเพิ่มการโจมตีในฉนวนกาซา เริ่มตั้งแต่เย็นวันนี้ “เราจะเพิ่มการโจมตีให้รุนแรงขึ้น ลดความเสี่ยงต่อกองกำลังอิสราเอลในระยะต่อไปของสงคราม และเราจะเพิ่มการโจมตีตั้งแต่วันนี้” ฮาการียังเรียกร้องให้ชาวเมืองกาซา “อพยพลงไปทางใต้ต่อไปเพื่อความปลอดภัยของพวกเขา”

กองทัพอิสราเอลเริ่มดำเนินการโจมตีทางอากาศตอบโต้ฉนวนกาซาภายหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสในอิสราเอลเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,400 ศพ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์กล่าวว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 4,385 ศพในฉนวนกาซา โดยคาดว่าอิสราเอลจะเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซาเร็วๆ นี้ แต่ยังไม่ทราบกำหนดเวลา

ด้านสื่อปาเลสไตน์รายงานว่า ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 11 คนถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอลในเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา สื่อปาเลสไตน์ยังกล่าวอีกว่า อิสราเอลกำลังโจมตีเมืองราฟาห์ทางตอนใต้

ขณะที่ขบวนรถช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมขบวนแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฉนวนกาซาที่ถูกปิดล้อม นับตั้งแต่เกิดสงครามเกิดขึ้นได้เดินทางผ่านทางจุดผ่านแดนราฟาห์เมื่อวันเสาร์ องค์การสหประชาชาติกล่าวว่า ขบวนรถบรรทุก 20 คันดังกล่าวยังรวมถึงสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จะส่งมอบให้แก่สภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์

อย่างไรก็ตาม สำนักงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) กล่าวว่า ปริมาณสิ่งของที่เข้ามาเมื่อวันเสาร์นั้นเทียบเท่ากับราว 4% ของค่าเฉลี่ยรายวันของการนำเข้าสินค้าไปยังฉนวนกาซาก่อนเกิดสงคราม และเป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของจำนวนสิ่งของที่จำเป็น หลังจากการถูกปิดล้อม 13 วัน ในฉนวนกาซาที่มีประชากรราว 2.3 ล้านคน

เมื่อค่ำวันเสาร์ สหรัฐฯ เสนอร่างมติต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ระบุว่า อิสราเอลมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง และเรียกร้องให้อิหร่านหยุดส่งออกอาวุธให้กับกลุ่มติดอาวุธ และกลุ่มก่อการร้ายที่คุกคามสันติภาพ และความมั่นคงทั่วทั้งภูมิภาค

ขณะที่มีรายงานว่า ไอดีเอฟ เปิดเผยว่า หนึ่งในเครื่องบินของตนได้โจมตี “เส้นทางก่อการร้ายใต้ดิน” ซึ่งรวมถึงห้องขังของกลุ่มฮามาส ในเมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่อ้างคำกล่าวของแพทย์ชาวปาเลสไตน์ มีชาวปาเลสไตน์ 2 คนถูกสังหาร และอีกจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บในช่วงเช้าวันนี้.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อิสราเอลจับพลเมืองชาวอาหรับหลายสิบคน โพสต์โซเชียลปลุกปั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734689

อิสราเอลจับพลเมืองชาวอาหรับหลายสิบคน โพสต์โซเชียลปลุกปั่น

22 ต.ค. 2566 04:00 น.

อิสราเอลจับพลเมืองชาวอาหรับหลายสิบคน โพสต์โซเชียลปลุกปั่น

อิสราเอลจับพลเมืองชาวอาหรับในประเทศหลายสิบคน ฐานโพสต์ข้อความปลุกปั่น รวมถึงนักร้องหญิงชื่อดัง นับตั้งแต่สงครามเริ่มเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจอิสราเอลควบคุมตัวพลเมืองเชื้อสายอาหรับในประเทศจำนวนหลายสิบคน นับตั้งแต่สงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ด้วยข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความสนับสนุนปาเลสไตน์บนโลกออนไลน์

หนึ่งในผู้ถูกจับกุมคือ น.ส.ดาลาล อาบู อัมเนห์ นักร้องสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากเมืองนาซาเรธ ผู้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอาหรับ โดยเธอถูกตำรวจควบคุมตัวเอาไว้นาน 2 วัน ก่อนจะได้รับการประกันตัวในวันพุธที่ผ่านมา แต่จะถูกกักบริเวณที่บ้านจนถึงวันจันทร์ที่ 23 ต.ค.แทน

นายอาเบียร์ เบคเกอร์ ทนายความของดาลาล เปิดเผยว่า ลูกความของเขาถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมสร้างความแตกแยก ขณะที่ตำรวจระบุว่า โพสต์ของเธอซึ่งมีภาพธงปาเลสไตน์กับข้อความว่า “ไม่มีผู้ชนะนอกจากพระเจ้า” อาจสร้างความแตกแยกในหมู่ผู้ติดตามของเธอ

นายเบคเกอร์ ยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงทัศนคติทางศาสนาของดาลาลเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่อิสราเอลกลับตีความไปว่าเธอพยายามเรียกร้องให้ติดอาวุธชาวปาเลสไตน์

ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสครั้งล่าสุดเริ่มขึ้น ตำรวจอิสราเอลก็ใช้นโยบาย “ไม่อดทน” ต่อกิจกรรมบนโลกออนไลน์ที่พวกเขามองว่าแสดงการสนับสนุนกลุ่มฮามาส และดำเนินการจับกุมตัวชาวอาหรับอิสราเอลหลายสิบคน จากข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความเรื่องสงครามครั้งนี้บนโซเชียลมีเดีย

อนึ่ง ชาวอาหรับอิสราเอลซึ่งหลายคนนิยมเรียกตัวเองว่า ชาวปาเลสไตน์ในอิสราเอลมากกว่า ซึ่งเป็นประชากร 1 ใน 5 ของอิสราเอล

ตำรวจอิสราเอลระบุว่า พวกเขาสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่กระทำผิดทางออนไลน์มากกว่า 100 คนแล้ว โดย 63 คนในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเยรูซาเลม

“ใครก็ตามที่ปลุกปั่นให้เกิดการต่อต้านรัฐอิสราเอล, สัญลักษณ์ของรัฐบาล, เจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง, เจ้าหน้าที่กองทัพ และตำรวจ ควรรู้ตัวว่าตำรวจอิสราเอลจะตอบสนองอย่างหนักแน่น และไม่ปรานี” ยาคอฟ ชาบไต ผู้บัญชาการตำรวจอิสราเอลกล่าวที่การประชุมร่วมกับผู้นำระดับสูงของประเทศในสัปดาห์นี้.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บ.เบียร์ยักษ์ใหญ่จีนเร่งสืบ หลังคลิป พนง.ฉี่ใส่วัตถุดิบเผยแพร่ว่อนเน็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734687

บ.เบียร์ยักษ์ใหญ่จีนเร่งสืบ หลังคลิป พนง.ฉี่ใส่วัตถุดิบเผยแพร่ว่อนเน็ต

22 ต.ค. 2566 02:42 น.

บ.เบียร์ยักษ์ใหญ่จีนเร่งสืบ หลังคลิป พนง.ฉี่ใส่วัตถุดิบเผยแพร่ว่อนเน็ต

ชิงเต่า ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของจีน กำลังสืบสวนร่วมกับตำรวจ หลังคลิปวิดีโอแสดงภาพชายคนหนึ่งฉี่ใส่คอนเทนเนอร์เก็บวัตถุดิบ กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ต.ค. 2566 ว่า บริษัท ชิงเต่า บรูวเออรี (Tsingtao Brewery) หนึ่งในผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เปิดการสืบสวนหลังจากในสัปดาห์นี้มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพคล้ายกับว่าลูกจ้างชายคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนคอนเทนเนอร์เก็บมอลต์ในโกดัง ก่อนจะปัสสาวะใส่ลงไป

คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ต.ค.) มียอดผู้ชมหลายสิบล้านคนบนแพลตฟอร์มเว่ยป๋อเพียงแห่งเดียว ทำให้บริษัท ชิงเต่า แจ้งความกับตำรวจในวันศุกร์ และเริ่มการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“บริษัทของเราให้ความสำคัญอย่างมากต่อวิดีโอที่ปรากฏออกมาจากโกดัง ชิงเต่า บรูวเออรี หมายเลข 3 เมื่อ 19 ต.ค.” ทางบริษัทระบุในแถลงการณ์ว่า “เรารายงานเรื่องนี้ต่อตำรวจอย่างรวดเร็วที่สุด และแผนกความปลอดภัยสาธารณะก็เข้าร่วมการสืบสวนด้วย”

“ณ ตอนนี้ มอลต์ในลอตที่เกี่ยวข้องถูกปิดผนึกไว้โดยสมบูรณ์แล้ว ซึ่งทางบริษัทจะเสริมความเข้มแข็งในกระบวนการจัดการ และการรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต่อไป”

ทั้งนี้ คลิปวิดีโอดังกล่าวเรียกทั้งเสียงตำหนิ และสนับสนุนจากชาวเน็ต ผู้ใช้งานเว่ยป๋อคนหนึ่งแนะนำให้บริษัทดำเนินคดีกับชายผู้ก่อเหตุ และเรียกร้องค่าเสียหายให้หนัก ส่วนอีกคนหนึ่งเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างละเอียด พร้อมแสดงความสนับสนุนแบรนด์ระดับชาติเจ้านี้.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นาวาซ ชาริฟ อดีตนายกฯ ปากีสถาน กลับบ้านแล้ว หลังเนรเทศตัวเอง 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734685

นาวาซ ชาริฟ อดีตนายกฯ ปากีสถาน กลับบ้านแล้ว หลังเนรเทศตัวเอง 4 ปี

22 ต.ค. 2566 01:54 น.

นาวาซ ชาริฟ อดีตนายกฯ ปากีสถาน กลับบ้านแล้ว หลังเนรเทศตัวเอง 4 ปี

นาวาซ ชาริฟ อดีตนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เดินทางกลับประเทศแล้ว หลังเนรเทศตัวเองนาน 4 ปี คาดเตรียมลงเลือกตั้งใหญ่ที่จะไม่ถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาวาซ ชาริฟ อดีตนายกรัฐมนตรี 3 สมัยของประเทศปากีสถาน เดินทางกลับถึงประเทศบ้านเกิดแล้ว หลังจากเนรเทศตัวเองเป็นเวลา 4 ปี ท่ามกลางความคาดหมายว่า เขาจะหวนกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง ก่อนที่การเลือกตั้งใหญ่จะมาถึงในไม่กี่เดือนข้างหน้า

ปากีสถานกำลังเผชิญวิกฤติหลายอย่างทั้ง การเมือง, ความมั่นคง และเศรษฐกิจที่ทับซ้อนกัน จนทำให้การเลือกตั้งใหญ่ต้องถูกเลื่อนไปยังเดือนมกราคม 2567 โดยที่นาย อิมราน ข่าน คู่แข่งคนสำคัญของนายชาริฟกำลังต่อสู้กับคดีคอร์รัปชัน เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกจำคุก

นายชาริฟใช้เวลาหลายวันที่ผ่านมาที่นครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนจะโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำซึ่งเต็มไปด้วยผู้สื่อข่าว เดินทางกลับถึงกรุงอิสลามาบัด ในเวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

“เราพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้ง” นายชาริฟบอกกับผู้สื่อข่าวก่อนออกเดินทาง “ประเทศของเราซึ่งควรเจริญรุ่งเรืองกลับก้าวถอยหลัง เรามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร? ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้?”

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การกลับมาของนายชาริฟในครั้งนี้ น่าจะได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายทหารผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งปราบปรามพรรคของนายข่าน หลังความสัมพันธ์ของทั้งคู่ย่ำแย่ลง จนทำให้นายข่านถูกขับออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปีก่อน

ทั้งนี้ นายชาริฟเดินทางต่อไปยังเมืองลาฮอร์ ทางตะวันออก โดยมีประชาชนผู้สนับสนุนในชุดสีเขียวและเหลือซึ่งเป็นสีประจำพรรคของนายชาริฟ มารอต้อนรับอยู่แล้ว ขณะที่มีตำรวจมากกว่า 7,000 นายประจำการที่สวนสาธารณะ เกรทเตอร์ อิกบาล ที่นายชาริฟจะกล่าวปราศรัยหลังจากนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อียิปต์เปิดด่านราฟาห์ ขบวนรถขนเสบียงกลุ่มแรกเข้าสู่กาซาแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734681

อียิปต์เปิดด่านราฟาห์ ขบวนรถขนเสบียงกลุ่มแรกเข้าสู่กาซาแล้ว

22 ต.ค. 2566 00:25 น.

อียิปต์เปิดด่านราฟาห์ ขบวนรถขนเสบียงกลุ่มแรกเข้าสู่กาซาแล้ว

อียิปต์เปิดด่าน ราฟาห์ ชั่วคราว ให้ขบวนรถบรรทุกขนเสบียงกลุ่มแรกเดินทางเข้าฉนวนกาซาได้แล้ว หลังจากอิสราเอลยอมตกลงเปิดทางให้ส่งความช่วยเหลือแก่ประชาชนในกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ขบวนรถบรรทุกขนเสบียงกลุ่มแรก จำนวน 20 คัน เดินทางเข้าสู่พื้นที่ทางใต้ของฉนวนกาซา ผ่านทางด่าน ราฟาห์ (Rafah) ของประเทศอียิปต์แล้ว ในวันเสาร์ที่ 21 ต.ค. 2566 หลังจากจอดรอมานานหลายวันจนกระทั่ง จนกระทั่งอิสราเอลยอมเปิดทางตามคำขอของสหรัฐฯ มหามิตรของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นทางเข้าสู่กาซาเพียงแห่งเดียวที่ไม่ได้ถูกควบคุมโดยอิสราเอล ถูกปิดอีกครั้งหลังจากขบวนรถดังกล่าวแล่นผ่านไป

ในวันเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เรียกร้องที่การประชุมสุดยอดในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมในการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และขอให้มีความเคลื่อนไหวเพื่อยุติฝันร้ายนี้ ในขณะที่การต่อสู้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3

นายกูเตร์เรสระบุว่า ตอนนี้ชาวปาเลสไตน์ราว 2.4 ล้านคนต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางหายนะทางมนุษยธรรม มีผู้เสียชีวิตหลายพันศพ มากกว่า 1 ล้านคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่น และว่า จำเป็นต้องมีรถบรรทุกขนเสบียงเดินทางเข้าฉนวนกาซาวันละอย่างน้อย 1 ร้อยคัน เพื่อสอดรับกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลง

ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ฝ่ายอิสราเอลมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,400 ศพ ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน ขณะที่การระดมโจมตีทางอากาศเข้าใส่ฉนวนกาซา ก็ทำให้ชาวปาเลสไตน์ถูกสังหารไปมากกว่า 4,300 ศพ

ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ประชาชนเกือบครึ่งในกาซากลายเป็นผู้พลัดถิ่นไปแล้ว หลังจากอิสราเอลมีคำสั่งให้คน 1.1 ล้านคนในภาคเหนือของกาซาอพยพลงใต้ เพื่อเปิดทางสำหรับการปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่บ้านเรือนถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายกว่า 30% ทำให้คนนับพันต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวที่เมืองข่านยูนิส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวฯไทย เยือนกัมพูชา ร่วมลงนามพัฒนาบทบาทเชิงสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734521

คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวฯไทย เยือนกัมพูชา ร่วมลงนามพัฒนาบทบาทเชิงสร้างสรรค์

21 ต.ค. 2566 11:32 น.

คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวฯไทย เยือนกัมพูชา ร่วมลงนามพัฒนาบทบาทเชิงสร้างสรรค์

คณะผู้แทนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นำโดย นายมงคล บางประภา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยนายชวรงค์ ลิมปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมฯ เดินทางเยือนกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ตามคำเชิญของสมาคมนักข่าวกัมพูชา ในโครงการแลกเปลี่ยนเยี่ยมเยือนของสื่อมวลชนสองประเทศ

โอกาสนี้คณะผู้แทนสมาคมฯได้เข้าเยี่ยมคารวะนายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ หารือเกี่ยวกับสถานการณ์สื่อ และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในยุคเปลี่ยนผ่านการปกครองของกัมพูชา

นายเชิดเกียรติ กล่าวว่า สื่อมวลชนทั้งสองฝ่ายมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเป็นตัวเชื่อมเพื่อลดความขัดแย้ง ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

จากนั้นคณะผู้แทนสมาคมฯได้เข้าเยี่ยมคารวะนายเนต พักตรา รัฐมนตรีกระทรวงข่าวสาร แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และมีการหารือในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ ความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนไทย-กัมพูชา เพื่อต่อต้านการเผยแพร่ข่าวลวงและส่งเสริมความเข้าใจแก่ประชาชน

คณะผู้แทนสมาคมฯยังได้เข้าร่วมการประชุมกับสมาคมนักข่าวกัมพูชานำโดยนายปุย เกีย ประธานสมาคม และมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ที่มีเนื้อหาส่งเสริมความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาบทบาทเชิงสร้างสรรค์ร่วมกันในกรอบภูมิภาค

เนื้อหาของเอ็มอยู่ยังระบุถึงการประสานความร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีของสื่อมวลชนสองประเทศ การจะเดินหน้าสานต่อช่องทางการสื่อสารสายด่วนที่ได้จัดตั้งไว้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารก่อนนำเสนอ หรือเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจะแลกเปลี่ยนคณะเยี่ยมเยือนระหว่างกันเป็นประจำทุกปี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ มุมมองความคิด และสร้างความแน่นแฟ้น การจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อส่งเสริมศักยภาพสื่อมวลชนของสองประเทศ และ การจะร่วมมือกันเพื่อการมีส่วนร่วมต่างๆ ในกรอบของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน

พ่อตัวประกันสาวชาวอเมริกันสุดดีใจ เตรียมฉลองวันเกิดให้ลูกสาวที่ถูกปล่อยตัว (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734504

พ่อตัวประกันสาวชาวอเมริกันสุดดีใจ เตรียมฉลองวันเกิดให้ลูกสาวที่ถูกปล่อยตัว (คลิป)

21 ต.ค. 2566 11:18 น.

พ่อตัวประกันสาวชาวอเมริกันสุดดีใจ เตรียมฉลองวันเกิดให้ลูกสาวที่ถูกปล่อยตัว (คลิป)

พ่อของนาตาลี รานาน และอดีตสามีของจูดิธ รานาน 2 แม่ลูกชาวอเมริกันที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นชุดแรกโดยกลุ่มฮามาส แถลงเหมือนปาฏิหาริย์ที่ได้ลูกกลับคืนมา พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือ

นายอูรี รานาน วัย 71 ปี พ่อของนาตาลี รานาน และเป็นอดีตสามีของจูดิธ รานาน 2 แม่ลูกชาวอเมริกันที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นชุดแรกโดยกลุ่มฮามาส แถลงเปิดใจต่อสื่อ ว่ารู้สึกดีใจที่ได้รับข่าวดีแบบไม่คาดคิด เพราะในตอนแรกที่เขาได้ข่าวว่ากลุ่มฮามาสจะปล่อยตัวประกันสองแม่ลูก เขาก็หวังมาตลอดว่าจะเป็นอดีตภรรยาและลูกสาวของเขา หลังจากที่เขานอนไม่หลับมาตลอด 2 สัปดาห์เพราะรอคอยฟังข่าว โดยหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว นาตาลี รานาน ได้โทรศัพท์มาพูดคุยและยืนยันว่าเธอสบายดี ทางกลุ่มฮามาสให้การดูแลเธอเป็นอย่างดี และเธอดีใจมากที่ กำลังจะได้เดินทางกลับบ้าน ส่วนแม่ของเธอ จูดิธ รานานวัย 59 ปีมีรอยถลอกเล็กน้อยที่มือแต่ไม่เป็นอะไรมาก

นอกจากนี้นายอูรี รานาน ยังระบุด้วยว่า เขามีโอกาสได้พูดคุยกับประธานาธิบดี โจ ไบเดนของสหรัฐฯ และได้กล่าวขอบคุณที่ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความห่วงใยและให้การช่วยเหลือครอบครัวของเขาเอาไว้ ขณะเดียวกันเขาก็ได้พูดคุยกับนายเจบี พริซเกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ที่ช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง

โดยในสัปดาห์หน้า วันที่ 24 ตุลาคม เป็นวันเกิดครบรอบอายุ 18 ปีของนาตาลีพอดี ซึ่งเขาจะจัดงานฉลองวันเกิดให้แก่ลูกสาวที่บ้านของเขาด้วย

ล่าสุดโฆษกของกองทัพอิสราเอลระบุว่า 2 แม่ลูกชาวอเมริกันได้ออกจากฉนวนกาซามาพร้อมกับทหารของอิสราเอลแล้ว และคาดว่าจะกลับถึงสหรัฐฯ เร็วๆ นี้

นับว่าสองแม่ลูกชาวอเมริกันเป็นตัวประกันชุดแรกที่กลุ่มฮามาสยอมปล่อยตัวออกมา หลังจากถูกจับตัวไปเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนโดยคาดว่ายังมีตัวประกันที่อยู่กับกลุ่มฮามาสอีกราว 200 คน แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับความหวังที่จะมีการปล่อยตัวประกันคนอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ จูดิธและนาตาลี เป็นพลเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอลทั้งคู่ โดยทั้งสองถูกจับตัวไปขณะที่เดินทางไปฉลองวันเกิดครบรอบ 85 ปีแม่ของนางจูดิธ และเนื่องในวันหยุดประจำชาติของอิสราเอล ที่ชุมชนเกษตรคิบบุตซ์ใกล้กับพรมแดนของกาซา ก่อนที่จะถูกกลุ่มฮามาสบุกจู่โจมหมู่บ้านและจับเป็นตัวประกัน.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สงครามอิสราเอล

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง ‘เรือดำน้ำ’ ‘จีน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561644

22 ต.ค. 2566

กมธ.ทหารฯยังข้องใจเชิญ ผบ.ทร.แจง 'เรือดำน้ำ' 'จีน'

ชมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล้าตัดสินใจเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ แต่ กมธ.ทหารฯ ยังไม่วางใจ เชิญ ผบ.ทร.แจงบางสัญญา ยังเดินหน้ากับ’จีน’

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ โฆษกคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ชื่นชม สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่กล้าตัดสินใจยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำกับจีนซึ่งค้างคามา 18 เดือนและขอให้รีบจัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำทัังหมดโดยด่วน เช่นโครงการทำระบบสื่อสารกับเรือดำ ซึ่งปัจจุบันยังจะเปิดประมูลอยู่

โดยในวันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม 2566 นี้ กรรมาธิการทหาร ได้เชิญกองทัพเรือเข้าชี้แจงทั้งเรื่อง รายละเอียดการยกเลิกสัญญาเรือดำน้ำ ,ผลการสอบสวนกรณีเรือหลวงสุโขทัยล่ม รวมถึงความคืบหน้าการกู้เรือ และสุดท้ายเรื่องผลสอบกรณีกระสุนหายในกองทัพเรือเมื่อปีที่แล้ว กรรมาธิการฯหวังว่าผบ.ทร.จะให้ความร่วมมือ เดินทางมาชี้แจงพร้อมกับเอกสาร

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้สัมภษณ์ ระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพเรือว่า  ในระหว่างการเดินทางไปประเทศจีนร่วมกับนายกรัฐมนตรี ก็นำไปคุยกับรัฐบาลจีน แม้ยังไม่จบ 100%

แต่มีการยอมรับในหลักการเรื่องการเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องพูดคุย เช่น เงินจ่ายไปทำอย่างไร หรือเทคโนโลยีอื่นๆมีเงื่อนไขอะไร จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมา รวมทั้งข้อกฎหมายต้องคุยกันต่อไป

โครงการเรือดำน้ำ ยังไม่ยกเลิก แต่ให้ชะลอระยะหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ให้เสร็จเมื่อได้เรือฟริเกตแล้วบวกกับเรือฟริเกตเดิมที่มีโครงการจัดหา ก็มาบวกเข้าไปส่วนเรือดำน้ำก็เดินหน้าต่อไป วันใดที่มีความพร้อมประเทศมีความพร้อมก็ทำเรื่องนี้ต่อ


ส่วนเงินที่ไทยจ่ายไปแล้ว ไทยเสนอว่าขอให้เป็นเคลมเป็นค่าเรือฟรีเกต ราว 7 พันล้านบาทเมื่อหักลบกับที่ยังไม่ได้จ่าย อีก 6,000 ล้านบาท อาจจะต้องเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ส่วนราคารวมของเรือฟริเกตลำใหม่นี้ ทางจีนยังไม่ได้พูดเรื่องราคา แต่จากการศึกษา อยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านก็ใกล้เคียงกัน

‘นิด้าโพล’ ค้าน ‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561638

22 ต.ค. 2566

'นิด้าโพล' ค้าน 'ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง'  ทั่วประเทศ

‘ขยายเวลาปิดสถานบันเทิง’ ควรทำเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมของต่างชาติ ‘ นิด้าโพล’ โดยทั่วไปปิดตีสองเหมาะสมแล้ว

นิด้าโพล เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง นโยบาย ปิดผับตี 4 มาอีกแล้ว ทั่วประเทศ  ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป  เกี่ยวกับแนวคิดการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงในยามค่ำคืน จากเวลา 02.00 น. ออกไปเป็นเวลา 04.00 น. จากกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 44.35  ที่ระบุว่าเคยไปเที่ยวสถานบันเทิง ร้อยละ 55.65 ระบุว่า ไม่เคยไปเที่ยว

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ

โดยผู้ที่เคยไปเที่ยวในช่วง 1 ปีที่ผ่านพบว่า 

  • ร้อยละ 57.66 ระบุว่า ไม่เคยไปเลย รองลงมา 
  • ร้อยละ 33.22 ระบุว่า มีบ้างแล้วแต่โอกาส/เทศกาล 
  • ร้อยละ 4.13 ระบุว่า เดือนละครั้ง
  • ร้อยละ 2.58 ระบุว่า อาทิตย์ละวัน
  • ร้อยละ 2.07 ระบุว่า เกือบทุกวัน (3-5 วัน/สัปดาห์) และร้อยละ 0.34 ระบุว่า ทุกวัน

 

คำตอบของแนวคิดที่จะขยายเวลาปิดสถานบันเทิง สำหรับผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง)  พบว่า

  • ร้อยละ 36.49 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 30.29 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 25.13 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ6.37 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.

ส่วนความคิดเห็นของผู้ที่ไม่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 729 หน่วยตัวอย่าง) พบว่า

  • ร้อยละ 45.95 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 18.38 ระบุว่า ควรขยายเวลาปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ
  • ร้อยละ 11.52 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ
  • ร้อยละ 9.88 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น.
  • ร้อยละ 7.41 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย และร้อยละ 6.86 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ


ความเห็นโดยภาพรวม พบว่า  

  • ร้อยละ 41.76 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว เพราะ เป็นเวลาที่ไม่ดึกมากจนเกินไป ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง รองลงมา
  • ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพราะ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย
  • ร้อยละ 17.56 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ เพราะ ควรเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เป็นการเพิ่มช่วงเวลาในการหารายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิง และกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง
  • ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิง ก่อนเวลา 02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้
  • ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย เพราะ ไม่เป็นการส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง
  • ร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ ควรปิดสถานบันเทิง เวลา 03.00 น.

ผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการผลสำรวจนิด้าโพล เรื่องขยายเวลาปิดสถานบริการ


ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ โดยภาพรวม พบว่า

  • ร้อยละ 46.41 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.17 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


 

เมื่อพิจารณาเฉพาะความคิดเห็นของผู้ที่เคยไปเที่ยวสถานบันเทิง (จำนวน 581 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ พบว่า

  • ร้อยละ 48.54 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา
  • ร้อยละ 34.60 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ
  • ร้อยละ 8.43 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด
  • ร้อยละ 7.57 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ