สุดสลด ชาวอิรักจัดพิธีศพเหยื่อไฟไหม้งานแต่ง-จับ 14 คนโยงทำเพลิงไหม้ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728650

สุดสลด ชาวอิรักจัดพิธีศพเหยื่อไฟไหม้งานแต่ง-จับ 14 คนโยงทำเพลิงไหม้ (คลิป)

28 ก.ย. 2566 06:45 น.

สุดสลด ชาวอิรักจัดพิธีศพเหยื่อไฟไหม้งานแต่ง-จับ 14 คนโยงทำเพลิงไหม้ (คลิป)

ชาวอิรักจำนวนมากร่วมพิธีศพของผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้งานแต่งงานในเมืองการากอช ซึ่งทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่า 100 ราย ขณะตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อาจต้องรับผิดชอบต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว 14 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันพุธที่ 27 ก.ย. 2566 ชาวอิรักจำนวนมากออกมาร่วมพิธีศพผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 ศพ ที่สุสานในเมืองการากอช ในจังหวัดนิเนเวห์ ทางเหนือของประเทศ บ้างก็ช่วยกันแห่โลงศพ ขณะที่บางคนถือรูปบุคคลอันเป็นที่รักผู้ล่วงลับมาร่วมพิธีด้วยความโศกสลด

โศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00-22.45 น. เมื่อวันอังคารที่ 26 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น มีแขกเหรื่อจำนวน 1,000-1,100 คนไปร่วมฉลองพิธีแต่งงานของบ่าวสาวคู่หนึ่งที่โถงจัดงานเลี้ยงในเมืองการากอช ก่อนจะเกิดไฟไหม้ระหว่างที่บ่าวสาวเต้นรำ และไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงดำเนินการจับกุมผู้ที่อาจต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้แล้ว 14 คน ประกอบด้วย เจ้าของอาคาร, พนักงาน 10 คน และเจ้าหน้าที่ 3 คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการดอกไม้ไฟ หลังผลการตรวจสอบพบว่าอาคารจัดเลี้ยงแห่งนี้ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

ศูนย์อำนวยการป้องกันพลเรือนของอิรัก ระบุก่อนหน้านี้ว่า โถงจัดเลี้ยงแห่งนี้ถูกปูด้วยแผ่นฝ้าที่มีองค์ประกอบโลหะไวไฟสูง ซึ่งผิดกฎหมายในอิรัก และฝ้าดังกล่าวพังลงมาภายในไม่กี่นาทีหลังจากเกิดเพลิงไหม้ ฝ้าประเภทนี้ยังมีความเป็นพิษสูงเมื่อถูกเผาไหม้ด้วย

หลังเกิดเหตุ นายกรัฐมนตรี โมฮัมเหม็ด ชีอา อัล-ซูดานี ให้คำมั่นว่าจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อตรวจสอบอุบัติเหตุครั้งนี้โดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุ และดูว่ามีจุดใดที่ถูกละเลยหรือไม่ เขายังสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและยืนยันระบบความปลอดภัยของศูนย์การค้า, ร้านอาหาร, โถงจัดงาน และโรงแรมต่างๆ ด้วย

ด้านจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน โดยในช่วงเย็นวันพุธ นายอับดุล อาเมียร์ อัล-ชามมารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอิรัก ระบุว่า ตอนนี้พบผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 94 ศพ แต่ก่อนหน้านี้ นายฮัสซัน อัล-อัลลัก รองผู้ว่าฯ จังหวัดนิเนเวห์ บอกกับรอยเตอร์สว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 113 ศพ

ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 150 ราย ส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้ทั่วร่างกาย รองลงมาคือถูกไฟไหม้ราว 50-60% เจ้าหน้าที่ต้องส่งพวกเขาไปรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วจังหวัดนิเนเวห์ รวมถึงที่เมืองโมซูล ในแคว้นเคอร์ดิสถานที่อยู่ห่างออกไปเพียง 15 กม. ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่, เครื่องมือแพทย์ และรถพยาบาลไม่เพียงพอ

นอกจากนั้นยังไม่มีการยืนยันชะตากรรมของคู่บ่าวสาวในเหตุการณ์นี้ บางรายงานระบุว่าทั้งคู่เสียชีวิต แต่สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น อัล-ซูมาเรีย ทีวี (Alsumaria TV) เผยแพร่ภายชายคนหนึ่งในพิธีศพ และระบุว่าเป็นเจ้าบ่าวในงาน ซึ่ง บีบีซี ใช้ซอฟต์แวร์ยืนยันใบหน้า และเชื่อว่าชายคนนี้คือเจ้าบ่าวตัวจริง

เจ้าหน้าที่ป้องกันพลเรือนคนหนึ่งบอกกับ บีบีซี ด้วยว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวรอดชีวิตทั้งคู่.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝนถล่มแอฟริกาใต้ น้ำท่วมเวสเทิร์นเคป ดับแล้ว 11 ศพ เสียหายวงกว้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728648

ฝนถล่มแอฟริกาใต้ น้ำท่วมเวสเทิร์นเคป ดับแล้ว 11 ศพ เสียหายวงกว้าง

28 ก.ย. 2566 05:00 น.

ฝนถล่มแอฟริกาใต้ น้ำท่วมเวสเทิร์นเคป ดับแล้ว 11 ศพ เสียหายวงกว้าง

ฝนที่ตกตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในจังหวัดทางใต้ของแอฟริกาใต้ ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในหลายพื้นที่ ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 11 ศพ และมีความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 ก.ย. 2566 ว่า เกิดฝนตกหนักในจังหวัดเวสเทิร์นเคป รวมถึงที่เมืองเคปทาวน์ ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์จนถึงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ศพ แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า จำนวนผู้เคราะห์ร้ายอาจเพิ่มขึ้นเมื่อระดับน้ำท่วมลดลง

ข่าวระบุว่า ผู้เคราะห์ร้าย 8 จาก 11 ราย เสียชีวิตเพราะถูกไฟฟ้าช็อต ขณะที่พายุฝนและลมกระโชกแรงทำให้เกิดน้ำท่วม สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน, ผลผลิตทางการเกษตรโดยเฉพาะไร่องุ่น, ถนน และโครงสร้างพื้นฐานหลายจุดในจังหวัดเวสเทิร์นเคป ส่วนทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้คนที่เชื่อว่ายังคงติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมของพวกเขาเอง

ก่อนหน้านี้มีนักเรียนชั้นประถม 72 คน กับผู้ใหญ่อีก 10 คน ติดค้างอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในเมืองเอาท์ชอร์น (Oudtshoorn) หลังจากน้ำในแม่น้ำเลอ รู ที่อยู่ใกล้เคียงล้นตลิ่ง ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือในช่วงเช้าวันพุธ หลังจากระดับน้ำลดต่ำลง อย่างไรก็ตามยังมีชาวไร่ประมาณ 200 คนติดค้างอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมตัดขาด

ตามการเปิดเผยของ นายโคเซนต์โช รามอคโคปา (Kgosientsho Ramokgopa) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการไฟฟ้าแห่งแอฟริกาใต้ กล่าวว่า เหตุน้ำท่วมทำให้ถนนกว่า 80 สายถูกปิด ขณะที่บ้านเรือนอย่างน้อย 15,000 หลัง ไม่มีไฟฟ้าใช้ บริการรถไฟบางส่วนทั้งในจังหวัดเวสเทิร์นเคป กับอีสเทิร์นเคป ต้องถูกระงับ

นายจอร์ดิน ฮิล-ลิวอิส นายกเทศมนตรีเมืองเคปทาวน์ ลงนามประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ เพื่อเรียกร้องขอทรัพยากรและมาตรการบรรเทาทุกข์เพิ่มเติมจากรัฐบาลกลาง เพื่อรับมือกับผลที่ตามมาจากฝนตกหนัก ทางการเมืองเคปทาวน์ยังสั่งปิดเขตป่าสงวน และช่องเขา ‘สตีนบราส’ ซึ่งเป็นจุดเดินป่ายอดนิยมด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นักบินอวกาศนาซาได้กลับโลกแล้ว หลังทำสถิติใหม่โดยไม่ตั้งใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728647

นักบินอวกาศนาซาได้กลับโลกแล้ว หลังทำสถิติใหม่โดยไม่ตั้งใจ

28 ก.ย. 2566 03:38 น.

นักบินอวกาศนาซาได้กลับโลกแล้ว หลังทำสถิติใหม่โดยไม่ตั้งใจ

นักบินอวกาศสหรัฐฯ เดินทางกลับโลกแล้ว หลังจากเขาอยู่ในอวกาศยาวนานกว่า 1 ปี เนื่องจากเหตุขัดข้อง จนกลายเป็นสถิติใหม่ของประเทศโดยไม่ตั้งใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแฟรงก์ รูบิโอ นักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ เดินทางกลับถึงโลกแล้ว ในวันพุธที่ 27 ก.ย. 2566 หลังจากเขาอยู่ในอวกาศนานกว่า 1 ปี จนกลายเป็นสถิติใหม่

นายรูบิโอ กับนักบินอวกาศรัสเซียอีก 2 คน คือ เซอร์เกย์ โปรคอฟเยฟ และดีมิทรี เปเตลิน นั่งแคปซูล ‘โซยุซ เอ็ฒเอส-23’ ลงจอดในประเทศคาซัคสถานอย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 17.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น

การลงจอดดังกล่าวถือเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทางอันยาวนานโดยไม่ได้ตั้งใจของ นายรูบิโอ ที่เดิมมีกำหนดประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพียง 6 เดือน แต่เขากลับต้องอยู่บนนั้นนานถึง 371 วัน หลังพบการรั่วไหลของสารลดอุณหภูมิจากยานแคปซูลที่เขานั่งมาเชื่อมต่อกับ ISS ทำให้กำหนดการกลับโลกของเขาถูกเลื่อนออกไป

ความขัดข้องที่เกิดขึ้นทำให้ นายรูบิโอ กลายเป็นนักบินอวกาศสหรัฐฯ ที่อยู่ในสภาพไร้น้ำหนักยาวนานที่สุด แซงสถิติเดิมของ นายมาร์ก ฟาน เดอ เฮ ที่ทำไว้ในปี 2565 และกลายเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่อยู่บนวงโคจรโลกครบ 1 ปีปฏิทิน โดยนี่นับว่าเป็นการเดินทางสู่อวกาศครั้งแรกของเขาอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นายรูบิโอ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นก่อนหน้านี้ไม่นานว่า หากเขารู้ก่อนว่าต้องอยู่บนสถานีอวกาศนานกว่าแผนที่วางไว้เป็นเท่าตัวแบบนี้ เขาคงปฏิเสธภารกิจก่อนจะเริ่มการฝึกฝน เพราะมันทำให้เขาพลาดช่วงเวลาสำคัญมากมายกับครอบครัวของเขาตลอดปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายรูบิโอ เพิ่งทำสถิติเป็นนักบินอวกาศสหรัฐฯ ที่อยู่ในอวกาศนานที่สุด ที่เจ้าของสถิตินักบินอวกาศที่อยู่บนอวกาศนานที่สุดในโลกคือ นายวาเลรี โปลยาคอฟ ชาวรัสเซีย โดยเขาอยู่บนสถานีอวกาศ ‘เมียร์’ (Mir) นานถึง 437 วัน ระหว่างเดือนมกราคม 2537 ถึงเดือนมีนาคม 2538.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อาเซอร์ไบจานจับกุมอดีตผู้นำคาราบัค-ปชช.อพยพแล้ว 50,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728640

อาเซอร์ไบจานจับกุมอดีตผู้นำคาราบัค-ปชช.อพยพแล้ว 50,000 คน

28 ก.ย. 2566 01:42 น.

อาเซอร์ไบจานจับกุมอดีตผู้นำคาราบัค-ปชช.อพยพแล้ว 50,000 คน

อาเซอร์ไบจานจับตัวอดีตผู้นำนากอร์โน-คาราบัค ข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียในดินแดนแห่งนี้อพยพออกไปมากกว่า 1 ใน 3 ส่วนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อาเซอร์ไบจานจับกุมตัว นายรูเบน วาร์ดาเนียน นักธุรกิจซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลกลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียในนากอร์โน-คาราบัค ดินแดนแยกตัวในอาเซอร์ไบจาน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่เขาแฝงตัวในกลุ่มผู้อพยพพยายามเดินทางไปยังอาร์เมเนีย

ทั้งนี้ หลังจากอาเซอร์ไบจานมีปฏิบัติการโจมตีสายฟ้าแลบเมื่อสัปดาห์ก่อน กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนียในคาราบัคยอมตกลงหยุดยิงภายใต้เงื่อนไขว่าพวกเขาต้องวางอาวุธและสลายกลุ่ม ส่งผลให้ชาวอาร์เมเนียในดินแดนดังกล่าวหวาดกลัวถูกกวาดล้าง จึงแห่เดินทางอพยพไปยังประเทศอาร์เมเนีย

ล่าสุด กลุ่มชาติพันธุ์อาร์เมเนีย ราว 50,000 คน จากทั้งหมด 120,000 คน เดินทางออกจากนากอร์โน-คาราบัคไปแล้ว โดยพวกเขาต้องเผชิญการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ป้องกันชายแดนอาเซอร์ไบจาน ซึ่งอ้างว่าทำไปเพื่อค้นหาผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมสงคราม โดยนายวาร์ดาเนียนถูกจับกุมในวันอังคาร และจะถูกส่งตัวไปยังกรุงบากู

แหล่งข่าวคนหนึ่งในรัฐบาลอาเซอร์ไบจานบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่า รัฐบาลตั้งใจอภัยโทษให้แก่นักรบติดอาวุธชาวอาร์เมเนียในคาราบัคที่ยอมวางอาวุธ แต่สำหรับผู้ที่ก่ออาชญากรรมสงครามระหว่างสงครามคาราบัคต้องถูกส่งตัวให้แก่เจ้าหน้าที่.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทหารอเมริกันหนีเข้าเกาหลีเหนือ โดนเนรเทศ-สหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728629

ทหารอเมริกันหนีเข้าเกาหลีเหนือ โดนเนรเทศ-สหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวแล้ว

28 ก.ย. 2566 00:28 น.

ทหารอเมริกันหนีเข้าเกาหลีเหนือ โดนเนรเทศ-สหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวแล้ว

ทราวิส คิง พลทหารสหรัฐฯ ถูกเกาหลีเหนือเนรเทศกลับสู่การควบคุมของสหรัฐฯ อีกครั้งแล้ว 2 เดือนหลังจากเขาก่อเหตุวิ่งข้ามชายแดนในเขตปลอดทหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งว่า ทราวิส คิง พลทหารอเมริกันผู้ก่อเหตุวิ่งข้ามชายแดนเกาหลีใต้ไปยังเกาหลีเหนือ และถูกทางการเปียงยางจับกุมตัวเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถูกเนรเทศกลับสู่การควบคุมของสหรัฐฯ อีกครั้งแล้ว ในวันพุธที่ 27 ก.ย. 2566

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากสื่อทางการของเกาหลีเหนือระบุว่า เปียงยางเสร็จสิ้นการสืบสวนแล้ว และตัดสินใจจะเนรเทศ นายคิง ผู้กระทำผิดฐานเข้าสู่ดินแดนของเกาหลีเหนืออย่างผิดกฎหมาย แต่ไม่ระบุว่าจะเนรเทศเมื่อไร หรือจะส่ง นายคิง ไปที่ไหน

จนถึงตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่ามีการเจรจาตกลงใดๆ เบื้องหลังการปล่อยตัว นายคิง หรือไม่ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี

ทั้งนี้ นายคิง ก่อเหตุเมาทะเลาะวิวาทในผับแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ และมีปัญหากับตำรวจ จนถูกจำคุก 50 วัน หลังพ้นโทษ กองทัพสหรัฐฯ จึงตัดสินใจส่งตัวเขากลับเทกซัส แต่ระหว่างอยู่ที่ท่าอากาศยานอินชอน นายคิง กลับหลบหนีไปเข้าร่วมทัวร์ชมเขตปลอดทหาร (DMZ) และวิ่งหนีข้ามพรมแดนเกาหลีใต้เข้าสู่เกาหลีเหนือ

เมื่อเดือนก่อน เกาหลีเหนือออกมายืนยันว่า นายคิง ถูกพวกเขาจับตัวเอาไว้ และว่า นายคิง แปรพักตร์มาเกาหลีเหนือเพื่อหลบหนีจากการเอาเปรียบ และการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในกองทัพสหรัฐฯ.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เจ้าของบ.อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ‘เอเวอร์แกรนด์’ โดนตร.จีนคุมตัว จับตา 24 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728572

เจ้าของบ.อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ 'เอเวอร์แกรนด์' โดนตร.จีนคุมตัว จับตา 24 ชม.

27 ก.ย. 2566 19:59 น.

เจ้าของบ.อสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ‘เอเวอร์แกรนด์’ โดนตร.จีนคุมตัว จับตา 24 ชม.

มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์เอเวอร์แกรนด์ ถูกตำรวจจีนควบคุมตัวอย่างไม่เป็นทางการ เฝ้าจับตาตลอด 24 ชม.ท่ามกลางความล่าช้าของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ ขณะบริษัทประสบวิกฤติหนี้สินกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานวันที่ 27 ก.ย. 2566 ว่า นายฮุย กา ยัน (Hui Ka Yan) มหาเศรษฐีประธานบริษัท เอเวอร์แกรนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีน กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนควบคุมตัว โดยไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุที่นายฮุยถูกตำรวจดำเนินการเช่นนี้ ท่ามกลางความล่าช้าของกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ มหาศาลกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

รายงานของบลูมเบิร์กระบุโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดว่า นายฮุย ซึ่งจดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเอเวอร์แกรนด์ในปี 2536 ที่เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ถูกตำรวจจีนพาตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไม่มีการเปิดเผย 

ขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเหตุใดนายฮุยจึงตกอยู่ภายใต้การควบคุมตัวอย่างไม่เป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบลูมเบิร์กกล่าวว่า วิธีการของตำรวจในครั้งนี้ ยังไม่ถือเป็นการจับกุมหรือคุมขัง และยังไม่ได้หมายความว่านายฮุยจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ 

แต่หากอ้างอิงตามกฎหมายอาญาของจีน ผู้ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิดของตำรวจ นายฮุยจะไม่สามารถออกจากที่พัก หรือพบปะกับผู้อื่นโดยไม่รับอนุญาต อีกทั้งตำรวจจะยึดบัตรประชาชน และหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตชั่วคราว ซึ่งตามกฎหมายแล้ว กระบวนการนี้สามารถดำเนินการได้ไม่เกิน 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลกวางตุ้งและบริษัทเอเวอร์แกรนด์ ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าวของบลูมเบิร์ก

บลูมเบิร์กชี้ว่า นี่อาจเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า การผิดนัดชำระหนี้ของยักษ์อสังหาริมทรัพย์ของจีนที่มีรายงานมีหนี้สินมากที่สุดในโลก อาจกำลังเข้าสู่เฟสหรือขั้นตอนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา โดยก่อนหน้านี้ ทางการจีนได้จับกุมอดีตผู้บริหาร 2 ราย และเจ้าหน้าที่บางส่วนของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ เนื่องจากบริษัทเอเวอร์แกรนด์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นทำให้เกิดวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ในประเทศจีน นับตั้งแต่ปี 2564 โดยปัญหาหนี้สินมหาศาลของเอเวอร์แกรนด์ และความล่าช้าของการปรับโครงสร้างหนี้กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัยอย่างรุนแรง และเริ่มสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจของจีน 

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศจีน เคยตำหนิว่าวิกฤติหนี้สินของเอเวอร์แกรนด์ มาจากการบริหารจัดการบริษัทที่ไม่ดี และขยายกิจการโดยขาดความระมัดระวัง อีกทั้งรัฐบาลจีนก็เรียกร้องให้นายฮุย นำเงินส่วนตัวของตัวเองมาชำระหนี้

ทั้งนี้ บริษัทเอเวอร์แกรนด์ได้ยื่นขอรับความคุ้มครองจากกฎหมายล้มละลายภายใต้มาตรา 15 ในสหรัฐฯ เมื่อเดือน ส.ค.2566 ขณะที่วิกฤติภาคอสังหาฯ ของจีนได้ลุกลามต่อเนื่อง โดยบริษัท “Sunac China Holdings” เป็นบริษัทอสังหาฯ รายที่ 2 ของจีน ที่ยื่นล้มละลายตามมาเมื่อ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Bloomberg

นาซาเปิดแคปซูล ‘ยานโอไซริส’ แล้ว เจอฝุ่นดำ จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2728547

นาซาเปิดแคปซูล ‘ยานโอไซริส’ แล้ว เจอฝุ่นดำ จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

27 ก.ย. 2566 19:39 น.

นาซาเปิดแคปซูล ‘ยานโอไซริส’ แล้ว เจอฝุ่นดำ จากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

นาซาเปิดแคปซูลเก็บตัวอย่างหินมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูแล้ว เผยพบฝุ่นสีดำและผงขนาดเท่าทราย เตรียมแถลงข่าวใหญ่แจ้งผลการวิเคราะห์วัตถุตัวอย่างเหล่านี้เดือนหน้า

เมื่อ 27 ก.ย. 2566 นักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียพบ ‘ฝุ่นสีดำ และผงคล้ายทราย’ อยู่ภายในแคปซูลจากยานโอไซริส-เร็กซ์ หลังจากนักวิทยาศาสตร์ของนาซาได้เปิดแคปซูล ซึ่งได้ถูกปล่อยให้ลงอย่างนุ่มนวลโดยร่มชูชีพในทะเลทราย ที่รัฐยูทาห์ ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังยานโอไซริส-เร็กซ์ได้ถูกส่งไปยังห้วงอวกาศตั้งแต่ปี 2561 เพื่อไปเก็บตัวอย่างหินมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

‘กล่องสมบัติทางวิทยาศาสตร์’ พบ ‘ฝุ่นสีดำและผงขนาดเท่าเม็ดทราย’ อยู่ข้างในของฝาและฐานของแคปซูล’ นาซาโพสต์ข้อความและรูปถ่ายผ่านทาง X หรือทวิตเตอร์เดิม

นาซาโพสต์รูปและข้อความทาง X หรือทวิตเตอร์เดิม แจ้งความคืบหน้า เปิดฝาแคปซูลที่เก็บตัวอย่างวัตถุมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนูแล้ว

ขณะเดียวกันนาซายังได้ระบุในแถลงการณ์ว่า การเปิดฝาอะลูมิเนียมของแคปซูล ทำในห้องปฏิบัติการที่ต้องสวมถุงมือ โดยนักวิทยาศาสตร์ได้มีการสวมชุดป้องกันอย่างแน่นหนาสำหรับการทำงานในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีอะไรอยู่ข้างในแคปซูลที่เก็บตัวอย่างหินมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู

นาซายังรายงานด้วยว่า ขณะนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์ของนาซากำลังรอคอยอย่างกระตือรือร้นที่จะเริ่มวิเคราะห์วัตถุตัวอย่างเหล่านี้ที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ชิ้นส่วนที่ซับซ้อนของวัตถุเหล่านี้ โดยมีกำหนดที่จะเปิดแถลงข่าวใหญ่ในวันที่ 11 ตุลาคม ที่จะถึง เพื่อเปิดเผยข้อมูลการวิเคราะห์วัตถุจากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้

ดาวเคราะห์น้อยเบนนู

ทั้งนี้ นาซาได้ส่งยานโอไซริส-เร็กซ์ เดินทางไปยังดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร ตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเก็บตัวอย่างฝุ่นบนดาวเคราะห์น้อยเบนนู ปริมาณ 250 กรัมกลับมายังโลก

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ตัวอย่างวัตถุที่เก็บมาจากดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งมีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก จะช่วยนักวิทยาศาสตร์เข้าใจระบบสุริยจักรวาลของเราได้ดียิ่ง และโลกกลายเป็นดาวเคราะห์ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตได้อย่างไร ในขณะที่ดาวเคราะห์น้อยเบนนูยังถูกจัดให้เป็น ‘วัตถุใกล้โลก’ ดาวเคราะห์น้อยอันตรายที่อาจชนโลกของเราในอีกประมาณ 100 กว่าปีข้างหน้า 

ที่มา: Aljazeera

‘ไชยา’รับฟังปัญหา เกษตรกรปลูกอ้อย สนับสนุนทุกด้าน เร่งบริหารจัดการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759415

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังผู้แทนสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือประเด็นการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ว่าได้รับฟังปัญหาเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และพร้อมสะสางปัญหาและสานต่อโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรทันที

“สิ่งหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯรับผิดชอบคือการดูแลพี่น้องเกษตรกร และในส่วนข้อเสนอของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ขอให้ช่วยดูแลปัญหาด้านเงินชดเชยในการตัดอ้อยสด เพื่อลดปัญหามลภาวะ PM2.5 ซึ่งการสานต่อโครงการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยลดการเผาอ้อย รวมถึงพืชอื่นๆ และจะดูแลเงื่อนไขนี้ให้เกิดความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังเห็นควรแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 เนื่องจากผลผลิตจากอ้อยสามารถต่อยอดได้ในระดับอุตสาหกรรม รวมถึงสามารถสร้างงาน สร้างผลตอบแทน กำไร และผลประโยชน์ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยตัวจริง ทั้งนี้ จะขอรับข้อเสนอของเกษตรกร นำไปหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง” นายไชยา กล่าวและว่า จะช่วยสนับสนุนด้านอื่นๆ อาทิ พันธุ์อ้อยโรคพืช การดูแลพื้นที่ปลูกอ้อยในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ซึ่งในอนาคตคาดหวังให้สามารถเปลี่ยนที่ดินส.ป.ก.เป็นโฉนดที่ดิน ที่สามารถแปลงเป็นต้นทุนในการทำการเกษตรได้

รองปลัดฯรุกแผนต้านการแปรสภาพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759416

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย พ.ศ. 2566-2570 ที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี โดยมีนายอาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช ผู้แทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการประชุม

ทั้งนี้ การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังความคิดเห็นระดับประเทศ เพื่อจะใช้เป็นกรอบทิศทางการดำเนินงานของประเทศ การขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์ และเป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ 15 (SDG15) โดยมีประเด็นสำคัญที่จะต้องดำเนินการ คือ 1.การทบทวนและจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติของอนุสัญญา UNCCD ปี พ.ศ. 2566-2570 ที่เชื่อมโยงเป้าหมายและมาตรการความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (Land Degradation Neutrality: LDN) ได้แก่ การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้เพิ่มขึ้น การปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดินที่เสื่อมโทรมให้มีศักยภาพ และลดการสูญเสียคาร์บอนในดินและเพิ่มปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในดิน

2.ขับเคลื่อนการจัดทำเป้าหมายและตัวชี้วัดความสมดุลของการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) ในระดับพื้นที่ครอบคลุมทั้งประเทศ 3.สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงประเด็นการจัดการทรัพยากรที่ดิน การถือครองที่ดิน และภัยแล้ง 4.พัฒนาแผนงานโครงการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ และ 5.พัฒนาความร่วมมือและการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวทางการทำงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและองค์กรระหว่างประเทศ

เกษตรฯ-ปตท.ทำMOU ส่งเสริมการปลูกกาแฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759417

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)เรื่อง การส่งเสริมการปลูกกาแฟ ภายใต้นโยบายตลาดนำการผลิต ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) โดยมีนายดิษทัต ปันยารชุนประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.น้ำมันฯ (OR) ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ปตท.น้ำมันฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ว่าการลงนาม MOU ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และขยายพื้นที่การปลูกกาแฟให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตกาแฟให้มีปริมาณผลผลิตและมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ให้เกษตรกรได้ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นเกษตรกรรมแบบยั่งยืน ช่วยลดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า และปัญหาสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความร่วมมือด้านการตลาดในการรับซื้อผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพของเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนการปลูกกาแฟอย่างครบวงจรตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานไว้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้สร้างโอกาส และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน