ยื้อตำแหน่ง ‘รองประธานสภาฯ’ หมออ๋อง ไม่แลก ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558641

15 ก.ย. 2566

ยื้อตำแหน่ง 'รองประธานสภาฯ' หมออ๋อง ไม่แลก 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ไม่เชื่อก้าวไกล ขับพ้นพรรคตัดปัญหา ‘รองประธานสภาฯ’ เปิดทางหัวหน้าคนใหม่เป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลังพิธาลาออก

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ 1 ยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ เพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้

เมื่อหัวหน้าพรรคลาออก กรรมการบริหารพรรคจะพ้นสภาพโดยอัตโนมัติ และจะมีการเลือกกันใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 24 กันยายนนี้ เมื่อมีกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลชุดใหม่ จึงจะหารืออีกครั้ง เพราะส่วนตัวไม่เห็นด้วย กับข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในกฎหมาย บีบบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ตรงไปตรงไปมา

แต่หากพรรคก้าวไกลจะมีมติขับตนเองออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกลให้ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาฯไว้ และให้พรรคก้าวไกล สามารถมีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นเพราะข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ

เพราะไม่มีประเทศใดใช้เทคนิคกฎหมายแบบนี้ และตนเองได้รับการเลือกตั้ง สส. ได้รับมติจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

หากพรรคเห็นสมควรอย่างไรก็ถือเป็นเรื่องของพรรค แต่ตนเองก็พร้อมทำหน้าที่ของตนเองเต็มที่ มั่นใจว่า การตัดสินใจของพรรคก้าวไกล จะเป็นประโยชน์ที่ไม่ใช่กับพรรคเท่านั้น แต่เป็นประโยชน์ของประเทศชาติ และการได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรด้วย

‘ก้าวไกล’ ส่งสัญญาณกล่อม ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง ‘รองประธานสภาผู้แทนราษฎร’  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558638

15 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' ส่งสัญญาณกล่อม  ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'  

โฆษกพรรค “ก้าวไกล” สรุปสถานการณ์ภายหลังการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กระบวนการจากนี้ คือสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาฯ ปดิพัทธ์  สันติภาดา  ถึงเวลาที่ต้องจับเข่าคุยกัน หาทางออก


นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ เพื่อเปิดทางให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร   หลังจากนี้ พรรค “ก้าวไกล” จะต้องมีการพูดคุยกับนายปดิพัทธ์  สันติภาดา  สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ต่อการทำหน้าที่ดังกล่าว   ซึ่งมีกระบวนการตัดสินใจดำเนินการกันพอสมควรว่าจะเป็นอย่างไร   โดยยังไม่สามารถสรุปในตอนนี้ได้ทันที แต่เบื้องต้น พรรคก้าวไกล ได้ตัดสินใจหาผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 

ส่วนโอกาสที่พรรค “ก้าวไกล” จะรักษา ไว้ทั้งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร   พรรคฯ ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงขั้นนั้น ซึ่งจะต้องรอพูดคุยกับนายปดิพัทธ์ก่อน และเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำงานแล้ว พรรคฯ คงจะต้องดำเนินการหาตัวผู้นำฝ่ายค้านฯ ก่อน แต่สำหรับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังพอมีเวลา 

'ก้าวไกล' ส่งสัญญาณกล่อม  ปดิพัทธ์ ถอนตัวตำแหนง 'รองประธานสภาผู้แทนราษฎร'  

ปดิพัทธ์  สันติภาดา  สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล  รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปิดเซฟ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์-ชลน่าน’ อู้ฟู่ ทั้ง ที่ดิน แหวนเพชรตาแมว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558633

15 ก.ย. 2566

เปิดเซฟ 'พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์-ชลน่าน' อู้ฟู่ ทั้ง ที่ดิน แหวนเพชรตาแมว

รวยอยู่นะ ป.ป.ช. เปิด บัญชีทรัพย์สิน ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ – ชลน่าน’ รวยเพิ่ม ทั้งที่ดิน, แหวนเพชรตาแมว ประเมินค่าไม่ได้

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หลังยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.วันที่ 4 ก.ค. 2566 เพิ่มขึ้นจากตอนพ้นตำแหน่ง สส. ส่วน “ชลน่าน” กับ ภรรยา รวยอู้ฟู่ ทั้งที่ดิน และแหวนเพชรตาแมว 

โดย ป.ป.ช. ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร 21,521,941 บาท เงินลงทุน 15,286,468 บาท เงินให้กู้ยืม 39 ล้าบาท ที่ดิน 61 แปลง มูลค่า 41,717,525 บาท อาทิ เขตบางกอกน้อย กทม., อ.สามโคก จ.ปทุมธานี, อ.เมือง จ.มุกดาหาร เมื่อเทียบกับตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินพ้นตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 2,078,165 บาท

ส่วน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. วันที่ 4 ก.ค. 2566 มีทรัพย์สินรวม 561,444,058 บาท เป็นทรัพย์สินของ “ชลน่าน” 9,666,395บาท ทรัพย์สินของ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ คู่สมรส 551,393,408 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ที่เป็นของ น.ส.นวลสกุล มีมูลค่าถึง 501,339,338 บาท จำนวน 18 แปลง อาทิ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 38 ไร่ มูลค่า 218.2 ล้านบาท อ.เมือง จ.ลำพูน 45 ไร่ มูลค่า 125.2 ล้านบาท

รถยนต์ 4 คัน ของ น.ส.นวลสกุล มูลค่า 6,250,000 บาท รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ อีกประมาณ 25 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของ น.ส.นวลสกุล อาทิ เครื่องประดับทองคำและเพชร 81 รายการ มูลค่า 5.9 ล้านบาท กระเป๋า HERMES และอุปกรณ์ตกแต่ง 25 รายการ รวม 6 ล้านบาท

กระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้ออื่นๆ อีก 45 ใบ มูลค่ารวม 5.97 ล้านบาท เครื่องประดับแบรนด์เนม 71 รายการ รวม 2 ล้านบาท ตลอดจนแหวนเพชรตาแมวสีมรกต และเมฆสิทธิ์หลวงพ่อทับ วัดอนงค์สีเขียวทอง ที่ระบุว่า ประเมินมูลค่าไม่ได้

ขณะที่ หมอชลน่าน มีพระเครื่อง 8 องค์ มูลค่า 3.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตอนที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่ง สส.วันที่ 20 มี.ค. 2566 นพ.ชลน่า นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 588,781บาท

‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557121

15 ก.ย. 2566

'พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ' จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา 'ตระกูลชิดชอบ' สยายปีก

เปิดเส้นทาง ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ ติดโผ ครม. เศรษฐา จากรั้ว ปทุมวัน สู่ เสมา ‘ตระกูลชิดชอบ’ สยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก

ครม.เศรษฐา มีชื่อของ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. หนึ่งใน “ตระกูลชิดชอบ” ติดอยู่ในโผเสมา 1 คุมกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว เพราะเขามีศักดิ์เป็นลูกของ “ชัย ชิดชอบ” และเป็นน้องชายของ “เนวิน และเป็นพี่ชายของ ศักดิ์สยาม”

ตระกูลชิดชอบตระกูลชิดชอบ

ครั้งหนึ่ง ปู่ชัย เคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่ง เมื่อนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น สส.บ้าง” ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น สส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล (ยศในขณะนั้น) ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ”

แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ใครจะรู้ว่า นายพลตำรวจ ที่พ่อเคยบอกไว้ว่า ไม่น่าจะมีใครแล้ว กลับปรากฎชื่อติดโผ ครม.เศรษฐา ในฐานะ (ว่าที่) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูเหมือนว่า ไม่น่าจะมีความเกี่ยวพันกันเลยแม้แต่น้อย

หากจะไล่เรียงประวัติ “พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ ช่วงที่เนวิน บารมีเบ่งบาน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

  • ยุครัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ)
  • ยุครัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง กทม. (ตม.)
  • ยุค “ยิ่งลักษณ์ ชินวัฒน์” ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
  • ยุค “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นจเรตำรวจ (สบ.8) ก่อนขยับมารับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้าย 2562
  • พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2564

พล.ต.อ.เพิ่มพูน มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อครั้งคดี “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะ พล.ต.อ.เพิ่มพูน เป็นผู้ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการไม่เห็นแย้ง สรุปเป็นอันคดียุติ และเขาเป็นคนเดียวที่รอดพ้นข้อครหา หลังมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบ 

ครั้งนั้น “พล.ต.อ.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”

เนวิน ชิดชอบเนวิน ชิดชอบ

เส้นทางการเมือง ตระกูลชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีกการเมือง ถึงแม้ว่า เนวิน ชิดชอบ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจน 2 ของตระกูล จะยุติบทบาท และหันไปลุยการบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่วน ศักดิ์สยาม ก็ถูกศาลสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรี จากปมซุกหุ้น ก่อนหน้านี้ ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของเนวิน กลายมาเป็นเจน 3 ของ ตระกูลชิดชอบ ที่กระโดดลงเล่นการเมือง สานต่อปู่ และ พ่อ ได้เป็น สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย แถมคราแรก มีชื่อติด “โผ ครม.” เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แต่ด้วยอายุไม่ถึงเกณฑ์การเป็นรัฐมนตรี ชื่อของ เพิ่มพูน เลยปรากฎแทน

ศักดิ์สยาม ชิดชอบศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ตระกูลชิดชอบ เริ่มเข้ามาสู่การเมือง ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2512 รุ่นแรกก็คือชัย ชิดชอบ มาถึงเจเนอเรชั่น 2 คือ เนวิน, ศักดิ์สยาม และ ไชยชนก ชิดชอบนับเป็นเจเนอเรชั่น 3 รวมทั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นหมายความว่า ตระกูลชิดชอบ ยังคงสยายปีก ไม่ล้มหายตายจาก สนามการเมือง ไปง่ายๆ แน่นอน

‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายถุงขนม ได้เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558621

15 ก.ย. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' ทนายถุงขนม ได้เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

‘ที่ปรึกษานายกฯ’ 9 คน มีกิตติรัตน์ ณ ระนอง นั่งแท่นเป็นประธาน ‘พิชิต ชื่นบาน’ หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีมาเร่วมทีมด้วย

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งที่ปรึกษานายกฯเพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย  เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิดังต่อไปนี้ เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี

  1. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษา
  2. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
  3. นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษา
  4. นาย ศุภนิจ จัยวัฒน์ ที่ปรึกษา
  5. นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ที่ปรึกษา
  6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษา
  7. นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษา
  8. นายชลธิศ สุรัสวดี ที่ปรึกษา
  9. นายชัย วัชรงค์ ที่ปรึกษา

ให้ส่วนราชการสนับสนุนการตำเนินงานของที่ปรึกษานายกฯตามที่ได้รับการร้องขอและให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวช้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการโดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเสขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

คำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ด่วน ‘พิธา’ ลาออกจาก ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ เปิดทางหาคนเป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558613

15 ก.ย. 2566

ด่วน 'พิธา' ลาออกจาก 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' เปิดทางหาคนเป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน'

ด่วน “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล” เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป

15 ก.ย.2566  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศลาออกจาก “หัวหน้าพรรคก้าวไกล”  ระบุ เปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน และยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลต่อไป 

พิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ประกาศลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล

โดยนายพิธา ระบุถึงเหตุผลในการลาออกจาตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ดังนี้ 

เรียนสมาชิกพรรคก้าวไกลทุกท่าน และพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศ

แม้วันนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคก้าวไกลต้องเดินหน้าสู่การทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในฐานะ “ฝ่ายค้าน” ที่มีเสียงมากที่สุดเป็นอันดับ 1 แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จำเป็นต้องเป็น สส. ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 และปัจจุบันผมยังอยู่ภายใต้คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ผมจึงยังไม่สามารถเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษราษฎร และไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ในระยะเวลาอันใกล้
 

ขณะเดียวกัน ผมได้หารือกับคณะกรรมการบริหารและ สส. ของพรรคก้าวไกลแล้วเห็นว่า บทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อระบบรัฐสภา และสมควรเป็นบทบาทที่รับผิดชอบโดยหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านหลักในสภาฯ ซึ่งตอนนี้คือพรรคก้าวไกล “ผู้นำฝ่ายค้าน” จะเปรียบเสมือนหัวเรือที่กำกับทิศทางการทำหน้าที่ในสภาฯ ของฝ่ายค้าน เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลและผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงที่ยังตกหล่นจากนโยบายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
 

ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล ณ ขณะนี้ เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส. ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาฯ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนที่ผม

ผมขอยืนยันกับทุกท่านว่า ไม่ว่าสถานะของผมจะเป็นอย่างไร ผมไม่ได้หายไปไหน แต่จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลและพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังและสุดความสามารถเพื่อขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนาร่วมกัน
 

แล้วในวันที่ 24 กันยายนนี้ ผมขอเชิญสมาชิกพรรคก้าวไกลมาพบกันอีกครั้งครับ ในงาน “ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 เขตดินแดง กรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าสู่การสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็งของพวกเราไปด้วยกัน
 

ด้วยความเคารพในอำนาจของประชาชน

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
พรรคก้าวไกล

พิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกลพิธา ลาออกหัวหน้าพรรคก้าวไกล

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2725066

“ต้องใจ ธนะชานันท์” จัดงาน “Sustainability Expo 2023” ครั้งที่ 4 วันที่ 29 ก.ย.-8 ต.ค.66

15 ก.ย. 2566 05:15 น.

“ต้องใจ ธนะชานันท์” จัดงาน “Sustainability Expo 2023” ครั้งที่ 4 วันที่ 29 ก.ย.-8 ต.ค.66

ร้อยคำสัญญามิอาจสู้การปฏิบัติให้เป็นจริง…….หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…มาถึงวันนี้ รัฐบาล ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มตัวแล้ว หลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 
  • สำหรับควันหลงจากแถลงนโยบายรัฐบาลของ นายกฯเศรษฐา ในช่วง 11-12 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็อย่างที่เห็นๆ พรรคฝ่ายค้าน ทั้ง พรรคก้าวไกล และ พรรคประชาธิปัตย์ ต่างโฟกัสไปที่คำแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน นโยบายหลายเรื่องที่เคยสัญญากับประชาชนไว้ตอนหาเสียง ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล เป็นนโยบายที่ไม่ตรงปก… อย่าง ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตอนหาเสียง พรรคเพื่อไทย บอกจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี แต่ในคำแถลงนโยบายจะพักหนี้ตามความเหมาะสม ส่วนค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ต่อวัน ปริญญาตรี 25,000 บาท ต่อเดือน มาวันนี้บอกค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนที่เป็นธรรม เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเติมเงิน 1 หมื่นบาท ดิจิทัลวอลเล็ต แม้มีระบุไว้ในนโยบายรัฐบาล แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้ทุกคนเหมือนอย่างที่เคยหาเสียง ส่วน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย หายไปเลย เรื่อง ลดราคาน้ำมัน ไฟฟ้า แก๊สหุงต้ม ทันที เหลือแค่บริหารจัดการ ค่าไฟ แก๊ส และ น้ำมัน ให้อยู่ในระดับที่ เหมาะสม ในทันที…ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่ามาตรฐานของนโยบายรัฐบาลชุดนี้ สวนทางกับความสูงของนายกฯ มีการตั้งโจทย์ประเทศที่คลุมเครือ นโยบายเลื่อนลอย ขาดความชัดเจน นโยบายที่ นายกฯ แถลงกับนโยบายตอนหาเสียง เป็นหนังคนละม้วน กลายเป็น นโยบายไม่ตรงปก
มอบเงิน – สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ มอบเงินจำนวน 600,000 บาท ให้ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 43 ของบริษัทมีเดีย แอสโซซิเอตเต็ด โดยมี ภาคนี–ภริตา–กวิน วิริยะรังสฤษฎ์ และ ชัยรัตน์ เมฆศุกรีย์ ร่วมบริจาคสมทบ 50,000 บาทด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.
  • ทางฟาก นายกฯเศรษฐา ก็พยายามชี้แจงตอบโต้เป็นฉากๆ บอกการดำเนินการนโยบายรัฐบาลจะยึดโยงผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เรื่องการพักหนี้เกษตรกรมีมาตรการหลายอย่างเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่า ใน 4 ปี สำหรับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ นอกจากนี้จะผลักดันการท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในระยะสั้น ตั้งเป้าจะสร้างเงินเข้าประเทศ 3 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่ ค่าแรงขั้นต่ำ สมควรได้รับการปรับโดยเร็วที่สุดเพื่อให้เศรษฐกิจโตเฉลี่ยปีละ 5% จะทำให้ค่าแรงขึ้นไปได้ที่ 600 บาทต่อวัน ปริญญาตรี 25,000 บาท ต่อเดือน
  • ขณะที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ก็ช่วยแจงแจกเรื่องดำเนิน โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ว่า เมื่อมารับตำแหน่ง รมว.คมนาคมแล้ว หลายโครงการต้องทบทวน อะไรดีก็ทำต่อ อะไรมีปัญหาก็ต้องทบทวน เพื่อประโยชน์ประชาชน นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายจะทำต่อไป นโยบายนี้จะเริ่มทันที เพื่อสร้างโอกาสความเท่าเทียมให้ผู้มีรายได้น้อย โดยจะรวบรวมสัมปทานเส้นทางเดินรถไฟฟ้าของเอกชนทุกสายมาเจรจา ขั้นตอนเจรจาอาจต้องใช้เวลา 6 เดือน จากนั้น 20 บาทตลอดสาย จะทำได้ทันที ส่วนเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีแดง “ตลิ่งชัน-รังสิต” ราคา 14-42 บาท และ สายสีม่วง “บางซื่อ-คลองบางไผ่” ราคา 14-42 บาท จะปรับราคาตลอดเส้นทางเป็น 20 บาท เช่นกัน โดยจะเร่งผลักดันภายใน 3 เดือน เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ขณะที่ สายสีเขียว ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. ต้องให้ กทม.เป็นผู้ดำเนินการ แต่ กระทรวงคมนาคม พร้อมจะสนับสนุน ส่วน สายสีส้ม เนื่องจากเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งขอเวลาพิจารณารายละเอียดทุกมิติ ทั้งข้อกฎหมายและผลประโยชน์ประชาชนจะทำด้วยความโปร่งใสเพื่อผลประโยชน์ประเทศ…ยืนยันหนักแน่นขนาดนี้ แสดงว่ามั่นใจเต็มร้อย
เปิดสปา – อิษฏพร ศรีสุขวัฒนา และ กิตติศักดิ์ ชนกมาตุ เปิดร้าน “บอดี้ไทม์” สปา บิวตี้ แอนด์เวลเนส โดยมี ดร.สมศักดิ์ ชลาชล, ศ.ดร.เอกชัย สุมาลี, ผศ.ดร.ครรชิตพล ยศพรไพบูลย์, สิริวิภา สุพรรณธเนศ และ ดวงวรรณ บุนนาค มาร่วมงานด้วย ที่ถนนประชาชื่น วันก่อน.
ฟังไว้ก่อน – สุริยน ศรีอรทัยกุล ให้การต้อนรับสมาชิกหลักสูตร IMFAM รุ่นที่ 3 มาเยี่ยมชมช็อป บิวตี้เจมส์ พร้อมร่วมฟังบรรยายหัวข้อโหราศาสตร์เพื่อเสริมความสำเร็จของธุรกิจ โดยมี ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี และ ม.ล.ปุณยนุช ดุลยจินดา มาร่วมฟังด้วย ที่เซ็นทรัลชิดลม วันก่อน.
  • ที่แน่ๆแม้จะโดน ฝ่ายค้าน ถล่มในสภาว่า นโยบายรัฐบาลไม่ตรงปก แต่ล่าสุดในการประชุม ครม. นัดแรกอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติมาตรการเกี่ยวกับการลดค่าครองชีพ ลดค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมัน ดีเซล พักหนี้เกษตรกร 3 ปี รวมทั้ง อนุมัติวีซ่าฟรี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งเริ่มนับหนึ่งเรื่อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามที่เคยประกาศไว้ทันที…โดย นายกฯเศรษฐา แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมมีมติ ลดค่าไฟฟ้าจาก 4.45 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง เป็น 4.10 บาท โดยจะเริ่มในรอบบิลเดือน ก.ย. นี้เป็นต้นไป และ ลดราคาน้ำมันดีเซล ให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร เข้าใจว่าจะเริ่มต้นได้วันที่ 20 ก.ย. นี้ ส่วนเรื่อง น้ำมันเบนซิน ก็มีการพูดคุยกันแต่ต้องดูให้ดีถึงกลุ่มผู้เดือดร้อนจริงๆ เดี๋ยวคงจะมีมาตรการ ค่อยๆทยอยออกมา… สำหรับเรื่อง การพักหนี้เกษตรกร ได้มีการหารือการตกลงกันว่าจะมีการ พักหนี้เกษตรกร และ ธุรกิจขนาดเล็ก เป็นเวลา 3 ปี รวมทั้งอนุมัติ วีซ่าฟรี ชั่วคราว ยกเลิกการขอเดินทางเข้ามา ประเทศไทย ของ ประเทศจีน และ ประเทศคาซัคสถาน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 29 ก.พ.2567 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว
วางแผนได้ – ทรงกลด บางยี่ขัน และ พรวดี โรจน์รุ่งสัตย์ เปิด “Sustrends 2024 | 50” การจัดสัมมนาความยั่งยืนแนวใหม่ เพื่อวางแผนการทำงานในปีหน้าได้อย่างถูกต้อง โดยมี สฤณี อาชวานันทกุล และ ชนกภัทร ยศวัฒนานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ วันก่อน.
อย่าพลาด – ต้องใจ ธนะชานันท์ แถลงข่าวการจัดงาน “Sustainability Expo 2023” ครั้งที่ 4 ระหว่าง 29 ก.ย.-8 ต.ค. เพื่อสร้างความรับรู้ถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมี พรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ และ เจรมัย พิทักษ์วงศ์ มาร่วมแถลงด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา เน้นย้ำด้วยว่าได้มีดำริให้เปลี่ยนการจ่ายเงิน ข้าราชการ จาก เดือนละ 1 รอบ เป็น เดือนละ 2 รอบ โดยรายละเอียดจะแจ้งอีกครั้ง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ถ้ามีการจ่ายเงิน 2 รอบ จะได้ไม่ต้องไป กู้หนี้ยืมสิน ไม่ต้องคอยให้ถึงสิ้นเดือนก็จะมีเงินแบ่งจ่ายออกมา…ส่วนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ยึดตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ…ทำจริง ทำไว ลบคำปรามาส กันเห็นๆเลย
  • สังคมทั่วไป…จำเริญ โพธิรอด อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานเปิดสัมมนาการบริหารจัดการความรู้และนวัตกรรมของกรมธนารักษ์ ที่ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 15 ก.ย. 08.30 น. 
  • ศพ คุณแม่จินตนา วัฒนายากร ตั้งสวดศาลา 12 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 16 ก.ย. ฌาปนกิจ 17 ก.ย. 14.00 น. 
ใช้ดีค่ะ – วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัว “อะเบยย์ รัวยาลล์ ครีม” ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูตรกลางวันและกลางคืนด้วยคุณค่าแห่งน้ำผึ้งจาก เกอร์แลง โดยมี ภาคภูมิ ร่มไทรทอง, ภิญญาดา จันทร์แจ่มจรูญ และ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
เพื่อสุขภาพ – นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ เปิดงานสัมมนาเทคโนโลยีอัจฉริยะด้านสุขภาพล้ำหน้าสู่อนาคต และความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ในทางการแพทย์ระหว่างไทย-เกาหลี โดยมี นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ รศ.พญ.รวีรัตน์ สิชฌรังษี มาร่วมงานด้วย ที่ รพ.พระรามเก้า วันก่อน.

“ธนูเทพ”

ไทเปตำหนิ “อีลอน มัสก์” บอกไต้หวัน “ไม่ได้มีไว้ขาย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725435

ไทเปตำหนิ "อีลอน มัสก์" บอกไต้หวัน "ไม่ได้มีไว้ขาย"

15 ก.ย. 2566 14:29 น.

ไทเปตำหนิ “อีลอน มัสก์” บอกไต้หวัน “ไม่ได้มีไว้ขาย”

รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ออกมาตอบโต้ว่า “ไต้หวันไม่ได้มีไว้ขาย” หลังนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดัง กล่าวว่า ไต้หวันเป็นส่วนสำคัญของจีน

รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน กล่าวตำหนิอีลอน มัสก์ ว่า “ไต้หวันไม่ได้มีไว้ขาย” หลังเขายืนยันว่าไต้หวันเป็นส่วนสำคัญของจีน ความคิดเห็นของเขามีขึ้นในขณะที่มีการตรวจพบเรือรบและเครื่องบินของจีนหลายสิบลำใกล้ไต้หวัน

มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X หรือเดิมทวิตเตอร์ รวมถึงบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา และสเปซเอ็กซ์ ได้แสดงความคิดเห็นในการประชุม “ออล-อิน ซัมมิต” (All-In Summit) ในนครลอสแอนเจลิสว่า “นโยบายของจีน คือการรวมไต้หวันกับจีนอีกครั้ง ซึ่งจากจุดยืนของจีน มันอาจจะคล้ายคลึงกับฮาวายหรืออะไรทำนองนั้น เช่นเดียวกับส่วนสำคัญของจีนที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีน เพราะส่วนใหญ่กองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ ได้หยุดความพยายามในการรวมชาติทุกรูปแบบด้วยการใช้กำลัง”

โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน โพสต์ใน X เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตอบว่าเขาหวังว่ามัสก์จะขอให้จีน “เปิด @X ให้กับประชาชนของตน” ทั้งนี้ จีนบล็อก X เช่นเดียวกับโซเชียลมีเดียตะวันตกที่สำคัญอื่นๆ เช่น เฟซบุ๊ก

“บางทีเขาคิดว่าการแบนเป็นนโยบายที่ดี เช่นการปิดบัญชี @Starlink เพื่อป้องกันการโจมตีตอบโต้ของยูเครนต่อรัสเซีย” นายอู๋ กล่าวเสริม โดยระบุถึงคำกล่าวอ้างว่า มัสก์ปฏิเสธคำขอของยูเครนเพื่อเปิดใช้งานเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์ของเขาในพื้นที่ท่าเรือเมืองเซวาสโทพอล ในเขตไครเมีย เมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยเหลือการโจมตีกองเรือรัสเซียที่นั่น

“จงตั้งใจฟังให้ดี ไต้หวันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน และแน่นอนว่าไม่ได้มีไว้ขาย!”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มัสก์สร้างความไม่พอใจให้กับไต้หวัน เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เขากล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันสามารถแก้ไขได้ด้วยการส่งมอบการควบคุมบางส่วนของไต้หวันให้กับรัฐบาลจีน และได้รับเสียงตำหนิที่รุนแรงในทำนองเดียวกันจากไต้หวัน

จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้คำมั่นว่าจะผนวกไต้หวันด้วยการใช้กำลังหากจำเป็น รัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน พรรคฝ่ายค้านหลัก และประชาชนไต้หวันส่วนใหญ่ที่เพิ่มมากขึ้น ปฏิเสธการถูกปกครองโดยจีน และเพื่อเป็นการตอบสนอง จีนได้เพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน ผ่านทางวิธีการทางเศรษฐกิจ การทูต และการทหาร โดยในสัปดาห์นี้ จีนได้จัดกิจกรรมทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดใกล้กับไต้หวัน นับตั้งแต่การฝึกซ้อมใหญ่เมื่อเดือนเมษายน

กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ส่งเครื่องบินและเรือบุกเข้าโจมตีไต้หวันเกือบทุกวัน โดยมักจะเข้าไปในเขตแสดงตนป้องกันภัยทางอากาศและข้ามเส้นแบ่งช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวว่า ตรวจพบเครื่องบิน 68 ลำ และเรือ 10 ลำรอบๆ ไต้หวันในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการข้ามเส้นแบ่งช่องแคบไต้หวันทางอากาศ ของเครื่องบิน 40 ลำ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายเฉิน ปินหัว โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของรัฐบาลจีน กล่าวหาสหรัฐฯ และไต้หวัน ว่าสมรู้ร่วมคิดเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านกลาโหมของไต้หวัน นายเฉินกล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีแต่จะเพิ่มอันตรายที่เกาะแห่งนี้ต้องเผชิญเท่านั้น.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

นาซาตั้ง ผอ.คนใหม่ ลุยสืบ UFO หลังแบ่งรับแบ่งสู้เรื่องมนุษย์ต่างดาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725425

นาซาตั้ง ผอ.คนใหม่ ลุยสืบ UFO หลังแบ่งรับแบ่งสู้เรื่องมนุษย์ต่างดาว

15 ก.ย. 2566 14:28 น.

นาซาตั้ง ผอ.คนใหม่ ลุยสืบ UFO หลังแบ่งรับแบ่งสู้เรื่องมนุษย์ต่างดาว

นาซาตั้งผู้อำนวยการคนใหม่ ตรวจสอบเรื่อง UFO แล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร หลังออกรายงานสรุปผลการวิจัย ไม่มีหลักฐานยืนยันมีมนุษย์ต่างดาวเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ผิดปกติเหนือฟากฟ้าที่ไม่สามารถอธิบายได้ แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าไม่มีเอเลี่ยน

เมื่อ 15 ก.ย. 2566 สื่อต่างประเทศรายงาน ชาวโลกที่สนใจในเรื่องมนุษย์ต่างดาว และจานบิน UFO ยังคงต้องติดตามด้วยความตื่นเต้นกันต่อไป ถึงแม้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) หรือนาซา ได้ออกรายงานความยาว 33 หน้า เผยผลการศึกษา เรื่องปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายได้ (unidentified anomalous phenomenon) หรือUAP เหนือฟากฟ้าจำนวนหลายร้อยเหตุการณ์ที่มีผู้คนพบเห็นเมื่อวันพฤหัสฯที่ 14 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่นนั้น ยังไม่มีหลักฐานว่า มีมนุษย์ต่างดาว (เอเลี่ยน) อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ผิดปกติไม่สามารถอธิบายได้เหล่านี้ แต่ขณะเดียวกันนาซาก็ยังไม่ตัดความเป็นได้เสียทีเดียวว่า ‘ไม่มีมนุษย์ต่างดาว’

ขณะที่ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของนาซา 16 คน ที่ทำการวิจัยปรากฏการณ์ UAP หลายร้อยเหตุการณ์ ย้ำว่า ไม่มีเหตุผลที่จะสรุปว่าการเห็นปรากฏการณ์เหนือฟากฟ้าเหล่านี้ มีต้นกำเนิดจากมนุษย์ต่างดาว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอเตือนว่าวัตถุบินได้ลึกลับเหล่านี้ ‘มีความชัดเจนในตัวเอง’ ในการคุกคามต่อน่านฟ้าของสหรัฐอเมริกา

บิล เนลสัน ผู้อำนวยการ NASA (นาซา) แถลงข่าว นาซารายงานผลการศึกษาปรากฏการณ์ผิดปกติที่ไม่สามารถอธิบายได้ (UAP) หลายร้อยเหตุการณ์ ไม่พบหลักฐานว่ามีมนุษย์ต่างดาวเกี่ยวข้อง แต่นาซาก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าไม่มีเอเลี่ยน

นอกจากนั้น รายงานความยาว 33 หน้า ของนาซา ยังระบุว่า นาซาจะมีการตรวจสอบปรากฏการณ์ UAP เหล่านี้ ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกปรับปรุงพัฒนาให้มากขึ้นและการใช้ปัญญาประดิษฐ์(AI) 

บิล เนลสัน ผู้อำนวยการองค์การนาซา แถลงว่า ไม่ใช่แต่เพียงนาซาจะเป็นผู้นำในการวิจัยศึกษาความเป็นไปได้ของปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้เท่านั้น แต่นาซาจะมีการแชร์ แบ่งปันข้อมูลในเรื่องนี้ด้วยความโปร่งใสมากขึ้นด้วย โดยการวิจัยนี้เพื่อทำให้เรื่องเล่าและความเชื่อต่างๆ สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เพราะทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจใน UAP หรือ UFO อย่างมาก ทุกครั้งที่เดินทางไปที่อื่น มักจะถูกถามถึงคำบอกเล่าเรื่องการพบ UFO ในที่ต่างๆ โดยเหตุผลหลักที่คนให้ความสนใจเป็นเพราะความลึกลับในตัวมันเอง

และถ้าถามความเห็นส่วนตัวของเขาแล้ว ย่อมตอบว่า เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตนอกโลกแน่นอน เนื่องจากจักรวาลนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะทำความเข้าใจได้ 

นอกจากนั้น บิล เนลสัน  ยังได้ประกาศว่ามีการแต่งตั้งหัวหน้าหรือผู้อำนวยการวิจัยด้าน UAP คนใหม่ แต่ยังไม่เปิดเผยชื่อต่อสาธารณชนว่าเป็นใคร โดยเปิดเผยเพียงว่า ผู้อำนวยการวิจัย UAP คนใหม่นี้ เข้ามารับหน้าที่แล้ว และกำลังทำงานอย่างหนัก

รวมข่าว ‘เอเลี่ยน‘ ไทยรัฐออนไลน์

ท่ีมา : Dailymail

“หลี่ ช่างฝู” รมต.กลาโหมจีนหายหน้ากว่า 2 สัปดาห์ สหรัฐฯ เชื่อถูกสอบสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725403

"หลี่ ช่างฝู" รมต.กลาโหมจีนหายหน้ากว่า 2 สัปดาห์ สหรัฐฯ เชื่อถูกสอบสวน

15 ก.ย. 2566 12:39 น.

“หลี่ ช่างฝู” รมต.กลาโหมจีนหายหน้ากว่า 2 สัปดาห์ สหรัฐฯ เชื่อถูกสอบสวน

สหรัฐฯ ตั้งข้อสงสัยว่า นายหลี่ ช่างฝู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมจีน อาจถูกกักบริเวณและถูกนำตัวไปสอบสวน หลังจากไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลา 2 สัปดาห์

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่นตั้งข้อสงสัยในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐมนตรีกลาโหมของจีนถูกกักบริเวณในบ้านพักหรือไม่ หลังจากที่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นเวลาสองสัปดาห์

นายราห์ม เอมานูเอล โพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่า: “ข้อ 1: ไม่มีใครพบเห็นหรือได้ยินข่าวนายหลี่ ช่างฝู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ข้อ 2: เขาไม่ปรากฏตัวในระหว่างการเดินทางไปเวียดนาม ขณะนี้: เขาไม่อยู่ จากกำหนดเข้าพบผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์เพราะถูกกักบริเวณในบ้าน???”

โพสต์ดังกล่าวมีแฮชแท็ก #MysteryInBeijingBuilding” และยังอ้างอิงคำพูดจากบทละครเรื่องแฮมเล็ต ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ที่ระบุว่า “มีบางอย่างเน่าเสียในรัฐเดนมาร์ก” ซึ่งเป็นการอ้างถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ราชอาณาจักรเดนมาร์กอยู่ในช่วงที่ถดถอย

กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมของจีนไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโตเกียว ระบุว่า ยังไม่มีความคิดเห็นในขณะนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) ว่า นายหลี่ถอนตัวจากการประชุมกับผู้นำด้านกลาโหมของเวียดนามอย่างกะทันหันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการพบเห็นเขาครั้งสุดท้ายในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยกล่าวปราศรัยสำคัญในการประชุมความมั่นคงร่วมกับชาติแอฟริกา

เว็บไซต์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เชื่อว่านายหลี่ถูกนำตัวไปสอบสวนแล้ว โดยอ้างถึงเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คน และบุคคล 2 คนที่ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับข่าวกรองดังกล่าว รายงานไม่ได้ระบุลักษณะของการสอบสวน

กระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ ระบุบนเว็บไซต์ว่า พลเรือตรี ฌอน วัต ของกองทัพเรือสิงคโปร์ อยู่ในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 4-9 กันยายน และได้พบกับนายตง จุน ผู้บัญชาการกองทัพเรือและผู้นำกองทัพเรือคนอื่นๆ แต่ไม่ได้กล่าวถึงการพบปะหรือกำหนดการพบปะของเขากับนายหลี่

การไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนของนายหลี่ เกิดขึ้นหลังจากจีนโยกย้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงแบบฉับพลันอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนสิงหาคม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งปลดนายพล 2 นายจากกองกำลังจรวดแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน โดยไม่ได้อธิบายเหตุผล หลังเพิ่งสั่งปลดนายฉิน กัง ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจีนไปไม่กี่สัปดาห์ แม้นายฉินเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 7 เดือน

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ก่อให้เกิดคำถามจากนักวิเคราะห์และนักการทูตเกี่ยวกับการขาดความโปร่งใสและการตัดสินใจที่คาดเดาไม่ได้ในการเป็นผู้นำของจีน

นายหลี่ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคม ยังเป็นหนึ่งในห้าสมาชิกสภาแห่งรัฐของจีน ซึ่งเป็นตำแหน่งคณะรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งสูงกว่ารัฐมนตรีประจำ.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign