Life & Health : มารู้จักกับพืชตระกูลถั่ว (Beans) และประโยชน์ต่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776069

Life & Health : มารู้จักกับพืชตระกูลถั่ว (Beans) และประโยชน์ต่อสุขภาพ

Life & Health : มารู้จักกับพืชตระกูลถั่ว (Beans) และประโยชน์ต่อสุขภาพ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คนไทยเรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า “ถั่ว” ซึ่งนำมารับประทานเป็นทั้งอาหารคาว อาหารหวานอาหารว่างนานาชนิด ข้อมูลจาก ผศ.ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล กรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แนะนำว่า โดยทั่วไปที่คนไทยเราเรียกรวมพืชหลายชนิดว่าถั่ว แต่ทางโภชนาการแล้วพืชตระกูลถั่ว หรือ Legumes นั้นแบ่งออกเป็นพืชที่มาจากหลากหลายกลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่ม Beans มีลักษณะเป็นฝักเมล็ดไม่กลมสามารถกินได้ทั้งฝัก เช่น ถั่วแขก ถั่วฝักยาว ถั่วพู และกลุ่มที่กินเฉพาะเมล็ด เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วขาว

2.กลุ่ม Pea เป็นถั่วที่กลมอยู่ในฝัก มีเมล็ดกลม เช่น ถั่วลันเตา ชิกพี

3.กลุ่ม Lentils เลนทิลมีลักษณะแบนมีสีเขียว น้ำตาล แดง เหลือง ดำ

นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มคือ นัท (Nuts) ซึ่งไม่ได้อยู่ในตระกูล Legumes แต่จัดเป็นถั่วเปลือกแข็งซึ่งมีโครงสร้างแตกต่างจากพวก Legumes มีสารอาหารหลัก คือ ในถั่วเปลือกแข็ง
จะมีไขมันสูง โปรตีนปานกลาง มีคาร์โบไฮเดรตต่ำใยอาหารสูง ถั่วเปลือกแข็งเป็นส่วนเมล็ดของผลที่มีเพียง 1 เมล็ด และมีเปลือกแข็งห่อหุ้มเมล็ด ถั่วเปลือกแข็งที่เป็นที่นิยมรับประทาน เช่น อัลมอนด์ บราซิลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์พีแคน แมคาเดเมีย ฮาเซลนัท ไพน์นัท พิสตาชิโอวอลนัท และดาวอินคา เป็นต้น

รู้จักกลุ่มของถั่วบีน (Bean)

กลุ่มของพวกถั่วบีน (Bean) จะเป็นแหล่งที่ดีของสารอาหาร เช่น โปรตีน ใยอาหาร โพแทสเซียม ในการจัดหมวดหมู่อาหารกลุ่มของถั่วนี้สามารถจัดได้ทั้งในกลุ่มของผักและกลุ่มของโปรตีน สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติก็สามารถกินถั่วเหล่านี้เพื่อให้ได้โปรตีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ในกลุ่มถั่วเหล่านี้จะมีไขมันต่ำและที่สำคัญไม่มีคอเลสเตอรอล ใยอาหารสูงซึ่งมีทั้งใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำที่ช่วยในเรื่องการขับถ่าย เพิ่มปริมาณอุจจาระและลดระยะเวลาการหมักในลำไส้ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนใยอาหารชนิดละลายน้ำมีประโยชน์คือช่วยจับกับคอเลสเตอรอลขับออกนอกร่างกายและทำให้อิ่มท้องนาน ในกลุ่มถั่วชนิดนี้เมื่อกินแบบสุก
ครึ่งถ้วยจะได้รับใยอาหารประมาณ 7 กรัม ถือเป็น 1/3 ของปริมาณใยอาหารที่แนะนำในแต่ละวัน (25 กรัม) นอกจากนี้ในถั่วยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่ดี เช่น โฟเลต เหล็ก ที่ช่วยการทำงานของเม็ดเลือดแดง ป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจาง และทำให้ระบบเมตาโบลิกต่างๆ ของร่างกายทำงานปกติ โพแทสเซียม แมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทำงานดี เรามารู้จักถั่วแต่ละชนิดกันดีกว่า เช่น

l ถั่วดำ เป็นถั่วที่มีความนิยมมายาวนานตั้งแต่ในประเทศจีนที่นิยมนำเอาถั่วดำมาต้มผสมกับสมุนไพรนานาชนิดเพื่อให้ได้สรรพคุณทางยา ทางแพทย์แผนจีนถือว่าถั่วดำนั้นสามารถรักษาความร้อนในร่างกายได้ดีช่วยกำจัดความร้อน ขจัดพิษจากตับ แก้ร้อนในและรักษาอาการปวดต่างๆ ได้ดี ช่วยให้ระบบทางเดินโลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น สารสำคัญที่มีอยู่ในถั่วดำที่ก่อให้เกิดสีดำ คือ สารแอนโทไซยานินซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวเดียวกันกับที่มีอยู่ในองุ่น บลูเบอร์รี่ สารนี้เป็นตัวที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคมะเร็งที่ระบบทางเดินอาหารได้ดี การรับประทานถั่วดำเป็นประจำจะทำให้ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยขับของเสีย ช่วยทำให้ลดการดูดซึมของสารพิษ
เข้าสู่ร่างกาย

l ถั่วเขียวหรือถั่วทอง ซึ่งเรานิยมนำมาทำขนม เช่น ถั่วเขียวต้มน้ำตาล หรือนำมาทำอาหาร เช่น เนื้อสัตว์เทียม โดยมีส่วนผสมถั่วเหลืองเป็นหลักกับแป้ง ถั่วเขียวให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ให้โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตปานกลาง ไขมันต่ำ แร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดในปริมาณที่เหมาะสม เช่น มี วิตามินเค, วิตามินซี, วิตามินเอ, วิตามินบีรวม,โฟเลต และเหล็ก ในถั่วเขียวยังมีใยอาหารสูงซึ่งเป็นส่วนที่ดีเพราะทำให้อิ่มเร็วและดูดซึมไขมันและน้ำตาลได้ ถั่วเขียวมีน้ำตาลต่ำจึงเหมาะสำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานหรือผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการได้รับโปรตีนสูงควรที่จะรับประทานถั่วเขียวเป็นประจำ เพราะในถั่วเขียวมีโปรตีนที่ใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์แต่มีราคาที่ถูกกว่าและไม่มีโคเลสเตอรอลซึ่งเป็นตัวที่ก่อให้เกิดปัญหาของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ในถั่วเขียวอาจจะไม่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นทุกชนิด แต่การรับประทานถั่วเขียวรวมกับธัญพืชตัวอื่นๆ เช่น ข้าว เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน หรือถั่วประเภทอื่นๆ ก็จะทำให้ได้กรดอะมิโนที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการ

l ถั่วเหลือง จัดได้ว่าเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก มีการนำเอาถั่วเหลืองมาทำงานวิจัยหลากหลายทั่วโลก ในสมัยก่อนกลุ่มผู้ที่นิยมบริโภคถั่วเหลือง คือ ประชากรในแถบเอเชีย แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากความนิยมและคุณประโยชน์ต่อร่างกายจึงทำให้มีการบริโภคถั่วเหลืองในทุกที่ทั่วโลก ถั่วเหลืองมีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ตัวหนึ่ง
ที่โดดเด่นและน่าสนใจคือ กลุ่มไอโซฟลาโวนส์ Isoflavones ตัวอย่างเช่น geistein, daidzein ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองจึงมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะที่มีภาวะหมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนหลักที่ควบคุมการเสริมสร้างกระดูกของร่างกาย และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้น ยืดหยุ่นของผิวหนัง การดื่มน้ำนมถั่วเหลืองหรือเต้าหู้ก็เป็นอีกหนทางที่ดีที่จะช่วยคุณสุภาพสตรีลดหรือบรรเทาอาการข้างเคียงจากภาวะหมดประจำเดือน อาหารที่ทำจากถั่วเหลืองจะมีประโยชน์สำหรับหัวใจ และยังลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจ มีรายงานถึงผลดีของถั่วเหลืองในการลดอัตราการเกิด องค์การอาหารและยาของอเมริกาแนะนำว่าให้รับประทานโปรตีนที่ทำจากถั่วเหลืองวันละ 25 กรัม ร่วมกับอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำจะลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ถั่วเหลืองมีโปรตีนสูงใกล้เคียงกันกับนมแต่มีไขมันอิ่มตัวที่น้อยกว่านมทำให้ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติสามารถดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวได้ และได้ประโยชน์จากสารพฤกษาเคมีตัวอื่นๆ ร่วมด้วย ในปัจจุบันเราสามารถหาซื้ออาหารที่ผลิตมาจากถั่วเหลืองได้หลากหลาย เช่น เต้าหู้ทั้งชนิดนิ่ม แข็ง หลอด และอื่นๆ เต้าหู้ยี้ โปรตีนเกษตร ไอศกรีม เต้าเจี้ยว ซอสปรุงรสต่างๆ หรือจะนำมาเพาะงอกให้กลายเป็นถั่วงอกหัวโต ก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกหลากหลาย

l ถั่วแดง เป็นถั่วที่นิยมรับประทานกันมากโดยการนำถั่วแดงมาปรุงอาหารนั้นมีหลายวิธี เช่น ซุปถั่วแดง ถั่วแดงต้มน้ำตาลทรายแดง ขนมปังไส้ถั่วแดง หรือถั่วแดงต้มโรยสลัด โดยเฉพาะเป็นขนมหวานในประเทศญี่ปุ่นและจีน มีการใช้ถั่วแดงเป็นหลัก ซึ่งทำให้ถั่วแดงได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศทางแถบเอเชีย และสำหรับถั่วแดงนั้น แพทย์จีนถือว่าช่วยบำรุงหัวใจ ประเภทอาการใจสั่น ช่วยในการบำรุงระบบประสาท บำรุงลำไส้ ลดอาการบวมน้ำช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการปวดบวม ปรับสภาพเลือด ขับพิษ บำบัดอาการประจำเดือนมาผิดปกติ นอกจากนั้น ถั่วแดงยังมีทั้งสารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามีนเอ บี ซี และเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของเส้นใยอาหารสูงมากโดยเมื่อเทียบกับผักและผลไม้แล้วถือว่าถั่วแดงมีเส้นใยอาหารในปริมาณที่มากกว่า ดังนั้นจึงช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ดี ทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองปริแตก นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่ช่วยบำรุงโลหิต ป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ และยังประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ polyphenolics ที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ดีอีกด้วย จากการวิจัยพบว่า สารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วแดงนั้นมีปริมาณใกล้เคียงหรือมากกว่ากับผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ และแคลนเบอร์รี่

l ถั่วขาว หรือ White Kidney Bean เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีต้นกำเนิดในบริเวณพื้นที่สูงในแถบประเทศแม็กซิโก กัวเตมาลา เป็นพืชที่ต้องการอยู่ในอากาศหนาวเย็นในช่วงที่เจริญเติบโต ถั่วขาวนิยมบริโภคในรูปของการประกอบอาหารประเภทซุปและบริโภคกับเนื้อสัตว์ มีการศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดจากถั่วขาวเพื่อนำมาเป็นอาหารเสริมควบคุมน้ำหนักเนื่องมาจากสารสำคัญที่มีอยู่ในถั่วขาวที่ชื่อว่า ฟาซิโอลามีน (Phaseolamin) มีคุณสมบัติทำให้เอนไซม์อะไมเลสเป็นกลาง มีผลทำให้แป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานเข้าไปไม่สามารถเปลี่ยนจากเเป้งกลายเป็นน้ำตาลได้ถึงร้อยละ 50-66 นั่นหมายความว่า หากเรารับประทานอาหารจำพวกแป้งเข้าไป 1 จาน แต่ร่างกายเพียงสามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็น Glucose และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนต่อไปเป็นไขมัน ได้เพียงครึ่งจานเท่านั้น ส่วนอีกหนึ่งจานจะอยู่ในรูป Carbohydrate ที่ไม่ดูดซึม แล้วขับถ่ายออกมาในรูปของเส้นใยแทน เมื่อร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน ดังนั้น ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันเก่าที่สะสมออกมาใช้มากยิ่งขึ้นร่วมไปถึงยังลดระดับไตรกรีเซอไรด์ในร่างกายด้วยจึงทำให้น้ำหนักลดลงได้ มีคำแนะนำให้รับประทานสารสกัดจากถั่วขาวในปริมาณวันละ 500 มิลลิกรัม จะสามารถลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนัก และควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

ตราสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาหารไทย หัวใจดี ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้
ผู้บริโภคง่ายในการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อบริโภคในปริมาณที่แนะนำตามหลักโภชนาการ ปัจจุบันโครงการอาหารไทย หัวใจดีได้ครบรอบ 20 ปี และมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจพบผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์เก่าได้ในท้องตลาด สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ มองหาสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” ได้ที่ผลิตภัณฑ์

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

สุขภาพดีด้วย °CRYO COLD THERAPY-140° เพิ่มฮอร์โมนเชิงบวก ผลิตคอลลาเจน ลดการอักเสบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776070

สุขภาพดีด้วย °CRYO COLD THERAPY-140°  เพิ่มฮอร์โมนเชิงบวก ผลิตคอลลาเจน ลดการอักเสบ

สุขภาพดีด้วย °CRYO COLD THERAPY-140° เพิ่มฮอร์โมนเชิงบวก ผลิตคอลลาเจน ลดการอักเสบ

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นับตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายคนตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีมากขึ้น และหันมาใช้ชีวิตที่แอ๊กทีฟกับแนวคิดของการ “แฮก” ระบบร่างกายตัวเองเพื่อให้ระบบทำงานได้ดีขึ้นด้วยการตอบสนองทางชีวภาพตามธรรมชาติด้วยสิ่งเร้าต่างๆ เช่น การใช้ความเย็น การหายใจอย่างมีสติ การทำสมาธิ การอดอาหารเป็นระยะ หรือการออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพของสมรรถภาพทางร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน ผิวหนัง ระดับฮอร์โมน และอายุขัยได้ จากกรณีศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยความเย็นจัดช่วยให้เลือดไหลเวียน เพิ่มภูมิคุ้มกัน และเร่งการเผาผลาญ

°CRYO เป็นผู้นำระดับโลกด้านการบำบัดด้วยความเย็น กระบวนการใช้ความเย็นจัดต่ำสุด-140° ไม่ว่าจะสัมผัสทั้งร่างกาย หรือเฉพาะบริเวณเป้าหมายด้วยระยะเวลาอันสั้น จะช่วยสร้างฮอร์โมนเชิงบวกเพิ่มขึ้น ลดการอักเสบ และช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจน การรักษาของเราครอบคลุมทั้งเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและความงามรวมไปจนถึงการจัดการและการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและเป็นที่นิยมของนักกีฬาระดับโลก อาทิ Floyd Mayweather, LeBron James, Mark Walberg และอีกมากมาย ทั้งนี้ °CRYO มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปัจจุบันดำเนินงานใน 6 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2564 และขณะนี้มี 3 สาขาที่กำลังเปิดให้บริการ

นอกจากนี้ ยังสามารถย้อนเวลาคืนวัยเยาว์ด้วยการบำบัดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ปฏิวัติสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยการรักษาที่ประหยัดเวลา และไม่ยืดเยื้อ ด้วยห้องบำบัดความเย็น
อัตโนมัติอุณหภูมิต่ำถึง-140 ใช้เวลาเพียง 3 นาที โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงการลดไขมันเฉพาะจุดการดูแลผิวหน้า กายภาพบำบัดด้วยความเย็นเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ การประคบ และการครอบแก้วอินฟราเรด

ผู้ที่รักสุขภาพ และนักกีฬาต่างยอมรับ °CRYO หรือ Cryotherapy เพื่อประโยชน์เฉพาะทาง และความรู้สึกของการมีสุขภาพที่ดี อาทิ เพิ่มการเผาผลาญ : °CRYO ช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ช่วยควบคุมน้ำหนัก และส่งเสริมองค์ประกอบของร่างกายให้มีสุขภาพดีขึ้น การสัมผัสความเย็นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่เป็นเวลาหลายชั่วโมงในขณะที่ร่างกายทำงานเพื่อรักษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย ทำให้การบำบัดด้วยความเย็นจัดเป็นเครื่องมืออันล้ำค่า

คุณสมบัติชะลอวัย : °CRYO ที่ใช้กับผิวหน้าช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวและลดการปรากฏของริ้วรอย ให้ผิวอ่อนเยาว์ และกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ ยิ่งขึ้น

การสลายไขมันแบบกำหนดเป้าหมาย : การใช้ความเย็นแบบ °CRYO โดยตรงกับบริเวณเฉพาะ เช่น ข้อมือ ต้นขา หรือบริเวณอื่นๆ ส่งผลให้เซลล์ไขมันตาย และถูกประมวลผลโดยร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีลดไขมันที่ฝังแน่นมานานโดยไม่ยืดเยื้อ

คุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น : °CRYO เชื่อมโยงกับรูปแบบการนอนหลับที่ดีขึ้น โดยปล่อยให้ร่างกายสัมผัสกับความเย็น ให้เครื่องทำงาน และทำการตอบสนองกับร่างกายในช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยควบคุมฮอร์โมน และความเครียด ซึ่งเป็นวิธีแก้ปัญหา เพิ่มคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยา การเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน : °CRYO แสดงให้เห็นว่าสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้โดยการเร่งการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยน้อยลง แสดงให้เห็นศักยภาพของการรักษาโดยการเสริมสร้างการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย

เพิ่มศักยภาพในการมีอายุยืนยาว : การวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าการตอบสนองต่อความเครียดของเซลล์ที่ถูกกระตุ้นโดย °CRYO ช่วยส่งเสริมการซ่อมแซม และการสร้างเซลล์ใหม่ ซึ่งอาจยืดอายุขัยของมนุษย์มากขึ้นกว่าเดิม

°CRYO Thailand ฉลองการเปิดสาขาที่ 3 ย่านใจกลางเมือง ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่เพื่อประสบการณ์ที่ดีกับการบำบัดในแบบฉบับของ °CRYO สำหรับผู้ที่มาเยือนครั้งแรก °CRYO มีข้อเสนอพิเศษเพียง 1,590 บาท สำหรับการทำทรีตเมนต์ 1 ครั้ง ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี และสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต คิง เพาเวอร์สามารถรับคะแนนสะสมเพิ่ม 10 เท่า เมื่อสมัครสมาชิก°CRYO ทุกสาขาจนถึงสิ้นปีนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมได้ที่ https://www.cryo.com/ หรือติดต่อผ่าน LINE @cryoth

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนช้อปแบรนด์สุดฮอต ในงาน Japan Fashion Arrived Pop Up Store

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776072

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนช้อปแบรนด์สุดฮอต  ในงาน Japan Fashion Arrived Pop Up Store

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนช้อปแบรนด์สุดฮอต ในงาน Japan Fashion Arrived Pop Up Store

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม โดย อัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มบรรยากาศแห่งความสุขอย่างต่อเนื่องในเทศกาลฉลองครบรอบ 5 ปี SIAM Takashimaya 5th Anniversary ตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียวของห้างที่อิมพอร์ตคอลเลคชั่นเด่นจากแบรนด์สุดฮอต มาให้ช้อปกันถึงเมืองไทยในงาน “Japan Fashion Arrived Pop Up Store”

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ Double Standard (ดับเบิล สแตนดาร์ด) แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าที่นำเสนอคอนเซ็ปต์การออกแบบผสมผสานสไตล์ที่หลากหลายแบบโมเดิร์นและคลาสสิกเข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอสไตล์แบบเฉพาะตัว ออกแบบและก่อตั้งโดย Mr.Masahisa Takino (มาซาฮิซะ ทาคิโนะ) ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น, Tranoi (ทรานอย) แบรนด์เสื้อผ้าจากประเทศญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์ของคอนเซ็ปต์คือการค้นพบตัวเองในทุกวันด้วยเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร, MAISON MAVERICK PRESENTS (เมซง มาเวอริค พรีเซ้นต์) มีความหมายว่า “หมาป่า” แสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวที่ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใด แบรนด์รองเท้าที่มาในคอนเซ็ปต์ Free and Iconic และ Tradition meets Progressive ความเป็นอิสระที่ไม่เหมือนใครและนำสิ่งที่มีอยู่มาผนวกกับนวัตกรรมออกมาอย่างสร้างสรรค์, Ball & Chain (บอลแอนด์เชน) กระเป๋าสุดฮิตในญี่ปุ่น ก่อตั้งและออกแบบโดย Mr. Mihara Hideaki (มิฮาระ ฮิเดอะกิ) ในคอนเซ็ปต์กระเป๋าช้อปปิ้งรักษ์โลก ที่จัดจ้านด้วยดีไซน์ และการCollaboration กับศิลปินชั้นนำในญี่ปุ่นมากมาย นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ รับฟรีกระเป๋าช้อปปิ้ง SIAM Takashimaya Edition ที่ 4 ดีไซเนอร์ออกแบบมาเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น เมื่อช้อปครบ 6,000 บาท

ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของแฟชั่นแบรนด์สุดฮอตที่ได้รับความนิยมจากญี่ปุ่น ที่นำมาให้ช้อปถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในงาน “Japan Fashion Arrived Pop Up Store” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
ที่นี่เท่านั้น ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 มกราคม 2567 ชั้น 1 รัษฎา ฮอลล์ ไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-0117500 หรือ Facebook : Siam Takashimaya

กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาน้องใหม่ เอ็มสเฟียร์ ช้อป ชิม ชิล ไม่รู้จบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776075

กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาน้องใหม่ เอ็มสเฟียร์  ช้อป ชิม ชิล ไม่รู้จบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาน้องใหม่ เอ็มสเฟียร์ ช้อป ชิม ชิล ไม่รู้จบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำการเป็น WORLD CLASS GOURMET DESTINATION ชวนสัมผัสอาณาจักรอาหารที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดกับสาขาใหม่ เอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “HANG NEVER OVER : ช้อป ชิม ชิล ไม่รู้จบ” สร้างปรากฏการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวบรวมแหล่งวัตถุดิบและอาหารชั้นเลิศ ครบครันทุกความต้องการทั้งเมนูคาว หวาน ของสด GROCERY และเครื่องดื่มจากทั่วทุกมุมโลก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยหลับใหลใจกลางสุขุมวิท พร้อมเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่วันนี้ 10.00-03.00 น. ที่กูร์เมต์มาร์เก็ต ชั้น G, EMSPHERE

พบกับความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่ม ที่คัดสรร วัตถุดิบคุณภาพดีจากทั้งในไทยและต่างประเทศมาให้เลือกมากมายกว่า 20,000 รายการ มาไว้ให้ช้อปแบบไม่รู้จบ โดยมีโซนอาหารที่น่าสนใจ อาทิ

ครั้งแรกในประเทศไทยกับ DRY AGED BEEF LUMINOUS สวรรค์ของคนรักเนื้อ กับโซนเนื้อคุณภาพระดับพรีเมียมทั้งไทยและนำเข้าจากต่างประเทศโดย James Madison ตกแต่งร้านด้วย Light & Sound พร้อมที่นั่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้ศาสตร์ทางด้านเนื้อ ชีส และไวน์ แพริ่ง ผ่านเสียงเอฟเฟกท์ที่แต่งขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มอรรถรสผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า นอกจากนี้ยังมีบริการเตรียมเนื้อแบบสำหรับปรุงอาหารแบบ tailored made และบริการ dry aged เพิ่มประสบการณ์การลิ้มรสชาติเนื้อให้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น

SEA FOOD COUNTER: ที่สุดแห่งอาหารทะเลนำเข้าจาก 7 คาบสมุทร และ อาหารทะเลไทยส่งตรงจากอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ทุกวัน สด ใหม่ สะอาด และครั้งแรกของบริการ DRY AGED SEAFOOD ช่วยรักษารสชาติที่ดีที่สุดของเนื้อปลา คงความหวานของเนื้อปลาและเพิ่มความนุ่มละมุนมากกว่าที่เคย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกชิ้นส่วนปลาที่หลากหลายที่สุด และอาหารทะเลต่างๆ ด้วยตัวเองเพื่อให้เชฟนำไปทำเป็นเมนูซูชิหรือซาชิมิในแบบที่ลูกค้าต้องการ และยังมีเมนูพร้อมทานสุดพิถีพิถันอย่าง ข้าวหน้าต่างๆ ให้เลือกสรรอีกมากมาย

BEVERAGE ภายใน Wine Cellar ประกอบด้วยไวน์, พรีเมียม วิสกี้ และสปิริต จากกว่า 40 ประเทศ 1,500 เลเบลส์ และ The Wine List ร้านไวน์นำเข้าสายเลือดใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกไวน์คุณภาพในราคาที่จับต้องได้ พร้อม Cigar Room ที่ออกแบบพิเศษให้มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมเพื่อคงคุณภาพสินค้าไว้ให้ดีที่สุดเฉพาะสาขาเอ็มสเฟียร์ นอกจากนี้ ยังมี VESSEL Bar ที่มีเมนูเครื่องดื่ม Alcohol & Non-Alcohol รังสรรค์มาจากทั่วทุกมุมโลกให้เลือกมากกว่า 340 เมนู

YOU HUNT WE COOK คุณเลือก เราปรุง สัมผัสประสบการณ์การลิ้มรสอาหารในสไตล์ที่แตกต่างเฉพาะสาขาเอ็มสเฟียร์ เตรียมพบกับเมนูอาหารใหม่หลากหลายรายการ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองแห่งอาหารทั่วโลก ที่อุดมไปด้วยสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงบริการ signature ที่เปิดโอกาสให้คุณได้เลือกซื้อวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วไทยและทั่วโลกใน “กูร์เมต์มาร์เก็ต” มาให้เชพรังสรรค์กันสดๆ เป็นเมนูสุดฟินในสไตล์ที่คุณต้องการ

นอกจากนี้ กูร์เมต์ อีทส์ ยังจัดเต็มความอร่อยแบบ EAT NEVER OVER รวมร้านคาเฟ่สุดฮิตและสตรีทฟู้ดชื่อดัง รวมร้านที่มีรางวัลการันตีความอร่อยจากทั่วกรุงเทพฯ และร้านฮิตติดเทรนด์หลากหลายสไตล์ทั้งจากทั้งไทยและต่างประเทศมาให้ ร่วมช้อป ชิม ชิลไม่รู้จบที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มสเฟียร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-03.00 น.

ดินเนอร์ต้อนรับปีใหม่สุดหรู ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776071

ดินเนอร์ต้อนรับปีใหม่สุดหรู ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์

ดินเนอร์ต้อนรับปีใหม่สุดหรู ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บลู เอเลเฟ่นท์ ชวนเหล่านักชิมเปิดประสบการณ์ใหม่ ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วย “Magical Rivers New Year’s Eve-มหัศจรรย์สายแม่น้ำไทย” คอร์สดินเนอร์สุดหรูรสชาติอันประณีตที่สร้างสรรค์จากอัญมณีอันทรงคุณค่าจากแม่น้ำหลากหลายสายและท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์ที่หล่อเลี้ยงและเชื่อมโยงคนไทยทุกภูมิภาคไว้ด้วยกัน โดย มาสเตอร์เชฟ
นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ แห่ง บลูเอเลเฟ่นท์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารและมาสเตอร์เชฟแห่งภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ เพื่อเฉลิมฉลองความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำและความมุ่งมั่นในการสร้างความหรูหราที่ยั่งยืน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิกของอาคารที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ สาทร และภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ ภูเก็ต

เริ่มต้นค่ำคืนพิเศษอันน่าประทับใจด้วย Amuse Bouche ประกอบด้วย พานาคอตต้าต้มข่าไข่ปลาคาเวียร์พานาคอตต้าโฮมเมด คาเวียอิมพีเรียลจากหัวหิน ซุปกะทิ-เมี่ยงบัวหลวงกลีบบัวหลวงออร์แกนิกสีชมพูรับประทานกับไส้กุ้งแชบ๊วย เคียงด้วยขิง มะนาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะพร้าวคั่ว ราดด้วยน้ำเมี่ยงซอสมะขาม-แจงลอนสองเกลอปลาแรดจากลุ่มน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานีและเนื้อปลากรายจากจังหวัดชัยนาท นำมาปรุงรสด้วยพริกแกงแดงของบลู เอเลเฟ่นท์

แซ่บหลายอาหาร “อีสาน” ประกอบด้วยลาบเป็ดมงคล อกเป็ดจากฟาร์มคลองไผ่ ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติมีโปรตีนสูง ไม่มีฮอร์โมน ไม่มียาปฏิชีวนะ คลุกเคล้าด้วยน้ำลาบสมุนไพรไทยสด ข้าวคั่ว หนังเป็ดกรอบ เมนูจานอันเป็นมงคลนี้ถูกเสิร์ฟในพิธีมงคลเพราะว่าคำว่า “ลาบ” หมายถึง ความมั่งคั่งและโชคดี-ตับห่านซอสแจ่วมะเขือเทศ ยำรากบัวมะเขือเทศเชอรี่จากโครงการหลวง ปรุงรสด้วยน้ำสลัดมะขามพริกมะนาวรสเผ็ด สมุนไพรไทยสด น้ำปลาร้าปลาสร้อยจากจังหวัดอุบลราชธานี และรากบัว-ไส้กรอกอีสาน ไส้กรอกหมูอีสาน เนื้อหมูจากสโลนส์ พอร์ค ปรุงด้วยสมุนไพร ตะไคร้ ข้าวเหนียวผัด

เพลิดเพลินกับ “ซุป” รสละมุน-ต้มยำบิสก์กุ้งแม่น้ำ ซุปครีมสูตรพิเศษที่สร้างสรรค์จากน้ำซุปหัวกุ้งแม่น้ำอยุธยา ที่มีความเผ็ดร้อนจากสมุนไพรไทยนานาชนิด อาหารไทยจานนี้เมนูได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารฝรั่งเศส

ลำขนาดกับ “อาหารเหนือ สไตล์ล้านนา”-ข้าวซอยราวีโอลีไก่ บะหมี่ไข่ทอดกรอบในน้ำซุปแกงเหลืองของบลูเอเลเฟ่นท์ รับประทานคู่กับผักกาดดอง บีทรูทจากโครงการหลวง และราวีโอลี่ไก่Free Range

สายลมแห่งท้องทะเลใต้ “Southern Breeze” ประกอบด้วย ห่อหมกแกงปูเครื่องแกงปักษ์ใต้แบบโฮมเมดของชาวภูเก็ตร้อนที่ให้รสเผ็ดร้อน ปูม้านึ่ง

ใบชะพลูออร์แกนิก กุ้งมังกรเจี๋ยนกุ้งมังกรจากภูเก็ต ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเคี่ยวกับน้ำตาลมะพร้าวออร์แกนิก ขิง ตะไคร้ และซีอิ๊วชุมชนชาวภูเก็ตถลาง ข้าวยำใต้ ปลาช่อนแดดเดียว (Khao Yum) ข้าวยำอัญชันบูดู เสิร์ฟพร้อมปลาช่อนแดดเดียวจากสิงห์บุรี และสับปะรดภูเก็ต

ต่อด้วย จำแลงแปลงกาย “รัตนโกสินทร์” ประกอบด้วย ยำ เนื้อวากิวย่าง ยำสูตรโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีเนื้อริบอายไทยย่างหั่นบางราดด้วยน้ำยำ แกงมัสมั่นแกะ โรตีเม็ดบัว ซิกเนเจอร์เมนูของเชฟนูรอซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีของรัชกาลที่ 2 “มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา” เนื้อแกะสายพันธุ์ดีจาก
จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกเลี้ยงด้วยการปล่อยอิสระหญ้ารูซี่และหญ้าเนเปียร์ออร์แกนิก เคี่ยวกับน้ำพริกแกงมัสมั่น กะทิ ปรุงรสด้วยน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ มันเทศไทย ฯลฯ

ปิดท้ายความอร่อยด้วย Star of Siam หรือ Thai Petits Fours ขนมหวานที่ให้ความสนุกสนานระหว่างรับประทาน และชาเขียวมะลิ

ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยมื้อค่ำสุดหรู 6 คอร์ส ในวันที่31 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 17.30-23.00 น. ในราคา 6,800++ บาท ต่อท่านสำรองที่นั่งได้ที่ 02-6739353-8 และ http://www.blueelephant.com

ปิดฉากยิ่งใหญ่ ‘Norway-Asia Business Summit 2023’ เพิ่มโอกาสผ่านความร่วมมือระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776126

ปิดฉากยิ่งใหญ่ 'Norway-Asia Business Summit 2023' เพิ่มโอกาสผ่านความร่วมมือระดับโลก

ปิดฉากยิ่งใหญ่ ‘Norway-Asia Business Summit 2023’ เพิ่มโอกาสผ่านความร่วมมือระดับโลก

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.49 น.

กรุงเทพมหานครฯ เป็นเจ้าภาพในการกลับมาของงาน Norway-Asia Business Summit พร้อมด้วยผู้แทนรัฐมนตรี เอกอัครราชทูต และผู้นำด้านธุรกิจจากเอเชียและสแกนดิเนเวีย เชื่อมโยงการค้านอร์เวย์และเอเชียเป็นหนึ่งเดียว จับมือก้าวขึ้นสู่เวทีการค้าระดับโลก

ด้วยการเป็นด่านหน้าทางธุรกิจระดับโลก Norway-Asia Business Summit ได้ต้อนรับเจ้าของธุรกิจ ผู้นำอุตสาหกรรม ผู้แทนรัฐบาล ผู้คิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยี องค์กรด้านการสนับสนุนธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ องค์กรระหว่างประเทศ และสื่อมวลชนทุกท่าน ตลอดระยะเวลาสองวัน ณ Avani Riverside Hotel กรุงเทพมหานครฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปท์ “Navigating the Green Transition.”

งานนี้จัดขึ้นโดยหอการค้าไทย-นอร์เวย์ และได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย และองค์กร Innovation Norway โดยงาน Norway-Asia Business Summit ได้พิสูจน์ความสำเร็จให้เราเห็นแล้วว่างานนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างช่องทางการค้าใหม่ ๆ ระหว่างนอร์เวย์และทวีปเอเชียอันกว้างใหญ่ เพื่อช่วยองค์กรต่าง ๆ ในการขยายฐานการค้า สร้างความสำเร็จในการค้าและความร่วมมือ

งานประชุมสัมมนาประจำปี 2023 นี้ เป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจจากประเทศนอร์เวย์ได้มาพบปะและขยายเครือข่ายทางธุรกิจ ทำความเข้าใจตลาด ศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายด้านการลงทุนในระดับภูมิภาค  งานสัมมนานี้มีการแสดงให้เห็นถึงแนวทางการจัดการด้านนวัตกรรมของนอร์เวย์ ทีอาจมีส่วนช่วยในการสนับสนุนการดำเนินการด้าน green transition ในประเทศแถบเอเชีย และในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ภาคเกษตรกรรม พลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัล และการขนส่ง โดยแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ประเทศแถบเอเชียสามารถบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ได้ งานประชุมสัมมนานี้มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าและสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการทั่วเอเชียที่ต้องการเชื่อมต่อและเป็นพันธมิตรกับองค์กรชั้นนำของประเทศนอร์เวย์

ในช่วงพิธีเปิดมีการกล่าวเปิดงานโดยตัวแทนจากผู้สนับสนุนหลัก และมีกิจกรรมการร่วมอภิปรายพูดคุยในหัวข้อ Navigating Green Transition in Asia (ESG แนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน, ความมั่นคงด้านอาหาร,ความท้าทายด้านพลังงาน) ซึ่งได้รับเกียรติดำเนินรายการโดยนาง Gita Sabharwal ผู้ประสานงานประจำสหประชาชาติ

และมีการจัดงานแถลงข่าวขึ้นเพื่อบอกเล่าเหตุผลและความรู้สึกของผู้สนับสนุนงานถึงการมองเห็นช่องทางการค้าและการเป็นเวทีที่สำคัญในการสร้างและปลูกฝังโอกาสผ่านความร่วมมือระดับโลกระหว่างนอร์เวย์และเอเชีย

ศึกษากำหนดการ และรายละเอียดเกี่ยวกับงานเพิ่มเติมได้ทางหน้าหลักกิจกรรมในเว็ปไซต์ทางการของงาน  https://norway-asia.com/

-(016)

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก ‘Only in Madrid’ ณ ประเทศไทย ฉายแสงโชว์ความงดงามของเมืองหลวงสเปน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776122

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก 'Only in Madrid' ณ ประเทศไทย ฉายแสงโชว์ความงดงามของเมืองหลวงสเปน

เปิดตัวแคมเปญระดับโลก ‘Only in Madrid’ ณ ประเทศไทย ฉายแสงโชว์ความงดงามของเมืองหลวงสเปน

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.21 น.

MADRID TURISMO by IFEMA Madrid ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโลก “Only in Madrid,” ประจำกรุงเทพมหานคร เริ่มบรรยากาศที่เป็นกันเองด้วยการจิบไวน์และทานอาหารเรียกน้ำย่อย (ทาปาส) ยามเย็น ณ Uno Mas โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ต้อนรับสื่อมวลชนผู้มีเกียรติ และนักธุรกิจชาวไทยผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวนอกประเทศของผู้บริโภคในประเทศไทย รวมไปถึงผู้นำด้านธุรกิจในหลากหลายด้านที่มาเข้าร่วมค่ำคืนแห่ง “Only in Madrid” จิบไวน์ชิมทาปาส ด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและผ่อนคลาย ร่วมเดินทางเปิดประสบการณ์ เรียนรู้เรื่องราวของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม  “Only in Madrid!” เป็นแคมเปญที่เปิดตัวในทวีปเอเชียโดยเฉพาะ ด้วยความร่วมมือจากเอเจนซี่ระดับโลก Connecting Travel และ Select Holding โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อประชาสัมพันธ์เมืองและภูมิภาคอื่น ๆ ของกรุงมาดริดสู่สายตาของสาธารณชน เพื่อสร้างจุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ต้องได้มาสักครั้ง

คุณ Janel Kok หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสารประจำภูมิภาคเอเชียกล่าวว่า “ในที่สุดก็ถึงเวลาของมาดริดที่จะได้เฉิดฉาย งานเปิดตัวแคมเปญของเราตั้งใจทำมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานกันระหว่างศิลปะ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น และกีฬาที่มีเอกลักษณ์ที่สามารถหาได้ในมาดริดเท่านั้น กรุงมาดริดเป็นสถานที่ที่คุณจะไม่มีวันเบื่อ เป็นสถานที่ที่คุณจะรู้สึกพิเศษและเป็นหนึ่งเดียวกับคนท้องถิ่น”

คุณ Janel Kok ได้นำเสนอเรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามหลายแห่งของกรุงมาดริดแสดงให้เห็นมุมมองใหม่ ๆ และเหตุผลในการมาท่องเที่ยวเยี่ยมชมเมืองและสถานที่โดยรอบสำหรับนักเดินทางชาวไทยที่กำลังมองหาความหรูหราแบบยุโรปใหม่และโอกาสในการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ 

เมืองมาดริดเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญที่สวยงามอื่น ๆ อีก เช่น จัตุรัส Plaza Mayor พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Prado สนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว แต่ละย่านในมาดริดมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ย่าน Malasaña แสนเก๋ ไปจนถึงย่าน Salamanca หรูหราสุดชิค ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำไปกับโลกแห่งการชอปปิ้ง ร้านอาหาร และระบำฟลาเมงโก เพียงขับรถออกไปไม่ไกลจากเมืองหลวง คุณก็จะพบกับชนบทอันเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทรงสเน่ห์ของยุคกลาง โรงบ่มไวน์และสวนสาธารณะที่ควรค่าแก่การถ่ายภาพ สเน่ห์อันแตกต่างจากแสงสีในเมืองหลวง

ด้วยฉากหลังที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครที่สามารถสัมผัสได้ที่ Uno Mas ทำให้แขกทุกท่านรูสึกผ่อนคลายและได้รับประโยชน์จากการนำเสนอเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่แคมเปญ “Only in Madrid”  ได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างแพร่หลาย จนส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าที่เดินทางมายังกรุงมาดริดและประเทศสเปนนั้นมากขึ้น

ภายในงานยังมีการแสดงให้เห็นถึงความงดงามของสามเหลี่ยมมรดกโลกของ UNESCO ที่ตั้งอยู่ในกรุงมาดริด อย่างเมืองมรดกโลก Alcalá de Henares, พระราชฐาน San Lorenzo de El Escoria และพระราชวังหลวง Aranjuez ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหากเดินทางโดยรถยนต์ นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะสามารถพบกับชนบทที่สวยงามไม่แพ้กันของหมู่บ้าน Patones, เมือง Chinchon และไร่องุ่นในเมือง San Martín de Valdeiglesias ด้วยเวลาเพียงแค่ 30 นาทีจากตัวเมืองอีกด้วย

ในระหว่างงาน ยังมีการแสดงดนตรีสด พร้อมให้สื่อมวลชนทุกท่านได้ลิ้มลองรสชาติอาหารของกรุงมาดริด หลังจากการนำเสนอแคมเปญ  Only in Madrid เสร็จสิ้น แขกทุกท่านก็ร่วมดื่มไวน์ และลองชิม Tinto De Verano ซึ่งเป็นเครื่องดื่มฤดูร้อนแบบดั้งเดิมและเป็นที่ชื่นชอบของชาวสเปน พร้อมด้วยการพูดคุยสังสรรค์อย่างผ่อนคลายท่ามกลางทาปาสแสนอร่อยที่สร้างสรรค์โดยเชฟของ Uno Mas

มาดริดเป็นบ้านเกิดของเหล่าแฟชั่นแบรนด์มากมาย ตั้งแต่ระดับสุดหรูหราไปจนถึงระดับแฟชั่นทั่วไป ตั้งแต่ Loewe, Balenciaga และ Manolo Blahnik ไปจนถึง Zara และ H&M ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้มาดริดเป็นหนึ่งในเมืองหลวงด้านแฟชั่นระดับนานาชาติที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง หรือถ้าคุณต้องการจะหลีกหนีจากแฟชั่นอันหรูหรา คุณก็สามารถเพลิดเพลินไปกับเสื้อผ้า สินค้าพื้นเมืองที่ผลิตอย่างมีคุณภาพระดับพิเศษ อีกทั้งยังราคาย่อมเยาเมื่อเทียบกับแบรนด์ต่างประเทศอื่น ๆ

นอกเหนือไปจากเรื่องราวของแฟชั่นแล้ว มาดริดยังมีเรื่องราวความหอมเย้ายวนของอาหารที่แทรกซึมอยู่ในทุกๆ แง่มุมวัฒนธรรมและชีวิต

มีเพียงแค่ในมาดริดเท่านั้นที่คุณจะสามารถรับประทานอาหารในร้านที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อย่างร้าน Sobrino de Botín อัญมณีเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1725 โดยมีเมนูที่ควรลอง ได้แก่ roast suckling pig หมูหันสไตล์สเปนที่ดีที่สุดในโลก Cochinillo asado เมนูลูกหมูย่างเตาอบแบบพิเศษ และ cordero asado เนื้อแกะย่างที่นุ่มละลายในปาก พลาดไม่ได้กับเมนูสุดคลาสสิคอย่าง  caracoles หอยทากสเปน 

ในช่วงปีแรกของการเปิดตัวแคมเปญ จะมีการโปรโมทใน 16 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จีน เกาหลี และญี่ปุ่น โดยโครงการนี้ประกอบด้วย; การทำการตลาดดิจิทัลในตลาด B2B และ B2C, เว็บไซต์โครงการ 11 ภาษา, เผยแพร่เนื้อหาโครงการในสื่อทั่วไปและในสื่อธุรกิจ, ดำเนินการสื่อสารทางการตลาดร่วมกับสื่อมวลชนและTTOOs, ทำแคมเปญทางการตลาดกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดและอินฟลูเอนเซอร์,  เน้นการทำการสื่อสารทางการตลาดอย่างยืนยาว และผลิตและเผยแพร่เนื้อหาสำหรับแคมเปญ #onlyinmadrid โดยทั้งหมดนี้เพื่อสร้างเสริมศักยภาพของมาดริดในการเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่จะได้เห็น ได้ทำ และได้ชิมในกรุงมาดริด สามารถหาข้อมูลได้จาก:

https://www.turismomadrid.es/en/

https://www.esmadrid.com/en

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MADRID TURISMO by IFEMA Madrid สามารถหาได้ที่: https://www.ifema.es/nosotros/madrid-turismo-by-ifema-madrid

-(016)

ยูนิเซฟฯ จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาล่าการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776024

ยูนิเซฟฯ จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาล่าการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

ยูนิเซฟฯ จัดงาน ‘เดอะ บลูคาร์เพท’ กาล่าการกุศลเพื่อเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และนางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทย จัดงาน “เดอะ บลูคาร์เพท” กาล่าดินเนอร์ครั้งแรก ฉลองการครบรอบ 75 ปียูนิเซฟ ประเทศไทย และ ผนึกกำลังจากภาคธุรกิจ เซเลบริตี้ และผู้คนในแวดวงสังคมเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้ง ภาวะโลกรวน ตลอดจนความยากจนและความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา

บุญถาวร จัด ‘Designer Talk’ ชวนนักออกแบบแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน ผ่านหัวข้อ ‘Storytelling เล่าธุรกิจ คิดผ่านดีไซน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776022

บุญถาวร จัด 'Designer Talk' ชวนนักออกแบบแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน ผ่านหัวข้อ 'Storytelling เล่าธุรกิจ คิดผ่านดีไซน์'

บุญถาวร จัด ‘Designer Talk’ ชวนนักออกแบบแลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน ผ่านหัวข้อ ‘Storytelling เล่าธุรกิจ คิดผ่านดีไซน์’

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.08 น.

บุญถาวร ผู้นำวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้าน จัดกิจกรรม Designer Talk ชวนพี่น้องสถาปนิก นักออกแบบชาวภูเก็ต แลกเปลี่ยนแนวคิดการทำงาน ผ่านหัวข้อ “Storytelling เล่าธุรกิจ คิดผ่านดีไซน์”

บุญถาวร ตอกย้ำการเป็นผู้นำวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านที่ทันสมัยหรือ Modern Specialty Store จัดกิจกรรมบุญถาวร Designer Talk ชวนกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ จากสมาคมสถาปนิกสยามศูนย์ภูเก็ต หรืออาสาภูเก็ต ร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างสายอาชีพ แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคนิคการทำงานจากคนดังในแวดวง พร้อมเทคนิคการเลือกวัสดุตกแต่ง นวัตกรรมที่สร้าง Inspiration ใหม่ๆ ในงานออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญ

กิจกรรมบุญถาวร Designer Talk เป็นกิจกรรมทอร์คดีๆ ที่จัดขึ้นเพื่อกลุ่มสถาปนิก และนักออกแบบโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในงานจัดขึ้นอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง ให้คนในสายงานออกแบบได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงาน แลกเปลี่ยนแนวคิด เทคนิคการทำงาน พูดคุย รวมไปถึงการบอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของธุรกิจที่สามารถสื่อสารผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม โดยได้รับเกียรติจากคุณเป้ จีรเวช หงสกุล ผู้ก่อตั้ง IDIN Architects ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในวงการสถาปนิก และได้รับรางวัลมามากมาย เช่น TIDA Awards และ ASA Awards และระดับนานาชาติ เช่น Arcasia Awards for Architecture, GOOD Design Award ซึ่งจะมาร่วมแชร์ประสบการณ์การทำงานผ่านหัวข้อ “Storytelling เล่าธุรกิจ คิดผ่านดีไซน์” พูดคุยบอกเล่าเรื่องราวและตัวตนของธุรกิจที่สามารถสื่อสารผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม การสร้างการจดจำแบรนด์ของธุรกิจผ่านการออกแบบออกสถาปัตยกรรม ตลอดจนการสร้าง Inspiration จากสินค้ากลุ่มกระเบื้องและห้องน้ำจากบุญถาวร

คุณไพที สกุลเอี่ยมไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทบุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า บุญถาวรให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม สถาปนิก นักออกแบบ ผู้รับเหมา ที่สนับสนุนการทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งครั้งนี้เราได้มาจัดกิจกรรม Designer Talk ที่โฟโต้โฮเทล จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้มีโอกาสมาพบปะพี่ๆน้องๆสถาปนิก นักออกแบบ จากสมาคมสถาปนิกสยามศูนย์ภูเก็ต ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานนี้กว่า 60 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อยอดการทำงาน และกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบ ตกแต่ง การเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ สินค้าตกแต่งบ้านในกลุ่มของกระเบื้องและห้องน้ำที่เหมาะสมต่อการใช้งาน สร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่สอดคล้องต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุนทรีย์ โดยบุญถาวรตั้งเป้าที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างนี้อีกในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบแรงบันดาลใจในการทำงาน และสร้างสัมพันธ์ที่ดี รวมไปถึงแบ่งบันเทคนิคการทำงานผ่านองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง

ภายในงานยังได้มีการแนะนำเทรนด์กระเบื้องปี 2024 จากผู้เชี่ยวชาญที่ได้เข้าร่วมงาน “CERSAIE” ณ เมืองโบโลญญา ที่ประเทศอิตาลี งานนิทรรศการแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านกระเบื้องเซรามิกและอุปกรณ์ตกแต่งห้องน้ำ จัดขึ้นเพื่อให้นักออกแบบ ดีไซเนอร์ และผู้บริโภคได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านการออกแบบ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าชมงาน โดยในปีนี้ จัดแสดงในคอนเซปต์ของความใกล้ชิดธรรมชาติ Comfort, Natural and Warmth หรือเป็นการนำธรรมชาติเข้ามาผสมผสานให้กลมกลืนไปกับการตกแต่งบ้านที่ลงตัว ซึ่งบุญถาวรมีสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ เพื่อมอบแรงบันดาลใจและแนวทางในการเลือกใช้สินค้าที่สอดคล้องกับเทรนด์กระเบื้องโลกปี 2024 ให้กับลูกค้า รวมถึงได้มีผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำสินค้ากลุ่มห้องน้ำดีไซน์เก๋ อย่างแบรนด์ GELATO BATH ในซีรีย์ต่างๆ พร้อมระบบฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบาย พร้อมด้วยบริการติดตั้งที่การันตีโดยบุญถาวร

สำหรับ “บุญถาวร” โดดเด่นด้วยสินค้าและบริการเพื่อบ้านและที่อยู่อาศัยครบวงจร ประกอบด้วย 1.โซนกระเบื้องนำเข้า (Tile Gallery) ที่รวบรวมกระเบื้องหลากดีไซน์ ลวดลายโดดเด่นคุณภาพสูงจากทั่วโลก 2.โซน Tile Mart ตลาดกระเบื้อง สินค้าหลากหลาย คุณภาพดี ราคาประหยัด 3.โซนห้องครัว (Kitchen Studio) มีพื้นที่จัดแสดงห้องตัวอย่างที่หลากหลายตามรูปแบบการใช้สอยทั้งครัวไทย และครัวฝรั่ง 4.โซนห้องน้ำ (Bath and Bath) กับสินค้าหลากหลายสไตล์ พร้อมยกระดับชีวิตด้วยสุขภัณฑ์นวัตกรรมสุดล้ำจากทุกแบรนด์ชั้นนำ รวมไปถึงระบบการทำงานอัตโนมัติหลากหลายรูปแบบ 5.Anyhome ที่จัดเต็มไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ ตู้เย็น , เครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ , ของใช้ภายในบ้าน 6.โซน Lighting Center อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่าง โคมไฟตกแต่ง และ 7.โซน Lifestyle Furniture ที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์มีดีไซน์ และจากแบรนด์ดังจากทั่วโลกไว้ที่เดียว อาทิ NATUZZI EDITIONS , KUKA ให้สามารถต่อยอดแรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่งได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ติดตามข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ของบุญถาวร ได้ที่เว็บไซต์ : https://www.boonthavorn.com และ facebook  boonthavorn

-(016)

เฮงส่งท้ายปี! ‘แอฟ ทักษอร’คว้ารางวัลใหญ่งานปีใหม่’มาดามแป้ง’ หอบทองแท่ง30บาทกลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776158

เฮงส่งท้ายปี! 'แอฟ ทักษอร'คว้ารางวัลใหญ่งานปีใหม่'มาดามแป้ง' หอบทองแท่ง30บาทกลับบ้าน

เฮงส่งท้ายปี! ‘แอฟ ทักษอร’คว้ารางวัลใหญ่งานปีใหม่’มาดามแป้ง’ หอบทองแท่ง30บาทกลับบ้าน

วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.43 น.

20 ธันวาคม 2566 ปังส่งท้ายปีจริงๆ สำหรับนางเอกดังอย่างแอฟ ทักษอร ที่ล่าสุดเจ้าตัวไปงานเลี้ยงปีใหม่ ณ คฤหาสน์ของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่ภายในงานจะรวบรวมนางเอกดังทั่วฟ้าเมืองไทย อย่าง อั้ม พัชราภา,แอน ทองประสม,นุ่น วรนุช,เชอรี่ เข็มอัปสร รวมถึงแอฟ ทักษอร ที่มาร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุข นอกจากนั้นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทุกคนจับตากันเป็นอย่างมากคือการ’จับของขวัญ’ที่เป็นที่ฮือฮาทุกปี เพราะของขวัญที่มาดามแป้งนำมาจับฉลากนั้น เรียกว่าปัง 

ซึ่งผู้โชคดีในปีนี้ได้แก่ แอฟ ทักษอร ที่ได้หอบรางวัลใหญ่อย่างทองคำแท่งหนัก 30 บาท มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท กลับบ้านไป เรียกได้ว่าปีนี้สาวแอฟดวงเฮงแบบสุดๆ แถวในปีนี้เจ้าตัวยังชวนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหนุ่มนนกุล มาร่วมงานอีกด้วย 

โดยเพื่อนๆ นางเอกตัวท็อปของประเทศไทยต่างเอ็นจอยโมเมนต์ พร้อมยินดีไปกับสาวแอฟ สนุกสนานกันแบบเต็มที่กันเลยทีเดียว แต่งานนี้แอบได้ยินเสียงแซวดังแว่วมาด้วยว่า “แฟนก็มี ทองก็ได้” ทำเอาเจ้าตัวเขินม้วนเลยทีเดียว