พบดาบยุคโรมัน อายุกว่า 1,900 ปี ซุกซ่อนในถ้ำริมทะเลอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723242

พบดาบยุคโรมัน อายุกว่า 1,900 ปี ซุกซ่อนในถ้ำริมทะเลอิสราเอล

7 ก.ย. 2566 11:39 น.

พบดาบยุคโรมัน อายุกว่า 1,900 ปี ซุกซ่อนในถ้ำริมทะเลอิสราเอล

นักโบราณคดีค้นพบดาบโรมัน อายุกว่า 1,900 ปี ในถ้ำริมทะเลของอิสราเอล คาดเป็นของกลุ่มกบฏต่อต้านโรมัน

นักโบราณคดีและนักวิจัยชาวอิสราเอล เผยการค้นพบครั้งสำคัญ โดยค้นพบดาบโบราณในยุคโรมัน อายุเก่าแก่ราว 1,900 ปี ที่ยังคงสภาพสมบรูณ์ถึง 4 เล่ม ในถ้ำริมทะเลในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติเอ็นเกดี ใกล้กับทะเลเดดซีของอิสราเอล

โดยการค้นพบครั้งนี้มีขึ้นด้วยความบังเอิญ ขณะที่นักโบราณคดีกำลังตรวจสอบจารึกข้อความบนหินย้อย จนบังเอิญไปพบฝักไม้ รวมทั้งหอกพิลัม ก่อนจะไปเจอดาบ 4 เล่ม ซึ่งมีอยู่ 3 เล่ม ที่ยังคงเก็บอยู่ในฝักไม้อย่างดี คาดว่ากลุ่มกบฏจูเดียนซึ่งต่อต้านโรมันน่าจะเป็นคนเอาอาวุธเหล่านี้มาซ่อน หลังจากยึดมาได้จากการต่อสู้กับทหารโรมัน

เอลิ เอสคูซิโด ผู้อำนวยการหน่วยงานด้านโบราณวัตถุของอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์ว่า การค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โดยสภาพอากาศที่เป็นแบบทะเลทรายที่แห้งแล้งรอบๆ ทะเลเดดซี ทำให้ดาบถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างดีโดยไม่ผุกร่อน เหมือนกับพื้นที่อื่นๆ ของอิสราเอล

ทั้งนี้ จากการศึกษาอย่างละเอียดพบว่า ดาบทั้ง 3 เล่มที่ยังคงอยู่ในฝักไม้เป็นดาบยาวที่เรียกว่า โรมัน สปาตา โดยแต่ละเล่มมีความยาวราว 60-65 เซนติเมตร ขณะที่ดาบอีกเล่มจะมีขนาดสั้นกว่า อยู่ที่ราว 40-45 เซนติเมตร

อีทาน ไคลน์ หนึ่งในผู้อำนวยการโครงการสำรวจทะเลทรายจูเดียน กล่าวว่า การซ่อนดาบและหอกพิลัมไว้ในถ้ำแสดงว่า อาวุธเหล่านี้อาจเป็นของที่ทหารโรมันที่ถูกแย่งหรือปล้นมา และจงใจซ่อนไว้โดยกลุ่มกบฏจูเดียนเพื่อนำกลับมาใช้ในภายหลัง ซึ่งทางทีมวิจัยกำลังเดินหน้าศึกษาถ้ำแห่งนี้ เพื่อหาคำตอบว่าใครเป็นเจ้าของดาบ และแหล่งผลิตของดาบมาจากที่ใดกันแน่.

ที่มา :บีบีซี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “นักโบราณคดี“

สุดระทึก นักล่องเรือ 3 ชีวิต ถูกฉลามรุมกัดเรือ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723227

สุดระทึก นักล่องเรือ 3 ชีวิต ถูกฉลามรุมกัดเรือ (คลิป)

7 ก.ย. 2566 10:58 น.

สุดระทึก นักล่องเรือ 3 ชีวิต ถูกฉลามรุมกัดเรือ (คลิป)

นักล่องเรือชาวรัสเซียและฝรั่งเศสเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังฝูงฉลามรุมกัดเรือคาตามารันยางของพวกเขา เคราะห์ดีที่ได้รับการช่วยเหลือได้ทันเวลา

หน่วยงานความปลอดภัยทางทะเลออสเตรเลียรีบเข้าไปช่วยเหลือเรือคาตามารันที่ล่องอยู่นอกชายฝั่งออสเตรเลีย ห่างจากชายฝั่งทางตะวันออกกว่า 800 กิโลเมตร ในช่วงเวลาราวตี 1 ครึ่งตามเวลาในท้องถิ่น หลังได้รับสัญญาณแจ้งขอความช่วยเหลือ จากการถูกฉลามรุมกัด โดยเมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก็พบว่าตัวเรือได้รับความเสียหายโดยมีร่องรอยถูกฉลามกัดหลายครั้ง จนส่วนหน้าเรือหายไป ขณะที่นักล่องเรือชายทั้ง 3 คนปลอดภัยดี โดยมีเรือสัญชาติปานามา ดูกอง เอซ เข้ามารับตัวทั้ง 3 คนขึ้นมาอย่างปลอดภัย

เรือลำดังกล่าวเป็นเรือคาตามารันยางที่มีนักล่องเรือชายชาวรัสเซีย 2 คนและชาวฝรั่งเศสอีก 1 คน อายุระหว่าง 28-64 ปี หลังจากที่ทั้งสามได้ล่องเรือจากวานูอาตู เพื่อมายังออสเตรเลีย โดยมีกำหนดจะเดินทางถึงบริสเบนในวันพฤหัสบดีนี้ แต่มาถูกฉลามโจมตีเสียก่อน เคราะห์ยังดีที่เรือมีระบบจีพีเอสฉุกเฉิน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจหาพิกัดของเรือจนเจอได้อย่างรวดเร็ว.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ฉลาม“

องค์การอนามัยโลกกังวลยอดโควิดพุ่งช่วงฤดูหนาว กระตุ้นฉีดวัคซีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723246

องค์การอนามัยโลกกังวลยอดโควิดพุ่งช่วงฤดูหนาว กระตุ้นฉีดวัคซีน

7 ก.ย. 2566 11:54 น.

องค์การอนามัยโลกกังวลยอดโควิดพุ่งช่วงฤดูหนาว กระตุ้นฉีดวัคซีน

องค์การอนามัยโลกกังวลยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งช่วงฤดูหนาว พร้อมกระตุ้นให้คนฉีดวัคซีน โดยการศึกษาเบื้องต้นชี้ วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ BA.2.86 ได้

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอนามัยโลกออกคำเตือนถึงแนวโน้มการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาว พร้อมเรียกร้องให้หลายประเทศกระตุ้นการฉีดวัคซีน และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายทีดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า ตอนนี้องค์การอนามัยโลกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะประเทศในซีกโลกเหนือ หลังจากที่หลายประเทศหยุดรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อกันแล้ว มีเพียง 43 ประเทศเท่านั้น ที่ยังคงรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 และมีเพียง 20 ประเทศที่รายงานจำนวนผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาล

ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิดในเอเชียและตะวันออกกลางก็เพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับตัวเลขผู้ป่วยวิกฤติ และผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวในโรงพยาบาลในยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีการประมาณการว่าในเวลานี้มีผู้ป่วยโควิดรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั่วโลกหลายแสนคน

ขณะที่ดร.มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคด้านโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก ระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวขึ้น ส่งผลคนอยู่ในอาคารกันมากขึ้น ทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในเวลานี้ที่มีการระบาดของไวรัส RSV ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจปะปนอยู่ด้วย ทำให้การฉีดวัคซีนป้องกัน และการตรวจหาเชื้อเป็นเรื่องจำเป็นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่าการฉีดวัคซีนโควิดที่มีอยู่ ยังสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ย่อย BA.2.86 ได้.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Aljazeera

จีนสั่งห้ามจนท.รัฐบาลใช้ไอโฟน-มือถือแบรนด์นอกในที่ทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723106

จีนสั่งห้ามจนท.รัฐบาลใช้ไอโฟน-มือถือแบรนด์นอกในที่ทำงาน

6 ก.ย. 2566 19:13 น.

จีนสั่งห้ามจนท.รัฐบาลใช้ไอโฟน-มือถือแบรนด์นอกในที่ทำงาน

จีนสั่งเจ้าหน้าที่รัฐบาล ห้ามใช้ไอโฟน และมือถือแบรนด์นอก ในที่ทำงาน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนไอโฟน 15 เปิดตัว

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างข่าวจากเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล สื่อในสหรัฐฯว่า ทางการจีนสั่งห้ามเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบาลกลางใช้โทรศัพท์ไอโฟน และอุปกรณ์สื่อสารของต่างประเทศระหว่างการทำงาน พร้อมทั้งห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้าไปในสำนักงาน ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาทวีความรุนแรงขึ้นมาก ทำให้จีนพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ และพยายามหันมาพัฒนาเทคโนโลยี และระบบซอฟต์แวร์เป็นของตนเอง พร้อมทั้งสนับสนุนการผลิตเซมิคอนเตอร์และชิปในประเทศ เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านข้อมูล นำมาสู่ยุทธศาสตร์วงจรคู่ขนาน (Dual Circulation) หรือแผนพัฒนาประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ และลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก

หลายฝ่ายมองว่า การห้ามใช้ไอโฟนของทางการจีน เป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯ สั่งห้ามจำหน่ายโทรศัพท์หัวเว่ย และแบนแอปพลิเคชันติ๊กต่อก (TikTok)

ทั้งนี้ บริษัท แอปเปิล (Apple Inc) เตรียมจัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ประจำปี 2566 วันที่ 12 กันยายน ณ สำนักข่าวใหญ่แอปเปิล เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าหนึ่งในสินค้าที่จะถูกเปิดตัว คือ ไอโฟน 15 (iPhone 15) 

ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของแอปเปิล โดยรายได้เกือบ 1 ใน 5 ของแอปเปิลมาจากเมืองจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters 

ทหารยูเครนสะใจ ยิง ฮ.รัสเซีย ตก-ไฟลุก ตะโกนลั่น ‘ไปจับมันมา’ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723093

ทหารยูเครนสะใจ ยิง ฮ.รัสเซีย ตก-ไฟลุก ตะโกนลั่น ‘ไปจับมันมา’ (คลิป)

6 ก.ย. 2566 18:16 น.

ทหารยูเครนสะใจ ยิง ฮ.รัสเซีย ตก-ไฟลุก ตะโกนลั่น ‘ไปจับมันมา’ (คลิป)

เผยคลิปนาทีหฤโหด ทหารยูเครนยิงเฮลิคอปเตอร์ Ka-52 Alligator ของรัสเซียจนตก ตะโกนลั่น ‘ไปจับมันมา’ ขณะที่สถาบันนักคิดในสหรัฐฯ คาด ปูตินสูญเสียทหารชั้นหัวกะทิในสงครามยูเครน วันละเกือบ 50 นาย

เมื่อ 6 ก.ย. 2566 เดลี่เมลเผยคลิปเหตุการณ์ ทหารยูเครนใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศแบบเคลื่อนที่ เครื่องยิงจรวดนำวิถีด้วยเลเซอร์ RBS-70 ซึ่งรัฐบาลสวีเดนส่งมาให้ยูเครน ในการยิงเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งของรัสเซียจนตกกลางทุ่ง ใกล้หมู่บ้าน Robotyne ในแคว้นซาปอริซเซีย ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน

จากคลิปวิดีโอ ได้ยินเสียงทหารยูเครนตะโกนออกมาด้วยความสะใจว่า ‘ไปจับมันมา’ หลังจากยิงเฮลิคอปเตอร์ Ka-52 Alligator ของรัสเซีย สนนราคาลำละ 12.7 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 565 ล้านบาท ตกกลางทุ่ง จนเกิดระเบิดไฟไหม้อย่างรุนแรง

ชมคลิป: ที่นี่

ในขณะที่ทางการยูเครนอ้างว่า การโจมตีครั้งนี้ เป็นปฏฺิบัติการโต้กลับยึดคืนพื้นที่ในยูเครน จากการยึดครองของทหารรัสเซียที่ยึดครองได้ ภายหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามในยูเครน เมื่อ 24 ก.พ. 2565

นอกจากนั้น สถาบันนักคิดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ ยังอ้างว่า มีทหารชั้นหัวกะทิของปูติน สังกัดกองพัน VDV ที่ 7 ถูกฆ่าตายในการสู้รบใกล้หมู่บ้าน Staromayorske เฉลี่ยแล้วถึงวันละประมาณ 49 นาย

รวมข่าว ‘สงครามยูเครน’ ไทยรัฐออนไลน์

สื่อนอกตีข่าว ชาวภูเก็ตโวย รัสเซียแห่ทำธุรกิจยึดกิจการคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723061

สื่อนอกตีข่าว ชาวภูเก็ตโวย รัสเซียแห่ทำธุรกิจยึดกิจการคนไทย

6 ก.ย. 2566 17:06 น.

สื่อนอกตีข่าว ชาวภูเก็ตโวย รัสเซียแห่ทำธุรกิจยึดกิจการคนไทย

สื่อนอกรายงาน ชาวภูเก็ตไม่พอใจคนรัสเซียแห่ทำธุรกิจ และกว้านซื้อที่อยู่อาศัย จนทำให้คนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เรียกร้องหน่วยงานรัฐเข้าควบคุมด่วน

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงาน ชาวภูเก็ตรวมตัวกันร้องเรียนหน่วยงานภาครัฐให้เข้าควบคุมชาวรัสเซียที่ประกอบธุรกิจบนเกาะ หลังเริ่มขยายตัวจนคุกคามกิจการคนไทย

ตามรายงานของทางการไทย ระบุ ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคมปีนี้ มีชาวรัสเซียเดินทางเข้ามาในไทยมากกว่า 400,000 คน เพิ่มขึ้นประมาณสองเท่าจากช่วงก่อนสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่วนหนึ่งเข้ามาด้วยวีซ่าพำนักระยะยาว ประเภทลงทุน และซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อหลีกหนีความวุ่ยวายทางเศรษฐกิจ และโอกาสถูกเกณฑ์ทหาร หลังจากรัสเซียบุกโจมตีประเทศยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ปัญหาหลักที่ชาวภูเก็ตกังวล คือ การที่ชาวรัสเซียแห่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ จนทำให้ที่อยู่อาศัยในภูเก็ตแพงขึ้น และเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งมักจะดำเนินกิจการผ่านแอปพลิเคชันภาษารัสเซีย และมีการจ้างงานผิดกฎหมาย อีกทั้งยังทำธุรกิจค้าประเวณี เพื่อขายบริการทางเพศในกลุ่มคนรัสเซียด้วยกันโดยเฉพาะ

นายประยุทธ ทองมุสิก ประธานชมรมคนขับรถตู้ภูเก็ต กล่าวว่า ชาวรัสเซียบางกลุ่มทำธุรกิจให้บริการขับรถส่งชาวรัสเซียด้วยกัน โดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่ง อีกทั้งมีราคาถูกกว่าปกติประมาณ 20% ซึ่งการเรียกใช้บริการเกิดขึ้นผ่านแอปพลิเคชันภาษารัสเซีย 

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าชาวรัสเซียจะเข้ามาแย่งงานคนไทยในภูเก็ต 

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูเก็ตได้จับกุมชาวรัสเซีย 3 คน เนื่องจากเปิดร้านตัดผม ซึ่งเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทยเท่านั้น 

การก่ออาชญากรรมก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวล หลังมีอาชญากรชาวรัสเซียหลายคนถูกควบคุมตัวขณะซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไทยกลายเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในฐานะที่กบดานของกลุ่มมาเฟียรัสเซีย

อย่างไรก็ดี ในขณะเดียวกันชาวรัสเซียบางส่วนก็แสดงความกังวลถึงการเลือกปฏิบัติต่อคนรัสเซีย และการเหมารวมว่าทุกอาชญากรรมก่อโดยชาวรัสเซีย แม้คนเหล่านั้นจะเป็นชาวยูเครน จอร์เจีย หรืออุซเบกิสถานก็ตาม

อีกทั้งไทยก็มีกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการทำงานของชาวต่างชาติ ทำให้ชาวต่างชาติกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ รัสเซียก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวของไทย ทดแทนการหายไปของชาวจีน หลังประเทศจีนประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Aljazeera

สยอง นาทีลิฟต์รีสอร์ตดังบนเกาะบาหลี ‘สลิงขาด’-ตกกระแทกพื้น ดับ 5 (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723001

สยอง นาทีลิฟต์รีสอร์ตดังบนเกาะบาหลี ‘สลิงขาด’-ตกกระแทกพื้น ดับ 5 (คลิป)

6 ก.ย. 2566 16:18 น.

สยอง นาทีลิฟต์รีสอร์ตดังบนเกาะบาหลี ‘สลิงขาด’-ตกกระแทกพื้น ดับ 5 (คลิป)

เปิดนาที ลิฟต์กระจก ที่รีสอร์ตดัง บนเกาะบาหลี ‘สลิงขาด’ ร่วงตกกระแทกพื้นเบื้องล่าง พนักงานดับสลด 5 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบสาเหตุ คาดลิฟต์รับน้ำหนักเกินจนลวดสลิงขาด

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นในอินเดีย เผยความคืบหน้าเหตุสลดที่ ‘อายุแตต์รา รีสอร์ต’ (Ayuterra Resort)  ในเมืองอูบุด บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเกิดเหตุลิฟต์กระจกตกลงกระแทกพื้นเบื้องล่างอย่างรุนแรง จากความสูงประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้พนักงานทำความสะอาดของโรงแรมในวัยหนุ่มสาว เสียชีวิต 5 ศพ ว่า เกิดจากลิฟต์รับน้ำหนักมากเกินไปจนลวดสลิงขาด อีกทั้งระบบนิรภัยและระบบเบรกก็ไม่ทำงาน ส่งผลให้ลิฟต์ล่วงหล่นอย่างรวดเร็ว  

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2566 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 3 คน อายุระหว่าง 19-24 ปี ซึ่งเป็นพนักงานจากแผนกทำความสะอาดของโรงแรม โดยลิฟต์ที่เกิดอุบัติเหตุเป็นลิฟต์แก้วที่อยู่กลางแจ้ง ติดตั้งอยู่ตรงเนินเขาที่มีความลาดเอียง 60 องศา และคอยรับส่งทั้งแขกที่มาพัก และพนักงานในโรงแรม

ชมคลิป : ที่นี่

ขณะที่มีคลิปจากกล้องวงจรปิดที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ หลังเกิดอุบัติเหตุสุดสลด เผยให้เห็นช่วงเวลาที่พนักงานหนุ่มสาวเข้าไปในลิฟต์กระจก จากนั้นลิฟต์เริ่มจะเคลื่อนที่ลงมา แต่แล้วไม่กี่วินาทีต่อมาลิฟต์ได้ตกลงมาอย่างรวดเร็วหลังสลิงขาด. 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : CNA, Dailymail

Cr ภาพ: คลิปวิดีโอ

นาทีระทึก พายุ‘แดเนียล’ถล่มกรีซ น้ำป่าซัดรถลงทะเล ดับแล้ว 1 ศพ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723004

นาทีระทึก พายุ‘แดเนียล’ถล่มกรีซ น้ำป่าซัดรถลงทะเล ดับแล้ว 1 ศพ (คลิป)

6 ก.ย. 2566 14:31 น.

นาทีระทึก พายุ‘แดเนียล’ถล่มกรีซ น้ำป่าซัดรถลงทะเล ดับแล้ว 1 ศพ (คลิป)

เปิดนาทีสะพรึง ‘พายุแดเนียล’ถล่มกรีซ น้ำป่าสีขุ่นคลั่กไหลลงจากภูเขา เกิดน้ำท่วมฉับพลันที่เกาะสเกียธอส และเมืองโวลอส กระแสน้ำไหลแรงซัดรถจนลอยละลิ่ว เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ

เมื่อ 6 ก.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประชาชนในกรีซ และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะสเกียธอส เกาะท่องเที่ยวยอดนิยมของกรีซในทะเลเอเจียน และเมืองโวลอส เมืองท่าริมทะเล ในแคว้นเทสซาลี ต้องหวาดกลัวระทึกขวัญกันอย่างหนัก เมื่อเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุแดเนียล จนถึงขนาดฝนที่ตกลงมาในเวลา 24 ชม. แต่มีปริมาณน้ำฝนที่มากเท่ากับฝนที่ตกตลอดฤดูใบไม้ร่วงในกรีซ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ

อิทธิพลพายุแดเนียล ถล่มกรีซ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากที่เมืองโวลอซ

ขณะที่มีคลิปวิดีโอถูกแชร์ทางออนไลน์แสดงให้เห็นนาทีน้ำป่าขุ่นคลั่กที่ไหลลงมาจากภูเขา ซัดรถยนต์หลายคันบนถนนในเมืองโวลอสจนลอยไปกับกระแสน้ำอย่างน่ากลัว มีรถบางคันถูกกระแสน้ำซัดลงทะเล และยังเกิดน้ำท่วมสูงบนถนนไหลท่วมอาคารบ้านเรือนของประชาชน

มีรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวหลายร้อยคนต้องติดค้างอยู่ในโรงแรมต่างๆ บนเกาะสเกียธอส ทางตะวันออกของกรีซ และยังเผชิญกับไฟฟ้าดับ จนสร้างความหวาดกลัวให้แก่แขกที่มาเข้าพักอยู่ในโรงแรมอย่างมาก นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวเหล่านี้ยังประสบปัญหาไม่มีเที่ยวบินที่จะเดินทางออกจากเกาะสเกียธอสอีกด้วย. 

ที่มา : BBC,Dailymail

‘หมูเถื่อน’เรื่องเร่งด่วนในมือ‘ธรรมนัส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755122

‘หมูเถื่อน’เรื่องเร่งด่วนในมือ‘ธรรมนัส’

‘หมูเถื่อน’เรื่องเร่งด่วนในมือ‘ธรรมนัส’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.44 น.

‘หมูเถื่อน’เรื่องเร่งด่วนในมือ‘ธรรมนัส’

ถ้อยแถลงครั้งแรกหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า คือการแถลงนโยบายที่ต้องช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน 3 เรื่อง ได้แก่ ภัยแล้ง – ประมง – หมูเถื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการปราบปรามหมูเถื่อน ที่ท่าน รมต. ยืนยันว่าเมื่อตนลงมือแล้ว ต้องเห็นผลภายใน 1-2 เดือน นับเป็นคำสั่งอันเข้มแข็งของรัฐมนตรีที่ได้ใจคนเลี้ยงหมูยิ่งนัก

เรื่องราวหมูเถื่อนเกิดขึ้นมาเนิ่นนานกว่าขวบปี เกาะกินผลประโยชน์หลายร้อยล้าน และทำร้ายเบียดเบียนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูไทยไม่มีที่ยืน ต้องล้มหายตายจากเลิกอาชีพกันไปไม่น้อย จนเกิดการร้องเรียนและเรียกร้องให้มีการสืบสวน สอบสวน และดำเนินคดีเรื่อยมา  แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับผู้บงการได้อย่างถึงที่สุด กระทั่งเกิดมุมมองว่าน่าจะเป็นเพราะมี “ผู้มีอิทธิพล” อยู่เบื้องหลัง จึงทำให้ขบวนการหมูเถื่อนยังคงยืดเยื้อ และการดำเนินคดีก็สะดุดเป็นระยะ

กระทั่งในที่สุดพบคดีใหญ่ “หมูเถื่อนตกค้าง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง 161 ตู้คอนเทนเนอร์” ที่กรมศุลกากร ส่งมอบให้ DSI และ ปปง. ดำเนินคดีต่อ สังคมไทยจึงได้เห็นความคืบหน้าของคดีออกมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะสามารถสาวถึงต้นตอ และดำเนินการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้เมื่อใด  พอท่าน รมต.เกษตรฯ รับปากกระโจนเข้าช่วยเร่งรัดให้ทุกอย่างจบลงภายใน 1-2 เดือน จึงเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของคนเลี้ยงหมูทั่วไทยที่หวังจะได้เห็นหน้าคนร้ายในขบวนการนี้อย่างใจจดจ่อ

อีกส่วนหนึ่งคือ การฝังทำลายซากหมูเถื่อน จำนวนมหาศาลถึง 4 ล้าน 5 แสนกิโลกรัมจากทั้ง 161 ตู้นี้ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบดำเนินการของกรมปศุสัตว์ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ของท่าน รมต.พอดี  แม้ก่อนหน้านี้คณะทำงานท่าเรือสีขาวพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ประชุมร่วมกับกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการทำลายออกมาแล้วว่าจะฝังทำลายในเขต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในเดือนกันยายนนี้ แต่ผ่านเดือนกันยายนเข้ามาราว 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่เห็นกำหนดการฝังทำลายใดๆ ออกมา

ทั้งๆที่ดูเหมือนว่า หมูเถื่อนของกลางพร้อมแล้วเพราะถูกตรวจสอบหลักฐานเรียบร้อย งบประมาณการทำลายที่สายเดินเรือผู้ขนส่งหมูเถื่อนเข้ามาต้องรับผิดชอบก็พร้อมแล้ว พื้นที่ฝังทำลายก็มีแล้ว ทุกอย่างมีความพร้อมแบบนี้ แต่ไม่รู้ว่าเกิดการล่าช้าในขั้นตอนใด  ขณะที่หมูในบางตู้ก็เสื่อมสภาพและส่งกลิ่นเหม็น ควรอย่างยิ่งที่จะเร่งทำลาย เพื่อตัดตอนเชื้อโรคที่อาจระบาดออกมาติดหมูไทย และตัดตอนหมูติดเชื้อไม่ให้เล็ดลอดเข้าสู่ตลาดผู้บริโภค สร้างความสบายใจให้ทุกฝ่าย จึงเป็นอีกประเด็นของเรื่องหมูเถื่อนที่ต้องฝากท่านธรรมนัสเร่งติดตามดำเนินการให้ทุกคนได้เห็นการฝังทำลายหมูครั้งประวัติศาสตร์นี้ในเร็ววัน

ที่สำคัญ ต้องวางแผนระยะยาวและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์หมูเถื่อนเข้ามาทำร้ายหมูไทยได้อีก เพราะมันสร้างความเสียหายมหาศาล กระทบตั้งแต่เกษตรกร   และผู้คนในห่วงโซ่การผลิตหมู  ไปจนถึงสุขภาพผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจของประเทศ 

กลุ่มเกษตรกรตั้งความหวังกับกระทรวงเกษตรฯในยุคของท่าน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ไว้ไม่น้อย ท่ามกลางกระแสความท้าทายที่ถาโถมเข้ามาทดสอบ ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือและเป็นกำลังใจให้ท่านนำพาเกษตรกรไทยเดินหน้าประกอบอาชีพ เพื่อช่วยกันสร้างความมั่นคงทางอาหารและฟื้นฟูเศรษฐกิจบ้านเมืองอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

สามารถ สิริรัมย์

หลักเกณฑ์การจัดที่ดิน’ส.ป.ก.’ 3 กรณี และการขอสละสิทธิการใช้ที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755118

หลักเกณฑ์การจัดที่ดิน'ส.ป.ก.' 3 กรณี และการขอสละสิทธิการใช้ที่ดิน

หลักเกณฑ์การจัดที่ดิน’ส.ป.ก.’ 3 กรณี และการขอสละสิทธิการใช้ที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.39 น.

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ. 2564 กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็น 3 กรณี คือ

1) กรณีการจัดที่ดินรอบแรก จะมุ่งเน้นการจัดที่ดินให้แก่ผู้ถือครองที่ดินเดิมที่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามกฎหมาย เพื่อให้เกษตรกรดังกล่าวมีสิทธิเข้าทำประโยชน์ในในที่ดินโดยชอบตามกฎหมาย ส.ป.ก. โดยหากที่ดินที่เกษตรกรผู้ถือครองที่ดินเดิมได้รับการจัดที่ดินนั้นเป็นที่ดินของรัฐ เกษตรกรจะได้รับสิทธิการเข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01) แต่หากเป็นที่ดินที่ ส.ป.ก. จัดซื้อมา (ที่ดินเอกชน) เกษตรกรผู้เช่าที่ดินที่จัดซื้อ เกษตรกรผู้ยากจน หรือผู้ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จะได้รับการจัดที่ดิน โดยการทำสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดินจาก ส.ป.ก.

2) กรณีการจัดที่ดินรอบใหม่ (รอบสอง ขึ้นไป) อาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากกรณีการโอนสิทธิหรือสละสิทธิของเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินรอบแรก รวมทั้งในกรณีที่เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินรอบแรกนั้นเสียชีวิตลง ซึ่งเกษตรกรดังกล่าวล้วนประกอบเกษตรกรรมในรูปแบบครอบครัวเกษตรกร กรณีนี้ จะมุ่งเน้นการจัดที่ดินให้แก่คู่สมรส บุตร เครือญาติ หรือทายาทของเกษตรกรดังกล่าว โดยคู่สมรส บุตร เครือญาติ หรือทายาทนั้นจะต้องมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามกฎหมาย และต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์สินและหนี้สินที่เกษตรกรรายเดิมมีอยู่อันเนื่องมาจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินในกรณีนี้จะได้รับสิทธิเช่นเดียวกับเกษตรกรรายเดิม (สัญญาเช่า สัญญาเช่าซื้อ หรือสิทธิการเข้าทำประโยชน์ (ส.ป.ก. 4-01) แล้วแต่กรณี)

3) กรณีการจัดที่ดินแปลงว่าง อาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากกรณีการจัดที่ดินรอบแรกที่ไม่มีผู้ถือครองที่ดินเดิมหรือผู้ถือครองที่ดินเดิมไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกร หรือในกรณีที่เกษตรกรถูกสั่งสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์เนื่องจากกระทำผิดระเบียบการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของ ส.ป.ก. หรือที่ดินที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ส่งมอบให้แก่ ส.ป.ก. รวมทั้งในกรณีที่เกษตรกรซึ่งได้รับการจัดที่ดินรอบแรกนั้นไม่มีคู่สมรส บุตร เครือญาติ หรือทายาท หรือมีแต่บุคคลดังกล่าวไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรหรือไม่ประสงค์จะขอรับการจัดที่ดินต่อจากเกษตรกรรายดังกล่าว โดยในการจัดที่ดินแปลงว่างนี้จะมุ่งเน้นการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรซึ่งขึ้นทะเบียนขอรับการจัดที่ดินไว้กับ ส.ป.ก. ซึ่งเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินจะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.

ทั้งนี้ หากเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินซึ่งได้รับการจัดให้เข้าทำประโยชน์ มีเหตุจำเป็นต้องจัดการทรัพย์สินหรือหนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ได้รับที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อาจยื่นคำขอสละสิทธิของตนต่อ ส.ป.ก.จังหวัด เพื่อให้เกษตรกรอื่นนอกเหนือจาก เกษตรกรซึ่งเป็นคู่สมรส บุตร หรือเครือญาติ เป็นผู้ได้รับพิจารณาจัดที่ดินแทนที่ได้โดยการเช่า หากเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินนั้นอยู่ในหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) เป็นเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินซึ่งชราภาพ หรือทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือประสงค์จะประกอบอาชีพอื่น (2) เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินไม่ประสงค์จะทำประโยชน์ในที่ดินนั้นอีกต่อไป โดยไม่มีคู่สมรสและบุตร หรือมีแต่บุคคลดังกล่าวไม่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมในที่ดินนั้น (3) เป็นการขอสละสิทธิในที่ดินทั้งหมดที่ตนได้รับจัดที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

โดยเกษตรกรอื่นต้องจ่ายค่าชดเชย ต้องจัดการทรัพย์สินหรือหนี้สินที่เกิดขึ้นในระหว่างที่เกษตรกรเดิมได้รับที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม อาทิ เช่น ไม้ยืนต้นทางการเกษตร โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือมูลค่าการปรับปรุงพัฒนาที่ดินเพื่อให้เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม รวมถึงค่าภาระติดพันอยู่ หรือมีหนี้สินค้างชำระกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการกับ ส.ป.ก. หรือสถาบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน!!!