บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2722184

"กฤษฎา บุญราช" รับมอบเงินเพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย

4 ก.ย. 2566 05:09 น.

“กฤษฎา บุญราช” รับมอบเงินเพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2566

  • ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จ พระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรี สวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชทานพระโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น วันที่ 4 กันยายน เวลา 14.00 น. 
จากเขมร – สนั่น อังอุบลกุล จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ในโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มณิศราภรณ์ ชั้นมหาเสรีวัฒน์ จากกัมพูชา โดยมี จีรพันธ์ อัศวะธนกุล และ อธิป พีชานนท์ มาร่วมปลื้มด้วย ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท วันก่อน.
  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชหัตถเลขาพระราชทานอภัยลดโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ความว่า…..ตามที่ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร ยื่นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ตาม คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษา จำนวน 3 คดี คดีที่ 1 คดีแดงหมายเลขที่ อม.4/2551 ความผิดต่อหน้าที่ราชการ กำหนดโทษจำคุก 3 ปี….คดีที่ 2 คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งคดีที่ 1 กับคดีที่ 2 นับโทษซ้อนกันรวมกำหนดโทษจำคุก 3 ปี……และ คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม กำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมกำหนดโทษจำคุก 8 ปี รับโทษมาแล้ว 10 วัน เหลือ โทษจำคุก 7 ปี 11 เดือน 20 วัน อยู่ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ลดปัญหา – ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ นายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 1 จัดกิจกรรม “Stop Teen Mom” เพื่อลดปัญหาท้องไม่พร้อมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมี ดร.ศิริพร สลีวงศ์ และ กฤติกา บริบาลบุรีภัณฑ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ วันก่อน.
  • ความว่า เคยดำรงตำแหน่งนายก รัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชน มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อถูกดำเนินคดี และศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกดังกล่าว…..ด้วยความเคารพในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดการกระทำ มีความสำนึกในความผิด จึงขอรับโทษตามคำพิพากษา ขณะนี้อายุมาก มีปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยต้องเข้ารักษาพยาบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้น…ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว จึง พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ ให้ นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจำคุกไปอีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา เพื่อจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชนสืบไป…..พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • นำมาซึ่ง ความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของครอบครัว ชินวัตรและ นายทักษิณ ชินวัตร จะนำความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ทั้งชีวิต ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม ประชาชน และรับใช้สถาบัน พระมหากษัตริย์สืบไป….ขอจงทรงพระเจริญ
ตามไปซื้อ – สุธาวัลย์ ตราชู จัดมหกรรมสินค้าทั้งเมกอัป สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมและน้ำหอมระดับเวิลด์คลาสกว่า 70 แบรนด์ โดยมี ยุวเรต ศรุตานนท์, นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์, ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล และ พิมพ์ทอง วชิราคม มาร่วมงานด้วย ที่อีฟแอนด์บอย สยามสแควร์ วันก่อน.
ยูโอบีจัดให้ – กฤษฎา บุญราช รับมอบเงินจำนวน 1,283,972 บาท จาก ศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วย กก.ผจก.ใหญ่ ธนาคารยูโอบี เพื่อสมทบทุนโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย โดยมี ขรรค์ ประจวบเหมาะ มาร่วมรับมอบด้วย ที่สภากาชาดไทย วันก่อน.
  • ปิดฉาก ประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ยาวนานกว่า 17 ปี…..ในการเดินทางของ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร…..เปิดฉากรัฐบาลใหม่ เศรษฐา ทวีสิน…..หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่….ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2566 …..และคาดว่าตามขั้นตอนของ การเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศได้อย่างสมบูรณ์….ครม.จะเข้าถวายสัตย์ฯ วันที่ 5 ก.ย. และจะมี การแถลงนโยบายต่อสภา ในวันที่ 8 กันยายน…..ประชุม ครม.ชุดใหม่นัดแรก ในวันอังคารที่ 12 กันยายน……นับหนึ่งของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน…..จะสั้นจะยาวขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและผลงาน
  • รายนามคณะรัฐมนตรีที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ดังนี้…ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ …สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ…..ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ…อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย…..พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม….พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน…พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกฯ ….สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม…..เศรษฐา ทวีสิน รมว.คลัง…..กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง…..จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง…..จักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ…..สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา…..วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์…ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การ อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม …..ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์….อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์….ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์
ของญี่ปุ่น – นะชิดะ คะสุยะ, ทาเคดะ มาซาโนริ และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ เปิด “NITORI Flagship Store” ร้านเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น โดยมี โอดะ โซอิจิ, พรพรหม วิกิตเศรษฐ์, ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ และ อมรรัตน์ บรรยงก์สินธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม…..มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม…..สุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม…..ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม…..นภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์…..เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย…..ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย…ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย…..พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม….พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน……เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม…..พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ…..นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข….สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข….พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม…ประกาศ ณ วันที่ 1 กันยายน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี….รวมจำนวน ครม. 33 คน….ที่หลุดโผไป 2 คนคือ พิชิต ชื่นบาน ที่คาดว่าจะนั่ง รมต. ประจำสำนักนายกฯโดยเจ้าตัวขอไม่รับตำแหน่ง และ ไผ่ ลิกค์ ที่คาดว่าจะได้นั่ง รมช.พาณิชย์…..จะถูกฝาถูกตัวหรือไม่อีกเรื่อง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์……สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำร่างแผนปฏิบัติราชการรายปี 2568 ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น.
คลังสินค้า – ปิติ ภิรมย์ภักดี และ ปีเตอร์ ฟ็อกซ์ เปิดตัว “BevChain Logistics” ศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรองรับการเชื่อมตลาดเป้าหมายทั่วประเทศรวมทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยมี แอน เจลา แม็คโดนัลด์ และ วศะ โฆษะทัต มาร่วมงานด้วย ที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี วันก่อน.
สร้างอาชีพ – สุธิดา มงคลสุธี และ ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการ “ปั้นช่าง สร้างอาชีพ” เพื่อยกระดับวงการอาชีวศึกษาไทย พัฒนาหลักสูตรด้านไอทีเสริมทักษะเรียนรู้เทคนิคเฉพาะด้าน โดยมี ปัญญา พูนเพิ่มผลสิริ มาร่วมในพิธีด้วย ที่บริษัทซินเน็ค วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

“ไบเดน” ผิดหวัง “สี จิ้นผิง” ไม่ร่วมประชุมสุดยอด “จี20” ที่อินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722459

"ไบเดน" ผิดหวัง "สี จิ้นผิง" ไม่ร่วมประชุมสุดยอด "จี20" ที่อินเดีย

4 ก.ย. 2566 13:42 น.

“ไบเดน” ผิดหวัง “สี จิ้นผิง” ไม่ร่วมประชุมสุดยอด “จี20” ที่อินเดีย

“โจ ไบเดน” ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความผิดหวังต่อการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ “จี20” ที่อินเดีย

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขา “ผิดหวัง” ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 ที่กำลังจะจัดขึ้นในอินเดีย และคาดว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน จะเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนในการประชุมสุดยอดในกรุงนิวเดลีในสัปดาห์นี้

นายไบเดน กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (3 ก.ย.) ว่า “ผมรู้สึกผิดหวัง แต่ผมจะหาทางไปพบเขา” แต่ไม่ได้บอกว่าการพบกันจะเกิดขึ้นเมื่อใด ทั้งนี้ผู้นำทั้งสองพบกันครั้งสุดท้ายที่การประชุมสุดยอดที่อินโดนีเซียเมื่อปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ นายสี เคยกล่าวไว้ว่าเขาจะเดินทางไปยังกรุงนิวเดลีเพื่อเข้าร่วมการประชุม แต่กระทรวงการต่างประเทศของจีนไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วมประชุมของเขา ในการแถลงข่าวตามปกติในวันพฤหัสบดี ขณะที่รายงานข่าวที่อ้างอิงแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมการประชุม ระบุว่า นายสี ไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดในปีนี้

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ถดถอยระหว่างจีนและอินเดีย และกองกำลังของทั้งสองประเทศกำลังเผชิญหน้ากันตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาทในพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อินเดียประท้วงหลังจากทางการจีนเผยแพร่แผนที่ที่อ้างว่ารัฐอรุณาจัลประเทศและที่ราบสูงอักไซชินเป็นดินแดนของจีน

ทั้งนี้นายสีและนายไบเดนอาจยังคงมีโอกาสพูดคุยในเดือนพฤศจิกายน ในการประชุมระหว่างผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปค ที่เมืองซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ 

การถอนตัวจากการประชุมครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงถดถอยอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาในช่วงสองเดือนหลังจากที่ผู้นำทั้งสองพบกันที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เหตุการณ์ที่บอลลูนสายลับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นของจีน ลอยเหนือท้องฟ้าในสหรัฐฯ ได้ทำลายความหวังในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ทั้งสองประเทศยังแสดงความเห็นขัดแย้งในประเด็นต่างๆ รวมถึงสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงและฮ่องกง การอ้างสิทธิ์ในดินแดนต่อไต้หวันและทะเลจีนใต้ และการครอบงำอุตสาหกรรมต่างๆ จำนวนมากของจีน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ จำนวนหนึ่งได้เดินทางไปยังประเทศจีนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึง นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ, เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และนายจอห์น เคอร์รี ทูตพิเศษสหรัฐฯ ด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นความพยายามที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ 

ขณะเดียวกัน นายสี ยังคงมองว่าจีนอยู่ในฐานะผู้นำของประเทศกำลังพัฒนา และพยายามรณรงค์การสนับสนุนทางเลือกอื่นเพื่อการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกใหม่ที่นำโดยสหรัฐฯ

ในการเยือนแอฟริกาใต้เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อพบปะกับผู้นำของกลุ่มเศรษฐกิจบริคส์ นายสี ได้วิพากษ์วิจารณ์ “อำนาจนำ” ของตะวันตก และเรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนา “สลัดแอกของลัทธิล่าอาณานิคม” 

บริคส์เดิมหมายถึงประเทศกำลังพัฒนา 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ส่วนประเทศใหม่ 6 ประเทศที่กำลังจะเข้าร่วมบริคส์ ได้แก่ อาร์เจนตินา อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีกำหนดเข้าร่วมในเดือนมกราคม ซึ่งถูกมองว่าเป็นชัยชนะทางการทูตครั้งสำคัญสำหรับจีน.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ยานโรเวอร์ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของอินเดีย เข้าสู่ “โหมดพักผ่อน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722452

ยานโรเวอร์ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของอินเดีย เข้าสู่ "โหมดพักผ่อน"

4 ก.ย. 2566 12:51 น.

ยานโรเวอร์ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของอินเดีย เข้าสู่ “โหมดพักผ่อน”

องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย ประกาศว่า ยานโรเวอร์ที่ใช้ในภารกิจสำรวจดวงจันทร์ บรรลุภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และได้กำหนดให้ยานสำรวจลำนี้เข้าสู่โหมดพักผ่อน

องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย ประกาศปิดระบบการทำงานของยานสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งเป็นยานลำแรกที่ไปถึงขั้วโลกใต้ของดวงจันทร์ หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองนาน 2 สัปดาห์

องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย (อิสโร) ระบุในโพสต์บน X ว่า ยานโรเวอร์ของภารกิจนี้ที่มีชื่อว่า “ปรัชญาณ” (Pragyan) จากยานอวกาศจันทรายาน-3 ถูกตั้งค่าให้อยู่ในโหมดพักผ่อน แต่ยังคงมีการชาร์จแบตเตอรี่และเปิดตัวรับสัญญาณไว้ เพื่อให้มันพร้อม ” ตื่นขึ้น” สำหรับการทำงานในระยะต่อไป และระบุว่า “ไม่เช่นนั้น มันจะอยู่ที่นั่นตลอดไปในฐานะทูตจันทรคติของอินเดีย”

วันที่จันทรายาน-3 ลงจอดบนดวงจันทร์ในวันที่ 23 สิงหาคม เป็นวันแรกที่ยานได้รับแสงอาทิตย์เทียบเท่ากับแสงอาทิตย์ 14 วันบนโลก โดยพื้นที่ดังกล่าวของดวงจันทร์จะตกอยู่ในความมืดในวันที่ 6 กันยายน ซึ่งแบตเตอรี่ของยานลงจอด และรถแลนด์โรเวอร์จะไม่ถูกชาร์จ คิดเป็นเวลา 14 วันของโลก

การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของอิสโร ที่จะยืดอายุของยานสำรวจและจันทรายาน-3 ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะปฏิบัติการได้เพียงวันเดียวตามจันทรคติ หรือเกือบ 14 วันบนโลก เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของยานอวกาศไม่ได้ออกแบบมาให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่ต่ำมากในช่วงกลางคืนบนดวงจันทร์ ซึ่งอุณหภูมิอาจต่ำถึง -120 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตาม อิสโรเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจจะสามารถอยู่รอดได้ในอุณหภูมิต่ำ และเปิดเครื่องอีกครั้งเมื่อมีแสงแดด

อิสโร กล่าวว่า ยานสำรวจ “ปรัชญาณ” เดินทางเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร เพื่อยืนยันการมีอยู่ของกำมะถัน เหล็ก ออกซิเจน และองค์ประกอบอื่นๆ บนดวงจันทร์ และจนถึงขณะนี้ ยังคงไม่มีใครเคยสำรวจพื้นที่ทางตอนใต้ของดวงจันทร์อันขรุขระ ที่ยานอวกาศจันทรายาน-3 ลงจอดได้สำเร็จ

การลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ไม่เพียงแต่สร้างประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำที่สามารถเดินทางไปยังดวงจันทร์ได้ รวมถึงสหรัฐฯ จีน และอดีตสหภาพโซเวียต

การลงจอดของจันทรายาน-3 ทำให้เกิดการเฉลิมฉลองทั่วประเทศอินเดีย และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิสโรประสบความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศ “อาทิตยา-แอล 1 ไปศึกษาดวงอาทิตย์ เพื่อสังเกตลมสุริยะ ที่สามารถส่งผลกระทบทำให้เกิดปรากฏการณ์หลายๆ อย่างบนโลก เช่น แสงออโรรา

อิสโร เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยานอวกาศยังคงมี “สภาพสมบูรณ์” เพื่อเตรียมการเดินทาง 1.5 ล้านกิโลเมตร.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฝนถล่มเทศกาลเบิร์นนิ่งแมนที่สหรัฐฯ นทท.ติดแหง็กท่ามกลางโคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722444

ฝนถล่มเทศกาลเบิร์นนิ่งแมนที่สหรัฐฯ นทท.ติดแหง็กท่ามกลางโคลน

4 ก.ย. 2566 12:36 น.

ฝนถล่มเทศกาลเบิร์นนิ่งแมนที่สหรัฐฯ นทท.ติดแหง็กท่ามกลางโคลน

ผู้ร่วมงานเทศกาลเบิร์นนิ่งแมน ที่จัดขึ้นกลางทะเลทรายแบล็คร็อคเดสเซิร์ต รัฐเนวาดาของสหรัฐฯ ต้องติดอยู่ในพื้นที่ไม่สามารถออกมาได้ หลังจากที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องจนทรายกลายเป็นโคลน และต้องยุติเทศกาลก่อนเวลา

งานเทศกาลประจำปี เบิร์นนิ่งแมน” ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีและศิลปะ ที่จัดขึ้นกลางทะเลทรายแบล็คร็อคเดสเซิร์ต ในปีนี้ต้องยุติงานกลางคัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน จนเกิดดินโคลนเหลวเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทำให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานนับหมื่นคนต้องตกค้างอยู่ในงานไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้เช่นกัน ซึ่งผู้จัดงานคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าพื้นจะแห้งพอสำหรับขับรถออกไปได้

โดยขณะนี้ผู้ที่มาร่วมงานซึ่งมีจำนวนมากอยู่ที่ราว 70,000 คน เริ่มประสบปัญหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นขาดแคลน ซึ่งทางผู้จัดงานได้แจ้งเตือนให้ผู้ที่มาร่วมงาน สำรองน้ำดื่ม-อาหาร และเชื้อเพลิงไว้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าห้องน้ำจำนวนมากไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งทางผู้จัดงานกำลังเร่งแก้ไขเพื่อให้สามารถใช้งานได้ใช้ตามปกติ เพื่อรองรับกับคนจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเดินทางออกไปได้ โดยมีผู้ร่วมงานเพียงบางส่วนที่สามารถใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อแล่นฝ่าโคลนออกไปได้

ด้านตำรวจรัฐเนวาดา ของสหรัฐอเมริกากำลังเร่งสอบสวน หลังจากที่มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ศพ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และว่าแจ้งไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ เทศกาลเบิร์นนิ่งแมนจัดครั้งแรกเมื่อปี 2529 ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนเปลี่ยนมาจัดที่ทะเลทรายแบล็คร็อคในรัฐเนวาดาตั้งแต่ปี 2543 โดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องเสียค่าบัตรเข้าร่วมงานหลายร้อยดอลลาร์ และจะปิดท้ายงานทุกปีด้วยการเผาหุ่นจำลอง “เดอะแมน” สูงกว่าสิบเมตร.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“อาทิตยา-แอล 1” ภารกิจศึกษาดวงอาทิตย์ เป้าหมายด้านอวกาศที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722398

"อาทิตยา-แอล 1" ภารกิจศึกษาดวงอาทิตย์ เป้าหมายด้านอวกาศที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย

4 ก.ย. 2566 11:00 น.

“อาทิตยา-แอล 1” ภารกิจศึกษาดวงอาทิตย์ เป้าหมายด้านอวกาศที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย

  • องค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย ได้ปล่อยยานอาทิตยา-แอล 1 จากฐานปล่อยยานอวกาศที่เกาะศรีหริโคตา รัฐอานธรประเทศ ทางภาคใต้ของประเทศ เมื่อช่วงเวลา 11.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. 2566 เพื่อไปสำรวจดวงอาทิตย์เป็นครั้งแรก
  • “อาทิตยา-แอล 1” ไปจอดที่จุดลากรองจ์ 1 ซึ่งเป็นจุดในอวกาศที่จะเห็นดวงอาทิตย์ตลอดเวลา และเป็นจุดที่เสถียรด้วยแรงโน้มถ่วง
    โดยภารกิจหลักของยานอาทิตยา-แอล 1 คือการศึกษาลมสุริยะ ที่สามารถส่งผลกระทบทำให้เกิดปรากฏการณ์หลายๆ อย่างบนโลก เช่น แสงออโรรา 
  • ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ชาวอินเดียได้สังเกตดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก และอาศัยข้อมูลจากภารกิจพลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่งโดยสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้ อินเดียต้องทำการทดลองเพื่อศึกษาดวงอาทิตย์โดยใช้ดาวเทียมเท่านั้น แต่ล่าสุดอาทิตยา-แอล 1 (Aditya-L1) ที่เริ่มออกเดินทางไปศึกษาดวงอาทิตย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ได้นำพาอินเดียเข้าสู่การเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของโลก ที่ได้ส่งยานสำรวจไปศึกษาดวงอาทิตย์ ต่อจากสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น

ยานอาทิตยา-แอล 1 ถูกออกแบบเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ห่างจากโลกประมาณ 1.5 ล้านกิโลเมตร และจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 เดือน เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุด “ลากรองจ์ 1” (Lagrange 1) ซึ่งเป็นตำแหน่งในอวกาศที่จะเห็นดวงอาทิตย์ตลอดเวลา และเป็นจุดที่เสถียรด้วยแรงโน้มถ่วง

โดยภารกิจหลักของยานอาทิตยา-แอล 1 คือการศึกษาลมสุริยะ ที่สามารถส่งผลกระทบทำให้เกิดปรากฏการณ์หลายๆ อย่างบนโลก อาทิ แสงออโรรา นอกจากนี้ อาทิตยา-แอล 1 ถือเป็นภารกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะภารกิจแรกของอินเดีย

อาทิตยา-แอล 1 ยังเป็นภารกิจระดับสังเกตการณ์โครงการที่ 2 ขององค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย หรือ ISRO ต่อจาก “แอสโตรแซต”  (AstroSat) ในปี 2558

ภารกิจพิเศษ

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์อินเดียได้สังเกตดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์บนพื้นโลก และอาศัยข้อมูลจากภารกิจพลังงานแสงอาทิตย์ของสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งศาสตราจารย์ ดีปันคาร์ บาเนอร์จี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การสังเกตการณ์อารยภัตตา เมืองไนนิทาล กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา อินเดียขาดแคลนเครื่องมือสังเกตการณ์ที่ทันสมัยขนาดใหญ่ ซึ่งโครงการ อาทิตยา-แอล 1 จะทำให้อินเดียมีโอกาสพิเศษ มีข้อมูลใหม่ เพื่อนำมาใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเกี่ยวกับฟิสิกส์สุริยะ

ทางด้านนายเอส สีธา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานโครงการวิทยาศาสตร์อวกาศขององค์การวิจัยอวกาศแห่งอินเดีย กล่าวว่า ภารกิจอวกาศบนพื้นฐานดาราศาสตร์กำลังได้รับความสำคัญ เนื่องจากการค้นพบใหม่ๆ และแรงบันดาลใจที่ภารกิจนี้สามารถส่งต่อให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม มองว่าภารกิจทางวิทยาศาสตร์ยังใช้เวลาในการพัฒนานานกว่า เนื่องจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เรียกร้องมากกว่า 

ดวงตาในอวกาศ

การถูกรบกวนในรูปแบบของเปลวสุริยะ การดีดมวลโคโรนา หรือลมสุริยะที่พุ่งเข้าหาโลก อาจส่งผลเสียต่อสภาพอากาศในอวกาศ ซึ่งทำให้การศึกษาดวงอาทิตย์มีความสำคัญอย่างยิ่ง และในขณะที่แอสโตรแซต ซึ่งเป็นภารกิจทางดาราศาสตร์โดยเฉพาะแห่งแรกของอินเดีย ที่มุ่งศึกษาแหล่งกำเนิดท้องฟ้าในแถบรังสีเอกซ์ แสง และสเปกตรัม ยูวี พร้อมกัน ยังคงดำเนินการได้เกือบ 8 ปี หลังจากการเปิดตัว อาทิตยา-แอล 1 ครั้งแรก และเชื่อว่าจะสามารถปูทางสำหรับภารกิจทางดาราศาสตร์ของอินเดียในอนาคตได้

แอสโตรแซต มีน้ำหนัก 1,515 กิโลกรัม ส่วนอาทิตยา-แอล 1 มีน้ำหนัก 1,475 กิโลกรัม บรรทุกอุปกรณ์ 7 ชิ้น เพื่อดูดวงอาทิตย์โดยตรง ศึกษาอนุภาคและสนามแม่เหล็กในแหล่งกำเนิด และบริเวณรอบๆ จุดแอล 1

เครื่องมือสำรวจระยะไกลจะตรวจสอบแหล่งกำเนิดพลังงานแสงอาทิตย์และพยายามระบุบริเวณแหล่งกำเนิดที่มีการโฟกัสที่มากขึ้น ซึ่งมีความได้เปรียบเหนือภารกิจพลังงานแสงอาทิตย์รุ่นก่อนๆ ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงต้นกำเนิดของการปะทุหรือเปลวสุริยะได้ดีขึ้น

ศาสตราจารย์บาเนอร์จี กล่าวว่า ฟิสิกส์สุริยะในปัจจุบันต้องการการศึกษาทางดาราศาสตร์แบบหลายช่วงคลื่น สิ่งสำคัญคือจะต้องรวมข้อมูลจากเครื่องมือต่างๆ บนอาทิตยา-แอล 1 เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพและนำไปใช้เพื่อทำความเข้าใจเหตุการณ์สุริยะ แหล่งที่มา สาเหตุ สภาพพื้นผิว ซึ่งจะต้องมีการสังเกตการณ์ประสานงานระหว่างเครื่องมือต่างๆ

การแจ้งเตือนสภาพอากาศในอวกาศ

ภารกิจอาทิตยา-แอล 1 มุ่งหวังที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ซึ่งสามารถช่วยปกป้องการดำเนินงานต่างๆ ที่ต้องอาศัยดาวเทียม เช่น โทรคมนาคม บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือ การนำทาง โครงข่ายไฟฟ้า ฯลฯ เมื่อทดสอบแล้ว ข้อมูลที่ได้รับจากข้อมูลเหล่านี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่

ดร.ธีปันยู นานดี นักฟิสิกส์แสงอาทิตย์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบสภาพอากาศและอวกาศของอาทิตยา-แอล 1 ระบุว่า ข้อเสนอแนะคือการคิดหาวิธีใหม่ๆ ในการใช้ข้อมูลจากอาทิตยา-แอล 1 เพื่อดึงข้อมูลสภาพอากาศในอวกาศและทำนายสภาพอากาศในอวกาศ วิธีหนึ่งคือการออกการแจ้งเตือนสภาพอากาศในอวกาศ ซึ่งจะมีการทดสอบในช่วงไม่กี่เดือนแรกๆ หลังจากการแทรกดาวเทียมเข้าไปในวงโคจรที่ต้องการได้สำเร็จ

ดร.เอเอ็น รามาปราการ หนึ่งในสองนักวิจัยหลักที่เป็นผู้นำทีมที่ออกแบบและสร้างกล้องโทรทรรศน์ถ่ายภาพรังสีอัลตราไวโอเลตพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำหนักบรรทุกบนเรือ กล่าวว่า เรายังสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบๆ จุดแอล 1 ได้ด้วย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจสภาพอากาศในอวกาศ

อาทิตยา-แอล 1 จะเดินทางเกือบ 100 วัน เพื่อครอบคลุมระยะทาง 1.5 ล้านกิโลเมตรถึงแอล 1 นี่เป็นการเดินทางที่สั้นกว่า มังคลายาน ซึ่งใช้เวลา 298 วัน ในการไปถึงวงโคจรดาวอังคารในปี 2557.

สเปนเตือนภัยระดับสีแดงรับฝนตกหนัก น้ำท่วมทะลักหลายพื้นที่ของประเทศ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722455

สเปนเตือนภัยระดับสีแดงรับฝนตกหนัก น้ำท่วมทะลักหลายพื้นที่ของประเทศ (คลิป)

4 ก.ย. 2566 12:44 น.

สเปนเตือนภัยระดับสีแดงรับฝนตกหนัก น้ำท่วมทะลักหลายพื้นที่ของประเทศ (คลิป)

สเปนเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน หลังจากมีพายุฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่

โลกโซเชียลต่างแชร์คลิปภาพน่าตกใจของมวลน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลทะลักไปตามท้องถนนในสเปน ขณะที่บางคลิปเผยให้เห็นรถไฟใต้ดินที่ถูกน้ำไหลทะลักเข้ามาในขบวน ซึ่งเป็นผลมาจากฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุดานา โดยในกรุงมาดริด รวมทั้งแคว้นโตเลโด และกาดิซ มีการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่ภายในเคหสถาน โดยเฉพาะในกรุงมาดริดเมืองหลวง มีโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยจากเหตุน้ำท่วมถนนมากกว่า 190 ครั้ง ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลหลายรายการต้องถูกยกเลิกไป เนื่องจากฝนตกหนัก

ชมคลิปน้ำท่วมทะลักเข้าขบวนรถไฟ ที่นี่

ส่วนในแคว้นคาสเตลโล ทางตะวันออกของประเทศ มีรายงานชายคนหนึ่งติดอยู่ภายในรถยนต์ ท่ามกลางระดับน้ำที่ท่วมสูงถึงเอว เคราะห์ดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือออกมาได้ จนทางการต้องขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นในระยะนี้ เพื่อความปลอดภัย

ขณะที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เอล ปาส รายงานว่า การให้บริการรถไฟสายต่างๆ ทั่วสเปน ถูกสั่งระงับทั้งหมดแล้ว ขณะที่มีประกาศเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ที่มีน้ำท่วม โดยก่อนหน้านี้สเปนเพิ่งเผชิญกับฤดูร้อนที่ร้อนระอุ เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตอนใต้ที่เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเช่นกัน.

ชมคลิปน้ำท่วมถนน ที่นี่

ที่มา : บีบีซี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สเปน”

ระทึก ไฟไหม้คลังเก็บน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722396

ระทึก ไฟไหม้คลังเก็บน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย

4 ก.ย. 2566 10:41 น.

ระทึก ไฟไหม้คลังเก็บน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงและมีการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมันในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายสิบคนกำลังเร่งทำงานเพื่อควบคุมเปลวไฟ

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงและมีการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมัน “รูชี” ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ของรัสเซีย โดยเปลวไฟและกลุ่มควันหนาทึบลอยไปทั่วบริเวณ ซึ่งบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟที่มีผู้คนพลุกพล่าน ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้คลังน้ำมัน พวกเขาได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างรุนแรง จากนั้นเห็นกลุ่มควันสีดำหนาทึบลอยขึ้นไปในอากาศ

ทางด้านกระทรวงฉุกเฉินของรัสเซียเปิดเผยว่า ต้นตอของเพลิงไหม้อาจจะเป็นถังเชื้อเพลิงที่ถูกเก็บไว้ในคลังแห่งนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากไฟไหม้รุนแรงครั้งนี้แต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายสิบคนกำลังเร่งทำงานเพื่อควบคุมเปลวไฟให้สงบลง.

ปธน.ยูเครนสั่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหม หลังการสู้รบตอบโต้รัสเซียไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2722391

ปธน.ยูเครนสั่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหม หลังการสู้รบตอบโต้รัสเซียไม่คืบหน้า

4 ก.ย. 2566 09:18 น.

ปธน.ยูเครนสั่งเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหม หลังการสู้รบตอบโต้รัสเซียไม่คืบหน้า

โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครน ประกาศเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีกลาโหมเป็นคนใหม่ หลังผ่านสงครามกว่า 550 วัน ขณะที่การสู้รบตอบโต้รัสเซียไม่มีความคืบหน้า

วานนี้ (3 ก.ย.) นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดีของยูเครนกล่าวว่า นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้ผ่านสงครามการสู้รบกับกองทัพรัสเซียมากว่า 550 วัน จะลงจากตำแหน่งแล้วถูกแทนที่ด้วย นายรัสเทม อูเมรอฟ ชาวชนเผ่าตาตาร์ไครเมีย ซึ่งเป็นประธานกองทุนสินทรัพย์แห่งรัฐ

ผู้นำยูเครนกล่าวว่า กระทรวงกลาโหมกำลังต้องการแนวทางใหม่ๆ และรูปแบบปฏิสัมพันธ์อื่นๆ กับทั้งกองทัพและสังคมโดยรวม ขณะที่ตอนนี้เหลือเพียงการลงมติรับรองจากรัฐสภา พร้อมกล่าวว่า ฤดูใบไม้ร่วงเป็นเวลาแห่งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของยูเครน

คำแถลงของผู้นำยูเครน มีขึ้นท่ามกลางปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ที่กำลังดำเนินการอยู่ของยูเครน และมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากยูเครนสกัดการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย ในแคว้นโอเดสซา ทางภาคใต้ของประเทศ.

เกษตรฯซ้อมแผนรับมือภัยแล้งปี’66/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754220

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 5/2566 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งปี 2566/67 และเอลนีโญ โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ทั้งในและนอกเขตชลประทาน ตลอดจนพิจารณาแผนงาน/โครงการรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67

นายอภัยกล่าวว่า เนื่องจากช่วงเดือนมิถุนายน 2566 ได้เข้าสู่สภาวะเอลนีโญ โดยมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 ต่อเนื่องจนถึงต้นปี 2567 ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยกว่าค่าปกติ ประกอบกับกรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 (กรณี One Map ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2566) คาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ 22,825 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (48%) น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 13,037 ล้าน ลบ.ม. สำหรับอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาคาดการณ์ปริมาณน้ำใช้การ 6,897 ล้าน ลบ.ม.(38%) น้อยกว่าปี 2565 จำนวน 7,177 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ คาดการณ์พื้นที่เกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 รวมประมาณ 16.51 ล้านไร่ แบ่งเป็นในเขตชลประทาน ลุ่มเจ้าพระยา รวม 22 จังหวัด พื้นที่ 7.34 ล้านไร่ และนอกเขตชลประทาน พื้นที่ซึ่งมีโอกาสเกิดภัยแล้ง รวม 60 จังหวัด พื้นที่ 9.17 ล้านไร่ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมรองรับผลกระทบด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้งที่จะเกิดขึ้น ที่ประชุมจึงได้ร่วมกันพิจารณาแผนงาน/โครงการรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 รวม 4 แผนงานนอกจากนี้ได้พิจารณาให้ข้อเสนอแนะโครงการต่างๆ รวมถึงพิจารณากำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องในแต่ละพื้นที่เพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบกลาง

‘มนัญญา’ลงพื้นที่ งานปันน้ำใจสู่น้อง จังหวัดชายแดนใต้ มอบโอกาสเยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/754227

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเปิดโครงการ “ปันน้ำใจสู่น้อง 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน” ครั้งที่ 2 ที่โรงเรียนราชพัฒนา หมู่ 6 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้องจ.นราธิวาส พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษา อุปกรณ์กีฬา สิ่งของ ทุนการศึกษาและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน ให้แก่โรงเรียนราชพัฒนา และโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตนิคมสหกรณ์ปิเหล็ง 4 แห่ง รวมทั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จ.นราธิวาส 5 แห่ง พร้อมกับพบปะเยี่ยมเยียนคณะครู นักเรียน และเยี่ยมชมกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน

น.ส.มนัญญากล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนของชาติรวมทั้งเข้ามาเติมเต็มทักษะการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การเรียนสำหรับนักเรียนและครูผู้สอน อุปกรณ์การกีฬาที่จะช่วยสร้างศักยภาพของเด็กให้มีความเข้มแข็ง รวมไปถึงทุนการศึกษาที่จะมอบโอกาสและต่อยอดการเรียนให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ การพัฒนาเมืองให้เติบโตโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมในทุกมิติเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงบริการของรัฐโดยเฉพาะการศึกษา ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะผลักดันการดำเนินงาน การแก้ปัญหา และสร้างพื้นฐานของความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม นำมาซึ่งบุคลากรที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองต่อไปในอนาคต