อุ้ยใครกันนะ? ‘นก สินจัย’ ทวงหนี้กลางไอจี ‘ดารา-นักแสดง’แท็กทีมคอมเมนต์เดือด

https://www.naewna.com/entertain/846687

อุ้ยใครกันนะ? 'นก สินจัย' ทวงหนี้กลางไอจี 'ดารา-นักแสดง'แท็กทีมคอมเมนต์เดือด

อุ้ยใครกันนะ? ‘นก สินจัย’ ทวงหนี้กลางไอจี ‘ดารา-นักแสดง’แท็กทีมคอมเมนต์เดือด

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.56 น.

กระตุกต่อมเผือกอีกแล้ว… หลัง “นก สินจัย” โพสต์ผ่านอินสตาแกรมในฐานะเจ้าหนี้ ด้วยข้อความชวนสะดุ้งว่า “ขณะที่จดคิวใหม่ของปีหน้า อีกมือก็ต้องส่งไลน์หาลูกหนี้ ว่าจะหมดปีแล้วนะใช้หนี้ซะทีเหอะ!! เดี๋ยวบาปติดตัวไปปีหน้านะจะบอกให้”

.-008 

เปิดไทม์ไลน์’ชาล็อต’ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน ตร.ไซเบอร์รับโอนคดีคาด 1 สัปดาห์คืบหน้า

https://www.naewna.com/entertain/846665

เปิดไทม์ไลน์'ชาล็อต'ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน  ตร.ไซเบอร์รับโอนคดีคาด 1 สัปดาห์คืบหน้า

เปิดไทม์ไลน์’ชาล็อต’ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน ตร.ไซเบอร์รับโอนคดีคาด 1 สัปดาห์คืบหน้า

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.02 น.

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวชาล็อต ออสติน นางงามในสังกัด แถลงข่าวเล่าลำดับเหตุการณ์ และสาเหตุถูกมิจฉาชีพหลอกเอาเงิน 4 ล้านบาท   ยอมรับเสียใจที่ตัวเองถูกหลอก ด้านตำรวจไซเบอร์เดินทางเข้ารับข้อมูลเตรียมโอนคดีมาไว้ในความรับผิดชอบ คาด 1 สัปดาห์มีความคืบหน้า

คลิปวีดีโอที่ถูกบันทึกเอาไว้ ในช่วงเช้าวันที่ 8 ธันวาคม  นางสาวชาล๊อค ได้พูดคุยกับมิจฉาชีพนานกว่า 16 ชั่วโมง วิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพจะใช้ระบบ AI แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ อ้างว่านางสาวชาล๊อต เข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดี ฟอกเงินหุ้นบริษัท STARK และได้รับเงินค่าจ้างเปิดบัญชีเป็นรายเดือน เดือนละ 800,000 บาท จึงขอตรวจสอบบัญชี โดยให้วิดีโอคอลผ่านแอบลิเคชั่นไลน์ และบังคับกดลิงค์ เพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ โดยคาดว่าลิงค์ดังกล่าวทำให้โทรศัพท์ถูกบล็อคเบอร์จากบุคคลอื่น ไม่สามารถโทรติดต่อสื่อสารได้ พร้อมแสดงหลักฐานเป็นเอกสารทางราชการ ที่ปลอมแปลงขึ้นมาสร้างความน่าเชื่อถือ

ทั้งนี้ นางสาวชาล๊อคหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ตรวจสอบตามเลขบัญชีที่ส่งมาให้ ซึ่งเป็นชื่อบัญชีของนางสาวปาริชาติ เป็นบัญชีม้า โดยโอนเงินเป็นจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรกในเวลา 17.00 น. ของวันที่ 7 ธันวาคม โอนเงินเป็นจำนวน 2 ล้านบาท มิจฉาชีพพยายามยื้อเวลาในการพยายามให้วีดีโอคอลตลอดบังคับไม่ให้ติดต่อผู้อื่นอ้างว่าจะถูกดำเนินคดีไปด้วย  บังคับให้โอนเงินอีกจำนวน 500,000 บาท เมื่อการพูดคุยสอบถามพบว่ามีเงินในบัญชีเหลือ จึงบังคับให้โอนเงินรอบที่ 3 อีกจำนวน 1,500,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมดเกือบ 4 ล้านบาท แต่มิจฉาชีพยังไม่ลดละความพยายาม พยายามสอบถามเงินจากบัญชีอื่นเพื่อให้โอนเงินไปตรวจสอบ จนกระทั่งเจ้าตัวรู้ตัวในเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม จึงได้ตัดสินใจโทรทำการอายัดบัญชีชั่วคราวและบันทึกภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐานพร้อมเดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.สุทธิสาร ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดยอมรับว่าตนรู้สึกเสียใจที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ด้านนายณวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่เชื่อว่าไม่สามารถติดตามเงินคืนได้แล้ว จึงอยากให้เป็นอุทาหรณ์ ต่อสังคม อย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบด้วยวิธีใดก็ตาม เนื่องจากหน่วยงานทางภาครัฐของประเทศ ไทยไม่มีมาตรการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทางออนไลน์ หรือเรียกตรวจสอบเงินจากบัญชีทางสื่อสังคมออนไลน์ใดๆทั้งสิ้น หากสงสัยให้ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องโดยตรง ส่วนกรณีของนางสาวชาล๊อต ซึ่งเป็นนางงามในต้นสังกัด ตัวเองพร้อมที่จะดูแลเป็นเรื่องของการทำงานและเป็นกำลังใจให้ต่อไป

ภายหลังการแถลงข่าว พลตำรวจตรีวิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชา การตำรวจสืบสวนสอบสวนมหาชนชาวเทคโนโลยี และพลตำรวจตรีชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสอบสวน ได้เดินทางเข้ามารับข้อมูล

โดยพลตำรวจตรีวิวัฒน์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้นทราบว่าทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร และทางพนักงานสอบสวนได้อายัดบัญชีไว้เบื้องต้นแล้ว ทราบเป็นการโอนเข้าบัญชีม้า และถูกโอนออกไปยังบัญชีอื่น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยจะโอนย้ายคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบ สน.สุทธิสาร มาอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 เป็นผู้รับผิดชอบ เร่งติดตามสืบสวนขยายผลให้เร็วที่สุด คาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในหนึ่งสัปดาห์

ส่วนหลักฐานที่เป็นคลิปบันทึกเอาไว้ขณะมีการพูดคุยกับมิจฉาชีพที่ใช้ระบบ AI เป็นลักษณะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่นั้น ยอมรับว่านวัตกรรมของมิจฉาชีพ ที่มีความก้าวหน้าไปมาก โดยจะใช้การเชื่อมต่อสัญญาณผ่านระบบดาวเทียวสตาร์เทค สุ่มผู้เสียหายหลอกเอาเงิน  เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะหลอกถามเอาข้อมูล ตามแผนการของมิจฉาชีพ โดยที่ผ่านมามีหลายคดีที่ตำรวจสามารถนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้ ซึ่งจากหลักฐานเบื้องต้นคาดว่าคดีของคุณชาล๊อต ไม่ใช่คดีที่ซับซ้อน ถึงแม้ปลายทางจะมีการโอนเงินเปลี่ยนเป็นสกุลดิจิตอลแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้

แซ่บสะท้าน! ‘มายด์ ณภศศิ’เสิร์ฟความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำ

https://www.naewna.com/entertain/846614

แซ่บสะท้าน! 'มายด์ ณภศศิ'เสิร์ฟความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำ

แซ่บสะท้าน! ‘มายด์ ณภศศิ’เสิร์ฟความเซ็กซี่ในชุดว่ายน้ำ

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.39 น.

เรียกว่าแซ่บซี๊ดแบบไม่มีพักเลยทีเดียว สำหรับนักแสดวสาวหมวยสวยแซ่บ “มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ” หวานใจของไฮโซหนุ่มหล่อ “สงกรานต์ เตชะณรงค์” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้จัดทริปเที่ยวทะเล เช็คอินที่หัวหิน โดยเจ้าตัวก็จัดเต็มแฟชั่นชุดว่ายน้ำสลัดผ้าคลายร้อน อวดความน่ารักสดใส เน้นโชว์เอวเล็กอวดหุ่นเป๊ะปัง บอกเลยว่าความขาวและความแซ่บแย่งซีนเต็มๆ จนหลุดโฟกัสเลยทีเดียว

.-011

สุดอาลัย! ‘สันติ ลุนเผ่’ศิลปินแห่งชาติ ถึงแก่กรรมด้วยอายุ 88 ปี

https://www.naewna.com/entertain/846594

สุดอาลัย! 'สันติ ลุนเผ่'ศิลปินแห่งชาติ ถึงแก่กรรมด้วยอายุ 88 ปี

สุดอาลัย! ‘สันติ ลุนเผ่’ศิลปินแห่งชาติ ถึงแก่กรรมด้วยอายุ 88 ปี

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.23 น.

กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้รับการประสานงานจากผู้ดูแลของ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) พุทธศักราช 2558 ว่า เรือตรี สันติ ลุนเผ่ ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 01.01 น. ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กรุงเทพมหานคร ในวัย 88 ปี (เกิด พ.ศ.2479)

ทั้งนี้ กำหนดการสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป

สำหรับศิลปินแห่งชาติที่เสียชีวิตจะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือตามกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2555 ดังนี้

เงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต จำนวน 20,000 บาท
ค่าเครื่องเคารพศพ จำนวน 3,000 บาท
เงินค่าจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิต เท่าที่จ่ายจริง จำนวนไม่เกิน 150,000 บาท

เรือตรี สันติ ลุนเผ่ เป็นศิลปินผู้โดดเด่นในพลังการขับร้องเพลงรักชาติและเพลงคลาสสิก ชื่นชอบเพลงคลาสสิกมาตั้งแต่เด็ก เป็นนักร้องเสียงเทนเนอร์ทรงพลังอมตะ มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นนักร้องประจำคณะดุริยางค์แห่งกองทัพไทย มีผลงานเด่นด้านขับร้องเพลงรักชาติและเพลงคลาสสิก โดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด, เราสู้, สยามานุสสติ, เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย

‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ควักโบนัสแจกทีมงานรวมกว่า 6.6 พันล้าน

https://www.naewna.com/entertain/846567

'เทย์เลอร์ สวิฟต์'ควักโบนัสแจกทีมงานรวมกว่า 6.6 พันล้าน

‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ควักโบนัสแจกทีมงานรวมกว่า 6.6 พันล้าน

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 09.47 น.

เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาววัย 34 ปีนับเป็นเจ้าแม่สถิติตัวจริง ที่ทำรายได้จากทัวร์คอนเสิร์ตไปมากถึง 2,077,618,725 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 70,223,512,905 ล้านบาทโดยไม่รวมยอดขายจากสินค้าที่ระลึกที่เป็นที่ต้องการอย่างมาก และตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ ซึ่งเธอยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการมียอดขายตั๋วมากเป็นสองเท่าของทัวร์คอนเสิร์ตอื่นๆ ตามรายงานของ The New York Times

เทย์เลอร์ ปิดฉาก Eras Tour ด้วยการแสดงครั้งสุดท้ายในแวนคูเวอร์เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. โดยรำลึกถึงช่วงเวลาดังกล่าวด้วยการมองย้อนกลับไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

“เราได้เดินสายไปทั่วโลกกับทัวร์นี้ เรามีการผจญภัยกัน้กิดขึ้นมากมาย มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ทรงพลัง เร้าอารมณ์ เข้มข้น และท้าทายที่สุดที่ฉันเคยทำมาตลอดชีวิตเลย”

อย่างไรก็ตามแม้ทัวร์คอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะจบลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงถูกพูดถึงมาตลอดการเดินสายทัวร์ 2 ปีของเธอคือการที่เธอมักจะแจกโบนัสให้กับทีมงานของเธออยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นคนขับรถบรรทุก ทีมขายของที่ระลึก ทีมช่างไฟ พนักงานรักษาความปลอดภัย คนออกแบบท่าเต้น ฯลฯ

ซึ่งคาดว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เธอแจกโบนัสทีมงานไปแล้วกว่า 197 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 6,656,630,000 บาท กันเลยทีเดียว

สกู๊ปพิเศษ : นำร่องหลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐฯ ยกระดับผลิตครูสะเต็มยุคใหม่จากต้นน้ำ

https://www.naewna.com/local/846603

สกู๊ปพิเศษ : นำร่องหลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐฯ  ยกระดับผลิตครูสะเต็มยุคใหม่จากต้นน้ำ

สกู๊ปพิเศษ : นำร่องหลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐฯ ยกระดับผลิตครูสะเต็มยุคใหม่จากต้นน้ำ

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.25 น.

ประเทศไทยเปิดก้าวแรก โครงการนำร่อง “หลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐอเมริกา ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์” ด้านสะเต็มศึกษา (Thai-US Joint-degree Sandbox for STEM Teacher Education Program) พลิกโฉมการพัฒนาครูมืออาชีพก้าวนำการเปลี่ยนแปลงโลกปัจจุบัน ต่อยอดจากโครงการครุศึกษายุคใหม่ SEA-TEP (Southeast Asian Teacher Education Program) ในระดับภูมิภาค ภายใต้ความร่วมมือระหว่างศูนย์ระดับภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ศูนย์ SEAMEO STEM-ED) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และพันธมิตรภาคการศึกษาอีกมากมาย โดยจากที่ภาครัฐตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาครูไทยให้ก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับโลก จึงให้การสนับสนุนโครงการฯ ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนก้าวสำคัญของการศึกษาไทย แต่ยังตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนคุณภาพที่สอดรับกับยุคสมัย พร้อมตั้งเป้าเป็นโมเดลต้นแบบเพื่อเตรียมความพร้อมแก่นิสิตนักศึกษาครูและครูประจำการให้มีคุณภาพระดับสากลผ่านการผสานหลักสูตรของสถาบันเครือข่ายการศึกษาในประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา

จากงานวิจัยของประเทศไทยที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ โดยเฉพาะครูวิชาชีพในอนาคตที่จำเป็นต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน ทั้งจากรายงานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (ICER) เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2562 ที่ระบุว่า หลักสูตรการพัฒนาครูในปัจจุบันให้ความสำคัญกับทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติ และจากผลการประเมินจากโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International StudentAssessment หรือ PISA) ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงสัดส่วนของนักเรียนไทยอายุ 15 ปี ที่ไม่สามารถอ่านหรือเขียนภาษาไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โครงการนำร่องนี้จึงถือเป็นการตอบสนองต่อความจำเป็นในการปรับปรุงการผลิตและพัฒนาครูเพื่อยกระดับความสามารถของนักเรียนไทยให้สูงขึ้น พร้อมเตรียมรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21

ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผู้อำนวยการศูนย์ SEAMEO STEM-ED กล่าวว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ภาคีด้านการศึกษาในโครงการ SEA-TEP ทั้งประเทศไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และคาซัคสถาน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับการพัฒนาหลักสูตรครูสะเต็มผ่านโครงการนำร่อง หลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐอเมริกา ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ด้านสะเต็มศึกษา ซึ่งต่อยอดจากSEA-TEP นี้ จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นบทถัดไปของการศึกษาไทยเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการสร้างโมเดลพัฒนาครูสะเต็มที่มีคุณภาพ เพื่อปรับใช้ในบริบทการศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และเพื่อเน้นย้ำเป้าหมายของโครงการฯ ที่มุ่งพัฒนาหลักสูตรนำร่องเป็นแนวทางพัฒนาครูจากต้นน้ำ ภายในงานได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักการศึกษา คณาจารย์ในเครือข่ายโครงการ SEA-TEP เน้นถึงวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เตรียมนิสิตนักศึกษาครูและครูประจำการให้สามารถใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ พร้อมทั้งประยุกต์ใช้หน่วยการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษาที่มีคุณภาพในการเรียนการสอน โดยให้ความสำคัญกับทักษะการคิดวิเคราะห์ ประเมินข้อมูล ใช้หลักฐานและหลักการทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนข้อสรุปและสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ และที่สำคัญคือต้องสามารถประยุกต์ทักษะเพื่อแก้ปัญหาจริงได้ โดยแต่ละประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการนำไปปรับใช้ตามบริบทพื้นที่ของตนอย่างเป็นรูปธรรม

“หลักสูตรครูในปัจจุบัน จำเป็นต้องเน้นการฝึกปฏิบัติที่เข้มข้นมากกว่าทฤษฎีเพื่อใช้ในการสอนได้จริง และเน้นให้ครูจัดการเรียนรู้ให้เด็กคิดและแก้ปัญหาได้ รู้จักใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยให้เด็กสนุก เรียนรู้ได้ดีขึ้น” ดร.มนตรี แย้มกสิกร ที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กล่าวเสริมถึงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนโครงการฯ ว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขยายผลหลักสูตรพัฒนาครูให้เกิดขึ้นจริงในระดับประเทศ ความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคการศึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทางคุรุสภาจึงทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่ให้ความสำคัญกับพลังของการร่วมมือกันระหว่างอาจารย์ในวิชาชีพเดียวกันว่า ถึงแม้จะมาจากต่างมหาวิทยาลัยกัน แต่ทุกฝ่ายสามารถช่วยกันยกคุณภาพหลักสูตรคุรุศึกษาร่วมกันได้ สถาบันทั้ง 7 แห่งที่สนใจร่วมมือกันนี้ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมถึงเราได้ร่วมมือกับพันธมิตรสถาบันการศึกษา และเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ มหาวิทยาลัยอิลลินอย เออร์แบนา-แชมเปญจน์ และมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต เพื่อนำร่องพัฒนาโมเดลหลักสูตรร่วมที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับการพัฒนาครูสะเต็มในยุคปัจุบัน ซึ่งมีการรับรองคุณภาพและการประเมินที่ตรงตามมาตรฐานระดับสากล โดยเรามองว่านอกจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่ครูไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของประเทศตนเองได้อีกด้วย

“ความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษจะเป็น “ประตูบานหลัก” ให้ทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ได้เข้าถึงแหล่งความรู้ และเครื่องมือการเรียนการสอนจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก โดยหลักสูตรปริญญาร่วมจะจัดการเรียนรู้ด้วยภาษาอังกฤษ อีกทั้งใช้เทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการเนื้อหา การประเมินผลและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ระหว่างนักศึกษาและคณาจารย์ระหว่างสถาบันด้วย เพื่อเสริมความสามารถให้กับครูยุคดิจิทัลสอดคล้องกับนโยบายของประเทศในการพัฒนากำลังคนสำหรับอนาคตไปพร้อมๆ กัน”

ด้าน มร.โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ทางสหรัฐอเมริกาภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่จะช่วยสร้างครูที่เปี่ยมคุณภาพผ่านสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยของเรา ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการยกกระดับสะเต็มศึกษาเพื่อขับเคลื่อนบุคลากรแห่งอนาคตเพื่อเผชิญความท้าทายระดับโลกไปพร้อมกัน ไม่เพียงแต่โครงการนำร่องฯจะเน้นการพัฒนาด้านสะเต็มศึกษาเท่านั้น แต่ยัง “ก้าวนำ” เทรนด์การพัฒนาครูให้สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกยุคใหม่ได้อย่างล้ำสมัย

ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ นักยุทธศาสตร์ระดับสูง รักษาการแทนรองผู้อำนวยการ สอวช.เผยทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายผ่านการพัฒนาหลักสูตรครูสะเต็มว่า การปฏิรูปการศึกษาในวิชาชีพครูต้องมองไปข้างหน้า ก้าวข้ามการพัฒนาทักษะทั่วไป เพื่อให้พร้อมตอบสนองความต้องการของแรงงานอนาคต เราจึงยกระดับหลักสูตรการศึกษาครูระดับปริญญาตรีและโทในสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้ทันสมัย ภายใต้โครงการแซนด์บ็อกซ์นี้กับมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม นอกจากนี้ เรายังเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบสนองความท้าทายของสังคมดิจิทัล พร้อมพัฒนาทักษะตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอย่างโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อรองรับนโยบายของประเทศในการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อนาคต

ด้าน น.ส.ซามิรา คานาปิยาโนวาผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนยูเรเชียแปซิฟิกสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เชฟรอนมุ่งมั่นสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแก่ผู้คนทั่วโลกให้บรรลุเป้าหมายดั่งที่ตั้งใจ เราตระหนักดีว่าสะเต็มศึกษามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การวิจัย และเทคโนโลยี โดยการสนับสนุนโครงการพัฒนาครูในประเทศไทยมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยคิดค้นแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อความท้าทายที่โลกเผชิญ เราภูมิใจอย่างยิ่งที่การสนับสนุนด้านสะเต็มศึกษาที่เชฟรอนทำมาอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งทศวรรษ ได้นำไปสานต่อโดยรัฐบาลไทยผ่านโครงการนำร่อง หลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐอเมริกา ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ด้านสะเต็มศึกษา

เรียกได้ว่าโครงการนำร่อง หลักสูตรปริญญาร่วมไทย-สหรัฐอเมริกา ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ด้านสะเต็มศึกษาถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษาของประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายในภูมิภาคเพื่อพลิกโฉมบทใหม่ที่ท้าทายของวงการการศึกษา ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลต้นแบบก้าวต่อไปที่สามารถขยายผลในประเทศอื่นๆ ภายใต้เครือข่ายของ SEAMEO STEM-ED ซึ่งรวมถึงกัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และคาซัคสถาน ผ่านโครงการ SEA-TEP อีกด้วย เพื่อเสริมแกร่งการพัฒนาบุคลากรด้านสะเต็มศึกษาตั้งแต่ต้นน้ำ สู่การพัฒนาบุคลากรคุณภาพระดับภูมิภาคต่อไป

ยกขบวน ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ’ Roadshow 2024 จ.นครสวรรค์

https://www.naewna.com/local/846604

ยกขบวน ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ’  Roadshow 2024 จ.นครสวรรค์

ยกขบวน ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ’ Roadshow 2024 จ.นครสวรรค์

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายกขบวนกว่า 40 แฟรนไชส์ จัดกิจกรรม“แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2024” ณ จ.นครสวรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ขยายธุรกิจ และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยรวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ว่างงาน และผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 ธันวาคม 2567 ณ ลานกิจกรรม ลานโปรโมชั่นชั้น G (ลานเจ้าพระยา, ลานยมผสาน และลานแม่ปิง) ตั้งแต่เวลา 10.30-20.00 น.

โดยไฮไลท์ของการจัดกิจกรรมคือ การแสดงและจำหน่ายสินค้าธุรกิจแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ชั้นนำ การเจรจาทางธุรกิจ เพื่อเป็นเวทีพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขาธุรกิจ เป็นการเปิดรับและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำปรึกษาแนะนำ และสนับสนุนเงินทุนพร้อมเงื่อนไขพิเศษให้ผู้ที่สนใจ จึงขอเชิญชวนผู้ว่างงานหรือผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ในพื้นที่จังหวัดที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับตนเอง 

ศธ.จัด ‘แฮกกาธอน’ เปิดพื้นที่เยาวชน ร่วมเรียนดี มีความสุข ชุมชนยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/846605

ศธ.จัด ‘แฮกกาธอน’ เปิดพื้นที่เยาวชน ร่วมเรียนดี มีความสุข ชุมชนยั่งยืน

ศธ.จัด ‘แฮกกาธอน’ เปิดพื้นที่เยาวชน ร่วมเรียนดี มีความสุข ชุมชนยั่งยืน

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมประสานภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ ถึงเรื่องการจัดกิจกรรม “OEC
Hackathon : เรียนดี มีความสุขชุมชนยั่งยืน” เป็นกิจกรรมต่อยอดจากมติที่ประชุมสภาการศึกษาเห็นชอบชุดทักษะที่จำเป็น (Essential Skills Set) สำหรับเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งถือเป็นเครื่องมือและอาวุธสำหรับการก้าวเดินต่อไปในอนาคตอย่างมั่นคงและมีศักยภาพ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาต้องการจะผลักดันและนำร่องชุดทักษะดังกล่าวให้แก่เด็กและเยาวชนไทยผ่านการจัดกิจกรรมแฮกกาธอน (Hackathon)  เพื่อจำลองรูปแบบการจัดการเรียนรู้สู่ “การเรียนดี มีความสุข” ภายใต้โจทย์นวัตกรรม “ชุมชนยั่งยืน” กิจกรรมที่เป็นการแฮก (Hack) สื่อถึงการแก้ไข ปัญหา การค้นหาทางลัด และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และมาราธอน (Marathon) สื่อถึงการทำงานและใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด

“จึงอยากเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ระดับ ม.ปลาย และ ปวช. จัดกลุ่มกันร่วมส่งไอเดียนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์ความคิดและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนา “ชุมชนของตนให้ยั่งยืน” ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ธันวาคม 2567 นี้” รมว.ศธ. กล่าวและว่า โดย 10 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้เข้าร่วม “OEC Hackathon Camp” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2568 มีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างเสริมและพัฒนาทักษะ ช่วยติดอาวุธลับคมไอเดียของแต่ละทีมให้เปล่งประกายและสามารถต่อยอดไปสู่การปฏิบัติจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญแนะนำกระบวนการคิดและสาธิตเครื่องมือช่วยในการแก้ปัญหา และการนำเสนอความคิดและวิธีแก้ปัญหาของทีมพร้อมคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน และทีมผู้ชนะจะได้รับโล่และรางวัล และผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับ ประกาศนียบัตรจากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ น้องๆ ที่สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook Page “สภาการศึกษา” และ “Hackathon Thailand”

ชาล็อต น้ำตาร่วง ชี้แจงละเอียดยิบ ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน มิจฉาชีพเนียนตามไม่ทัน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830221

ชาล็อต น้ำตาร่วง ชี้แจงละเอียดยิบ ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน มิจฉาชีพเนียนตามไม่ทัน

10 ธ.ค. 2567 14:49 น.

ชาล็อต น้ำตาร่วง ชี้แจงละเอียดยิบ ถูกหลอกโอนเงิน 4 ล้าน มิจฉาชีพเนียนตามไม่ทัน

หลังจากที่ ชาล็อต ออสติน ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาทและบังคับวิดีโอคอล 24 ชั่วโมงตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ในวันนี้ ชาล็อต และ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็ได้มาแถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าวเพื่อให้ทุกคนได้ระวังภัยไม่โดนหลอกแบบละเอียดยิบว่า 

– มีเบอร์แปลกโทรมา เขาแจ้งชื่อและยศ และบอกว่าชาล็อตมีส่วนเกี่ยวข้องการฟอกเงินในคดีของนายศรัทธา ตนเลยแสดงความบริสุทธิ์ด้วยการคุยต่อ

– มิจฉาชีพบอกว่า นายศรัทธาบอกว่าชาล็อตขายบัญชีให้ และโอนเงินให้ชาล็อตเดือนละ 8 แสนบาท

– มิจฉาชีพโอนสายให้ชาล็อตคุยกับอีกคน และทำการขอไลน์เพื่อจะวิดีโอคอลเก็บหลักฐานเอาไปขึ้นศาลเพื่อฟ้องนายศรัทธา 

– มิจฉาชีพบอกให้ชาล็อตกดโค้ดเพื่อเป็นการโอนสายไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน

– แต่พอกดโค้ดแล้วทำให้ใช้โทรศัพท์ของชาล็อตติดต่อใครไม่ได้ เป็นเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ และยังบอกว่า โค้ดนี้จะเป็นการตาม GPRS อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น 

– มิจฉาชีพบอกชาล็อตว่าห้ามบอกใคร เพราะเป็นความลับของทางราชการ ถ้าบอกใครคนอื่นจะโดนปรับและเดือดร้อนตามไปด้วย เพราะกลัวคนอื่นจะเดือดร้อน ชาล็อตจึงยอมคุยต่อเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ จึงไม่บอกใครต่อ

– มิจฉาชีพบอกชาล็อตว่าตอน 1 ทุ่มจะออกหมายจับ ถ้าไม่ให้การยืนยันว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ชาล็อตไม่อยากเสื่อมเสียชื่อเสียงเลยยอมคุยต่อและเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง

– มิจฉาชีพบอกว่าถ้าไม่ยอมจะแจ้งจับ แต่ถ้ายอมจะทำการคืนเงินใน 15-30 นาทีหลังจากที่ตรวจสอบแล้ว ชาล็อตจึงโอนเงินไป 

– เงินก่อนแรกโอนไป 2 ล้าน เวลาประมาณ 5 โมงครึ่ง มิจฉาชีพบอกว่ายังประชุมอยู่ ต้องเอาเรื่องนี้ไปให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบ ซึ่งที่โทรมาแจ้งว่าเป็น DSI ก็เลยเชื่อว่าเป็นความลับของทางราชการจริงๆ เลยไม่สามารถบอกใครได้ 

– ณวัฒน์เสริมว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนเย็น อยู่ในรถ ประมาณ 5 โมง และก็วิดีโอคอล เห็นหน้ากันก็คุยกันไปเรื่อยๆ 

– ชาล็อตยังวิดีโอคอลกับมิจฉาชีพต่อ ซึ่งมิจฉาชีพข่มขู่ต่อว่าถ้าชาล็อตวางสายมิจฉาชีพจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับฝากขังทันที เพราะทราบพิกัดที่อยู่ของชาล็อตแล้ว ชาล็อตยอมรับว่ากลัวและแพนิกมาก จึงต้องยอมทำตามที่มิจฉาชีพบอกเพราะคิดว่าเป็นเรื่องจริง ก็บอกข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เชื่อว่าชาล็อตนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จริงๆ 

– ไม่คิดว่าเป็นมิจฉาชีพ เพราะเคยเจอมิจฉาชีพแต่ไม่ได้มาในรูปแบบนี้

– อีก 2 ล้านโอนไปอีกตอนเที่ยงคืน เพราะมิจฉาชีพแจ้งว่าผู้การจะพักประชุมตอนเที่ยงคืน พอพักเสร็จก็มาเปิดกล้องกับชาล็อตอีกครั้ง บอกว่าตรวจสอบยอดแล้ว สามารถโอนยอดต่อไปให้ตรวจสอบได้เลย ซึ่งชาล็อตก็โอนไป ครั้งที่ 2 โอนไป 5 แสน และครั้งที่ 3 โอนไป 1.5 ล้าน เพื่อให้เอาไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน

– จริงๆ มิจฉาชีพจะเอาเงินให้หมดบัญชี แต่บัญชีของชาล็อตนั้นโอนได้ครั้งละ 2 ล้าน มิจฉาชีพเลยพยายามจะยื้อเพื่อจะหาทางเอาเงินเพิ่มอีก

– เมื่อชาล็อตรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็พยายามให้อีกฝ่ายเปิดกล้อง เพื่อที่จะเก็บหลักฐาน แต่มิจฉาชีพก็ข่มขู่ต่ออีก โดยการเปลี่ยนคนอื่นให้มาคุยเรื่อยๆ 

– ตอนที่วิดีโอคอลคุยกับมิจฉาชีพชาล็อตอยู่คนเดียวตลอด

– พอรู้ว่าโดนมิจฉาชีพหลอก ก็พยายามหลอกให้อีกฝ่ายเปิดกล้องเพื่อจะถ่ายคลิป โดยแจ้งว่าขอความสบายใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็ข่มขู่ว่าพูดแบบนี้สามารถโดนอีกคดีได้เลย พยายามข่มขู่ให้กลัว ซึ่งชาล็อตก็กลัวจริงๆ 

– ที่ชาล็อตไม่เอะใจ เพราะมิจฉาชีพส่งเอกสารมาให้ทางไลน์ ที่เป็นหมายจับ และหมายยุติจากผู้ต้องหา ตอนนี้เป็นผู้เสียหายก็เลยเชื่อ เพราะเอกสารดูถูกต้องตามหลักราชการ ชื่อ นามสกุล บัตรประชาชนถูก และสมุดบัญชีธนาคารหนึ่ง จึงทำให้ชาล็อตเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

– หลังจากนั้นชาล็อตก็รีบโทรหาธนาคารเพื่ออายัดระงับเงินชั่วคราว แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แต่เมื่อเช็กเงินที่ธนาคารปลายทางก็พบว่าเงินไม่อยู่แล้ว

– ชื่อบัญชีที่ชาล็อตโอนไปคือ น.ส.ปาริฉัตร แซ่เอี้ยว มิจฉาชีพบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกถอดยศแต่ยังอยู่ในสำนักงาน เพื่อให้คนโอนเงินมาตรวจสอบ

– ณวัฒน์แจ้งว่าเพราะชาล็อตเป็นแพนิกเลยมีความกลัวและเชื่อมิจฉาชีพง่ายขึ้น และชาล็อตยังต้องกินยารักษาอยู่

– ณวัฒน์อยากให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนกับคนอื่น มิจฉาชีพทำงานทุกวัน การจะได้เงินคืนเท่ากับศูนย์ 

– ในวันนี้ชาล็อตพลาดไปแล้ว ณวัฒน์อยากจะบอกว่า ข้าราชการและตำรวจไม่มีการทำคดีออนไลน์ ตำรวจทุกแผนกในประเทศไทยไม่มีใครทำงานด้วยระบบนี้เด็ดขาด ถ้าใครได้ฟังและดูเคสของชาล็อต ถ้ามีมันคือการหลอกลวงล้านเปอร์เซ็นต์ อย่าหลงเชื่อ ต้องยับยั้งชั่งใจ ถ้าผิดจริงให้บอกไปว่ายินดีจะไปศาล 

– หลังจากที่เกิดเรื่อง ชาล็อตยังช็อกที่เงินหายไปจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรก่อน พยายามใจเย็นและตั้งสติ พยายามมูฟออน และทำงานต่อ และอยู่กับเลขาของตัวเอง 

– ณวัฒน์อยากให้มีกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับพวกแก๊งคอลเซนเตอร์ เพื่อไม่ให้คนไทยไปรับจ้างทำงานอะไรแบบนี้ อยากให้เพิ่มโทษ

– ฝากถึงคนที่รับจ้างเปิดบัญชี คดีจะมาถึงตัวแบบง่ายๆ เช่นกัน 

– ณวัฒน์ปลอบชาล็อต ดีแล้วที่เงิน 50 ล้านยังเหลืออยู่ 

– ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ เพราะวันที่ 20 ธันวานี้จะอายุครบ 26 ปี ถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์เบญจเพส

ไต้ฝุ่น กนกฉัตร จูงมือแฟนสาวนอกวงการ แต่งงานสุดเรียบง่ายตามประเพณีล้านนา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2830201

ไต้ฝุ่น กนกฉัตร จูงมือแฟนสาวนอกวงการ แต่งงานสุดเรียบง่ายตามประเพณีล้านนา

10 ธ.ค. 2567 13:01 น.

ไต้ฝุ่น กนกฉัตร จูงมือแฟนสาวนอกวงการ แต่งงานสุดเรียบง่ายตามประเพณีล้านนา

หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม ไต้ฝุ่น กนกฉัตร หรือ ไต้ฝุ่น KPN ได้ควงแฟนสาวนอกวงการ นิว ตรีทิพยนิภา ถ่ายพรีเวดดิ้งสุดหวานออกมาให้แฟนๆ ได้ชมไปแล้วนั้น 

ล่าสุด ไต้ฝุ่นและนิวก็ได้ถือฤกษ์ดีจูงมือกันเข้าสู้ประตูวิวาห์อย่างงดงามตามแบบฉบับประเพณีชาวเหนือล้านนา ตามที่ตั้งใจเอาไว้

ซึ่งบรรยากาศในงานแต่งของทั้งคู่เต็มไปด้วยความรักและอบอุ่น และยังมีเพื่อนในวงการบันเทิงเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวอย่างมากมาย อาทิ เคน ภูภูมิ, เอสเธอร์ สุปรีย์, บอย พิษณุ, ปั้นจั่น ปรมะ ฯลฯ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ