แสตมป์ อภิวัชร์ สุดเดือด ขอปกป้องภรรยา ถูกกล่าวหาเป็นบ้า ฟ้องเอาผิด 1 ล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827340

แสตมป์ อภิวัชร์ สุดเดือด ขอปกป้องภรรยา ถูกกล่าวหาเป็นบ้า ฟ้องเอาผิด 1 ล้าน

24 พ.ย. 2567 17:41 น.

แสตมป์ อภิวัชร์ สุดเดือด ขอปกป้องภรรยา ถูกกล่าวหาเป็นบ้า ฟ้องเอาผิด 1 ล้าน

หายหน้าจากเวทีคอนเสิร์ตและงานเพลงไปสักพักใหญ่ สำหรับนักร้องหนุ่ม แสตมป์ อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ล่าสุด แสตมป์ ก็ได้กลับมาขึ้นเวทีคอนเสิร์ตอีกครั้ง พร้อมพูดระบายความในใจให้ทุกคนได้ทราบถึงสาเหตุที่หายหน้าไปจากงานเพลงและคอนเสิร์ต

ซึ่งแสตมป์ได้พูดบนเวที บอกว่า “ถ้าใครติดตามกันก็จะรู้ว่าผมหายไป ผมพาภรรยาไปขึ้นศาลมาครับ เมื่อปีที่แล้วมีคนจำนวนหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งปล่อยข่าวเท็จเกี่ยวกับภรรยาผม แล้วก็บุกเข้ามาหลังเวทีตอนที่เรากำลังจะเล่นคอนเสิร์ต มาอัดคลิปวิดีโอ อัดเสียง เอาไปแบล็กเมล์ว่าภรรยาผมเป็นบ้า เป็นคนวิปริต เป็นคนโรคจิต

เราพยายามจะบอกเรื่องจริงเขาว่ามันเป็นยังไง แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายเราไปขึ้นศาลกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้จะจบลง แต่กลับเป็นว่า เรื่องที่เขาโกหกไว้ ก็ไม่ได้ถูกรับการแก้ไข เขาบอกว่าเขาเหนือกว่าเรา แล้วเขาก็หายไป ถ้าเขาไม่แก้ไขผมจะแก้ให้เองวันนี้

ภรรยาผมชนะคดีแล้วได้เงิน 1 ล้านบาท จ่ายมาแล้ว 100,000 เหลืออีก 900,000 มาจ่ายกูด้วย และคลิปวิดีโอที่มึงถ่ายไว้ ที่มึงเอาไปถ่ายแล้วบอกว่าแฟนกูเป็นบ้าเป็นบอ ใครที่เห็นคนถ่ายหรือใครเอาไปโชว์ที่ไหน มาแจ้งกับผม เราจะไปดำเนินคดีถึงที่สุดนะครับ

ผมไม่รู้ว่าต้องสู้เรื่องนี้ไปถึงเมื่อไหร่นะครับ ผมจะแก้ไขให้กับภรรยาผม เธอไม่ได้เป็นคนบ้า เธอเป็นคนฉลาดมาก เธอปกป้องผมทุกอย่าง เอาตัวเองเข้าแลกมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้ ขอให้ทุกคนเข้าใจเธอ เธอไม่เคยฉ้อโกงใคร เราไม่เคยแยกทางกัน บ้านเราไม่เคยมีปัญหากัน เป็นคำโกหกล้วนๆ จะฟ้องอะไรมาก็ฟ้องกูมาเลย ไอ้สัx”

หลายคนที่เห็นคลิปดังกล่าว รู้สึกเห็นใจแสตมป์กันจำนวนมาก และไม่เคยเห็นแสตมป์ในมุมนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นพูดจาไม่เพราะบนเวที นี่คงสุดแล้วจริงๆ และบางคนยังบอกอีกว่า คนที่ทำแบบนี้อาจจะเป็นพวกซาแซงหรือคนที่แอนตี้ อยากทำให้เสียชื่อเสียง

นอกจากนี้หลายคนที่ยังเคยเจอตัวจริงของแสตมป์กับภรรยา ยังบอกอีกว่าทั้งคู่น่ารักมาก และดีใจกับภรรยาที่มีสามีที่รักมาก และปกป้องด้วยความรักที่มีให้

ชมคลิป

ไม่สนิทอย่าติดว้าว แอน อรดี ปรี๊ดแตกถูกทักอ้วนขึ้น ลั่นหมดยุคท้วงติงสรีระคนอื่น

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827329

ไม่สนิทอย่าติดว้าว แอน อรดี ปรี๊ดแตกถูกทักอ้วนขึ้น ลั่นหมดยุคท้วงติงสรีระคนอื่น

24 พ.ย. 2567 16:16 น.

ไม่สนิทอย่าติดว้าว แอน อรดี ปรี๊ดแตกถูกทักอ้วนขึ้น ลั่นหมดยุคท้วงติงสรีระคนอื่น

ทำเอานักร้องสาว แอน อรดี รู้สึกไม่โอเคอย่างมาก หลังถูกคนเข้ามาทักเรื่องรูปร่างว่าอ้วนขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ฟาดกลับ บอกว่า 

“บทสนทนา พี่แอน วันนี้สนุกมากกกก พี่อ้วนขึ้นรึเปล่า อวบไปมั้ย? จะอ้วนจะผอม สูงต่ำดำขาว มันก็ไม่ควรพูด หมดยุคจะมาท้วงติง สรีระ ของคนด้วยกัน โฟกัสให้ถูกจุด คิดก่อนพูด ทักทายกันในสิ่งดีๆ เพราะมันคือสิ่งที่ ควรทำ และสุดท้าย มันไม่มีใครเกินกว่าคำว่าคนด้วยกันหรอกค่ะ #ไม่สนิทอย่าติดว้าว”

และเขียนในคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “จะอ้วนจะผอม มันรู้อยู่แหละ เพราะมันคือร่างกายของเรา เราเห็นมันทุกวัน อยู่กับมันทุกวัน เรารู้จักมันดีกว่าทุกคนด้วยซ้ำ .. แล้วไง อวบหรืออ้วน ร้องเพลงไม่ได้หรอ? หรือยังไง ???” และ “อ้วนกะว่าอ้วน จ่อยกะว่าเป็นโรค ความพอใจไม่มีเลยจริงๆ” โดยได้มีคนเข้ามาถาม แอน ว่า มีข่าวดีรึเปล่า ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ตอบแบบเคลียร์ชัดเลยว่า “ไม่มีค่ะ” 

หลายคนที่ติดตามได้เข้ามาให้กำลังใจกันจำนวนมาก และเห็นด้วยกับสิ่งที่แอนโพสต์ พร้อมกับบอกว่า ยังไงก็สวยเหมือนเดิม

แจ๊ส ชวนชื่น สุดเศร้า ต่อ ตุดยอด เพื่อนรัก จากไปด้วยโรคมะเร็ง พี่น้องร่วมอาลัย

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827283

แจ๊ส ชวนชื่น สุดเศร้า ต่อ ตุดยอด เพื่อนรัก จากไปด้วยโรคมะเร็ง พี่น้องร่วมอาลัย

24 พ.ย. 2567 13:14 น.

แจ๊ส ชวนชื่น สุดเศร้า ต่อ ตุดยอด เพื่อนรัก จากไปด้วยโรคมะเร็ง พี่น้องร่วมอาลัย

เป็นข่าวเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิด กับการจากไปของ ต่อ ตุดยอด หรือ ต่อ วรวิทย์ ไกรวิทูร เพื่อนรักเพื่อนซี้ของ แจ๊ส ชวนชื่น กับ แจง ปุณณาสา ที่ได้ไปอย่างสงบหลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยโรคมะเร็งมาระยะหนึ่ง  ท่ามกลางความอาลัยของเพื่อนพ้องในวงแจ๊สสปุ๊กนิกปาปิยองกุ๊กกุ๊ก และพี่น้องในวงการหลายคนที่เคยได้ร่วมงานกับ ต่อ ตุดยอด 

โดย แจง ภรรยา แจ๊ส ได้โพสต์ภาพของ ต่อ พร้อมเขียนว่า “เดินทางปลอดภัย เพื่อนเอ้ย ขอบคุณความรักดีดี ที่มีให้กันเสมอ ขอบคุณมากๆ @tor_jazz เพื่อนกันตลอดไป ชีวิตแม่งก็ตลกดีเนอะมึงว่าไหม”

ด้าน แจ๊ส ก็ได้โพสต์กำหนดการงานศพ และเขียนว่า “พี่ต่อเสียแล้วนะครับ ตามในรูปเลยนะครับ” และ บอล เชิญยิ้ม พี่ชายคนสนิท ได้เขียนข้อความอาลัยถึง ต่อ ตุดยอด ว่า “เดินทางปลอดภัยนะน้อง ไปสู่ ภพภูมิที่ดี ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป แสดงความเสียใจ ครอบครัวของน้องต่อ ตุดยอด ด้วยนะครับ น้องน่ารักเสมอทุกครั้งที่เจอ”

หลายคนที่ติดตามก็ได้เข้ามาร่วมแสดงความเสียใจและแสดงความอาลัยกันจำนวนมาก 

สำหรับ ต่อ ตุดยอด เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทของ แจ๊ส ชวนชื่น มานานกว่า 14 ปี เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และความสนุกสนานมาด้วยกัน สนิทกันมากในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการทำงานและชีวิตครอบครัว 

และกำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรมของ ต่อ ตุดยอด จัดขึ้นที่วัดจันทร์ประสิทธิ์ อ.บ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 24-26 พฤศจิกายน และมีพิธีฌาปนกิจวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 

สรุป 5 ประเด็น ประชุม COP29 ปิดดีล 3 แสนล้าน สำเร็จหรือล้มเหลว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827384

สรุป 5 ประเด็น ประชุม COP29 ปิดดีล 3 แสนล้าน สำเร็จหรือล้มเหลว

25 พ.ย. 2567 07:32 น.

สรุป 5 ประเด็น ประชุม COP29 ปิดดีล 3 แสนล้าน สำเร็จหรือล้มเหลว

การประชุม รัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 29 หรือ COP29 จบลงแล้วเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 พ.ย.) โดยมีการบรรลุข้อตกลงการเงินเพื่อสภาพอากาศ มอบความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาจนถึงปี 2578

อย่างไรก็ตาม ชาติกำลังพัฒนาจำนวนมาต่างไม่พอใจ เนื่องจากจำนวน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี เป็นจำนวนที่น้อยกว่าเม็ดเงินที่พวกเขาจำเป็นต้องใช้จริงๆ มากกว่า 3 เท่า

ส่วนประเทศผู้ร่ำรวยก็แสดงความประหลาดใจที่ชาติกำลังพัฒนาไม่พอใจข้อตกลงนี้ ซึ่งภายนอกดูจะเป็นเงินจำนวนมหาศาล และเพิ่มขึ้นจากเดิมที่พวกเขามอบให้อยู่ที่ปีละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงล่าสุดนี้ มีปัญหาหลายอย่างที่ชาติกำลังพัฒนาต้องกังวลจริงๆ

เงินก้อนโต แต่ไม่เพียงพอ

ข้อตกลงการเงินล่าสุดในการประชุม COP29 ถูกครหาทั้งเรื่องจำนวนเงินที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาติกำลังพัฒนา ซึ่งประเมินกันว่า พวกเขาต้องใช้เงินกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อบรรเทาผลกระทบและปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป อันเป็นผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่ร่ำรวยกว่า

นอกจากนั้น ข้อตกลงนี้ยังผสมระหว่างเงินให้เปล่ากับการปล่อยกู้ ขณะที่บางประเทศก็ไม่พอใจที่ชาติผู้มั่งคั่งรอจนกระทั่งนาทีสุดท้าย ก่อนจะเผยข้อตกลงออกมา

“นี่เป็นจำนวนเงินที่น่าดูถูก” แชนด์นี ไรนา ผู้แทนจากประเทศอินเดีย บอกกับผู้แทนคนอื่นๆ หลังที่ประชุมเคาะบรรลุข้อตกลง “เอกสารนี้แทบไม่ต่างจากภาพลวงตา ในความคิดของเรา สิ่งนี้จะไม่แก้ไขความท้าทายมหาศาลที่พวกเราทั้งหมดต้องเผชิญ”

แต่ในท้ายที่สุด ประเทศกำลังพัฒนาก็ถูกบีบให้ยอมรับข้อตกลง หลังชาติร่ำรวยมากมายพยายามชี้ว่า พวกเขาจะไม่ได้รับข้อตกลงที่ดีกว่านี้แล้ว หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกร้อน ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2568

แต่ข้อตกลงนี้ก็ทำให้ประเทศร่ำรวยถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าวิสัยทัศน์คับแคบ เพราะหากพวกเขาต้องการช่วยโลกจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ประเทศที่มั่งคั่งกว่าจำเป็นต้องช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพวกเขา เพราะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา กว่า 75% ของการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เกิดขึ้นในประเทศเหล่านี้

นานาประเทศจะเปิดเผยแผนการแห่งชาติในปีหน้า ว่าพวกเขาจะจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเองอย่างไรในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งยิ่งที่ประชุม COP ให้เงินช่วยเหลือพวกเขามากเท่าไร ประเทศกำลังพัฒนาก็จะยิ่งมีทางเลือกในลงมือปฏิบัติมากขึ้นเท่านั้น

COP กำลังแขวนบนเส้นด้าย

การนำพากว่า 200 ประเทศให้ร่วมทำข้อตกลงที่ซับซ้อนอย่างการเงินเพื่อสภาพอากาศนั้น เป็นงานที่ยากเสมอ แต่ประเทศเจ้าภาพอย่างอาเซอร์ไบจาน ซึ่งไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับกระบวนการของ COP มาก่อน แสดงให้เห็นเหตุแล้วว่า เรื่องนี้ เกือบจะเกินมือของพวกเขา

ประธานาธิบดี อิลฮาม อาลิเยฟ ทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยการบอกว่า น้ำมันกับก๊าซธรรมชาติคือของขวัญจากพระเจ้า และกล่าวโจมตีตรงๆ ว่า สื่อข่าวปลอม, องค์กรการกุศล และนักการเมืองตะวันตกกำลังเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

ที่ประชุม COP ได้ประเทศที่มีรัฐบาลรวมอำนาจเบ็ดเสร็จเป็นเจ้าภาพถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), อียิปต์ และล่าสุดคืออาเซอร์ไบจาน ทำให้เกิดความกังวลในวิธีเลือกประเทศเจ้าภาพของ COP

โดยอาเซอร์ไบจานก็เหมือนกับยูเออี เศรษฐกิจของพวกเขาสร้างบนธุรกิจส่งออกน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ ซึ่งสวนทางกับการช่วยโลกเปลี่ยนผ่านจากเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด

นักเจรจาอาวุโสบางคนถึงกับบอกว่า นี่เป็นการประชุม COP ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี และพวกเขาเขียนจดหมายเปิดผนึกต่อสาธารณะ ระบุว่า COP ไม่ดีพอที่จะบรรลุเป้าหมาย และเรียกร้องให้มีการปฏิรูป หลังจากการประชุมนาน 2 สัปดาห์นี้ ผ่านไปครึ่งทางเท่านั้นเอง

การก้าวขึ้นมาอย่างเงียบๆ ของจีน

การมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้บทบาทของสหรัฐฯ ในการเจรจาเรื่องสภาพอากาศในอนาคตตกสู่ความไม่แน่นอน และ จีน คือประเทศที่ถูกมองว่าจะกลายมาเป็นผู้นำคนใหม่ แทนการหายไปของสหรัฐฯ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า

จีนเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก โดยพวกเขาปิดปากเงียบตลอดการประชุม COP29 และเผยไพ่ในมือเพียงตอนที่พวกเขาให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินช่วยเหลือด้านสภาพอากาศที่พวกเขาจะมอบให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา

ในความเป็นจริงแล้ว สหประชาชาติยังจัดให้จีนเป็นประเทศกำลังพัฒนาอยู่ หมายความว่า พวกเขาไม่มีข้อผูกมัดอย่างเป็นทางการใดให้ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือให้เงินช่วยเหลือประเทศที่ยากจนกว่า

แต่จีนเห็นชอบสูตรในข้อตกลงการเงินดังกล่าว ซึ่งอนุญาตให้เงินของพวกเขาถูกนำรวมเข้าไปในกองทุนช่วยเหลือประเทศเสี่ยงอันตรายต่อปัญหาสภาพอากาศ ในฐานะอาสาสมัคร ทำให้แดนมังกรได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก

“จีนกำลังมีความโปร่งใสเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินแก่ประเทศซีกโลกใต้มากขึ้น” นายหลี่ ซั่ว จากสถาบันนโยบายสังคมเอเชีย กล่าว “เรื่องนี้น่าจะช่วยผลักดันให้จีนได้รับทบาทที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต”

ผลกระทบจากโดนัลด์ ทรัมป์

ถึงแม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ จะไม่ได้มาร่วมการประชุม แต่ผลกระทบของเขากลับปรากฏให้เห็นมากมายในการประชุม COP29

สิ่งหนึ่งที่ผู้แทนเจรจาในกรุงบากู ของอาเซอร์ไบจาน เห็นตรงกันคือ ความจำเป็นที่ต้องทำให้แน่ใจว่า การเป็นผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ของนายทรัมป์ จะไม่ย้อนคืนความพยายามเจรจาอย่างระมัดระวังเรื่องปัญหาสภาพอากาศตลอดหลายปีที่ผ่านมา

จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ประเทศผู้ร่ำรวยกว่าจะต้องการเพิ่มเงินช่วยเหลือแก่ชาติกำลังพัฒนาไปจนถึงปี 2578 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น นายทรัมป์ก็จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว และสหรัฐฯ ก็อาจสามารถกลับมาเข้าร่วมกับพวกเขาได้อีกครั้ง

การเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือก็เกิดขึ้นโดยคำนึงถึงการมาของนายทรัมป์เช่นกัน ซึ่งการพาจีนเข้าร่วมโต๊ะเจรจา แม้ว่าจะในฐานะอาสาสมัครเท่านั้น ก็เป็นการแสดงให้เห็นคุณค่าของการประชุมนานาชาติอย่าง COP แล้ว

ศาสตราจารย์ ไมเคิล เจคอบส์ จากคณะวิจัย “ODI Global” กล่าวว่า “ไม่มีใครคิดว่าการกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งของนายทรัมป์ จะมีส่วนช่วยอะไรต่อการเจรจาด้านสภาพอากาศ นอกจากช่วยทำให้เสียหาย แต่ข้อตกลงนี้คือความพยายามจำกัดความเสียหายนั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

นักเคลื่อนไหวมีปากมีเสียงมากขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเทรนด์ชัดเจนในการประชุม COP29 คือกลุ่มนักเคลื่อนไหวและองค์กรไม่แสวงกำไรมากมาย เป็นฝ่ายที่แสดงจุดยืนแข็งกร้าวกว่า นายจอห์น โปเดสตา ผู้แทนของสหรัฐฯ ซึ่งถูกขับออกจากการประชุม ต้องเผชิญเสียงประณามดังกึกก้องว่า “น่าอับอาย” จากบรรดานักเคลื่อนไหว

นอกจากนั้น ชาติกำลังพัฒนาหลายประเทศก็ต้องพึ่งพาองค์กรเหล่านี้ เพื่อจัดการกับงานที่ซับซ้อนอย่าง COP และระหว่างเจรจา มีแรงผลักดันอย่างรุนแรงจากกลุ่มนักเคลื่อนไหว ให้ชาติกำลังพัฒนาปฏิเสธข้อตกลงใดๆ แม้แต่ข้อตกลงสุดท้ายที่นานาชาติยอมรับ พวกเขาก็แสดงความผิดหวังที่จำนวนเงินช่วยเหลือต่ำกว่าปริมาณที่ต้องการมาก

การเผชิญหน้ากับนักเคลื่อนไหวแบบนี้ จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในการประชุมสภาพอากาศหรือไม่ ต้องติดตามดูในการประชุม COP ปีหน้า

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านเตรียมเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับ 3 ชาติมหาอำนาจยุโรป

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827382

อิหร่านเตรียมเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับ 3 ชาติมหาอำนาจยุโรป

25 พ.ย. 2567 05:55 น.

อิหร่านเตรียมเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์กับ 3 ชาติมหาอำนาจยุโรป

อิหร่านเผย เตรียมหารือกับ 3 ชาติมหาอำนาจยุโรปเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา ในวช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยย้ำว่า ควรแก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูต

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2567 กระทรวงต่างประเทศของอิหร่าน เปิดเผยว่า พวกเขาจะจัดการประชุมเรื่องข้อขัดแย้งในโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา กับ 3 ชาติมหาอำนาจยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ไม่กี่วันหลังจาก ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) มีมติประณามโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

อิหร่านมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อมติดังกล่าว ซึ่งเสนอโดยสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหรัฐฯ ด้วยสิ่งที่รัฐบาลเตหะรานเรียกว่า มาตรการหลากหลาย เช่น เปิดใช้งานเครื่องหมุนเหวี่ยงแยกอนุภาครุ่นใหม่และล้ำสมัย เพื่อเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมมากขึ้น

สำนักข่าว เกียวโด ของญี่ปุ่นเป็นสื่อเจ้าแรกที่รายงานว่า การประชุมหารือดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ (29 พ.ย.) ที่นครเจนีวา โดรัฐบาลประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ต้องการหาทางออกเรื่องข้อขัดแย้งในโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา ก่อนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม

เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านก็ยืนยันเช่นกันว่า การประชุมจะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ และเสริมว่า เตหะรานเชื่อมาตลอดว่า ความขัดแย้งด้านเรื่องนิวเคลียร์ ควรถูกแก้ไขผ่านวิธีทางการทูต และอิหร่านไม่เคยถอนตัวจากการเจรจา

“จะมีการแลกเปลี่ยนมุมมอง … หารือเรื่องภูมิภาคและประเด็นหลักหลาย รวมถึงเรื่องปาเลสไตน์, เลบานอน และเรื่องนิวเคลียร์อื่นๆ” นายเอสมาเอล บากาเอ โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

UAE จับ 3 เอี่ยวการตายนักบวชยิว อิสราเอลออกคำเตือนเดินทาง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827381

UAE จับ 3 เอี่ยวการตายนักบวชยิว อิสราเอลออกคำเตือนเดินทาง

25 พ.ย. 2567 03:19 น.

UAE จับ 3 เอี่ยวการตายนักบวชยิว อิสราเอลออกคำเตือนเดินทาง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จับผู้ต้องสงสัย 3 คนที่อาจเกี่ยวข้องกับการตายของ นักบวชชาวยิวที่หายตัวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่อิสราเอลอัปเดตคำแนะนำการเดินทางไปยูเออี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. 2567 กระทรวงมหาดไทยของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ยืนยันการพบศพของ แรบไบ ซวี โคกาน ซึ่งหายตัวไปในนครดูไบ ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ย.) และเปิดเผยเรื่องการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักบวชยิววัย 28 ปีรายนี้

แรบไบโคกานหายตัวไปเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี โดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ “ชาบัด” องค์กรศาสนายิวในยูเออี ระบุว่า ชายคนนี้ถูกลักพาตัวไปจากนครดูไบ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 รัฐที่ประกอบกันเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หลังข่าวการพบศพแรบไบโคกาน ได้รับการเปิดเผยออกมา สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลก็ออกแถลงการณ์ทันทีว่า การตายของแรบไบผู้นี้เป็นการฆาตกรรม และนี้เป็นการก่อการร้ายภายใต้แนวคิดต่อต้านชาวยิว (antisemitic) ซึ่งอิสราเอลจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อนำตัวอาชญากรที่ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเขา มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

รัฐบาลยังได้ออกคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการ เพื่อเตือนประชาชนที่ต้องการไปยูเออีอีกครั้งว่า ให้เดินทางเมื่อมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายในยูเออี ทำให้มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงต่อชาวอิสราเอล ที่อาศัยหรือเดินทางไปเยือนประเทศนี้

ทั้งนี้ แรบไบโคกานทำงานร่วมกับผู้แทนคนอื่นๆ ของ ชาบัด สร้างและขยายศาสนายิวในยูเออี เขายังเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์การศึกษาของชาวยิวแห่งแรกในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงมีส่วนช่วยทำให้เริ่มมีอาหารโคเชอร์ (kosher food) ให้บริการในยูเออีเป็นวงกว้างมากขึ้นด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าเศร้าในคดีนี้คือ น.ส.ริฟกี ภรรยาของแรบไบโคกาน ซึ่งถือสัญชาติอเมริกัน ต้องเสียสามีในเหตุฆาตกรรม หลังจากเสียลุง ผู้เป็นนักบวชยิวเช่นกัน ในเหตุก่อการร้ายที่นครมุมไบของอินเดีย เมื่อปี 2551

อนึ่ง อิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรรลุข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากเป็นอริกันมานาน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางเจรจา และทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ได้ หลังเกิดสงครามอิสราเอลฮามาส ในฉนวนกาซา

แต่ในระดับท้องถิ่น ชาวยิวและอิสราเอลในยูเออี ออกมาปรากฏตัวในที่สาธารณะน้อยลง นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ขณะที่โบสถ์ยิวอย่างไม่เป็นทางการในดูไบ ก็ต้องถูกปิด ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ยูเครนเผย กำลังศึกษาซากขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางรุ่นใหม่ของรัสเซีย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827378

ยูเครนเผย กำลังศึกษาซากขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางรุ่นใหม่ของรัสเซีย

25 พ.ย. 2567 01:40 น.

ยูเครนเผย กำลังศึกษาซากขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางรุ่นใหม่ของรัสเซีย

ผู้เชี่ยวชาญของยูเครนกำลังศึกษาซากขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง ที่รัสเซียยิงโจมตีเมืองของพวกเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน หวังทำความเข้าใจเทคโนโลยีเบื้องหลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 24 พ.ย. 2567 ว่า เจ้าหน้าที่ของยูเครนกำลังศึกษาเศษซากของ ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางรุ่นใหม่ ที่รัสเซียใช้โจมตีเมืองดนิโปรของพวกเขา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ย.) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่อาวุธทรงพลังขนาดนี้ ถูกนำมาใช้ในสงครามซึ่งดำเนินมานานกว่า 2 ปีแล้ว

พนักงานของ รอยเตอร์ส เป็นหนึ่งในนักข่าวกลุ่มเล็กๆ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเศษซากขีปนาวุธดังกล่าว เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยภาพที่กลุ่มนักข่าวถ่ายเอาไว้แสดงให้เห็น เศษซากขีปนาวุธที่ถูกไฟไหม้จนดำ แต่พวกเขาไม่ได้เปิดเผยว่า สถานที่เก็บซากนั้นอยู่ที่ใด ด้วยเหตุผลทางความมั่นคง

ซากอาวุธดังกล่าว อาจทำให้ยูเครนเข้าใจห่วงโซ่อุปทานทางทหาร และการผลิตของรัสเซีย หรืออาจทำให้พวกเขาสามารถพัฒนาวิธีตอบโต้อาวุธชนิดนี้ได้

ทั้งนี้ ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางตามปกติแล้วจะมีพิสัยทำการสูงสุด 5,500 กม. โดยรัสเซียเรียกขีปนาวุธรุ่นใหม่ของพวกเขาว่า “โอเรชนิก” (Oreshnik) และอ้างว่าเป็นอาวุธที่ระบบป้องกันทางอากาศไม่สามารถยิงสกัดได้ ขณะที่ฝ่ายยูเครนเผยว่า จรวดลูกนี้พุ่งด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 13,000 กม./ชม. ในตอนที่มันถูกยิงใส่เมืองดนิโปร เมื่อวันพฤหัสบดี

ผู้เชี่ยวชาญ 2 คนบอกกับกลุ่มผู้สื่อข่าวว่า นี่นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบเศษซากขีปนาวุธแบบนี้ ในดินแดนของยูเครน และพวกเขาบอกเพียงว่า มันคือขีปนาวุธแบบยิงขึ้นไปบนบรรยากาศแล้วทิ้งตัวลงมาสู่เป้าหมาย แต่ย้ำว่า นี่เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ยังต้องใช้เวลามากกว่านี้ในการศึกษาอย่างระมัดระวัง

ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวว่า การใช้ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลางของรัสเซีย จะทำให้สงครามขยายตัวมากขึ้น และเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรของยูเครนมีการตอบสนอง

ด้านรัสเซียระบุว่า พวกเขาทดสอบยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่นี้ใส่ยูเครน ก็เพื่อตอบโต้ที่เคียฟยิงขีปนาวุธพิสัยไกล ของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเข้าสู่ดินแดนของพวกเขา หลังได้รับอนุญาตจากประเทศเจ้าของอาวุธเป็นครั้งแรกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อนึ่ง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยความเสียหายที่เกิดจากขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

ศาลเกาหลีใต้ตัดสิน หนุ่มวัย 26 ผิดจริง หนีเกณฑ์ทหารด้วยการกินจนอ้วน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827376

ศาลเกาหลีใต้ตัดสิน หนุ่มวัย 26 ผิดจริง หนีเกณฑ์ทหารด้วยการกินจนอ้วน

24 พ.ย. 2567 23:49 น.

ศาลเกาหลีใต้ตัดสิน หนุ่มวัย 26 ผิดจริง หนีเกณฑ์ทหารด้วยการกินจนอ้วน

ศาลเกาหลีใต้ ตัดสินให้ชายวัย 26 ปี มีความผิดจริง ข้อหาพยายามหนีเกณฑ์ทหาร ด้วยการจงใจกินอาหารปริมาณมากจนน้ำหนักเกิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้พิพากษาศาลกรุงโซล ระบุว่า จำเลยวัย 26 ปี เริ่มทานอาหารมากเกินปกติ ก่อนจะถึงวันตรวจร่างกายสำหรับเกณฑ์ทหาร จนสุดท้าย เขาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้มีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้เขาถูกบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ของกองทัพในหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้แทน

ผู้พิพากษาได้ตัดสินลงโทษชายคนนี้ให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี แต่รอลงอาญาไว้ก่อน ขณะที่เพื่อนของเขา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คิดแผนการนี้ ซึ่งเพิ่มปริมาณอาหารต่อวันที่จำเลยคนที่ 1 กินเป็นเท่าตัว ถูกตัดสินจำคุก 6 เดือน แต่รอลงอาญาไว้ก่อน

ศาลเขตตะวันออกของกรุงโซลระบุว่า จำเลยรายนี้ได้รับโทษเบาลงเนื่องจากเขายอมรับความผิด และแสดงความตั้งใจที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ

ทั้งนี้ ชายเกาหลีใต้ทุกคนที่มีร่างกายสมบูรณ์ และมีอายุมากกว่า 18 ปี ต้องเข้ารับการฝึกฝนในกองทัพเป็นเวลาอย่างน้อย 18 เดือน เนื่องจากเกาหลีใต้ยังถือว่าอยู่ในภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือ เนื่องจากสงครามเกาหลีสิ้นสุดลงในปี 2496 ด้วยการพักรบ โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่เคยทำสัญญาสงบศึกต่อกัน

สื่อของเกาหลีใต้อย่าง โคเรีย เฮอรัลด์ รายงานว่า จำเลยวัย 26 ปี ได้รับการประเมินว่ามีร่างกายแข็งแรงพอสำหรับปฏิบัติหน้าที่สู้รบ ระหว่างการตรวจร่างกายเบื้องต้น แต่ในการตรวจรอบสุดท้ายเมื่อปีก่อน เขากลับมีน้ำหนักพุ่งขึ้นมาที่ 102 กก. ทำให้เขาถูกจัดว่ามีน้ำหนักเกิน

ส่วนชายอีกคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้คิดแผน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่า เขาไม่คิดว่าเพื่อนของเขาจะทำตามแผนการดังกล่าวจริงๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พบศพนักบวชยิว หลังหายตัวลึกลับใน UAE อิสราเอลลั่นถูกฆาตกรรม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2827374

พบศพนักบวชยิว หลังหายตัวลึกลับใน UAE อิสราเอลลั่นถูกฆาตกรรม

24 พ.ย. 2567 22:47 น.

พบศพนักบวชยิว หลังหายตัวลึกลับใน UAE อิสราเอลลั่นถูกฆาตกรรม

อิสราเอลเผย แรบไบผู้หายตัวไปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อหลายวันก่อน ถูกฆาตกรรม และประกาศกร้าวว่า จะตามล่าตัวคนร้ายให้ได้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ย. 2567 สื่อหลายสำนักรายงานว่า มีผู้พบศพ แรบไบ ซวี โคกาน นักบวชยิววัย 28 ปี จากองค์กร “ชาบัด” (Chabad) แล้ว หลังจากเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ ที่รัฐดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (21 พ.ย.) จนทำให้ “มอสซาด” หน่วยข่าวกรองของอิสราเอล กับเจ้าหน้าที่ยูเออี ต้องดำเนินการสืบสวนครั้งใหญ่

หลังข่าวการพบศพแรบไบ โคกาน ได้รับการเปิดเผยออกมา สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลก็ออกแถลงการณ์ทันทีว่า การตายของแรบไบผู้นี้เป็นการฆาตกรรม และนี้เป็นการก่อการร้ายภายใต้แนวคิดต่อต้านชาวยิว (antisemitic) ซึ่งอิสราเอลจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อนำตัวอาชญากรที่ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเขา มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ศพของแรบไบ โคกาน ถูกพบ หลังจากเจ้าหน้าที่พบรถของเขา ถูกจอดทิ้งไว้ห่างจากบ้านของเขาภายในระยะขับรถ 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ อิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรรลุข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากเป็นอริกันมานาน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางเจรจา และทั้ง 2 ฝ่ายก็ยังรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ได้ หลังเกิดสงครามอิสราเอลฮามาส ในฉนวนกาซา

อย่างไรก็ตาม คำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอิสราเอล เตือนประชาชนว่า ให้เดินทางไปยูเออี เมื่อมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายในยูเออี ทำให้มีความเสี่ยงอย่างแท้จริงต่อชาวอิสราเอล ที่อาศัยหรือเดินทางไปเยือนประเทศนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘นฤมล’มอบประกาศฯ อบรมนักบริหารเกษตร สร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ เดินหน้างานเป็นระบบ

https://www.naewna.com/local/843400

‘นฤมล’มอบประกาศฯ  อบรมนักบริหารเกษตร  สร้างภาวะผู้นำยุคใหม่  เดินหน้างานเป็นระบบ

‘นฤมล’มอบประกาศฯ อบรมนักบริหารเกษตร สร้างภาวะผู้นำยุคใหม่ เดินหน้างานเป็นระบบ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม นักบริหารกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2567 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ผ่านการอบรมฯ ทั้ง 9 รุ่น รวม 922 คน เข้าร่วมพิธี ที่สโมสรทหารบก กทม.ว่าการฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับผู้บริหารของกระทรวงเกษตรฯ มีการบูรณาการความรอบรู้ในมิติของวิชาการ และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนการสร้างภาวะผู้นำ และมุมมองความคิดของนักบริหารยุคใหม่ เพื่อเตรียมก้าวขึ้นสู่การเป็นนักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า การอบรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อระบบบริหารจัดการในระดับกรม กองต่างๆ และสามารถพัฒนาภารกิจในภาคการเกษตรให้ประสบความสำเร็จทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาในภาพรวมของรัฐบาล โดยก่อให้เกิดการทำงานที่มีผลสะท้อนมายังคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และความสุขของผู้บริโภคสินค้าเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนงานภายใต้นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่เชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล ทั้ง 9 ข้อ ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง รวมทั้งจะเป็นแนวทางพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรไทยที่จะสร้างความมั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิต ขจัดความยากจนให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน