‘โยชิรินรดา’ชีวิตต้องเป๊ะ! สวยแต่อาภัพรักจีบผู้ชายเขาก็ไม่ชอบ

https://www.naewna.com/entertain/841392

'โยชิรินรดา'ชีวิตต้องเป๊ะ! สวยแต่อาภัพรักจีบผู้ชายเขาก็ไม่ชอบ

‘โยชิรินรดา’ชีวิตต้องเป๊ะ! สวยแต่อาภัพรักจีบผู้ชายเขาก็ไม่ชอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.20 น.

บอกเลยว่าเธอคนนี้ใช้คำว่าสวยได้เปลืองมากสำหรับโยชิรินรดาธุระพันธ์ซึ่งมาเปิดใจในรายการWOODY FMถึงการใช้ชีวิตที่ต้องสวยเป๊ะอยู่ตลอดเวลาจนทำให้รู้สึกเครียดด้านความรักโสดมาหลายปีหาแฟนยากจีบผู้ชายเขาก็ไม่ชอบจนตอนนี้รู้สึกว่าหวงเวลาของตัวเองไม่อยากแบ่งให้ใคร

คุณเป็นคนที่ไม่มั่นใจเท่าไหร่ในบางมุม?

โยชิรินรดา :ตอนเด็กๆเป็นคนที่มั่นใจมากๆฉันสวยที่สุดในกลุ่มฉันสวยที่สุดในโรงเรียนแต่พอโตขึ้นมาก็จะมีช่วงที่โดนเบรกเหมือนกันค่ะในช่วงที่ประกวดMiss Tiffany คิดว่ายังไงไปต้องได้มงแน่นอนซึ่งวันที่ไปเราไม่ใช่พาร์ทนางงามเราเป็นพาร์ทเน็ตไอดอลพอไปแล้วก็เกิดดราม่าว่าไม่เหมาะกับการเป็นนางงามหลังจากนั้นคนก็เริ่มมาวิจารณ์เราจากคนที่มั่นใจมากๆว่าฉันมีความสามารถฉันมีความสวยพอโดนคอมเมนต์ในเชิงลบเราก็ไขว้เขวเหมือนกันหลังจากนั้นมาเราก็เป็นคนที่ขาดความมั่นใจพอสมควรค่ะก็ลดความมั่นหน้าของเรานิดหนึ่ง

การโดนเบรกมันดีกับเรายังไงบ้าง?

โยชิรินรดา :มันจะมีเบรกที่ให้เราพัฒนาตัวเองกับเบรกหัวทิ่มเลยแบบไม่ฟังอะไรเราเลยไม่ชอบก็คือเกลียดใช้คนรุนแรงซึ่งแต่ก่อนเราจะไม่ได้มีคนสนใจมากขนาดนั้นแรกๆเราก็เครียดนะแต่พอเราโดนคำแบบนี้บ่อยๆเราก็รู้สึกชินชินกับคำด่าหลังๆจะไม่ค่อยแคร์กับคำด่าแล้วมาแคร์กับคนที่เขาให้คำแนะนำมาเบรกเราว่าต้องปรับตรงไหนบ้าง

เรายังอยากทำอะไรบ้างในตอนนี้?

โยชิรินรดา :ตอนนี้มีความสุขกับการทำงานมากๆในอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือว่าจะทำอะไรต่อหลังจากนี้แค่รู้สึกว่าเหมือนมันเป็นเสต็ปต่อไปเรื่อยๆค่ะช่วงนี้หนูทำคอนเทนส์ชอบมากก็อยากจะทำอะไรที่มันเว่อร์ขึ้นอยากจะเป็นแพลตฟอร์มที่มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆชอบทำคอนเทนส์แปลงร่างTransition ชอบเต้นชอบลิปซิงค์เป็นความสามารถหนึ่งที่เราทำได้คิดว่าเราทำออกมาดีก็เลยชื่นชอบที่จะทำ

เรื่องความสัมพันธ์?

โยชิรินรดา :คือความรักจากคนรอบข้างก็มีแต่ว่าหลายๆคนอาจจะไปโฟกัสเรื่องแฟนไปหลายรายการทุกคนก็จะสงสัยว่าทำไมไม่มีแฟนไม่มีคนมาจีบเลยจริงๆแล้วถ้าพูดตามหลักความเป็นจริงมันก็มีคนเข้ามาแต่พอเราโสดไปนานๆแล้วเราอายุเพิ่มมากยิ่งขึ้นจะมีอะไรที่มันสกัดออกได้แบบไม่เอาคนนี้ไม่ใช่เลยทำให้เราเลยไม่มีแฟนมาถึงทุกคนนี้โสดมา 3-4 ปีแล้วพอเริ่มอยากจะหาแฟนทำไมหายากจังเลยไม่มีคนมาจีบโหยหาความรักมากอยากจะมีไปไล่ดูDM ว่ามีผู้ชายพิมพ์มาหาหรือเปล่าหรือว่าไปไล่ดูแชทเก่าๆที่เราไม่เคยเปิดดูเลยว่ามีคนมาจีบไหมก็ไม่มีเลยทำยังไงดีปรึกษาเพื่อนอยากมีแฟนมากเธอก็ลองไปจีบเขาสิโอเคเราก็เริ่มเปิดใจจีบผู้ชายซึ่งแต่ก่อนเชิ่ดมากฉันสวยคนต้องเข้ามาจีบสิพอถ้าเล่าก็สงสารตัวเองนะแต่ก็เข้าใจในมุมผู้ชายก็คนไม่ใช่ยังไงก็ไม่ใช่พอไปจีบผู้ชายดันไม่ชอบเราพยายามตื้อหนักมากแชทหนักขวาจนเราจนหงุดหงิดตัวเองว่าโอเคถ้าไม่มีก็ช่างมันหาข้อดีจากการไม่มีแฟนดีกว่าแต่ก็เหงาไม่อยากโฟกัสตรงนั้นแล้วแต่ถ้ามันมีเข้ามาเราก็ไม่ได้ปิด

เป็นคนหวงเวลา?

โยชิรินรดา :เราเคยใช้เวลามาคนเดียว 3-4 ปีแล้วพอเราต้องไปคุยกับคนๆหนึ่งต้องแบ่งเวลาให้รู้สึกหวงเวลาตัวเองจะคิดหนักว่าเราจะแชร์เวลากับคนๆนี้จริงๆเหรอหลังๆก็คือเปิดใจมากยิ่งขึ้นคุยแต่ถ้ามีนิสัย 1 2 3 แบบคนเก่าเราก็จะไม่โอเคเลยมันตัดไปได้เลยตัดคนได้ง่ายกลัวเสียเวลาจากตรงนั้นแต่ถ้าเป็นตอนเด็กต่อให้เขาไม่ดียังไงแต่ถ้าเขาตรงสเปกเราก็พร้อมที่จะปรับตัวแลกเวลาเพื่อที่จะให้เขากลับกันพอโตมารู้สึกหวงเวลาของเรา

ชีวิตต้องเป๊ะ?

โยชิรินรดา :ช่วงแรกๆค่ะไปงานวันเกิดรุ่นพี่แล้วเขาจะถ่ายรูปหลุดของแต่ละคนมาโพสต์ช่วงนั้นหนูยังมีบุญอยู่ที่รูปหลุดแต่ติดดสวยอยู่คนก็จะบอกว่าโยชิไม่ตายกล้องเลยคนอื่นหลุดหมดแต่โยชิรอดพอคนเริ่มชมเราเราก็รู้สึกว่าห้ามหลุดไปเรื่อยๆไหมทำว่าฉันไม่ตายกล้องนะแรกๆก็ทำได้แต่งตัวสวยออกจากบ้านทุกวันไม่มีวันไหนที่ไม่สวยเลยสักพักหนึ่งเริ่มเหนื่อยเก็บมาคิดเก็บมาเครียดว่าถ้าวันหนึ่งเราออกไปเจอแฟนคลับแล้วเขาเห็นเราไม่สวยเขาจะผิดหวังจากเราไหมทุกวันนี้ 7-11 หน้าสดต้องใส่แว่นต้องปิดแมสกลัวเขาเห็นหน้าสดแล้วบอกว่าตัวจริงไม่สวยเหมือนในรูปเลยก็เลยทำให้เราเครียดหนักรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเองวันไหนที่ไม่แต่งหน้าจะไม่ออกจากบ้านเด็ดขาดพอเราเหนื่อยมากๆก็รู้สึกว่าไม่อยากเป็นแล้วคนสวยเวลาเพื่อนมาถ่ายก็เริ่มทำหน้าไม่สวยบ้างให้คนเห็นว่าโยชิเริ่มหลุดก็อยากให้ทุกคนได้เห็นมุมมองต่างๆบ้างก็มีวันที่ยมมีวันที่ผมฟู

สามารถติดตาม Woody FMได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=gMKYnvdBjBA&t=302s

#WoodFM#วู้ดดี้เอฟเอ็ม

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODY FM

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk

‘อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม’ร่วมบรรยายพิเศษให้นศ. DPU ในหัวข้อ ‘พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ’

https://www.naewna.com/local/841497

'อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม'ร่วมบรรยายพิเศษให้นศ. DPU ในหัวข้อ 'พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ'

‘อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม’ร่วมบรรยายพิเศษให้นศ. DPU ในหัวข้อ ‘พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.46 น.

อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ร่วมบรรยายพิเศษให้นักศึกษา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ในหัวข้อ “พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ”

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดการฟังบรรยายในหัวข้อ “พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ” โดยได้เชิญ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม วิทยากรและนักพูดที่มีชื่อเสียงในตอนนี้ มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้แก่นักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม เพื่อมุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถพัฒนาตนเอง และ การดำรงชีวิต ทั้งในเรื่องการเรียน และเรื่องความรัก โดยยึดหลักพระพุทธศาสนา พร้อมแชร์ประสบการณ์ในชีวิต ณ ห้องประชมสมภพ โหตระกิตย์ อาคารสำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)

​ดร.อนันต์ เชี่ยวชาญกิจการ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มีเป้าหมายในการดูแลนักศึกษาให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความฉลาดทางอารมณ์ โดยในปีนี้ได้เชิญอาจารย์เบียร์ ที่มีชื่อเสียงเป็นกระแสมาบรรยายในหัวข้อ “พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ” ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี

การบรรยายวันนี้เป็นการพัฒนาชีวิตกับธรรมมะ ในช่วงชีวิตของนักศึกษาในวัยเรียน โดยจะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเป็นการแชร์ประวัติความเป็นมาและประสบการณ์การทำงานของอาจารย์เบียร์ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ช่วงที่ 2 ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยอย่างเป็นกันเอง ทำให้นักศึกษาได้รับความรู้และแรงบันดาลใจในการนำไปใช้พัฒนาชีวิตของตนเองต่อไป ซึ่งจุดเด่นของอาจารย์เบียร์จะมีสไตล์เป็นของตัวเอง ถ้าใครเคยได้ติดตามอาจารย์เบียร์จะมีกระโถนคู่ใจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้อาจารย์เบียร์จะเป็นฆราวาสแต่ก็สอนหลักธรรมตามพระพุทธศาสนา แบบตรงไปตรงมา

“ตัวชี้วัดของนักศึกษามีหลายด้าน ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมการบรรยายในวันนี้ก็คือ พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ โดยหลังจากการฟังบรรยายเชื่อว่า นักศึกษาจะไม่งมงาย และจะสามารถพัฒนาตนเอง และดำรงชีวิตในเรื่องการเรียน เรื่องความรัก นักศึกษาจะเป็นผู้ตื่นรู้ผู้เบิกบาน” ดร.อนันต์ กล่าว

อาจารย์เบียร์ จากเพจคนตื่นธรรม กล่าวในหัวข้อ “พัฒนาชีวิตด้วยแนวคิดเเบบธรรมะ” ว่า ปัจจุบันวัยรุ่นส่วนใหญ่เข้าวัดเพื่อไปไหว้ขอพร ขอความรัก และทำพิธีสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อต่างๆ แต่จะไม่เข้าวัดเพื่อไปฟังธรรม เนื่องจากการสอนธรรมะไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเพียงอย่างเดียว สามารถเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย หรือเข้าไปในออนไลน์ก็สามารถฟังธรรมะได้ อย่างไรก็ตามถ้าเข้าวัดแล้วได้ฟังธรรมะนั้นเป็นเรื่องดีมาก แต่ถ้าเข้าวัดแล้วไม่ได้ฟังธรรมก็ไม่มีประโยชน์ เราสามารถฟังธรรมที่บ้านได้และนำไปประพฤติปฏิบัติตัวเองให้ดี

“นักศึกษาปัจจุบันเข้าถึงพุทธศาสนาค่อนข้างยาก เพราะไม่มีใครสอนว่า ธรรมะคืออะไร เขาฟังไปเรื่อย อีกอย่างเวลามีพระมาเทศน์  เด็กจะฟังไม่เข้าใจเพราะเด็กมีภาษาเฉพาะของเขา ไม่ใช่ก็ปัดทิ้ง แต่วันหนึ่งเมื่อมีคนลุกขึ้นมาสอนธรรมะในรูปแบบสไตล์ของวัยรุ่น ที่เข้าใจง่าย และเป็นภาษาที่พูดในกลุ่มเพื่อน เด็กจะรู้สึกว่าน่าฟัง โดยเฉพาะถ้าถามเรื่องความรัก เช่น มีแฟนคบซ้อนเป็นยังไง ถ้าเขาตั้งใจฟังก็รู้สึกว่ากำลังสะท้อนตัวเองอยู่ และจะเรียนรู้หาวิธีการแก้ไขปัญหา” อาจารย์เบียร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม อาจารย์เบียร์ ยังบอกวิธีการโน้มน้าวให้กับคนที่เพิ่งเริ่มต้นฟังธรรมะใหม่ๆ ได้สนใจ คือ พูดความจริง และพูดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ หรือการใช้ชีวิตของเขา โดยเอาธรรมะเข้าไปแตะในบริบทของการใช้ชีวิต จะเป็นเหตุ เป็นปัจจัยที่ทำให้ชีวิตเขาเข้าใจหลักธรรมะมากขึ้น สามารถนำหลักธรรมไปเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้ แต่ถ้าหากไปพูดถึง มรรค 8 , อริยสัจ 4 , ปฏิจจสมุปบาท ก็จะไม่เข้าใจว่าคืออะไร แต่ถ้าเอาคำสอนเหล่านี้ ไปบอกว่า เราเคยเจอความทุกข์แบบนี้ ลองเอาวิธีที่แนะนำไปดับทุกมันจะสามารถแก้ได้ ลองไปทำดู ถ้าสอนธรรมะแบบนี้จะทำให้เขานำไปปรับใช้ในชีวิตของตัวเขาเองได้

สำหรับสไตล์การสอนธรรมะของตนนั้น สอนทุกประเภท เนื่องจากทุกวันนี้มีคำถามเข้ามาจำนวนมาก ก็จะเน้นจะสอนตามคำถาม ซึ่งส่วนใหญ่ถามเกี่ยวกับความทุกข์ในชีวิต ถามเกี่ยวกับลักษณะของความเชื่อ และอยากรู้ว่าความเชื่อนั้นจะมีผลกระทบกับตัวเขาจริงไหม ดังนั้นการตอบคำถามส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องความเชื่อ แต่ไม่สามารถรู้เลยว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง จึงพยายามสอน วิธีการแยกเรื่องความเชื่อ ด้วยการนำคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นสัจจะความจริงไปแยก เป็นเกณฑ์วัดถูกหรือผิด

บรรยากาศการบรรยายในวันนี้เป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยความสนใจจากนักศึกษา ซึ่งได้รับการกระตุ้นให้คิดและพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตทั้งในด้านการศึกษาและการทำงาน โดยอาจารย์เบียร์ได้แบ่งปันประสบการณ์จริงจากชีวิตและแนะนำวิธีการพัฒนาตนเองในแบบที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง

มรภ.วไลยอลงกรณ์ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์

https://www.naewna.com/local/841489

มรภ.วไลยอลงกรณ์ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์

มรภ.วไลยอลงกรณ์ เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.23 น.

 วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ศ.ดร.ววิรุณ ตั้งเจริญ นายกสภามหาวิทยาลัย ประธานเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์ 50 ปี มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงรับมหาวิทยาลัยไว้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่สมัยที่เป็นวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2517 จนกระทั่งยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปัจจุบัน

การจัดงานในครั้งนี้ยังเป็นการรวมตัวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นักศึกษา สมาคมศิษย์เก่า และองค์กรภาคีเครือข่าย ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนามหาวิทยาลัย สร้างความสามัคคี ความภาคภูมิใจ และความเชื่อมโยงที่แน่นแฟ้นระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรภายนอกที่เป็นพันธมิตรในพัฒนาการศึกษา

นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทในการพัฒนาสังคมไทย โดยการนำเสนอความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เช่น การผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ การวิจัยการบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิเช่น พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 51 รูป เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์, พิธีทำบุญเจริญพุทธมนต์ และบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน, นิทรรศการ 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ( พ.ศ.2517-2567) จากวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สู่ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, การแสดง Fashion Show 50 ปี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ การแสดงดนตรี VRU Wind Symphony, การแสดงคอนเสร์ตจากศิลปิน Tilly Birds และ ตั๊กแตน ชลดา และการจัดกิจกรรมลอยกระทงรักษ์โลก การประกวดนาง-นาย นพมาศ กุลบุตร กุลธิดา และกิจกรรม อื่น ๆ อีกมากมาย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2567 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

‘รมว.นฤมล’เป็นประธานวางพานพุ่มฯน้อมรำลึก ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง

https://www.naewna.com/local/841488

'รมว.นฤมล'เป็นประธานวางพานพุ่มฯน้อมรำลึก ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง

‘รมว.นฤมล’เป็นประธานวางพานพุ่มฯน้อมรำลึก ในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.20 น.

“รมว.นฤมล” เป็นประธานวางพานพุ่มฯน้อมรำลึกในหลวง ร.9 เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 67

14 พ.ย.2567 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 โดยมีข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพมหานคร 

โดยการจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 มีมติให้เทิดพระเกียรติพระองค์ท่านในฐานะที่ทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2498 เป็นวันที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการบังคับเมฆให้เกิดเป็นฝนจนเกิดเป็นเทคโนโลยีฝนหลวง ช่วยขจัดความทุกข์ยากให้แก่พสกนิกรที่ประสบภัยแล้ง และเป็นองค์ประกอบในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ซึ่งได้จารึกไว้เป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้ประชาชน เยาวชน ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่ทรงก่อให้เกิดเทคโนโลยีฝนหลวง อันเป็นมรดกสำคัญของประเทศในการช่วยเหลือประชาชนมาตลอดระยะเวลา 69 ปี

สำหรับการจัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2567 โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการภายใต้แนวคิด “เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา องค์ราชา สืบสาน รักษา ต่อยอด พระบิดาแห่งฝนหลวง” ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 

(1) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการพระราชดำริฝนหลวง 

(2) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่แสดงออกถึงพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริฝนหลวง ในการรักษา สืบสาน และต่อยอด 
และ (3) นิทรรศการเกี่ยวกับภารกิจในด้านต่าง ๆ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานร่วมบูรณาการ อาทิ กองทัพอากาศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) 

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอีกมากกว่า 70 ร้านค้า เป็นผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ซึ่งมีทั้งผัก ผลไม้ อาหารสด และอาหารแปรรูปทางการเกษตร มาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาประหยัด รวมทั้งยังมีกิจกรรมการสาธิตเสริมสร้างอาชีพจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ สาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ การทำพวงกุญแจ การทำซูชิข้าวก่ำล้านนา การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ (พด.6) สารเร่งซุปเปอร์ (พด.2) และการทำแบคทีเรียสังเคราะห์แสง (พด.15) ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (15 พฤศจิกายน 2567) เป็นวันสุดท้ายขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมงาน และร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ขององค์พระบิดาแห่งฝนหลวงร่วมกัน และหลังจากนี้จะนำนิทรรศการไปจัดที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่สนใจได้เข้าชมและศึกษาความเป็นมาต่อไป

‘สุรศักดิ์’ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ ‘ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ’

https://www.naewna.com/local/841383

'สุรศักดิ์'ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ 'ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ'

‘สุรศักดิ์’ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ ‘ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.26 น.

พร้อมลุย!!! ขับเคลื่อนการศึกษา 2568 “สุรศักดิ์”ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ “ปฏิวัติการศึกษา แก้ปัญหาประเทศ” ปั้นคนไทย”ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ”

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 บุรีรัมย์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมนโยบายด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาของคนไทยทุกช่วงวัย ร่วมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัด ศธ. นายธนู ขวัญเดช รองปลัด ศธ.และผู้บริหารระดับสูง โดยมี นายปิยะ​ ปิจนำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ และมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและพื้นที่ประมาณ 330 คน ณ โรงแรมเทพนคร (อัลวาเรซ) จังหวัดบุรีรัมย์

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กลไกในการทำงานในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่กำหนดทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับภูมิภาคหรือจังหวัดแล้ว ยังมีสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่เสนาธิการในการวางแผนและขับเคลื่อนการศึกษาในกลุ่มจังหวัดและจังหวัด โดยอาศัยกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ.ในการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งกลไกนี้ถือเป็นจุดแข็งของกระทรวงศึกษาธิการ ในการประสานการบริหารงานระหว่างส่วนราชการ และยังสอดคล้องกับการทำงานในภูมิภาค

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ​ ขอให้ส่วนราชการในสังกัด และองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ​ นำนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการไปเป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา และดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยจัดทำ Action Plan ให้สอดคล้องกับนโยบาย ซึ่งในการขับเคลื่อนนโยบาย ไม่จำเป็นว่าทุกหน่วยงานจะต้องดำเนินการทุกนโยบาย ให้ดำเนินการเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง​ และให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

“ผมเชื่อมั่นว่า สำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด จะเป็นกำลังสำคัญ และเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนภารกิจที่ตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และตอบสนองต่อเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด และจังหวัดได้อย่างแน่นอน” รมช.ศธ.กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีข้อสั่งการและแนวปฏิบัติ​ โดย​ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาและนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการปฏิปฏิปติอย่างเป็นรูปธรรม (Action) ยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม หลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติงาน และดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเคร่งครัด ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ​ ร่วมกันปลูกฝังการรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด​ ส่งเสริมการอ่านและการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นกระบวนการ โดยผู้บริหารและครูต้องเป็นต้นแบบ

ส่วนการลงพื้นที่ตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยมให้ดำเนินการอย่างเรียบง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจราชการหรือตรวจเยี่ยม โดยให้ดำเนินการอย่างเรียบง่าย และประหยัด ยึดบทบาทเป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ และให้ข้อเสนอแนะแก่ศึกษาธิการจังหวัด เพื่อให้สามารถหาแนวทางในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเรื่องเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา รมว.ศธ.ได้สั่งการให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ที่มีสถานศึกษาในสังกัดในพื้นที่ โดยต้องพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้หมด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ทุกท่านจะได้ช่วยกันระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ ต่อไป

ขณะที่ นายสุเทพ​ แก่งสัน​เ​ที​ยะ​ กล่าว​ว่า​ โครงการ “ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่” ประจำปีงบประมาณ 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการในการขยายโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยทุกคน ด้วยการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเชิงลึกแก่ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน ทำให้สามารถกำหนดโครงการและกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นำไปสู่กี่สร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้และเตรียมพร้อมสู่อนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศไทย

– 006

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824286

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

7 พ.ย. 2567 15:34 น.

เทศกาลงานพลุพัทยา 2567 วันไหน หาดไหน ไฮไลต์เด็ดที่ไม่ควรพลาด

กลับมาอีกครั้งกับ “งานพลุพัทยา 2567” ที่ในปีนี้จัดเต็มความยิ่งใหญ่เช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นการประชันพลุจากหลายๆ ประเทศ การแสดงคอนเสิร์ต รวมไปถึงร้านอาหารสตรีทฟู้ดที่จัดเต็มตั้งร้านกันอย่างคึกคัก สำหรับเทศกาลพลุพัทยา 2567 จัดวันไหน หาดไหน มีอะไรน่าสนใจ ติดตามได้ที่นี่

งานพลุพัทยา 2567 จัดวันไหน หาดไหน

งานพลุพัทยาจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งงานพลุพัทยา 2567 นี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 2 วัน ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ โดยจะจัดขึ้นบริเวณชายหาดพัทยากลาง

เปิดไฮไลท์ “งานพลุพัทยา 2567” มีอะไรน่าสนใจบ้าง

งานพลุพัทยา หรือเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา 2567 (Pattaya Fireworks Festival 2024) มาพร้อมกับไฮไลต์เด็ดอย่างการแสดงพลุ จัดเต็มแสง สี เสียงจากทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ฮ่องกง อังกฤษ เซอร์เบียร์และฟิลิปปินส์ พร้อมติดตั้งจอแสดงพลุทั้งหมด 15 จุด ตลอดแนวชายหาด ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามอย่างเต็มตา

นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง การเดินช็อปปิ้งของที่ระลึก รวมถึงสตรีทฟู้ดอาหารไทย และเมนูเด็ดอื่นๆ เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งความสนุก

งานพลุพัทยา 2567 คอนเสิร์ตและตารางงานแสดง

งานพลุพัทยา 2567 กำหนดการทั้ง 2 วัน สามารถเช็กรายละเอียดได้ ดังนี้

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567

  • 19.15 น. การแสดงไฮไลท์
  • 19.30 น. พิธีเปิด
  • 19.45 น. พลุจากประเทศเซอร์เบีย
  • 20.05 น. พลุจากประเทศฮ่องกง
  • 20.25 น. คอนเสิร์ต Sawan
  • 21.25 น. พลุจากประเทศเยอรมนี
  • 21.45 น. พลุจากประเทศอังกฤษ
  • 22.05 น. พลุจากประเทศฟิลิปปินส์
  • 22.25 น. คอนเสิร์ต Zom Marie
  • 23.30 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 

  • 19.30 น. การแสดงไฮไลท์
  • 19.45 น. พลุจากประเทศฮ่องกง
  • 20.05 น. พลุจากประเทศเซอร์เบีย
  • 20.25 น. คอนเสิร์ต Bossanovy
  • 21.25 น. พลุจากประเทศเยอรมนี
  • 21.45 น. พลุจากประเทศฟิลิปปินส์
  • 22.05 น. พลุจากประเทศอังกฤษ
  • 22.25 น. คอนเสิร์ต Slapkiss
  • 23.30 น. เสร็จสิ้นกิจกรรม

เปิดเส้นทางงานพลุพัทยา 2567 ควรเลี่ยงเส้นไหน

การจัดงานพลุพัทยาทั้ง 2 วัน จะมีการปิดการจราจรถนนสายชายหาดตั้งแต่วงเวียนโลมา ตามถนนเลียบชายหาด จนถึงแยกวัดชัยมงคล และถนนพัทยากลาง จากแยกท็อป ถึงแยกนิภาลอดจ์ ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. และห้ามจอดรถในถนนเลียบชายหาดพัทยา ตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น.

งานพลุพัทยา 2567 จอดรถที่ไหนดี

นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมชมพลุ สามารถจอดรถได้ในพื้นที่บริเวณรอบๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าโลตัส พัทยาเหนือ, ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21,ศูนย์การค้าไมค์ช้อปปิ้งมอลล์, ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้น พลาซ่า, โรงเรียนเมืองพัทยา 8, ลานจอดรถวัดชัยมงคล หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช ทั้งนี้ อัตราค่าบริการจอดรถแตกต่างกันตามแต่ละสถานที่

งานพลุพัทยา 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำปี นอกจากจะจัดเต็มแสง สี เสียง และความสนุกสนานแล้ว ในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองพัทยาอีกด้วย

ที่มา : เฟซบุ๊ก Pattaya Fireworks Festival

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824078

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

7 พ.ย. 2567 10:00 น.

รวมงานเทศกาล และกิจกรรมไฮไลต์เดือนพฤศจิกายน 2567 ชวนนักเดินทางเที่ยวกระหน่ำรับปลายปี

เปิดกำหนดการอีเวนต์ และงานเทศกาลในเดือนพฤศจิกายน ที่เป็นเดือนแห่งฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแบบเต็มตัวสำหรับโค้งสุดท้ายปลายปีเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีกิจกรรม อีเวนต์ เทศกาล และงานประเพณีที่น่าสนใจอยู่มากมายให้นักท่องเที่ยว และนักเดินทางได้คอยติดตาม และไปร่วมกิจกรรมกันอยู่อย่างล้นหลามทั่วประเทศ

โดยเดือนพฤศจิกายนปี 2567 นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ออกแคมเปญ Thailand Winter Festivals 2024 ที่ยกระดับ และประชาสัมพันธ์งานเทศกาล และอีเวนต์มากมาย มาคอยเปิดรับนักท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ World Class Event Hub

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยตารางงานกิจกรรม และปฏิทินท่องเที่ยวไทยในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่จะชวนคนไทย และนักท่องเที่ยวมาเช็กวันว่าง และเตรียมออกเดินทางไปท่องเที่ยวส่งท้ายปีกับกิจกรรมดังต่อไปนี้

งานเทศกาล และกิจกรรมท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2567

  • เทศกาลเที่ยวพิมาย 2567

วันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย, บริเวณลำน้ำจักราช และหน้าทางเข้าปราสาทหินพิมาย จ.นครราชสีมา

  • เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ Maemoh Fest 20TH

วันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ณ สวนพฤกษชาติ กฟผ. แม่เมาะ จ.ลำปาง

  • อีสานวินเทอร์วันเดอร์แลนด์

วันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ณ ลานทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี

  • Awakening Bangkok 2024

วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณย่านพระนคร, ปากคลองตลาด กรุงเทพฯ

  • NaSatta Light Festival WINTER ILLUMINATION 2025

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 – 27 เมษายน 2568 ณ สัทธา อุทยานไทย จ.ราชบุรี

  • Chonburi Coffee on The Beach 2024

วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ ชายหาดพัทยา (ตรงข้าม Hard Rock Hotel Pattaya) จ.ชลบุรี

  • Rolling Loud Thailand 2024

วันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2567 ณ Legend Siam พัทยา จ.ชลบุรี

  • Chang Classic Car Revival 2024

วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

  • งานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ปี 2567 จ.ลพบุรี

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 ณ พระปรางค์สามยอด และสวนลิงโพธิ์เก้าต้น จ.ลพบุรี

  • งานเทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา

วันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณเลียบหาดพัทยา จ.ชลบุรี

งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว และงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2567 วันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว และลานข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี

ภาพ : istock

ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824009

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

6 พ.ย. 2567 11:51 น.

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหน เที่ยวงานวัดสุดยิ่งใหญ่ 9 วัน 9 คืน

งานองค์พระปฐมเจดีย์ ถือเป็นงานวัดสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในแต่ละปีก็จะมีการจัดงานรื่นเริง คอนเสิร์ตจากศิลปินดัง ร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง พุทธศาสนิกชนสามารถเดินทางมากราบไหว้นมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ เสริมสิริมงคล พร้อมกับช็อป ชิม และสนุกไปแสง สี เสียงได้ตลอด 9 วัน 9 คืน

ประวัติองค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม

องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดใหญ่ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า เดิมทีเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร สมัยราชวงศ์สุพรรณภูมิ เรียกกันว่า “พระธมเจดีย์”

เมื่อเข้าสู่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทำการบูรณะและสร้างเจดีย์ใหม่ครอบอันเดิม จากนั้นพระราชทานนามใหม่ว่า “พระปฐมเจดีย์” และจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อให้ผู้ที่เคารพศรัทธาได้มากราบไหว้บูชาพระบรมสารีริกธาตุ ปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ สั่งสมบุญบารมี เสริมมงคลเป็นประจำทุกปี

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดวันไหนบ้าง เปิดตั้งแต่กี่โมง

งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 จัดทั้งหมด 9 วัน 9 คืน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12-20 พฤศจิกายน ณ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม อย่างไรก็ดี ร้านค้าและร้านอาหารจะเริ่มตั้งแผง เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาช็อป พร้อมทำบุญกันได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจริง 7 วัน และยาวไปจนถึงหลังจบงานอีก 7 วัน

ส่วนใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 ร้านค้าภายในงานจะเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่ช่วงสายๆ ไปจนถึงช่วงค่ำ หากใครที่ชอบเดินชิลๆ เลี่ยงความแออัด แนะนำให้เดินทางมาช่วงสาย หรือเที่ยงแทน

งานพระปฐมเจดีย์ 2567 มีอะไรน่าสนใจบ้าง

งานพระปฐมเจดีย์ 2567 จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง และกิจกรรมที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช็อปสินค้าและอาหารจากร้านดังบริเวณโดยรอบองค์พระปฐมเจดีย์ การร่วมกิจกรรมการกุศล การนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ปิดทองพระร่วงโรจนฤทธิ์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองนครปฐม เพื่อเสริมสิริมงคล ตลอดจนงานแสดงรื่นเริง ดังนี้

  • วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 รำวงชาวบ้าน อ๊อด โฟร์เอส
  • วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต เฟิร์ส พรชิตา
  • วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต ดอกแค ท็อปไลน์ & เอฟ อิ่มบุญ
  • วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต นุ่น ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & แบงค์ วงเส้นเล็ก
  • วันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต รัชนก ศรีโลพันธุ์ & จอมขวัญ กัลยา
  • วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต เจน ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & ญานิ ท็อปไลน์
  • วันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต กุหลาบ ร้อยรัศมี แนนซี่ ท็อปไลน์ & ณัฐ ซุปเปอร์แมนแบ็คอัพ
  • วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต โบว์ ซุปเปอร์วาเลนไทน์ & โก๋อาร์ม ศุภวุฒิ
  • วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 คอนเสิร์ต โชค โชคมงคล ไหทองคำ & พอลล่า ไหทองคำ & นีน่า ไหทองคำ

วิธีเดินทางไปยังงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 

การเดินทางไปยังงานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ 

  • รถตู้ประจำทาง ท่ารถตู้สถานีหมอชิต 2, ท่ารถสายใต้, ท่ารถสายใต้เก่า, ท่ารถตู้เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, ท่ารถตู้เซ็นทรัลเวสต์เกต และท่ารถ BTS บางหว้า
  • รถยนต์ส่วนตัว สามารถปักหมุดตามพิกัด Google Maps https://maps.app.goo.gl/simjVJtbSjw4pkAK9 สามารถจอดรถได้ที่บริเวณวัดพระปฐมเจดีย์ หรือพื้นที่ใกล้เคียง
  • รถไฟจากสถานีใกล้บ้าน เช็กตารางและเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย
  • รถไฟทางไกล (Feeder) เช็กตารางและเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย

งานองค์พระปฐมเจดีย์ 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลประจำปีที่หลายคนรอคอย เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ เสริมสิริมงคลแล้ว ยังสามารถเดินช็อป ชิม ชิล รวมไปถึงชมคอนเสิร์ตได้ตลอดทั้ง 9 วัน 9 คืน

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2824232

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

8 พ.ย. 2567 07:10 น.

ประติมากรรมผักผลไม้พองลมสุดอลังการ

เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับงานศิลปะใกล้ชิดยิ่งขึ้น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024” ด้วยการนำเสนอประติมากรรมพองลมสุดอลังการ (Inflatable Art) ในชื่อ Breathing (บรีธธิง) ชุดผักผลไม้หลากสีสันและดอกบัวที่กำลังเบ่งบาน สร้างสรรค์โดยศิลปินร่วมสมัยระดับโลก ชเว จอง ฮวา (Choi Jeong Hwa) จากเกาหลีใต้ ติดตั้ง ณ ชั้น 3 โซน Balcony on 3rd ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้-25 ก.พ.68

สำหรับผลงาน Breathing เป็นหนึ่งในผลงานที่สอดรับกับจุดมุ่งหมายของเซ็นทรัลเวิลด์ในการสร้างประสบการณ์ศิลปะที่เข้าถึงง่าย เชื่อมโยงชีวิตประจำวันของผู้คน และยังสะท้อนเจตนารมณ์ของการจัดงานของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา Nurture Gaia” ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความงดงามของธรรมชาติ และการตั้งคำถามถึงประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ควรหันมาใส่ใจ โดยผลงานของ “ชเว จอง ฮวา” ศิลปินชาวเกาหลีใต้ เป็นที่รู้จักจากการสร้างประติมากรรมลมขนาดใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวัน จึงได้นำเสนอผลงานพองลมสุดแปลกตาของพืชผล ได้แก่ ผักกาด แครอท ส้ม หัวไชเท้า ฟักทอง และดอกบัว งานของ “ชเว” มักเต็มไปด้วยสีสันสดใส สะท้อนถึงความเป็นชีวิตชีวาของเมืองหลวงและความงามจากความวุ่นวายของสภาพแวดล้อมในเขตเมือง ทำให้การทำงานศิลปะของเขามีความขี้เล่นสนุกสนาน นอกจากนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ยังได้นำประติมากรรม “เดอะ เฮด” (The Head) รูปปั้นศีรษะหญิงชาวอินเดียประดับดอกไม้บนมวยผม สูง 4 เมตร ผลงานของ “ราวินเดอร์ เรดดี้” เพื่อเล่าเรื่องในพื้นที่ใหม่ ณ สนามหญ้าหลังศาลาสำราญย์มุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดย The Head เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ THE SCULPTURE AT CENTRALWORLD ที่รับมอบจากหอการค้าอินเดีย-ไทย เมื่อปี 2010 เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 62 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-อินเดีย

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2823853

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

5 พ.ย. 2567 17:30 น.

เที่ยวสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หนึ่งเดียวในไทยกับประเพณีจุดไฟตูมกา จ.ยโสธร

ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยววัฒนธรรมโบราณ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันเอกลักษณ์ที่เป็นมรดกภูมิปัญญาของจังหวัดยโสธร หนึ่งเดียวในประเทศไทย กับ “ประเพณีจุดไฟตูมกา”

ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดเอกลักษณ์จากทางภาคอีสานของประเทศไทยที่ไม่เหมือนใคร อย่าง “งานประเพณีจุดไฟตูมกา” จ.ยโสธร งานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในโลกที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง วัฒนธรรม และความสนุกแบบไม่ซ้ำจำเจที่อยากชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสความตื่นตาตื่นใจในวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2567 นี้ ณ หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร

ประเพณีจุดไฟตูมกา จากข้อมูลของเว็บไซต์มรดกภูมิปัญญาของชาติ กล่าวไว้ว่า งานประเพณีนี้ คือ งานประเพณีออกพรรษายโสธร ประเพณีที่ชาวบ้านทุ่งแต้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในวันออกพรรษา ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธประวัติที่กล่าวว่า “ในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ตรัสรู้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเทศนาโปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษาและได้เสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ในวันออกพรรษา ดังนั้น ในวันออกพรรษาชาวบ้านทุ่งแต้จึงได้เตรียมสิ่งของเพื่อนำมาถวายเป็นพุทธบูชา ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน มานข้าว (ข้าวที่กำลังตั้งท้อง) ไฟตูมกาที่ชาวบ้านเปรียบเหมือนดอกไม้ที่สูงค่า”

ความพิเศษของประเพณีจุดไฟตูมกา คือ การนำผลไม้ท้องถิ่นอย่างผลตูมกา ผลไม้ป่าลักษณะคล้ายส้ม เปลือกบางและโปร่งแสง นำมาปอกขูดเอาเปลือกสีเขียวออก คว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างในออก ใช้มีดปลายแหลมแกะลวดลายให้สวยงามตามต้องการ จากนั้นนำเทียนมาวางข้างใน สำหรับจุดไฟเพื่อนำไปแขวนถวายเป็นพุทธบูชา แสงไฟที่ลอดออกมาตามช่องลายที่แกะสลัก เกิดการเรืองแสงสวยงาม ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธจะเชื่อว่า ไฟที่ส่องแสงออกมานั้นจะเปรียบดังแสงสว่างส่องทางสู่ปัญญา

นอกจากนี้ ประเพณีจุดไฟตูมกา เป็นงานประเพณีระดับจังหวัดของยโสธร โดยมีการจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร ในช่วงวันออกพรรษา ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การประกวดต้นไฟตูม การสาธิตการทำไฟตูมกา การประกวดสิ่งประดิษฐ์จากไฟตูมกา การฟ้อนไฟตูมกา การจุดไฟตูมกา เพื่อเป็นพุทธบูชา เป็นต้น

โดยปีนี้มีการนำเสนอบรรยากาศโดยรอบให้เต็มไปด้วยสีสันอย่างมีชีวิตชีวากับบรรยากาศย้อนยุคสุดคลาสสิก พร้อมทั้งร้านอาหารพื้นบ้าน และร้านอาหารขึ้นชื่ออร่อย ๆ อีกมากมาย นักท่องเที่ยวท่านใดที่กำลังหาประสบการณ์งานเทศกาลประเพณีดี ๆ และแปลกใหม่ ประเพณีจุดไฟตูมกา จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตคนภาคอีสานอย่างแท้จริง

ข้อมูล : NATIONAL ASSEMBLY LIBRARY OF THAILAND