คู่รักสายบุญ นุ่น-ต๊อด ควงกันทำบุญปีที่ 10 ทอดกฐินบุญใหญ่ยอดพุ่งร่วม 90 ล้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2823682

คู่รักสายบุญ นุ่น-ต๊อด ควงกันทำบุญปีที่ 10 ทอดกฐินบุญใหญ่ยอดพุ่งร่วม 90 ล้าน

4 พ.ย. 2567 15:08 น.

คู่รักสายบุญ นุ่น-ต๊อด ควงกันทำบุญปีที่ 10 ทอดกฐินบุญใหญ่ยอดพุ่งร่วม 90 ล้าน

คู่บุญหนุนนำต้องยกให้กับคู่รักสายบุญ อย่างนางเอกสาวคนสวย นุ่น วรนุช ที่ควงสามีหนุ่มคนเก่ง ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ล่าสุด (3 พ.ย. 67) ไม่พลาด ควงคู่กันพาร่วมทำบุญทอดกฐินประจำปี 2567 ซึ่งทำต่อเนื่องกันมานานนับทศวรรษ ปีนี้เข้าปีที่ 10 แล้ว

ทั้งคู่จูงมือกันไปถึงภาคอีสานวัด พระธาตุหมื่นหิน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ รวมยอดเงินทำบุญกว่า 89,761,367.05 บาท ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

นอกจากจะทำกฐินบุญใหญ่แล้ว คู่รักสายบุญ “นุ่น & ต๊อด” ก็ยังเดินทางไปมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ และพัฒนาโรงเรียนด้านต่างๆ สามารถพัฒนาทักษะและศักยภาพของนักเรียนในทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ กีฬา การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ รวมถึงสุขอนามัยที่ดี

พร้อมทั้งยังให้ “สิงห์อาสา” สร้างลานกิจกรรมกีฬา และมอบอุปกรณ์กีฬาต่างๆ สื่อการเรียนการสอนและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น เพื่อเป็นการสานฝันให้น้องๆนักเรียน เริ่มโรงเรียนแรกที่ “โรงเรียนบ้านโพนนาดี อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์” อีกด้วย

รักที่มีบุญหนุนนำ…ยกให้คู่รักสายบุญ “นุ่น&ต๊อด” สร้างสะสมแต้มบุญกันมาเนิ่นนานก่อนใคร ชวนกันทำแต่สิ่งดีๆส่งผลให้ทั้งคู่ปังๆ ไอดอลเลย ขออนุโมทนาสาธุ….

แตแต มิสแกรนด์เมียนมา เละคาบ้าน สื่อพม่าลั่นไม่ควรได้สักตำแหน่ง

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2823652

แตแต มิสแกรนด์เมียนมา เละคาบ้าน สื่อพม่าลั่นไม่ควรได้สักตำแหน่ง

4 พ.ย. 2567 15:02 น.

แตแต มิสแกรนด์เมียนมา เละคาบ้าน สื่อพม่าลั่นไม่ควรได้สักตำแหน่ง

จากกรณีดราม่าบนเวที Miss Grand International 2024 ที่ ND เมียนมา ได้กระชากมงกุฎออกจากหัวของ แธ ซู เญียน หรือ แตแต มิสแกรนด์เมียนมา ที่ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2 พร้อมทั้งกระชากสายสะพายและอุ้มตัวกลับออกไป ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง 

และตัว แตแต มิสแกรนด์เมียนมา ก็ได้ออกมาประกาศกร้าวว่า ไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ เพราะเธอนั้นมาเพื่อเป็นที่ 1 ไม่ได้มาเป็นรองใคร และขอคืนมงกุฎพร้อมสายสะพาย ก่อนที่ทาง Miss Grand International 2024 ได้ออกมาประกาศปลด แตแต อย่างเป็นทางการ 

ซึ่งในเรื่องนี้ ทางเฟซบุ๊กเพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ โพสต์รายงานเกี่ยวกับสื่อของ เมียนมา ถึงนางงามคนดัง ระบุว่า “ทัวร์พม่า เริ่มจอด สื่อพม่าลงข่าว มิสแกรนด์พม่าที่น่าอับอายในระดับนานาชาติ สื่อพม่ายกความเห็นจากนานาชาติไปในทางเดียวกัน ประเด็นเธอตอบคำถามไม่ดี สปิริต การแสดงออกบนเวที มีแต่ร้องไห้ เธอไม่ควรได้ตำแหน่งเลยสักตำแหน่ง”

บุคคลในข่าว 5 พฤศจิกายน 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2823639

บุคคลในข่าว 5 พฤศจิกายน 2567

5 พ.ย. 2567 04:45 น.

บุคคลในข่าว 5 พฤศจิกายน 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพตอน “พระจักราวตาร” ในการนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) ถูกโฟกัสมากที่สุด ตลอดระยะเวลาการหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ และ คามาลา แฮร์ริส ที่ผ่านมา …มีคนติดตามนโยบายและวิสัยทัศน์คู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กว่า 100 ล้านคน ผลโพลสำรวจคะแนนนิยม ชี้ว่า คามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก พรรคเดโมแครต และ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจาก พรรครีพับลิกัน…ยังมีคะแนนนิยมสูสี ทั้งจาก ผลการสำรวจทั่วประเทศ และ รัฐสวิงสเตท…ให้ แฮร์ริส นำ ทรัมป์ ที่ 48% กับ 47% ห่างกันแค่ 1%

ช่วยผู้ป่วย – วิชัย ไชยมงคล เปิดการประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการ ขอให้หายดีเพื่อร่วมบูรณาการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงและครอบครัว โดยมี นพ.ปรีชา เปรมปรี และ พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

ทรัมป์นำแฮร์ริสในรัฐเนวาดา, เพนซิลเวเนียไม่ถึง 1% รัฐนอร์ทแคโร ไลนานำ 1% รัฐจอร์เจียนำ 2% และอริโซนา 3% ขณะที่ รอยเตอร์ ยังระบุ แฮร์ริส มีคะแนนนำ ทรัมป์ 12% ในกลุ่มผู้มีสิทธิ เลือกตั้งที่เป็นผู้หญิง ขณะที่ ทรัมป์ นำ แฮร์ริส อยู่ 7% ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นผู้ชาย เวลาเดียวกันกลุ่ม ฮิสแปนิก หรือ กลุ่มที่ใช้ภาษาสเปนในสหรัฐฯ ให้ แฮร์ริสได้คะแนนนิยม 50% ส่วนทรัมป์ได้ 38%…ในกลุ่มรัฐ Blue wall หรือ กลุ่มที่เคยลงคะแนนให้เดโมแครตประจำ ได้แก่ เพนซิลเวเนีย, มิชิแกน และวิสคอนซิน แฮร์ริส ได้รับเสียงการสนับสนุนจาก กลุ่มคนที่ไม่ใช่ผิวขาว มากขึ้นทำให้คะแนนนิยม แฮร์ริสสูงถึง 55% เมื่อเทียบกับทรัมป์ที่ได้แค่ 40% ส่วน กลุ่มนายทุนใหญ่ การหาเสียงของผู้สมัครทั้งสองคนยังออกโรงสนับสนุนกันดุเดือด

เมืองหิมะ – ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์, จงสุรางค์ พรมวัง และ อภิชาติ พูนตระกูลเกียรติ เปิดงาน “The World’s Great Celebration 2025 : อัญมณีแห่งอ่าวไทย” เพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาส ในบรรยากาศเมืองหิมะ โดยมี อำไพ หาญไกรวิไลย์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล มหาชัย วันก่อน.

อีลอน มัสก์ เจ้าของเทสลา บริจาคให้ทรัมป์ กว่า 120 ล้านดอลลาร์ สตีเฟน ชวาร์ซแมน ผู้ก่อตั้งแบล็กสโตน บริจาคให้รีพับลิกัน 39.7 ล้านดอลลาร์ บิล เกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ บริจาค 50 ล้านดอลลาร์ ให้กับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อสนับสนุนแฮร์ริส เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ไม่แสดงตัวว่าบริจาคให้ผู้สมัครรายใด แต่พบว่า พนักงานส่วนใหญ่บริจาคสนับสนุนแฮร์ริส บิล แอคแมน ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ สนับสนุนทรัมป์…วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีสหรัฐฯ ไม่เลือกข้างไหน แต่ พนักงานของเบิร์กเชียร์บริจาคให้แฮร์ริส

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเมตา ก็ประกาศวางตัวเป็นกลาง ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่สนับสนุนเดโมแครต…ทิม คุก เจ้าของแอปเปิล วางตัวเป็นกลาง และ พนักงานส่วนใหญ่บริจาคให้เดโมแครต เช่นกัน แม้นาทีนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าใครจะชนะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกัน และ ประชากรโลก ก็ยังมีความเชื่อว่า ทรัมป์ จะชนะเลือกตั้ง ไหนๆก็ไหนๆ มีการวิเคราะห์ตามมาว่า ถ้า ทรัมป์ กลับมาเป็น ผู้นำสหรัฐฯ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่

ให้รางวัล – เควินทร์ สิงห์สัจจเทศ มอบรางวัลให้ ปิยบุตร วลีเกียรติกุล ผู้ชนะการประกวดโครงการ “Jaspal Group Scholarship Program 2024” โดยมี เศรษฐพงศ์ เผ่าวัฒนา, ชนินทร์ ฝ่ายขันธ์ และ พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ มาร่วมงานด้วย ที่บริษัทยัสปาล วันก่อน.

โฟกัสไปที่ สภาทองคำโลก เปิดเผยความต้องการ ทองคำทั่วโลก ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5…ทำสถิติใหม่ความต้องการทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยเฉพาะ นักลงทุนฝั่งตะวันตก หันมาซื้อทองคำเพิ่มขึ้น เพื่อความมั่นใจทางธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้มีความมั่งคั่งสูง อันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ จาก ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นทั่วโลก ราคาทองคำในประเทศไทย กระโดดไปถึงบาทละประมาณ 45,000 บาท ที่ต้องจับตา อัตราความต้องการทองคำผู้บริโภคของประเทศไทย มี อัตราการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียนต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สอง…เพิ่มขึ้นถึง 11% หรือคิดเป็นปริมาณ 14.5 ตัน เป็นยุคที่คนไทยตื่นทอง เพราะกลัวว่าจะพลาดโอกาส ถ้าจะให้ตรงจุด โดยเฉพาะทองคำสำรองที่นับเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ

วิ่งชายหาด – ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เปิด “PATTAYA INTERNATIONAL BIKINI BEACH RACE 2024” ครั้งที่ 8 งานวิ่งริมชายหาดยิ่งใหญ่และเซ็กซี่ที่สุดในไทย โดยมี เตชวัศ กลิ่นภักดี มาร่วมงานด้วย ที่ชายหาดหน้าเซ็นทรัล พัทยา วันก่อน.

การเมืองที่อยู่ในช่วงการจุดชนวน ประเด็น MOU 2544 กลายเป็น เผือกร้อน และ เป็นของแสลงสำหรับรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร โดยเฉพาะ ที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ฝ่ายวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุ ได้ยินผ่านหูจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ว่า กัมพูชาก็สนใจเกาะกูด เช่นกัน อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ตัวจริงเสียงจริง พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. ให้สัมภาษณ์สื่อในช่วงที่ไปตรวจเยี่ยม หน่วยปฏิบัติการเกาะกูด พอดี “หน้าที่ของกองทัพเรือ คือการดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติ รัฐบาลไทยได้ประกาศเขตแดนเอาไว้แล้ว เมื่อปี 2516 เราจะดูแลพื้นที่ตามเขต แดนที่รัฐบาลประกาศไว้ ส่วนความคืบหน้าหรือข้อตกลงอะไรเป็นเรื่องของรัฐบาล เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ที่จะดูแลอธิปไตยของชาติและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้กับประชาชน ยืนยันความสัมพันธ์ ทั้งสองประเทศ พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนไม่มีความขัดแย้งใดๆ”…..จบข่าว

อย่าพลาด – สรรชาย นุ่มบุญนำ และ จิรบูลย์ วิทยสิงห์ แถลงข่าวการจัดงาน “Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2025” ระหว่าง 23-26 เม.ย.68 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.จิราภรณ์ วิริยะพงษากุล มาร่วมแถลงด้วย ที่บริษัทอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ วันก่อน.

สว.ยังร้อนๆหนาวๆ หลังจาก กกต.มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น สว. ของ สมชาย เล่งหลัก สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ม.82 วรรคสี่ และให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี จากข้อกล่าวหาทุจริตการ เลือกตั้ง คิวต่อไป พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.ที่ได้คะแนนสูงสุด ที่ประชุม กกต. รับคำร้อง ให้มีการตรวจสอบลักษณะต้องห้าม และวุฒิการ ศึกษา ยังมีคำร้องให้ การเลือก สว.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ อีกกระทอก ตราบใดที่ สว.สายสีน้ำเงินยังชี้เป็นชี้ตาย ตัดรากก็ต้องถอนโคน

สวยรับปีใหม่ – มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ จัดแคมเปญ “The Unlimited Beauty 2024” เชิญชวนมาอัปเลเวลความสวยรับปีใหม่ พร้อมสะสม-แลกพอยท์เดอะวันเป็นส่วนลด จัดถึง 31 ธ.ค. โดยมี อัญรัตน์ พรประกฤต และ พรวดี โรจน์รุ่งสัตย์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ใหญ่สุด – อกิฮิโร่ คาโมการิ จัดงานเปิด “มูจิ วัน แบงค็อก” คอนเซปต์สโตร์ใหญ่ที่สุดในไทย มอบประสบการณ์ช็อปปิ้งเต็มรูปแบบด้วยสินค้าและบริการครอบคลุมทุกหมวดหมู่ โดยมี วรวรรต ศรีสอ้าน, พลินี คงชาญศิริ, ไดชิ โยชิฮาระ และ พรรณรัตน์ โลวะกิจ มาร่วมงานด้วย ที่วัน แบงค็อก วันก่อน.
  • เกษตรทันสมัย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ จับมือ หัวเว่ย นำเทคโนโลยี Digital Power มาเป็นทางเลือกในการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย
  • แสดงความยินดีกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ที่นำ ปตท.รับรางวัล SET Awards ประจำปี 2024 จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนเจตนารมณ์ของ ปตท.ให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจแบบยั่งยืนในทุกมิติ
  • ฌาปนกิจศพ กานต์ ชูพินิจ ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน วันที่ 5 พ.ย. เวลา 16.00 น. (ทำบุญเลี้ยงพระที่ศาลา 15 เวลา 10.30 น.)


“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

อึ้ง หนุ่มจีนสร้างฮาเร็มลับ! มีเมีย 1 คนรักอีก 4 อยู่ละแวกเดียวกันแต่ไม่มีใครรู้

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823852

อึ้ง หนุ่มจีนสร้างฮาเร็มลับ! มีเมีย 1 คนรักอีก 4 อยู่ละแวกเดียวกันแต่ไม่มีใครรู้

5 พ.ย. 2567 15:16 น.

อึ้ง หนุ่มจีนสร้างฮาเร็มลับ! มีเมีย 1 คนรักอีก 4 อยู่ละแวกเดียวกันแต่ไม่มีใครรู้

กลายเป็นข่าวดังในโลกโซเชียล เมื่อหนุ่มจีนรายหนึ่ง ความลับแตก มีเมีย 1 คน และแอบคบคนรักอีก 4 คนพร้อมๆ กัน โดยทั้งหมดอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน แต่ไม่มีใครรู้ความจริงนานถึง 4 ปี

นับเป็นข่าวฮือฮาในโลกโซเชียลของจีนเป็นอย่างมาก เมื่อหนุ่มที่แต่งงานแล้วรายหนึ่งสามารถรักษาความสัมพันธ์กับผู้หญิงอีก 4 คนได้ ในขณะที่ตัวเองมีภรรยา และมีลูกแล้ว โดยผู้หญิงทุกคนอาศัยอยู่ในคอมเพล็กซ์ที่พักเดียวกัน โดยเขาเก็บความลับเรื่องนี้มานานกว่า 4 ปี โดยที่ผู้หญิงเหล่านี้ไม่เคยรู้ระแคะระคายเลยแม้แต่นิดเดียว

SCMP สำนักข่าวของฮ่องกง รายงานข่าวนี้โดยอ้างอิงจากรายงานของ Legal Daily ระบุว่าชายคนนี้มีนามสมมติว่า “เสี่ยวจุน” ไม่เปิดเผยอายุ มาจากมณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เขามาจากครอบครัวที่ยากจนและลาออกจากโรงเรียนมัธยม โดยแม่ของเขาทำงานเป็นพนักงานโรงอาบน้ำ และพ่อทำงานก่อสร้างแบบพาร์ทไทม์

อย่างไรก็ตาม เขาได้หลอกสร้างภาพว่าเป็นลูกคนรวยรุ่นที่สอง อ้างว่าพ่อแม่ของเขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมักจะซื้อของหรูของปลอมออนไลน์เป็นของขวัญให้ “เสี่ยวเจีย” จนเธอกลายมาเป็นภรรยาคนแรกของเขาได้สำเร็จ หลังจากที่เสี่ยวเจียตั้งครรภ์ พวกเขาก็จดทะเบียนสมรสกัน แต่ความลับไม่มีในโลก หลังจากที่เสี่ยวเจียรู้ถึงสถานะการเงินที่แท้จริงของเขา เธอตัดสินใจไม่หย่า แต่เลือกที่จะเลี้ยงลูกเองและไล่เขาออกจากบ้าน

เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากย้ายออก เสี่ยวจุนได้พบกับ “เสี่ยวหง” ผ่านเกมออนไลน์ และใช้กลวิธีคล้าย ๆ กันในการหลอกลวงจนเธอตายใจ เขาโน้มน้าวขอยืมเงินจากเธอจำนวน 140,000 หยวน หรือประมาณ 19,700 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอ้างว่าจะใช้สำหรับการปรับปรุงบ้านอนาคตของพวกเขา และได้ใช้เงินนี้เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของคนรวย โดยเขาเช่าแฟลตในอาคารเดียวกับภรรยาที่แยกกันอยู่และอาศัยอยู่กับเสี่ยวหงขณะที่เธอตั้งครรภ์

เท่านั้นยังไม่พอ แม้จะมีทั้งอดีตภรรยาและคนรักเก่า แต่เขาก็ยังหลอกลวงผู้หญิงอีก 3 คนในที่พักอาศัยเดียวกัน ทั้ง นักศึกษามหาวิทยาลัย “เสี่ยวหมิ่น” และ “เสี่ยวซิน” และพยาบาล “เสี่ยวหลาน” โดยเขาหลอกลวงเงินพวกเธอไป 15,000 หยวน 10,000 หยวน และ 8,000 หยวนตามลำดับ

จนกระทั่งในเดือนเมษายนปีที่แล้ว เมื่อเสี่ยวซินต้องการเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียนและขอให้เขาคืนเงิน 10,000 หยวน เสี่ยวจุนก็เช่ารถหรูเพื่อไปพบเธอและมอบถุงพลาสติกสีดำ โดยอ้างว่ามีเงิน 100,000 หยวนอยู่ในนั้น และบอกไม่ให้เธอเปิดถุงโดยบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ

หนึ่งเดือนต่อมา เมื่อรู้สึกว่าเสี่ยวจุนไม่ติดต่อกลับ เธอจึงเปิดถุงและพบว่ามีเพียงเงินปลอมที่ใช้ฝึกนับธนบัตรของธนาคารเท่านั้น เธอจึงตัดสินใจไปแจ้งตำรวจ จนจับกุมเสี่ยวจุนได้ หลังจากนั้นตำรวจจึงโทรแจ้ง ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาและเสี่ยวหงคนรักใหม่ ทำให้พวกเธอได้รู้ว่าพวกเธอมีสามีคนเดียวกัน

ล่าสุด ศาลประชาชนเขตเฟิงหม่าน เมืองจี๋หลินได้ตัดสินจำคุกเสี่ยวจุนเป็นเวลา 9 ปี 6 เดือน และปรับ 120,000 หยวนในข้อหาฉ้อโกง, มีภรรยาหลายคน, และลักทรัพย์ ยอดเงินที่เขาได้มาอย่างผิดกฎหมายรวม 280,000 หยวนถูกยึดและคืนให้แก่เหยื่อ

ซึ่งหลังจาก Legal Daily ได้รายงานข่าวเรื่องนี้ ก็ทำให้ชาวเน็ตในจีนต่างตกใจ และระบุว่า ขนาดบทละครน้ำเน่ายังไม่กล้าสร้างเรื่องราวขนาดนี้.

ที่มา : SCMP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อไหร่

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823777

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อไหร่

5 พ.ย. 2567 14:00 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : จะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อไหร่

  • ผลการเลือกตั้งในสหรัฐฯ 2024 บางครั้งประกาศภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากปิดหีบเลือกตั้ง หรืออาจจะรู้ผลวันถัดมา แต่การแข่งขันที่สูสีกันในปีนี้อาจทำให้ต้องรอนานขึ้น
  • ในกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องผลการเลือกตั้ง ผลสรุปอาจล่วงเลยถึงต้นเดือนธันวาคม อย่างในปี 2000 ระหว่างนายอัล กอร์ และนายจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่ต้องรอศาลสูงมีคำตัดสินให้ยุติการนับคะแนนใหม่

จะทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 เมื่อไหร่?

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบางครั้ง ผู้ชนะจะได้รับการประกาศในช่วงดึกของคืนวันเลือกตั้ง หรือในเช้าตรู่ของวันถัดไป อย่างไรก็ตาม การแข่งขันที่สูสีในหลายรัฐครั้งนี้อาจทำให้สื่อต้องรอนานขึ้นกว่าจะคาดการณ์ได้ว่าใครชนะ

คามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดี ต่างก็มีคะแนนสูสีกันมาหลายสัปดาห์
ชัยชนะที่เฉียดฉิวอาจนำไปสู่การนับคะแนนใหม่ได้ ตัวอย่างเช่น ในรัฐเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นรัฐสวิงสเตทสำคัญ จะต้องมีการนับคะแนนใหม่ทั่วทั้งรัฐ หากผลต่างคะแนนระหว่างผู้ชนะและผู้แพ้น้อยกว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์ เหมือนในปี 2020 ที่ผลต่างคะแนนอยู่ที่ประมาณ 1.1 เปอร์เซ็นต์

การฟ้องร้องทางกฎหมายก็เป็นเหตุปัจจัยทำให้การประกาศผลเลือกตั้งล่าช้าเช่นกัน ขณะนี้มีการยื่นฟ้องคดีมากกว่า 100 คดีก่อนการเลือกตั้งแล้ว รวมถึงการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการจัดการรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยพรรครีพับลิกัน

นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์อื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดความล่าช้าได้ เช่น เหตุความไม่สงบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในสถานที่ลงคะแนนเสียง

ในทางกลับกัน การนับคะแนนได้รับการเร่งให้เร็วขึ้นในบางพื้นที่ รวมถึงรัฐสำคัญอย่างมิชิแกน และคาดว่าจะมีการลงคะแนนทางไปรษณีย์น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วซึ่งเกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิดอย่างมาก

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอดีตประกาศในวันไหน?

การเลือกตั้งปี 2020 จัดขึ้นในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ยังไม่ประกาศว่าโจ ไบเดนเป็นผู้ชนะจนกระทั่งช่วงสายของวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน หลังจากผลในรัฐเพนซิลเวเนียชัดเจนมากขึ้น

ขณะที่ในการเลือกตั้งครั้งอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ รอผลไม่นานนัก โดยในปี 2016 เมื่อทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง เขาถูกประกาศเป็นผู้ชนะในเวลาไม่นานก่อน 03:00 น. ของวันถัดจากวันเลือกตั้ง ส่วนในปี 2012 เมื่อบารัค โอบามาชนะการเลือกตั้งดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ผลการเลือกตั้งของเขาถูกคาดการณ์ไว้ก่อนเที่ยงคืนของวันเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2000 ระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช และอัล กอร์ เป็นข้อยกเว้น โดยการเลือกตั้งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน แต่ทั้งสองฝ่ายต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดในรัฐฟลอริดา และการแข่งขันยังไม่ได้ข้อสรุปจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม เมื่อศาลสูงสหรัฐฯ ลงมติยุติกระบวนการนับคะแนนใหม่ในรัฐ ทำให้บุชยังคงเป็นผู้ชนะและได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีไปครอง

รัฐสำคัญที่ควรจับตาในการเลือกตั้งปี 2024 มีอะไรบ้าง?

ทั่วสหรัฐฯ จะเริ่มปิดหีบลงคะแนนตั้งแต่เวลา 18:00 น.ในคืนวันอังคาร และปิดหีบครั้งสุดท้ายในเวลา 01:00 น.เช้ามืดวันพุธ

การนับคะแนนในช่วงแรกอาจมีแนวโน้มไปทางพรรครีพับลิกันในบางรัฐ ซึ่งในปีที่ผ่าน ๆ มาถูกเรียกว่า “ภาพลวงตาสีแดง” (red mirage) เนื่องจากเขตที่มีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งน้อยจะนับคะแนนเสร็จก่อนขณะที่เมืองใหญ่ที่มักมีแนวโน้มเลือกพรรคเดโมแครต

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันครั้งนี้คาดว่าจะขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งจาก 7 รัฐสวิงสเตท ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีโอกาสที่แฮร์ริสหรือทรัมป์จะชนะ ได้แก่ แอริโซนา จอร์เจีย มิชิแกน เนวาดา นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน

19:00 น.ตามเวลาท้องถิ่น  จะเป็นเวลาปิดหีบในจอร์เจียและอีกห้ารัฐ รวมถึงบางส่วนในอีกสองรัฐ ช่วงเวลานี้ สถานีโทรทัศน์สหรัฐฯ อาจเริ่มคาดการณ์ผู้ชนะในรัฐที่แข่งขันน้อยกว่า เช่น เคนตักกี้
19:30 น.ตามเวลาท้องถิ่น จะเริ่มปิดหีบใน 3 รัฐ รวมถึงนอร์ทแคโรไลนา เมื่อเริ่มทราบผลจากนอร์ทแคโรไลนาและจอร์เจีย อาจเริ่มเห็นภาพว่าใครทำผลงานได้ดีกว่า แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแนวโน้มระดับชาติ
20:00 น.ตามเวลาท้องถิ่น จะปิดหีบในเพนซิลเวเนีย 15 รัฐอื่น ๆ และเขตโคลัมเบีย รวมถึงบางส่วนในมิชิแกนและอีก 4 รัฐ คาดว่าเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งจอร์เจียจะนับคะแนนได้ประมาณ 75% 
21:00 น.ตามเวลาท้องถิ่น  สิ้นสุดการลงคะแนนในแอริโซนา วิสคอนซิน และอีก 12 รัฐ รวมถึงปิดหีบที่เหลือในมิชิแกน มิชิแกนอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เริ่มนับคะแนนหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง แต่ไม่อนุญาตให้เปิดเผยผลจนกว่าจะปิดหีบ ขณะที่เพนซิลเวเนียและวิสคอนซินไม่อนุญาตให้นับคะแนนก่อนเริ่มการลงคะแนนที่คูหา ทำให้คาดว่าจะเกิดความล่าช้าในการรายงานผลจากรัฐเหล่านี้
22:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จะปิดหีบในเนวาดาและอีก 2 รัฐ รวมถึงบางส่วนในอีก 2 รัฐ การนับคะแนนในเนวาดาอาจใช้เวลาหลายวัน เนื่องจากรัฐอนุญาตให้นับคะแนนทางไปรษณีย์ได้หากส่งในวันเลือกตั้งและมาถึงไม่เกินวันที่ 9 พฤศจิกายน ซึ่งโดยปกติ บัตรเลือกตั้งที่ขาดและบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ รวมถึงคะแนนเสียงจากสมาชิกทหารและชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ มักจะเป็นคะแนนเสียงชุดสุดท้ายที่นับ

ขั้นตอนการนับคะแนนเป็นอย่างไร?

โดยปกติแล้ว คะแนนเสียงที่ลงในวันเลือกตั้งจะถูกนับก่อน ตามด้วยบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนล่วงหน้าและบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ จากนั้นเป็นบัตรเลือกตั้งที่มีปัญหาร้องเรียน และสุดท้ายคือบัตรเลือกตั้งจากต่างประเทศและทหาร

เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งในท้องถิ่นจะตรวจสอบ ประมวลผล และนับคะแนนเสียงแต่ละใบ โดยในกระบวนการตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง จะรวมถึงการเปรียบเทียบจำนวนคะแนนเสียงที่ลงกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังคงมีสถานะ การเอาบัตรเลือกตั้งออกมาเปิดออกและตรวจสอบแต่ละใบเพื่อหาการฉีกขาด รอยเปื้อน หรือความเสียหายอื่น ๆ และการบันทึกและตรวจสอบความไม่สอดคล้องกัน

จากนั้นจะเป็นการนับบัตรเลือกตั้ง โดยจะป้อนบัตรเลือกตั้งแต่ละใบลงในเครื่องสแกนไฟฟ้าที่จะนับผลคะแนนเสียง แต่บางสถานการณ์อาจต้องใช้การนับคะแนนด้วยมือหรือการตรวจสอบซ้ำ ซึ่งแต่ละรัฐและเขตจะมีข้อกำหนดที่เข้มงวดเกี่ยวกับว่าใครสามารถเข้าร่วมในการตรวจสอบ คะแนนเสียงจะถูกประมวลผลในลำดับใด และส่วนใดที่เปิดให้ประชาชนได้ดู รวมถึงวิธีการที่ผู้สังเกตการณ์จากพรรคการเมืองสามารถตรวจสอบและแทรกแซงการนับคะแนนเสียงได้

จะเกิดอะไรขึ้นหากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีถูกร้องเรียน?

เมื่อคะแนนเสียงที่ถูกต้องทั้งหมดถูกรวมอยู่ในผลสุดท้ายแล้ว กระบวนการที่เรียกว่าคณะผู้เลือกตั้ง (electoral college) จะเริ่มทำงาน ในแต่ละรัฐจะมีจำนวนคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งที่แตกต่างกันและคะแนนเหล่านี้คือการตัดสินว่าใครจะชนะตำแหน่งประธานาธิบดีในที่สุด

โดยทั่วไป รัฐจะมอบคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดให้กับผู้ที่ชนะคะแนนป๊อบปูลาร์โหวตจากประชาชน ซึ่งจะได้รับการยืนยันหลังจากการประชุมในวันที่ 17 ธันวาคม จากนั้นรัฐสภาสหรัฐฯ ใหม่จะประชุมในวันที่ 6 มกราคมเพื่อนับคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งและรับรองประธานาธิบดีคนใหม่

แต่บางครั้งก็เกิดปัญหาที่ผู้สมัครไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง อย่างในปี 2020 ทรัมป์ปฏิเสธที่จะยอมรับผลและได้เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนเดินขบวนไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ขณะที่รัฐสภากำลังประชุมเพื่อรับรองชัยชนะของไบเดน จนกลายเป็นเหตุจลาจลวุ่นวายในรัฐสภา แม้หลังจากการจลาจลถูกเคลียร์และสมาชิกสภาคองเกรสได้กลับมาประชุมอีกครั้ง แต่สมาชิกพรรครีพับลิกัน 147 คนได้ลงคะแนนเสียงเพื่อ พยายามทำให้ความพ่ายแพ้ของทรัมป์เป็นโมฆะ

การปฏิรูปการเลือกตั้งตั้งแต่ครั้งนั้น ได้ทำให้การคัดค้านผลการเลือกตั้งทำได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้รองประธานาธิบดีไม่มีอำนาจในการปฏิเสธคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งฝ่ายเดียวได้

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งคาดว่าความพยายามในการเลื่อนการรับรองผลการเลือกตั้งในปี 2024 อาจเกิดขึ้นที่ระดับท้องถิ่นและรัฐ เนื่องจากทรัมป์ และเจดี แวนซ์ ผู้สมัครชิงรองประธานาธิบดีของเขา เคยพูดเป็นนัยบ่อยครั้งว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากเขาแพ้

วันสาบานตนของประธานาธิบดีจะเป็นเมื่อใด?

ประธานาธิบดีที่ชนะการเลือกตั้งจะเริ่มต้นวาระในตำแหน่ง หลังจากการสาบานตนในวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2025 โดยครั้งนี้จะเป็นการสาบานตนครั้งที่ 60 ในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ
โดยในงานนี้ ประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องสาบานที่จะปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และจะรักษา ปกป้อง และพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างดีที่สุด ก่อนที่จะกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดีของสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา :BBC , CNN

ดาวเทียมทำจากไม้ดวงแรกของโลก ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823814

ดาวเทียมทำจากไม้ดวงแรกของโลก ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว

5 พ.ย. 2567 13:10 น.

ดาวเทียมทำจากไม้ดวงแรกของโลก ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว

ดาวเทียมที่ทำจากไม้ที่คิดค้นพัฒนาโดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศแล้วในวันนี้ ซึ่งนับเป็นการทดสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้ไม้ในภารกิจการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร

ดาวเทียม “ลิกโนแซท” (LignoSat) ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกียวโตและบริษัทแปรรูปไม้และรับสร้างบ้านซูมิโตโม ฟอเรสทรี ถูกส่งขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ ในภารกิจของสเปซเอ็กซ์แล้ว ก่อน จะถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรในอวกาศที่ระดับความสูง 400 กิโลเมตรจากพื้นโลก

ดาวเทียม “ลิกโนแซท” ดวงนี้ตั้งชื่อด้วยภาษาละติน ที่หมายถึง “ไม้” มีขนาดเพียงเท่าฝามือ และมีภารกิจในการทดสอบศักยภาพของวัสดุหมุนเวียนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ในขณะที่มนุษย์กำลังเร่งสำรวจแนวทางในการใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศ

นายทาคาโอะ โดอิ นักบินอวกาศที่เคยเดินทางไปกับยานขนส่งอวกาศและศึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมของมนุษย์ในอวกาศที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ระบุว่า ไม้เป็นวัสดุที่มนุษย์ผลิตได้เอง และสามารถนำไปใช้ในการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัยและที่ทำงานในอวกาศได้ตลอดไป

โดยคณะนักวิจัยมีแผนการในระยะเวลา 50 ปี ที่จะปลูกต้นไม้และสร้างบ้านจากไม้บนดวงจันทร์และดาวอังคาร ทีมของนายโดอิจึงตัดสินใจพัฒนาดาวเทียมไม้ ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งขาติของสหรัฐ หรือ นาซา เพื่อพิสูจน์ว่า ไม้เป็นวัสดุที่สามารถใช้ในอวกาศได้จริง

ขณะที่นาย โคจิ มุราตะ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ป่าไม้ของมหาวิทยาลัยเกียวโต กล่าวว่า เมื่อต้นทศวรรษหลังปี 1900 เครื่องบินยังทำมาจากไม้ได้ ดังนั้น ดาวเทียมที่ทำจากไม้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันโดยไม้ที่อยู่ในอวกาศจะมีความทนทานมากกว่าอยู่บนพื้นโลก เพราะอวกาศไม่มีน้ำหรือออกซิเจนที่จะทำให้ไม้เสื่อมสภาพหรือติดไฟ นอกจากนี้ ดาวเทียมไม้ยังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดการใช้งานของมันด้วย

นายโดอิ ยังระบุด้วยว่า ตามปกติแล้ว ดาวเทียมที่ถูกปลดประจำการจะตองกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการกลายเป็นขยะอวกาศ โดยดาวเทียมโลหะทั่วไปสร้างอนุภาคอลูมิเนียมออกไซด์ระหว่างการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ดาวเทียมที่ทำจากไม้จะถูกเผาไหม้หมดไปโดยมีมลพิษน้อยกว่าดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่ดาวเทียมโลหะอาจถูกห้ามในอนาคต หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าดาวเทียมไม้ดวงแรกนี้ทำงานได้

ทั้งนี้ “ลิกโนแซท” ทำจากไม้ โฮโนกิ จากต้นแมกโนเลียชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในญี่ปุ่นและถูกใช้ทำซองดาบในอดีต ซึ่งพบว่ามีความเหมาะสมกับการใช้งานในอวกาศ หลังมีการนำไปทดลองที่สถานีอวกาศนานาชาตินานถึง 10 เดือน โดยทีมนักวิจัยได้ใช้เทคนิคการสร้างตามแบบญี่ปุ่นโดยไม่ใช้กาวหรือตะปูเกลียวยึดแต่อย่างใด ซึ่งดาวเทียมไม้นี้จะโคจรอยู่รอบโลกเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อทดสอบดูความคงทนของไม้ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วในอวกาศซึ่งมีอุณหภูมิอยู่ที่ราว -100 ถึง 100 องศาเซลเซียสในทุกๆ 45 นาที.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ดาวเทียม

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ชาวอินเดียรวมตัวประกอบพิธีขอพร “คามาลา แฮร์ริส” คว้าชัยชนะ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823785

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ชาวอินเดียรวมตัวประกอบพิธีขอพร "คามาลา แฮร์ริส" คว้าชัยชนะ

5 พ.ย. 2567 11:31 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ชาวอินเดียรวมตัวประกอบพิธีขอพร “คามาลา แฮร์ริส” คว้าชัยชนะ

ชาวอินเดียในหมู่บ้านเล็กๆที่เป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษ “คามาลา แฮร์ริส” รวมตัวไปวัดเพื่อประกอบพิธียกไฟ ขอพรให้นางแฮร์ริสคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 เว็บไซต์ข่าว Times of India รายงานว่า ประชาชนจำนวนมากแห่ไปที่วัดฮินดูในหมู่บ้าน ธุลาเซนทราปุราม หมู่บ้านเล็กๆในรัฐทมิฬนาดู ทางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของบรรพบุรุษนางแฮร์ริส ได้ไปรวมตัวกันประกอบพิธียกไฟ (Yajna) เพื่อขอพรให้นางแฮร์ริสคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิอบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายน

สุเรช เรดดี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกองทุนเพื่อการศึกษาชยามาลา โกพาลัน องค์กรการกุศลของฮินดู กล่าวว่า นางแฮร์ริสจะคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งอย่างแน่นอน และชาวอินเดียกำลังร่วมทำพิธีบูชายกไฟ เพื่ออวยพรให้เธอคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ได้

ทั้งนี้ มารดาผู้ล่วงลับของนางแฮร์ริสเกิดที่อินเดีย ก่อนที่จะย้ายไปยังสหรัฐฯเมื่อตอนอายุ 19 ปี เพื่อเรียนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย จากนั้นเธอสมรสกับชายชาวจาเมกา และพวกเขาตั้งชื่อลูกสาวว่าคามาลา ซึ่งในเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่าดอกบัว

ขณะที่ในกรุงนิวเดลี กลุ่มนักบวชฮินดูได้ร่วมกันสวดภาวนา เพื่อให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผู้สมัครพรรครีพับลิกัน ได้รับชัยชนะ โดยสวามี เวดมูร์ตินันด์ สรัสวดี นักบวชฮินดูที่ไปร่วมพิธีกล่าวว่า เขากำลังภาวนาต่อเทพเจ้าให้ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียงมากกว่าที่เขาได้รับในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 และขอให้เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้.  

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : นับถอยหลังวันลงคะแนน โพลชี้ “แฮร์ริส-ทรัมป์” คะแนนสูสี มีโอกาสชนะทั้งคู่

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823755

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : นับถอยหลังวันลงคะแนน โพลชี้ "แฮร์ริส-ทรัมป์" คะแนนสูสี มีโอกาสชนะทั้งคู่

5 พ.ย. 2567 09:45 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : นับถอยหลังวันลงคะแนน โพลชี้ “แฮร์ริส-ทรัมป์” คะแนนสูสี มีโอกาสชนะทั้งคู่

ช่วง 24 ชั่วโมงก่อนที่ชาวอเมริกันจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งประธานาธิบดี “แฮร์ริส-ทรัมป์” สองผู้สมัครต่างหาเสียงอย่างดุเดือดในรัฐสมรภูมิ โน้มน้าวกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ขณะที่โพลล่าสุดชี้ว่าสองผู้สมัคร มีคะแนนสูสีกันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมีโอกาสชนะทั้งคู่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เหลือเวลาอีกเพียง 1 วันตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯจะเริ่มขึ้น รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน ต่างไปหาเสียงอย่างดุเดือดในรัฐสมรภูมิ เพื่อโน้มน้าวกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือก

โดยนางแฮร์ริส ตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้ไปหาเสียงเวทีสุดท้ายที่เมืองอัลเลนทาวน์ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิ กล่าวโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้เธอ พร้อมย้ำถึงการเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน โดยไม่เห็นเพื่อนร่วมชาติเป็นศัตรู

ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ปิดฉากแคมเปญหาเสียงที่รัฐนอร์ท แคโรไลนา หนึ่งในรัฐสมรภูมิเช่นกัน โดยทรัมป์พูดถึงประเด็นเรื่องผู้อพยพผิดกฎหมายอีกครั้ง ประกาศว่า หากได้รับการเลือกตั้ง เขาจะแจ้งต่อประธานาธิบดีคนใหม่ของเม็กซิโก ว่าหากยังไม่แก้ปัญหาผู้อพยพ อาชญากรรม และยาเสพติดทะลักเข้าสู่สหรัฐฯ เขาจะสั่งเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกเป็น 25%

ขณะที่โพลล่าสุดจัดทำโดยนิวยอร์กไทมส์ ร่วมกับเซียน่า ระบุว่า แฮร์ริสกับทรัมป์มีคะแนนสูสีกันที่ 48% ในรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้ง 19 คน ส่วนโพลระดับประเทศของ FiveThirtyEight ชี้ว่าแฮร์ริสมีคะแนนนำทรัมป์เพียง 1% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูสีมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อตัวเลขช่องว่างขยับแคบเข้ามาเรื่อยๆยิ่งทำให้ผู้สมัครสองฝ่ายมีโอกาสชนะทั้งคู่ 

นอกจากนี้ การจัดทำโพลแบบรายวันล่าสุดพบว่า แฮร์ริสมีคะแนนนำเพียงเล็กน้อยในมิชิแกนและวิสคอนซิน โดยมีคะแนนนำประมาณ 0.8% และ 0.6% ตามลำดับ ในทางกลับกัน ทรัมป์กำลังได้เปรียบในแอริโซนา ซึ่งขณะนี้เขามีคะแนนนำแฮร์ริส 2.5% ในนอร์ทแคโรไลนา และจอร์เจีย คะแนนนำของเขาอยู่ที่ประมาณ 1.5% นอกจากนี้ ทรัมป์ยังคงนำเนวาดาอยู่ 0.9% และนำห่างรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐสำคัญเพียง 0.3%.

“คริส มาร์ติน” นักร้องนำวง Coldplay ตกหลุมบนเวทีระหว่างแสดงคอนเสิร์ตในออสเตรเลีย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823758

"คริส มาร์ติน" นักร้องนำวง Coldplay ตกหลุมบนเวทีระหว่างแสดงคอนเสิร์ตในออสเตรเลีย (คลิป)

5 พ.ย. 2567 09:08 น.

“คริส มาร์ติน” นักร้องนำวง Coldplay ตกหลุมบนเวทีระหว่างแสดงคอนเสิร์ตในออสเตรเลีย (คลิป)

คริส มาร์ติน นักร้องนำวง Coldplay ก้าวพลาดตกหลุมบนเวที ในการแสดงคอนเสิร์ตที่ออสเตรเลียเมื่อคืนที่ผ่านมา โชคดีที่ทีมงานที่อยู่ด้านล่างรับตัวเอาไว้ได้ทัน เลยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

โลกโซเชียลต่างแชร์คลิปภาพอุบัติเหตุไม่คาดคิดในขณะที่คริส มาร์ติน นักร้องนำวง Coldplay กำลังพูดคุยกับบรรดาแฟนเพลงบนเวทีที่มาร์เวล สเตเดียมในนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะก้าวถอยหลังจนพลัดตกลงไปในประตูบนพื้นเวทีที่เปิดเอาไว้อยู่ เคราะห์ดีที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเวทีอยู่ตรงจุดดังกล่าวและช่วยรับตัวเขาเอาไว้ได้ ทำให้เขาไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงโดยเขาลุกขึ้นมาและเดินกลับขึ้นมาบนเวที โดยกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่รับตัวเขาไว้ พร้อมกล่าวติดตลกว่า อันนี้เขาไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดอุบัติเหตุ มาร์ตินก็ยังคงแสดงต่อจนจบ โดยการแสดงคอนเสิร์ตดังกล่าวเป็นการแสดงครั้งที่สี่และเป็นครั้งสุดท้ายในนครเมลเบิร์น ของการทัวร์คอนเสิร์ตระดับโลก Music of the Spheres ของวง Coldplay

มีรายงานว่าการแสดงครั้งแรกในเมลเบิร์น ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเช่นกัน เมื่อกาย เบอร์รีแมน มือเบสของวงไม่สามารถร่วมแสดงได้เนื่องจากอาการป่วย ซึ่งครั้งนั้น Coldplay ได้โพสต์บน Instagramว่า”คืนนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวง ที่แสดงโดยไม่มีสมาชิกทั้งสี่คนอยู่บนเวที โดยกายมีอาการป่วยกะทันหันก่อนการแสดง ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างเราจนผ่านมันมาได้”

โดยหลังจากนี้วง Coldplayมีกำหนดการแสดงที่ซิดนีย์อีก 4 วัน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองโอ๊คแลนด์ในประเทศนิวซีแลนด์ และจะปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ตด้วยการแสดง 10 รอบที่สนามกีฬาเวมบลีย์ในลอนดอน ในวันที่ 22 สิงหาคมปีหน้า

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุของมาร์ติน เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันกับนักร้อง โอลิเวีย โรดริโก ในการแสดงล่าสุดที่ Rod Laver Arena ในเมลเบิร์นมาแล้ว โดยเธอตกลงไปในหลุมอย่างกะทันหันขณะกำลังวิ่งอยู่บนเวที แต่เธอก็ใช้แขนของเธอพยุงตัวเอาไว้ได้.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ Coldplay

อีลอน มัสก์ เบี้ยวศาลอีก คดีแจกเงินล้าน ทนายยอมรับไม่ได้สุ่มแจกจริง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823744

อีลอน มัสก์ เบี้ยวศาลอีก คดีแจกเงินล้าน ทนายยอมรับไม่ได้สุ่มแจกจริง

5 พ.ย. 2567 05:45 น.

อีลอน มัสก์ เบี้ยวศาลอีก คดีแจกเงินล้าน ทนายยอมรับไม่ได้สุ่มแจกจริง

อีลอน มัสก์ ไม่ไปขึ้นศาลคดีแจกเงินล้านของเขาอีกครั้ง ขณะที่นายความของนายมัสก์ บอกกับศาลว่า พวกเขาไม่ได้เลือกผู้โชคดีแบบสุ่ม ซึ่งเป็นวิธีการที่อาจมีปัญหาทางกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีพันล้าน เจ้าของบริษัท เทสลา และสเปซเอ็กซ์ เจ้าของตำแหน่งชายผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ไม่ไปปรากฏตัวที่ศาลในรัฐเพนซิลเวเนียเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ในวันจันทร์ที่ 4 พ.ย. 2567 ในขณะที่ศาลกำลังพิจารณาดคีที่เขาประกาศแจกเงินให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวันละ 1 ล้านดอลลาร์ ว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

นับตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. อีลอน มัสก์ ให้สัญญาว่าจะสุ่มแจกเงิน 1 ล้านดอลลาร์ให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจาก 7 รัฐสวิงสเตท ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งแล้ว และลงนามในคำร้องสนับสนุนรัฐธรรมนูญบนเว็บไซต์องค์กรหาเสียงของเขา

อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า เป็นการละเมิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายรัฐบาลกลางระบุไว้ว่า การให้ค่าตอบแทนแก่ผู้คนด้วยความตั้งใจที่จะชักชวนให้พวกเขาไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง หรือให้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ถือเป็นความผิด มีโทษปรับเงินสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือจำคุกนานสุด 5 ปี

จนกระทั่งนาย แลร์รี คราสเนอร์ อัยการแขวงฟิลาเดลเฟีย ยื่นฟ้องร้องเพื่อขอให้ศาลสั่ง อีลอน มัสก์ หยุดการแจกเงิน โดยกล่าวหาว่านี่เป็นการมอบลอตเตอรี่ผิดกฎหมาย

นายมัสก์ไม่เข้าร่วมการพิจารณาดีครั้งที่ 1 เมื่อ 31 ต.ค. และในวันจันทร์ที่ 4 พ.ย.ก็ไม่มาอีก โดยนาย คริส โกเบอร์ ทนายความของเขาบอกกับผู้สื่อข่าวที่รออยู่หน้าศาลว่า ลูกความของเขาจะไม่ยอมถูกรังแก

ขณะที่ในศาล นายโกเบอร์กล่าวว่า ผู้ที่จะได้รับเงิน 1 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้ถูกเลือกแบบสุ่ม แต่จะเลือกจะผู้ที่จะเป็นโฆษกที่ดี ให้แก่ America PAC องค์กรที่นายมัสก์ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยนายทรัมป์หาเสียงโดยเฉพาะ สวนทางกับคำพูดของนายมัสก์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : bbc