‘ไอเดียดี ผลงานปัง การตลาดครบเครื่อง’ บันได 3 ขั้น สู่ความสำเร็จต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่สากลของสุดยอด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่

https://www.naewna.com/lady/838196

'ไอเดียดี ผลงานปัง การตลาดครบเครื่อง' บันได 3 ขั้น สู่ความสำเร็จต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่สากลของสุดยอด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่

‘ไอเดียดี ผลงานปัง การตลาดครบเครื่อง’ บันได 3 ขั้น สู่ความสำเร็จต่อยอดภูมิปัญญาไทยสู่สากลของสุดยอด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.04 น.

ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับการจัดกิจกรรมประกวดสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (New Gen 2024) ระดับประเทศ ตามโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านผ้าไทยและงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จัดขึ้นเพื่อเพิ่มทักษะและเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับเยาวชน ทั้งยังพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้สามารถเป็นผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP รุ่นใหม่ ที่จะสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรม ให้เป็นไปตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยมีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกผลงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้าสู่การประกวดฯ ระดับประเทศ จำนวน 24 ราย/ชิ้นงาน จากผู้เข้าประกวด 101 ราย/ชิ้นงาน

ในการจัดกิจกรรมการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ และพิธีมอบรางวัล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องแอมเบอร์ 2-3 อาคารศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน โดยมี นายไพโรจน์ โสภาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ รวมทั้งที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ผู้เชี่ยวชาญและทรงคุณวุฒิ จากหลากหลายสาขาวิชาชีพเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นักออกแบบ ดีไซเนอร์ผ้าไทยที่มีชื่อเสียง ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการตลาดมาร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน และร่วมให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการประกวดซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

นายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของกิจการ แบรนด์เธียเตอร์ (Theatre) เล่าถึงความน่าสนใจของกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมาพร้อมโจทย์ New Gen ว่า คณะกรรมการต้องการผลงานที่ครบเครื่องทั้งไอเดียที่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดผลงานคราฟที่อยู่ในเทรนด์ และให้ความสำคัญกับเรื่องของความยั่งยืน (Sustain) เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนเจนนี้

“เด็กๆ จะได้ฝึกตั้งแต่การทำมู้ด บอร์ด การพรีเซนต์ การลงมือทำชิ้นงานจริง ไปจนถึงการออกแบบแพคเกจจิ้ง การทำการตลาด การตั้งราคา คณะกรรมการต้องลงลึกไปตั้งแต่การทำมู้ด บอร์ด เพราะถ้าคอนเซปต์มาดี แต่สุดท้ายดีไซน์จริงออกมาให้กลมกล่อมไม่ได้เหมือนไอเดียที่ตั้งต้นไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนเรื่องของดีไซน์ ก็ต้องลงรายละเอียดทุกขั้นตอน จบงานให้เรียบร้อย มีการเลือกใช้ผ้าที่ถูกต้องเหมาะสมกับการนำไปใช้งาน และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การเติมเรื่องการทำแบรนดิ้ง การสร้างสตอรี่ให้สินค้ามีมูลค่า และการทำตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า”

นายศิริชัย ยังเสริมด้วยว่า ด้วยความที่โครงการนี้ มีผู้เข้าร่วมจากทุกภูมิภาค ทำให้เห็นความแตกต่างที่น่าสนใจว่า ในขณะที่เยาวชนในกรุงเทพฯ อาจจะมีความได้เปรียบเรื่องการเข้าถึงเทรนด์แฟชั่นและการเลือกใช้สี แต่เยาวชนที่กระจายอยู่ภูมิภาค จะโดดเด่นเรื่องความหลากหลายในการนำภูมิปัญญาหรือวัสดุในท้องถิ่นมาต่อยอดในการสร้างสรรค์ชิ้นงานให้น่าสนใจ ทำให้ผลงานที่มาร่วมแข่งขัน มีความหลากหลาย ตั้งแต่ เสื้อผ้า ผ้าผืน กระเป๋า ไปจนถึงเครื่องประดับ

ด้านนายธนาวุฒิ ธนสารวิมล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ TANDT ผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตั้งแต่การให้ความรู้เยาวชน ก่อนจะคัดเลือกจนเหลือเพียง 24 ทีมสุดท้าย เสริมว่า สิ่งที่ประทับใจคือ การได้เห็นเยาวชนไทยเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปต่อยอดและพัฒนาจนออกมาเป็นชิ้นงานเก๋ๆ ได้มากมาย จากตอนแรกที่บางคนมีไอเดีย แต่เอามาต่อยอดในเชิงการค้าไม่ได้ หรือ ทำออกมาได้ไม่สมบูรณ์ มาถึงวันนี้ หลายคนนำกลับไปพัฒนาจนนำเสนอผลงานออกมาได้น่าสนใจ​​นายธนาวุฒิ ยังกล่าวด้วยว่า จุดเด่นของโครงการนี้ คือ การเทรนนิ่งแบบครบเครื่อง นอกจากจะให้คนรุ่นใหม่มาสืบสานภูมิปัญญา ยังเปิดโอกาสให้ออกแบบชิ้นงานให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายมากๆ อย่างไรก็ตาม นอกจากความยากในการหาไอเดีย อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการจะต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้ไปในระดับสากลได้ต้องสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ผลงานตัวเอง “จะเห็นว่า สินค้าในแต่ละประเทศ แต่ละช็อป ล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้น ต่อให้จะเป็นของที่ผลิตจากหมู่บ้านเดียวกัน ภูมิปัญญาเดียวกัน ในฐานะเจ้าของผลงานก็ต้องพยายามสร้างซิกเนเจอร์ในชิ้นงานของตัวเอง​ รวมไปถึงการใช้ Story Telling เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ดังนั้นกิจกรรมนี้จึงตอบโจทย์ในการผลักดันให้เกิดทักษะและไอเดีย รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงมาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด”

ขณะที่นางสาวสุชาตา ช่วงศรี หรือโอปอล Miss Universe Thailand 2024 กล่าวว่า เพิ่งได้มีโอกาสมาสวมใส่ผ้าไทย หลังจากได้รับตำแหน่ง รู้สึกประทับใจในความสวยงามของผ้าไทย ที่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าหรือลวดลายล้วนมีรายละเอียดและความพิเศษมากมาย ดังนั้น จึงอยากนำเสน่ห์ของผ้าไทยไปสู่สายตาชาวโลก และเปลี่ยนค่านิยมที่หลายคนยังมองว่าผ้าไทยใส่ยาก คนใส่ต้องเป็นกลุ่มคนสูงวัย เพราะจริงๆ แล้ว ผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้ทุกวัย ในหลากหลายโอกาส

“วันนี้ พอได้เห็นผลงานของคนรุ่นใหม่ รู้สึกประทับใจมาก ได้เห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่ โอปอลเชื่อว่า ทุกคนแค่ต้องการพื้นที่ในการแสดงให้เห็นว่าทุกคนมีศักยภาพของตัวเอง โอปอลดีใจที่เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสนใจผ้าไทย และอยากจะสืบสาน โอปอลอยากเชิญชวนให้คนรุ่นใหม่ หันมาใช้ผ้าไทยเยอะๆ เพราะเดี๋ยวนี้ผ้าไทยมีตัวเลือกเยอะมาก อยากใส่เป็นเดรสหวานๆ หรือ ลุคเท่ๆ ก็มิกซ์แอนด์แมตช์ได้สนุก มีคัตติ้งหลายแบบ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่เคยลอง อยากให้ลองเปิดใจ​ เทคนิคง่ายๆ คือ ให้ลองหาแบบที่ชอบหรือสีที่ชอบ ไม่ต้องเริ่มจากใส่แบบโททัลลุคก็ได้ อาจจะเริ่มจากการมิกซ์แอนด์แมตซ์บางชิ้น”

ในส่วนของเยาวชนที่ได้ร่วมกิจกรรม นายวรายุทธ สมปาน เจ้าของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าจากเส้นใยขวดน้ำพลาสติก ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากกิจกรรมประกวดสุดยอดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (New Gen 2024) กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะผลักดันเรื่องการออกแบบสิ่งทอเหลือใช้จากพลาสติกชุมชน จึงตั้งใจนำนวัตกรรม Upcycling ในการแปรรูปขวดพลาสติกมาเป็นเส้นใย เพื่อสร้างสรรค์เป็นผลงาน จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าจากเส้นใยขวดน้ำพลาสติกที่รักษ์โลก ตั้งแต่วัสดุไปจนถึงกระบวนการผลิต เพราะใช้วิธีย้อมสีเส้นทอแบบไม่ใช้น้ำ และตัดเย็บเสื้อผ้าโดยให้เหลือเศษผ้าที่เป็นขยะน้อยที่สุด โดยนำเศษไม้ที่เหลือมาทำเป็นลวดลาย กุ๊นบนเสื้อ ที่คล้ายกับหนอนชาเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้านเกิด

“การได้มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ตอนแรกผมไม่ได้หวังว่าจะได้รางวัล ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวความรู้กลับไป ซึ่งบทเรียนสำคัญที่ผมได้ และคิดว่าจะนำไปต่อยอดคือ การทำแบรนด์ ต้องคิดถึงผู้บริโภค ที่ซื้อไปแล้วใช้งานได้จริง คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย ดังนั้น เวลาจะผลิตสินค้าอะไรก็ตาม ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า คนซื้อจะชอบของเราไหม สินค้าของเราจะเจาะกลุ่มไหน ซึ่งวันนี้ ผมได้คำตอบแล้วว่า ผมอยากกลับไปปั้นแบรนด์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ารักษ์โลก ที่มองหาไอเท็มที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน พร้อมกับชูนวัตกรรมที่แก้ปัญหาชุมชน เพื่อพัฒนาแบรนด์ไทยให้ไปในตลาดโลก”

-(016)

‘ชีวจิต’ มอบรางวัล ‘ชีวจิต Awards 2024’ รางวัลเชิดชูเกียรติ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มุ่งสู่สังคมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

https://www.naewna.com/lady/838192

'ชีวจิต' มอบรางวัล 'ชีวจิต Awards 2024' รางวัลเชิดชูเกียรติ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มุ่งสู่สังคมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

‘ชีวจิต’ มอบรางวัล ‘ชีวจิต Awards 2024’ รางวัลเชิดชูเกียรติ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มุ่งสู่สังคมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 16.36 น.

“ชีวจิต” นิตยสารและสื่อออนไลน์เพื่อคนรักสุขภาพในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ยืนหนึ่งผู้นำเทรนด์ด้านสุขภาพ ทำตามง่าย ได้ผลจริง จัดงานมอบรางวัล “ชีวจิต AWARDS 2024” งานประกาศรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติแก่บุคลากร องค์กร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการบริการที่มีคุณภาพ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้น เป็นสังคมสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ ภายในงานไม่เพียงได้รับเกียรติจากตัวแทนจากแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้านสุขภาพ และแขกผู้มีเกียรติรับรางวัล รวมถึงเหล่าคณะกรรมการ อาทิ คุณผกา เส็งพานิช กูรูอาหารชีวจิตของเมืองไทย  ผศ.ดร. เอกราช บำรุงพืชน์ นักวิจัยและนักโภชนบำบัด  คุณนุ่น สินิทธา Health Coach  และ ร.อ. นพ. สุรชา ลีลายุทธการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย มาร่วมงานแล้ว ยังมีมุมจัดแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้รับรางวัล ในรูปแบบ Hall of Fame อันทรงเกียรติ ที่บริเวณโซน “อยู่ดี by ชีวจิต” มุมเพื่อคนรักสุขภาพในงานบ้านและสวนแฟร์ Living Festival 2024 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 – 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วาสนา พลายเล็ก บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต กล่าวว่า “งานมอบรางวัล ‘ชีวจิต Awards 2024’ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 6 เพื่อเชิดชูเกียรติให้แก่บุคลากร องค์กร ผลิตภัณฑ์ต่างๆ และการบริการ รวมถึงเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล และยังสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคที่รักและใส่ใจดูแลสุขภาพ จากการโหวตโดยมหาชน และคัดเลือกตัดสินโดย กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต เพื่อสนับสนุนและสร้างสังคมสุขภาพให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ไม่เพียงดูแลสุขภาพกายและใจเท่านั้น และยังหมายรวมถึงสุขภาพคนในสังคม สิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงเป็นนิยามของการมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืนแบบองค์รวม”

ไม่เพียงเท่านี้ บรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต ยังได้เผยถึงทิศทางชีวจิตในปี 2025 ว่า เพื่อตอกย้ำการเป็นสื่อที่รอบรู้เรื่องสุขภาพ พร้อมแนวทางธรรมชาติที่เชื่อถือได้ ทำตามง่าย ได้ผลจริง ชีวจิตเตรียมนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมาถ่ายทอดในแง่มุมต่างๆ ที่เข้มข้นและเจาะลึกมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยยังเอาใจนักอ่านที่ชอบอ่านสาระความรู้ผ่านรูปเล่มนิตยสารชีวจิต ที่จะมีการปรับเนื้อหา ดีไซน์ เพื่อดึงดูดชวนให้อ่าน โดยยังคงอัดแน่นด้วยสาระความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ เช่นเดียวกับรูปเล่มที่จะมีการเปลี่ยนเนื้อกระดาษเพื่อการอ่านที่สบายสายตา และการวางแผงที่หน้าร้านหนังสือจะเปลี่ยนเป็นราย 2 เดือน โดยสามารถติดตามได้ที่ร้านหนังสือนายอินทร์และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.naiin.com เพื่อไม่ให้พลาดสาระความรู้ดีๆ เรื่องการดูแลสุขภาพ  

ทั้งนี้ในส่วนของออนไลน์ www.cheewajit.com และ Facebook นิตยสารชีวจิตที่มีผู้ติดตามร่วม 600,000 คน มีการวางแผนจะนำเสนอการดูแลสุขภาพในธีมต่างๆ ในแต่ละเดือน พร้อมทั้งจะนำคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจจากการอ่านของผู้ติดตาม มานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่จะเจาะลึกในรายละเอียดต่างๆ รวมถึงแง่มุมการดูแลสุขภาพในหลากมิติ

ไม่เพียงเท่านี้ในส่วนของการจัดกิจกรรมโรดโชว์ อย่าง Happy Life ที่จัดมาแล้วหลายซีซั่น กิจกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ เอาใจสายเฮลธ์ตี้ด้วยสาระจัดเต็มจากทีมแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ และกูรูด้านสุขภาพ ในปี 2025 ยังคงเดินหน้ากระจายความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพไปสู่คนเมือง ชุมชน โดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศ พ่อบ้านแม่บ้าน หรือผู้สูงวัย ในย่านสำนักงาน หมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม เพื่อเปิดประสบการณ์การดูแลสุขภาพให้ถึงที่

รวมทั้งการออกร้านที่งานบ้านและสวนแฟร์ กับโซน “อยู่ดี by ชีวจิต” คอมมูนิตี้ที่ทำขึ้นเพื่อคนรักและใส่ใจในสุขภาพได้มาพบปะกัน โดยในโซนนี้จะมีทั้งการออกร้านจำหน่ายอาหารหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงมุมผ่อนคลายเพื่อการดูแลตัวเองในวิถีแบบชีวจิต  โดยสามารถพบกับ “อยู่ดี by ชีวจิต” ได้ปีละ 3 ครั้ง ได้แก่ งานบ้านและสวน Select, งานบ้านและสวน Midyear และงานบ้านและสวน Living Festival

ซึ่งทั้งหมดนี้คือหลักการชีวจิตในปี 2025 ตอกย้ำจุดยืนในการทำงานของชีวจิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ต้องการสร้าง Wellbeing Society หรือการเป็นสถาบันสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมสุขภาพที่ดีให้คนไทย

ภายในงาน “ชีวจิต Awards 2024” ได้มีการมอบรางวัลให้แก่บุคลากรและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 50 รางวัล     แบ่งรางวัลเป็น 3 ประเภท ได้แก่   

  • Cheewajit’s Choice รางวัลที่มอบให้แก่เกษตรกร  เจ้าของผลิตภัณฑ์ องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำรงชีวิตเพื่อสร้างสุขภาพแข็งแรงของคนในสังคม ที่ได้รับการยกย่องและคัดเลือกโดยผู้บริหารและทีมบรรณาธิการชีวจิต แบ่งเป็น 3 สาขา ได้แก่ บุคคล Influencer, องค์กร Organization และฟาร์ม Farm
  • Guru’s Pick ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ Organic ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองจากหน่วยงานในประเทศและระดับสากล และ Natural ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ
  • Reader’s Vote การโหวตผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โดนใจโดยผู้ติดตามของแบรนด์ชีวจิต ผ่าน http://www.cheewajit.com มี 4 สาขา ได้แก่ Organic ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองจากหน่วยงานในประเทศและระดับสากล,   Natural ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ, Innovation ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ และ Wellness คลินิกดูแลฟื้นฟูสุขภาพ

ผลรางวัลชีวจิต Awards 2024 ทั้งหมด 3 ประเภท

ประเภทที่ 1 : Cheewajit’s Choice

รางวัล Cheewajit’s Choice : Influencer

  1. แพทย์แผนไทยณัฐพล วาสิกดิลก                                    สัปปายะ คลินิกการแพทย์แผนไทย
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์โสภา อ่อนโอภาส                  นายกสมาคมนักศิลปะบำบัด
  3. แพทย์หญิงอัญวีณ์ เกียรติอภิพงษ์                                  ผู้ก่อตั้ง Happy Chemo Club by Nutrepreme
  4. คุณธนาพร ตระกูลดิษฐ์                                                Mint Barefoot

รางวัล Cheewajit’s Choice : Organization

  1. เพลินไพรออร์แกนิก                                        เพื่อสุขภาพ สังคม และโลกที่ดีขึ้น
  2. Certainty                                                      บมจ.ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) มุ่งมั่นยกระดับ
    •  
  3. ART for CANCER by IREAL                           พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งอย่างยั่งยืน

รางวัล Cheewajit’s Choice : Farm

  1. สวนผักบ้านคุณตา Grandpa Urban Farm          บ้านพึ่งตนเอง & ศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักใจกลางเมือง
  2. ไร่รื่นรมย์                                                     อยู่อย่างรื่นรมย์ อยู่อย่างสุขภาพดีแบบมีสไตล์
  3. สุธีร์ ออร์แกนิก ฟาร์ม                                     เพราะเราเคารพและใส่ใจในทุกชีวิต

ประเภทที่ 2 : Guru’s Pick

รางวัล Guru’s Pick : ประเภท Organic หมวด Drink

  1. ชาไทยมรกต                                                 ชาอูหลงก้านอ่อน เบอร์ 17 ออร์แกนิก

รางวัล Guru’s Pick : ประเภท Natural หมวด Food

  1. ใจข้าว                                                          น้ำมันรำข้าวหอมมะลิ
  2. Vi Plus                                                        Vi Plus Direct Stick
  3. HappyMate TEMPEH                                     ผลิตภัณฑ์ HappyMate เทมเป้ 5 รสชาติ
  4. Verri                                                            Pineapple Cider Vinegar and Pineapple Vinegar Honey
  5. Leaf                                                                        Fruit Chips

รางวัล Guru’s Pick : ประเภท Natural หมวด Drink

  1. Antho-PLUS+                                               ชาข้าว Antho-PLUS+ มีแอนโทไซยานินจากสีข้าวเข้ม ต้านอนุมูลอิสระ
    •  
  2. Marta’s Ruby Kombucha                                เครื่องดื่มมาธาส์ รูบี้ คอมบูชา
  3. Phyto Plus                                                   โปรตีนพืชสกัดจากถั่วลันเตาสีทอง
  4. ชีวภัต                                                          ชา Secret Garden
  5. Choize                                                        อาหารคลีนรูปแบบขวด

รางวัล Guru’s Pick : ประเภท Natural หมวด Beauty

  1. YMAL                                                          YMAL Natural Hand Serum
  2. SANNY Expert                                              SANNY Poreaway Serum เซรั่มสร้างผิว

รางวัล Guru’s Pick : ประเภท Natural หมวด Consumer Products

  1. ไมรอท นาโนสเปรย์                                        Mirott Herb Spray สเปรย์สมุนไพรไมรอทนาโน บรรเทาอาการปวด
  2. Sabai arom สบายอารมณ์                                Aroma Mist & Hand Cream

ประเภทที่ 3 : Reader’s Vote

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Organic หมวด Food

  1. Hanada Organic Farm                                   แยมสตรอเบอร์รี่ออร์แกนิก

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Organic หมวด Drink

  1. ไร่รื่นรมย์                                                      เครื่องดื่มจิงจูฉ่ายผสมข้าวคั่ว
  2. La Chaya                                                     Organic Flowers & Fruits Tea

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Organic หมวด Beauty

  1. WADAGANIC & VEGAN                                Organic Sun Nano Extra Bright Sunscreen

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Organic หมวด Consumer Product

  1. Mamagreen                                                  สบู่เหลวว่านหางจระเข้

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Nutural หมวด Food

  1. HappyMate Peanut Butter                               ผลิตภัณฑ์ HappyMate Peanut Butter ครีมถั่วลิสง 4 รสชาติ
  2. ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม                           ข้าวกล้องสันป่าตอง
  3. Jiraporn                                                       กล้วยตาก 100% ชนิดแบน
  4. อิ่มใจ                                                           แยมผลไม้เพื่อสุขภาพ

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Nutural หมวด Drink

  1. POCHONG PLUS                                         โพชงพลัสเครื่องดื่มสมุนไพรและพฤกษชาติ 32 ชนิด
  2. Mind Konbucha                                            มายด์ คอมบูชะ จิมนีมา ใส่ใจสุขภาพเบาหวาน แบบไม่พึ่งสารเคมี
  3. KAY KAY                                                     KAY KAY VEGAFLEX

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Nutural หมวด Beauty

  1. PVIVE                                                         พี ไวว์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
  2. Colgate                                                       ยาสีฟัน คอลเกต โททอล พลัค รีลีส
  3. SANNY Expert                                              SANNY Anti – Hair Loss Tonic ปุ๋ยปลูกผม
  4. KHAOKHO TALAYPU                                                Natural Tammarind Body Scrub

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Nutural หมวด Consumer Products

  1. Lactacyd Thailand                                         ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น แลคตาซิด ไทยแลนด์
  2. Chula Dent                                                  Chula Dent Cooling Peppermint Toothpaste & Chula Dent

Ultradent Toothbrush

  1. Kindee                                                        Onion Drop Original & Goodnight Formula
  2. Chompinn                                                    Aroma Cooling Body Massade Oil

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Wellness

  1. Health Link Clinic                                          Non – Surgical Orthopedic Center

รางวัล Reader’s Vote: ประเภท Innovation

  1. INSOLAR by Belive                                       Healthier Choice สารสกัดธรรมชาติ
  2. Moon Lab Algae Z                                        Moon Lab Algae Z ผลิตจากสาหร่ายธรรมชาติ 100%
  3. Certainty Body Cleasing                                 เซอร์เทนตี้ สเปรย์ทำความสะอาดผิว นวัตกรรมด้านการดูแลผู้สูงอายุ
  4. Liv Radi by Livplus                                        ลิฟ เรดี ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแก้แฮงค์ บำรุงตับ

สามารถติดตามภาพบรรยากาศการมอบรางวัล “ชีวจิต Awards 2024” หรือติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพได้ที่ Website : www.cheewajit.com, Facebook : นิตยสารชีวจิต

4 สาวผู้บริหาร

4 สาวผู้บริหาร

รางวัล Guru Pick_Natural_Food

รางวัล Guru Pick_Natural_Food

รางวัล Guru Pick_Natural_Drink

รางวัล Guru Pick_Natural_Drink

รางวัล Guru Pick_Natural_Beauty

รางวัล Guru Pick_Natural_Beauty

รางวัล Guru Pick_Natural_Consumer Product

รางวัล Guru Pick_Natural_Consumer Product

รางวัล Reader Vote_Natural_Drink

รางวัล Reader Vote_Natural_Drink

รางวัล Reader Vote_Natural_Beauty

รางวัล Reader Vote_Natural_Beauty

รางวัล Reader Vote_Innovation

รางวัล Reader Vote_Innovation

บรรยากาศงานมอบรางวัล

บรรยากาศงานมอบรางวัล

บรรยากาศงานมอบรางวัล

บรรยากาศงานมอบรางวัล

บรรยากาศงานมอบรางวัล

บรรยากาศงานมอบรางวัล

ประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงานกาชาดประจำปี 2567

https://www.naewna.com/lady/838165

ประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงานกาชาดประจำปี 2567

ประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงานกาชาดประจำปี 2567

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.55 น.

วันที่ 28 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วย นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย จัดประชุมคณะกรรมการแผนกประชาสัมพันธ์งานกาชาดประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิว “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ณ สวนลุมพินี โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 22 ธันวาคม 2567 และ www.iredcross.org เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย

‘168 to be Design x อ.ช้าง’ จัดแคมเปญสุดพิเศษ ‘สาธุ99’ เปลี่ยนบ้านรับทรัพย์ ในงานบ้านและสวน

https://www.naewna.com/lady/838156

'168 to be Design x อ.ช้าง' จัดแคมเปญสุดพิเศษ ‘สาธุ99’ เปลี่ยนบ้านรับทรัพย์ ในงานบ้านและสวน

‘168 to be Design x อ.ช้าง’ จัดแคมเปญสุดพิเศษ ‘สาธุ99’ เปลี่ยนบ้านรับทรัพย์ ในงานบ้านและสวน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.27 น.

“168 to be design” บริษัทรับเหมาออกแบบตกแต่งภายในอันดับ1 ของประเทศไทย พร้อมรับรองมาตรฐานประกันคุณภาพด้วย ISO 9001 จับมือ “อ.ช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยชื่อดัง จัดแคมเปญสุดพิเศษแห่งปี “สาธุ99” เปลี่ยนบ้านรับทรัพย์ สำหรับลูกค้า 9 หลังแรก !!! ในงานบ้านและสวน ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บูธ L37 L38 L9 L10 อาคาร CHALLENGER 1-3 อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี

บริษัท 168 to be design ได้รับรางวัลการันตีมากมาย โดยในปี 2024 ชนะรางวัลอันดับ 1 ระดับเอเชีย ในงาน ASIA PACIFIC PROPERTY AWARDS 2024 , ชนะรางวัลอันดับ 1 ในงาน HKDA BRAND DESIGN AWARDS 2024 D เขตปกครองพิเศษฮ่องกง , ได้รับรางวัล สาขา INTERIOR DESIGN RESIDENTIAL 114 LONDON DESIGN AWARDS 2024 ณ ประเทศอังกฤษ และได้รับรางวัล HONORABLE MENTION สาขา INTERIOR DESIGN HOUSE & RESIDENTIAL ในงาน PARIS DESIGN AWARDS 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นรางวัลที่แสดงถึงศักยภาพการทำงาน และการยอมรับระดับนานาชาติ

คุณแบงค์-ฐิติพล เหลือรัก ผู้จัดการฝ่ายบริหารการขายและกลยุทธ์ บริษัท 168 to be design กล่าวว่า ‘ปีนี้ถือเป็นปีที่โดดเด่นมากๆ เพราะเป็นปีแรกของศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 ทาง 168 To Be Design จึงได้ร่วมกับอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา จัดแคมเปญ “สาธุ 99” คือการออกแบบตกแต่งภายในให้ดูดี มีความทันสมัย ตรงตามสไตล์ที่ลูกค้าชอบ พร้อมจัดบ้านให้ถูกต้องตามศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 เปลี่ยนบ้านที่แสนธรรมดา ให้กลายเป็นบ้านมหาเศรษฐี ดึงดูดโชคลาภ เสริมความเป็นสิริมงคล ที่ผ่านมาเราเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอยู่ตลอด ทั้งเรื่องการออกแบบตกแต่งภายในบ้านหรู ระดับ HI-END และถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยในแบบที่ลูกค้าต้องการ อยากให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่าบ้านของคุณจะเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่เหนือระดับมีความ Luxury และถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยยุค 9 แน่นอนครับ

‘และปีนี้ 168 To Be Design จัดหนักจัดเต็มให้กับลูกค้าที่ตกลงเซ็นสัญญาออกแบบตกแต่งภายใน 9 หลังแรก ในราคา 9 ล้านบาทขึ้นไป ท่านจะได้รับสิทธิพิเศษสุด Exclusive ได้รับคำแนะนำระดับ VVIP และอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา จะตามไปดูฮวงจุ้ยให้ถึงบ้าน ด้วยประสบการณ์ทำงานของเราที่มากกว่า 17 ปี เราจึงมีความเชี่ยวชาญทุกเรื่องเกี่ยวกับบ้าน ลูกค้าท่านใดที่สนใจออกแบบตกแต่งภายในให้มีคุณภาพระดับ HI-END พร้อมกับถูกต้องตรงตามหลักฮวงจุ้ยยุค 9 สามารถติดต่อสอบถามละเอียดได้ทุกช่องทางของ 168 To Be Design ครับ’

ทางด้าน อาจารย์ช้าง ทศพร กล่าวเสริมถึงความพิเศษของแคมเปญ “สาธุ99” ว่า ‘เป็นแคมเปญที่พิเศษแน่นอนครับ เพราะเป็นการออกแบบตกแต่งภายในตามศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ตกลงเซ็นสัญญาออกแบบตกแต่งภายใน 9 หลังแรก ท่านจะได้รับสิทธิสุด Exclusive รวมถึงคำแนะนำระดับ VVIP และผมอาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา จะตามไปดูฮวงจุ้ยถึงบ้านของท่านเลยครับ’

‘และปีนี้เป็นปีแรกของศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 ถือเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา หากได้รับการตกแต่งบ้านให้ตรงตามศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล ดึงดูดโชคลาภ เสริมการมีสุขภาพที่ดี รวมถึงเป็นการสร้างบรรยากาศให้บ้านร่มรื่น สวยงาม และน่าอยู่อาศัย การตกแต่งภายในให้ตรงตามตามศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 จะมีเรื่องของสีสัน รูปลักษณ์ ดวงดาว ธาตุ และทิศมงคลประจำยุคเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากได้รับการปรับฮวงจุ้ยบ้านให้ถูกต้องตรงตามศาสตร์ฮวงจุ้ยยุค 9 จากผมแล้ว ยังต้องอาศัยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญของทาง 168 To Be Design เพื่อดีไชน์ให้ตรงตามสไตล์ความต้องการ และตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าทุกท่าน โดยผมและ 168 To Be Desigก จะร่วมกันผสมสานให้เข้ากัน เพื่อให้บ้านของลูกค้าทุกท่านถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยยุค 9 และเพียบพร้อมไปด้วยคุณภาพระดับ HI-END เป็นบ้านหรู อยู่แล้วผ่อนคลาย ดึงดูดโชคลาภ เสริมความเป็นสิริมงคลและเสริมการมีสุขภาพที่ดีด้วยครับ’

‘ผมกับทางบริษัท 168 To Be Design ร่วมงานกันกันปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วครับ ที่ร่วมกันกันมายาวนานขนานนี้เนื่องจากผมประทับใจในมาตรฐานของทางบริษัทที่ได้รับการรับรองคุณภาพ 150 9001:2015 และการันตีด้วยรางวัลอันดับ 1 ระดับเอเชียมากมาย เป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพการทำงานของ 168 To Be Design ที่เพียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีผลงานอันยอดเยี่ยม รวมถึงทางบริษัทยังสามารถนำเรื่องศาสตร์ฮวงจุ้ยมาปรับใช้ในการออกแบบตกแต่งภายในให้มีความหรูหรา Luxury และถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยไปพร้อมๆ กันได้ด้วยครับ สำหรับลูกค้าท่านใดที่ต้องการออกแบบตกแต่งภายในให้ถูกต้องตรงตามหลักฮวงจุ้ยยุค 9 ไม่อยากให้พลาดกับแคมเปญสุดพิเศษอย่าง “สาธุ 99” ผมมั่นใจว่าบ้านทุกหลังที่ได้รับการปรับฮวงจุ้ยบ้านให้ตรงตามศาสตร์ยุค 9 จากผม และได้รับการออกแบบตกแต่งภายในจาก 168 To Be Design นอกจากจะทำให้บ้านของคุณร่มรื่นมีชีวิตชีวาแล้ว ยังช่วยเสริมความเจริญก้าวหน้าทางการงาน เสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้อาศัย เสริมการมีสุขภาพที่ดี และดึงดูดโชคลาภ เป็นบ้านมหาเศรษฐีอยู่แล้วร่ำรวย และที่สำคัญเราจะลบภาพจำของการจัดบ้านตามฮวงจุ้ยแบบเดิม ๆ ที่จะต้องเต็มไปด้วยวัตถุมงคล ให้กลายเป็นบ้านหรูมีความทันสมัย ระดับ HI-END และในปีหน้าผมกับ 168 To Be Design มีบิ๊กเซอร์ไพรส์อีกแน่นอน รอติดตามกันได้เลยครับ’

บริษัท 168 ทูบีดีไซน์ จำกัด (168 To Be Design) ตั้งใจรังสรรค์เพื่อส่งมอบความสมบูรณ์แบของที่พักอาศัยอย่างแท้จริงให้กับลูกค้า โดยเปิดให้บริการทุกวันเวลา 08:00 – 18:00 น. หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติม Fecebook : 168 To Be Design Interior and Construction รับออกแบบตกแต่งภายใน https://www.facebook.com/168To8eDesign , Website : http://www.168tobedesign.co.th , Line :@168tobedesign https://lin.ee/l5V6cG7 , IG : 168_to_be_design , Tiktok : 168tobedesign , Pinterest : 168tobedesign

-(016)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัวโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ‘สื่อ เตือน สติ’ หวังสร้างสื่อดีเตือนสติให้ประชาชน

https://www.naewna.com/lady/838154

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัวโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 'สื่อ เตือน สติ' หวังสร้างสื่อดีเตือนสติให้ประชาชน

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เปิดตัวโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ‘สื่อ เตือน สติ’ หวังสร้างสื่อดีเตือนสติให้ประชาชน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.21 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 “สื่อ เตือน สติ” โดยการจัดงานมหกรรมพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปีนี้ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ดำเนินการภายใต้แนวคิด “สื่อ เตือน สติ” หวังสร้างสื่อดีเตือนสติให้ประชาชน ณ The Quarter Ari by UHG กทม.

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงที่มาของการจัดงานพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 “สื่อ เตือน สติ” เพื่อให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล กองทุนพัฒนาสื่อฯ จึงได้สร้างสรรค์กิจกรรมทั้งในรูปแบบ On Ground Event และ On line Event สร้างพื้นที่ให้เป็นแหล่งข้อมูลสำหรับสื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา เผยแพร่ให้ประชาชนทั้งภายในและ ต่างประเทศเข้าถึงสื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย โดยการจัดงานพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “สื่อ เตือน สติ” เพราะถ้าทุกคนมีสติ ก็จะเข้าใจและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในรอบตัว สามารถจัดการกับตัวเองได้ว่าจะทำอย่างไร เช่นการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร อย่างมีสติ ก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง ข่าวปลอม ในขณะที่โลกเปลี่ยนเร็ว ถ้าเรามีวิธีคิดหรือหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาการเจริญปัญญาโดยการคิดแบบโยนิโสมนสิการ  ด้วยการพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วนและลึกซึ้ง นำหลักธรรมมาช่วยรับมือกับสิ่งที่รอบตัว เพราะหลักธรรมในพุทธศาสนาสามารถขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ สำหรับอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือการจัดประกวดคลิปสั้น “หนูได้ธรรม” ความยาวไม่เกิน 1.30 นาที หัวข้อการให้ข้อคิดธรรมะในชีวิตประจำวัน โดยเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ส่งผลงานชิงเงินรางวัลกว่า 90,000 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 16.00 น.

โดยการจัดงานรูปแบบ On Ground Event จะจัดขึ้นวันที่ 13-14 เดือนธันวาคม 2567 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการแบบผสมผสาน ฟังการเสวนาธรรมจากวิทยากรชื่อดัง และคลินิกสุขาใจรับปรึกษาปัญหาด้วยกระบวนการเชิงจิตวิทยาแนวพุทธ และการมอบรางวัลสำหรับ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ชนะการประกวดคลิปสั้น “หนูได้ธรรม” ตั้งแต่ 10.00 – 20.00น. ติดตามข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ http://www.thaimediafund.or.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

-(016)

‘AI Thailand Forum 2024’ เวทีรวมพลังครั้งใหญ่ รัฐ-เอกชน ปฏิวัติตลาด AI ไทย พลิกโฉมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/838150

'AI Thailand Forum 2024' เวทีรวมพลังครั้งใหญ่ รัฐ-เอกชน ปฏิวัติตลาด AI ไทย พลิกโฉมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

‘AI Thailand Forum 2024’ เวทีรวมพลังครั้งใหญ่ รัฐ-เอกชน ปฏิวัติตลาด AI ไทย พลิกโฉมสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.13 น.

มหกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย “AI Thailand Forum 2024” ภายใต้แนวคิด “Sustainable Growth with AI” ที่จะมุ่งเน้นการใช้ AI ในการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รวบรวมผู้เล่นหลักในตลาด AI ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย AI เรียกได้ว่างานนี้เป็นมากกว่าแค่เวทีสัมมนา แต่เป็นจุดเชื่อมโยงพลังของภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักนวัตกรรมทั่วประเทศ เพื่อผลักดัน AI ให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก น.ส.สุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) กสิกร บิซิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ซึ่งพร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ในภูมิภาค ณ สามย่านมิตรทาวน์ เมื่อเร็วๆ นี้ งานนี้ หัวใจสำคัญคือการบรรยาย-เสวนา ความรู้ด้านAI ภายใต้แนวคิด “Sustainable Growth with AI” โดยเน้นการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจหลัก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในอนาคต รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ไทยกลายเป็นฮับแห่งนวัตกรรม และมีการออกบูธ จากบริษัท และหน่วยงานชั้นนำ และการประกาศผลมอบรางวัล Super AI Engineer ที่พัฒนาบุคลากร AI ชั้นแนวหน้า เพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนานวัตกรรมของไทยในตลาดโลก พร้อมการจัดแสดงผลงานกว่า 32 โปรเจกต์ในงาน

ส่วนบรรยากาศในงานมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ พิธีมอบเหรียญรางวัล แก่ผู้สำเร็จโครงการพัฒนากำลังคนด้าน AI ที่จะเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมหลักของไทย ได้แก่ การแพทย์ พลังงาน การเงิน และอุตสาหกรรมดิจิทัล การแข่งขันนำเสนอแผนธุรกิจ Startup ด้าน AI จากไอเดียสู่ธุรกิจจริง อีกทั้งมีการจัดนิทรรศการเทคโนโลยี AI นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดจากบริษัทชั้นนำ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว

สำหรับ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาเชิงลึก ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการนำ AI มาปรับใช้ในธุรกิจและการพัฒนาประเทศไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีหัวข้อสำคัญคือ “Trustworthiness Day – Korea-Thailand TRAIN Workshop” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีและไทยมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ผ่านการบรรยายหลายหัวข้อ อาทิ มาตรฐาน AI โดยองค์กรรับรองจากบุคคลที่สาม การตรวจสอบความเอนเอียงของข้อมูล และการพัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ผู้เข้าร่วมจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปที่น่าสนใจมากมาย เช่น Workshop : AI-Powered Data Insights Course เรียนรู้การใช้ Generative AI เพื่อยกระดับการวิเคราะห์และการแปรผลข้อมูล ซึ่งช่วยให้ธุรกิจและงานของคุณมีโอกาสเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ คอร์สนี้จะเน้นการใช้ AI ในการเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์ และการสร้างข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่า จัดโดยสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

ต่อมา Workshop : Crafting Stories & Presentation with Generative AI สร้างเรื่องราวและการนำเสนอด้วย Generative AI ลดเวลาการเตรียมเนื้อหาและเอกสารสำหรับการนำเสนอของคุณด้วยพลังของ Generative AI เรียนรู้วิธีการใช้ AI ในการสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจและมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้คุณนำเสนอความคิดและข้อมูลของคุณอย่างมืออาชีพได้ในเวลาที่น้อยลง คอร์สนี้จะเน้นเทคนิคการเขียนคำสั่งสำหรับสร้างคอนเทนต์ พร้อมกับการนำคอนเทนต์นั้นมาจัดทำเอกสารการนำเสนอภายในเวลาเพียง 5 นาที! จัดโดยสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม AI Hunt ให้ผู้ที่สนใจความรู้เกี่ยวกับ AI ในด้านต่างๆ มาตามหาผีเสื้อ AI ของเราทั่วงาน แล้วสแกนรับความรู้ในเรื่องราวต่างๆ จากผีเสื้อน้อย จากนั้นนำความรู้ที่ได้มาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ชิงรางวัลคอร์สเรียนออนไลน์ มูลค่ารางวัลละ 9,000 บาท จาก AIEAT กว่า 100 รางวัล

งานนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการขับเคลื่อนตลาด AI ของไทย แต่ยังเป็นการวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีในภูมิภาค เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ในทุกภาคส่วน

#AITF2024 #AIเพื่อความยั่งยืน #AIไทยสู่เวทีโลก #AIพลิกโฉมอนาคต #AIเพื่อการเติบโต #AIไทยเพื่อทุกคน

-(016)

MSI ชวนเริ่มต้นการผจญภัย! ภาคต่อ ‘Diablo IV’ กับ MSI gaming laptops

https://www.naewna.com/lady/838145

MSI ชวนเริ่มต้นการผจญภัย! ภาคต่อ 'Diablo IV' กับ MSI gaming laptops

MSI ชวนเริ่มต้นการผจญภัย! ภาคต่อ ‘Diablo IV’ กับ MSI gaming laptops

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 13.50 น.

MSI พาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Diablo® IV: Vessel of Hatred™ ผู้ที่สนใจซื้อสินค้า MSI ที่ร่วมรายการ รับไปเลย Vessel of Hatred ภาคเสริมจาก Diablo® IV

MSI ยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับผู้พัฒนาและผู้นำซอฟต์แวร์ด้านความบันเทิงอย่าง Blizzard Entertainment® สำหรับภาคเสริมใหม่ของ Diablo® IV ที่มีชื่อว่า Vessel of Hatred™ โดยมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ MSI โดยมีสิทธิ์แลกรับเกมเนื้อเรื่องหลักอย่าง Diablo IV และภาคเสริม Vessel of Hatred ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 ถึง 31 ธันวาคม 2024

เริ่มต้นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นในภาคต่อของ Diablo IV และเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมายจากภาคเสริมนี้ด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ MSI โดยผู้เล่นนักผจญภัยทั้งหลายสามารถสำรวจพื้นที่ป่า Nahantu พร้อมกับคลาสใหม่ที่หลากหลายอย่างSpiritborn และเฟ้นหาทหารรับจ้างใหม่เพื่อเข้าร่วมในการเดินทางค้นหา Neryelle และเปิดเผยแผนการชั่วร้ายของ Mephisto

สัมผัสประสบการณ์ Diablo IV: Vessel of Hatred กับ MSI gaming laptops.

โดย*ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 ถึง 31 ธันวาคม 2024 รับไปเลยสำรับตัวเกม Diablo IV: Vessel of Hatred และภาคเสริมพร้อมกัน เมื่อซื้อแล็ปท็อปเกมมิ่งของ MSI ที่ใช้โปรเซสเซอร์ดังต่อไปนี้ (โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra / โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ HX-series (รุ่นที่ 14) / โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen™ AI 300 Series) และ NVIDIA® GeForce RTX™ 4070 Laptop GPU ขึ้นไป*

สามารถคลิกลิงก์ด้านล่างเยี่ยมชมโปรโมชั่นของ Diablo IV: Vessel of Hatred x MSI หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม* https://msi.gm/SF2F44CA , MSI: https://www.msi.com , MSI YouTube: https://www.youtube.com/user/MSIGamingGlobal, MSI Facebook: https://www.facebook.com/MSIGaming , MSI Instagram: https://www.instagram.com/MSIGaming , MSI Twitter: https://twitter.com/MSITweets

สมัครรับข่าวสาร RSS ของ MSI ได้ที่ https://www.msi.com/rss เพื่อรับข่าวสารและข้อมูลผลิตภัณฑ์แบบเรียลไทม์

© 2024 Blizzard Entertainment, Inc. Diablo, Vessel of Hatred และ Blizzard Entertainment เป็นเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Blizzard Entertainment, Inc. ในสหรัฐอเมริกา และหรือประเทศอื่นๆ

-(016)

พร้อมแล้ว!งานสุดยิ่งใหญ่’ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัลครั้งที่6′

https://www.naewna.com/lady/838129

พร้อมแล้ว!งานสุดยิ่งใหญ่'ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัลครั้งที่6'

พร้อมแล้ว!งานสุดยิ่งใหญ่’ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัลครั้งที่6′

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 12.48 น.

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมจัดงาน “ศิริราช @บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6” (จัดจ้านในย่านนี้) ภายใต้แนวคิด “สามัญประจำย่าน” ย่านดียืนหนึ่งยาวนานกว่า 136 ปี งานเฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ที่รวมเอาทุกความสนุกมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนเขตบางกอกน้อย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างบรรยากาศแห่งความสุขร่วมกัน

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เผยว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เล็งเห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมุ่งเน้นที่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จึงจัดงานศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6 จัดจ้านในย่านนี้ขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุขภายในองค์กร เปิดโอกาสให้บุคลากรได้ผ่อนคลายและสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขร่วมกัน (Happy Workplace) ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนบางกอกน้อยและภาคีเครือข่าย อีกทั้งยังมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม กระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความมีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลิตภัณฑ์ของดีบางกอกน้อยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น ขันลงหินบ้านบุ แสตนเลสบ้านบุคอลเลคชั่น  มะตูมเชื่อม ข้าวเม่าหมี่ ศักดิ์ปรีชาเซรามิค หัตถกรรมเบญจรงค์ไทย ผ้าเขียนลาย (ผ้าใยกัญชง) น้ำมันสมุนไพรไทย สินค้า OTOP จากเขตบางกอกน้อย และร้านค้าจากชุมชนเขตบางกอกน้อย อีกทั้งส่งเสริมกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารถคัดแยกขยะได้อย่างถูกต้อง ร้านค้าภายในงานกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี ซึ่งนำไปสู่นโยบายสาธารณะ ตามหลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด สามัญประจำย่าน มาจากยาสามัญประจำบ้านที่ประชาชนควรซื้อไว้ดูแลตัวเอง แต่บ้านของเรามีขนาดใหญ่และมีหลายชีวิตที่จะต้องดูแล คงต้องเรียกว่าย่าน ซึ่งย่านบางกอกน้อยได้ดูแลกันมายาวนานกว่า 136 ปี แสดงถึงความจัดจ้านในการดูแลสุขภาพกายและใจ เป็น ความห่วงใย หรือ CARE โดยมาจาก Contribution & Caring ความห่วงใยที่มีให้กัน อยากให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ด้วยการดูแลรักษาโลก (Reduce, Reuse, Recycle, Responsibility) เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ในเรื่องของ Sustainability และ Edutainment ใช้ความบันเทิงเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้ โดยได้รับความร่วมมือจาก ชุมชนบางกอกน้อย พร้อมทั้งผู้สนับสนุนอีกมากมาย ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด บจก.แสงชัย อีควิพเม้นท์ จำกัด บริษัท สยามราชธานี จำกัด(มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) โรงพยาบาลธนบุรี ธนาคารกสิกรไทย บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท กรีนสปอต จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีที เมดิซิน จำกัด และบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

ศ.พญ.นันทกร ทองแตง รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและองค์กรสัมพันธ์ กล่าวว่า การจัดงาน ศิริราช@บางกอกน้อยเฟสติวัล ครั้งที่ 6 มาในธีม จัดจ้านในย่านนี้ เพราะอยากให้ทุกท่านได้เพิ่มสีสันให้ชีวิต หลุดจากอะไรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ และมีความสุขขึ้น จึงได้รวบรวมกิจกรรมสุดพิเศษให้ร่วมสนุกกันแบบจุใจ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์สร้างสีสันและความสนุกอย่างมากมายถึง 4 ย่านด้วยกัน ได้แก่

oย่าน..แห่งความสุข ณ บริเวณอุทยานสถานพิมุข ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ Getsunova, Scarlett, เบล วริศรา, อิงกฤต The Voice และ เพียว The Voice และเปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาแพทย์และนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีสากล ดนตรีคลาสสิค คอรัสประสานเสียง วงดนตรีไทย และเต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงขับร้องจากคณะนักร้องประสานเสียงศิริราชอาวุโส ซึ่งมีศาสตราจารย์เกียรติคุณแพทย์หญิง ชูศรี พิศลยบุตร เป็นผู้อำนวยการวง และ อาจารย์ศรินทร์ จินตนเสรี เป็นผู้อำนวยการดนตรี รวมถึงนิทรรศการแสดงสินค้าชุมชน“ของดีบางกอกน้อย” รวมถึงนิทรรศการแสดงสินค้าชุมชน “ของดีบางกอกน้อย” ณ บริเวณนี้ด้วย พร้อมเกมสนุก ๆ และมีของรางวัลมากมาย

oย่าน..สนุก ณ บริเวณลานสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พื้นที่จัดแสดงศิลปะ วัฒนธรรมพื้นถิ่น หัวข้อ “บางกอกน้อยของฉัน My Kind of Bangkok Noi”ของสโมสรนักศึกษาแพทย์ ที่ผู้สร้างสรรค์งานภาพถ่ายได้ถ่ายทอดมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีต่อพื้นที่ “บางกอกน้อย” พื้นที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความงดงามและหลากหลายผ่านเลนส์กล้องของตนเอง

ณ บริเวณหอประชุมราชแพทยาลัย เป็นพื้นที่การแสดงผลงานของสโมสรนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในหัวข้อ “Bangkok Noi past present and future : บางกอกน้อย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ที่ผู้สร้างสรรค์ได้สะท้อนมุมมองผ่านศิลปะและการถ่ายภาพในมิติที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกอดีตที่หอมหวาน การสะท้อนปัจจุบันที่ท้าทาย หรือการวาดฝันถึงอนาคตที่รุ่งเรืองในแบบที่สมดุลกับธรรมชาติ วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนของบางกอกน้อย

มีงานศิลปะที่ได้รับความร่วมมือจากคุณวิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ เจ้าของผลงานศิลปะจากขยะ ที่มีลายเซ็นเป็นผลงานจากสิ่งของเหลือใช้ ที่รังสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อเคลื่อนไหวและสร้างความตระหนักให้กับสังคม รวมถึงบูธฉายานิติกร ให้ทุกคนได้ถ่ายภาพกับฉากสวยๆ โดยคิดค่าบริการเพียงแค่ 99 บาท รวมค่าพิมพ์ภาพ แถมไฟล์ให้ไปดาวน์โหลดได้ฟรี สนับสนุนโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน)

พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช ณ ตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ให้ความรู้ทั้งเชิงลึกทางวิชาการแพทย์และพัฒนาการจัดแสดงให้เหมาะสมกับปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน ณ ตึกกายวิภาคศาสตร์ มีอวัยวะมากกว่า 2,000 ชิ้น เพื่อการเรียนรู้วิชากายวิภาคศาสตร์ เริ่มเก็บรวบรวมโดย ศ.เอ็ดการ์ เดวิดสัน คองดอน ความพิเศษทางพิพิธภัณฑ์ เปิดให้เข้าชมช่วง เวลา 17.00 – 19.00 น. สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ทาง Facebook Siriraj Museum

oย่าน..อร่อย เทศกาลอาหารของอร่อย เอาใจสายกินด้วยการรวมร้านค้าชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้สนับสนุนภายในงาน รวมถึงสินค้าของใช้ มากกว่า 100 ร้าน ทั้ง 4 โซน ณ ตึกชัยนาทนเรนทรานุสรณ์ตึกวิบุลลักสม์ ตึกอำนวยการ หอประชุมแพทยาลัย และอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

oย่าน..นี้ดี นิทรรศการรักษ์โลก ณ โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ และการบริหารจัดการคัดแยกขยะ ภายในงานมีการจัดเตรียมถังขยะรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตื่นตัวเรื่องการจัดการขยะและการบำบัดน้ำเสียอย่างถูกวิธีกันมากขึ้น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้และความเข้าใจความเข้าใจเกี่ยวกับขยะประเภทต่างๆ และการทิ้ง/คัดแยกให้ถูกวิธี ณ บริเวณอุทยานสถานพิมุข บริเวณหอประชุมราชแพทยาลัย และหลังตึกอำนวยการ

โดยในงานจะมี Passport ขั้นตอนง่ายๆ เพียงแวะไปชมบูธต่างๆ ในงาน สะสมคะแนน ให้ประทับตราเพื่อลุ้นรับของที่ระลึกฟรี เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตบางกอกน้อย บุคลากรและนักศึกษาของคณะฯ รวมถึงประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ได้สัมผัสบรรยากาศที่สนุกและผ่อนคลายไปด้วยกัน

มาร่วมกันสร้างประสบการณ์ดี ๆ ในงาน “ศิริราช @ บางกอกน้อยเฟสติวัล” ครั้งที่ 6 (จัดจ้านในย่านนี้) ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 07.00 –19.00 น. ณ อุทยานสถานพิมุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อย่าลืมแต่งกายสีสันสดใส จัดจ้านกันให้เต็มที่ และมาสนุกด้วยกัน

MIdS CMU จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 1 ปี ‘วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ’ ม.เชียงใหม่

https://www.naewna.com/local/838224

MIdS CMU จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 1 ปี  ‘วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ’ ม.เชียงใหม่

MIdS CMU จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 1 ปี ‘วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ’ ม.เชียงใหม่

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ (Multidiscip linary and Interdisciplinary School : MIdS) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 1 ปี MIdS ณ อาคารวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวแสดงความยินดี และร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) พร้อมด้วยนายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อภิชาต โสภาแดง คณบดีวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ และวัตถุประสงค์ของการจัดงานให้ครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์บทบาท ภารกิจ หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยฯ แก่คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สร้างการรับรู้แก่สาธารณชน สร้างอัตลักษณ์ ภาพลักษณ์ที่ดี ให้แก่วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มากยิ่งขึ้น

โดยกิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย พิธีทำบุญเนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 1 ปี และงานเปิดตัว MIdS (Open House) และพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ (MIdS) และ เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ จำนวน8 หน่วยงาน ได้แก่ 1.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมกิจกรรม Carbon Credit ระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ จังหวัดเชียงใหม่,3.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สภาเภสัชกรรม, 4.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง บริษัท เน็ต ไบร์ท จำกัด และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 5.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง บริษัท เออาร์ไอที จำกัด กับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 6.บันทึกข้อตกลงเรื่อง การบริหารจัดการหลักสูตร/โปรแกรม Oversea Ayurveda ระหว่าง สถานกงสุลอินเดีย ศูนย์อินเดียศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ The Art of Living คณะเภสัชศาสตร์ และ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ, 7.บันทึกข้อตกลง เรื่อง การบริหารจัดการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาการสอนภาษาจีนร่วมสมัย ระหว่าง คณะศึกษาศาสตร์คณะมนุษยศาสตร์ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี สถาบันขงจื่อ และ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ, 8.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ โครงการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะ เพื่ออนาคต (UPSKILL/RESKILL) ประจำปี 2567 ระหว่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ

ภายในงานมีการมอบรางวัลให้กับส่วนงานที่ร่วมบริหารจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรพหุวิทยาการและสหวิทยาการ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการบรรยายพิเศษในหัวข้อThailand’s development and circular values for all โดย คุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต กรรมการอำนวยการและที่ปรึกษาสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการกิจกรรม Open House ของแต่ละสาขาวิชา

ซึ่งวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งหมด6 สาขาวิชา ได้แก่ 1.สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์(Program in Forensic Science), 2.สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา (Program in Sports Science), 3.สาขาวิชาการสอนภาษาจีนร่วมสมัย (Program in Contemporary Chinese Language Teaching), 4.สาขาวิชาสุขภาพจิต (หลักสูตรนานาชาติ) (Program in MentalHealth) (International program), 5.สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ (Program inBiotechnology)

และ 6.สาขาวิชาบูรณาการศาสตร์ (Program in Integrated Science) ซึ่งสาขานี้มี 9 กลุ่ม เรียนรู้และงานวิจัยให้ได้เลือกเรียน ได้แก่ การสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication) บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Blockchain AI and Cyber Security) ภูมิทัศน์เมืองยั่งยืน (Sustainable Urban Landscape) การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Management) การจัดการความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (The Management of Carbon
Neutrality and Net Zero GHG Emissions) นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Tech Innovation) การจัดการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมชุมชน (Man and Community Environment Management) เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์กำลังสูงสำหรับประยุกต์ใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า (High Power Semiconductor Technology for EV Applications) และสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาในอนาคต (Multidisciplinary Studies for Future Development)

ม.วลัยลักษณ์มาแรง! คะแนนอันดับโลกเพิ่มขึ้น

https://www.naewna.com/local/838222

ม.วลัยลักษณ์มาแรง! คะแนนอันดับโลกเพิ่มขึ้น

ม.วลัยลักษณ์มาแรง! คะแนนอันดับโลกเพิ่มขึ้น

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ประสบความสำเร็จในการเข้ารับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกปี 2025 สามารถทำคะแนนเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ครองอันดับ 6 ของไทย อันดับ 1201+ของโลก ขณะที่คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าอันดับ 1001+ เพียง 1 คะแนน คาดจะได้รับการจัดอันดับเป็น 1001+ ของโลกได้ในปีต่อไป

โดยเมื่อเร็วๆ นี้สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยของโลกชื่อดัง Times Higher Education ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก World University Rankings 2025 ผ่านเว็บไซต์ https://www.timeshighereducation.com ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อยู่ในอันดับที่ 1201+ของโลก จากมหาวิทยาลัยกว่า 26,000 แห่งทั่วโลก และเป็นอันดับ 6 ของประเทศ โดยเฉพาะคะแนนทางด้านคุณภาพการวิจัยมีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจาก 35.5 เป็น 51.7 คะแนน อยู่ในอันดับ 5 จากมหาวิทยาลัยไทย 20 แห่งที่ผ่านเงื่อนไขและได้รับการจัดอันดับ

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของม.วลัยลักษณ์ มุ่งมั่นทำงานกันอย่างหนัก ทำให้โดยภาพรวมในมิติต่างๆ มหาวิทยาลัยมีคะแนนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะด้านการวิจัยปัจจุบันมีสัดส่วนการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร Scopus Q1 และ Q2 สูงที่สุดในประเทศ สะท้อนถึงพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดในแง่ของคุณภาพการวิจัย

ที่สำคัญปัจจุบันมีการนำมาตรฐานวิชาชีพสากล UKPSF จากประเทศอังกฤษมาใช้สำหรับการเรียนการสอน เพื่อให้นักศึกษามีทักษะในการคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ได้ และมีอาจารย์ผู้สอนมืออาชีพที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 700 คนมากที่สุดในประเทศไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้สามารถไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 6 ของประเทศไทยได้ดังกล่าว

“ภายในปี 2570 ตั้งเป้าให้ติดอันดับ TOP5 ของประเทศ อันดับ 1001-1200 ของโลกให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้มีนักเรียนและผู้ปกครองเชื่อมั่นในคุณภาพและศักยภาพและสนใจสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มากขึ้น” ศ.ดร.สมบัติ กล่าว

ทั้งนี้การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของไทม์ในปีนี้ประเมินจากตัวชี้วัด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพการวิจัย (Research Quality) 30%, ด้านการเรียนการสอน (Teaching) 29.5%,
ด้านสภาพแวดล้อมการวิจัย (Research Environment) 29%, ด้านความเป็นนานาชาติ (International Outlook) 7.5% และด้านอุตสาหกรรม (Industry) 4%