‘เพิ่มพูน’ กำชับ สช.ดูแลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนด้วยความโปร่งใส

https://www.naewna.com/local/838225

‘เพิ่มพูน’ กำชับ สช.ดูแลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนด้วยความโปร่งใส

‘เพิ่มพูน’ กำชับ สช.ดูแลการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนด้วยความโปร่งใส

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่5/2567 ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่าด้วยการวินิจฉัยการร้องทุกข์ และการคุ้มครองการทำงาน พ.ศ…. ซึ่งเป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน มาตรา 86 ซึ่งกำหนดให้ สช.ต้องออกระเบียบดังกล่าว ซึ่งจะเป็นกฎหมายที่กระทรวงเร่งรัด เนื่องจากเป็นกฎหมายที่ต้องออกตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน ซึ่งยังไม่เสร็จจึงต้องไปขอ ครม.ขยาย จะออกได้ไม่เกินวันที่ 26 พ.ย.นี้ ซึ่งวันนี้ที่ประชุมก็ได้เห็นชอบ เมื่อเสร็จแล้วสช.จะนำเสนอให้ รมว.ศธ.ลงนามและประกาศใช้ต่อไป

นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการ กช. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องเพื่อทราบ 4 เรื่อง อาทิ การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่ง สช.ได้นำนโยบายเรียนดีมีความสุข ของ รมว.ศธ.ไปดำเนินการ โดยทำเป็นจุดเน้นและทำเป็นโครงการ รวมถึงการลดภาระครู

ภาระนักเรียน ในส่วนของการลดภาระครูที่สำคัญๆ โดย สช.จะมีการประเมินวิทยฐานะของครูเอกชนที่เทียบเท่าเพื่อจะให้ครูเอกชนไปขอ A :License หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูงได้ ส่วนการลดภาระนักเรียน ก็จะขับเคลื่อนเรื่องการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA ตามนโยบาย รมว.ศธ. และเรื่องการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการมีงานทำ และได้มีการพัฒนาด้านวิชาการในหลายๆ เรื่องให้กับโรงเรียนเอกชน

เลขาธิการ กช. กล่าวด้วยว่า สช.ได้รายงานผลการประชุมกำหนดมาตรการและแนวทางการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา สช.ได้เชิญ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กลุ่มตรวจสอบภายใน กระทรวงศึกษาธิการ(ตสน.ศธ.) และสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.สช.) มาร่วมหารือกันในประเด็นที่เป็นข่าวเกิดขึ้นเกี่ยวกับเงินอุดหนุนรั่วไหล

“ซึ่ง รมว.ศธ.ได้กำชับในเรื่องของการดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน ว่าให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส และได้มีข้อสั่งการว่าไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในกระทรวงฯ ซึ่งสช.ก็จะพยายามดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแล และในอนาคตจะดูเรื่องการแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง และวางมาตรการต่างๆ ให้โรงเรียนเอกชนสร้างความรับผิดชอบในส่วนของการตรวจสอบเงินอุดหนุนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นอีก” เลขาธิการ กช. กล่าว

นายมณฑล กล่าวอีกว่า สช.ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบ ถึงการดำเนินงานของ สช.ในการออกประกาศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง รายชื่อศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2567 จำนวน 2,036 แห่ง ซึ่งศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)
ดังกล่าวนี้ ได้รับโอนมาจากกระทรวงมหาดไทย ในปี 2548 และปี 2550 เมื่อรับโอนมาแล้วสช.ได้มีการสำรวจและประกาศออกมาว่าเป็นศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดความสบายใจในการไปช่วยเหลือสนับสนุน และฝ่ายความมั่นคงก็จะได้ทราบว่า ศูนย์ตาดีกามีกี่แห่ง โดยศูนย์ตาดีกาเหล่านี้ ก็จะต้องไปจัดทำรายละเอียดกิจการโรงเรียนเหมือนกับโรงเรียนนอกระบบ แล้วส่งข้อมูลมาเก็บไว้ที่ศูนย์ทะเบียนกลางของ สช.

‘บอร์ด กพฐ.’ เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรใหม่ ปีการศึกษา 2568

https://www.naewna.com/local/838226

‘บอร์ด กพฐ.’ เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรใหม่ ปีการศึกษา 2568

‘บอร์ด กพฐ.’ เดินหน้ายกเครื่องหลักสูตรใหม่ ปีการศึกษา 2568

วันพุธ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) จัดการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วาระพิเศษ โดยมี ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) รวมถึงผู้บริหารสำนักต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของ สพฐ. เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธาน กพฐ. กล่าวว่า วันนี้ กพฐ. ได้หารือร่วมกันว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ให้เด็กและเยาวชนมีสมรรถนะทัดเทียมนานาชาติ เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21 โดยสิ่งที่พิจารณาในวันนี้ เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการพัฒนาผู้เรียน คือเรื่องหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคณะกรรมการมีข้อสรุปว่า ให้มีการพัฒนาหลักสูตรใหม่ โดยในเบื้องต้นจะใช้ชื่อว่า “หลักสูตรพัฒนาสมรรถนะตามช่วงวัย” เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก (ร่าง) กรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเดิม ซึ่งเป็นกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ได้ยกร่างไว้ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ ในครั้งนี้ กพฐ. ได้มอบหมายคณะทำงาน สพฐ. ให้นำร่างกรอบหลักสูตรดังกล่าวมาพัฒนาต่อยอดและให้นำสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัลหรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI มาใช้ในการพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ไม่สร้างภาระให้แก่ครู

“สำหรับการนำหลักสูตรใหม่ไปใช้จัดการเรียนการสอนในโรงเรียน ทาง กพฐ. ได้พิจารณาว่าจะเริ่มใช้หลักสูตรใหม่นี้ในปีการศึกษา 2568 ในสถานศึกษาที่มีความพร้อมและสมัครใจ โดยใช้ในระดับปฐมวัยและระดับประถมศึกษาตอนต้นก่อน และมีแผนขยายผลการใช้ให้ครอบคลุมระดับประถมศึกษาตอนปลายและระดับมัธยมศึกษาต่อไป ในปีการศึกษา 2569 นอกจากนี้ ได้มอบหมาย คณะทำงาน สพฐ. จัดทำแผนการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมถึงการจัดเก็บบันทึกผลการดำเนินงานต่างๆ เพื่อเสนอ กพฐ. ในการประชุมครั้ง
ถัดไป” ประธาน กพฐ. กล่าว

ทั้งนี้ กพฐ. ได้มอบแนวทางและให้หลักการของหลักสูตรใหม่ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ที่ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำให้เป็นการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime คือ ให้หลักสูตรใหม่มุ่งพัฒนาสมรรถนะตามพัฒนาการของผู้เรียน 5 ช่วงวัย ดังนี้ 1.ระดับปฐมวัย มีพัฒนาการสมวัย, 2.ประถมศึกษาตอนต้น มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี, 3.ประถมศึกษาตอนปลาย มีพื้นฐานการดำเนินชีวิตที่ดี, 4.มัธยมศึกษาตอนต้น ค้นพบความสนใจ ความชอบและความถนัด และ 5.มัธยมศึกษาตอนปลาย เส้นทางสู่อาชีพ

รวมถึง การจัดโครงสร้างเวลาเรียนที่ยืดหยุ่นตามบริบทหรือความต้องการของสถานศึกษา เน้นการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ รายงานผลการเรียนด้วยระดับคุณภาพที่อธิบายความสามารถของผู้เรียน และจัดการเรียนรู้ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (ACTIVE LEARNING) ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ทันสมัย เช่น AI, แหล่งเรียนรู้, สื่อทันสมัย เพื่อต่อยอดพัฒนาการของผู้เรียนให้ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถเลือกเรียนสิ่งที่ชอบ และประกอบอาชีพที่ใช่ในอนาคตต่อไป

‘พุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 : สื่อ เตือน สติ’ กองทุนพัฒนาสื่อฯ หนุนใช้หลักธรรมเยียวยาใจคน-สังคม

https://www.naewna.com/local/838204

‘พุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 : สื่อ เตือน สติ’ กองทุนพัฒนาสื่อฯ หนุนใช้หลักธรรมเยียวยาใจคน-สังคม

‘พุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3 : สื่อ เตือน สติ’ กองทุนพัฒนาสื่อฯ หนุนใช้หลักธรรมเยียวยาใจคน-สังคม

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 17.40 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่ รร.เดอะ ควอเตอร์ อารีย์ บาย ยูเอชจี ซ.พหลโยธิน 10 กรุงเทพฯ นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ แถลงข่าวเปิดตัวโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3  “สื่อ เตือน สติ” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 ธ.ค. 2567 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมนิทรรศการแบบผสมผสาน ฟังการเสวนาธรรมจากวิทยากรชื่อดัง และคลินิกสุขาใจรับปรึกษาปัญหาด้วยกระบวนการเชิงจิตวิทยาแนวพุทธ

นายธนกร เปิดเผยว่า ที่มาของโครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข คือแม้คนไทยราวร้อยละ 85 จะนับถือศาสนาพุทธ แต่มีจำนวนน้อยมากที่เข้าใจหลักธรรมที่เป็นแก่น ขณะที่สื่อด้านศาสนาพุทธแม้จะมีไม่น้อยแต่การเข้าถึงยังไม่ถูกทำให้เป็นระบบ นอกจากนั้นยังมีสื่อที่ไม่ทำหน้าที่เป็นสื่อ สร้างความเกลียดชัง สร้างดราม่าอารมณ์ร่วม แทนที่จะทำให้จิตใจจะเบิกบานกลับหดหู่ ซึ่งการทำหน้าที่สื่อ ความดาดหวังนอกจากเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว อยากให้นำหลักธรรมในศาสนาพุทธมาประยุกต์ใช้ด้วย

“เราเชื่อว่าเป็นโอสถทิพย์ในยุค AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในยุคที่คนเติบโตมาในยุคที่รู้สึกว่าไม่รู้จะจับอะไร ไม่มีราก เราเห็นคนซึมเศร้า โรคซึมเศร้าเป็นทุกข์ชนิดหนึ่ง ทุกข์ที่หาแก่นสารอะไรไม่เจอ ไม่รู้จะยึดกับอะไร วิ่งหาสิ่งที่ไปยึดบางทีมันก็ยิ่งวิ่งไปหามันก็ยิ่งหนี เดินก็ยิ่งไกล โบราณเขาบอกว่ายิ่งว่ายน้ำก็ยิ่งลึกแทนที่จะขึ้นฝั่ง อย่างนี้เป็นต้น จริงๆ ธรรมะช่วยได้หมด” นายธนกร กล่าว

ผจก.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวต่อไปว่า หลักธรรมคำสอนในศาสนาพุทธ สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องไปวัด แต่งตัวนุ่งขาวห่มขาวสำรวมกาย วาจา ใจ นั่นเป็นอีกขั้นหนึ่ง  แต่เบื้องต้นขอให้มีสติ ให้รู้ว่าแต่ละวันมีเรื่องอะไรเข้ามาทำให้สุขหรือทุกข์ใจบ้าง ขณะเดียวกัน การใช้คำว่า “สื่อ-เตือน-สติ” ในงานของปีนี้ เพราะต้องยอมรับว่าในภัยทางออนไลน์มีอยู่มากและจำนวนผู้ตกเป็นเหยื่อก็ไม่เตยลดลง รวมถึงสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ ทั้งข่าวปลอม ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง การรังแกระราน ก็ยังดำรงอยู่ไม่ลดลงเช่นกัน

งานในปีนี้จึงต้องการย้ำให้ระมัดระวังในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่เข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) หากไม่มีสติช่วยยับยั้งก็ทำให้พลาดได้ บางคนอยู่กับโลกเสมือนมากเสียยิ่งกว่าโลกจริง คำว่าสื่อเตือนสติจึงมาจากหนึ่งในยุทธศาสตร์ของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คือการบอกกับผู้คนว่าเมื่อรับสื่อต้องระมัดระวัง เพราะสื่อที่เข้ามาหาเรามีทั้งที่เป็นยาพิษและสมุนไพรที่มีประโยชน์ หากแยกแยะผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบไม่ได้ก็จะเกิดอันตราย และผลกระทบไม่ว่าด้านใดก็มีผลต่อทั้งตัวผู้รับสารเองและต่อสังคมทั้งสิ้น

ทั้งนี้ สำหรับงาน โครงการพุทธธรรมนำสื่อสร้างสันติสุข ปี 3  “สื่อ เตือน สติ” ในส่วนของกิจกรรม ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร จะมีวงเสวนาธรรมที่ฟังแล้วไม่น่าเบื่อ มีมุมมองจากคนทำสื่อด้านธรรมะหลายท่านที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์การทำงาน มุมมองว่าด้วยการนำหลักธรรมในศาสนาพุทธมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ขับรถบนท้องถนน เห็นคนขับรถเร็วปาดหน้า ตั้งสติเพียงนิด แทนที่จะรีบด่าทอออกไป ลองคิดว่าเขาอาจจะมีธุระด่วนจำเป็นจริงๆ จะเห็นว่าการมีสติสามารถช่วยดูแลการใช้ชีวิตของเราได้

นอกจากนั้น ยังขอเชิญชวนน้องๆ เด็กและเยาวชน นักเรียน-นักศึกษา อายุไม่เกิน 25 ปี ทำคลิปวีดีโอหัวข้อ “หนูได้ธรรม” เนื้อหาว่าด้วยธรรมะในชีวิตประจำวัน ความยาวไม่เกิน 90 วินาที ส่งประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 90,000 บาท โดยสามารถส่งได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 20 พ.ย. 2567 (ปิดรับในเวลา 16.00 น.) โดยจะประกาศผลรางวัลในช่วงการจัดงาน ณ วัดอรุณฯ

อีกทั้งยังมีการจัดนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์  http://www.thaimediafund.or.th หรือติดตามข้อมูลข่าวสารและสอบถามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก “กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์” https://www.facebook.com/ThaiMediaFundOfficial/?locale=th_TH

– 006

เผยโมเมนต์ออนทัวร์สุดพิเศษของ “LANY” เมืองไทยคือสถานที่โปรด

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2822529

เผยโมเมนต์ออนทัวร์สุดพิเศษของ "LANY" เมืองไทยคือสถานที่โปรด

30 ต.ค. 2567 06:03 น.

เผยโมเมนต์ออนทัวร์สุดพิเศษของ “LANY” เมืองไทยคือสถานที่โปรด

เรียกว่าถ้าไม่เลิฟประเทศไทย รวมทั้งเลิฟในเอเนอร์จีอันร้อนแรงของแฟนคลับชาวไทยแบบสุดๆ วง LANY ศิลปินดูโอระดับโลก เจ้าของเพลงดัง “ILYSB” และอีกมากมาย ประกอบด้วยสมาชิก หนุ่ม พอล ไคลน์ และ เจค กอสส์ ถึงได้เดินทางมาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยบ่อยมาก จนแฟนๆถึงกับแซวว่าเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด “LANY–a beautiful blur : the world tour 2024” ณ UOB LIVE เอ็มสเฟียร์ ทั้งคู่ก็จัดเต็มเสิร์ฟโชว์ที่น่าทึ่ง และยังแวะไปเยี่ยมน้อง “หมูเด้ง” ฮิปโปฯ แคระขวัญใจคนไทย งานนี้ “ทีมข่าวบันเทิง” ได้รับโอกาสสุดพิเศษพูดคุยกับทั้ง 2 หนุ่ม ถึงความรู้สึกต่างๆเริ่มจาก

ถามถึงเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ “LANY–a beautiful blur: the world tour 2024” มีความพิเศษอย่างไร?

พอล “ในฐานะศิลปินทุกๆครั้งที่พวกเราได้ออนทัวร์มันเลยวิเศษมากๆถึงอาจจะมีแค่ผู้ชมแค่คนเดียวในคอนเสิร์ตพวกเราที่กรุงเทพฯก็ตื่นเต้นมากๆแล้วเพราะเราทำงานกันหนักมากจริงๆกับอัลบั้มนี้ เราลงแรงกันเองทั้งหมดมันเลยยิ่งพิเศษมากๆ ที่เราได้เล่นโชว์ครั้งนี้และได้เจอแฟนๆจากทั่วทุกมุมโลกด้วย” เจค “ใช่ เพราะในทุกๆทัวร์พวกเรามีส่วนร่วมตั้งแต่ดีไซน์ของเวที เลยเป็นสิ่งที่พิเศษมากๆ”

พวกคุณมีความประทับใจที่จดจำไม่ลืมเกี่ยวกับประเทศไทยบ้างมั้ย?

พอล “ครั้งที่แล้วผมได้ไปวัดและเห็นองค์พระนอน ที่ใหญ่มาก ผมว่านั่นอะเมซิ่งสุดๆและอีกสิ่งคืออาหารไทย ผมคิดว่าเป็นอาหารที่ผมชอบที่สุดในโลกเลย เป็นรสชาติของอาหารที่ชอบที่สุดและมีความเผ็ดที่ยูนีกมากๆอย่างที่ทุกคนรู้กัน มันคือความเป็นไทยจริงๆ ผัดกะเพรากับต้มข่าก็ด้วย ผมได้ทานที่บ้านผมที่ LA ด้วยนะ”

รู้สึกอย่างไรที่แฟนเพลงชาวไทยผูกพันกับ LANY จนแซวว่าพวกคุณมาที่นี่เกือบจะเป็นบ้านหลังที่สองแล้ว หรือบางทีพวกคุณน่าจะซื้อบ้านที่นี่ด้วยเลย?

พอล “จริงเหรอ งั้นน่าจะดีเลย ผมเองอยากไปภูเก็ต ได้ยินมาว่าทะเลที่นี่สวยมากๆหวังว่าจะได้มีเวลาว่างสักวันและได้ไปเที่ยวที่นั่น”

เจค “หรือจะซื้อบ้านที่ไทยเร็วๆนี้ดี การได้กินผัดกะเพราทุกวันก็น่าจะดีเลยนะ”

พวกคุณรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านหลังที่ 2 ของคุณเลยหรือเปล่า?

พอล “แน่นอนเลยตั้งแต่ที่พวกเรามาถึงที่สนามบินก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆและแน่นอนอยู่แล้วว่าที่นี่คือสถานที่โปรดของพวกเรา เราตั้งตารอคอยที่จะได้มาประเทศ ไทยอยู่ตลอด”

เจค “ผู้คนที่นี่มีเอเนอร์จี ที่ไม่เหมือนใคร มีชีวิตชีวามากและผมก็ชอบความวุ่นวายของกรุงเทพฯนะ”

แฟนๆทั่วโลกบอกว่าโชว์ของพวกคุณยอดเยี่ยมทุกองค์ประกอบและพลังบนเวทีไม่มีตก โดยเฉพาะพอล เดินไปหาแฟนๆทั่วฮอลล์ สนุกคุ้มค่าประทับใจ พวกคุณเตรียมตัวทั้งร่ายกายและจิตใจอย่างไร?

เจค “พวกเราแค่ชอบที่ได้ทำในสิ่งที่พวกเรารัก เราสนุกที่ได้เล่นดนตรีกันมาเรื่อยๆ นานเข้าๆเป็นหลายปี ตั้งแต่วันแรกที่เราแพลนกันว่าจะทำวงเราก็แพลนที่จะรับมือกับสิ่งนี้อยู่แล้ว และเมื่อเราเดินทางออกจากอเมริกา แน่นอนว่าเราเต็มที่กับโชว์เพื่อทุกคน”

พอล “ใช่ เมื่อพวกเราจะทำอะไรก็ตาม เราก็ตั้งใจทำเต็มที่และสุดความสามารถซึ่งกรุงเทพฯก็ไกลจาก LA มากๆ ดังนั้นการได้มาโชว์ที่นี่ พวกเราเลยเต็มที่กันสุดๆเพื่อให้ทุกคนคุ้มค่าและผมก็คิดว่าการที่ได้โชว์แต่ละครั้งมีหลายคนที่รอชมและกล้องหลายตัวรอเก็บภาพวิดีโอมากมาย เราเลยอยากจะทำมันออกมาให้ดีที่สุดและผมก็ดีใจที่ในคำถามนี้ได้พูดถึงว่าทุกๆโชว์ของ LANY ยอดเยี่ยมมาก มันคือคำพูด จากคนอื่น ไม่ใช่จากเรา นั่นเจ๋งสุดๆเลย”

ถามถึง A BeautifulBlur เป็นอัลบั้มล่าสุดชุดที่ 5 เป็นผลงานชุดแรกที่มีสมาชิก 2 คน มีความเปลี่ยนแปลงแปลกใหม่อย่างไรบ้าง?

พอล “นี่เป็นอัลบั้มแรกที่พวกเราทำกันเองสองคน มันสุดยอดมากนะ ซึ่งผมคิดว่าความรับผิดชอบสำคัญมากๆ นี่เลยเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้และน่าทึ่งมากๆที่เพลง “Cause You Have To” เชื่อมต่อกับผู้คนได้ทั่วโลก ทั้งจาก Dallas, Texas สู่กรุงเทพฯประเทศไทย ผมรู้สึกดีมากๆเหมือนพระเจ้าได้มอบเพลงนี้ให้กับพวกเราและนี่จะกลายเป็นเพลงคลาสสิกที่พวกเราจะเล่นไปตลอดชีวิตเลย”

เจค “ผมเองก็คิดว่าไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้มันจะมีเพลงที่แต่งขึ้นมาได้ง่ายๆ แบบทันทีเหมือนกับเพลง Out Of My League ก็เป็นอีกเพลงที่เราทำเสร็จปุ๊บปั๊บและรู้สึกได้ว่ามันจะต้องออกมาดีมากแน่ๆ”

จนถึงวันนี้คิดว่าอะไรที่ทำให้วง LANY ไม่เหมือนใคร?

พอล “ก็คือผมและเจค เราสองคนในวง LANY จริงๆมีวงดนตรีที่ยอดเยี่ยมหลายวงเลย แต่หนึ่งสิ่งที่เรามีคือการที่เรามีเพลงที่เชื่อมต่อกับคนในเลเวลที่ลึกซึ้งและผมก็ดีใจที่ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองเพลง ถ้าทุกคนมาดูโชว์ของ LANY จะเห็นได้เลยว่าคนดูรู้ทุกท่อนของเนื้อเพลงเลย ผมคิดว่านี่น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราแตกต่างจากวงอื่นๆเพราะเรามีตัวตนที่ชัดเจน เวลาที่คุณได้ยิน เพลงคุณก็รู้ทันทีว่าโอ้นี่เพลง LANY นี่”

ถาม พอลแฟนๆเป็นห่วงหลังจากที่คุณประสบอุบัติ เหตุถูกรถชน เป็นอย่างไรบ้าง?

พอล “ผมโดนรถชนและตอนนั้นหมดสติไปเลย ไม่รู้ตัวว่านานแค่ไหน ผมคิดว่าตอนนั้นผมอาจจะจากโลกนี้ไปได้ง่ายๆเลยด้วยซ้ำ หรือไม่ก็อาจจะเป็นอัมพาตหรือหนักไปเลย ผมเลยรู้สึกโชคดีและรู้สึกขอบคุณมากๆที่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ เหมือนพระเจ้ารักผมมากจริงๆและยังอยากให้ผมได้ทำวงดนตรีต่อไปอยู่ ผมขอบคุณจริงๆที่ได้กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ตอนนี้”

ฝากถึงแฟนๆชาวไทย?

พอล “พวกเรารักแฟนๆชาวไทย “ผมรักคุณ” รักเอเนอร์จี รักความร้อนแรงของพวกคุณ ความร้อนแรงของอาหารและทุกๆด้านเลย รักพวกคุณมากๆ”

เจค “ผมรักคุณ” ที่นี่คือสถานที่พิเศษของพวกเรา”

ฟ้าใส ปวีณสุดา เล่าอดีตเจ็บปวดเจอบูลลี่ ได้แค่ตำแหน่งรอง กว่าจะผ่านได้ ต้องใช้เวลา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822638

ฟ้าใส ปวีณสุดา เล่าอดีตเจ็บปวดเจอบูลลี่ ได้แค่ตำแหน่งรอง กว่าจะผ่านได้ ต้องใช้เวลา

29 ต.ค. 2567 20:23 น.

ฟ้าใส ปวีณสุดา เล่าอดีตเจ็บปวดเจอบูลลี่ ได้แค่ตำแหน่งรอง กว่าจะผ่านได้ ต้องใช้เวลา

ต้องบอกเลยว่า ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น เป็นนางงามที่สวยสมมงจริงๆ ซึ่งเธอไม่ได้เป็นที่รู้จักแค่ในฐานะ Miss Universe Thailand 2019 แต่ฟ้าใสยังเป็นนางงามนักสู้ แม้ว่าจะเคยล้มเหลวมาหลายครั้ง แต่ฟ้าใสก็สามารถต่อสู้กับความกลัวในใจของตัวเองได้สำเร็จ และก้าวข้ามผ่านพลังลบมาได้

ล่าสุด ฟ้าใสได้มาร่วมงาน MIRROR50 Power of Now ที่ Soho House Bangkok เจ้าตัวก็ได้แชร์ประสบการณ์เล่าเรื่องความกลัวที่เคยเกิดขึ้นกับใจตัวเอง ก่อนที่จะก้าวข้ามผ่านมาได้ โดยฟ้าใสเล่าว่า

การที่เราเป็นนางงามในช่วงที่กำลังเตรียมตัวอยู่ เราเข้าวงการนางงามตั้งแต่ปี 2013 จนกระทั่งประกวดมาทั้งหมดถึง 2019 7 ปีของการประกวดนางงาม ความกดดันจริงๆ คือตอนที่อยู่แคนาดา ซึ่งในตอนนั้นโซเชียลมีเดียยังไม่เยอะขนาดนี้ พอมาถึงไทย มันมีความตกใจตรงที่ว่า เรามั่นใจในเอกลักษณ์ของตัวเองว่าเราสวยแบบนี้ เราไม่เหมือนใครในแบบนี้

แต่พอมาที่ไทยแล้วเริ่มประกวดปุ๊บ ก็มีคนมาวิจารณ์เราว่า “ฟ้าใสหน้าเหมือนจระเข้ ฟ้าใสอ้วน หุ่นโครงฝรั่ง ฟ้าใสไม่มีตาสองชั้น ไม่สวย” เราก็เสียเซลฟ์แหละ พูดตรงๆ แล้วเราก็เริ่มไม่ค่อยมั่นใจว่า สิ่งที่เรามองว่ามันเป็นเอกลักษณ์ ที่ทำให้เราไม่เหมือนใคร ทำไมมันไม่ตามบิวตี้สแตนดาร์ดที่เขาต้องการ

แต่ละครั้งเราก็จะก้าวข้ามผ่านไปด้วยมายด์เซ็ตว่า ไม่เป็นไร บิวตี้สแตนดาร์ด มันต้องไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกันในแต่ละกาลเวลา ดังนั้นอันนี้อาจจะเป็นบิวตี้สแตนดาร์ดของเรา สักวันเขาจะเห็นความสวยในแบบของเราเอง จนกระทั่งปี 2019 เราชนะ เขาก็จะมาชมว่า ฟ้าใสสวยแล้ว อันนี้ใช่เลย เราก็อ่ะ โอเค มันเหมือนกว่าจะถึงวันนั้นมันต้องใช้เวลา

แต่จริงๆ อันที่ทำให้เรารู้สึกกดดันจริงๆ มันไม่ใช่คอมเมนต์จากตอนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้กดดันจริงๆ คือการที่เรารู้สึกว่าเราประกวดแล้ว เราได้แต่คำว่า “รอง” เราได้ตำนานคำว่า “นางงามนางรอง” มาตลอด ไม่ว่าเราจะประกวดเวทีไหน เราก็ได้ตำแหน่งรองมาตลอด เลยทำให้เรารู้สึกว่า เราพยายามมากแค่ไหน มันก็ไม่ดีพอ มันกระทบกับเราตรงที่ ไม่ว่าเราจะพยายามลองทำสิ่งอื่นๆ ในชีวิต มันรู้สึกเหมือนแล้วเราจะทำไปทำไม ในเมื่อมันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ มันก็เหมือนชะงักเรา ไม่ว่าเราจะคิดว่าเราจะทำอะไร มันก็เหมือนแบบเราไม่ดีพอ

จนกระทั่งกว่าที่เราจะตัดสินใจมาประกวดในปี 2019 เราต้องไปเพิ่มความมั่นใจ และเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ ว่าจริงๆ จุดเด่นของเราคืออะไร เพราะว่าเรามัวแต่คิดถึงจุดลบมาตลอด เราไม่เห็นจุดเด่นตัวเองแล้ว มันก็เหมือนเราต้องก้าวข้ามความกลัวนี้ ความกลัวความล้มเหลว แต่ความกลัวที่กลัวมากที่สุดคือ จะทำให้พ่อแม่ผิดหวัง

ซึ่งไม่ใช่ผิดหวังในตัวเรานะ แต่ผิดหวังในความฝันของเรา เพราะไม่ว่าเราจะฝันอะไร เขาซัพพอร์ตเราเต็มที่ พอเราไม่ถึงฝัน เราก็จะหันไปหาคุณพ่อคุณแม่ แล้วหน้าเขาก็จะเหมือนเศร้าไปกับเรา ซึ่งเรากลัวอันนั้นมากที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้เราเดินหน้าไปคือ มันไม่ใช่ไม่มีคำว่า ความกลัว แต่เรายังเดินหน้าไป แม้ว่าจะกลัวแต่เราก็ยังทำต่อไป อันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

ไบรท์ ขอลา สรยุทธ กลางรายการ แฟนคลับรอลุ้นข่าวดี มีหลานกลับมาฝากจากปารีส

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822611

ไบรท์ ขอลา สรยุทธ กลางรายการ แฟนคลับรอลุ้นข่าวดี มีหลานกลับมาฝากจากปารีส

29 ต.ค. 2567 18:50 น.

ไบรท์ ขอลา สรยุทธ กลางรายการ แฟนคลับรอลุ้นข่าวดี มีหลานกลับมาฝากจากปารีส

เป็นคู่รักที่แฟนๆ ต่างลุ้นอยากให้มีทายาทกันเร็วๆ สำหรับคู่ของ ไบรท์ พิชญทัฬห์ กับ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ล่าสุดในระหว่างที่นั่งอ่านข่าวในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ ด้าน สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้บอกกับแฟนข่าวว่า พรุ่งนี้ตนเองจะต้องนั่งอ่านข่าวคนเดียว

ด้าน ไบรท์ ก็ได้ขอลา พี่สรยุทธ กลางรายการ บอกว่า “จะไปฝรั่งเศส ขออนุญาตคุณผู้ชม และขออนุญาตพี่ยุทธ ไปแป๊บเดียวนะคะ” ซึ่งพี่ยุทธเองก็ได้ถามย้ำว่า ไปฮันนีมูนด้วยมั้ย ไบรท์ก็บอกว่า “ไม่ได้ไปฮันนีมูน ไปหาหลาน”

พี่ยุทธก็ถามอีกว่า “ไปทำลูกด้วยมั้ย” สาวไบรท์เผยว่า “คุณแม่อวยพรมาแล้วค่ะ ไปผลิต คุณแม่บอกไปผลิต คุณแม่พูดแค่นั้นแหละค่ะ (หัวเราะ)”

งานนี้แฟนๆ มารอลุ้นกันเลยจ้าว่า จะมีน้องปารีสกลับมาด้วยมั้ยเอ่ย

อัปเดต แอนนา ล่าสุด หลังเข้าเรือนจำ ทำเพื่อนเซอร์ไพรส์ ทรงผมปอยหวาน-แต่งหน้าฉ่ำวาว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822617

อัปเดต แอนนา ล่าสุด หลังเข้าเรือนจำ ทำเพื่อนเซอร์ไพรส์ ทรงผมปอยหวาน-แต่งหน้าฉ่ำวาว

29 ต.ค. 2567 18:13 น.

อัปเดต แอนนา ล่าสุด หลังเข้าเรือนจำ ทำเพื่อนเซอร์ไพรส์ ทรงผมปอยหวาน-แต่งหน้าฉ่ำวาว

หลังจากที่ แอนนา ได้เข้าเรือนจำไป ก็มีเพื่อนอย่าง เฟิร์น เข้าไปเยี่ยมแอนนาพร้อมกับอัปเดตความเป็นอยู่ของแอนนาให้ฟังผ่านทางติ๊กต่อกเอาไว้ว่า

ไปเยี่ยมแอนนาที่คลองเปรม ไปเยี่ยมกันในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ซื้อข้าวส่ง น้ำส่งให้แอนนาทุกวัน ซื้อยาโรคซึมเศร้าให้ หลังจากเยี่ยมแอนนาเสร็จ เฟิร์นบอกว่าเซอร์ไพรส์มาก กับทรงผมปอยหวาน และแต่งหน้าฉ่ำวาว

แอนนาบอกว่าขอบคุณมากที่ไม่ทิ้งกัน ได้รับข้าวรับเงิน ฝากบอกคิดถึงทุกคนด้วย ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว จะรีบออกไปชดใช้ผู้เสียหายให้เร็วที่สุด แต่ตอนนี้ขอใช้ชดกรรมก่อน รู้สึกสำนึกผิด ขอโทษทุกคนด้วย ไม่ต้องเป็นห่วง ตนสบายดีมากๆ

ก่อนที่เฟิร์นจะเล่าต่อว่า ซื้อของให้แอนนารอบนี้ทั้งหมดคือ 12,000 ให้แอนนาแบ่งผู้ต้องหาในเรือนจำคนอื่นด้วย เผื่อๆ กัน เวลามาเยี่ยมนารา เยี่ยมพี่เก่ง ตนก็จะซื้อให้แบ่งเพื่อนในเรือนจำด้วย แล้วเดี๋ยวมาเยี่ยมใหม่

ไทแทน ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘ฝนดาวตก’ เพลงรักที่แสนจะโรแมนติก ผ่านเสียงนุ่มสุดละมุน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822598

ไทแทน ปล่อยซิงเกิลใหม่ 'ฝนดาวตก' เพลงรักที่แสนจะโรแมนติก ผ่านเสียงนุ่มสุดละมุน

29 ต.ค. 2567 16:45 น.

ไทแทน ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘ฝนดาวตก’ เพลงรักที่แสนจะโรแมนติก ผ่านเสียงนุ่มสุดละมุน

ท้องฟ้าที่เอื้อต่อการดูดาวอาจจำเป็นต้องมืดสนิท… แต่ความหวังในหัวใจของคนที่เชื่อเรื่องดวงดาวนั้นกลับส่องสว่าง! เมื่อความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ และความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เรารู้จักกันดีอย่าง ฝนดาวตก ปรากฏการณ์ที่ใครๆ รอลุ้นจะได้เห็นเพียงสักครั้งเพื่อขอพร

ซึ่งปรากฏการณ์แห่งความเชื่อและคำอธิษฐานนี้ กำลังถูกเล่าผ่านมุมมองของ ไทแทน (TYTAN) ไทแทน ทีปประสาน (Tytan Teepprasan) แห่งบ้านโฟร์ วัน วัน มิวสิก (411 Music) ที่ว่า… ไม่ว่าจะดาวตก 1 ดวง หรือดาวตกมากมายจนรวมกันเป็น ฝนดาวตก เขาก็จะยังคงขอพรเรื่องเดิมเรื่องเดียว “ให้ทุกดวงดาวเป็นเครื่องพิสูจน์ บอกว่าเธอคือคนพิเศษ หากว่าเธอนั้นเคยลองสังเกต ฉันอธิษฐานดาวทุกดวงเรื่องเธอ”

ฝนดาวตก ซิงเกิลที่ 2 จาก TYTAN 1st Mini Album Y.O.B.O. [YOU’RE ONLY BORN ONCE] เพลงแห่งบรรยากาศค่ำคืน แต่ฟังแล้วสว่างหัวใจ จนฟังได้ไม่จำกัดช่วงเวลา ใครๆ ที่หลงรักเสียงร้องของ ไทแทน ต่างลงความเห็นตรงกันว่า เสียงนุ่มละมุนของเขาช่างเหมาะเจาะกับเพลงช้าซึ้งๆ เหลือเกิน

คัมแบ็กซิงเกิลนี้จึงเป็นโอกาสที่เจ้าตัวได้ใช้จุดแข็งทางเนื้อเสียง เติมดีกรีความอ้อนชนิดที่ใครจะกล้าปฏิเสธหนุ่มคนนี้ได้ลงคอ โดยเพลงนี้ ไทแทน รับหน้าที่โปรดิวซ์ร่วมกับโปรดิวเซอร์คู่ใจ Tabeazy หรือ แต๊บ ธนพล มหธร ซึ่งในพาร์ตของเนื้อร้อง-ทำนอง

ยังมี เพียว-คณิน วัฒนภาเกษม มาร่วมแจมขีดเขียน และได้อะเรนเจอร์อย่าง มิค-เพชรภูมิ เพชรแก้ว มาช่วยเสริมทีมเรียบเรียงดนตรีให้เพราะสุดขั้วหัวใจ แม้จะไม่มีคำว่า โรแมนติก ปรากฏในเนื้อเพลงเลยก็ตาม แต่ Baby ฉันสัญญา! นี่คือเพลงรักที่จะโรแมนติกสุดโต่งในปี 2024 และทุกปีตลอดไป

อ่านแล้วอย่าเพิ่งเชื่อ! ขอให้ลองตามไปฟัง ฝนดาวตก ด้วยหูของตัวเอง Full Song พร้อมให้บริการแล้ววันนี้ทุกมิวสิกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม  รายการวิทยุ และออฟฟิเชียลโซเชียลมีเดีย @411ent TYTAN – ฝนดาวตก [OFFICIAL LYRICS VIDEO] รวมถึงช่องทางใหม่ล่าสุดของ “ไทแทน” (TYTAN) ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊กออฟฟิเชียลแฟนเพจ TYTAN.official, อินสตาแกรม @tytan.411musicofficial, ติ๊กต็อก ใครฟังเพลงแล้วอย่าลืมช่วยรีวิว หรือคอมเมนต์บอก “ไทแทน” (TYTAN) กันได้

เปิดประวัติ แตแต มิสแกรนด์เมียนมา อายุเพิ่ง 18 แต่คว้ามงที่ 1 มาแล้ว 5 เวที

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2822596

เปิดประวัติ แตแต มิสแกรนด์เมียนมา อายุเพิ่ง 18 แต่คว้ามงที่ 1 มาแล้ว 5 เวที

29 ต.ค. 2567 16:40 น.

เปิดประวัติ แตแต มิสแกรนด์เมียนมา อายุเพิ่ง 18 แต่คว้ามงที่ 1 มาแล้ว 5 เวที

เป็นดราม่าที่แฟนนางงามติดตามกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเด็นสุดฮอตของ แตแต มิสแกรนด์เมียนมา หรือ แธ ซู เญียน ที่ได้คว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 แต่ทาง ND ของเมียนมากลับไม่พอใจและได้กระชากมงกุฎออกจากหัวของเธอ พร้อมกับอุ้มลงจากเวที

แม้ว่าทาง บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล แห่งเวทีมิสแกรนด์ ได้ออกมาไลฟ์ให้โอกาส แตแต เชื่อว่าเธอถูกบีบบังคับกดดัน และถูกวางเกมให้กลายเป็นของเล่นของใครบางคน พร้อมกับจะยังไม่ปลดออกจากตำแหน่งรองอันดับ 2

แต่แตแตเองก็ได้มาไลฟ์สวนกลับทันที บอกว่าไม่มีใครบังคับเธอ เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง และจะคืนมงกุฎ เพราะเธอนั้นมาเพื่อเป็นที่ 1 ไม่ได้มาเพื่อจะเป็นรองใคร และคิดว่าควรจะได้ตำแหน่งที่ดีกว่านี้ จากคำพูดนี้ ทำให้แตแตถูกวิจารณ์อย่างหนัก และทางมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ก็ได้ประกาศปลดทันที ตามคำขอของแตแต พร้อมกับให้เหตุผลว่า ทำตัวไม่เหมาะสม

สำหรับแตแตนั้น เธอมีชื่อจริงว่า แธ ซู เญียน เกิดวันที่ 25 พฤษภาคม 2006 อายุ 18 ปี ด้านการศึกษา เธอกำลังเตรียมสอบเทียบวุฒิ IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) ปัจจุบันเป็นนางแบบในประเทศเมียนมา และเป็นเจ้าของตำแหน่งมิสแกรนด์เมียนมา 2024 โดยขณะได้รับตำแหน่งเธอมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น

แม้แตแตจะเพิ่งอายุ 18 แต่เธอก็เป็นนางแบบของเมียนมาที่พ่วงตำแหน่งนางงามอีก 5 ตำแหน่ง คือ

– Miss Grand Myanmar 2024

– Miss NETA Myanmar 2024

– Miss Angel Secret Myanmar 2024

– Miss De Novo Myanmar 2024

– Miss IAURA Myanmar 2024

และตำแหน่งล่าสุด รองอันดับ 2 Miss Grand International 2024 ก่อนจะคืนมงให้เวที พร้อมประกาศไม่รับตำแหน่ง.

Rae Lil Black ตัวแม่หนัง AV ญี่ปุ่น แฉคนมีลูกเมียขอนอนด้วย คนชี้เป้าเป็นนักมวยดัง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822587

Rae Lil Black ตัวแม่หนัง AV ญี่ปุ่น แฉคนมีลูกเมียขอนอนด้วย คนชี้เป้าเป็นนักมวยดัง

29 ต.ค. 2567 16:26 น.

Rae Lil Black ตัวแม่หนัง AV ญี่ปุ่น แฉคนมีลูกเมียขอนอนด้วย คนชี้เป้าเป็นนักมวยดัง

เป็นเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะคนในแวดวงมวย เพราะโพสต์ล่าสุดของ Rae Lil Black (เร ลิล แบล็ก) ตัวแม่แห่งวงการหนังผู้ใหญ่ ที่ปัจจุบันมาทำงานและอาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งเจ้าตัวมีชื่อไทยว่า เรวดี 

โดยเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 เรวดี นักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Rae Rae ของตนเองเป็นภาษาไทยว่า “มันบ้าไปแล้ว! ทำไมคนถึงไม่สามารถผูกมัดกับคู่รักได้ มันบ้าไปแล้ว อย่าพยายามนอนกับฉันหากคุณมีภรรยาหรือลูก” ซึ่งก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ถามอย่างมากมายว่าคนๆ นั้นเป็นใคร

แต่ก็มีชาวเน็ตตาดีเห็น นัท วันเดอร์เกิร์ล นักมวยหญิงชื่อดังได้แชร์สเตตัสของ เรวดี หรือ Rae Lil Black พร้อมแคปชั่นว่า “ขนาดนักมวยที่ค่าตัวตอนนี้เยอะสุดๆ ก็ยังทำเลย หน้าเฟสไลฟ์สดบอกรักลูก รักเมีย แต่หลังไมค์มาขอไลน์ผญไปทั่ว อุ฿”

งานนี้ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ก็เข้ามาร่วมคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นว่า “อุ้ย!! ของพี่ ก่อนจดทะเบียนกับเมีย 1 วัน ส่งข้อความมาหาพี่ ล่าสุด พ้นวันเกิดเมียมาได้ 2 วัน ส่งข้อความมาหาพี่ แร้วบอกรักเมียมาก คืออะไร” และ นัท วันเดอร์เกิร์ล เข้ามาตอบกลับว่า “คนเดียวกันหรือไม่ จริงหรือ cake 5555555555” ก่อนที่ แสตมป์ จะตอบกลับว่า “คนนั้นที่รู้อยู่ว่าใคร 555”

แต่หลังจากนั้น นัท วันเดอร์เกิร์ล ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป พร้อมกับโพสต์ข้อความใหม่ว่า “ไม่บอกหรอก อย่าหลอกถาม แต่ผู้ประสบภัยแชทมาหลังบ้านพูดชื่อเดียวกันแบบโดยไม่ได้นัดหมายเยอะมาก ทั้งแบบสมัยก่อนกับเมื่อไม่นานมานี้ แบบ อมก ช้อคค #supportสาวๆผู้ประสบภัยทุกคน”