(G)I-DLE ขึ้นคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่มาเก๊า สาดความฮอต “มินนี่” น่ารักเกินต้าน

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2822561

 (G)I-DLE ขึ้นคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่มาเก๊า สาดความฮอต “มินนี่” น่ารักเกินต้าน

29 ต.ค. 2567 15:03 น.

(G)I-DLE ขึ้นคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์ที่มาเก๊า สาดความฮอต “มินนี่” น่ารักเกินต้าน

ในที่สุดก็ถึงคิวมาเก๊า จะได้กรี๊ดสุดเสียง พร้อมออกสเต็ปแบบถึงพริกถึงขิงไปกับ 5 สาว (G)I-DLE วงเกิร์ลกรุ๊ปสัญชาติเกาหลีใต้ตัวท็อป ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ มิยอน (MIYEON), โซยอน (SOYEON), อูกี (YUQI), ชูฮวา (SHUHUA) และมินนี่ (MINNIE) สมาชิกคนไทยคนเดียวในวง ที่พร้อมระเบิดความมันส์ในคอนเสิร์ต (G)I-DLE WORLD TOUR [iDOL] in Macau เนรมิตค่ำคืนสุดประทับใจให้เหล่าอินเตอร์แฟน ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ กาแล็คซี่ อารีน่า (Galaxy Arena) ซึ่งตั้งอยู่ใน กาแล็คซี่ มาเก๊า รีสอร์ทหรูระดับโลก

สำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตที่มาเก๊าครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ “2024 (G)I-DLE WORLD TOUR [iDOL]” ซึ่งเป็นการเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 3 ของสาว (G)I-DLE ที่เริ่มคิกออฟตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 โดยประเดิมที่แรกที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะตระเวนไปพบกับแฟนทั่วโลกอีก 14 เมือง ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง, โตเกียว, ทาโคมา, โอ๊กแลนด์, อนาไฮม์, ฮิวสตัน, โรสมอนต์, เบลมอนต์ พาร์ค, ไต้หวัน, กรุงเทพฯ, มาเก๊า, เมลเบิร์น และซิดนีย์ โดยหลังจากสาวๆ เพิ่งสร้างความประทับใจให้เหล่า ‘เนเวอร์แลนด์’ ชาวไทยไปหมาดๆ ก็ไม่รอช้า ลัดฟ้ามาพร้อมสาดความสนุกเอาใจแฟนๆ ที่มาเก๊าทันที

งานนี้ทั้ง 5 สาวยังคงท็อปฟอร์ม สมมงเกิร์ลกรุ๊ปตัวแม่ตัวปัง คนดูในฮอลล์ 16,000 คน สุดฟินด้วยโปรดักชัน แสง สี เสียง ที่พร้อมมอบประสบการณ์รับชมโชว์ได้แบบไม่เป็นสองรองใครแบบ 360 องศา

ซึ่งนอกจาก (G)I-DLE แล้ว กาแล็คซี่ มาเก๊า ยังเคยมีศิลปินไทยตัวท็อปมาส่งต่อซอฟต์พาวเวอร์ไทยแลนด์ จากพลังของกระแสซีรีส์ BOY LOVE และ GIRL LOVE ที่กำลังมาแรง ทั้ง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ซูเปอร์สตาร์ขวัญใจแฟนคลับทั่วเอเชีย ขึ้นโซโลคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และยังมีศิลปินไทยมาจัดแฟนมีต อาทิ งานแฟนมีตครั้งแรกที่มาเก๊าของคู่จิ้นแห่งปีอย่าง ซี พฤกษ์ พานิช กับ นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ จากซีรีส์ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ และล่าสุดกับการคว้าตัว “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” คู่จิ้นเคมีฟ้าประทานจาก “ใจซ่อนรัก” ซีรีส์แซฟฟิกเรื่องแรกของช่อง 3 มาจัดงาน “LingOrm 1st Fan Meeting in Macau” ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ อย่างล้นหลาม.

เชอรีน ณัฐจารี ร้องไห้ เลิกสามีแต่เจอคำถาม ไม่ห่วงลูกเหรอ แล้วมีใครห่วงเราบ้าง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822552

เชอรีน ณัฐจารี ร้องไห้ เลิกสามีแต่เจอคำถาม ไม่ห่วงลูกเหรอ แล้วมีใครห่วงเราบ้าง

29 ต.ค. 2567 14:58 น.

เชอรีน ณัฐจารี ร้องไห้ เลิกสามีแต่เจอคำถาม ไม่ห่วงลูกเหรอ แล้วมีใครห่วงเราบ้าง

เป็นอีกหนึ่งคนที่ตอนนี้กลายเป็นซิงเกิ้ลมัมไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล หรือ เชอรีน เดอะสตาร์ ก็ยังเอ็นจอยกับชีวิตของตัวเองได้เป็นอย่างดี ให้ความสุขกับตัวเองไปด้วย พร้อมๆ กับการเป็นคุณแม่ให้กับลูกสาว โดย เชอรีน ได้เล่าเรื่องนี้ไว้ในรายการ ยังไงไหนเล่า ในช่องยูทูบ GoyNattyDream ไว้ว่า

– เป็นคนที่เที่ยวฉ่ำ มีลูกแล้วก็ยังเที่ยว ไม่อยากมีลูกแล้วหยุดใช้ชีวิตตัวเอง ครึ่งนึงให้เขา อีกครึ่งหนึ่งยังเป็นของตน เพราะว่าวันนึงลูกโตขึ้นจะไม่เหลือชีวิตของเรา เพราะที่ผ่านมาให้ลูกไปหมด เพื่อนก็ไม่มีใครกล้ามีลูก เพราะกลัวว่ามีลูกแล้วชีวิตตัวเองจะหายไปหมด มันคือการแบ่งเวลา

– เวลาไปเที่ยว ตนเป็นคนชอบเต้นมากกว่าชอบดื่ม เต้นแรงจนพี่กะเทยโต๊ะข้างๆ หลบให้ ในแก๊งเพื่อนดื่มเพื่อนดริ้งค์ มีกัน 3 คน

– เวลาจะไปเที่ยวตนจะบอกกับลูกตรงๆ ว่าแม่ไปเที่ยวนะ เดี๋ยวมา ขอไปเที่ยว ขอไปเจอเพื่อนหน่อย เพราะตนอยู่กับลูกตลอดเวลา มีอะไรก็จะคุยกับลูกตรงๆ จะไม่คุยเหมือนเด็ก เลี้ยงเหมือนเพื่อน

– สถานะตอนนี้โสดสนิท โสดสุดๆ โสดมาก แต่ก็เปิดใจตลอด แต่มันไม่มี ซึ่งตนก็งงมาก

– อยากมีแฟนนะ เพราะชอบที่จะแชร์กับใครสักคน ชอบการมีคู่

– เผยความชอบว่าเมื่อก่อนถ้าเจอคนที่ชอบก็คือชอบ เจอถูกใจ คุยแล้วชอบก็คือจบ ชอบก็คบ ตอนเด็กๆ มันก็ทำได้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องเช็กลิสต์สเปกตัวเองมากขึ้นเพราะผ่านอะไรหลายอย่าง โตขึ้นและมีลูกแล้วต้องคิดถึงลูกด้วยเพราะซักวันนึงเขาก็ต้องเจอลูกเรา ต้องสแกนมากขึ้นกับคนที่จะเข้ามาในชีวิตของเรา

– เช็กลิสต์มีประมาณ 32 ข้อ แต่ที่เน้นๆ เลยต้องเป็นผู้ชายที่สะอาดสะอ้าน ใจเย็น มีเหตุผล

– ตนเริ่มเข้าใจแล้วว่าความสัมพันธ์คนเราคบกันมันมีปัญหากันได้ตลอด ฉะนั้นคนที่จะสื่อสารกับเราได้ต้องเป็นคนที่ใช้เหตุผล ใจเย็น ถ้าใจร้อนมันคุยกันไม่ได้ ชีวิตคู่มันคือการสื่อสารกันไปเรื่อยๆ ปรับเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา

– อีกอย่างคือเข้ากับคนรอบตัวตนได้ เข้ากับเพื่อนฝูง ครอบครัว สำคัญมากๆ ทุกคนมีเพื่อน ในความสัมพันธ์ไม่มีใครที่จะคบกันแล้วอยู่กันสองคนได้

– เคยเจอผู้ชายที่ทำให้ตกอยู่ในเหตุการณ์ gaslighting (ปั่นหัวให้อีกฝ่ายสับสนกับความเป็นจริง) ตนจะรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา ผิดทุกอย่าง ผิดทุกเรื่อง ออกมาจากตรงนั้น จากการที่ตนรีแอคชั่นจากสิ่งที่เขาทำไม่ดีกับตน เขาจะบอกว่าเป็นเพราะเราคิดมาก เป็นเพราะเราไม่โอเคเองรึเปล่า

– พอตนเดินออกมาจากความสัมพันธ์แบบนั้นได้ ก็เริ่มจากการที่รักตัวเอง รู้เลยที่ตนโดนอะไรพวกนี้เพราะไม่รักตัวเอง ยอมให้เขาทำกับตนได้ขนาดนี้ ตนเป็นคนที่ชอบโทษตัวเองอยู่แล้ว อะไรๆ ตนก็ผิดไว้ก่อน รับความผิดไว้เองจะได้ไม่ต้องทะเลาะกันใหญ่โต

– แต่พอเริ่มรู้ตัว ได้คิดทบทวนว่าตนก็ไม่ได้ผิด จากนั้นก็ค่อยๆ สำรวจตัวเองว่าใช่ไหม พอซ้ำหลายๆ รอบ พอแล้ว จบ ความรู้สึกตนก็สำคัญเหมือนกัน ที่ตนถูกกระทำมันก็เป็นสิทธิ์ของเราเหมือนกัน

– บทเรียนที่สำคัญที่สุดจากความรักที่ผ่านมาคือต้องรักตัวเอง เพราะที่ผ่านมารู้เลยว่าเพราะไม่รักตัวเองก็เลยยอมให้เขาทำเราได้ ในทุกความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นแฟน เพื่อน ครอบครัว หรือใครก็ตาม ถ้าไม่รักตัวเอง ปล่อยให้คนอื่นทำอะไรก็ได้ ถ้ารักตัวเองจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ความรู้สึกเรามีค่าแค่ไหน ควรที่จะจัดการกับปัญหานี้ยังไงที่ยังโอเคและมีความสุขที่สุด แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนใครด้วย

– เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่รักตัวเองที่สุดเป็นเหตุการณ์ในข่าวที่ตนยอมให้เขาทำร้ายร่างกายแล้วตนยังอยู่ต่อ มันมีปัจจัยเยอะ เพราะมีลูก อาจจะต้องคิดเยอะนิดนึงสำหรับการจะเลิกกับใครซักคนที่เขาเป็นพ่อของลูก มันยากมากๆ ที่จะเดินเอาลูกออกมาเลย อดทนอยู่ตรงนั้น 2 ปี ถามตัวเองตลอดว่าทำทำไม

– พอมาตอนนี้รู้สึกว่าดีแล้วที่อดทนอยู่ เพราะวันที่เดินออกมารู้สึกว่าทนจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ พยายามจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ เดินออกมาโดยที่ไม่มีคำถามว่าอดทนพอรึยัง ไม่สงสัยในความพยายาม เพราะมันสุดที่สุดของเราแล้ว

– คนที่ยังอยู่ในความสัมพันธ์ที่อยู่ในระดับความอดทนที่แตกต่างกันหรือว่ามีปัจจัยในชีวิตที่ทำให้ยังไม่สามารถเดินออกมาได้ อยากให้สำรวจความรู้สึกตัวเอง ความต้องการของตัวเองว่าต้องการอะไร อยากมีความสุขไหม และให้ความสุขกับตัวเองได้ไหม ถ้าความสุขยังต้องยึดติดกับใครอยู่ ไม่เป็นไร ให้เวลากับตรงนั้นไปเลย แล้วค่อยให้เวลากับตัวเองเท่าที่ไหว วันไหนที่ตอบคำถามว่าสามารถให้ความสุขกับตัวเองได้แล้วก็เดินออกมาเลย มันเสียใจ มันเจ็บปวดทุกอย่าง แต่เดินออกมาเถอะเดี๋ยวมันมีความสุขเอง

– ตอนเลิกใหม่ๆ คุยกับเพื่อนๆ ว่าเดินออกมาแล้ว ทุกคนถามว่าไม่เป็นห่วงลูกเหรอ อยากฝากถึงคนมีลูกแล้วเดินออกมาจากความสัมพันธ์ไม่ได้ เพราะเป็นห่วงลูก ทุกคนเป็นห่วงลูกตน ซัพพอร์ตลูกตน แล้วใครเป็นห่วงตนบ้าง ใครนึกถึงตนบ้าง (ร้องไห้) มันคือคำนี้

– พอพูดแบบนี้เพื่อนทุกคนเข้าใจและพร้อมซัพพอร์ต ต่อให้เป็นแม่ต้องดูแลลูกก็จริง แต่ตนต้องดูแลตัวเองเหมือนกัน อยากบอกว่าให้นึกถึงตัวเองเยอะๆ เราจะเลี้ยงลูกได้ดีต่อเมื่อเรามีความสุข

เป็นห่วงและส่งกำลังใจ หลังคุณยายมารศรีเข้าโรงพยาบาล อาการล่าสุดร่าเริงขึ้นแล้ว

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822541

เป็นห่วงและส่งกำลังใจ หลังคุณยายมารศรีเข้าโรงพยาบาล อาการล่าสุดร่าเริงขึ้นแล้ว

29 ต.ค. 2567 11:48 น.

เป็นห่วงและส่งกำลังใจ หลังคุณยายมารศรีเข้าโรงพยาบาล อาการล่าสุดร่าเริงขึ้นแล้ว

ทำเอาแฟนๆ แห่เป็นห่วงกันไม่น้อย เมื่อได้เห็นภาพของ คุณยายมารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา นักแสดงอาวุโสอีกคนของวงการบันเทิงนออยู่ที่โรงพยาบาล ที่ปัจจุบันคุณยายมีอายุถึง 103 ปี ซึ่งในวันที่ 2 พ.ย.นี้จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณยาย และจะมีอายุครบ 104 ปี 

ซึ่ง พ็อตตี้ ณัฏฐพล ได้ออกมาโพสต์ภาพคุณยายมารศรี นอนแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมเขียนข้อความว่า “แวะมาเปลี่ยนที่นอน เดี๋ยวก็กลับบ้านละ ร่าเริงขึ้น ขอบคุณ หมอ พยาบาล รพ.วชิรพยาบาลคับ”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ ที่เห็นต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยถามไถ่อาการของคุณยายมารศรีกันมากมาย พร้อมทั้งอวยพรให้คุณยายหายไวๆ จะได้กลับบ้านเร็วๆ อย่างล้นหลาม

หลานชาย ได้ออกมาโพสต์ภาพคุณยายมารศรี นอนแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมเขียนข้อความว่า “แวะมาเปลี่ยนที่นอน เดี๋ยวก็กลับบ้านละ ร่าเริงขึ้น ขอบคุณ หมอ พยาบาล รพ.วชิรพยาบาลคับ”

งานนี้ทำเอาแฟนๆ ที่เห็นต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยถามไถ่อาการของคุณยายมารศรีกันมากมาย พร้อมทั้งอวยพรให้คุณยายหายไวๆ จะได้กลับบ้านเร็วๆ อย่างล้นหลาม 

เบลล์ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ คลอดลูกแล้วหลังอุ้มท้องแก่ขึ้นคอนเสิร์ต ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822522

เบลล์ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ คลอดลูกแล้วหลังอุ้มท้องแก่ขึ้นคอนเสิร์ต ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

29 ต.ค. 2567 10:47 น.

เบลล์ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ คลอดลูกแล้วหลังอุ้มท้องแก่ขึ้นคอนเสิร์ต ปลอดภัยทั้งแม่ลูก

เพิ่งจะอุ้มท้อง 38 สัปดาห์ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต GRAMMY RS CONCERTS สำหรับนักร้องสาว เบลล์ มนัญญา หรือ เบลล์ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ซึ่งทำเอาหลายๆ แอบเป็นห่วง แต่ก็อดชื่นชมเจ้าตัวไม่ได้ในความสตรองของสาวเบลล์

ล่าสุด เมื่อเช้าวันนี้ (29 ต.ค. 67) เบลล์ เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ได้คลอดลูกชายคนแรกแล้ว ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 โดยตั้งชื่อว่า น้องเวลล์ (Well) หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังแบบสุดๆ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีกับพ่อวินแม่เบลล์ด้วยนะคะ 

บุคคลในข่าว 30 ตุลาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2822538

บุคคลในข่าว 30 ตุลาคม 2567

30 ต.ค. 2567 04:45 น.

บุคคลในข่าว 30 ตุลาคม 2567

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ไทยเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567

ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นทางการแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เริ่มตั้งแต่ 29 ตุลาคม-กุมภาพันธ์ปีหน้า คาดว่า อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะอยู่ที่ 22-23 องศา ภาคเหนือเฉลี่ย 20-21 องศา และ กรุงเทพมหานคร มีโอกาสที่ อุณหภูมิจะลงมาต่ำสุด 16 องศา ให้ได้ใส่เสื้อหนาวเฉิดฉายกันเลยทีเดียว “ไต้ฝุ่น” ตื่นเช้าวันจันทร์ ได้สูดอากาศหนาวระลอกแรก ที่เริ่มพัดมาเบาๆแล้ว

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “วันมูลนิธิสิรินธร” ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน เมื่อวันก่อน.

ความคิดเห็น กับ ความเป็นจริง ย่อมแตกต่างกัน “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “รัฐบาลนายกฯอิ๊งค์ ไปไหวไหม” ได้คำตอบว่า 41.68% เชื่อว่ารัฐบาล นายกฯแพทองธาร ชินวัตร จะอยู่รอดจากสถานการณ์การเมืองและไปต่อจนครบเทอมในปี 2570 อีก 19.08% เชื่อว่าจะไปต่อได้อีกประมาณ 2 ปี (ปี 2569) ใกล้ครบเทอมพอดี

ในความเห็นของ “ไต้ฝุ่น” ก็เห็นว่า รัฐบาลนายกฯแพทองธาร ไม่ว่าจะบริหารผิดพลาดขนาดไหน ก็มีโอกาสที่จะอยู่ไปอีก 2 ปีเศษจนใกล้ครบเทอมหรือครบเทอม เพราะ สองพรรคใหญ่ร่วมรัฐบาล ทั้ง เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย สองปีจากวันนี้ ยังไม่พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่ เพราะ โปรเจกต์การลงทุนใหญ่ 2 พรรคใหญ่ยังไม่คลอดออกมาตามกำหนด ต้องเข็นออกมาให้ได้อย่างน้อยสักครึ่งก่อนก็ยังดี เพราะ การเลือกตั้งสมัยหน้าจะมีการใช้เงินหาเสียงกันดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาเวลานี้ แน่นอน

วันวิวาห์ – พล.ต.ต.ธนพล สนเทศ และ เอนก ธีระวิวัฒน์ชัย เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง บุญญิกา บุตรี เชาวน์–ทองรัก ตะกรุดเงิน กับ กัมปนาท บุตร สุชาย–ฐิตารีย์ เวสารัชตระกูล ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.

เมื่อ ความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ระบบความยุติธรรมของไทยก็สั่นคลอนไปทุกกระบวนการ คดีตากใบที่ลากยาวมานานถึง 20 ปี จนหมดอายุความไปต่อหน้าต่อตารัฐบาลก็ยังเฉย โดย รัฐบาลเพื่อไทยปัจจุบันไม่ได้แสดงความสนใจกระตือรือร้นที่จะติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี จนกระทั่งหมดอายุความ ผู้ต้องหาหนีไปหมด นายกฯออกมาขอโทษก็จบแค่นั้น เป็นอีกหนึ่งคดีที่ ประจานระบบความยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมไทยไปทั่วโลก

เมื่อ ระบบความยุติธรรม และ กระบวนการยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชนและนักธุรกิจไม่ได้ ต้องมีเส้นสายและการวิ่งเต้น ผลกรรมจึงตกกับประเทศไทยและคนไทย นั่นคือ ทำให้คนไทยและประเทศไทยไม่สามารถหลุดพ้นจากประเทศยากจนที่มีรายได้ปานกลางขั้นต่ำที่จมปลักมานานกว่า 30 ปีไปได้ และ ยังต้องยากจนต่อไปอีกไม่รู้กี่สิบปีในอนาคต มีแต่ ความเหลื่อมล้ำ ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

เชิญเทพเจ้า – บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เป็นประธานในพิธีอัญเชิญ เทพเจ้าโอคุนินุชิ ประทับในศาลเจ้าศรีราชา โอคุนิ เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นมีสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยมี โอตากะ มาซาโตะ, ธวัชชัย ศรีทอง และ กลินท์ สารสิน มาร่วมในพิธีด้วย ที่โครงการเจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน วันก่อน.

สายวันจันทร์ ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประกอบด้วย สนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้า เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรม ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้เข้าพบ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่น “สมุดปกขาว 3 สถาบัน” เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่หมักหมมของประเทศ

“ไต้ฝุ่น” เห็นแล้วก็เศร้าใจ สมุดปกขาวเล่มใหม่ ไม่รู้เป็นสมุดปกขาว “เล่มที่เท่าไร” ที่ 3 สถาบันหลักของชาติยื่นต่อนายกฯ ตั้งแต่สมัย นายกฯตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อมาสมัย นายกฯนิด เศรษฐา ทวีสิน จนถึง นายกฯอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร ผ่านไป 10 กว่าปี ปัญหาทุกอย่างยังเหมือนเดิม เหมือน “สายลมที่พัดผ่าน” ไม่มีอะไร ตอบสนองจากรัฐบาล นอกจาก เมกะโปรเจกต์ของคนการเมืองในมือรัฐบาลที่ตั้งใจทำ และ สังคมมองว่ามีผลประโยชน์แฝง

ไว้ใจได้ – กรณ์ ณรงค์เดช, ยูจิ โอกาโมโต และ รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ ให้การต้อนรับดร.โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ และ นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ในโอกาสบริษัทกันกุลเอ็นจิเนียริ่งได้เลือกเช่าพื้นที่ภายในอาคาร OCC เพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ที่อาคาร OCC เพลินจิต วันก่อน.

4 เรื่อง ใน สมุดปกขาวเล่มใหม่ ที่ กกร. 3 สถาบัน ยื่นต่อ นายกฯแพทองธาร เพื่อขอให้รัฐบาล แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ทั้งที่เป็น “หน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง” ก็คือ 1) การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา จนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงกันหมดแล้ว (ยกเว้น นักการเมือง) 2) ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี ที่กำลังถูกบิ๊กธุรกิจเส้นสายนักการเมืองทุบจนแทบไม่มีที่จะยืนแล้ว 3) ขอให้บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่น้ำมาก็ท่วมน้ำไปก็แล้ง ทั้งที่รัฐบาลใช้เงินงบประมาณเรื่องน้ำไปเป็นล้านล้านบาทแล้ว 4) เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โละกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและเอื้อการทุจริต ก็ไม่รู้ “นายกฯน้อย” จะมีกำลังทำได้แค่ไหน แค่เขียนถึงปัญหา “ไต้ฝุ่น” ก็เหนื่อยแทนแล้ว

ชื่นมื่น – พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โดยมี ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย, เสริมสกุล คล้ายแก้ว และ เกศมณี แย้มกลีบบัว มาร่วมอวยพรด้วย ที่ห้องลอร์ดจิมส์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

เขียนเรื่องดีๆของชาติกันดีกว่า 13.00 น. วันนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เป็นประธานมอบรางวัล SET Awards 2024 จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร เพื่อเชิดชูบริษัทจดทะเบียนและผู้บริหารที่มีผลงานโดดเด่น ประกอบด้วย รางวัล Best CEO Awards, Young Rising Star CEO Awards, Deal of the Year Awards กลุ่มรางวัล Business Excellence และ กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง Facebook & YouTube : SET Thailand และเว็บไซต์ www.set.or.th/setawards

ให้ของขวัญ – ริชาร์ด มาโลนีย์ เปิดตัวคอลเลกชันของขวัญสุดพิเศษจาก ASAVA เพื่อมอบให้ลูกค้าในโอกาสครบรอบ 25 ปี ธนาคารยูโอบี โดยมี ยุทธชัย เตยะราชกุล, วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล, สิรี อุดมฤทธิรุจ และ พลพัฒน์ อัศวะประภา มาร่วมงานด้วย ที่ยูโอบี พลาซา วันก่อน.

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะไปเป็นประธานเปิดงาน มหกรรม การเงิน Money Expo เชียงใหม่ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 8–10 พฤศจิกายน ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ภายในงานมี ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐ สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิตประกันภัย กว่า 30 แห่ง ไปร่วมออกบูธให้บริการสินเชื่อการเงินการลงทุนแบบครบวงจร ทุกฝันเป็นจริงได้ที่นี่

ชนะเลิศ – ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ มอบรางวัลให้ พิรชัช พูลสมบัติ, ภัสสร กาญจนาหาร และ ผกาวรรณ ญาณศิวโมกข์ ผู้ชนะเลิศการประกวด “SEE JORAKAY SCULPTURE DESIGN CONTEST” โดยมี วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

สถาบันวิทยาการผู้นำไทย–จีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง กำลังเปิดรับสมัคร “หลักสูตรวิทยาการผู้นำไทย–จีน (วทจ.) รุ่นที่ 7” อบรมทั้งที่ไทยและที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้รับการสนับสนุนจาก สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำ ประเทศไทย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 15 พ.ย.2567 สมัครออนไลน์ได้ที่ www.hcu.ac.th/tcl อรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานหลักสูตร นำไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ปักกิ่งด้วยตัวเองทุกรุ่น

ฮาโลวีน – สุภรณ์ เด่นไพศาล จัดกิจกรรมสุดหลอน “est Zombie in Horror Town” ในงานเทศกาลดนตรี SIAM HALLOWEEN 2024 โดยมี พิยดา อัครเศรณี, สมเกียรติ ครุฑดำรงชัย, วีรญา ตรีจินดาหรา และ ณัฐพล เกษมวิลาศ มาร่วมงานด้วย ที่สยามสแควร์ วันก่อน.

บนแผงวันนี้ ศิลปวัฒนธรรม ตำราปาก (ะ) ท่องโลกตำรับกับข้าวไทย, ข้ามห้วงมหรรณพ วิว กุลวุฒิ เส้นทางในฝันคอร์ตแบดกับเป้าหมายหนึ่งเดียว, อนุสาร อ.ส.ท. ชวนนอนแคมป์ดูดาว, หนังสือ The Menopause Manifesto หมดเมนส์แล้วเป็นไง เขียนโดย พญ.เจ็น กันเทอร์ แปลโดยนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี บรรณาธิการ, การสื่อสารในสังคมพหุวัฒนธรรม โดย ผศ.ดร.วรรษิดา บุญญาณเมธาพร, 4 WHEELS เจาะลึก TESLA Cybertruck

ศพ พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตรอง ผบ.ทบ. อยู่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุ ถึง 3 พ.ย. ศพ พล.อ.อ.สรรเสริญ วานิชย์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม อยู่ศาลาสารัชถ์-นลินี รัตนาวะดี วัดพระศรีมหาธาตุ ถึง 30 ต.ค. พระราชทานเพลิง 3 พ.ย.16.00 น.

“ไต้ฝุ่น”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์-แฮร์ริส สงครามตัวแทนระหว่างเพศหญิงและชาย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822571

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์-แฮร์ริส สงครามตัวแทนระหว่างเพศหญิงและชาย

30 ต.ค. 2567 08:00 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์-แฮร์ริส สงครามตัวแทนระหว่างเพศหญิงและชาย

  • โพลหลายสำนักเผยโดนัลด์ ทรัมป์มาแรงในกลุ่มผู้ชาย ในขณะที่คามาลา แฮร์ริส เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้หญิงมากกว่า สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่ต่างเป็นตัวแทนของการแข่งขันระหว่างเพศ แต่ยังไม่มีใครชี้ชัดได้ว่า การแบ่งแยกทางเพศนี้จะส่งผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้มากน้อยเพียงใด
  • คามาลา แฮร์ริส เป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ก้าวเข้ามาท้าชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเป็นผู้สมัครฯ เพศหญิงคนที่สอง ต่อจากนางฮิลลารี คลินตัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า นางแฮร์ริสมักไม่ค่อยพูดถึงตัวตนของเธอ หรือเน้นย้ำถึงความเป็นเพศหญิงสักเท่าไหร่
  • โพลของช่อง CBS ชี้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้เห็นว่าสังคมอเมริกันยังคงมีช่องว่างทางเพศค่อนข้างมาก และช่องว่างด้านเพศกำลังส่งผลสำคัญต่อการเลือกตั้ง เห็นได้จากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างคามาลา แฮร์ริสและโดนัลด์ ทรัมป์ยิ่งสูสีมากขึ้นเรื่อยๆ

โดนัลด์ ทรัมป์ได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากกลุ่มผู้ชาย ในขณะที่ผู้หญิงบอกกับผู้ทำโพลว่าพวกเธอชื่นชอบคามาลา แฮร์ริสในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งช่องว่างทางเพศในทางการเมืองสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้น และอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้ด้วย

เห็นได้ชัดเจนว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการให้ความเป็นชายเป็นจุดเด่นของการแข่งขันนี้ ในขณะที่คามาลา แฮร์ริสแทบจะไม่พูดถึงตัวตนในฐานะผู้หญิงที่ลงสมัครรับตำแหน่งเลย โดยจากการสำรวจของนิวยอร์กไทมส์ ทรัมป์นำหน้าในกลุ่มผู้ชายถึง 14% ในขณะที่แฮร์ริสนำหน้าในกลุ่มผู้หญิง 12%

คามาลา แฮร์ริสเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ก้าวเข้ามาท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนับเป็นผู้หญิงคนที่สอง ต่อจากนางฮิลลารี คลินตันที่เข้ามาเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า นางแฮร์ริสมักไม่ค่อยพูดถึงตัวตนของเธอหรือเน้นย้ำความเป็นเพศหญิง เพื่อการหาเสียงสักเท่าไหร่ โดยเธอให้สัมภาษณ์กับ CNN เมื่อเดือนที่แล้วว่า เธอลงสมัครเพราะเชื่อว่าเธอเป็นคนที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุดในเวลานี้ เพื่อคนอเมริกันทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติหรือเพศ ซึ่งอาจจะเป็นบทเรียนจากความพ่ายแพ้ของนางคลินตันเมื่อปี 2016 อย่างไรก็ตาม แม้เธอพยายามหลีกเลี่ยงประเด็นนี้อย่างเต็มที่ แต่ประเด็นเรื่องเพศก็กลายเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงครั้งนี้อยู่ดี เพราะประธานาธิบดีหญิงเป็นเรื่องใหม่สำหรับสหรัฐอเมริกา และเป็นไปได้ว่าจะมีทั้งผู้ที่ชื่นชอบและบางคนที่ไม่คุ้นเคยกับความแปลกใหม่นี้

แม้ทางทีมหาเสียงของแฮร์ริสจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยอมรับว่า พวกเขาเชื่อว่ามีการกีดกันทางเพศแฝงอยู่ ซึ่งจะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางคนไม่เลือกผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามขึ้นเป็นประธานาธิบดี

โดยหากย้อนไปดูครั้งล่าสุดที่ผู้หญิงลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในสมัยของนางคลินตัน เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ฮิลลารี คลินตันเคยชูประเด็นการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคหลัก สโลแกนหาเสียง “I’m with Her” แต่ในท้ายที่สุดเธอก็ไม่สามารถเอาชนะทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้ ซึ่งฝ่ายกลยุทธ์มองว่า เหตุผลหลักๆก็เพราะนางคลินตันเป็นผู้หญิง และแม้ว่าความรู้สึกนี้อาจจะลดน้อยลงในปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่

นักกลยุทธ์พรรคเดโมแครตคนหนึ่งนี่ ระบุว่า แม้ว่าปีนี้จะเป็นปี 2024 แล้ว แต่ก็ยังมีคนบางพวกที่ยังไม่อยากแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงเหมาะสมกับตำแหน่งในทำเนียบขาว ดังนั้นเมื่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงบอกกับผู้ทำโพลว่าแฮร์ริส “ไม่พร้อม” หรือ “บุคลิกไม่เหมาะสม” หรือ “ไม่มีสิ่งที่จำเป็น” ความหมายที่แท้จริงของพวกเขาอาจจะเพียงเพราะ แฮร์ริสเป็นผู้หญิง

แม้ว่าทีมงานหาเสียงของทรัมป์จะระบุว่าเรื่องเพศไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเหตุผลที่ชาวอเมริกันจะปฏิเสธแฮร์ริสในวันที่ 5 พฤศจิกายน ก็เพราะแฮร์ริสอ่อนแอ ไม่น่าไว้วางใจ และเป็นเสรีนิยมที่อันตราย แต่ทีมหาเสียงของรีพับลิกันก็มักจะแสดงความมั่นใจว่าทรัมป์จะชนะ เพราะช่องว่างทางเพศในกลุ่มผู้ชายทำให้ทรัมป์ได้เปรียบ

นับตั้งแต่ปี 2016 หลายสิ่งสำหรับผู้หญิงก็เปลี่ยนแปลงไป อย่างการเคลื่อนไหว #MeToo ในปี 2017 ทำให้ผู้คนตระหนักถึงการเลือกปฏิบัติที่ผู้หญิงต้องเผชิญในที่ทำงาน และได้เปลี่ยนวิธีการพูดถึงผู้หญิง การเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้ผู้สมัครอย่างแฮร์ริสมีโอกาสมากขึ้น

แต่ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในประเด็นความหลากหลาย ความเท่าเทียม บางครั้งก็ถูกตีความว่าเป็นการถอยหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ชายรุ่นใหม่ที่รู้สึกว่าตนเองถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง หรือการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมากเกินไปสำหรับคนอเมริกันอนุรักษ์นิยมที่ยังคงนิยมบทบาททางเพศแบบผู้ชายเป็นใหญ่ ทำให้ผู้ชายกลัวการขึ้นมามีอำนาจของผู้หญิง

ผลสำรวจจาก CBS News ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ตุลาคม) ได้บ่งชี้ถึงทัศนคติในสหรัฐเกี่ยวกับบทบาททางสังคม โดยผลสำรวจพบว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมองว่าความพยายามในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในสหรัฐฯ นั้นมากเกินไป ซึ่งพวกเขามีแนวโน้มที่จะสนับสนุนทรัมป์ ในขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะบอกว่าความพยายามเหล่านั้นยังไม่เพียงพอ และพวกเธอมักจะสนับสนุนแฮร์ริส

นอกจากนี้ CBS รายงานว่าผู้ชายมีแนวโน้มที่จะคิดว่าแฮร์ริสจะไม่เป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และกลุ่มผู้ชายส่วนใหญ่จะคิดว่าทรัมป์จะเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง

เดลลา โวลเป เชี่ยวชาญด้านการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งวัยหนุ่มสาว ชี้ให้เห็นสถิติต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มในปัจจุบันมีสถานการณ์ที่แย่กว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน เช่น พวกเขามีโอกาสน้อยกว่าที่จะมีความสัมพันธ์ มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยน้อยกว่าในอดีต และมีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูงกว่าผู้หญิงในวัยเดียวกัน

ในขณะที่ผู้หญิงอเมริกันรุ่นใหม่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเธอมีการศึกษาที่ดีกว่าผู้ชาย ทำงานในภาคบริการที่เติบโตขึ้น และหลาย ๆ คนมีรายได้มากกว่าผู้ชาย นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ผู้หญิงรุ่นใหม่ยังมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนแนวคิดเสรีนิยมมากขึ้นเมื่อเทียบกับชายหนุ่ม ตามการสำรวจของ Gallup โพล ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดการแบ่งแยกทางเพศที่ชัดเจน

ข้อมูลจากสถาบัน American Enterprise Institute ระบุว่าในช่วงเจ็ดปีที่ผ่านมา สัดส่วนของชายหนุ่มที่กล่าวว่าสหรัฐฯ ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศมากเกินไป เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทีมหาเสียงของทรัมป์จึงเจาะกลุ่มผู้ชายที่มีความคับข้องใจ และในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเขายังเพิ่มความเข้มข้นในการเน้นย้ำความเป็นเพศชาย อย่างการรีโพสต์คำเตือนบน Truth Social ว่า “ความเป็นชายกำลังถูกโจมตี” และเมื่อไม่นานมานี้ เขายังพูดติดตลกเกี่ยวกับอวัยวะเพศของนักกอล์ฟชื่อดังอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคเดโมแครตก็พยายามตะล่อมกลุ่มชายหนุ่มที่รู้สึกถูกทอดทิ้งโดยนายบารัก โอบามา อดีตผู้นำสหรัฐฯ ตำหนิว่า ผู้ชายบางคนยังไม่ยอมรับความคิดที่จะมีผู้หญิงเป็นประธานาธิบดี และพยายามหาเหตุผลอื่นมาสนับสนุน

สำหรับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบางคน การเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้จึงได้กลายเป็นสงครามของการแข่งขันทางเพศ โดยใช้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นตัวแทน ขึ้นอยู่กับว่าในช่วงที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้ ใครจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ หรือมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเปลี่ยนการตัดสินใจ นอกเหนือจากเรื่องของเพศเท่านั้น.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : BBC , CBS

อ่านข่าวการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์

ปูตินสั่งเปิดฉากซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดสงคราม “รัสเซีย-ยูเครน”

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822685

 ปูตินสั่งเปิดฉากซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดสงคราม "รัสเซีย-ยูเครน"

30 ต.ค. 2567 07:52 น.

ปูตินสั่งเปิดฉากซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดสงคราม “รัสเซีย-ยูเครน”

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย สั่งเปิดฉากซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ โดยเป็นการยิงขีปนาวุธแบบจำลองสถานการณ์การโจมตีตอบโต้ ซึ่งถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพนิวเคลียร์ของรัสเซีย ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์สู้รบกับยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายอังเดร เบโลซอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย สั่งเปิดฉากซ้อมรบนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ โดยเป็นการยิงขีปนาวุธแบบจำลองสถานการณ์การโจมตีตอบโต้ ซึ่งการซ้อมรบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึก กองกำลังรุกเชิงยุทธศาสตร์ ที่ยิงโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของศัตรู

โดยมีการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป “ยาร์ส” (Yars) จากแท่นยิง เปลเซ็ตส์ค ที่สนามทดสอบคูรา บนคาบสมุทรคัมชัตคา ขณะเดียวกันเรือดำน้ำนิวเคลียร์ โนโวมอสคอฟส์ค (Novomoskovsk) และยาซ โอเลก (Knyaz Oleg) ได้ทดสอบยิง ขีปนาวุธข้ามทวีป จากทะเลแบเรนตส์ และทะเลโอค็อตสค์ ในขณะที่เครื่องบินทิ้งระเบิดเชิงยุทธศาสตร์ ตู-95 (Tu-95) ที่มีขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ก็ซ้อมยิงขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า ขีปนาวุธทั้งหมดเข้าถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้ว

ทางด้านประธานาธิบดีปูติน กล่าวระหว่างการสนทนาทางวิดีโอกับผู้นำกองทัพว่า การซ้อมรบครั้งนี้ จำลองปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ และรวมถึงการซ้อมยิงขีปนาวุธและขีปนาวุธร่อนที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วย

ปูตินกล่าวว่า เมื่อคำนึงถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น และภัยคุกคามและความเสี่ยงใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญสำหรับรัสเซีย คือต้องมีกองกำลังยุทธศาสตร์ที่ทันสมัยที่พร้อมรบอยู่เสมอ พร้อมยืนยันว่ารัสเซียมองว่าการใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็น มาตรการขั้นสูงสุดในการรับรองความปลอดภัยของประเทศ.

ทรัมป์ลั่น ไม่รู้จักดาวตลกเล่นมุกดูถูกเปอร์โตริโก ใครก็ไม่รู้ให้ขึ้นเวที

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822679

ทรัมป์ลั่น ไม่รู้จักดาวตลกเล่นมุกดูถูกเปอร์โตริโก ใครก็ไม่รู้ให้ขึ้นเวที

30 ต.ค. 2567 06:50 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่รู้จักดาวตลกเล่นมุกดูถูกเปอร์โตริโก ใครก็ไม่รู้ให้ขึ้นเวที

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันไม่รู้จักกับดาวตลก ผู้เล่นมุกล้อเลียนเปอร์โตริโก จนกลายเป็นประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ เรียกเสียงประณามจากหลายฝ่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 ต.ค.ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าตนเองไม่รู้จักนาย โทนี ฮินช์คลิฟฟ์ ดาวตลกผู้ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีหาเสียงของเขาที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แล้วเล่นมุกเหยียดชาวเปอร์โตริโก จนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจจากทั้งฝ่ายเดโมแครตและรีพับลิกัน

“ผมไม่รู้จักเขา ใครบางคนให้เขาขึ้นไปบนนั้น” ทรัมป์บอกกับสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ อย่างไรก็ตาม อดีตประธานาธิบดีรายนี้ไม่ถึงขั้นประณามนายฮินช์คลิฟฟ์ และบอกด้วยว่า เขาไม่ได้ยินที่นายฮินช์คลิฟฟ์พูดว่า เปอร์โตริโกเป็นเกาะขยะลอยได้

ในเวลาต่อมา นายทรัมป์แถลงข่าวจากรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก ในฟลอริดา บรรยายการหาเสียงที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก เป็นเหมือน “เทศกาลแห่งความรัก” (love fest) แม้จะถูกครหาว่าเป็นงานที่เต็มไปด้วยคำหยาบคายและการเหยียดเชื้อชาติ นายทรัมป์ยังเมินเสียงวิจารณ์ที่เทียบการหาเสียงของเขากับของพรรคนาซีในปี 2482 ด้วย

ด้านทีมหาเสียงของนายทรัมป์ พยายามเว้นระยะห่างจากนายฮินช์คลิฟฟ์ โดย น.ส.ดานิเอลลา อัลวาเรซ โฆษกหญิง ยืนยันว่า มุกของดาวตลกรายนี้ ไม่ได้สะท้อนมุมมองที่นายทรัมป์หรือทีมหาเสียงมีต่อเปอร์โตริโก

ประเด็นเรื่องคำพูดของนายฮินช์คลิฟฟ์ยังถูกฝ่ายเดโมแครตหยิบไปใช้เป็นอาวุธโจมตีนายทรัมป์ โดยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีคะแนนนิยมมากที่สุด ร่วมประณามนายฮินช์คลิฟฟ์ และเชียร์ คามาลา แฮร์ริส ที่การหาเสียงในฟิลาเดลเฟีย ซึ่งมีประชากรชาวฮิสแปนิกถึง 15% เมื่อ 29 ต.ค.

ด้านนาย เจ.ดี. แวนซ์ คู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของนายทรัมป์ กล่าวที่วิสคอนซิน ว่า “เราต้องหยุดรู้สึกถูกล่วงเกินด้วยเรื่องเล็กน้อยทุกอย่างในสหรัฐอเมริกาได้แล้ว” และเสริมว่า “ผมไม่สนใจมันแล้ว”

ก่อนหน้านี้ นายฮินช์คลิฟฟ์ก็ออกมาตอบโต้เสียงวิจารณ์ โดยระบุว่าเป็นเพียงมุกตลกเท่านั้น และว่า “ผมก็ล้อทุกคนนั่นแหละ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : forbes

ผู้ก่อตั้ง TikTok ขึ้นแทนมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน ทรัพย์สินพุ่ง 43%

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822676

ผู้ก่อตั้ง TikTok ขึ้นแทนมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน ทรัพย์สินพุ่ง 43%

30 ต.ค. 2567 06:05 น.

ผู้ก่อตั้ง TikTok ขึ้นแทนมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน ทรัพย์สินพุ่ง 43%

ผู้ก่อตั้ง TikTok กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีนแล้ว หลังแอป TikTok สร้างรายได้มหาศาล แม้จะถูกกดดันจากชาติตะวันตก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจาง อี้หมิง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท “ไบท์แดนซ์” (ByteDance) บริษัทแม่ของ “ติ๊กต่อก” (TikTok) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันแสดงวิดีโอขนาดสั้นยอดนิยมของโลก ขึ้นแท่นเป็นบบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของจีนแล้ว หลังความนิยมของติ๊กต่อกทำให้ทรัพย์สินของเขาพุ่งกระฉูด

สถาบันวิจัย “หูรุ่น” ของจีน ระบุในดัชนีบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนฉบับปี 2567 ของพวกเขา ว่า ปัจจุบันนายจางมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 4.93 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึง 43%

นายจางลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท ไบท์แดนซ์ ตั้งแต่ปี 2564 แต่เชื่อกันว่าเขายังถือครองหุ้นของบริษัทอยู่ถึง 20%

ทั้งนี้ ติ๊กต่อกกลายเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก ภายในเวลาไม่กี่ปี แม้ว่าชาติตะวันตกจะแสดงความกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแอปพลิเคชั่นนี้กับรัฐบาลจีน ซึ่งทั้งไบท์แดนซ์กับติ๊กต่อกต่างปฏิเสธข้อกล่าวหา

ติ๊กต่องกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในสหรัฐฯ ซึ่งขู่จะแบนแอปพลิเคชันนี้ในเดือนมกราคม 2568 หาไบท์แดนซ์ไม่ยอมขายกิจการติ๊กต่อก อย่างไรก็ตาม กำไรของบริษัท ไบท์แดนซ์ ยังเพิ่มขึ้นถึง 60% ในปี 2566 ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของนายจางเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“จาง อี้หมิง เป็นเศรษฐีอับดับ 1 ของที่ 18 ของใจในรอบ 26 ปีที่ผ่านมา” นายรูเพิร์ต ฮูจเวิร์ฟ ประธานสถาบันวิจัยหูรุ่น กล่าว “เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ พวกเขามีเศรษฐีอันดับ 1 เพียง 4 คน คือ บิล เกตส์, วอร์เรน บัฟเฟตต์, เจฟ เบซอส และ อีลอน มัสก์” “เรื่องนี้แสดงให้เห็นพลวัตในเศรษฐกิจของจีน”

อนึ่ง นายจางไม่ใช้บุคคลจากภาคเทคโนโลยีเพียงคนเดียวที่ติดโผมหาเศรษฐีของ หูรุ่น โดยอีกคนคือนาย หม่า ฮั่วเถิง หรือ โพนี หม่า ประธานบริษัท “เทนเซนต์” (Tencent) อยู่ที่อันดับที่ 3 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 4.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮือฮา นักศึกษา ป.เอก ค้นพบเมืองที่สาบสูญในป่าเม็กซิโกโดยบังเอิญ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822672

ฮือฮา นักศึกษา ป.เอก ค้นพบเมืองที่สาบสูญในป่าเม็กซิโกโดยบังเอิญ

30 ต.ค. 2567 04:32 น.

ฮือฮา นักศึกษา ป.เอก ค้นพบเมืองที่สาบสูญในป่าเม็กซิโกโดยบังเอิญ

เมืองขนาดใหญ่ของชาวมายา ที่ถูกกลืนหายไปในผืนป่าของเม็กซิโกมานานหลายร้อยปี ถูกพบโดยบังเอิญ โดยฝีมือของนักศึกษาปริญญาเอกที่มาร่วมทีมสำรวจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักโบราณคดีค้นพบเมืองของชาวเผ่ามายา ที่สาบสูญไปในผืนป่าของรัฐกัมปาเช ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก โดยพวกเขาตั้งชื่อให้มันว่า “วาเลเรียนา” (Valeriana)

พวกเขาใช้เทคโนโลยีการสำรวจด้วยเลเซอร์ที่เรียกว่า “ไลดาร์” (Lidar) จัดทำแผนที่สิ่งปลูกสร้างที่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนป่า โดยพวกเขาพบอาคารขนาดต่างๆ จำนวน 6,764 หลัง รวมทั้ง ปีรามิด, ลานกีฬา, ถนนที่เชื่อมระหว่างเขตต่างๆ, อัฒจันทร์ และอ่างเก็บน้ำ

มีขนาดพื้นที่โดยรวมประมาณ 16.6 ตร.กม. ใกล้เคียงกับเมืองเอดินบะระ เมืองหลวงของสกอตแลนด์

ทีมนักโบราณคดีเชื่อว่า นี่เป็นแหล่งอารยธรรมชาวมายาที่มีความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้างมากที่สุดอันดับ 2 ในลาตินอเมริกา รองจากเมือง “กาลักมุล” (Calakmul)

ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบครั้งนี้คือนาย ลุค ออลด์-โทมัส นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัย ทูเลน (Tulane) ในสหรัฐฯ โดยเขาพบข้อมูลเกี่ยวกับมันขณะสืบค้นช้อมูลบนกูเกิล “ผมกำลังหาข้อมูลบางอย่างที่หน้า 16 ของกูเกิล เสิร์ช และพบข้อมูลการสำรวจด้วยเลเซอร์ขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของเม็กซิโก”

ทั้งนี้ การสำรวยด้วยเทคโนโลยี ไลดาร์ เป็นการยิงเลเซอร์จากเครื่องบินลงไปจัดทำแผนที่พื้นเบื้องล่าง โดยอาศัยการวัดระยะเวลาที่เลเซอร์ใช้เพื่อสะท้อนกลับมา

แต่ตอนที่นายออลด์-โทมัส ประมวลข้อมูลการสำรวจพื้นที่แถบนี้ด้วยวิธีการของนักโบราณคดี เขาก็พบสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป นั้นคือเมืองโบราณขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเคยเป็นที่อยู่ของคน 30,000 ถึง 50,000 คน ในช่วงปี ค.ส. 750 ถึง 850 ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ในปัจจุบันเสียอีก

เมืองแห่งนี้ยังตั้งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ ใกล้เมือง ชปูจิล (Xpujil) ซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบันของชาวเผ่ามายา เพียงแค่เดินทาง 15 นาทีเท่านั้น

ศ.มาร์เซลโล คานูโต หนึ่งในผู้ร่วมเขียนรายงานการค้นพบนี้ ระบุว่า การพบเมืองวาเลเรียนา ช่วยเปลี่ยนความคิดของชาวตะวันตกที่ ว่าเขตร้อนเป็นที่ที่อารยธรรมไปสู่ความตาย แท้จริงแล้ว มันเป็นสถานที่หนึ่งของโลกที่เต็มไปด้วยวัฒนาธรรมอันซับซ้อน

ทีมนักโบราณคดียังไม่รู้แน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เมืองขนาดใหญ่แห่งนี้ล่มสลาย แต่พวกเขาพบร่องรอยของภัยแล้ง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้คนย้ายไปอยู่ที่อื่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc