เทรี การ์ อดีตนักแสดงดังจากเรื่อง “Young Frankenstein” เสียชีวิตแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822671

เทรี การ์ อดีตนักแสดงดังจากเรื่อง “Young Frankenstein” เสียชีวิตแล้ว

30 ต.ค. 2567 03:30 น.

เทรี การ์ อดีตนักแสดงดังจากเรื่อง “Young Frankenstein” เสียชีวิตแล้ว

เทรี การ์ นักแสดงตลกหญิงชื่อดังจาก Young Frankenstein และเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล ออสการ์ เสียชีวิตแล้วในวัย 79 ปี หลังสู้กับโรคเรื้อรังมานานถึง 20 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เทรี การ์ อดีตนักแสดงหญิงชาวอเมริกัน ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และเป็นที่รู้จักจากผลงานมากมาย รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Young Frankenstein, Mr Mom และ Tootsie เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุได้ 79 ปี

การ์เสียชีวิตที่นครลอสแอนเจลิส เมื่อวันอังคารที่ 29 ต.ค. 2567 หลังจากต่อสู้กับโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) มานานถึง 20 ปี โดยมีครอบครัวและเพื่อนรายล้อม

เทรี การ์ ออกมาเปิดเผยเรื่องอาการป่วยของเธอเมื่อปี 2545 เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้แก้สังคมเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ และเพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตกับมันได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเธอก็มีปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง รวมทั้งต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการเส้นเลือดสมองโป่งพอง ในปี 2550 ด้วย

ทั้งนี้ การ์เริ่มก้าวเข้าสู่วงการนักแสดงในฐานะนักเต้นเบื้องหลัง ในภาคยานยนตร์ เอลวิส เพรสลีย์ โดยแม่ของเธอซึ่งเป็นนักเต้นเก่า ให้เธอเรียนเต้นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเธอได้รับบทเป็นนักเต้นสมทบในภาพยนตร์หลายเรื่อง จนกระทั่งในเล่นภาพยนตร์โทรทัศน์อย่าง Batman และ Dr. Kildare

การ์เป็นที่รู้จักขึ้นมาในปี 2517 หลังเธอรับบทเป็นตัวละครสมทบในภาคยนตร์ระทึกขวัญเรื่อง The Conversation จากนั้น เธอก็ได้รับบทเป็นผู้ช่วยห้องทดลองของ จีน ไวล์เดอร์ ในภาพยนตร์สยองปนตลก เรื่อง Young Frankenstein จนทำให้เธอมีชื่อเสียงโด่งดัง

การ์สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะนักแสดงตลกหญิง และปรากฏตัวในรายการ Late Night กับ เดวิด เลทเทอร์แมน บ่อยครั้ง แต่เธอก็เคยแสดงบทดราม่าด้วยเช่นกัน เช่นภาพยนตร์เรื่อง Close Encounters of the Third Kind และเคยปรากฎตัวในซีรีส์โทรทัศน์อย่าง Star Trek และ That Girl ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดูเตร์เต อดีตผู้นำฟิลิปปินส์ยอมรับ ใช้ “หน่วยสังหาร” ทำสงครามยาเสพติด

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822669

ดูเตร์เต อดีตผู้นำฟิลิปปินส์ยอมรับ ใช้ “หน่วยสังหาร” ทำสงครามยาเสพติด

29 ต.ค. 2567 23:24 น.

ดูเตร์เต อดีตผู้นำฟิลิปปินส์ยอมรับ ใช้ “หน่วยสังหาร” ทำสงครามยาเสพติด

ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยอมรับมีหน่วยสังหารไว้ใช้งานในการทำสงครามกับยาเสพติด ลั่นจะไม่กล่าวขอโทษ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรดริโก ดูเตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยอมรับว่าเขาใช้ “หน่วยสังหาร” (death squad) เพื่อปราบปรามแก๊งอาชญากรรม ขณะที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา หนึ่งในเมืองใหญ่สุดของประเทศ

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2567 ดูเตร์เตเข้าให้การเป็นครั้งแรกต่อคณะกรรมการสืบสวนของวุฒิสภา ที่กำลังตรวจสอบนโยบายการทำสงครามกับยาเสพติดของเขา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,252 ศพ โดยส่วนใหญ่ถูกตำรวจหรือมือปืนไม่ทราบฝ่าย ยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงประณามของกลุ่มสิทธิมนุษยชน

อดีตประธานาธิบดีวัย 79 ปี ยอมรับว่า เขามีหน่วยสังหารที่ประกอบด้วยแก๊งอันธพาล และเขาเคยสั่งให้หน่วย “ไปฆ่าคนคนนี้ เพราะหากไม่ทำ ผมจะฆ่าคุณตอนนี้เลย” ดูเตร์เตเผยด้วยว่า เขาบอกให้ตำรวจยุยงให้ผู้ต้องสงสัยต่อสู้กลับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รับความชอบธรรมที่จะสังหารพวกเขา

“อย่าตั้งคำถามกับนโยบายของผม เพราะผมจะไม่ขอโทษ ไม่แก้ตัว ผมทำสิ่งที่ผมต้องทำ และไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ ผมทำมันเพื่อประเทศของผม” ดูเตร์เตกล่าวในแถลงการณ์เปิดการไต่สวน “ผมเกลียดยาเสพติด ขอให้เข้าใจตรงกันเรื่องนี้”

อย่างไรก็ตาม ดูเตร์เตปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า เขาอนุญาตให้หัวหน้าตำรวจของเขา สังหารผู้ต้องสงสัยได้ และยืนยันว่า หน่วยสังหารประกอบด้วยแก๊งอันธพาล ไม่ใช่ตำรวจ “ผมจะสารภาพตอนนี้เลยก็ได้ถ้าคุณต้องการ ผมหน่วยสังหาร 7 คน แต่พวกเขาไม่ใช่ตำรวจ พวกเขาเป็นแก๊งอันธพาล”

อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อ้างด้วยว่า หลังจากเขาลงจากตำแหน่งในปี 2565 แก๊งอาชญากรรมมากมายก็กลับมาทำกิจกรรมผิดกฎหมายต่อ “หากได้รับโอกาสอีกครั้ง ผมจะล้างบางพวกคุณให้หมด” ดูเตร์เตกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮิซบอลเลาะห์แต่งตั้งผู้นำคนใหม่-อิสราเอลถล่มเลบานอนต่อ ดับ 60 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822663

ฮิซบอลเลาะห์แต่งตั้งผู้นำคนใหม่-อิสราเอลถล่มเลบานอนต่อ ดับ 60 ศพ

29 ต.ค. 2567 21:58 น.

ฮิซบอลเลาะห์แต่งตั้งผู้นำคนใหม่-อิสราเอลถล่มเลบานอนต่อ ดับ 60 ศพ

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่งตั้งรองเลขาธิการซึ่งอยู่ในตำแหน่งมานาน 30 ปี ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มคนใหม่แล้ว ขณะที่อิสราเอลโจมตีใส่เลบานอนอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตกว่า 60 ศพ

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ประกาศแต่งตั้งนาย นาอิม คาสเซม รองเลขาธิการทั่วไป เป็นหัวหน้าใหญ่คนใหม่ของกลุ่มแล้ว สืบทอดตำแหน่งต่อจากนาย ฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ซึ่งเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ที่กรุงเบรุต เมื่อเดือนกันยายน

นายคาสเซมเป็นหนึ่งในผู้นำอาวุโสไม่กี่คนของฮิซบอลเลาะห์ ที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากอิสราเอลยกระดับการโจมตีเลบานอนในช่วงเดือนที่ผ่านมา สังหารแกนนำของกลุ่มไปมากมาย

ทั้งนี้ เดิมทีเชื่อกันว่า ตำแหน่งผู้นำคนต่อไปของฮิซบอลเลาะห์ จะตกเป็นของนาย ฮาเชม ซาฟีเอดดีน ลูกพี่ลูกน้องของนายนาสรัลเลาะห์ แต่ในวันที่ 22 ต.ค. ทั้งอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยืนยันว่า เขาถูกสังหารแล้ว ในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น

นายคาสเซมเป็นรองเลขาธิการทั่วไปของฮิซบอลเลาะห์มานานกกว่า 30 ปีแล้ว และเป็นหนึ่งในคนที่สังคมรู้จักหน้ารู้จักมากที่สุด

ฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า นายคาสเซมได้รับเลือกโดยสภา ชูรา ภายใต้กฎของพวกเขาเอง โดยไม่มีการเปิดเผยว่า ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด แต่บางรายงานระบุว่า นายคาสเซมหนีไปอยู่อิหร่าน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของฮิซบอลเลาะห์แล้ว

อีกด้านหนึ่ง อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศเข้าใส่เลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่ามุ่งเป้าหมายโจมตีสมาชิก, โครงสร้างพื้นฐาน และอาวุธ ของฮิซบอลเลาะห์

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.) การโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ในภูมิภาคหุบเขาเบกา ทางตะวันออกของเลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 50 ราย แต่ฝ่ายอิสราเอลไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการโจมตีนี้

อนึ่ง อิสราเอลกับเลบานอนโจมตีข้ามพรมแดนเข้าใส่กันมากขึ้น นับตั้งแต่สงครามในกาซาอุบัติขึ้น เมื่อ 7 ต.ค. 2566 โดยตลอดช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตในเลบานอนแล้วไม่น้อยกว่า 2,700 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบ 12,500 ราย ส่วนฝ่ายอิสราเอลไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 :โพลเผย แฮร์ริสน่าจะคว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822562

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 :โพลเผย แฮร์ริสน่าจะคว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

29 ต.ค. 2567 13:46 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 :โพลเผย แฮร์ริสน่าจะคว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โพลเผย คนไทยส่วนใหญ่คิดว่าแฮร์ริสน่าจะคว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจของชาวอเมริกันเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ

ไทยรัฐโพลเผยผลสำรวจเกี่ยวกับการเลือกตั้ังประธานาธิบดีสหรัฐฯปี 2024 จากที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่มาตอบแบบสำรวจทางออนไลน์ ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 5,752 คน 61.75เปอร์เซ็นต์ หรือ 3,545 คน คิดว่านางคามาลา แฮร์ริสจะชนะการเลือกตั้ง ขณะที่อีก 38.25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 2,196 คนคิดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์จะได้ครองตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกครั้ง

ส่วนนโยบายที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีของชาวอเมริกันในครั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าเรื่องของเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกประธานาธิบดีเป็นอันดับแรกอยู่ที่ 60.90 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือนโยบายด้านความมั่นคง 22.22 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยผู้อพยพ 9.08 เปอร์เซ็นต์ ด้านประกันสุขภาพ 4.15 เปอร์เซ็นต์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ 2.86 เปอร์เซ็นต์

กลุ่มผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ยังมองว่าการเลือกตั้งสหรัฐฯในปี 2024 นี้จะมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมคิดเป็น 67.82 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อีก 32.18 เปอร์เซ็นต์คิดว่าอาจจะมีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น

ส่วนในประเด็นเรื่องความสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อความสัมพันธ์กับประเทศไทย 62.85 เปอร์เซ็นต์จากผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่ามีความสำคัญมาก รองลงมาคือเฉยๆที่ 22.29 เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจ 8.82 เปอร์เซ็นต์ และอีกราว 6.05 เปอร์เซ็นต์คิดว่าไม่สำคัญ ในขณะที่นโยบายของสหรัฐฯที่มีผลกระทบกับไทยมากที่สุด ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่จาก 5,901 คน คิดว่านโยบายด้านเศรษฐกิจการค้าจะส่งผลกระทบต่อไทยมากที่สุด 71.01 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือนโยบายด้านความมั่นคงที่ 12.62 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยด้านสิทธิมนุษยชนอีก 12.41 เปอร์เซ็นต์ และด้านผู้อพยพมีผลกระทบกับไทยน้อยที่สุดที่ 3.97 เปอร์เซ็นต์

ส่วนในประเด็นความสนใจในเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯในปีนี้ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คือ 32.08 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกสนใจในเรื่องนี้ในระดับปานกลาง อีก 28.96 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกสนใจ 24.75 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกสนใจมาก โดยมีเพียง 4.10 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สนใจเลย.

อ่านข่าวการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์

เปิดพินัยกรรมอดีตประธานทาทามอเตอร์ ยกสมบัติเกือบ 4 พันล้านให้สุนัข

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822555

เปิดพินัยกรรมอดีตประธานทาทามอเตอร์ ยกสมบัติเกือบ 4 พันล้านให้สุนัข

29 ต.ค. 2567 12:42 น.

เปิดพินัยกรรมอดีตประธานทาทามอเตอร์ ยกสมบัติเกือบ 4 พันล้านให้สุนัข

อึ้งกันทั้งโลก เมื่อพินัยกรรมของนาย “ราตัน ทาทา” มหาเศรษฐีชาวอินเดีย ระบุยกมรดกเกือบ 4 พันล้าน ให้สุนัขแสนรัก และคนสนิทอีก 2 คน

สื่อต่างประเทศเผยรายละเอียดพินัยกรรมชวนตะลึง ของนายราตัน ทาทามหาเศรษฐีชาวอินเดีย อดีตประธานของ ทาทา กรุ๊ป ซึ่งเสียชีวิตด้วยวัย 86 ปี เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยพบว่าเขาได้มอบทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จากมรดกราว 91 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,992,000,000 ล้านบาทให้แก่ ติโต้ สุนัขเยอรมันเชฟเฟิร์ด สัตว์เลี้ยงแสนรักของเขา รวมทั้ง คอนนาร์ ซุบเบียห์ ผู้ช่วยคนสนิท และราจัน ชอว์ พ่อครัวของเขาอีก 2 คน โดยระบุชัดเจนว่า สุนัขของเขาจะต้องได้รับการดูแลแบบไม่จำกัด จากการที่มันเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเขาจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ขณะที่พี่ชายของเขา จิมมี่ ทาทา และน้องสาวต่างมารดา ชิรีน และ เดียนาได้รับมรดกเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

การทิ้งมรดกจำนวนเงินมหาศาลให้กับสัตว์เลี้ยงและผู้ดูแลเช่นนี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยครั้งนักในอินเดีย เพราะตามประเพณี หากเศรษฐีรายดังกล่าวไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว ทรัพย์มรดกมักจะถูกถ่ายโอนไปยังพี่น้อง

ซูเฮล เซธ เพื่อนสนิทของราตัน ทาทา ระบุว่าจำนวนเงินที่มอบให้แก่ผู้ช่วยส่วนตัวและเชฟ ซึ่งทั้งคู่มีอายุในช่วง 50 ปี และเป็นผู้ดูแล ติโต้ นั้นถือว่ามากมาย หลังจากนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหาเงินอีกต่อไปและจะได้รับการดูแลอย่างดี

นายเซธยังกล่าวด้วยว่า ความตั้งใจนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับผู้ที่รู้จักนาย ทาทา เป็นอย่างดี โดยพินัยกรรมนี้ไม่ใช่การแสดงความมั่งคั่ง แต่เป็นการแสดงความขอบคุณสำหรับความสุขและการดูแล ที่เขาได้รับจากสัตว์เลี้ยงและผู้ช่วยที่ใกล้ชิดสองคนของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา.

ที่มา : เดลีเมล์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ราตัน ทาทา

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อัพเดทโพลโค้งสุดท้าย “แฮร์ริส-ทรัมป์” คะแนนสูสี ต้องจับตาลุ้นวันจริง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822516

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อัพเดทโพลโค้งสุดท้าย "แฮร์ริส-ทรัมป์" คะแนนสูสี ต้องจับตาลุ้นวันจริง

29 ต.ค. 2567 12:41 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อัพเดทโพลโค้งสุดท้าย “แฮร์ริส-ทรัมป์” คะแนนสูสี ต้องจับตาลุ้นวันจริง

  • เหลือเวลาอีก 8 วันก่อนการเลือกตั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน จัดการชุมนุมใหญ่ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ในนิวยอร์ก โดยทรัมป์ขึ้นปราศรัยตอกย้ำแผนการของเขาในการหยุดยั้งกลุ่มผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารและเนรเทศผู้อพยพที่เป็น อาชญากรที่โหดร้ายและกระหายเลือด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  • ในขณะที่รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ผู้สมัครจากเดโมแครต ไปรณรงค์หาเสียงในรัฐมิชิแกน ซึ่งเป็นรัฐสำคัญ โดยกล่าวว่า ไม่มีใครควรนั่งเฉยๆโดยไม่สนใจ เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับอนาคตและความต้องการของชาวอเมริกัน
  • ผลโพลล่าสุดในช่วง 8 วันก่อนถึงวันเลือกตั้งชี้ว่า “แฮร์ริส-ทรัมป์” สองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ยังมีคะแนนสูสีกันมาก ขณะที่ นับถึงช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา พบว่ามีชาวอเมริกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วกว่า 41 ล้านคน ทั้งการเดินทางไปหย่อนบัตรด้วยตัวเองและส่งทางไปรษณีย์ ขณะที่สถิติของ Election Lab มหาวิทยาลัยฟลอริดา เมื่อปี 2020 ชี้ว่า ในช่วงโควิด-19 ชาวอเมริกันออกไปเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 100 ล้านคน

ผลโพลล่าสุด

แฮร์ริสและทรัมป์ ยังคงมีคะแนนสูสีกันอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งดุเดือดที่กำลังจะมาถึงในอีก 8 วันข้างหน้า โดยผลสำรวจของ CBS News/YouGov ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าแฮร์ริสนำหน้าทรัมป์ในระดับประเทศ โดยมีคะแนนอยู่ที่ 50% ขณะที่ทรัมป์ได้ 49% โดยต้องขึ้นกับอัตราความคลาดเคลื่อนของการสำรวจ

ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งแยกทางเพศอย่างมากในการแข่งขัน โดยผู้ชายชอบทรัมป์มากกว่า และผู้หญิงชอบแฮร์ริสมากกว่า ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าทรัมป์มีคะแนนนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาย 54 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 45 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่แฮร์ริสมีคะแนนนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งหญิง 55 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 43 เปอร์เซ็นต์

จากผลสำรวจยังพบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมองว่าทรัมป์เป็นผู้นำที่แข็งแกร่งมากกว่า คิดเป็น 64% ต่อ 50% ขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะบอกว่าแฮร์ริส ไอคิวและอีคิวที่เหนือกว่าทรัมป์ ทำให้เธอมีความเหมาะสมมากกว่าที่จะเป็นประธานาธิบดี

ขณะที่จากการวิเคราะห์แยกจากการติดตามผลการเลือกตั้งรายวันของ FiveThirtyEight พบว่า แฮร์ริสมีคะแนนนำเล็กน้อยในผลสำรวจระดับประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา โดยนำทรัมป์เพียง 1.4% ซึ่งช่องว่างลดลงจาก 1.7% ในการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

7 รัฐสวิงจะชี้ขาดผลเลือกตั้ง

จากการติดตามผลสำรวจรายวันของ FiveThirtyEight แฮร์ริสยังคงมีคะแนนนำเพียงเล็กน้อยในรัฐมิชิแกน และรัฐวิสคอนซิน ในขณะเดียวกัน ทรัมป์มีคะแนนนำแฮร์ริสเล็กน้อยในรัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐเนวาดา และยังมีคะแนนนำมากกว่าอย่างมากในนอร์ทแคโรไลนา แอริโซนา และจอร์เจีย

อย่างไรก็ตาม ในทั้ง 7 รัฐนั้น ผู้สมัครต่างก็มีคะแนนห่างกันเพียง 2 คะแนน ทำให้สองผู้สมัครต้องหาเสียงขับเคี่ยวกันอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันก่อนการลงคะแนนเสียงในวันที่ 5 พ.ย. ตามเวลาในสหรัฐฯ

“คามาลา แฮร์ริส” ยังหาเสียงชูประเด็นสำคัญ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้กล่าวสุนทรพจน์ที่โบสถ์คริสเตียนแห่งความเมตตาในฟิลาเดลเฟีย โดยเธอได้เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยอธิบายว่าเป็นการเลือกตั้งที่จะส่งผลกระทบมากที่สุดในช่วงชีวิตของเรา และเมื่อถูกถามว่า เธอรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการสนทนาระหว่างทรัมป์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลหรือไม่ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมย้ำว่าการเจรจาเหล่านี้อาจจะไม่ผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบัน แฮร์ริสยังกล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ชาวอเมริกันจะต้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการสนับสนุนให้ยุติสงครามกำลังดำเนินไปในกาซ่า เรีกยร้องให้ปล่อยตัวตัวประกัน 

ผลสำรวจ ล่าสุดของ Arab News/YouGov พบว่า ชาวอเมริกันเชื้อสายอาหรับสนับสนุนทรัมป์ 45% สูงกว่าแฮร์ริสซึ่งได้ไป 43% โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังมองว่าทรัมป์มีแนวโน้มที่จะแก้ไขปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ได้มากกว่าด้วย


“โดนัลด์ ทรัมป์” หาเสียงดุเดือด

ทรัมป์จัดงานปราศรัย รวบรวมกลุ่มฐานเสียงจาก Make America Great Again (MAGA) ของเขาที่งานในนิวยอร์กซิตี้ โดยสัญญาที่จะกวาดล้างผู้อพยพและพุ่งเป้าโจมตีคู่แข่งในประเด็นนโยบายการแบกรับผู้อพยพ ทื่ส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

ทรัมป์บอกว่า วันที่ 5 พฤศจิกายนจะเป็นวันที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ และเราจะร่วมกันทำให้สหรัฐอเมริกากลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทรัมป์ยังกล่าวโทษแฮร์ริส ว่าเป็น “มาร์กซิสต์ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” ที่ไม่ฉลาดและไม่เหมาะสม ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สำหรับปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ พร้อมโจมตีนโยบายของเดโมแครตว่ากำลังทำลายประเทศ


ก่อนหน้านี้เกิดเรื่องอื้อฉาวที่ก่อให้เกิดกระแสตอบรับเชิงลบ เมื่อนักแสดงตลก โทนี่ ฮินช์คลิฟฟ์ ขึ้นเวทีหาเสียงของทรัมป์ และกล่าวว่าประเทศเปอร์โตริโกว่าเป็น “เกาะขยะลอยน้ำ” และยังพูดล้อเลียนเกี่ยวกับผู้อพยพและชายแดนเท็กซัส-เม็กซิโก ซึ่งมุกตลกของเขาถูกทีมหาเสียงของแฮร์ริสหยิบยกมาวิจารณ์ทันที เพื่องช่วงชิงคะแนนเสียงจากชุมชนคนเชื้อสายเปอร์โตริโกในเพนซิลเวเนียและรัฐสำคัญอื่นๆ

มีรายงานว่าแบด บันนี่ ซูเปอร์สตาร์เพลงชาวเปอร์โตริโกออกมาระบุว่า เขาสนับสนุนแฮร์ริส เพียงไม่นานหลังจากฮินช์คลิฟฟ์ขึ้นเวทีของทรัมป์ ส่วนทางด้านนายดาเนียล อัลวาเรซ ที่ปรึกษาอาวุโสของแคมเปญทรัมป์กล่าวว่า เรื่องตลกนี้ไม่ได้สะท้อนมุมมองของประธานาธิบดีทรัมป์หรือทีมหาเสียงของเขาแต่อย่างใด.


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อาร์คบิชอบเปอร์โตริโกเดือด เรียกร้องทรัมป์ขอโทษเป็นการส่วนตัว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822524

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อาร์คบิชอบเปอร์โตริโกเดือด เรียกร้องทรัมป์ขอโทษเป็นการส่วนตัว

29 ต.ค. 2567 12:37 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : อาร์คบิชอบเปอร์โตริโกเดือด เรียกร้องทรัมป์ขอโทษเป็นการส่วนตัว

ดรามาการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ยังไม่จบ จากกรณีที่โทนี ฮินช์คลิฟฟ์ นักแสดงตลกชื่อดังชาวอเมริกันกล่าวมุกตลกเหยียดเปอร์โตริโกว่าเป็นเกาะขยะลอยได้ ล่าสุดอาร์คบิชอบแห่งเปอร์โตริโกได้กล่าวเรียกร้องให้ทรัมป์มาขอโทษเป็นการส่วนตัว

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ นายโทนี ฮินช์คลิฟฟ์ นักแสดงตลกชื่อดังชาวอเมริกัน ที่ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ต.ค.) เนื่องจากเขาเล่นมุกตลกหลายมุกที่ส่อไปในทางเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงเรียกเปอร์โตริโกว่า “เกาะขยะลอยได้” กำลังลุกลามรุนแรง โดยคำพูดดังกล่าวได้สร้างกระแสความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่ชาวเปอร์โตริโก รวมไปถึงชาวละตินอเมริกาชาติอื่นๆ

ล่าสุดโรเบอร์โต โอ กอนซาเลซ นีฟส์อาร์คบิชอบหรือพระอัครสังฆราชแห่งเปอร์โตริโก ได้โพสต์จดหมายในโลกโซเชียลมีเดีย ระบุว่าเปอร์โตริโกไม่ใช่เกาะขยะลอยน้ำ แต่เป็นประเทศที่สวยงาม และเต็มไปด้วยผู้คนที่งดงามและมีเกียรติ นอกจากนี้ข้อความส่วนหนึ่งยังระบุว่าเขาชื่นชอบการเล่นมุกตลก แต่การเล่นสนุกก็ต้องมีขอบเขต ไม่ควรเป็นการดูถูกหรือบั่นทอนเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้คน พร้อมเรียกร้องให้ทรัมป์มากล่าวคำขอโทษเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่แค่ให้ทีมหาเสียงมาขอโทษ เพื่อรับผิดชอบต่อการปล่อยให้คนดังที่มาร่วมหาเสียงมีการพูดดูถูกเหยียดหยามชาวเปอร์โตริโก แม้ว่าทีมรณรงค์หาเสียงของทรัมป์จะออกมาบอกปัดว่า คำกล่าวของฮินช์คลิฟฟ์ไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ตาม

โดยจนถึงขณะนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงนิ่งเงียบและไม่มีการแถลงชี้แจงใดๆในประเด็นนี้.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

ตร.จีนรวบมือมีดไล่แทงผู้คนหน้ารร.ประถมในกรุงปักกิ่ง บาดเจ็บ 5 รายรวมไปถึงเด็กนร.

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822512

ตร.จีนรวบมือมีดไล่แทงผู้คนหน้ารร.ประถมในกรุงปักกิ่ง บาดเจ็บ 5 รายรวมไปถึงเด็กนร.

29 ต.ค. 2567 09:59 น.

ตร.จีนรวบมือมีดไล่แทงผู้คนหน้ารร.ประถมในกรุงปักกิ่ง บาดเจ็บ 5 รายรวมไปถึงเด็กนร.

เกิดเหตุระทึก ชายวัย 50 ปีก่อเหตุใช้มีดทำครัว ไล่แทงผู้คนหน้าโรงเรียนประถมในกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย ในจำนวนนี้รวมไปถึงเด็กนักเรียนจำนวน 3 ราย

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดเหตุชายคนหนึ่งใช้มีดทำครัว ไล่แทงผู้คนที่เดินผ่านไปมา บริเวณหน้าโรงเรียนประถมในในเขตไหเทียน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย และในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย โดยสถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับทางแยก และห่างจากประตูโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยและพาณิชย์ ประมาณ 100 เมตร

พนักงานของร้านค้าแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้เคียง เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่นักเรียนกำลังกลับจากโรงเรียน โโยชายคนหนึ่งซึ่งถือมีดได้ก่อเหตุเข้าไปแทงผู้คนทีละคน และเธอเห็นเด็ก 3 คนและพ่อแม่ 2 คนได้รับบาดเจ็บ เธอเล่าว่าสถานที่เกิดเหตุนั้นวุ่นวายมากจนไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้ได้

ทางด้านตำรวจท้องถิ่นกล่าวว่าได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยวัย 50 ปี ได้ที่เกิดเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะที่เหยื่อถูกแทงได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่อาการบาดเจ็บไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ทางด้านสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงปักกิ่ง ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีคนสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม สถานทูตญี่ปุ่นขอให้พลเมืองเพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องออกไปข้างนอก

ทั้งนี้ เหตุการณ์คนร้ายไล่แทงผู้คนในจีน เป็นเหตุการณ์ล่าสุดจากการก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นักเรียนญี่ปุ่นคนหนึ่งถูกแทงเสียชีวิตในเมืองเซินเจิ้นระหว่างทางไปโรงเรียน.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทำไมบางรัฐใช้เวลานับคะแนนนานกว่าจะเสร็จ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822496

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทำไมบางรัฐใช้เวลานับคะแนนนานกว่าจะเสร็จ

29 ต.ค. 2567 09:25 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทำไมบางรัฐใช้เวลานับคะแนนนานกว่าจะเสร็จ

หนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในเลือกตั้งสไตล์อเมริกันคือ การต้องรอนับคะแนนเป็นเวลานาน เช่นการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2563 ต้องรอนานถึง 4 วันหลังปิดหีบ กว่าจะรู้ว่าใครเป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการ

เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่มีหน่วยงานกลางสำหรับจัดการเลือกตั้ง แต่ละรัฐกับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จึงมีสิทธิ์ตัดสินใจเองว่า พวกเขาจะจัดการเลือกตั้งแบบใด และการตัดสินใจนี้เองจะเป็นตัวบอกว่า การนับคะแนนจะใช้เวลามากหรือน้อย

ปัจจัยที่ทำให้การนับคะแนนโหวตใช้เวลานานขึ้น คือการมีผู้ใช้สิทธิ์ทางไปรษณีย์เป็นจำนวนมาก เพราะมีขั้นตอนมากในการขนส่งบัตรเลือกตั้งจากเขตต่างๆ ไปยังสำนักงานเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งตามด้วยการนับคะแนน และเผยแพร่ผลสู่สาธารณะ

บางรัฐกำหนด “เส้นตายตราประทับไปรษณีย์” เอาไว้ หมายความว่า บัตรเลือกตั้งที่ประทับตราไปรษณีย์ภายในวันเลือกตั้ง แต่ส่งมาถึงภายหลัง ไม่ว่าจะ 1 สัปดาห์ 2 สัปดห์ หรือ 3 สัปดาห์ หลังเลือกตั้งจบลง ก็ต้องถูกนำไปคิดคะแนน

แต่บางรัฐก็กำหนดเป็น “เส้นตายการได้รับ” ซึ่งหมายความว่า บัตรเลือกตั้งจะต้องถูกส่งมาถึงเจ้าหน้าที่ภายในวันเลือกตั้งมาตรการนี้เป็นเรื่องสำคัญมากต่อความเร็วในการนับคะแนน เพราะทำให้พวกเขารู้จำนวนบัตรเลือกตั้งที่พวกเขาต้องนับในวันเลือกตั้ง และสามารถดำเนินการได้ในคืนนั้นเลย

บางรัฐยังกำหนดขอบเขตเวลาแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดในบัตรลงคะแนนสั้นยาวแตกต่างกันไป เช่นผู้โหวตในรัฐฟลอริดา มีลายเซ็นในบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน เขาจะมีเวลานานสุด 2 วันในการแก้ข้อมูลให้ถูกต้อง แต่บางรัฐอาจให้เวลานานถึง 10 วัน ไปจนถึง 2 สัปดาห์

ปัจจุบัน มี 8 รัฐที่ให้ผู้โหวตทุกคนลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ได้ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, ฮาวาย, เนวาดา, โอเรกอน, ยูทาห์, เวอร์มอนต์ และวอชิงตัน กับอีก 1 เขตคือ ดี.ซี. ดังนั้น การนับคะแนนในรัฐเหล่านี้ ก็อาจใช้เวลานานมากกว่ารัฐอื่นๆ

แต่การโหวตผ่านไปรษณีก็มีข้อดี คือทำให้ประชาชนเข้าถึงการเลือกตั้งได้ง่ายว่า โดยมีผลวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่า รัฐที่ให้คนใช้สิทธิ์ผ่านไปรษณีย์ทั้งหมดก่อนใครอย่าง วอชิงตัน กับ โอเรกอน มีอัตราผู้ออกมาใช้สิทธิ์สูงมาก

ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : newsroom.ap

‘อัครา’หารือกรมประมง จัดทำโครงการสำคัญงบปี’69

https://www.naewna.com/local/838050

‘อัครา’หารือกรมประมง  จัดทำโครงการสำคัญงบปี’69

‘อัครา’หารือกรมประมง จัดทำโครงการสำคัญงบปี’69

วันอังคาร ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ของหน่วยงานในกำกับ (กรมประมง และองค์การสะพานปลา) โดยมี
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) คณะผู้บริหารกรมประมง และองค์การสะพานปลา เข้าร่วมที่กรมประมง โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือแนวทางการจัดทำโครงการสำคัญ(Flagship Projects) ประจำปีงบประมาณ2569 เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้รับฟังการนำเสนอโครงการสำคัญของกรมประมง และ อสป.เพื่อเตรียมเสนอการจัดทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และได้มอบหมายให้ทั้งสองหน่วยงานบูรณาการในการส่งเสริมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และผู้ประกอบการประมง ให้มีความมั่นคงทางอาชีพ โดยแต่ละโครงการนั้นจะต้องตอบสนอง 10 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล คือการยกระดับการทำเกษตรเป็นเกษตรทันสมัย โดยใช้แนวคิด “ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาใช้พัฒนาอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงคว้าโอกาสในตลาดใหม่ๆ รวมทั้งอาหารฮาลาลและฟื้นนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”ตลอดจนตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) อีกทั้งต้องมุ่งแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอแนะการจัดทำโครงการเพื่อของบประมาณนั้น ต้องให้ครอบคลุม สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง