เนทันยาฮูลั่น สงครามยังไม่จบ หลังสังหารผู้นำฮามาส ย้ำต้องช่วยตัวประกัน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820635

เนทันยาฮูลั่น สงครามยังไม่จบ หลังสังหารผู้นำฮามาส ย้ำต้องช่วยตัวประกัน

18 ต.ค. 2567 03:29 น.

เนทันยาฮูลั่น สงครามยังไม่จบ หลังสังหารผู้นำฮามาส ย้ำต้องช่วยตัวประกัน

ผู้นำอิสราเอลยืนยัน สงครามยังไม่จบ หลังสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาได้แล้ว โดยย้ำว่าจะต้องช่วยตัวประกันทุกคนกลับมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 17 ต.ค. 2567 ว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์หลังกระทรวงต่างประเทศออกมายืนยันว่า นายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ถูกสังหารแล้ว ในปฏิบัติการจู่โจมของกองทัพเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

เนทันยาฮูกล่าวในวันพฤหัสบดีว่า นสายซินวาร์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาวยิว นับตั้งแต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ผู้นำอิสราเอลกล่าวอีกว่า ถึงแม้อิสราเอลจะคิดบัญชีกับนายซินวาร์ไปแล้ว แต่งานของเรายังไม่เสร็จสิ้น เพราะอิสราเอลจะสู้ต่อไปจนกว่าจะพาตัวประกันทุกคนกลับบ้านได้สำเร็จ

เนทันยาฮูยังส่งข้อความถึงประชาชนในกาซาด้วยว่า นายซินวาร์ทำลายชีวิตพวกคุณ แต่ตอนนี้เขาตายแล้ว ฮามาสจะไม่สามารถควบคุมฉนวนกาซาได้อีกต่อไปป และนี่เป็นโอกาสดีที่พวกคุณจะปลดปล่อยตัวเองจากการกดขี่ของฮามาสแล้ว

“การกลับมาของตัวประกันจะเป็นโอกาสในการบรรลุเป้าหมายทั้งหมดของเรา และนำเราเข้าใกล้จุดจบของสงครามมากขึ้น” เนทันยาฮูกล่าว

ทั้งนี้ ผู้นำอิสราเอลเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายซินวาร์เพิ่มเติมด้วยว่า ผู้นำกลุ่มฮามาสรายนี้ กับเหล่าฆาตกรในสังกัด ซ่อนตัวอยู่ในเมืองราฟาห์ ทางใต้สุดของฉนวนกาซา ติดกับชายแดนประเทศอียิปต์

เนทันยาฮูอ้างว่า นายซินวาร์ถูกสังหารขณะพยายามหลบหนีจากทหารอิสราเอลด้วยความแตกตื่น

“ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่า ทำไมอิสราเอลถึงยืนยันที่จะไม่ยุติสงคราม” เนทันยาฮูกล่าวต่อ และย้ำว่า พวกเขาส่งทหารเข้าเมืองราฟาห์แม้จะมีแรงกดดันจากนานาชาติว่าไม่ให้ทำเช่นนั้น

เขายังฝากคำเตือนถึงใครก็ตามที่จับตัวประกันเอาไว้ในฉนวนกาซา ว่าใครก็ตามที่ยอมวางอาวุธและคืนตัวประกันมา จะได้รับการไว้ชีวิต แต่ใครก็ตามที่ทำร้ายตัวประกัน ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ อิสราเอลจะคิดบัญชีกับพวกเขาเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดินแดนในออสเตรเลีย จ่อลดเกณฑ์อายุ ให้เด็ก 10 ขวบติดคุกได้อีกครั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820634

ดินแดนในออสเตรเลีย จ่อลดเกณฑ์อายุ ให้เด็ก 10 ขวบติดคุกได้อีกครั้ง

18 ต.ค. 2567 03:10 น.

ดินแดนในออสเตรเลีย จ่อลดเกณฑ์อายุ ให้เด็ก 10 ขวบติดคุกได้อีกครั้ง

เด็กอายุ 10 ขวบในดินแดน นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ของออสเตรเลีย จะกลับรับโทษจขำคุกได้อีกครั้ง หลังทางการเตรียมลงเกณฑ์อายุความรับผิดทางอาญา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐและดินแดนต่างๆ ในออสเตรเลีย กำลังเผชิญแรงกดดันให้เพิ่มเกณฑ์อายุความรับผิดทางอาญา (age of criminal responsibility) จาก 10 ปี เป็น 14 ปี ตามมาตรฐานของชาติพัฒนาแล้วอื่นๆ และตามคำแนะนำขององค์การสหประชาชาติ

เมื่อปีก่อน ดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี หนี่งในเขตปกครองใหญ่ของออสเตรเลีย เป็นที่แรกของประเทศ ที่เพิ่มเกณฑ์อายุฯ เป็น 12 ปี แต่รัฐบาลใหม่ของพรรคเสรีนิยมชนบท (Country Liberal Party : CLP) ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม ระบุว่า พวกเขาจะลดเกณฑ์อายุขั้นต่ำกลับไปเป็น 10 ขวบอีกครั้ง เพื่อลดอัตราการเกิดอาชญากรรมโดยเยาวชน

พรรค CLP เชื่อว่า การลดเกณฑ์อายุกลับไปเหลือ 10 ปีเหมือนเดิม จะช่วยปกป้องเด็กๆ ได้ แม้ แพทย์, องค์กรสิทธิมนุษยชน และชนพื้นเมืองจำนวนมากจะออกมาโต้แย้งความเชื่อดังกล่าว โดยอ้างผลการศึกษาว่า มาตรการนี้นอกจากจะไม่ช่วยลดอาชญากรรม ยังจะส่งผลกระทบต่อเด็กชาวเกาะช่องแคบ ตอร์เรส และชาวอะบอริจินด้วย

ทั้งนี้ ดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี มีอัตราการลงโทษจำคุกเยาวชนมากกว่าพื้นที่อื่นๆ ของออสเตรเลียถึง 10 เท่า และเกือบทุกคนเป็นเด็กชาวอะบอริจิน

หลายพื้นที่ทั่วออสเตรเลียประกาศก่อนหน้านี้ว่า พวกเขากำลังเผชิญกับวิกฤติการก่ออาชญากรรมของเยาวชน และเหตุความรุนแรงมากมายในปีนี้ ก็ทำให้ทางการเมือง อลิซ สปริงส์ ในดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ต้องบังคังใช้กฎเคอร์ฟิว

รัฐบาลพรรค CLP ระบุว่า พวกเขาได้รับมอบอำนาจจากประชาชาติมาแล้ว หลังจากชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ด้วยการหาเสียงโดยให้คำมั่นว่า จะเพื่อความเข้มงวดในการปราบอาชญากรรม และว่าพวกเขาจะเพิ่มความเข้มงวดของกฎการให้ประกันตัวด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยทั้งในออสเตรเลียและในระดับโลก แสดงให้เห็นว่า การจำคุกเด็ก จะทำให้พวกเขามีโอกาสกระทำผิดซ้ำมากขึ้น และบ่อยครั้งการจำคุกจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ, การศึกษา และการจ้างงานของพวกเขา

รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลีย ที่เผยแพร่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า นโยบายนี้ถูกผลักดันโดยวาทกรรม “เพิ่มความเข้มงวดต่ออาชญากรรม” ของฝ่ายประชานิยม และรัฐบาลควรนำงบประมาณที่นำไปใช้ในการจำคุกเด็กๆ ไปใช้กับบริการสนับสนุนต่างๆ ดีกว่า

นางชาห์ลีนา มัสก์ หญิงชาว ลาร์ราเคีย จากเมืองดาร์วิน คณะกรรมาธิการสิทิ์เด็กในดินแดน นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ยอมรับว่า ผู้คนในชุมชนนั้นน่ากลัว และอาชญากรรมก็เกิดขึ้นบ่อยจนเต็มหน้าสื่อและโลกออนไลน์ แต่เราควรพึ่งพาหลักฐาน และเริ่มทำงานเพื่อแก้สาเหตุการเกิดอาชญากรรมจากรากฐาน

“เราจะมีเด็กกระทำความผิดซ้ำน้อยลง เราไม่ควรต้องมาเห็นเด็กๆ เหล่านี้ถูกส่งเข้าระบบยุติธรรมเยาวชน ซึ่งเป็นภัย, ไม่มีประสิทธิภาพ และทำให้ปัญหาที่เราพยายามจะเปลี่ยนแปลง รุนแรงขึ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เผยผลชันสูตร สาเหตุการตายของ เลียม เพย์น จนท.เร่งสืบสวนข้อเท็จจริง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820633

เผยผลชันสูตร สาเหตุการตายของ เลียม เพย์น จนท.เร่งสืบสวนข้อเท็จจริง

18 ต.ค. 2567 02:05 น.

เผยผลชันสูตร สาเหตุการตายของ เลียม เพย์น จนท.เร่งสืบสวนข้อเท็จจริง

เจ้าหน้าที่อาร์เจนตินา เผยรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของ เลียม เพย์น อดีตนักร้องวง One Direction ซึ่งพลัดตกจากระเบียงโรงแรมจนเสียชีวิต

เว็บไซต์ข่าว DEADLINE สื่อบันเทิงชื่อดังของสหรัฐฯ รายงานว่า สำนักงานอัยการท้องถิ่นของประเทศอาร์เจนตินา เปิดเผยรายงานผลการชันสูตรเบื้องต้น เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ เลียม เพย์น อดีตนักร้องวง “วัน ไดเร็กชัน” (One Direction) ซึ่งตกจากระเบียงชั้น 3 ของโรงแรม ในเขตปาแลร์โม ของกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า นายเพย์น วัย 31 ปี เสียชีวิตจากบาดแผลหลายแห่ง และอาการตกเลือดทั้งภายนอกและภายในร่างกาย อันเป็นผลจากการตกจากระเบียงชั้น 3 ของโรงแรม

สำนักงานอัยการระบุว่า เนื่องจากเป็นระเบียบการ คดีจึงกำลังถูกสืบสวนในฐานะ “การเสียชีวิตที่น่าสงสัย” ถึงแม้จะดูเหมือนว่า นักดนตรีรายนี้ จะอยู่คนเดียวในตอนที่เขาตกลงมาก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่า นายเพย์นกำลังมีอารมณ์พลุ่งพล่านรุนแรงจากการใช้สารบางอย่าง

อัยการระบุอีกว่า เมื่อดูจากตำแหน่งที่ศพอยู่และอาการบาดเจ็บจากการตกลงมา ทำให้เชื่อว่า นายเพย์นไม่ได้พยายามปกป้องตนเองจากการตกลงมาเลย และอาจอยู่ในสถานะกึ่งไม่ได้สติ หรือหมดสติอย่างสิ้นเชิง

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญของกรมตำรวจที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก็พบสารบางอย่างในห้องโรงแรมของเพย์น ซึ่งดูเหมือนเป็นยาเสพติด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งของและเครื่องเรือนที่ถูกทำให้เสียหายเป็นจำนวนมาก

ผู้เห็นเหตุการณ์ 5 คน ประกอบด้วยพนักงานโรงแรม 3 คน กับผู้หญิง 2 คนที่อยู่ในห้องกับนายเพย์นแต่ออกมาก่อนเกิดจะเกิดเหตุสลด เข้าให้การกับอัยการแล้วเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

อัยการระบุว่า นอกจากจะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแวดล้อมการเสียชีวิตของนักร้องหนุ่มรายนี้แล้ว การสืบสวนยังมีเป้าหมายเพื่อหาความเป็นไปได้ที่จะมีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นก่อนการเสียชีวิตของผู้เคราะห์ร้าย

ทั้งนี้ นายเพย์นตกจากระเบียงชั้น 3 ของโรงแรม “กาซา ซูร์” (Casa Sur) และเสียชีวิตในเวลา 17.07 น. วันพุธที่ 17 ต.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น โดยร่างของเขาถูกนำไปเก็บรักษาที่ห้องเก็บศพในเมืองปาแลร์โม ซึ่งในคืนวันเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญก็ดำเนินการชันสูตรศพของเขา เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต

ข่าวหลายสำนักรายงานก่อนหน้านี้ว่า พนักงานโรงแรมแจ้งตำรวจ เนื่องจากนายเพย์นมีพฤติกรรมรุนแรงและเอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยคาดว่าเขาอาจอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์หรือยาบางอย่าง และรื้อทำลายข้าวของในห้องพักของตัวเอง ทำให้พนักงานต้องขอความช่วยเหลือ

อนึ่ง One Direction เป็นหนึ่งในวงบอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยในช่วง 6 ปีที่สมาชิกวงรวมตัวกัน One Direction มีเพลงฮิตติดชาร์ตบิลบอร์ด ถึง 6 เพลง อาทิ What Makes You Beautiful, Story of My Life และ Perfect จนกระทั่งในที่สุดสมาชิกวงก็แยกย้ายกันไปในปี 2559 เพื่อไปเป็นศิลปินเดี่ยว

เพย์น ออกอัลบั้ม LP1 ในปี 2562 และเพลงสุดท้ายของเขาที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนมีนาคมคือซิงเกิลชื่อ Teardrops สำหรับชีวิตส่วนตัวเขามีบุตรชายวัย 7 ขวบ ชื่อแบร์ เกรย์ เพย์น ที่เกิดกับ เชอริล โคล อดีตภรรยาของเขา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : deadline

อิสราเอลยืนยัน “ยาห์ยา ซินวาร์” ผู้นำกลุ่มฮามาส ถูกสังหารแล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820632

อิสราเอลยืนยัน “ยาห์ยา ซินวาร์” ผู้นำกลุ่มฮามาส ถูกสังหารแล้ว

18 ต.ค. 2567 00:04 น.

อิสราเอลยืนยัน “ยาห์ยา ซินวาร์” ผู้นำกลุ่มฮามาส ถูกสังหารแล้ว

ทางการอิสราเอลออกมายืนยันว่า นาย ยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำของกลุ่มฮามาส ถูกทหารของพวกเขาสังหารแล้ว ในฉนวนกาซา

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค. 2567 นายอิสราเอล คัตซ์ กระทรวงต่างประเทศของอิสราเอลออกมายืนยันว่า นายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำของกลุ่มฮามาส ถูกทหารอิสราเอลสังหารแล้วในวันเดียวกันนี้

นายคัตซ์ระบุว่า นายซินวาร์เป็นตัวการผู้อยู่เบื้องหลังแผนการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งเป็นชนวนทำให้เกิดสงครามในฉนวนกาซาจนถึงทุกวันนี้

“นี่เป็นความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญทั้งทางทหารและทางศีลธรรมสำหรับอิสราเอล และเป็นชัยชนะสำหรับโลกเสรีทั้งหมดต่อกลุ่มอักษะแห่งความชั่วร้ายของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงนำโดยอิหร่าน” นายคัตซ์กล่าว

“การกำจัดนายซินวาร์เป็นการเปิดโอกาสสำหรับการปลดปล่อยตัวประกันในทันที และปูทางไปสู่ความเปลี่ยนแปลงซึ่งจะนำไปยังความเป็นจริงใหม่ในกาซา กาซาที่ปราศจากกลุ่มฮามาส ปราศจากการควบคุมของอิหร่าน”

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายซินวาร์ถูกทหารของพวกเขาสังหาร ในปฏิบัติการจู่โจมในภาคใต้ของกาซา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

IDF เผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพวกเขาได้ข้อมูลข่าวกรองระบุสถานที่ต้องสงสัย ที่สมาชิกระดับสูงของกลุ่มฮามาสซ่อนตัวอยู่ ก่อนที่กองพันที่ 828 จะบุกจู่โจมในพื้นที่ โดยสามารถสังหารผู้ก่อการร้ายได้ 3 ศพ ก่อนที่กระบวนการระบุตัวตนในเวลาต่อมาจะยืนยันว่า หนึ่งในนั้นคือนายซินวาร์

ตำรวจอิสราเอลระบุว่า เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนของนายซินวาร์ด้วยลายนิ้วมือและประวัติทันตกรรมที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่เขาเคยถูกจำคุกเมื่อ 22 ปีก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โรงเรียนในกาซา ดับอีก 28 ศพ อ้างโจมตีกลุ่มมือปืน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820631

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โรงเรียนในกาซา ดับอีก 28 ศพ อ้างโจมตีกลุ่มมือปืน

17 ต.ค. 2567 23:52 น.

อิสราเอลทิ้งบอมบ์โรงเรียนในกาซา ดับอีก 28 ศพ อ้างโจมตีกลุ่มมือปืน

อิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่โรงเรียนอีกแห่งในกาซา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 28 ศพ บาดเจ็บอีกนับร้อย อ้างว่าโจมตีกลุ่มมือปืนที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค. 2567 อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่โรงเรียนอีกแห่งในภาคเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราวให้แก่ชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่น โดยกระทรวงสาธารณสุขในกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 ศพ ในเหตุการณ์นี้

นายเมดัต อับบาส เจ้าหน้าที่กาซาบอกด้วยว่า นอกจากผู้เสียชีวิตแล้วยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน และพวกเขาไม่มีน้ำพอจะดับไฟ พร้อมประณามว่าเหตุการณ์นี้คือการสังหารหมู่ “พลเรือนและเด็กๆ กำลังถูกฆ่า ถูกเผาใต้กองเพลิง” นายอับบาสกล่าว

ขณะที่สื่อของรัฐบาลกาซาระบุจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ 28 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 160 ราย

ด้านกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่นักรบติดอาวุธของกลุ่มฮามาส และกลุ่มอิสลามิก ญิฮาด ภายในโรงเรียน อาบู ฮุสเซน ในเมืองจาบาเลีย ซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่พักชั่วครามของผู้พลัดถิ่น โดยอิสราเอลยืนยันว่า มีมือปืนหลายสิบคนอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ตอนที่มันถูกโจมตี พร้อมเผยชื่อมือปืนออกมาอย่างน้อย 12 คน

อิสราเอลอ้างด้วยว่า พวกเขาใช้มาตรการป้องกันไว้ก่อน เพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนหลยอย่าง และกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์

ฝ่ายกลุ่มฮามาสออกมาตอบโต้ว่า ข้อกล่าวอ้างของอิสราเอลที่ว่า มีนักรบติดอาวุธอยู่ในอาคารโรงเรียนนั้น เป็นคำโกหก และว่านี่เป็นนโยบายอย่างเป็นระบบของศัตรู เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการก่ออาชญากรรมของตัวเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุป 4 ประเด็น แฮร์ริสให้สัมภาษณ์ ฟ็อกซ์ นิวส์

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820630

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุป 4 ประเด็น แฮร์ริสให้สัมภาษณ์ ฟ็อกซ์ นิวส์

17 ต.ค. 2567 23:27 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : สรุป 4 ประเด็น แฮร์ริสให้สัมภาษณ์ ฟ็อกซ์ นิวส์

คามาลา แฮร์ริส ให้สัมภาษณ์กับ ฟ็อกซ์ นิวส์ สื่อสายอนุรักษ์นิยมแล้ว โดยตอบคำถามในประเด็นต่างๆ รวมถึง ผู้อพยพ และสภาพจิตใจของโจ ไบเดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันพุธที่ 16 ต.ค. 2567 ตามเวลารัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐฯ หรือช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ 17 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ นิวส์ สื่อฝ่ายอนุรักษ์นิยมแล้ว ทำให้เธอกลายเป็นแคนดิเดทจากพรรคเดโมแครตคนแรกที่ทำเช่นนี้ นับตั้งแต่ปี 2559

เธอกับเบรท ไบเออร์ พิธีกรและผู้สัมภาษณ์ปะทะกันหลายครั้งในประเด็กต่างๆ เช่น นโยบายใช้ภาษีประชาชนแปลงเพศให้นักโทษที่ต้องการ, ผู้อพยพผิดกฎหมาย และเรื่องสภาพจิตใจของประธานาธิบดี โจ ไบเดน

แฮร์ริสตัดสินใจรุกสื่อฝ่ายรีพับลิกันซึ่งวิพากษ์วิจารณ์เธอมากที่สุดอย่าง ฟ็อกซ์ นิวส์ โดยหวังเร่งทำคะแนนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกลุ่มใหม่ๆ ขณะที่เธอเร่งเดินสายให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างๆ ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมาถึงในไม่ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ ฟ็อกซ์ นิวส์ บ่อยๆ ก็ปรากฏตัวในช่องฟ็อกซ์เช่นกัน ในงานอีเวนต์ลักษณะที่ประชุมองค์กร มีผู้เข้าชมเป็นผู้หญิงทั้งหมด โดยผลโพลชี้ว่า พวกเธอกังขาให้ตัวอดีตประธานาธิบดีผู้นี้ ซึ่งตอบคำถามเกี่ยวกับเศรษฐกิตและผู้อพยพอย่างคุ้นเคย แต่สะดุดเมื่อโดยถามเรื่องการรักษาผู้มีภาวะมีบุตรยาก

ฝ่ายแฮร์ริสนั่งตอบคำถามนายไบเออร์เป็นเวลา 25 นาที และทั้งคู่มักพูดแทรกอีกฝ่ายบ่อยครั้ง จนถึงจุดหนึ่ง แฮร์ริสต้องพูดขึ้นมาว่า “ฉันกำลังตอบประเด็นที่คุณยกขึ้นมา และฉันอย่างพูดให้จบ” โดยเรื่องที่ทั้ง 2 คนคุยกันสรุปได้ 4 ประเด็นดังนี้

1.จี้แฮร์ริสขอโทษ

การให้สัมภาษณ์ของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับฟ็อกซ์ นิวส์ เริ่มขึ้นด้วยประเด็นผู้อพยพ โดยไบเออร์เปิดคลิปวิดีโอสะเทือนอารมณ์ของมารดาของ โจเซลีน นุงกาเรย์ หญิงวัย 12 ขวบ ที่ถูกฆาตกรรมโดยผู้อพยพข้ามชายแดนผิดกฎหมาย และถูกปล่อยตัวออกจากการจองจำ ให้แฮร์ริสดู

ไบเออร์ตั้งคำถามว่า เธอควรจะกล่าวข้อโทษต่อครอบครัวชาวอเมริกันที่ถูกสังหารโดยผู้อพยพผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งแฮร์ริสตอบว่า “ฉันเสียใจอย่างยิ่งต่อความสูญเสียของเธอ” “สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นโศกนาฏกรรม อย่างไม่ต้องตั้งคำถามใดๆ เลย”

หัวหน้าผู้สื่อข่าวการเมืองของฟ็อกซ์ นิวส์ ถามต่อเรื่องจุดยืนของแฮร์ริสในปี 2562 ที่ต้องการทำให้การอพยพข้ามพรมแดนเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่เธอถูกกล่าวหาว่า กลับไปกลับมา โดยรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า

“ฉันไม่เชื่อเรื่องการทำให้การอพยพข้ามพรมแดนเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ฉันไม่ได้ทำเรื่องนั้นในฐานะรองประธานาธิบดี และจะไม่ทำในฐานะประธานาธิบดี”

แฮร์ริสยังกล่าวโทษ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่โน้มน้าว สส.รีพับลิกันในสภาคองเกรส ให้โหวตคว่ำร่างกฎหมายการควบคุมชายแดนฉบับใหม่ ที่เดโมแครตกับรีพับลิกันช่วยกันออกร่วมกัน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา “เขาชอบใช้ประโยชน์จากปัญหามากกว่าแก้ปัญหา”

2.ถามเรื่องนโยบายแปลงเพศนักโทษ

ต่อมา ไบเออร์ถามแฮร์ริสเรื่องนโยบายการใช้เงินภาษีของประชาชน ผ่าตัดเปลี่ยนเพศให้แก่นักโทษที่ต้องการ ซึ่งเป็นนโยบายที่แฮร์ริสเคยบอกว่า เธอให้การสนับสนุน

พิธีกรของฟ็อกซ์ นิวส์ ถามว่า ถ้าแฮร์ริสได้เป็นประธานาธิบดี เธอจะใช้ภาษีจากประชาชนไปกับเรื่องนั้นหรือไม่ ซึ่งแฮร์ริสตอบว่า “ฉันจะปฏิบัติตามกฎหมาย”

และเมื่อถูกกดดันให้บอกรายละเอียดเพิ่มเติม แฮร์ริสก็บอกว่า การผ่าตัดลักษณะนั้น เป็นสิ่งที่นักโทษสามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่ตอนนายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้ว เพียงแต่ไม่เคยมีการผ่านตัดแปลงเพศเกิดขึ้นในระบบเรือนจำของรัฐบาลกลาง ในขณะที่นายทรัมป์ดำรงตำแหน่งเท่านั้น

อนึ่ง สำนักงานทัณฑสถานกลาง (FBP) บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า มีนักโทษเรือนจำกลาง 2 ราย รับการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2565 และครั้งที่ 2 ในปี 2566

แฮร์ริสเคยระบุตอนหาเสียงชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตไปลงเลือกตั้งในปี 2562 ว่า หากเธอได้เป็นประธานาธิบดี เธอจะใช้อำนาจของเธอรับประกันว่า นักโทษและผู้อพยพในศูนย์กักกันจะสามารถเข้าถึงการผ่าตัดรักษาที่จำเป็น และการผ่าตัดแปลงเพศได้

แต่ทีมหาเสียงของแฮร์ริสยืนยันว่า นโยบายนี้ไม่ใช้สิ่งที่แฮร์ริสเสนอหรือผลักดันในการเลือกตั้ง 2567

3.แฮร์ริสพยายามเว้นระยะห่างจากไบเดน

นายไบเออร์พยายามจี้ประเด็นเรื่องที่แฮร์ริสถูกครหาอย่างหนัก ว่าไม่มีนโยบายที่แตกต่างจาก โจ ไบเดน เลย โดยเปิดคลิปคำสัมภาษณ์ของแฮร์ริสเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ระบุว่า ไม่มีแม้แต่อย่างเดียวที่เธอจะเปลี่ยน เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลไบเดน

คราวนี้ แฮร์ริสพยายามเว้นระยะห่างจากไบเดนมากกว่าเดิมอีก โดยกล่าวว่า “ข้อฉันพูดให้ชัดเจน การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของฉัน จะไม่ใช่การสานต่อการเป็นประธานาธิบดีของ โจ ไบเดน” โดยไม่ขยายความใดๆ เพิ่มเติม

นายไบเออร์พยายามกดดันเรื่องที่แฮร์ริสเชื่อว่า ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวอเมริกัน ไม่ต้องการกลับไปสู่ยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยถามว่า เธอคิดว่าคนที่ยังคงเลือกสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นี้ เป็นคนโง่ หรือ ได้รับข้อมูลผิดๆ หรือไม่ ซึ่งแฮร์ริสตอบว่า “ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นเกี่ยวกับชาวอเมริกัน”

พิธีกรของฟ็อกซ์ นิวส์ ถามจี้ว่า ทำไมหนึ่งในแคมเปญหาเสียงของแฮร์ริส จึงสัญญาณเรื่องการ “พลิกหน้ากระดาษใหม่” (turn the page) ซึ่งหมายถึงการทิ้งสถานการณ์ยากลำบากไว้เบื้องหลัง และก้าวไปยังบทใหม่ของชีวิต ทั้งที่เธอเป็นรองประธานาธิบดีมาตลอดกว่า 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา ซึ่งแฮร์ริสตอบด้วยการวิพากษ์วิจารณ์นายทรัมป์

4.เลี่ยงคำถามเรื่องสภาพจิตใจไบเดน

แฮร์ริสยังพยายามเลี่ยงคำถามของไบเออร์ เกี่ยวกับความกังวลเรื่องสภาพจิตใจของ โจ ไบเดน

ไบเออร์ถามว่า แฮร์ริสรู้ตัวเป็นครั้งแรกเมื่อไร ว่าสภาพจิตใจของนายไบเดนเริ่มเสื่อมถอย ซึ่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบว่า

“ฉันดูการทำงานของ โจ ไบเดน ตั้งแต่ที่ห้องทำงานรูปไข่ไปจนถึงห้องยุทธการ และเขามีการตัดสินใจและประสบการณ์เพื่อทำสิ่งที่เขาได้ทำมาตลออด ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในนามของชาวอเมริกัน”

และเมื่อถูกถามเพิ่มเติมในเรื่องนี้ แฮร์ริสก็ตอบว่า “โจ ไบเดน ไม่ได้ลงสมัครเลือกตั้ง เป็นโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างหาก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ส่งเสริมการใช้วิธีทางนิเวศวิศวกรรม

https://www.naewna.com/local/835984

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ส่งเสริมการใช้วิธีทางนิเวศวิศวกรรม

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ส่งเสริมการใช้วิธีทางนิเวศวิศวกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.48 น.

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ส่งเสริมการใช้วิธีทางนิเวศวิศวกรรม

การใช้วิธีทางนิเวศวิศวกรรม (ecological engineering) ในการบริหารจัดการแมลงศัตรูข้าว เป็นการจัดการระบบนิเวศให้เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของศัตรูธรรมชาติ ที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยลดการใช้สารเคมีป้องกันกําจัดแมลง เป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศนาข้าว โดยการปลูกพืชร่วมระบบรอบแปลงนาร่วมกับการปลูกข้าว โดยเฉพาะพืชมีดอกที่ให้น้ำหวาน เพื่อเป็นแหล่งอาหาร แหล่งอาศัยของแมลงที่มีประโยชน์ในนาข้าว และช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ในนาข้าว

แปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ภายในงานด้านข้าว ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ดำเนินการปลูกดอกไม้สีเหลือง ได้แก่ ดอกดาวเรือง ถั่วบราซิล บริเวณริมคันนา และปลูกพืชผักสวนครัวที่มีดอกสีเหลือง ได้แก่ บวบ เป็นต้น

‘กรมการข้าว’จัดสัมมนาใหญ่ การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชน

https://www.naewna.com/local/835982

'กรมการข้าว'จัดสัมมนาใหญ่ การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชน

‘กรมการข้าว’จัดสัมมนาใหญ่ การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.46 น.

กรมการข้าวจัดสัมมนาใหญ่ การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชน เชื่อมโยงการยกระดับการผลิตข้าวไทยให้ปลอดภัยสู่ครัวโลก

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา เรื่อง “การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชน เชื่อมโยงการยกระดับการผลิตข้าวไทยให้ปลอดภัยสู่ครัวโลก” โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว และข้าราชการ บุคลากร/เจ้าหน้าที่กรมการข้าว ร่วมให้การต้อนรับ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

นายประยูร อินสกุล เปิดเผยว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญมาก ในปี 2566 สามารถส่งออกได้ถึง 8.77 ล้านตัน เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 8 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกถึง 178.235 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากผู้นำเข้าข้าวมีความต้องการนำเข้าข้าวเพื่อใช้บริโภคและเก็บเป็นสต็อกเพื่อความมั่นคงทางอาหาร แต่ถึงแม้ว่าข้าวจะสามารถสร้างมูลค่าการส่งออกให้แก่ประเทศได้มหาศาล แต่คุณภาพชีวิตของชาวนาไทยยังคงไม่สามารถหลุดพ้นจากหนี้สิน ที่กำลังแรงงานของประเทศส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงชีพ และครอบครัว โดยทำการเกษตรแบบดั้งเดิม พึ่งพาวัฏจักรธรรมชาติ ต้นทุนสูง ผลผลิตต่ำ นั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญให้ทุกรัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ดังนั้น การจะขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสำเร็จได้เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาภาคเกษตร และช่วยชาวนาให้มีรายได้เพิ่มขึ้น บุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ ปรับรูปแบบการทำงาน แบบบูรณาการ เน้นการทำงานของทุกคนทุกหน่วยงาน ต้องทำงาน เป็น Team Work มุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจ มีเป้าหมายร่วมกัน และช่วยกันปฏิบัติงานให้สำเร็จ

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เน้นย้ำในเรื่องการผลิตให้ได้คุณภาพและความปลอดภัย จึงมอบหมายให้กรมการข้าวให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการใช้พื้นที่ที่เหมาะสมในการเพาะปลูก นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ จึงส่งเสริมการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่หรือศูนย์ข้าวชุมชน และส่งเสริมให้ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อทดแทนการใช้แรงงานในอนาคต เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นต่อไป” นายประยูร กล่าว

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่ากรมการข้าวในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่นำนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สู่การปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแลการผลิตข้าว และชาวนาไทยทั้งประเทศ จึงได้มีการจัดสัมมนา เรื่อง “การมอบนโยบายวิจัยนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มศักยภาพนาแปลงใหญ่และศูนย์ข้าวชุมชนเชื่อมโยงการยกระดับการผลิตข้าวไทยให้ปลอดภัยสู่ครัวโลก” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนโยบายของกรมการข้าวให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของกรมการข้าวนำไปขับเคลื่อนแผนงานโครงการให้บรรลุเป้าหมาย และเพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการสำคัญของกรมการข้าวรับทราบแนวทางการขับเคลื่อนโครงการและการบริหารแผนงานโครงการ และงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อนำไปปรับใช้ในแนวทางการปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อช่วยเหลือ ช่วยแก้ปัญหาให้กับ ชาวนาไทย ในการวางแผนรับมือรองรับและปรับรูปแบบการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของคุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัย และความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกความต้องการ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ตลอดจนสามารถนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าข้าว และสิ่งสำคัญที่จะทำให้ข้าวไทยเป็นที่รู้จักของนานาประเทศ ซึ่งทุกนโยบายจะเกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน ตลอดจนการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการเป็น Team Work เป็นครอบครัวเกษตร ร่วมมือกัน ขับเคลื่อนงานไปสู่เป้าหมายต่อไป

โดยการสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมสัมมนา จำนวนทั้งสิ้น 350 คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธ์ข้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 ตุลาคม 2567 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

https://www.naewna.com/local/835979

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 18.39 น.

ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง จัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี

การจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ภายในงานด้านข้าว ศูนย์บริการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ดำเนินการปลูกข้าวพันธุ์ กข43 ด้วยวิธีการปักดำ ซึ่งข้าวพันธุ์ กข43 เป็นข้าวข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง เมื่อหุงสุกมีความนุ่มเหนียวและมีกลิ่นหอม จุดเด่นของข้าวพันธุ์นี้ คือ มีค่าดัชนีน้ำตาลปานกลาง เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่เป็นโรคเบาหวาน โดยวิธีการปักดำนั้น ต้องเตรียมดินโดยการไถดะ ไถแปร และคราดหรือใช้ลูกทุบ เพื่อให้ดินแตกตัวและเป็นเทือกพร้อมที่จะปักดำได้ หลังจากนั้นทำการตกกล้า โดยนำเมล็ดข้าวไปเพาะในแปลงกล้าให้งอกเป็นต้นกล้า แล้วถอนต้นกล้าไปปักดำในกระทงนาที่เตรียมไว้ การปักดำควรทำเป็นแถวเป็นแนว ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการกำจัดวัชพืช การใส่ปุ๋ย การพ่นสารกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว และยังทำให้ข้าวแต่ละกอมีโอกาสได้รับสารอาหารและแสงแดดอย่างสม่ำเสมอกัน

นอกจากนี้ การดำนาสามารถใช้น้ำในการควบคุมวัชพืช และข้าววัชพืชหรือข้าวดีดข้าวเด้งได้มากกว่าวิธีอื่น เพราะการดำนาสามารถขังน้ำได้ตั้งแต่ตอนปักดำ ทำให้ลดการใช้สารกำจัดวัชพืช และลดต้นทุนการเพาะปลูกได้ ซึ่งการดำนาอย่างเป็นระเบียบ มีการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม จะทำให้ภายในแปลงมีการระบายถ่ายเทอากาศได้ดี สามารถช่วยลดการเกิดโรคข้าวที่สำคัญ เช่น โรคไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคเมล็ดด่าง เป็นต้น รวมถึงลดการระบาดของแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญ เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ได้อีกด้วย

‘นฤมล’เผย’ผอ.ใหญ่FAO’พร้อมหนุนไทยเต็มที่ ขอบคุณรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ

https://www.naewna.com/local/835908

'นฤมล'เผย'ผอ.ใหญ่FAO'พร้อมหนุนไทยเต็มที่ ขอบคุณรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ

‘นฤมล’เผย’ผอ.ใหญ่FAO’พร้อมหนุนไทยเต็มที่ ขอบคุณรับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯการจัดการทรัพยากรดินและน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.34 น.

‘นฤมล’เผย’ผอ.ใหญ่ FAO’พร้อมให้การสนับสนุนไทยเต็มที่ ขอบคุณที่รับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน 

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายฉู ตงหยู ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหาร และเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ณ สำนักงานใหญ่ FAO กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี โดยนายฉู ตงหยู ได้แสดงความยินดีในโอกาสที่ นางนฤมล เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหหกรณ์ ซึ่งประเทศไทยและ FAO มีความสัมพันธ์อย่างยาวนาน โดยประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกขององค์การฯ เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2490  อีกทั้งได้รับเลือกเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค (Regional Office for Asia and the Pacific หรือ FAO RAP) อย่างถาวร เมื่อปี 2495 ณ วังมะลิวัลย์ ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพมหานครฯ

นางนฤมล ได้แจ้งว่าไทยได้ลงนามความตกลงประเทศเจ้าบ้านเพื่อจัดตั้งสำนักงานกองทุนระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม IFAD ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2567 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานใหญ่ IFAD ซึ่งจะทำให้ กรุงเทพมหานครฯ ประเทศไทยเป็นสถานที่ตั้งหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติด้านอาหารและการเกษตรครบทั้ง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย FAO IFAD และ WFP (องค์การอาหารโลก) เช่นเดียวกับโรม 

ทั้งนี้ นางนฤมล ได้ขอให้ FAO เชิญผู้แทนประเทศสมาชิกระดับรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.2567 ทั้งนี้ นายฉู ตงหยู ยินดีให้การสนับสนุนไทยเต็มที่ และขอขอบคุณที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมดังกล่าว พร้อมอวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จไปด้วยดี ซึ่งตนจะไปร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดอย่างแน่นอน