รู้ก่อนดู ศึกดีเบตนัดแรกสองผู้เฒ่า “ไบเดน-ทรัมป์”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795609

รู้ก่อนดู ศึกดีเบตนัดแรกสองผู้เฒ่า "ไบเดน-ทรัมป์"

25 มิ.ย. 2567 06:04 น.

รู้ก่อนดู ศึกดีเบตนัดแรกสองผู้เฒ่า “ไบเดน-ทรัมป์”

  • ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯกำลังดุเดือด และสัปดาห์นี้จะมีการดีเบตตัวต่อตัวระหว่าง “ไบเดน-ทรัมป์” สองผู้สมัครจากพรรคใหญ่ ซึ่งจะเป็นการมาเผชิญหน้าปะทะคารมนโยบายกัน นับตั้งแต่ทั้งสองคนเคยพบกันมาแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน
  • การดีเบตประชันนโยบายของสองผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นการดีเบตถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่จัดขึ้นเร็วที่สุด นับตั้งแต่ปี 1960 นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980
  • สองผู้สมัครต่างซุ่มเตรียมตัวดีเบตตามสไตล์ของตัวเอง โดยประธานาธิบดีไบเดน วัย 81 ปี กำลังใช้เวลาเตรียมตัวกับที่ปรึกษาคนใกล้ชิดที่แคมป์เดวิด ส่วนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เดินสายอภิปรายเชิงนโยบายหารือกับภาคส่วนต่างๆเกี่ยวกับเรื่องนโยบาย

นับถอยหลังศึกประชันฝีปากช่วงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้แทนพรรคเดโมแครตกับอดีตประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน ขณะที่การดีเบตตัวต่อตัวครั้งแรก จากจำนวนทั้งหมดอย่างน้อย 2 ครั้ง จะจัดขึ้นโดยสำนักข่าว CNN เริ่มต้นเวลา 21.00 น. ตามเวลาที่สหรัฐฯ หรือตรงกับ 08.00 น.ของเช้าวันรุ่งขึ้น ตามเวลาในไทย โดยการดีเบตครั้งนี้จะถ่ายทอดสดทาง CNN จากห้องส่งในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย

กฎกติกาเป็นอย่างไร

การดีเบตครั้งแรกจะดำเนินรายการโดยพิธีกรมากประสบการณ์ของ CNN อย่างเจค แทปเปอร์และดานา แบช ซึ่งการดีเบตจะใช้เวลา 90 นาที ในช่วงเวลานี้จะมีการพักโฆษณา 2 ครั้ง เจ้าหน้าที่แคมเปญของผู้สมัครทั้งสองคนได้ทำการโยนเหรียญหัวก้อยเพื่อกำหนดตำแหน่งโพเดียม และลำดับการกล่าวปิดท้ายของพวกเขา โดยทีมงานของประธานาธิบดีไบเดน เลือกก้อยและประธานาธิบดีก็เลือกที่จะปรากฏตัวที่โพเดียมทางด้านขวามือของหน้าจอ โดยมีทรัมป์อยู่ทางฝั่งซ้าย

ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เลือกให้นายไบเดนกล่าวปิดท้ายก่อน และตัวเขาเองจะได้เป็นผู้พูดสรุปปิดดีเบตคนสุดท้าย โดยผู้สมัครทั้งสองจะยืนอภิปรายที่โพเดียม ทีมหาเสียงของไบเดนระบุว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวคลาดเคลื่อนว่านายไบเดนจะขอที่นั่งระหว่างการอภิปราย ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด


นอกจากนี้ทีมหาเสียงของทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้รับอนุญาตให้โต้ตอบกับผู้สมัครคนใดคนหนึ่งตลอดการดีเบต รวมถึงในช่วงพักแต่ละครั้งด้วย
สองผู้สมัครจะได้รับปากกา แผ่นกระดาษโน้ต และขวดน้ำ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีอุปกรณ์ประกอบข้อมูลการดีเบตหรือโน้ตที่เขียนไว้ล่วงหน้าบนเวที
ต่างจากการดีเบตครั้งก่อน ขณะเดียวกันทั้งสองคนจะถูกปิดเสียงไมโครโฟน ยกเว้นเมื่อถึงคราวที่ต้องพูด การดีเบตครั้งนี้จะไม่มีผู้ชมในสตูดิโอ และ CNN ต้องการให้แน่ใจว่าการดีเบตจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

เบื้องหลังการจัดดีเบต 


การประชันนโยบายของสองผู้สมัครของตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นการดีเบตถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่จัดขึ้นเร็วที่สุด นับตั้งแต่ปี 1960 นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ที่ไม่ได้จัดขึ้นโดยเจ้าภาพดั้งเดิม ซึ่งก็คือคณะกรรมาธิการสองพรรคว่าด้วยการดีเบตประธานาธิบดี (Commission on Presidential Debates-CPD) สาเหตุก็เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน การดีเบต “ไบเดน-ทรัมป์” เมื่อปี 2020 จบลงแบบไม่สวยงามเท่าไร และก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือดในกลุ่มคนดูของทั้งสองฝ่าย


อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ตื่นเต้นกับการดีเบตนัดแรกที่กำลังจะมาถึง ระหว่างผู้สมัครวัย 81 ปีและคู่แข่งวัย 78 ปี ซึ่งอาจทำให้ผู้ชมเกิดการเบื่อหน่าย ขณะที่ผู้สมัครก็พยายามหลีกเลี่ยงการดีเบตโดยบอกว่าไม่อยากมาถกเถียงกัน จากนั้นในเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมานายไบเดนก็เป็นฝ่ายพูดถึงการดีเบตกับทรัมป์ 

ขณะเดียวกัน ทีมหาเสียงของไบเดนได้พยายามร้องเรียนหลายครั้งเกี่ยวกับวิธีที่ CPD จัดการดีเบตเมื่อ 4 ปีก่อน โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแนวทางที่ล้าสมัย และไม่ได้ทำให้เกิด “ปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่” หรือ “การอภิปรายโต้แย้งที่ดี” นอกจากนี้ยังโจมตีว่าการดีเบตที่จัดโดย CPD เมื่อ 4 ปีก่อนเกิดขึ้นช้าเกินไป เมื่อประชาชนในบางรัฐได้ออกไปลงคะแนนล่วงหน้าแล้ว ต่อมาทรัมป์ตกลงที่จะร่วมดีเบตกับไบเดน 2 ครั้ง ซึ่งก็คือ งานของ CNN ในสัปดาห์นี้ และการครั้งที่สองในเดือนกันยายน ทางช่อง ABC News พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดดีเบตเพิ่มเติมกับผู้ชม แต่ไบเดนคู่แข่งของเขาได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้แล้ว 

ผู้สมัครอิสระขาดคุณสมบัติร่วมดีเบต

กรอบเวลาสำหรับการพิจารณาผู้ร่วมดีเบตปิดลงตอน 1 นาทีหลังเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดี ที่แล้ว ซึ่งทาง CNN ระบุว่ามีเพียงนายไบเดนและทรัมป์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติครบตามข้อกำหนดทั้งหมด ซึ่งระบุว่า ผู้เข้าร่วมดีเบตจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดรัฐธรรมนูญเพื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ยื่นคำแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลกลาง และได้รับอย่างน้อย 15% ในการสำรวจโพลเลือกตั้งระดับประเทศ 4 ครั้งที่ตรงตามมาตรฐานของ CNN และปรากฏในบัตรลงคะแนนของรัฐมากพอที่จะผ่านเกณฑ์คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียงที่จำเป็นจึงจะได้ตำแหน่งประธานาธิบดี

ตามรายงานของ CNN ระบุว่านายโรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี้ จูเนียร์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอิสระ ไม่ผ่านคุณสมบัติตามข้อกำหนด 2 ข้อเนื่องจากปัจจุบันเขาปรากฏในบัตรลงคะแนนของรัฐเพียง 6 ใบ จึงสามารถรวบรวมคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งได้เพียง 89 เสียงเท่านั้น


สำหรับกรณีนี้นายเคนเนดี กล่าวหาว่าทีมหาเสียงของไบเดนและทรัมป์ สมรู้ร่วมคิดกับซีเอ็นเอ็นเพื่อกีดกันเขา ประณามการตัดสินใจดังกล่าวว่า “ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นชาวอเมริกัน และขี้ขลาดตาขาว อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าจะเดินหน้ารณรงค์หาเสียงต่อ โดยขู่ว่าจะดึงคะแนนเสียงจำนวนมากจากผู้สมัครพรรคใหญ่สองคนที่ไม่เป็นที่นิยม

การเตรียมตัวของสองผู้สมัคร

การเตรียมการดีเบตได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังสำหรับไบเดน และทรัมป์ แต่วิธีการเตรียมตัวของสองฝ่ายดูแตกต่างกันอย่างมาก มีรายงานข่าวว่าประธานาธิบดีไบเดนจะยังไม่กลับไปทำงานที่ทำเนียบขาวจนกว่าจะดีเบตเสร็จสิ้น และเขากำลังอยู่รวมตัวกับที่ปรึกษาคนใกล้ชิดที่แคมป์เดวิด ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของประธานาธิบดีในแถบชนบทบนภูเขาอันเงียบสงบของรัฐแมรีแลนด์ โดยไบเดนกำลังเตรียมตัวร่วมกับนายรอน แคลน อดีตหัวหน้าเจ้าหน้าที่ซึ่งเตรียมพร้อมสำหรับการกล่าวสุนทรพจน์ State of the Union ในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้มีรายงานว่า นายบ็อบ บาวเออร์ ที่ปรึกษาทำเนียบขาวภายใต้อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา กำลังสวมบทบาทของทรัมป์ในการอภิปรายจำลองกับนายไบเดน

ในช่วงเตรียมการ มีรายงานว่าพรรคเดโมแครตกำลังพิจารณาแฟ้มคำถามและคำตอบโดยพยายามวางกรอบการเลือกตั้งว่าเป็นทางเลือกระหว่างสองฝ่ายตรงข้าม เจ้าหน้าที่รณรงค์หาเสียงเน้นย้ำว่าเขาจะยังคงใช้แนวทางเจาะลึกต่อคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันต่อไป และถือว่าทรัมป์จะต้องรับผิดชอบต่อประวัติทางการเมืองของเขาเอง

ทีมงานของไบเดนเปิดเผยเป็นนัยเมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาว่า หนึ่งในกลยุทธ์ในการดีเบตของไบเดนคือการโจมตีคู่แข่งของพรรครีพับลิกันเกี่ยวกับปัญหาคดีความทางกฎหมายและอุปนิสัยของทรัมป์

ในขณะที่ทรัมป์ได้เข้าร่วมในการอภิปรายเชิงนโยบายอย่างไม่เป็นทางการ ในการประชุมเหล่านี้ เขาได้พูดคุยกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งรวมถึงผู้สมัครรองประธานาธิบดีอย่างน้อยสองคน ได้แก่ มาร์โก รูบิโอ และเจดี แวนซ์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย ที่ปรึกษาอาวุโส และพันธมิตรภายนอกในหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่การทำแท้งจนถึงอาชญากรรม

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอดีตประธานาธิบดีทรัมป์จัดการชุมนุมในเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเขาถามฝูงชนว่าเขาควรทำตัว แข็งกร้าวและน่ารังเกียจ ต่อคู่แข่งระหว่างการอภิปรายหรือไม่ หรือควรที่จะทำตัวดีและสงบนิ่ง อย่างไรก็ตามทรัมป์มองว่าไบเดนเป็นคู่ดีเบตที่อ่อนที่สุดสำหรับเขา ทรัมป์มักจะบอกว่าไบเดนเป็นนักโต้วาทีที่แย่ที่สุดที่เคยเผชิญหน้าด้วย และไบเดนยังไม่สามารถแม้แต่จะรวมสองประโยคเข้าด้วยกันได้ด้วยซ้ำไป. 

ช็อก นักแสดง ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ถูกฉลามขย้ำดับที่ฮาวาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795815

ช็อก นักแสดง ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ถูกฉลามขย้ำดับที่ฮาวาย

25 มิ.ย. 2567 04:17 น.

ช็อก นักแสดง ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ถูกฉลามขย้ำดับที่ฮาวาย

ทามาโย แพร์รี นักโต้คลื่นอาชีพ และนักแสดงผู้เคยมีผลงานในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึง ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ เสียชีวิตแล้ว หลังถูกฉลามจู่โจม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทามาโย แพร์รี นักโต้คลื่นอาชีพ วัย 49 ปี ผู้เคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ดังอย่าง ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกฉลามจู่โจมขณะที่เขากำลังโต้คลื่นในทะเลนอกเกาะฮาวาย เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่สำนักงานบริการฉุกเฉินเมืองโฮโนลูลู เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ถูกเรียกไปยังหาดมาลาเอคาฮานา เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ใช้เจ็ตสกีพา นายแพร์รี กลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ แต่หน่วยกู้ชีพประกาศว่าเขาเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ นายแพร์รี เกิดที่ฝั่งตะวันออกของเกาะโอวาฮู รัฐฮาวาย เป็นนักโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกมานานนับทศวรรษ และเป็นเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดมาตลอดชีวิต เขาเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ ‘ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน’ ภาคที่ 4 ‘ผจญภัยล่าสายน้ำอมฤตสุดขอบโลก’ ในปี 2554 โดยรับบทเป็นโจรสลัดนิรนาม ซึ่งเป็นตัวละครสมทบ

นอกจากนั้น นายแพร์รี ยังเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังอื่นๆ เช่น Lost, Hawaii Five-0, Blue Crush และ Charlie’s Angels ภาคที่ 2

หลังจากข่าวการเสียชีวิตของ นายแพร์รี ได้รับการเผยแพร่ออกไป ผู้คนจำนวนมากต่างออกมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของเขา เช่น นายเคิร์ท เลเกอร์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางทะเลเมืองโฮโนลูลู ระบุว่า แพร์รี เป็นไลฟ์การ์ดที่ได้รับความรักจากทุกคน และเขารักทุกคนมากยิ่งกว่า

ด้านนายริค บลังกีอาร์ดี นายกเทศมนตรีเมืองโฮโนลูลู กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “การเสียชีวิตของ แพร์รี เป็นการสูญเสียที่น่าเศร้าสลด เขาเป็นนักโต้คลื่นในตำนาน และได้รับความเคารพอย่างสูง เขาเติบโตมาในที่ตรงนั้น และเป็นสมาชิกผู้ยิ่งใหญ่ของทีมรักษาความปลอดภัยทางทะเลของเรา”.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เจ้าหญิงแอนน์เข้าโรงพยาบาล ม้าทำร้าย พระเศียรกระทบกระเทือน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795814

เจ้าหญิงแอนน์เข้าโรงพยาบาล ม้าทำร้าย พระเศียรกระทบกระเทือน

25 มิ.ย. 2567 02:45 น.

เจ้าหญิงแอนน์เข้าโรงพยาบาล ม้าทำร้าย พระเศียรกระทบกระเทือน

เจ้าหญิงแอนน์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลังได้รับบาดเจ็บบริเวณพระเศียร โดยมีสาเหตุจากม้า และต้องอยู่โรงพยาบาลไปจนปลายสัปดาห์นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหญิงแอนน์ พระกนิษฐภคินีในกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ พระชนมายุ 73 พรรษา ถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ‘เซาท์มีด’ ในเมืองบริสตอล หลังพระองค์ถูกม้าทำร้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณพระเศียร และพระเศียรได้รับการกระทบกระเทือน (concussion)

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตำหนัก ‘แกตคอมบ์ พาร์ก’ (Gatcombe Park) ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าหญิงแอนน์ ในมณฑลกอลเซสเตอร์เชียร์ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 มิ.ย. 2567) ในขณะที่พระองค์ออกไปเดินบริเวณลานพระตำหนัก โดยที่มีม้าตัวหนึ่งอยู่ใกล้ๆ

แหล่งข่าวหลายรายบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า อาการบาดเจ็บของเจ้าหญิงแอนน์เกิดจากการกระแทกจากหัวหรือขาของม้า โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินถูกเรียกมาที่พระตำหนักทันที และนำตัวเจ้าหญิงแอนด์ไปยังโรงพยาบาล เซาท์มีด ซึ่งพระองค์ยังมีพระสติอยู่

ด้านสำนักพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า เจ้าหญิงแอนน์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณพระเศียร และพระเศียรได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเซาท์มีด เพื่อป้องกันไว้ก่อน โดยคาดว่าพระองค์จะอยู่โรงพยาบาลไปจนถึงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งพระองค์กำลังฟื้นตัวด้วยดี และคาดว่าพระองค์จะหายดีอย่างรวดเร็ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เหยื่อไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้พุ่ง 22 ศพ เป็นชาวจีนอื้อ สูญหายอีก 1

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795813

เหยื่อไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้พุ่ง 22 ศพ เป็นชาวจีนอื้อ สูญหายอีก 1

25 มิ.ย. 2567 01:49 น.

เหยื่อไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้พุ่ง 22 ศพ เป็นชาวจีนอื้อ สูญหายอีก 1

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม ในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 22 ศพแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีก 1 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมของบริษัท ‘อาริเซลล์’ ในเมืองฮวาซอง ทางตอนใต้ของกรุงโซล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. 2567 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 22 ศพแล้ว ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 1 ราย

นาย คิม จิน-ยอง เจ้าหน้าดับเพลิงท้องถิ่นเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 22 ศพประกอบด้วย ชาวจีน 18 ราย, ชาวลาว 1 ราย และชาวเกาหลีใต้ 2 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตศพสุดท้ายยังระบุตัวตนไม่ได้ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย

ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ราว 8.30 น. ตามเวลาไทย) ที่อาคารหมายเลข 3 ของโรงงาน อาริเซลล์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลานานหลายชั่วโมงจนกระทั่งควบคุมเพลิงในจุดที่ลุกไหม้รุนแรงที่สุดได้ในเวลา 15.10 น. ก่อนที่นักดับเพลิงจะเข้าไปภายในอาคาร เพื่อค้นหาผู้สูญหาย

ผู้เสียชีวิตทั้ง 22 ศพถูกพบบนชั้น 2 ของอาคารหมายเลข 3 ซึ่งเป็นชั้นที่เก็บเซลล์แบตเตอรี่เอาไว้มากถึง 35,000 เซลล์ เพื่อรอการตรวจสอบและบรรจุหีบห่อ

นายคิม จิน-ยอง ระบุว่า ไฟไหม้เริ่มขึ้นหลังจากเซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าวเกิดระเบิดอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่แน่ชัดว่านี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่ และยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์แบตเตอรี่ระเบิด

ด้าน นายคิม แช-โฮ ศาสตราจารย์ด้านการป้องกันไฟไหม้และภัยพิบัติจากมหาวิทยาลับ แทชอน ระบุว่า แบตเตอรี่ลิเทียมมีความเสี่ยงเกิดระเบิด หากได้รับความเสียหายหรือได้รับความร้อนสูง และเมื่อติดไฟแล้ว ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้คนงานมีเวลาหลบหนีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ไฟที่เกิดจากธาตุลิเทียม ยังทำปฏิกิริยาอย่างรุนแรงกับน้ำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ผงเคมีแห้งในการดับไฟ ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ แต่ถึงไฟจะดับแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุกลับขึ้นมาได้อีกโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หากมีการทำปฏิกิริยาทางเคมี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัสเซียระทึกอีก ไฟไหม้ตึกสำนักงานขนาดใหญ่ใกล้มอสโก ดับแล้ว 8 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795812

รัสเซียระทึกอีก ไฟไหม้ตึกสำนักงานขนาดใหญ่ใกล้มอสโก ดับแล้ว 8 ศพ

25 มิ.ย. 2567 00:21 น.

รัสเซียระทึกอีก ไฟไหม้ตึกสำนักงานขนาดใหญ่ใกล้มอสโก ดับแล้ว 8 ศพ

เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ใกล้กับกรุงมอสโกของรัสเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ศพ ขณะเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้เพียง 1 รายเท่านั้น

สำนักข่าว TASS ของรัสเซีย รายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารสำนักงานในเมืองฟรียาซิโน ซึ่งห่างจากกรุงมอสโกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียง 25 กม. เมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย. 2567 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ศพ ขณะที่มีผู้รอดชีวิตได้รับความช่วยเหลือออกมา 1 คน โดยขณะนี้กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินท้องถิ่น บอกกับ TASS ว่า ผู้เคราะห์ร้าย 2 รายเสียชีวิตหลังจากตัดสินใจหนีไฟไหม้ด้วยการกระโดดลงจากหน้าต่างอาคารสูง 8 ชั้นแห่งนี้ ส่วนอีก 6 ราย เสียชีวิตหลังจากโครงสร้างภายในพังถล่มลงมาทับ เพราะความเสียหายจากไฟไหม้

ตอนนี้ยังมีรายงานไม่ตรงกันอยู่ว่า อาคารหลังนี้มีไว้ทำอะไรกันแน่ โดย TASS ระบุว่า มันเคยเป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยและอุตสาหกรรมทางทหารชื่อ ‘Platan’ ขณะที่แถลงการณ์จากบริษัท ‘รัสเซลเลกโทรนิกส์’ (Ruselectronics) รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานไฟฟ้าของรัสเซีย ระบุว่า ตึกนี้เป็นของเอกชนมาตั้งแต่ช่วง ค.ศ.1990 แล้ว

อย่างไรก็ตาม สื่อของฝ่ายค้านรายงานว่า สถาบัน Platan ยังคงตั้งอยู่ในตึกแห่งนี้จนถึงเมื่อปลายปี 2566

ด้านนายอันเดรย์ โวรอบยอฟ ผู้ว่าราชการแคว้นมอสโก โอบลาสต์ ระบุว่า ชายวัย 34 ปี ได้รับความช่วยเหลือออกมา และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพอาการสาหัส ขณะที่นักดับเพลิง 2 นายกำลังได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บจากเพลิงไหม้ด้วย

ส่วนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซีย ระบุว่า พวกเขาส่งผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน กับเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำ ไปยังที่เกิดเหตุเพื่อรับมือเพลิงไหม้แล้ว

ทั้งนี้ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ แต่ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกกับ TASS ว่า ไฟเริ่มลุกไหม้บนชั้น 6 ก่อนจะลุกลามไปยังชั้นอื่นๆ.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตัดปัญหา จนท.รื้อแล้ว แท่งปริศนาใกล้ลาสเวกัส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795688

ตัดปัญหา จนท.รื้อแล้ว แท่งปริศนาใกล้ลาสเวกัส

24 มิ.ย. 2567 15:17 น.

ตัดปัญหา จนท.รื้อแล้ว แท่งปริศนาใกล้ลาสเวกัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจรื้อถอนแท่งปริศนาสีเงินวาวที่โผล่ในพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของนครลาสเวกัสแล้ว หลังมีคนไปพบเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังไม่มีใครทราบที่มาที่ไปของวัตถุดังกล่าว

ตำรวจลาสเวกัสเผยผ่านช่องทาง เอ็กซ์ ว่าได้ทำการรื้อถอนแท่งวัตถุปริศนา รูปทรงปริซึมขนาด 6 ฟุต 4 นิ้ว ที่โผล่ในพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของนครลาสเวกัสแล้ว แม้จะยังไม่ทราบที่มาที่ไปว่าวัตถุดังกล่าวไปโผล่อยู่ในจุดดังกล่าวได้อย่างไร โดยการรื้อถอนมีขึ้นเพื่อความปลอดภัยของมวลชน และความกังวลว่าแท่งวัตถุดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยนับตั้งแต่ปี 2020 ที่ผ่านมา มีรายงานพบแท่งวัตถุปริศนาลักษณะนี้ในหลายพื้นที่ ทั้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ยูทาห์ ลาสเวกัส นิว เม็กซิโก ไปจนถึงประเทศโรมาเนีย โดยพวกมันโผล่ตามที่ต่างๆ โดยไม่รู้ที่มาที่ไป และหายไปในเวลาไม่นาน จนเกิดทฤษฎีและข้อสันนิษฐานต่างๆ นานาว่าเป็นวัตถุที่มาจากนอกโลกและเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐยูทาห์ ระบุว่า แท่งประหลาดนี้ไม่ได้มาจากนอกโลกอย่างแน่นอน โดยตำรวจได้นำแท่งดังกล่าวไปเก็บในที่ปลอดภัยแล้ว และขอห้ามทุกคนอย่าลักลอบ แอบติดตั้งสิ่งของหรือวัตถุใดๆ ที่จะสร้างความเสียหายให้แก่สภาพแวดล้อมเช่นนี้

โดยวัตถุดังกล่าวถูกติดตั้งอย่างผิดกฎหมายบนที่ดินของรัฐบาล ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ แกะเขาใหญ่ และพืชหายากชนิดต่างๆ รวมทั้งเต่าทะเลทราย ดังนั้นการที่ผู้คนจะแห่มาดูแท่งประหลาดนี้อาจจะทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์เหล่านี้ได้ โดยหลังจากรื้อถอนไปแล้ว ก็พบว่ามีรูขนาดใหญ่บนหินแดงจากการติดตั้งวัตถุดังกล่าว ซึ่งตำรวจจะเร่งสอบสวนที่มาที่ไปของวัตถุปริศนานี้ต่อไป.

ที่มา : CNN

ไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้ ดับ 1 สูญหาย 21

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795643

ไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้ ดับ 1 สูญหาย 21

24 มิ.ย. 2567 13:07 น.

ไฟไหม้โรงงานแบตเตอรี่เกาหลีใต้ ดับ 1 สูญหาย 21

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ ทางตอนใต้ของกรุงโซล ทำให้คนงานเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และยังคงไม่ทราบชะตากรรมอีกราว 21 คน

เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมในเกาหลีใต้วันนี้ (24 มิ.ย.) เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 1 ศพ และอีก 21 รายยังคงหายสาบสูญ ในขณะที่ไฟยังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง

โรงงานแบตเตอรี่ลิเทียมแห่งนี้เป็นของบริษัท อาริเซลล์ (Aricell) ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในเมืองฮวาซอง ทางใต้ของกรุงโซล

สำนักงานดับเพลิงและภัยพิบัติจังหวัดคยองกี ยืนยันการเสียชีวิตของชายวัย 60 ปี และเสริมว่า ยังมีผู้สูญหายอีก 21 รายในเหตุเพลิงไหม้ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.31 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยในวันนี้มีพนักงานเข้าทำงานในโรงงานทั้งหมด 67 คน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า ยังคงไม่สามารถเข้าไปด้านในและดำเนินการช่วยเหลือได้ และจะดำเนินการทันทีที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และกำลังวางแผนที่จะติดตามตำแหน่งของผู้ที่ยังสูญหายด้วยข้อมูลที่ได้รับจากบริษัท

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากหัวใจหยุดเต้น ขณะที่คนงานอีกคนได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 ราย 

ภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวยอนฮัป เผยให้เห็นกลุ่มควันสีเทาขนาดมหึมาพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือโรงงาน พร้อมด้วยเปลวไฟสีส้มภายในอาคาร ขณะที่รถดับเพลิงหลายสิบคันอยู่ด้านนอก

ประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ของเกาหลีใต้ ออกคำสั่งฉุกเฉิน โดยแจ้งให้มีการระดมบุคลากรและอุปกรณ์ที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงรับประกันความปลอดภัยของนักดับเพลิง เนื่องจากเปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และในขณะนี้ยังคงไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้

เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจฮวาซอง กล่าวว่า ภายในโรงงานมีแบตเตอรี่อย่างน้อย 35,000 ก้อน ซึ่งบางส่วนเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการระเบิด. 

ที่มา CNA

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์แข่งวิ่งมาราธอนแนวตั้ง สำหรับผู้หญิงครั้งแรกของโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795638

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์แข่งวิ่งมาราธอนแนวตั้ง สำหรับผู้หญิงครั้งแรกของโลก

24 มิ.ย. 2567 12:46 น.

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์แข่งวิ่งมาราธอนแนวตั้ง สำหรับผู้หญิงครั้งแรกของโลก

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ ตึกที่สูงที่สุดของจีน ความสูง 632 เมตร จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนแนวตั้ง เฉพาะผู้หญิงเป็นครั้งแรกของโลก

เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ อาคารสูงที่สุดในจีน และสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก จัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนแนวตั้งที่สูงที่สุด และเป็นการจัดการแข่งขันเฉพาะผู้หญิงเป็นครั้งแรกของโลก โดยงานนี้มีนักวิ่งเข้าร่วมแข่งขัน 500 คน ซึ่งทุกคนต้องวิ่งขึ้นอาคาร 40 ชั้น จากชั้น 79 ของอาคาร ขึ้นไปยังชั้น 119 ด้วยความสูงในแนวดิ่งกว่า 250 เมตร

คณะกรรมการจัดงานระบุว่า กิจกรรมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้หญิงผ่านการมีส่วนร่วมในกีฬา เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและอิทธิพลของพวกเขาในสายกีฬา

ขณะที่ นายฮวน อันโตนิโอ ซามารันช์ จูเนียร์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ระบุว่า การจัดแข่งขันมาราธอนแนวตั้งเฉพาะประเภทผู้หญิง ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ

โดยก่อนหน้านี้เขาเคยให้สัมภาษณ์ในวันที่มีการแถลงข่าวการจัดงานครั้งนี้ว่า ทางคณะกรรมการต้องต่อสู้อย่างหนักมานานหลายปีเพื่อให้มีความเท่าเทียมทางเพศในกิจกรรมกีฬาทุกประเภท ดังนั้นการที่การแข่งขันวิ่งมาราธอนแนวดิ่งเซี่ยงไฮ้ได้เดินหน้ามาถึงขั้นนี้แล้วจึงนับว่าเป็นข่าวดี และหวังว่าการแข่งขันกีฬาทุกประเภทจะมีความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ เซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์ มีการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนแนวตั้งระดับนานาชาติเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2019 โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแข่งขันหลายพันคน ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศในทุกๆ ปี.

ที่มา : CNS

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ มาราธอน

หญิงถูกหมาป่ารุมกัดในสวนสัตว์ใกล้กรุงปารีส

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795626

หญิงถูกหมาป่ารุมกัดในสวนสัตว์ใกล้กรุงปารีส

24 มิ.ย. 2567 12:06 น.

หญิงถูกหมาป่ารุมกัดในสวนสัตว์ใกล้กรุงปารีส

ผู้หญิงคนหนึ่งต้องรักษาตัวในห้องไอซียู หลังจากถูกหมาป่าโจมตีขณะวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสัตว์ใกล้กรุงปารีส

ผู้หญิงชาวฝรั่งเศสรายหนึ่งเข้ารับการรักษาตัวในห้องไอซียู หลังจากถูกหมาป่าโจมตีขณะที่เธอวิ่งจ๊อกกิ้งผ่านสวนสัตว์นอกกรุงปารีส ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่อนุญาตให้คนเดินเข้าไปได้ 

ตำรวจและอัยการกำลังสืบสวนว่า หญิงวัย 37 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกหมาป่าอาร์กติก 3 ตัวโจมตี ในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันอาทิตย์ (23 มิ.ย.) ได้อย่างไร แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้หญิงรายนี้ถูกกัด “ที่คอ น่อง และหลัง” ที่สวนสัตว์ทัวรี ห่างจากกรุงปารีสไปทางตะวันตกประมาณ 40 กิโลเมตร ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายบอกว่า อาการบาดเจ็บของผู้หญิงไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต

จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้หญิงรายดังกล่าวออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งในช่วงเช้า หลังจากใช้เวลาในช่วงกลางคืนกับครอบครัวในบ้านพักสไตล์ซาฟารีที่สวนสัตว์ 

คริสเทล เบอร์เชนี ผู้บริหารระดับสูงของสวนสัตว์ กล่าวว่า หญิงคนดังกล่าวได้เข้าไปในพื้นที่อาศัยของหมาป่าด้วยการเดินเท้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่ตามปกติแล้วอนุญาตให้เข้าถึงได้ด้วยรถยนต์เท่านั้น เบอร์เชนีกล่าวว่า มีป้ายเตือนผู้คนถึง “กฎแห่งการเอาชีวิตรอด” ที่ต้องปฏิบัติตามในสวนสัตว์ และกล่าวเสริมว่า พฤติกรรมของสัตว์ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเสมือนสัตว์ที่มี “เสรีภาพ หรือกึ่งเสรีภาพ”

บ้านพักในเขตอาศัยของหมาป่า ซึ่งโฆษณาบนเว็บไซต์ของสวนสัตว์ มีราคาระหว่าง 220-760 ยูโรต่อคืน พร้อมข้อความว่า “บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน” และเสนอ “ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำใครและใกล้ชิดกับหมาป่าอาร์กติกที่คุณสามารถมองเห็นได้จากห้องนั่งเล่น”

แมรีวอนน์ ไคลลิบอตต์ หัวหน้าอัยการเมืองแวร์ซายส์ กล่าวว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวได้เข้าไปเขตซาฟารี ซึ่งควรจะจำกัดไว้เฉพาะรถยนต์เท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่เธอถูกหมาป่า 3 ตัวรุมโจมตี และเสริมว่า ยังไม่ชัดเจนว่าหญิงรายนี้ทำผิดพลาด หรือเส้นทางไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ไปถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ขณะที่หมาป่าถูกนำตัวกลับออกไปยังพื้นที่ของมัน ด้านแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ระบุว่า ผู้หญิงรายนี้ต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัย คูน้ำ และรั้วไฟฟ้าสำหรับขังสัตว์ไว้ กว่าที่จะเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าวได้.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สมชาย ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577761

24 มิ.ย. 2567

13:24 น.

สมชาย ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.

“สมชาย” ประธาน กมธ.สิทธิ์ฯ ส่งหนังสือด่วนถึง กกต. จี้ ตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. หลังพบหลักฐานทุจริต พร้อมขอผลนับคะแนนระดับอำเภอ-จังหวัด ส่งกลับมาภายใน 30 มิ.ย. นี้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธาน กรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พร้อมแนบเอกสารและหลักฐานที่ประชาชนนำส่งให้คณะกรรมาธิการจำนวน 293 แผ่น

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสจากประชาชน พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาในหลายพื้นที่ โดยประชาชนได้อ้างว่า กระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอและระดับจังหวัดพบข้อพิรุธหลายประการที่อาจมีขบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดขึ้น อาทิ

(1) ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภามีคุณสมบัติที่ไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพหรือผู้สมัครขาดคุณสมบัติ

(2) ผลการลงคะแนนที่มีผู้สมัครได้คะแนนเป็น “ศูนย์” ในหลายอำเภอที่อาจเป็นผลจากการเกณฑ์มวลชนหรือบุคคลให้มาเป็นผู้เลือก โดยที่บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อที่จะ
สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภา แต่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้เลือกเท่านั้น

(3) มีผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาที่อาจมาจากการจัดตั้งของพรรคการเมือง เป็นต้น
 

คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญ ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 

คณะกรรมาธิการฯ จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม พร้อมขอความอนุเคราะห์นำส่งรายงานผลการนับคะแนนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ระดับอำเภอและระดับจังหวัดทั่วประเทศให้คณะกรรมาธิการฯ เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยขอให้จัดส่งภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567