นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576630

11 มิ.ย. 2567

10:12 น.

นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

นายกฯ ตกใจ หลังทราบข่าว หลานชาดา ถูกบุกจับคดียาเสพติด คอนโดหรูกลางกรุง เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์-เป็นไปตามกลไก ทางกฎหมาย

11 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.บก.น.1 บุกจับกุมนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ หลานชาย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คดีมั่วสุมยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืนว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้พบกับนายชาดา ซึ่งวันนี้นายชาดา ก็ได้แจ้งลาประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อไปร่วมพิธีทางศาสนา ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย
 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวได้แจ้งรายละเอียดคดีว่า หลานชายนายชาดา ถูกบุกจับกุมในโรงแรมหรูกลางกรุงฯ ในข้อหาดังกล่าวแก่นายกรัฐมนตรีทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีสีหน้าที่ตกใจ และกล่าวย้ำว่า ตนไม่ทราบเรื่องเลยจริง ๆ 

อย่างไรก็ตามก็มีกลไกทางกฎหมายอยู่แล้ว และนายชาดา คงไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไร ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

โดย วันที่ 11 มิ.ย. 2567 มีรายงานว่า ตำรวจสืบสวนนครบาล 1 บุกเข้าจับกุม 4 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นญาติของ “ชาดา” ได้ที่ห้องพักของ โรงแรม แห่งหนึ่ง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมยึดของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 6 ถุง / อาวุธปืน 11 มม. 1 กระบอก / และกระสุนปืน 6 นัด หลังรับแจ้งมั่วสุมเสพ ยาเสพติด ในห้องพักดังกล่าว

ดยหนึ่งในผู้ต้องหา คือ นายนรเศรษฐ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์)โดยผิดกฎหมาย และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ

“ทวี” รมว.ยธ. ชี้ “ทักษิณ” ขอความเป็นธรรม ถูกฟ้อง ม.112 ยุค คสช.ชอบด้วยกฎหมาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576629

11 มิ.ย. 2567

10:04 น.

"ทวี" รมว.ยธ. ชี้ "ทักษิณ" ขอความเป็นธรรม ถูกฟ้อง ม.112 ยุค คสช.ชอบด้วยกฎหมาย

“ทวี สอดส่อง” รมว.ยธ.ชี้ “ทักษิณ” ขอความเป็นธรรม อสส.คดี 112 ได้ หาก พนง.สอบสวนถูกข่มขู่/กระบวนการมิชอบ – แต่ไม่เกี่ยว ยธ.

จากกรณีมีรายงานจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ทีมกฎหมายของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อยื่นเหตุผลเพิ่มเติมคัดค้าน “คำสั่งฟ้อง” ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน 

สำหรับเหตุผลที่ทีมกฎหมายของ “อดีตนายกฯทักษิณ” บรรยายในคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่ออัยการสูงสุด คือ พนักงานสอบสวนที่ทำสำนวน ถูกกดดันข่มขู่จากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งเป็นยุค คสช. เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้กับตนช่วงหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานจึงมิชอบด้วยกฎหมาย และมีความเบี่ยงเบนไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

11 มิ.ย.2567 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณีที่ทีมทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุดอีกครั้ง เพื่อขอทบทวนการสั่งฟ้องคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนขณะนั้น ถูกข่มขู่จากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.จนขาดความเป็นอิสระในการรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีว่า การขอความเป็นธรรมดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม เพราะกระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจในการพิจารณา และจะต้องสอบถามไปยังต้นเรื่อง หรืออัยการสูงสุด

พันตำรวจเอกทวี ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาในการขอความเป็นธรรม ตามกระบวนการทางอาญา เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา สามารถขอความเป็นธรรมได้โดยไม่มีการห้าม แต่อำนาจการพิจารณานั้น จะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด
 

ส่วนการขอเปลี่ยนชุดอัยการในการทำคดีนั้น พันตำรวจเอกทวี ไม่ทราบรายละเอียด แต่ย้ำว่าที่ผ่านมาในอดีต สามารถขอความเป็นธรรมได้เกือบทุกคดี ซึ่งตามหลักการนั้น จะต้องพิจารณาว่าการสอบสวนชอบหรือไม่ พนักงานสอบสวนมีอำนาจในการสอบสวนหรือไม่ หรือมีการบังคับ ขู่เข็ญ จูงใจพนักงานสอบสวน หรือไม่ และตำรวจยื่นฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สามารถขอความเป็นธรรมได้

ส่วนกระบวนการในอดีตที่ตำรวจเป็นผู้ยื่นฟ้องก็ชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่นั้น พันตำรวจเอกทวี ย้ำว่า ยังสรุปไม่ได้ เพราะจะต้องไปพิจารณาว่า กระบวนการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีการขู่เข็ญ จูงใจ หรือไม่ และเป็นการสอบสวนที่ชอบหรือไม่

ปศุสัตว์เดินหน้าลดต้นทุน ช่วยเกษตรกรผลิตสินค้าส่งขาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809772

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ ซึ่งแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น จากกลไกการตลาดของราคาอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ จึงมอบหมายให้ทุกหน่ายงานราชการวางแผนกำหนด
โครงการฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นคงต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรอย่างยั่งยืน ทางกรมปศุสัตว์ ได้ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ ส่งเสริมการลดต้นทุนอาหารสัตว์ในด้านการผลิตพืชอาหารสัตว์การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารสัตว์ การส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพผลิตพืชอาหารสัตว์ การให้บริการเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ และการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์

สำหรับปีงบประมาณ 2567 สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ประกอบด้วย 1.กิจกรรมการขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ การผลิตเมล็ดพันธุ์ 57.3 ตัน และผลิตท่อนพันธุ์ 3,500 ตัน เพื่อจำหน่ายและสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์ สำหรับลดต้นทุนค่าอาหารหยาบแก่เกษตรกร โดยเมล็ดพันธุ์ขยายพื้นที่ปลูกพืชอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น 28,000 ไร่ และท่อนพันธุ์ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น 7,000 ไร่ 2.กิจกรรมฟาร์มต้นแบบลดต้นทุนอาหารสัตว์ โดยการจัดทำฟาร์มสาธิต มีเป้าหมาย 150ฟาร์ม โดยมีฟาร์มนำร่อง ได้แก่ สหกรณ์โคนมนาวังจ.หนองบัวลำภู และสหกรณ์โคนมวาริชภูมิ จ.สกลนคร พร้อมให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนอาหาร โดยมีเป้าหมายให้คำแนะนำเกษตรกร 4,100 ราย

3.ส่งเสริมการผลิตพืชอาหารสัตว์ โดยการสร้างอาชีพผลิตพืชอาหารสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรประกอบอาชีพผลิตท่อนพันธุ์และเสบียงสัตว์จำหน่าย และเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่มีความประสงค์ปลูกสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์ใช้ท่อนพันธุ์ และเสบียงสัตว์คุณภาพดี สำหรับลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ 4.บริการผลิตอาหาร TMR เพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะมีอาหาร TMR ในราคาต่ำ และมีคุณภาพเหมาสมกับช่วงระยะการเจริญเติบโตของสัตว์แต่ละชนิด 5.บริการเครื่องจักรกลอาหารสัตว์ (Motor pool) โดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลอาหารสัตว์และอุปกรณ์ในการเก็บรวบรวมการผลิตมาใช้เป็นอาหารสัตว์ให้กลุ่มเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต และ 6.บริการวิเคราะห์ตัวอย่างอาหารสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำผลวิเคราะห์ไปใช้ได้ตรงตามความต้องการ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุน หรือซื้อเมล็ดพันธุ์ และท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์คุณภาพดีจากกรมปศุสัตว์ เพื่อนำไปลูกสร้างแปลงพืชอาหารสัตว์ ช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี ได้รับคำแนะนำในการจัดการด้านอาหารสัตว์ โดยหน่วย FMMU เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ได้รับอาหาร TMR ที่หน่วยงานในสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ผลิตเพื่อจำหน่ายในราคาต่ำ และคุณภาพตรงตามความต้องการของสัตว์แต่ละช่วงวัย

‘ธรรมนัส’ตรวจคุณภาพทุเรียนจันทบุรี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809773

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมผู้ประกอบการ โรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2567 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ อบจ.จันทบุรี

สำหรับสถานการณ์ส่งออกทุเรียนในปัจจุบันของการส่งออกทุเรียนภาคตะวันออก รวม 5,464 ชิปเมนท์ 74,922.75 ตัน มูลค่า 8,907 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร เตรียมความพร้อมตั้งแต่แปลงทุเรียน GAP ซึ่งภาคตะวันออกมีพื้นที่ให้ผลผลิต 424,772 ไร่ ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) แล้ว 30,809 แปลง พื้นที่ 393,459 ไร่ หรือคิดเป็น 92% ของพื้นที่ให้ผลผลิต และมีโรงคัดบรรจุ 758 แห่ง นอกจากนี้ได้จัดประชุมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2567 เพื่อสร้างการรับรู้และชี้แจงแนวทางการตรวจและออกใบรับรองสุขอนามัยพืชเพื่อการส่งออก(Phytosanitary Certificate) และขั้นตอนการส่งออกผลไม้ตามข้อตกลงพิธีสารการส่งออกผลไม้สดไปยังจีน ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับ “จันทบุรีโมเดล” เพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานในการส่งออกผลไม้ไทย และสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค

“ประเทศไทยมีการส่งออกทุเรียน ประมาณ 92% คาดว่ามูลค่าการส่งออกเฉพาะ จ.จันทบุรี จะมีประมาณ 130,000 ล้านบาท สำหรับการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนในภาคการเกษตรและการอุปโภค-บริโภคระยะเร่งด่วน ได้สั่งการกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ระดมเครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงจากส่วนกลาง เพิ่มเติม 4 ลำ เริ่มปฏิบัติการในพื้นที่โดยเร็วที่สุด และการแก้ไขระยะยาวได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม และในส่วนของการแก้ไขปัญหาด้านอื่นๆ จะมีการหารือมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรภาคตะวันออก ในการประชุม Fruit Board ต่อไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ที่ปรึกษาฯติดตามโครงการ อนุรักษ์ดิน-น้ำพื้นที่เสี่ยงภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809774

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติทางการเกษตร ที่บ้านตะกาง หมู่ 2 ต.ตะกาง อ.เมือง จ.ตราด โดยมีนายเชฏฐรุจ จันทร์แปลง ผอ.สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 2 น.ส.อุบล มากอง ผอ.สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง น.ส.จรรจิรา เจริญทวีชัย ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินตราด นายพรชัย วิจิตธรรมภาณี ปศุสัตว์จังหวัดตราดนายประภาส พรมโสดา เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตราด นางเมตตา ไม้หนองกอย ปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้อนรับและร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการครั้งนี้

ทั้งนี้ ปัญหาที่พบในพื้นที่ คือ 1.ความเสื่อมโทรมของดินทางกายภาพ เคมี และชีวภาพทางดิน 2.การลุกล้ำของน้ำเค็ม 3.การชะล้างพังทลายของดิน 4.การไร้กรรมสิทธิ์ที่ดิน 5.การขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง(พืชสวน เช่น ทุเรียน) 6.น้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน (เขตเมืองและถนน ขยายตัว สิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำตามธรรมชาติทำให้นาข้าวผลผลิตเสียหาย) 7.การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชของเกษตรกรจากข้าวเป็น ปาล์มน้ำมัน/ มะพร้าว และยางพารา เปลี่ยนเป็นทุเรียน และ 8.เกษตรกร ขาดความรู้ความชำนาญในเชิงวิชาการทางการเกษตร ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ ตรวจราชการร้อยเอ็ด มอบโฉนดช่วยเหลือ ให้เกษตรกรใช้ทำกิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809771

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจราชการและขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน จ.ร้อยเอ็ด พร้อมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้เกษตรกรใน อ.หนองพอก และ อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด 550 รายที่หอประชุมโรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย ต.รอบเมือง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ว่าสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จ.ร้อยเอ็ด และภาคี ร่วมบูรณาการเรื่องการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกร การมอบโฉนดเพื่อการเกษตร แสดงสิทธิในที่ดิน การเข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงสิทธิและแหล่งเงินทุนมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ตามศักยภาพของพื้นที่ เพื่อให้มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ จ.ร้อยเอ็ด ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ประมาณ 1,037,823 ไร่ เป็นพื้นที่เขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินประมาณ 726,477 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 15 อำเภอ 72 ตำบล โดยดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้ว 62,367 ราย 78,334 แปลง เนื้อที่ประมาณ 663,876 ไร่ ซึ่งปีงบประมาณ 2567 มีแผนปรับปรุงแก้ไขเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรจากเป้าหมายตามแผนระยะเวลา 2 ปี รวมทั้งสิ้น 34,965 แปลง เนื้อที่ประมาณ 302,127 ไร่ ได้ดำเนินการออกโฉนดแล้วทั้งหมด 1,586 แปลง เนื้อที่ประมาณ 15,401 ไร่ในส่วนพื้นที่ อ.หนองพอก 13,872 แปลง เนื้อที่ประมาณ 116,064 ไร่ ได้ออกโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว 672 แปลง เนื้อที่ประมาณ 6,258 ไร่

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809710

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่  โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.55 น.

เบลล่า ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งมีมากกว่า 8,300 คน คิดเป็น 35% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศชายและหญิงรายใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย ในปี 2565 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพและลดการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งปอด

ข้อมูลสถิติ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2573 หรือภายใน 6 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงในประเทศไทยมากกว่า 11,200 คนเพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากจำนวนผู้ป่วยเพศหญิงรายใหม่จำนวน 8,300 คน จากปี 2565 แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งปอดสะท้อนการแพร่กระจายของปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคไม่เพียงแค่บุหรี่ แอลกอฮอล์ มลพิษทางอากาศ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญอีก เช่น การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้เช่นกัน

อีกทั้ง งานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้บ่งชี้ว่าการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปอด ตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ในยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เป็นที่แพร่หลายในประชากรเอเชียอาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งปอดโดยไม่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย การวิจัยระบุว่าประมาณ 30-40%ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าประชากรชาวตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

แพทย์หญิงศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสิน

แพทย์หญิงศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสิน ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรช ไทยแลนด์ กล่าวว่าโรชมุ่งมั่นค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยี เพื่อการรักษาในมะเร็งหลายชนิด รวมถึงโรคมะเร็งปอด ปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลักๆ อยู่ 3 ประเภทนอกเหนือจากการฉายแสงและการผ่าตัด ได้แก่ เคมีบำบัด การใช้ยามุ่งเป้า และ ภูมิคุ้มกันบำบัด โดยยาเคมีบำบัด จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่มักมาพร้อมกับผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้า และผมร่วง ในด้านยามุ่งเป้าเป็นการใช้ยาเพื่อกำหนดเป้าหมายเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมบางอย่างโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อเซลล์ปกติ ยังมีผลข้างเคียงเช่น ผื่นผิวหนัง อ่อนเพลีย ปาก/คออักเสบ ส่วนการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน เป็นการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปฏิกิริยาทางผิวหนัง อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น หากคนไข้มีสัญญาณเบื้องต้น เช่น ไอเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีเสมหะปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยรวดเร็วถูกต้อง”

เบลล่า ศิรินทิพย์ ขัติยะกาญจน์ อดีตผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะสุดท้ายในหัวใจ และประธานมูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง กล่าวว่า จริงๆ เรื่องของมะเร็งปอดในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว และเทรนด์ปัจจุบันก็เกิดกับผู้หญิงหรือคนทั่วไปที่อายุน้อยกว่า 30 ปีที่ไม่เคยสัมผัสบุหรี่เลย และไม่ได้เป็นคนรับควันบุหรี่มือสองเลยด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้เป็นสถิติที่น่าสนใจมากในกลุ่มผู้ป่วยเองจึงมองว่าจริงๆ แล้วเรื่องของการดูแลตัวเอง หากเริ่มมีภาวะเหนื่อยหรือไอ ก็อยากให้รีบไปหาหมอ เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อหรือโรคมะเร็งปอดหรือไม่ ถึงแม้จะไม่เคยมีประวัติในการสัมผัสหรือใกล้ชิดบุหรี่ก็ตามอีกเรื่องหนึ่งคือเราอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าปัจจุบันการเป็นมะเร็งปอดไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะหากเราตรวจเจอเร็วและสามารถตรวจยีนพันธุกรรมได้ ดังนั้นอยากให้มองว่ามะเร็งปอดไม่ได้ต้องพาไปในเส้นทางที่เสียชีวิตทุกคน แต่อยู่ที่เราวินิจฉัยเจอเร็วแค่ไหน และเราก็สามารถวางแผนการรักษาควบคู่ไปกับหมอได้

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คนไทยตระหนักว่าโรคมะเร็งปอดไม่ได้เกิดแค่ในผู้ชายหรือคนที่สูบบุหรี่ หากคัดกรองรวดเร็วและเหมาะสม ได้รับการรักษา จะทำให้หายขาดจากมะเร็งปอดได้ หากเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ทั้งนี้ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดได้ที่ มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง https://thaicancersociety.com/ หรือเพจเฟซบุ๊ก@thaicancersociety เว็บไซต์ Lung and Me https://www.lungandme.com/ หรือเพจเฟซบุ๊ก@lungandme

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้า โรคหัวใจที่มักถูกมองข้าม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809708

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้า โรคหัวใจที่มักถูกมองข้าม

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้า โรคหัวใจที่มักถูกมองข้าม

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.30 น.

โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ได้มีแค่ชนิดเต้นเร็วเท่านั้น แต่ยังมีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้าที่หลายคนมักมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วเป็นภาวะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน ทั้งนี้ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะสามารถรักษาให้หายได้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ศราวุธลิ้มประเสริฐ อายุแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดเฉพาะทางด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า หัวใจเต้นช้า (Bradycardia) เป็นภาวะที่หัวใจเต้นในอัตราช้ากว่าปกติ โดยมักจะน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที เมื่อหัวใจเต้นช้าเกินไป ย่อมส่งผลให้เลือดที่ส่งออกจากหัวใจมีปริมาณลดลง จนทำให้การส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอวัยวะสำคัญอย่างสมองและหัวใจ โดยทั่วไปมักจะไม่ก่อให้เกิดอาการผิดปกติใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง แต่หากเกิดในผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุมักก่อให้เกิดอาการผิดปกติ

อาการผิดปกติที่พบได้ในผู้ป่วยที่มีหัวใจเต้นช้า ประกอบไปด้วย เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก เพลีย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ เป็นลมหมดสติ สับสน หลงลืมง่าย เสียสมาธิง่าย ทั้งนี้ ภาวะหัวใจเต้นช้ามักพบในผู้มีอายุมากกว่า 65 ปีแต่อาจจะพบได้ในผู้ป่วยอายุน้อยหากมีโรคร่วมหรือโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง นอกจากนี้ยังมีสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ ความสมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ, การติดเชื้อโรคหรือการอักเสบบางอย่าง, โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคหัวใจรูมาติก, การเสื่อมของกลุ่มเซลล์กระตุ้นการเต้นของหัวใจ (sick sinus syndrome), การนำกระแสไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ, และภาวะแทรกซ้อนจากยา การผ่าตัด หรือการฉายรังสี

อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด เนื่องจากหากทราบว่าภาวะหัวใจเต้นช้าเกิดจากสาเหตุที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ย่อมทำให้ภาวะหัวใจเต้นช้าหายไปได้เช่นกัน โดยแนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นช้า แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และตรวจเลือดต่างๆ เพื่อหาสาเหตุในการเกิดหัวใจเต้นช้า อีกทั้งยังอาจมีการตรวจพิเศษอื่นๆ ทางระบบหัวใจ ซึ่งขึ้นกับภาวะของผู้ป่วยด้วย

หากตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าภาวะหัวใจเต้นช้าเกิดจากโรคหรือภาวะที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโรคหรือภาวะดังกล่าว ซึ่งจะทำให้หัวใจกลับมาเต้นในอัตราปกติได้ แต่หากภาวะหัวใจเต้นช้าเกิดจากโรคหรือภาวะที่ไม่สามารถรักษาได้ หรือไม่สามารถรักษาให้หายขาด จะมีความจำเป็นต้องรักษาด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker Implantation) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอาการของผู้ป่วยหรือลดโอกาสเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงต่อไป

การรักษาด้วยการฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ เป็นหัตถการเพื่อฝังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าไปในผนังหน้าอกใต้ผิวหนังของผู้ป่วย เพื่อกระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยส่งสัญญาณไฟฟ้าไปยังหัวใจห้องที่ทำงานผิดปกติ สัญญาณไฟฟ้าจะช่วยให้หัวใจเต้นเร็วพอที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายและอวัยวะส่วนอื่น ๆ ได้มากเพียงพอ

การเตรียมตัวก่อนใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ มีดังนี้ ก่อนทำหัตถการใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ผู้ป่วยจะต้องงดยาตามที่แพทย์แนะนำ, งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการรักษา8 ชั่วโมง, ผู้ป่วยจะได้รับการโกนขนบริเวณหน้าอกข้างที่จะใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ โดยส่วนมากแพทย์จะนิยมใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจในแขนข้างที่ผู้ป่วยไม่ถนัด

การปฏิบัติตัวหลังใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ มีดังนี้ เมื่อใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเข้าไปในร่างกายแล้ว ผู้ป่วยต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลปะมาณ 1-2 วัน และในช่วง 7 วันแรกไม่ควรยกแขนด้านที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจขึ้นสูงเหนือไหล่, หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก, หลีกเลี่ยงการถู กด หรือเกาบริเวณแผล, หลีกเลี่ยงการนวดหน้าอก, ห้ามยกของหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน,ในระหว่างพักฟื้นหากมีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น หน้ามืดเป็นลม เหนื่อยหอบผิดปกติ สะอึกตลอดเวลา ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบการทำงานของเครื่องและควรมาพบแพทย์ตามนัด เพราะจะได้รับการตรวจเช็คเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ ได้แก่ ลมรั่วในเยื่อหุ้มปอดจากปลายเข็มที่ใช้เป็นตัวนำทางสายไฟโดนยอดปอด ซึ่งพบได้น้อย, ในระยะสั้น แผลบริเวณใส่เครื่องอาจมีอาการบวมช้ำ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาป้องกันเลือดแข็งตัวร่วมด้วย, สายกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจเลื่อนหรือหลุดออกจากตำแหน่ง สามารถพบได้น้อยเนื่องจากมีการตรวจสอบหลายขั้นตอนก่อนเชื่อมต่อสายเข้ากับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ, การติดเชื้อของเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจและสายไฟ มักมีปัจจัยเสี่ยงทางโรคประจำตัวบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงนี้ ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะก่อนและหลังทำหัตถการ, ขณะที่ความเสี่ยงในระยะยาวต้องอาศัยการสังเกตร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ เพื่อความรวดเร็วในการตรวจพบและแก้ไขปัญหาหากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น 

คุณแหน : 11 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809722

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ข้าราชการอัยการเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน หนึ่งในข้าราชการอัยการที่เข้าเฝ้าฯในครั้งนี้คือ อริสราวัลย์ ศิลปวิทยกุล ยังความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณแก่ อัยการใหม่เป็นล้นพ้น…

●● แหล่งข่าวระดับสูงเผยให้ทราบว่า กรณีเรื่องการจัดซื้อเรือดำน้ำกองทัพเรือโดย พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. มีแนวโน้มว่าจะลงตัวได้แบบ “วิน-วิน” กล่าวคือจีนดำเนินการสร้างเรือดำน้ำตามข้อตกลงต่อจนแล้วเสร็จ โดยใช้เครื่องยนต์จีน…ส่วนกองทัพเรือก็จะได้รับมอบเรือดำน้ำตามกำหนดเวลาโดยทั้งสองประเทศไม่ต้องมีกรณีพิพาทผ่านอนุญาโตตุลาการหรือศาลกล่าวกันว่าในหนังสือข้อตกลงมีข้อระบุไว้ว่าในการดำเนินการหากมีข้อติดขัดเรื่องอุปกรณ์หรืออะไหล่ ให้คู่สัญญาทำการเจรจาเพื่อพิจารณาจัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าได้ ซึ่งฝ่ายกองทัพเองได้เคยศึกษาตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวจากต่างประเทศแล้ว และต่อมา รมว.กห.สุทิน คลังแสง ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษารายละเอียด และนำเสนอเพื่อพิจารณาซึ่งปรากฏว่าสถาบันในยุโรปให้ความเชื่อถือในเครื่องยนต์จีนว่ามีมาตรฐาน…

●● ภายหลังการกลับสู่แผ่นดินไทยอย่างยิ่งใหญ่ของ THE MASTER ANTIQUITY, “GOLDEN BOY” เหมือนฉีดยาโด๊ปให้หน่วยราชการที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ เกิดกระตือรือร้นผลักดันการติดตามเอาคืน สมบัติโบราณล้ำค่าของไทยที่ถูกนำไปขายในต่างประเทศอีกมาก ทั้งที่อยู่ในครอบครองของเหล่ามหาเศรษฐีอเมริกันและพิพิธภัณฑ์เลื่องชื่ออีกหลายแห่ง… ธีระ วชิรขจร อดีตนักบริหารบริษัทข้ามชาติเคยใช้ชีวิตเป็นเวลานานในสหรัฐฯ เผยให้เราทราบถึงประสบการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2539 เมื่อฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทยสืบได้ว่าพระพุทธรูปขนาดเขื่องศิลปะขอมปางนาคปรกถูกโจรกรรมและลักลอบนำออกนอกประเทศ พบว่าอยู่ในความครอบครองของมหาเศรษฐีอเมริกันย่านสุดหรู “เบเวอร์ลี่ฮิลส์” ดังนั้นทั้งกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และสถานกงสุลใหญ่ในแอลเอผนึกกำลังเข้าต่อรองกับมหาเศรษฐีเพื่อขอคืนนำกลับไทย แต่ก็ไร้ผลเพราะเขาแข็งกร้าวพร้อมต่อสู้ทางกฎหมายยูเอส เมื่อไม่สามารถดำเนินคดีได้จำต้องหันพึ่งให้คนกลางช่วยเจรจาให้เขาผ่อนคลายสุดท้ายทางการจะได้หลวงพ่อศิลาคืนโดยยอมชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงินก้อนใหญ่สมัยนั้น6 ล้านบาท คุณธีระจึงย้ำให้เห็นแนวทางว่าผลงานศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าที่เกิดปัญหาถ้าทำการซื้อขายผ่านสถาบันประมูลยักษ์ใหญ่ ถ้าเจ้าทุกข์จะไปฟ้องร้องดำเนินคดีขอคืนจะเป็นเรื่องยากที่สำเร็จ…

●● แขกเหรื่อและคนไข้อย่าไปผิดวัน ที่ถูกต้อง วันเปิด โรงพยาบาลใหม่ Sapiens PainHospital ของ นพ.อาณัติ-พญ.นาตยา อุดมศักดิ์ คือ วันที่ 15 ก.ค. …●● กำหนดงานฌาปนกิจ พ.อ.หญิง วิมลมาศ โกมุท 12 มิ.ย.เวลา 17.00 น. ณ เมรุวัดเจ้าอาม บางขุนนนท์…

●● ชาวคณะ วปอ.2547 จัดทริปไปพิษณุโลก กำแพงเพชร อุทัยธานี ชาวคณะไปกราบสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ศาลสมเด็จฯ บริเวณพระราชวังจันทน์ พิษณุโลก โดยมี พล.ต.ท.วสันต์วัสสานนท์ หัวหน้าหมู่นกยูง ของวปอ.รุ่นนี้ ซึ่งเป็นเจ้าถิ่น และคุณนายรัชนี สะใภ้รุ่นฯ ต้อนรับขับสู้ พาไปกินอาหารอร่อย พร้อมเตรียมทุเรียนหลงลับแล แกะเสร็จให้เพื่อนๆ ได้ลิ้มรสกันอย่างทั่วถึง รสชาติอร่อยอย่าบอกใคร !!…●●

บารอนเนส

‘Canon Volunteer’ สนับสนุนมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก มอบของจำเป็นให้บ้านเด็กอ่อน 3 แห่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809714

‘Canon Volunteer’ สนับสนุนมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ  ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก มอบของจำเป็นให้บ้านเด็กอ่อน 3 แห่ง

‘Canon Volunteer’ สนับสนุนมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก มอบของจำเป็นให้บ้านเด็กอ่อน 3 แห่ง

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ฮิโรชิ โยโกตะ

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด นำโดย นายฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาจากแคนนอน เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Canon Volunteer” ร่วมส่งต่อความสุขและส่งเสริมพัฒนาการให้แก่เด็กด้อยโอกาส ภายใต้การดูแลของมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ทั้งนี้ แคนนอน ได้เดินทางไปเยี่ยมน้องๆ ที่บ้านเด็กอ่อนทั้งสิ้น 3 แห่ง ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ ได้แก่ บ้านแห่งความหวัง บ้านศรีนครินทร์ และบ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกๆ ที่ช่วยพัฒนาทักษะของเด็กเล็ก ทั้งยังเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่น้องๆ อย่างอบอุ่น นอกจากนี้ แคนนอนยังมอบอาหาร ของใช้จำเป็นสำหรับการส่งเสริมพัฒนาการ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมดูแลให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติได้อย่างมั่นคง

นายฮิโรชิ โยโกตะ ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า กิจกรรม Canon Volunteer ครั้งล่าสุดนี้ เราตั้งใจสานต่อความช่วยเหลือให้แก่มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ ซึ่งดูแลบ้านเด็กอ่อนทั้งสิ้น 4 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเมื่อปีก่อน เราได้เยี่ยมน้องๆ และมอบของใช้จำเป็นให้แก่บ้านสมวัย ชุมชนคลองเตย ในปีนี้เรามุ่งมั่นสนับสนุนบ้านเด็กอ่อนอีก 3 แห่งในมูลนิธิฯ ได้แก่ บ้านศรีนครินทร์ (ชุมชนกองขยะหนองแขม), บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ (ชุมชนเสือใหญ่ประชาอุทิศ) และบ้านแห่งความหวัง (ซอยอ่อนนุช 88 แยก 10)บ้านเด็กอ่อนเหล่านี้ช่วยดูแลเด็กเล็กที่ไม่มีผู้ดูแลระหว่างที่พ่อ แม่ออกไปทำงาน หรือเด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ เด็กบางส่วนยังมีพัฒนาการที่ล่าช้าและการสื่อสารที่บกพร่องอีกด้วย โดยพนักงานอาสาของเราได้ร่วมทำกิจกรรมวาดภาพระบายสี เลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ และแคนนอนยังได้มอบอาหารและนมสำหรับเด็กเล็ก พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำเนินงาน อาทิ เครื่องกดน้ำดื่ม ของเล่นเสริมพัฒนาการ หนังสือนิทาน เป็นต้น นอกจากนี้ เรายังได้มอบชุดอุปกรณ์ DIY ทำงานฝีมือจากเรซิ่น ให้แก่บ้านศรีนครินทร์ เพื่อฝึกอาชีพให้แก่เยาวชนในชุมชนแออัด ให้สามารถต่อยอดเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

“แคนนอน เดินหน้าสร้างรอยยิ้มและมอบการสนับสนุนให้เยาวชนไทยเติบโตได้อย่างมีความสุขผ่านกิจกรรมแคนนอนจิตอาสาหรือ Canon Volunteer ที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม ตามหลักปรัชญา Kyosei ขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม” นายฮิโรชิโยโกตะ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารผลิตภัณฑ์และกิจกรรมเพื่อสังคมของแคนนอน ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://th.canon/th/business/press/landing