หลักสูตร‘นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล’ จาก‘ปวส.’ต่อถึง‘ป.ตรี’จบได้ใน1ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809479

หลักสูตร‘นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล’ จาก‘ปวส.’ต่อถึง‘ป.ตรี’จบได้ใน1ปี

หลักสูตร‘นวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล’ จาก‘ปวส.’ต่อถึง‘ป.ตรี’จบได้ใน1ปี

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.รชฏ ขำบุญ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ. หรือ DPU) เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่มีรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่ง CIBA DPU ได้มีการปรับปรุง พัฒนาการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์และเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงองค์ความรู้ เพิ่มเติมทักษะ และสามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

สำหรับ “หลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล” เป็นหลักสูตรที่ได้รับความร่วมมือจากสถานประกอบการ ผ่านการ MOU ร่วมกัน โดยนักศึกษาจะทำงานไปด้วยระหว่างการเรียน ซึ่งสถานประกอบการจะมอบหมายภาระงานที่สอดคล้องกับรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียน จากนั้นอาจารย์และพี่เลี้ยงจะร่วมกันสอนงานทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เมื่อนักศึกษาปฏิบัติงานตามระยะเวลาที่กำหนด จะมีการประเมินผลการปฏิบัติงานจากสถานประกอบการและอาจารย์ร่วมกัน ในรูปแบบเกรดและหน่วยกิตเช่นเดียวกับการเรียนที่มหาวิทยาลัย

ข้อดีของการเรียนในรูปแบบนี้คือ นักศึกษาสามารถทำงานไปด้วยและเรียนเพื่อได้ดีกรีไปพร้อมกัน นอกจากนั้นทางหลักสูตรได้อำนวยความสะดวกด้วยระบบการเรียนแบบออนไลน์ให้กับนักศึกษาอีกด้วย ซึ่งนักศึกษาสามารถเรียนผ่านระบบออนไซต์และออนไลน์ที่มีความยืดหยุ่นเรื่องวันเรียนที่ไม่ชนกับวันทำงานได้อีกทั้ง อาจารย์ยังจะไปเยี่ยมติดตามและให้ความรู้กับนักศึกษาถึงสถานประกอบการด้วย

“หลักสูตรนี้จะเน้นการฝึกการทำงานอย่างเข้มข้น พร้อมกับได้วุฒิตามที่นักศึกษาต้องการ ปกติหลักสูตรนี้รับนักศึกษา จบ ปวส. มาเรียนต่อ ปริญญาตรี โดยใช้เวลาเรียน 2 ปี แต่ด้วยการเรียนในรูปแบบนี้นักศึกษาจะสามารถเรียนจบได้ภายใน 1 ปีโดยยังคงคุณภาพการศึกษาไว้เช่นเดิม” ดร.รชฏ กล่าว

คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มธบ. กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ หลักสูตรดังกล่าวเป็นการเรียนระดับปริญญาตรีใช้เวลาเรียน 2 ปี จากระดับ ปวส. และทางหลักสูตรได้จัดการเรียนการสอนจนสามารถเรียนจบเร็วขึ้นภายในปีครึ่ง แต่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่หลักสูตรจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เน้นการบูรณาการการเรียนและการทำงาน ผ่านการ MOU ร่วมกับสถานประกอบการ จนสามารถนำผลการปฏิบัติการมาเป็นเกรด

ทั้งนี้ นักศึกษาในระดับปวส. จะคุ้นเคยกับทำงานในระบบทวิภาคีอยู่แล้ว หรือปฏิบัติงานในสถานประกอบการประมาณ 8 ชั่วโมง เหมือนกับพนักงานจริงๆ ดังนั้น ทางหลักสูตรจึงได้ใช้แนวทางดังกล่าว ผ่านความร่วมมือกับสถานประกอบการ เพื่อทำให้ชั่วโมงการทำงานสามารถเทียบและประเมินได้เป็นหน่วยกิตการศึกษา เอื้อต่อการเรียนรู้ การเพิ่มทักษะ ให้แก่นักเรียนได้ อีกทั้งการเรียนดังกล่าวจะมีการเรียนออนไลน์มาสนับสนุนการเรียนรู้ นักศึกษาสามารถจัดสรรเวลาที่เหมาะสมกับตัวเอง เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และจบได้เร็วขึ้น

โดยหลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล เป็นการเรียนเพื่อให้นักศึกษามีความรู้ทั้งเรื่องธุรกิจ นวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และดิจิทัล การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน โดยหลักสูตรนี้ได้ถูกแบ่งรายวิชาออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1.กลุ่มรายวิชาที่เกี่ยวกับนวัตกรรม เรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมให้ผลิตภัณฑ์ บริการ และเพื่อสร้างมูลค่าให้กับองค์กร 2.กลุ่มรายวิชาเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานทางด้านธุรกิจและความเป็นผู้ประกอบการ เช่น การตลาด การบัญชีการเงิน และโลจิสติกส์

3.กลุ่มรายวิชาที่เกี่ยวกับด้านดิจิทัล เช่น เทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ ได้แก่ การพัฒนาแอปพลิเคชั่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้า เป็นต้น นอกเหนือจากนั้น ทางหลักสูตรยังได้นำเครื่องมือและแนวการสอนสมัยใหม่ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ เช่น การใช้ Chat GPT, การเล่นเกมจำลองธุรกิจ และการใช้ระบบหลังบ้าน ERP (Enterprise Resource Planning) เพื่อช่วยให้นักศึกษาเข้าใจภาพรวมของธุรกิจได้มากขึ้น เป็นต้น

ซึ่งหัวใจหลักของหลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลนี้ คือ การบูรณาการหลักสูตรกับสถานประกอบการมากขึ้น ทำให้หลักสูตรต่างๆ ตอบโจทย์ทั้งผู้เรียน และความต้องการของสถานประกอบการ อีกทั้งรูปแบบการเรียนนักศึกษาสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนแบบ ออนไซต์หรือ ออนไลน์ (e-learning) และเรียนแบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) หรือ การสะสมหน่วยการเรียนรู้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้นำประสบการณ์การทำงานจากสถานประกอบการชั้นนำที่ร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย วัดผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes) ผ่านชุดรายวิชา (Module)

โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนมีโอกาสเชื่อมโยงการเรียนรู้กับประสบการณ์การทำงานสามารถพัฒนาตนเองให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน สำหรับการวัดผลลัพธ์การเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เช่น นักศึกษาทำงานอยู่แผนกจัดซื้อ อาจารย์จะทำการสอนออนไลน์หรือออนไซต์ในด้านทฤษฎีของการจัดซื้อ โดยอาจใช้เวลาในช่วงเย็นเรียนออนไลน์ หรือ วันหยุดมาเรียนที่มหาวิทยาลัย

จากนั้นเมื่อปฏิบัติงาน หัวหน้าหรือผู้ดูแลนักศึกษาฝึกงานจะสอนงานเพิ่มในเชิงการปฏิบัติงาน ในการประเมินองค์ความรู้ ทั้งอาจารย์และผู้ประกอบการจะร่วมประเมินจากความรู้และการปฏิบัติงาน และให้เกรดตามระดับผลงานที่เกิดขึ้นจริงในชุดรายวิชาของการจัดซื้อ เป็นต้น ส่วนรายวิชาอื่นนักศึกษาต้องเรียนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มเพื่อเก็บหน่วยกิตได้ตลอดเวลาตามที่นักศึกษาสะดวกตามกรอบเวลา

“หลักสูตรนวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล เป็นความร่วมมือระหว่าง CIBA DPU กับสถานประกอบการ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านธุรกิจและการสร้างสรรค์นวัตกรรม อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถให้แก่อุตสาหกรรมและประเทศ รวมถึงเป็นการผลิตบุคลากร แรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ลดการขาดแคลนแรงงาน และเพิ่มทักษะด้านนวัตกรรมดิจิทัลให้แก่ทรัพยากรบุคคลของประเทศ” ดร.รชฏ กล่าว

ผู้สนใจสามารถสมัครเรียน ในระดับปริญญาตรี เทียบโอน ปวส. ภาคพิเศษ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ https://ciba.dpu.ac.th/ หรือสอบถามได้ที่ โทร. 02-9547300

‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809477

‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

‘อิสระ’บนความเสี่ยงใต้อำนาจกดทับ ‘ไรเดอร์’รอความหวัง‘กฎหมายคุ้มครอง’

วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “ยุคดิจิทัล” นำมาซึ่ง “ความสะดวกสบาย” อยากได้อะไรก็“กดสั่ง” คลิกเดียวแค่ปลายนิ้ว จากหลากหลายแอปพลิเคชั่น แต่อีกด้านหนึ่ง “ภายใต้ความสบายก็มีต้นทุน” ซึ่งหมายถึงสิ่งที่บรรดา “ไรเดอร์” ผู้ใช้ชีวิตบน “สองล้อเครื่อง”ขี่มอเตอร์ไซค์นำสินค้าโดยเฉพาะ “อาหาร” ไปส่งให้ลูกค้าถึงที่ต้องแบกรับ นั่นคือ“ค่าตอบแทนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน” บีบบังคับให้ต้อง “ท้าความตาย” ตั้งแต่ใช้ความเร็วสูง มุด-ปาด-เบียด ย้อนศร ฝ่าไฟแดง หรืออะไรก็ตามเพื่อ “ทำรอบ” การส่งสินค้าในแต่ละวันให้ได้ค่าจ้างเพียงพอเลี้ยงตนเองหรือแม้แต่คนในครอบครัว

“113” เป็นตัวเลขของจำนวนครั้งที่ไรเดอร์ก่อการ “ประท้วง” บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ต้นสังกัด ระหว่างปี 2562-2566 ตามการรวบรวมขององค์กร Rocket Media Lab ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการเรียกร้องให้ปรับปรุงเรื่องค่าตอบแทนการทำงานมากที่สุด ถึง 93 ครั้งโดยพบว่า ตลอด 5 ปีดังกล่าว แพลตฟอร์มได้ปรับลดค่าตอบแทน หรือ “ค่ารอบ” ลงถึง 15 ครั้ง ส่วนที่เหลือเป็นการประท้วงเรื่องระบบการรับ-จ่ายงาน และเรื่องสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

“เดือนพฤษภาคมของทุกปี” ถือเป็น “เดือนของผู้ใช้แรงงาน” เพราะมีทั้งวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันแรงงานแห่งชาติ และวันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีหลายเวทีเสวนาที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน ซึ่งก็มีในส่วนของตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ที่ไปร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

อาทิ วงเสวนา “ขบวนการแรงงานกับนโยบายแรงงานของพรรคการเมือง”จัดโดย วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงันและองค์กรแรงงานต่างๆ หลายองค์กร วันที่ 19 พ.ค. 2567 อนุกูล ราชกุณา ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ ซึ่งไปร่วมในเวทีดังกล่าว ได้ให้ความเห็นว่า นับวันการจ้างงานในรูปแบบแพลตฟอร์มมีแต่จะแย่ลง

ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะการจ้างงานแบบแพลตฟอร์ม ทำให้ดูเหมือนว่าได้ย้อนกลับไปในยุคที่ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองชั่วโมงการทำงาน อีกทั้งไรเดอร์ยังถูกกดค่าแรงด้วยการปรับลดค่ารอบโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งในยุค 4.0 เราได้เห็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวก แต่ถูกนำมาใช้เพื่อการขูดรีด ในขณะที่รัฐก็ตามไม่ทันการจ้างงานรูปแบบนี้

“เราเห็นไรเดอร์สมัยก่อนเขาจะรวมกันเป็นกลุ่มๆ แล้วจะมีคนที่เก่งมือถือคนหนึ่งคอยทำมือถือให้เพื่อนๆ ใครเครื่องแรงก็ได้งานไป นี่คือการรวมกลุ่ม แต่ว่าแพลตฟอร์มเขารู้จุดนี้ดี เขาเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานใหม่เป็นยิงงานเข้าตัว จากไรเดอร์รวมกลุ่มกันทีนี้กระจายกันเลย รวมกลุ่มกันยากมากยิ่งขึ้น” ผู้ประสานงานเครือข่ายสหภาพไรเดอร์ ระบุ

อนุกูล กล่าวต่อไปว่า เมื่อมองไปที่พรรคการเมือง พบมีเพียงไม่กี่พรรคที่พูดถึงประเด็นไรเดอร์หรือประเด็นแรงงาน นอกนั้นมีเพียงการหาเสียงตอนช่วงเลือกตั้ง จึงอยากสื่อสารกับพรรคการเมือง ช่วยหยิบยกประเด็นของไรเดอร์ไปเป็นวาระแห่งชาติ เพราะนับวันการจ้างงานมีแต่การผลักคนออกนอกระบบมากขึ้น อีกทั้งยังจ้างงานแบบแฝงไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ มีการใช้เทคโนโลยี “อัลกอริทึม (Algorithm)” เพื่อแยกคนทำงานไม่ให้รวมกลุ่มกันได้

ขณะที่อีกเวทีหนึ่ง วงเสวนา “ทางออก ทางแก้ปัญหาไรเดอร์ กับสวัสดิการในฝัน” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 25 พ.ค. 2567ประภาพร ผลอินทร์ ผู้ประสานงานกลุ่มไรเดอร์ฝั่งธนฯ กล่าวว่า ไรเดอร์ถือเป็นอาชีพอิสระ เข้าทำนอง “อยากได้เงินก่อนคนอื่นก็ต้องตื่นเช้า..ถ้าตื่นสายก็ได้เงินช้า” แต่ก็เป็นแรงงานที่ไม่มีสวัสดิการใดๆ “เช้าออกมาส่งอาหาร..ไม่รู้ตอนเย็นจะได้กลับบ้านหรือเปล่า?” อีกทั้งพบว่า ในขณะที่ค่าครองชีพโดยเฉพาะ “ค่าน้ำมัน” เพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้ของไรเดอร์กลับลดลง

“ไรเดอร์อยากมีสวัสดิการ อย่างเช่นว่ารักษาพยาบาล สวัสดิการที่พวกเราอยากได้ก็คือ อย่างวิ่ง 24 ชั่วโมง บางคนก็วิ่งเป็นเวลานั้นเวลานี้ แต่ด้วยงานแล้วเราจะวิ่งตอนไหนก็ได้ ถ้าเราจะต้องเครียดกับค่ารอบที่มันต่ำลง เรามีเป้าของเรา สมมุติ 800 หรือ 1,000 อะไรก็แล้วแต่ ด้วยค่าครองชีพแล้วก็คนทางบ้าน เรียกว่าเป็นหัวหน้าครอบครัวเราต้องวิ่งให้มากขึ้น ถ้ามันยังไม่ได้เป้าก็ยังเข้าบ้านไม่ได้ มันก็จะอยู่กับท่าเดิมนานๆ แล้วก็ยังส่งผลต่อความเครียดบ้าง เรื่องสุขภาพบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคอ-บ่า-ไหล่ หรือไม่ก็ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อมือ” ประภาพรกล่าว

ผู้ประสานงานกลุ่มไรเดอร์ฝั่งธนฯ เสนอแนะว่า อยากให้มีสวัสดิการตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลให้กับไรเดอร์ รวมถึงอยากให้มี “ราคากลาง” ในการตั้งอัตราการจ่ายค่ารอบ เพราะยิ่งในต่างจังหวัด ค่ารอบของไรเดอร์ยิ่งน้อยลงกว่าในเขตเมือง อีกทั้งไรเดอร์เป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่ตลอดเวลา เพราะการทำงานต้องใช้ความเร่งรีบ จึงต้องการมี “ค่าชดเชย” เฉกเช่นพนักงานในบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป ที่มี“กองทุนเงินทดแทน” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องหยุดงานขาดรายได้

มุมมองจากหน่วยงานดูแลด้านสิทธิมนุษยชน สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ 1.92 ล้านคนดังนั้นขนาดของปัญหาจึงไม่เล็ก อีกทั้งมีแนวโน้มที่ผู้หญิงจะเข้าสู่การเป็นไรเดอร์มากขึ้น แต่ความเป็นผู้หญิงก็มีความเปราะบาง เช่นบางครั้งจะเห็นภาพผู้หญิงเป็นไรเดอร์ พาลูกเล็กซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ฝ่าสภาพอากาศฝนตก-แดดออกไปทำงานด้วย ซึ่งก็เสี่ยงอันตรายจากอุบัติเหตุ หรือหากทำงานตอนกลางคืน ไปเจอลูกค้าผู้ชายที่มีสภาพมึนเมาก็อาจเสี่ยงอีก

ทั้งนี้ ย้อนไปเมื่อเดือน มี.ค. 2566 พิสิฐ ลี้อาธรรม ซึ่งขณะนั้นยังเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเรื่องราวของกลุ่มไรเดอร์ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำงาน เข้าร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งหลังจากนั้น กสม. ได้เชิญทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงาน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูล รวมถึงรวบรวมข้อมูลสถานการณ์การทำงานของไรเดอร์ในต่างประเทศ

ซึ่งในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือบางมลรัฐในสหรัฐอเมริกา ศาลมีคำพิพากษาไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไรเดอร์ที่รับงานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน” ดังนั้นนายจ้างต้องให้ความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคมกฎหมายกองทุนเงินทดแทน และ กสม. ได้เห็นชอบรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเรื่องนี้แล้ว

“เราเห็นว่านิติสัมพันธ์หรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับแพลตฟอร์มที่เป็นผู้ประกอบการ เข้าข่ายเป็นลูกจ้าง-นายจ้าง พูดง่ายๆ ท่านบอกว่าท่านเป็นอาชีพอิสระ จริงๆ ท่านไม่อิสระ ท่านจะถูกบังคับหลายเรื่อง มีเงื่อนไขที่ท่านต้องปฏิบัติตาม อย่างน้อยที่สุดที่ท่านใส่อยู่ก็คือแบบฟอร์ม ท่านถูกบังคับให้ใส่ฟอร์ม ถูกบังคับเรื่องรอบ กำหนดโน่นนี่นั่นหลายเรื่อง ดังนั้นการมีอำนาจบังคับบัญชา การมีลักษณะกำหนดเงื่อนไขการจ้าง มันเข้าข่ายปฏิสัมพันธ์เป็นลูกจ้าง-นายจ้างชัดเจน” สุภัทรา กล่าว

สุภัทรา กล่าวต่อไปว่า จริงๆ แล้ว งานรับ-ส่งอาหาร ไม่ได้เพิ่มมาเริ่มในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่มีมานานแล้วในธุรกิจร้านอาหารหรือภัตตาคาร ซึ่งคนส่งอาหารให้ร้านเหล่านี้ก็เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายประกันสังคม อีกทั้งหากประสบอุบัติเหตุก็ได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน เหมือนกับลูกจ้างในกิจการอื่นๆ ทั่วไป ดังนั้นสำหรับ กสม. ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไรเดอร์กับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มคือลูกจ้างกับนายจ้าง

อีกด้านหนึ่ง ยังต้องติดตามความคืบหน้าของการผลักดัน “(ร่าง) พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. ….” กฎหมายที่จะออกมาคุ้มครองแรงงานอิสระ (หรือแรงงานนอกระบบ) ซึ่งไรเดอร์ก็จะเป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความคุ้มครองในร่างกฎหมายนี้ โดยเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2567 มีพิธีเปิดการฝึกอบรม “ครู ก” หรือครูต้นแบบระดับจังหวัด ตามโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบโดยเครือข่ายชุมชนผ่านการขึ้นทะเบียนแรงงานนอกระบบ (แรงงานอิสระ) โดยมี ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นประธานในพิธี

ซึ่งปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป พ่อค้าแม่ค้าทั้งที่มีหน้าร้านและค้าขายออนไลน์ ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และแรงงานที่ทำงานโดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นสื่อกลาง หรือที่เรียกกันว่า ไรเดอร์ ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ของประเทศและมีส่วนสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่แรงงานเหล่านี้ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน มีความปลอดภัยในการทำงาน มีหลักประกันทางสังคม มีการรวมกลุ่มจัดตั้งองค์กรเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้เกิดความเป็นธรรมในการทำงาน และเมื่อแรงงานกลุ่มนี้ประสบปัญหา กระทรวงแรงงานยังไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายในการเข้าไปดูแลช่วยเหลือได้

“กฎหมายฉบับนี้จึงผลักดันให้แรงงานอิสระทุกคนมีโอกาสได้ขึ้นทะเบียน เพื่อแสดงตนว่าประกอบอาชีพอิสระ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบาย แผนงาน และงบประมาณในการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างตรงเป้าหมายตลอดจนจัดสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับแรงงานอิสระ”ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2791722

เปิดโครงการอบรมภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร “YEC President Training”

10 มิ.ย. 2567 04:50 น.

เปิดโครงการอบรมภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร “YEC President Training”

@ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ สนั่น อังอุบลกุล ในโอกาสมาเปิดโครงการอบรมด้านภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร “YEC President Training” โดยมี ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล, ชญานิศ ธัญญวัฒนกุล และ กลวัชร สุวิมล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2567 

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะแก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง รุ่นที่ 1 จัดโดย มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ เอ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันนี้ เวลา 10.00 น.
วปรอ.366 พล.อ.อ.อำพล อินทรไทยวงศ์ จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่น วปรอ.366 โดยมี ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์, คุณหญิงจรัสศรี ทีปิรัช, ถวัลย์ศักดิ์ สุขะวรรณ และ วันนิวัติ ศรีไกรวิน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
อบรมผู้นำ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ให้การต้อนรับ สนั่น อังอุบลกุล ในโอกาสมาเปิดโครงการอบรมด้านภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร “YEC President Training” โดยมี ธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล, ชญานิศ ธัญญวัฒนกุล และ กลวัชร สุวิมล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • พลิกประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง สว. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. รัฐธรรมนูญปี 2560….อยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ระหว่างการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กับ ผ่านฉลุยแบบมีข้อครหา…..หลังจาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่อง การเลือก สว. ขัดกับรัฐธรรมนูญ เอาไว้พิจารณา …..ในขณะที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่เลื่อนวันเลือก สว.ระดับอำเภอ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. (เลือกตั้งรอบแรกโดยการเลือกกันเองในกลุ่มเพื่อหาตัวแทนไปเลือกในระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิ.ย. และระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย.)…แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รับหน้าเสื่อนั่งแถลง อ้างการที่ศาลระบุในเอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง…..เหตุที่ศาลรับไว้พิจารณา ยังไม่ถึงขนาดเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ตามมาตรา 104 แห่งรัฐธรรมนูญ….มาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้เมื่อรัฐสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.ป. แล้วให้ส่งร่างให้ศาลฎีกาตีความ แสดงว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว.ผ่านการรับรองมาตรา 132 แล้ว….พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. พ.ศ.2561…..ออกโดยความเห็นชอบของ สว. ….และ ถ้ามีเหตุจำเป็นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ กกต.คงใช้อำนาจและหน้าที่แก้ไขปัญหาเหล่านี้….วิเคราะห์จากการที่ กกต.มีมติยืนยันให้มีการเลือกตั้ง สว.ตามไทม์ไลน์….โดยอ้างมติ ศาล และมติความเห็นชอบจาก ที่ประชุม สว. …. หนามยอกเอาหนามบ่ง….เพราะ ถ้าการเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้เป็นโมฆะ ก็เป็นความผิดตั้งแต่ต้นทาง….ว้าเหว่
เบิร์ธเดย์ ไพรัช วรปาณิ, เหรียญชัย เรียววิไลสุข และ เชิดชัย ขันธ์นะภา จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ รศ.ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ อดีต กสทช. โดยมี อนันต์ อัครพุทธิพร, สุนีย์ ศีลพิพัฒน์ และ ดวงใจ เรียววิไลสุข มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ วันก่อน.
จากอังกฤษ พิมล ศรีวิกรม์ และ เคลลี่ โอลิเวอร์ จัดงานเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งล่าสุดของ “อเล็กซานเดอร์ แอนด์ เจมส์” แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากอังกฤษ โดยมี ตระการตา ศรีวิกรม์, สุพรทิพย์ ช่วงรังษี และ เพลินจันทร์ วิญญรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ซอยสุขุมวิท 63 วันก่อน.
  • กรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 8 ต่อ 1 ให้รับคำร้อง พ.ร.ป.สว. ม.36 ม.40 วรรคหนึ่ง ม.41 วรรคหนึ่ง (3) และ ม.42 วรรคหนึ่ง (3)…วิธีการขั้นตอนการเลือก สว. ขัดกับรัฐธรรมนูญ ม.107 หรือไม่……ย้อนรอยในอดีต ศาลสั่งให้การเลือกตั้ง สว. และ การเลือกตั้ง สส. เป็นโมฆะมาแล้ว…เพราะเหตุ การจัดสถานที่เลือกตั้ง คูหาเลือกตั้ง มีการปิดหน่วยเลือกตั้งของมวลชน หรือ เพราะไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร….กกต.ยุคนั้น ต้องเจอวิบากกรรมไปเต็มๆ การเมืองแบบไทยๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
ใส่สวย ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ เปิด BULGARI Eyewear Pop-up Store คอลเลกชันแว่นตาลิมิเต็ดอันหรูหราของแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูง จัดถึง 15 ก.ค. โดยมี กัญญารัตน์ พลาดิศัย, ลลิดา กอบลิน และ พิมพ์ทอง วชิราคม มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันก่อน.
ตามไปซื้อ นภจิรา วัชรประภาส, ปัณณิตา วรรณโกวิท และ อลิเซีย ลี เปิดป๊อปอัป “Carlyn JOY Journey” ของแบรนด์กระเป๋าสุดฮิตจากเกาหลี พร้อมแนะนำคอลเลกชันใหม่ JOY วางขายแห่งแรกในโลก โดยมี ณิชา ยนตรรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ระหว่าง ล้ม ลาก เลื่อน ไม่เป็นผลดีต่อ ระบอบประชาธิปไตย ที่เหลืออยู่ไม่เต็มใบ ภายใต้อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ …..โฟกัสไปที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กรรมาธิการศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม…..ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการ ที่มี ยุทธพร อิสรชัย เป็นประธาน…ได้ข้อสรุป 7 ข้อ…นิยามแรงจูงใจทางการเมือง…….การจำแนกประเภทคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ประกอบด้วยการกระทำความผิดหลัก เช่น ความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดคดีรอง เช่น พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.จราจร และความผิดคดีที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง อาทิ มาตรา 112 ความผิดต่อร่างกายและชีวิต เสรีภาพ การละเมิดสิทธิมนุษยชน….กระบวนการและทางเลือกนิรโทษกรรม…กลไกกระบวนการนิรโทษกรรม…องค์ประกอบคณะกรรมการนิรโทษกรรม…มาตรการเยียวยา และมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ….ที่จะมีกรอบเวลาในการนิรโทษกรรม ความผิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2548 จนถึงปัจจุบัน….กลายเป็นประเด็นสำคัญนำไปสู่ข้อครหา นิรโทษกรรมสุดซอย….“อินทรีเหล็ก” คงไม่ต้องอธิบายให้เมื่อยตุ้ม….จะเป็นไปตามที่ สว.สมชาย แสวงการ คาดการณ์ทางการเมืองเอาไว้ล่วงหน้า…..ถ้ามีการ นิรโทษกรรมสุดซอย (หมายถึงการนิรโทษกรรม ม.112 ให้อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร)….จะนำไปสู่ วิกฤติการเมืองทันที มีบทเรียนจากในอดีตที่ผ่านมา…นำไปสู่การยึดอำนาจในปี 2557 (สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)……หรือ อาจไม่มีอะไรในกอไผ่…..ส่วนจะถึงขั้น เพื่อไทย ไปจับมือกับ ก้าวไกล ยกมือสนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในสภาเพราะ พรรคร่วมรัฐบาล ประกาศไม่เอาด้วยกับ นิรโทษ กรรมแบบเหมาเข่ง…..การเมืองที่ออกแบบไม่ได้อะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงมะ
ปรับโฉม ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ และ ขวัญฤทัย อุนานุภาพ จัดงานฉลองการปรับโฉมร้าน เคเอฟซี ในโอกาสครบรอบ 40 ปี พร้อมนำบรรยากาศในสมัยก่อนกลับมาให้ได้หวนคิดถึง โดยมี สิทธิศักดิ์ วงศ์สมุทร และ นันทวัน วัชรโกมลพันธ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว วันก่อน.
  • เรื่องราวระหว่าง บิ๊กโจ๊ก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กับ สตช. กับ ป.ป.ช. …มีบทสรุปจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. …เรื่องนี้มีเรื่องร้องเรียน ตำรวจยศ พ.ต.อ. ที่ หน่วยงานทางเทคโนโลยี ทำคดีกล่าวหานายตำรวจไปเรียกรับและฟอกเงิน โดยเสนอเรื่องมาที่ ป.ป.ช. ตอนแรกเห็นว่าไม่ใช่คดีเข้าข่ายร้ายแรงจึงมอบหมายให้หน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปดำเนินการ…ต่อมาการร้องเรียนเชื่อมโยงไปที่ นายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. ดังนั้น ป.ป.ช. จึงรับเรื่องไว้ทำเอง…ถือว่าอำนาจหน้าที่ของตำรวจสิ้นสุดลง และเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินคดีที่เกี่ยวเนื่อง….สรุปว่า ป.ป.ช. ยืนกระต่ายขาเดียวจะทำคดีนี้ด้วยตัวเอง ไม่ส่งเรื่องให้ สตช. จบข่าว ป.ล. เรื่องของ บิ๊กต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ไปถึงไหนแล้ว
  • ขอแสดงความยินดีกับ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำรงตำแหน่ง นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา…….บริษัท ปตท. ขอเชิญร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่และกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 ปตท. สำนักงานใหญ่ สอบถามได้ที่ ศศิวิมล ปัญจมาพิรมย์ 08-6567-3397

“อินทรีเหล็ก”

ปธน.ฝรั่งเศสยุบสภา เตรียมเลือกตั้งใหม่ หลังแพ้ศึกชิงเก้าอี้รัฐสภายุโรป

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791900

ปธน.ฝรั่งเศสยุบสภา เตรียมเลือกตั้งใหม่ หลังแพ้ศึกชิงเก้าอี้รัฐสภายุโรป

10 มิ.ย. 2567 05:20 น.

ปธน.ฝรั่งเศสยุบสภา เตรียมเลือกตั้งใหม่ หลังแพ้ศึกชิงเก้าอี้รัฐสภายุโรป

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศยุบสภา และเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ หลังพรรคของเขาพ่ายแพ้พรรคฝ่ายขวาจัดอย่างขาดลอย ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประกาศยุบสภาของประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 และเตรียมจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด หลังผลเอ็กซิตโพลชี้ว่า พรรคเรอแนซ็องส์ (RE) ของเขา พ่ายแพ้พรรคฝ่ายขวาจัดในศึกเลือกตั้งรัฐสภาแห่งสหภาพยุโรป

ผลเอ็กซิตโพลเบื้องต้นชี้ว่า พรรคเนชันแนลแรลลี (RN) ฝ่ายขวาจัด ได้คะแนนโหวตเป็นอันดับ 1 ที่ 31.5% ได้เก้าอี้ในรัฐสภายุโรปไปถึง 30 ที่นั่ง มากกว่ากลุ่มพันธมิตรที่นำโดยพรรคเรอแนซ็องส์ ซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 15.2% กว่าเท่าตัว ส่วนอันดับ 3 คือ พรรคสังคมนิยม ตามมาติดๆ ที่ 14.3%

หลังผลเอ็กซิตโพลได้รับการเปิดเผยออกมา นายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค RN ก็ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยฉลองชัยชนะต่อหน้าผู้สนับสนุนที่สำนักงานใหญ่ของพรรค พร้อมเรียกร้องให้ นายมาครง ยุบสภา เนื่องจากส่วนต่างคะแนนระหว่างทั้ง 2 พรรคนั้นมาก แสดงให้เห็นการไม่ยอมรับในตัวประธานาธิบดีผู้นี้

“ความพ่ายแพ้อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับรัฐบาลปัจจุบัน ถือเป็นการยุติวังวน และถือเป็นวันที่ 1 ของยุคหลังมาครง” นายบาร์เดลลากล่าว

ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น นายมาครง ก็ออกแถลงการณ์ไปทั่วประเทศ ประกาศว่า เขาจะยุบสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส และจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยการลงคะแนนรอบแรกจะเกิดขึ้นในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ตามด้วยรอบ 2 ในวันที่ 7 ก.ค.

“ผมได้ตัดสินใจที่จะคืนตัวเลือกในการโหวตรัฐสภาในอนาคตคืนแก่พวกคุณ ดังนั้นผมจึงขอยุบสภาแห่งชาติในช่วงค่ำวันนี้” นายมาครง ประกาศ “นี่เป็นการตัดสินใจอย่างจริงจังและหนักอึ้ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นการแสดงความเชื่อมั่น เชื่อมั่นในตัวพวกคุณ เหล่าเพื่อนร่วมชาติของผม เชื่อในความสามารถของชาวฝรั่งเศสที่จะตัดสินใจอย่างเป็นธรรมที่สุด”

อนึ่ง ภายใต้ระบบของฝรั่งเศส การเลือกตั้งจะจัดขึ้นเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 577 คน และส่วนการเลือกประธานาธิบดีจะมีการเลือกตั้งแยกต่างหาก ซึ่งจะยังไม่จัดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2570

ด้านนางมารีน เลอ แปน ผู้พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสให้แก่ นายมาครง ถึง 2 ครั้ง ในปี 2560 กับปี 2565 ก่อนที่พรรค RN ที่เธอสังกัดจะมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ออกมาตอบรับการตัดสินใจยุบสภาของ นายมาครง และว่า “เราพร้อมจะรับมอบอำนาจหากชาวฝรั่งเศสฝากความเชื่อใจไว้ที่เรา”

“เราพร้อมที่จะสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ พร้มอที่จะปกป้องผลประโยชน์ของฝรั่งเศส, พร้อมที่จะยุติการอพยพเข้าเมืองจำนวนมหาศาล, พร้อมที่จะให้ความสำคัญกับอำนาจการซื้อของฝรั่งเศสเป็นอันดับแรก และพร้อมที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศอีกครั้ง”

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ ประธานาธิบดีมาครง เริ่มการบริหารประเทศสมัยที่ 2 ในปี 2565 เขาครอบครองเสียงข้างมาก และใช้กฎหมายมาตราที่ 49.3 ในรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส เพื่อออกกฎหมายโดยไม่ต้องผ่านการโหวตในสภาหลายต่อหลายครั้ง สร้างความไม่พอใจแก่สมาชิกสภาฝ่ายค้าน และชาวฝรั่งเศสจำนวนมาก

ครั้งล่าสุดที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องยุบสภาเกิดขึ้นในปี 2540 ทำให้ประธานาธิบดีฌาก ชีรัก เสียเสียงข้างมากในสภา และทำให้พรรคสังคมนิยมก้าวขึ้นสู่อำนาจภายใต้การนำของ ลียอแนล ฌ็อสแป็ง.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เกาหลีใต้หวนกระจายเสียงเข้าเกาหลีเหนืออีกครั้ง ตอบโต้ส่งบอลลูนขยะ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791898

เกาหลีใต้หวนกระจายเสียงเข้าเกาหลีเหนืออีกครั้ง ตอบโต้ส่งบอลลูนขยะ

10 มิ.ย. 2567 04:32 น.

เกาหลีใต้หวนกระจายเสียงเข้าเกาหลีเหนืออีกครั้ง ตอบโต้ส่งบอลลูนขยะ

เกาหลีใต้เริ่มใช้มาตรการกระจายเสียงต่อต้านรัฐบาลเปียงยางอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ที่เกาหลีเหนือส่งบอลลูนขยะหลายร้อยลูกเข้าสู่ประเทศของพวกเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกาหลีใต้เริ่มใช้มาตรการตั้งเครื่องขยายเสียง เพื่อส่งข้อความต่อต้านรัฐบาลเปียงยางเข้าสู่เกาหลีเหนืออีกครั้งแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 หลังเกาหลีเหนือส่งบอลลูนขยะรอบใหม่กว่า 330 ลูก ข้ามพรมแดนเข้ามาเมื่อวันเสาร์ จนรัฐบาลกรุงโซลประกาศเตือนให้หยุด มิเช่นนั้นจะมีมาตรการตอบโต้

สภาความมั่นคงแห่งชาติ ของเกาหลีใต้ ระบุว่า มาตรการที่พวกเขาใช้อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลเกาหลีเหนือไม่อาจทานทน แต่มันเป็นการส่งข้อความแห่งความหวังและแสงสว่างแก่กองทัพและชาวเกาหลีเหนือ

ด้านกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่า พวกเขาเริ่มการกระจายเสียงในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ และกำลังพิจารณาว่าจะกระจายเสียงต่อไปหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า เกาหลีเหนือปล่อยบอลลูนเพิ่มอีก หลายหลายลูกอาจลอยมาถึงดินแดนของเกาหลีใต้ จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าแตะต้องสิ่งของใดๆ ที่ติดมากับบอลลูนดังกล่าว

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือเริ่มใช้มาตรการส่งบอลลูนขยะข้ามชายแดนเข้าสู่เกาหลีใต้ในเดือนพฤษภาคม เพื่อตอบโต้ที่นักเคลื่อนไหวในเกาหลีใต้ปล่อยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อข้ามพรมแดน

จนกระทั้งเมื่อ 2 มิ.ย. เปียงยางประกาศระงับการส่งบอลลูนช่วยคราว โดยอ้างว่า ส่งขยะต่างๆ ข้ามพรมแดนไปแล้วถึง 15 ตัน แต่พวกเขาย้ำด้วยว่า จะกลับมาปล่อยบอลลูนอีกครั้งและจะปล่อยเพิ่มเป็นร้อยเท่า หากมีการปล่อยใบปลิวเข้ามาในดินแดนของพวกกเขาอีก

แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเกาหลีใต้ไม่สนคำขู่ พวกเขาปล่อยบอลลูนติดใบปลิวประณามคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และยูเอสบีบรรจุไฟล์เพลงเคป๊อปและซีรีส์ กับเงินดอลลาร์ข้ามพรมแดนอีกครั้ง จนทำให้ฝ่ายเกาหลีเหนือกลับมาปล่อยบอลลูนขยะอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.

อนึ่ง เกาหลีใต้หยุดการกระจายเสียงเข้าสู่เกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2561 ภายใต้ข้อตกลงที่ผู้นำ 2 เกาหลีลงนามร่วมกัน แต่ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศกลับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยหลังจากนั้น เนื่องจากเปียงยางดำเนินการทดสอบขีปนาวุธและจรวดอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สลด พิธีกรดังอังกฤษถูกพบเป็นศพ หลังหายสาบสูญหลายวันบนเกาะกรีซ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791894

สลด พิธีกรดังอังกฤษถูกพบเป็นศพ หลังหายสาบสูญหลายวันบนเกาะกรีซ

10 มิ.ย. 2567 02:03 น.

สลด พิธีกรดังอังกฤษถูกพบเป็นศพ หลังหายสาบสูญหลายวันบนเกาะกรีซ

เจ้าหน้าที่พบศพของ ดร.ไมเคิล มอสลีย์ กูรูเรื่องการลดน้ำหนักและพิธีกรดังของอังกฤษแล้ว หลังจากเขาหายสาบสูญไปบนเกาะเล็กๆ ของกรีซเมื่อหลายวันก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.ไมเคิล มอสลีย์ พิธีกรรายการโทรทัศน์และกูรูด้านการลดน้ำหนักชื่อดัง วัย 67 ปี ถูกพบเป็นศพในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยก้อนหิน บนเกาะซีมีของประเทศกรีซ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา หลังจากเขาหายตัวไปตั้งแต่เมื่อ 4 วันก่อน จนทำให้เกิดการค้นหาครั้งใหญ่

นายมอสลีย์กับภรรยาเดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะซีมี เกาะเล็กๆ ของกรีซที่มีความยาวเพียง 16 กม. และมีประชากรเพียง 2,500 คน ก่อนที่ นายมอสลีย์ จะหายตัวไประหว่างไปเดินเที่ยวคนเดียวเมื่อวันพุธที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นเขาครั้งสุดท้ายในเวลา 13.30 น.

ดร.แคลร์ เบลีย์ ภรรยาของนายมอสลีย์ ซึ่งติดตามการค้นหาอย่างใจจดใจจ่อ แถลงการณ์หลังรู้ข่าวร้ายว่า “มันน่าเศร้าอย่างยิ่งที่ต้องสูญเสีย ไมเคิล สามีผู้แสนวิเศษ, สนุกสนาน, มีน้ำใจ และชาญฉลาดของฉัน เราโชคดีอย่างน่าเหลือเชื่อที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เรารักกันและกันมาก”

น.ส.คอนสแตนตินา ดิมูกลิโด โฆษกตำรวจท้องถิ่นของกรีซ เปิดเผยว่า ศพของชายที่เชื่อว่าเป็น ดร.มอสลีย์ ถูกพบในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยก้อนหินของหาด ‘อาเกีย มารินา’ (Agia Marina) ทางเหนือสุดของเกาะซีมี ใกล้กับหมู่บ้านเปดี และอยู่ตรงข้ามกับชายหาด ‘อากิออส นิโคลาออส’ (Agios Nikolaos) ที่นายมอสลีย์ออกไปเดินเที่ยวก่อนหายตัวไป

ด้านนายนิกิตัส กริลลิส รองนายกเทศมนตรีเมืองซีมี ระบุว่า เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าศพที่พบคือ นายมอสลีย์ แต่ยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ขณะที่ นายเลฟเตอริส ปาปาคาโลโดคัส นายกเทศมนตรีเมืองซีมี เผยว่า ศพถูกพบห่างจากทะเลราว 10 ม. และห่างจากหาด อาเกีย มารินา ที่เขากำลังมุ่งหน้าไป 10-15 ม. แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชันสูตรไม่พบร่องรอยว่านี่อาจเป็นคดีอาชญากรรม แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ ทำให้ศพถูกส่งไปยังเกาะโรดส์ ในหมู่เกาะโดเดคะนีส ซึ่งอยู่ใกล้กันแล้ว เพื่อรับการตรวจสอบเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายมอสลีย์ ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ของสหราชอาณาจักรมากมายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงในซีรีส์ ‘Trust Me, I’m a Doctor’ กับรายการ ‘The One Show’ ของช่องบีบีซี และรายการ ‘This Morning’ ของช่องไอทีวี

ดร.มอสลีย์ ยังเป็นกูรูเรื่องการลดน้ำหนัก และพิธีกรรายการสุขภาพเจ้าประจำของช่อง BBC เขาเป็นที่รู้จักอย่างมากจากการทำให้วิธีลดน้ำหนักที่เรียกว่า ‘5:2 diet’ หรือการทานอาหารตามปกติ 5 วัน และงดอาหาร 2 วันใน 1 สัปดาห์ เป็นที่นิยมขึ้นมา โดยเขาอ้างว่าวิธีการนี้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้มาก.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

โมดีสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัย 3 แล้ว หลังผลเลือกตั้งสุดช็อก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791892

โมดีสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัย 3 แล้ว หลังผลเลือกตั้งสุดช็อก

10 มิ.ย. 2567 01:23 น.

โมดีสาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัย 3 แล้ว หลังผลเลือกตั้งสุดช็อก

นเรนทรา โมดี สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียสมัยที่ 3 แล้ว ท่ามกลางความท้าทายที่รอคอยรัฐบาลผสมของเขา หลังผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายนเรนทรา โมดี สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศอินเดียเป็นสมัยที่ 3 แล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 แต่ครั้งนี้เขาต้องเป็นผู้นำรัฐบาลผสมต่างจาก 2 สมัยก่อน หลังผลการเลือกตั้งสุดช็อก ซึ่งจะเป็นการทดสอบความสามารถของเขาในการบริหารประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแห่งนี้

ประธานาธิบดี เทราปที มุรมู แห่งอินเดีย จัดพิธีสาบานตนรับตำแหน่งให้แก่นายโมดี ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ‘ราษฏรปติภวัน’ (Rashtrapati Bhavan) ในกรุงนิวเดลี โดยมีบุคคลระดับสูงและผู้มีชื่อเสียงนับพันคน รวมถึง ผู้นำ 7 ประเทศในภูมิภาค, ดาราบอลลีวู้ด และนักธุรกิจใหญ่มากเข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ โมดีเป็นคนที่ 2 เท่านั้นที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียถึง 3 สมัยติดต่อกัน ตามหลังนาย ชวาหะร์ลาล เนห์รู รัฐบุรุษแห่งอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อ 1 มิ.ย. กลับพลิกความคาดหมายเมื่อ พรรคภารตียชนตา (BJP) ของนายโมดี ได้ สส.เพียง 240 คน ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 272 คน ทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ BJP ต้องพึ่งพาพรรคอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (NDA) จึงจะคว้าเสียงข้างมากได้สำเร็จ และต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม

นักวิเคราะห์มองว่า ถึงแม้นายโมดีจะทำให้อินเดียเติบโตอย่างก้าวกระโดดและยกฐานะของประเทศในเวทีโลก แต่เขากลับพลาดในการแก้ปัญหาภายในประเทศอย่าง อัตราว่างงาน, ค่าครองชีพสูงรายได้ต่ำ และความแตกแยกทางศาสนา ทำให้ผู้โหวตจำนวนมากเอาใจออกห่าง

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 ของนายโมดีจึงน่าจะเต็มไปด้วยความท้าทายในการทำให้พรรคร่วมรัฐบาล เห็นพ้องต้องกันในเรื่องนโยบายต่างๆ ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และพรรคฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหลายเท่าตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เบนนี แกนต์ซ สมาชิก ครม.สงคราม ลาออกจากรัฐบาลฉุกเฉินอิสราเอลแล้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791896

เบนนี แกนต์ซ สมาชิก ครม.สงคราม ลาออกจากรัฐบาลฉุกเฉินอิสราเอลแล้ว

10 มิ.ย. 2567 03:41 น.

เบนนี แกนต์ซ สมาชิก ครม.สงคราม ลาออกจากรัฐบาลฉุกเฉินอิสราเอลแล้ว

เบนนี แกนต์ซ ประกาศลาออกจากรัฐบาลฉุกเฉินของอิสราเอลตามคำขู่แล้ว ท่ามกลางความขัดแย้งเริ่มแผนการในอนาคตหลังจบสงครามในฉนวนกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนนี แกนต์ซ หนึ่งในสมาชิกคณะรัฐมนตรีสงครามของอิสราเอล ประกาศลาออกจากรัฐบาลฉุกเฉินของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 จากความขัดแย้งเรื่องแผนการในอนาคตสำหรับฉนวนกาซา

นายแกนต์ซประกาศลาออกที่งานแถลงข่าวในกรุงเทลอาวิฟ โดยระบุว่า เขาตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง “น่าเสียดายที่นายเนทันยาฮูกีดกันพวกเราจากการไขว่คว้าชัยชนะที่แท้จริง ซึ่งเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่วิกฤติอันน่าเจ็บปวดที่ยังคงดำเนินอยู่นี้”

อดีตนายพลของกองทัพผู้นี้บอกด้วยว่า เขาไม่ได้ลาออกจากรัฐบาลเพียงคนเดียว แต่จะพาพรรคเอกภาพแห่งชาติ (National Unity party) ซึ่งเขาเป็นประธาน ถอนตัวออกไปด้วย

ด้านนายเนทันยาฮูระบุผ่าน X ว่า หลังนายแกนต์ซประกาศลาออกว่า “เบนนี นี่ไม่ใช่เวลาลาออกจากแคมเปญนี้ แต่เป็นเวลาที่ต้องร่วมมือกันต่างหาก”

เมื่อเดือนก่อน นายแกนต์ซกำหนดเส้นตายวันที่ 8 มิ.ย. เรียกร้องให้เนทันยาฮูกำหนดแผนการหลังสงครามในฉนวนกาซา และบรรลุกเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ 6 ประการ ซึ่งรวมถึง การยุติการปกครองของกลุ่มฮามาสในกาซา และสร้างองค์การบริหารของพลเรือนนานาชาติในดินแดนแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวในตอนนั้นว่า แผนการดังกล่าวหมายถึงความพ่ายแพ้สำหรับอิสราเอล

ทั้งนี้ นายแกนต์ซเป็นคู่แข่งทางการเมืองของนายเนทันยาฮูมาตลอด จนกระทั่งในวันที่ 11 ต.ค. 2566 หรือ 4 วันหลังจากอิสราเอลเริ่มสงครามในฉนวนกาซา ตามหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. โดยเขาตกลงเข้าร่วมรัฐบาลฉุกเฉินเพื่อคานอำนาจของรัฐบาลฝ่ายขวาจัดของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การถอนตัวของนายแกนต์ซกับพรรคเอกภาพแห่งชาติของเขา ไม่ได้ทำให้รัฐบาลฉุกเฉินล่มสลาย เนื่องจากพรรคเอกภาพแห่งชาติครองเก้าอี้ สส.เพียง 5 ตัวเท่านั้น ซึ่งนายเนทันยาฮูยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรด้วยจำนวน สส. 64 คนจากทั้งหมด 120 คน

อย่างไรก็ตาม มันแสดงให้เห็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นจากความไม่พอใจวิธีจัดการสถานการณ์สงครามของนายเนทันยาฮู ที่นับวันจะเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปลาแสงอาทิตย์พันธุ์หายาก ขนาด 2.2 เมตร เกยตื้นหาดสหรัฐฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791748

ปลาแสงอาทิตย์พันธุ์หายาก ขนาด 2.2 เมตร เกยตื้นหาดสหรัฐฯ

9 มิ.ย. 2567 12:02 น.

ปลาแสงอาทิตย์พันธุ์หายาก ขนาด 2.2 เมตร เกยตื้นหาดสหรัฐฯ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซีไซด์ อควาเรียม ในรัฐโอเรกอนของสหรัฐฯ เปิดเผยปลาซันฟิช ฮูดวิงเกอร์ ซึ่งเป็นปลาแสงอาทิตย์พันธุ์หายาก ขนาด 2.2 เมตร เกยตื้นบนชายฝั่งรัฐโอเรกอนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

สัตว์น้ำขนาดใหญ่ชนิดนี้ถูกพบบนชายหาดเกียร์ฮาร์ต ทางทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐโอเรกอน เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ระบุว่า กระแสฮือฮาบนโซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนที่อยากรู้อยากเห็น ต่างแห่กันไปที่ชายหาดเพื่อดูปลาแปลกชนิดนี้จำนวนมาก

ในภาพถ่ายที่แชร์โดยพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ ปลารูปร่างแปลกขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างทรงกลมคล้ายเหรียญเงินดอลลาร์ นอนตะแคงอยู่ในทรายโดยอ้าปากค้าง

ตามรายงานของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซีไซด์ ในตอนแรกเชื่อกันว่าปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในน่านน้ำแถบซีกโลกใต้ ที่น้ำมีอุณหภูมิปานกลางเท่านั้น แต่ทฤษฎีดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ มีการพบปลาซันฟิช ฮูดวิงเกอร์ เกยตื้นบริเวณชายฝั่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย และอีกหนึ่งตัวเกยตื้นที่รัฐอะแลสกา

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ กล่าวว่าข่าวการเกยตื้นของปลาชนิดนี้ แพร่กระจายไปถึง มาริแอนน์ ไนการ์ด นักวิจัยชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งกล่าวว่าภาพที่มีการเผยแพร่ ไม่ใช่ปลาแสงอาทิตย์ทั่วๆ ไป หรือ “โมลา โมลา”

ไนการ์ด ระบุว่า ปลาสายพันธุ์ที่เกยตื้นบนชายฝั่งของรัฐโอริกอน เป็นปลาซันฟิช ฮูดวิงเกอร์ หรือ “โมลา เทกตา” ก่อนหน้านี้ ไนการ์ดได้ค้นพบปลาแสงอาทิตย์สายพันธุ์ใหม่ผ่านงานวิจัยของเธอ และบรรยายถึงการค้นพบในรายงานที่ตีพิมพ์ในปี 2560

จากการระบุของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ ปลาชนิดนี้ซ่อนตัวอยู่ในที่โล่ง และมักถูกพบเห็นหรือเกยตื้นขึ้นฝั่งแปซิฟิก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ แต่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปลาโมลา โมลา ที่พบได้ทั่วไป

ไนการ์ด ได้ติดต่อพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ เพื่อขอตัวอย่างทางพันธุกรรมของปลา และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ได้ถ่ายภาพและการวัดขนาดเพิ่มเติม ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปว่า “นี่อาจเป็นตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำฯ ยืนยันว่า ปลาซันฟิช ฮูดวิงเกอร์ ยังคงนอนเกยตื้นอยู่บนชายหาดเมื่อวันเสาร์ (8 มิ.ย.) โดยระบุว่า ปลาอาจจะคงอยู่ในสภาพดังกล่าวต่อไปอีก 2-3 วัน หรืออาจจะหลายสัปดาห์ เนื่องจากผิวหนังที่แข็งของพวกมัน ทำให้สัตว์ที่กินของเน่าเจาะเข้าไปได้ยาก.

ที่มา CNN

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีเหนือ ส่ง “บอลลูนขยะ” ชุดใหม่ไปเกาหลีใต้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791730

เกาหลีเหนือ ส่ง “บอลลูนขยะ” ชุดใหม่ไปเกาหลีใต้

9 มิ.ย. 2567 10:53 น.

เกาหลีเหนือ ส่ง “บอลลูนขยะ” ชุดใหม่ไปเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือ ส่ง “บอลลูนขยะ” ชุดใหม่ลอยข้ามพรมแดนไปยังเกาหลีใต้ เพียงไม่กี่วัน หลังกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้ ส่งบอลลูนโฆษณาชวนเชื่อข้ามพรมแดน

สำนักงานคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือส่งบอลลูนที่สันนิษฐานว่าเป็นบอลลูนขยะมายังเกาหลีใต้อีกครั้งเมื่อวันเสาร์ หลังจากปล่อยบอลลูนขยะเกือบ 1,000 ลูก ข้ามพรมแดนนับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยมีผู้พบเห็นบอลลูนขยะของเกาหลีเหนือหลายสิบลูกในกรุงโซล และจังหวัดคยองกี เมื่อวันอาทิตย์ ทำให้ทางการต้องเร่งทยอยเก็บซากบอลลูน

การปล่อยบอลลูนขยะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มพลเมืองเกาหลีใต้ปล่อยบอลลูนที่บรรทุกโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือระหว่างวันศุกร์ถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางการกรุงโซลกล่าวว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับบอลลูนขยะประมาณ 30 ลูก เมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ (9 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น

ส่วนจังหวัดคยองกี และนครอินชอน เมืองท่าทางตะวันตกของกรุงโซล รายงานว่า มีผู้พบเห็นบอลลูนในสถานที่ต่างๆ เช่นกัน รวมถึงที่ ทะเลเหลือง และพื้นที่อยู่อาศัยอื่นๆ ทางตอนใต้ของบริเวณชายแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย

เจ้าหน้าที่แนะนำประชาชนอย่าสัมผัสวัตถุดังกล่าว และรายงานต่อเจ้าหน้าที่ทหาร หรือตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง พร้อมเตือนถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากบอลลูน รัฐบาลกล่าวว่า จะดำเนินการจัดทีมเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ และจะหารือกับหน่วยงานทหาร เพื่อดำเนินมาตรการขั้นพื้นฐานเพื่อต่อต้านการใช้บอลลูนขยะของเกาหลีเหนือ

ด้านนายโอ เซฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล ระบุในเฟซบุ๊กเมื่อคืนวันเสาร์ว่า “เกาหลีเหนือกำลังยั่วยุอย่างน่ารังเกียจอีกครั้ง ด้วยการส่งบอลลูนขยะไปยังพื้นที่ต่างๆ ของพลเรือนของเรา” 

ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้ทหารทุกคนอยู่ในสถานะเตรียมพร้อม โดยระบุว่า กองทัพเกาหลีใต้กำลังดำเนินมาตรการต่อการปล่อยบอลลูนขยะเพิ่มเติมของเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับกระทรวงกลาโหมและกองทัพที่จะต้องคงอยู่ในสภาวะระมัดระวังและมีวินัยในการปฏิบัติงาน เพื่อตอบสนองต่อการส่งบอลลูนขยะของเกาหลีเหนือ และการยั่วยุเพิ่มเติมในทันที

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. เกาหลีเหนือเปิดเผยว่า จะระงับการส่งบอลลูนขยะชั่วคราว เนื่องจากขยะ 15 ตันที่ส่งมานั้นน่าจะเพียงพอต่อการส่งสารว่า บอลลูนนั้นสร้างความ “ไม่น่าพอใจ” มากเพียงใด อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือกล่าวว่า จะกลับมาส่งบอลลูนอีกครั้งหากเกาหลีใต้ส่งใบปลิวอีก โดยจะส่งเพิ่มเป็นจำนวนร้อยเท่า

อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวชาวเกาหลีใต้ได้ฝ่าฝืนคำเตือนดังกล่าว และได้ส่งบอลลูนไปยังเกาหลีเหนืออีก โดยบรรจุใบปลิววิพากษ์วิจารณ์ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ พร้อมด้วยแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุเพลงเคป๊อปและซีรีส์หลายเรื่อง รวมถึงธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา Yonhap

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign