กรมปศุสัตว์ ประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านปศุสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809404

กรมปศุสัตว์ ประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านปศุสัตว์

กรมปศุสัตว์ ประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านปศุสัตว์

วันเสาร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 16.11 น.

กรมปศุสัตว์ ประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านปศุสัตว์ เพื่อบรรลุเป้าหมายตามนโยบายรัฐ

วันที่ 7 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการสำนัก/กอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้านปศุสัตว์ เพื่อบรรลุเป้าหมายภาคเกษตรตามนโยบายรัฐบาล โดยมีนายวิชิต ปลั่งศรีกุล เป็นประธาน และมีผู้แทนจากสมาคมต่างๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อนการผลิต การตลาด การนำเข้า และส่งออกสินค้าปศุสัตว์ ทั้งโคเนื้อ โคนม สุกร และแพะ รวมทั้งการจำกัดโรคปากและเท้าเปื่อย และ Model เกษตรจังหวัดนำร่อง เพื่อยกระดับรายได้ตามนโยบายของรัฐบาล ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ชุมชนปกาเกอะญอ’หนึ่งเดียวที่วัดพระบาทห้วยต้ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809372

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนปกาเกอะญอ’หนึ่งเดียวที่วัดพระบาทห้วยต้ม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนปกาเกอะญอ’หนึ่งเดียวที่วัดพระบาทห้วยต้ม

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 07.53 น.

รูปหุ่นครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา

เมื่อเร็วๆ นี้ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดในอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ชุมชนนี้ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็น ๑ ใน ๑๐ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี๒๕๖๖ โดยมี พระอธิการอ่อนแก้ว ชยฺยเสโนเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม พระครูอุปถัมภ์สังฆกิจ รองเจ้าคณะอำเภอลี้ นายสันติธร ยิ้มละมัย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้บริหารวัฒนธรรม ๑๗ จังหวัด ร่วมกับชุมชนให้ความสำคัญว่าเป็นชุมชนของชาวปกาเกอะญอ หรือที่เรารู้จักว่า “ชาวกะเหรี่ยง” ผู้นับถือศาสนาพุทธตามคำสอนของ หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนาซึ่งครูบาฯนั้นได้พัฒนาด้านศาสนาอย่างเคร่งครัดและมีวัตรปฏิบัติในการฉันมังสวิรัติ ส่วนชื่อชุมชน “บ้านห้วยต้ม” นั้นมีเรื่องเล่าขานจากเรื่องพระเจ้าเหยียบโลกว่า “เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จมาโปรดสัตว์ในสถานที่ต่างๆ เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณที่เรียกว่าดอยนางนอนจอมแจ้ง มีพญาเมืองเถินพ่อฤๅษี และหมอพรานอีก ๘ คน หาบเนื้อสดเดินมาพบเข้า ขณะที่ไม่มีอะไรมาถวาย พระพุทธองค์ก็ยังไม่ได้ฉัน พวกพรานจึงเอาเนื้อไปกองรวมกันไว้ พวกละว้าที่อยู่ในบริเวณนั้นจึงไปต้มข้าวมาถวาย พระพุทธองค์จึงทรงรับมาฉันและให้ศีลให้พร และประทับรอยพระบาทไว้”จากนั้นพื้นที่บริเวณนี้จึงเรียกว่า “ห้วยต้มข้าว”ต่อมาเพี้ยนเป็น “ห้วยต้ม” ด้วยความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่นี่และประทับรอยพระบาทไว้ ภายในวัดพระพุทธบาทห้วยต้มจึงปรากฏ “รอยพระพุทธบาท” ประดิษฐานอยู่ด้านใน “วิหารหลวง” ซึ่งประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ หลวงปู่ครูบาเจ้า ๕ องค์ ด้านในสุดเป็นห้องพระที่หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา เคยใช้เป็นที่สวดมนต์ จิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารได้เล่าเรื่องราวของหลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา ตั้งแต่เกิดไปจนถึงหลังมรณภาพ และเรื่องราวของชุมชนบ้านห้วยต้ม

ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา

ด้านหลังวิหารหลวงมี “พระเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์” บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปกว่า๘๔,๐๐๐ องค์ นอกจากนี้ ยังมี “วิหารพระเมืองแก้ว”ประดิษฐานสรีระสังขารของ หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา และ พระพุทธรูปปางเปิดโลกโดย หลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา ได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๔๓ จึงทำให้มีประเพณีเปลี่ยนผ้าครองสรีระสังขารหลวงปู่ครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา เพื่อแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีหลวงปู่ ที่เริ่มก่อตั้งวัดพระพุทธบาทห้วยต้มและชุมชนบ้านห้วยต้มขึ้น โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ โดยมีการทำบุญใส่บาตรด้วยอาหารมังสวิรัติ เป็นประจำทุกวัน ส่วนพิธีเปิดชุมชนครั้งนี้ได้มีการแสดง“ฟ้อนกะเหรี่ยงทอผ้า” การร่วมสักการะพระประธานและสรีระครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา และพิธีฮ้องขวัญแขกแก้วมาเยือน ชมวิถีปกาเกอะญอโบราณ ชมการแสดงชาวปกาเกอะญอ ชุด “ระบำชาวเขา” และหมุนเกอห่ะ (เครื่องปั่นฝ้าย) เปิดชุมชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ผู้ที่ยังดำเนินชีวิตตามวิถีกะเหรี่ยงดั้งเดิม ใช้ภาษาปกาเกอะญอสื่อสารภายในชุมชน แต่งกายที่เป็นอัตลักษณ์ และสร้างบ้านเรือนตามชาติพันธ์ุของตนในหมู่บ้านน้ำบ่อน้อย หมู่บ้านกะเหรี่ยงโบราณ ซึ่งมีศูนย์วิจัยงานหัตถกรรมบ้านห้วยต้ม การสาธิตทอผ้าด้วยการใช้กี่เอว โดยมีพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัยซึ่งเป็นใจบ้าน หรือสะดือของบ้าน โดยเฉพาะรสชาติอาหารชาวปกาเกอะญอ ได้แก่ ต๊ะกะเปาะ (ข้าวเบอะ)อาหารหลักของมุ้ยและชู (น้ำพริกดำ) ต๊ะจื้อที(แกงเย็น) ขนมเหม่โต๊ะปิ (ขนมข้าวเหนียวผสมงาขี้ม่อน) และผ้าทอกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ)ปักด้วยเส้นไหมและลูกเดือย และเครื่องเงินชุมชนที่มีลวดลายหลักๆ ได้แก่ ลายเม็ดทราย ลายเม็ดข้าวลายลาน ลายพดด้วง เป็นต้น ทุกปีมีพิธีห่มผ้าพระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย และทำบุญ “ตานแทนตานใช้” ประเพณีสรงน้ำรอยพระพุทธบาทเป็นวิธีพุทธของชาวปกาเกอะญอที่น่าสนใจให้ไปเที่ยวกัน(ขอขอบคุณข้อมูล-ภาพทีมงานโฆษกกระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน)

งานบุญประเพณีของวัด

งานบุญประเพณีของวัด

วัดพระบาทห้วยต้ม

วัดพระบาทห้วยต้ม

มณฑปวัดพระบาทห้วยต้ม

มณฑปวัดพระบาทห้วยต้ม

พิธีสักการะครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา

พิธีสักการะครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา

ปลัดวธ.สักการะพระพุทธรูปประธาน

ปลัดวธ.สักการะพระพุทธรูปประธาน

พิธีเปิดชุมชนคนกะเหรี่ยง

พิธีเปิดชุมชนคนกะเหรี่ยง

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย

ดนตรีแห่งชาติพันธ์ุ

ดนตรีแห่งชาติพันธ์ุ

ชาวปกาเกอะญอ

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก NVIDIA และ ‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอเจ้าของฉายา ‘เทเลอร์ สวิฟต์ แห่งวงการเทคโนโลยี’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809384

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก NVIDIA และ ‘เจนเซ่น หวง’  ซีอีโอเจ้าของฉายา ‘เทเลอร์ สวิฟต์ แห่งวงการเทคโนโลยี’

คุยกัน 7 วันหน : รู้จัก NVIDIA และ ‘เจนเซ่น หวง’ ซีอีโอเจ้าของฉายา ‘เทเลอร์ สวิฟต์ แห่งวงการเทคโนโลยี’

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความฮือฮาในแวดวงเทคโนโลยีและธุรกิจโลกอย่างมาก เมื่อ NVIDIA บริษัทผู้ผลิตชิพประมวลผลคอมพิวเตอร์ และชิพที่ใช้ในปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รายใหญ่ของสหรัฐฯ มีมูลค่าตลาดพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เบียดแซงยักษ์ใหญ่อย่าง “แอปเปิล” ขึ้นมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากไมโครซอฟท์ โดยราคาหุ้น NVIDIA ขยับขึ้น 5.2% ปิดตลาดที่ 1,224.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น เมื่อวันพุธที่ 6 มิ.ย. ส่งผลให้มูลค่าทางการตลาดของบริษัทพุ่งแตะ 3.012 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 109 ล้านล้านบาท)ขณะที่มูลค่าตลาดของแอปเปิลอยู่ที่ 3.003 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้NVIDIA ยังได้แตกหุ้นในอัตรา 10 ต่อ 1เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งหลายฝ่ายคาดว่า จะยิ่งทำให้หุ้นของบริษัทชิปเอไอแห่งนี้ เป็นที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนมากขึ้นไปอีก

มูลค่าตลาดของ NVIDIA ที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถแซงแอปเปิลได้สำเร็จ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับแวดวงอุตสาหกรรมไฮเทคในซิลิคอน แวลลีย์ ซึ่งที่ผ่านมาถูกฉายแสงครอบงำโดยแอปเปิล ที่ก่อตั้งโดย สตีฟ จ๊อบส์ มาตั้งแต่เริ่มเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone เมื่อปี 2007

เป็นที่รู้กันว่า นอกจาก NVIDIAจะเป็นบริษัทเทคโนโลยีผู้ผลิตหน่วยประมวลผลกราฟิก หรือ GPU สำหรับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แล้วยังนับเป็นบริษัทเจ้าแรกๆ ที่ผลิตชิพรองรับการทำงานของ Generative AI ด้วย ถือได้ว่าคาดการณ์ตลาดเทคโนโลยีได้เฉียบคม เห็นได้จากเทรนด์การเข้ามาของ AI ที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายวงการ

เจนเซ่น หวง ซีอีโอของ NVIDIA เคยกล่าวในช่วงการประกาศผลประกอบการของ NVIDIA ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 ระบุว่า สิ่งที่อยู่เหนือกว่าผู้ให้บริการคลาวด์ในปัจจุบันGenerative AI ได้กลายเป็นสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้มากกว่าหลายพันล้านดอลลาร์ในระบบการตลาดแนวตั้ง ซึ่งก็มีกลุ่มผู้ให้บริการในด้านต่างๆ เล็งเห็นถึงเทรนด์ AI มากขึ้น พร้อมต่อคิวกันมาใช้บริการของ NVIDIA ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ให้บริการอินเตอร์เนต บริษัท องค์กรต่างๆ กลุ่มผู้พัฒนา AI ระดับภูมิภาค กลุ่มผู้ให้บริการด้านยานยนต์ ไปจนถึงกลุ่มผู้ให้บริการด้านสุขภาพ

นอกจากนี้ เจนเซ่น หวง ยังเผยว่า นับจนถึงช่วงไตรมาสแรก ปี 2024 มีสตาร์ทอัพระหว่าง 15,000-20,000 ราย รวมถึงบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่างไมโครซอฟท์ อัลฟ่าเบต และ AWS หรือ AmazonWeb Services ต่างก็เข้ามาใช้บริการด้าน AI และ GPU ของ NVIDIA ทั้งหมด นี่จึงอาจเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ NVIDIA ที่เคยมีมูลค่าบริษัทสูงสุดอันดับ 6 ของโลก เมื่อปี 2023ขยับแซงแอปเปิล ก้าวขึ้นมามีมูลค่าสูงสุดอันดับ 2 ของโลกล่าสุด และอาจเติบโตขึ้นจนเบียดสู้กับไมโครซอฟท์ในอนาคต ก็เป็นได้

ใครคือ เจนเซ่น หวง

ความสำเร็จอย่างยั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของ NVIDIA ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องราวชีวิตของเจนเซ่น หวง เจ้าของตำแหน่งซีอีโอทันที ไม่ใช่แค่เพราะบริษัทประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่รวมถึงการประสบความสำเร็จ แนวคิดธุรกิจ และมาดของเจ้าตัว ที่ทำให้ตอนนี้เจนเซ่น หวง ได้รับสมญานาม ให้เป็น“เทย์เลอร์ สวิฟต์” แห่งวงการเทคโนโลยีเลยทีเดียว

เจนเซ่น หวง หรือ หวง เหรินเซวิน ที่เกิดในไต้หวันก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปยังสหรัฐฯ ตอนอายุได้ 5 ปี ปัจจุบันอายุ 61 ปีแล้ว เขาอาจดูไม่เหมือน “คนดัง” ในแบบที่ควรจะเป็น แต่ในตอนนี้ เจนเซ่น หวงมักจะถูกห้อมล้อมขอถ่ายเซลฟี่จากบรรดาแฟนคลับ ขณะที่เขาปรากฏตัวตอนไปร่วมนิทรรศการด้านเทคโนโลยี ที่ไต้หวันเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยเสื้อหนังของ Tom Ford ราคา 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเขาแต่งตัวแบบนี้มานานกว่า 20 ปีแล้ว และเคยกล่าวว่า เพราะภรรยาและลูกๆ ทำให้เขาหันมาแต่งตัวเช่นนี้ และเขาก็ชอบมากๆ

บ๊อบ โอดอนเนล นักวิเคราะห์เทคโนโลยี กล่าวว่า เจนเซ่น หวง ได้รับการตอบรับไม่ต่างจากร็อกสตาร์เลยทีเดียว เขาพิจารณาว่าชื่อเสียงของเขาเป็นโอกาสในการโปรโมทแบรนด์ NVIDIA อีกทอดหนึ่ง เขามีความสุขอย่างมาก ในไต้หวัน เขาคือชายผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ไปที่ไหนก็มีแต่ผู้คนเดินเข้าหา จนเริ่มมีคำฮิตติดปากว่า แฟนคลับบ้าเจนเซ่น (Jensanity)

จุดเปลี่ยนในชีวิตของ เจนเซ่น หวง เกิดขึ้นด้วยความหลงใหลโลกของ AI และเกมคอมพิวเตอร์ ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำ และเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในปี 1993 ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน คือ คริสมาลาชอฟสกี และ เคอร์ติส เพรม อดีตพนักงานบริษัท Sun Microsystems กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ NVIDIA บริษัทที่พวกเขามุ่งพัฒนาชิพเซตประมวลผลกราฟิก (GPU) ตอนนั้นกระแสและความต้องการมากขึ้น ซึ่งพวกเขาทั้ง 3 เห็นโอกาสนี้ตรงกัน ก่อนเปิดตัว “การ์ดจอ” ตัวแรกของโลกได้ในปี 1999 ชื่อว่า NVIDIAGeForce 256 ซึ่งในปีเดียวกันนั้นNVIDIA สามารถนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ได้สำเร็จ

เป้าหมายของ NVIDIA ชัดเจนก็คือ การพัฒนาคอนโซลวิดีโอเกมเพื่อการประมวลผลกราฟิกที่หนักขึ้นและเร็วขึ้นได้ เป็นอุปกรณ์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน จากสเกลธุรกิจขนาดสตาร์ทอัพ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่ง NVIDIA ได้ทำสัญญากับไมโครซอฟท์ ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์กราฟิกสำหรับ Xbox และยังคงร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ NVIDIA ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งปัจจุบันนี้ชิปของพวกเขามีมูลค่า “มากกว่าทองคำ” เสียอีก

ในมุมของนักธุรกิจทั่วโลกหลายคนชื่นชมความสามารถ และความพยายามของ เจนเซ่น หวง จนไปถึงแนวคิดที่น่าสนใจของเขาในการใช้ชีวิตและทำธุรกิจ ซึ่งหลายครั้งที่เขาให้สัมภาษณ์มักจะทิ้งท้ายข้อคิดไว้ เช่น “เราควรจะเลือกธุรกิจที่มีตลาดขนาดใหญ่มากพอ เพราะตลาดที่เล็กเกินไปมักจะไม่มีนักลงทุนสนใจ เพราะโอกาสได้เงินต้นคืนมันน้อยมาก” หรือ “เราควรโฟกัสที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น และมากขึ้นอีกจนกว่าเราจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีพอ”

โดย ดาโน โทนาลี

Health News : ออสเตรเลียพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอีก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809364

Health News : ออสเตรเลียพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอีก

Health News : ออสเตรเลียพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนกอีก

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทางการท้องถิ่นรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียเปิดเผยว่า พบการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7 ที่ฟาร์มสัตว์ปีกแห่งที่ 5 ใกล้กับนครเมลเบิร์น ฟาร์มสัตว์ปีกที่พบการระบาดของไข้หวัดนกล่าสุดนี้อยู่ในพื้นที่เขตกักกันโรคใกล้กับฟาร์มอีก 3 แห่ง ที่พบการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H7N3 เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การตรวจพบการระบาดที่ฟาร์มแห่งที่ 5 นั้นไม่เกินความคาดหมายแต่อย่างใด ฟาร์มสัตว์ปีกอีกแห่งหนึ่งในรัฐวิกตอเรียพบการระบาดของไข้หวัดนกอีกสายพันธุ์หนึ่ง ได้แก่ H7N9ทั้ง 2 สายพันธุ์ไม่ใช่สายพันธุ์ H5N1 ที่ระบาดไปทั่วโลก โดยมีนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะ ที่สามารถติดต่อถึงมนุษย์ได้

สำนักงานเกษตรกรรมของรัฐวิกตอเรีย กล่าวในแถลงการณ์ว่า หลังจากรับทราบการตรวจพบการระบาดของไข้หวัดนก ที่ฟาร์มสัตว์ปีกแห่งที่ 5 ทางเจ้าหน้าที่ก็เริ่มดำเนินการรับมือในทันทีด้วยการประกาศเป็นพื้นที่กักกันโรค และทำลายสัตว์ปีกในฟาร์มทิ้งทั้งหมด นอกจากนั้นยังจัดการทำความสะอาดและขจัดการติดเชื้อภายในพื้นที่

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809370

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักเรียนจีนตบเท้าเข้าสอบ ‘เกาเข่า’

ติดตามบรรยากาศนักเรียนจีนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศตบเท้าเข้าสนามสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติ หรือเกาเข่า (Gaokao) ซึ่งเริ่มจัดขึ้นแล้วในวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมาโดยมีเหล่าพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงครูอาจารย์ คอยส่งกำลังใจให้กับลูกศิษย์และบุตรหลานกันอย่างคึกคัก

ขอบคุณภาพ จากสำนักข่าวซินหัว

โซไซตี้ : Art for All เดินหน้าขับเคลื่อน SDGs ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809388

โซไซตี้ : Art for All เดินหน้าขับเคลื่อน SDGs  ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

โซไซตี้ : Art for All เดินหน้าขับเคลื่อน SDGs ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Art for All มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ โครงการดีเด่นของชาติสาขาพัฒนาสังคม (ด้านพัฒนาผู้ด้อยโอกาส) ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 จัดงานเสวนา “การยกระดับวิถีชีวิต ผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการ อย่างยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อมูลเชิงสถานการณ์ที่มูลนิธิฯ ได้ขับเคลื่อนอันเป็นประโยชน์แก่คนพิการเพื่อมุ่งหวัง ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการไทยสอดคล้องโดยตรงกับการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) เปิดเผยว่า การดูแลผู้พิการนั้น สอดคล้องโดยตรงกับการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่ได้นำเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ สหประชาชาติ Sustainable Development Goal มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ซึ่งกรอบดังกล่าวมี SDGs ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการ4 SDGs คือ SDGs 4 การขจัดความเหลื่อมล้ำและทำให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียม SDGs 8 การบรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพและการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้การจ่ายค่าจ้างที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียม

SDGs 10 การเสริมสร้างศักยภาพและส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองสำหรับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงอายุ เพศ ความพิการ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ แหล่งกำเนิด ศาสนา สถานะทางเศรษฐกิจ หรืออื่นๆ และ SDGs 11 การทำให้ผู้พิการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะสีเขียวที่ปลอดภัย ครอบคลุม และเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้น การจัดงานเสวนาในครั้งนี้จึงมีความสอดคล้อง สนับสนุน การดำเนินงานของมูลนิธิฯเป็นอย่างยิ่ง ในการมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางของสหประชาชาติ ภายในปีค.ศ.2025 เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันของคนทุกคนในสังคมและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และในงานเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลชั้นนำจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมเพื่อรับฟังแนวคิดและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน อาทิ ประสงค์ องค์ปรีชากุล องค์การสหประชาชาติ,กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย, กฤษณะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, ดร.วิเชียร ชุบไทสง นายกสภาทนายความ เป็นต้น โดยมี ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา พร้อมด้วยการแสดงศักยภาพคนพิการและศิลปินจิตอาสา โดย น้องเสือ-ฉายวิชญ์ สุจริตกุล, น้องวุฒิ-ณัฐวุฒิ กีรติชัยพันธ์และ วิทยาภรณ์ เมืองมูลสุรินทร์

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมามูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์  (Art for All) ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของ “คน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้พิการ/ผู้ด้อยโอกาส ภายใต้ปรัชญา “ก้าวข้ามขีดจำกัด” เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามศักยภาพที่มีอยู่ตลอดจนเชื่อมประสานและหลอมรวมความแตกต่างให้ทุกคนต่างช่วยเติมเต็มในศักยภาพซึ่งกันและกัน ด้วยการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือกล่อมเกลาจิตใจ ปลูกฝังและส่งเสริมคุณธรรม ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ถือเป็นแนวทางในการพัฒนามนุษย์ให้เต็มตามศักยภาพ

“Art for All” มุ่งปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้ตระหนักในคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพื่อประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นคนดี และ มีคุณค่าต่อสังคม สร้างเจตคติและค่านิยมอันดีงามของสังคมต่อเพื่อนมนุษย์โดยเคารพในความหลากหลาย และมุ่งเน้นทำนุบำรุงและสืบสานศิลปวัฒนธรรมจึงเป็นที่มาของ “พันธกิจ” ของโครงการ ที่มุ่งเน้น“การสร้างคุณค่าชีวิตให้กับผู้พิการและก้าวสู่วันข้างหน้า ด้วยการสร้างความสุขสงบในชีวิตให้กับผู้ต้องขัง รวมถึงการสร้างมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อความมั่นคงของชาติ ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

‘ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม’ คว้ารางวัล ‘อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ปี 2567 ระดับดีมาก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809387

‘ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม’ คว้ารางวัล  ‘อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ปี 2567 ระดับดีมาก’

‘ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม’ คว้ารางวัล ‘อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ปี 2567 ระดับดีมาก’

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม ในกลุ่มเอ็กโก คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมากจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ สะท้อนความสำเร็จของการปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยจากโรงไฟฟ้าเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ในฐานะแหล่งผลิตไฟฟ้าสำคัญของภาคใต้ ตลอดจนการออกแบบและพัฒนาพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงาน กระบวนการผลิตไฟฟ้า ตลอดจนการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลระหว่างโรงไฟฟ้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม สำหรับเยาวชน ชุมชน และผู้สนใจทั่วไป

ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผยว่า“ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของ EGCO Group ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจไฟฟ้า ก็คือ การใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโกเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านกระบวนการผลิตไฟฟ้าเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการผลิตไฟฟ้าที่ถูกต้องจึงได้พัฒนาโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 1 ที่หยุดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วให้เป็นศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง EGCO Group และ ESCO ในกลุ่มเอ็กโก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจไฟฟ้า วิศวกรรมการก่อสร้างการบำรุงรักษาและเดินเครื่องโรงไฟฟ้า และ บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการพัฒนาเนื้อหานิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ศูนย์เรียนรู้ฯ มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นมากของงานสร้างสรรค์ มีความเป็น Historical Site คือ มีประวัติศาสตร์เป็นโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย และมีความเป็น Industrial Design หรือความเป็นโรงงานอุตสาหกรรมในตัวเองจึงเป็นความท้าทายในการออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะ ด้วยความเป็นอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า ผู้พัฒนาจึงร่วมกันนำเอามัลติมีเดียและเทคนิคสมัยใหม่มาผสมผสาน เพื่อสร้างให้สถานที่แห่งนี้คงคุณค่าในตัวเอง และยังสามารถถ่ายทอดเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไม่รู้จบ”

สมาคมสถาปนิกสยามฯ กล่าวถึงเหตุผลที่ให้ศูนย์เรียนรู้ฯ ได้รับรางวัลครั้งนี้ว่า “ศูนย์เรียนรู้ฯเป็นงานสถาปัตยกรรมในยุคอุตสาหกรรมด้านการผลิตไฟฟ้าที่หาได้ยากยิ่งในประเทศไทย เป็นอาคารที่มีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์และทางวิชาการที่ยังคงมีความแท้ในเรื่องของรูปทรงองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม จึงมีศักยภาพอย่างสูงที่จะได้เป็นแหล่งเรียนรู้ ที่สำคัญการอนุรักษ์เพื่อนำมาใช้เป็นศูนย์เรียนรู้ในครั้งนี้แสดงออกให้เห็นถึงความตั้งใจ ความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของอาคาร มีกระบวนการในการออกแบบอย่างครบถ้วนและเลือกเทคนิควิธีการอนุรักษ์ที่เหมาะสม การแสดงจัดภายในอาคารยังสามารถรักษาความแท้ไว้เพื่อสื่อความหมายได้อย่างน่าสนใจมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งมีแผนบริหารจัดการโครงการอย่างชัดเจน เป็นการอนุรักษ์ที่ส่งผลดีต่อสังคมชุมชนโดยรอบ และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนต่อไป”

ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ จัดแสดงนิทรรศการถาวร จำนวน 7 โซน ครอบคลุมความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไฟฟ้า กระบวนการผลิตไฟฟ้า การรักษาสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันของโรงไฟฟ้าและชุมชน มุ่งเน้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมผ่านเทคนิคการนำเสนอที่น่าสนใจและทันสมัย นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้ฯ ได้พัฒนาระบบการเยี่ยมชมเสมือนจริง(Virtual Exhibition) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้นและจัดกิจกรรมสัปดาห์วิทยาศาสตร์เป็นประจำทุกปี เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง เปิดให้เยี่ยมชมทุกวันอังคาร-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.00 น. (หยุดวันอาทิตย์ วันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เยาวชน นักท่องเที่ยว และประชาชนที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ https://www.egco.com/th/khanom-learningcenter โทร.075-466062 หรือ 098- 0142249 ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เพจเฟซบุ๊ก Khanom Learning Center

แหวกฟ้าหาฝัน : Marc Chagall in Rosengart Collection Lucerne

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809371

แหวกฟ้าหาฝัน : Marc Chagall in Rosengart Collection Lucerne

แหวกฟ้าหาฝัน : Marc Chagall in Rosengart Collection Lucerne

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ใน Rosengart Collection Lucerne ไม่เพียงมีผลงานของ Picasso เป็นจำนวนมากยังมีผลงานของศิลปินลูกครึ่งที่มีประวัติน่าสนใจอีกผู้หนึ่งเป็นจำนวนมากด้วย นั่นคือ Marc Chagall เขาเกิดมาในชื่อ Moishe Shagal ในปี 1887 จากครอบครัวชาวยิวใน Liozna ใกล้เมือง Vitebsk เบลารุส ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย เขาเป็นลูกคนโตของครอบครัวที่มีบิดาเป็นพ่อค้าขายปลา และมารดาค้าของปลีก แม้ว่าบิดาของเขาจะหาเงินได้มากกว่าค่าเฉลี่ย แต่ความที่มีลูกมากถึง 9 คนจึงทำให้ครอบครัวเขามิได้มั่งคั่ง ถึงกระนั้นก็ตาม การที่ชาวยิวต้องถูกจำกัดทุกอย่างส่งผลให้ Chagall ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้อย่างคนทั่วไปเพราะติดที่โควตาการศึกษาสำหรับชาวยิว ในช่วงแรกของชีวิตเขาจึงจำเป็นต้องเรียนหนังสือในโรงเรียนสอนศาสนาท้องถิ่นพอเขาอายุได้ 13 ปี แม่ของเขาก็พยายามจะส่งเขาไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนปกติ แต่โรงเรียนปฏิเสธเพราะความเป็นยิวของเขา แต่แม่ของเขาไม่ละความพยายาม เธอเลยเสนอเงิน 50 รูเบิล ให้กับผู้อำนวยการ เขาจึงได้มีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียน

เมื่อเขาได้มีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียน เขาเริ่มหัดศิลปะด้วยการลอกเลียนแบบตามหนังสือต่างๆ ในช่วงปิดเทอม เขาไปเรียนศิลปะกับ Yehuda (Yuri) Pen ศิลปินแนวRealism แต่หลังจากเรียนได้ไม่กี่เดือนเขารู้สึกว่าการวาดภาพเหมือนไม่เหมาะกับตัวเอง ปี 1910 อันเป็นช่วงเวลาที่เขาย้ายไปอยู่ปารีสนั้น แนวทางศิลปะแบบ Cubismกำลังเป็นที่นิยม แต่เขาเป็นชาวยิวที่มาจากรัสเซียกลับชื่นชอบการใช้สีและเส้น งานของเขาจึงไม่เป็นที่นิยมจวบจนกระทั่งBlaise Cendrars กวีกล่าวถึงงานของเขาให้ผู้อื่นฟัง งานของเขาจึงเริ่มกลายเป็นที่สนใจ ในช่วงที่เขาอยู่ปารีส ไม่เพียงเขาได้มีโอกาสเข้าเรียนที่ Academie de La Paletteได้มีโอกาสเป็นเพื่อนกับ GuillaumeApollinaire, Robert Delaunay และ FernandLeger เดินเล่นที่ Montmartre และ LatinQuarter ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก และสามารถหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลป์ได้อย่างไม่รู้จบ

แม้บรรยากาศในปารีสจะน่าตื่นตาตื่นใจ แต่เขากลับคิดถึง Bella Rosenfeld แฟนสาวของเขาที่อยู่ที่ Vitebsk บ้านเกิดเขาเกรงว่าจะเสียเธอไปจึงตั้งหน้าตั้งตาพยายามหาเงินเพื่อกลับไปแต่งงานจึงยอมรับไปจัดแสดงผลงานที่ Berlin เยอรมนี ผลการจัดแสดงงานทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงส่งผลให้เขามีเงินมากพอที่จะไปแต่งงานนับจากปี 1915 เขาประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นเมื่อได้จัดแสดงนิทรรศการที่มอสโกจนเป็นที่รู้จักของคหบดีส่งผลให้เขาสามารถขายภาพได้เป็นจำนวนมาก การปฏิวัติในเดือนตุลาคม ปี 1917 ได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ทั้งนี้เพราะเขาเคยเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ แต่รัฐบาลกลับไม่สนับสนุนศิลปะแนว Modern Art เขาเลยหนีกลับไปบ้านและจัดตั้งโรงเรียศิลปะ Vitebsk Arts Collegeซึ่งทันสมัยและแปลกแยกที่สุดแทนที่จะรับใช้การเมือง เขาได้ชักชวนศิลปินมากมายให้มาช่วยงานที่วิทยาลัยโดยให้ทำงานอย่างอิสระแต่ศิลปินหลายคนต้องการรับใช้การเมืองส่งผลให้เขาเสียใจและลาออกจากวิทยาลัยแล้วหวนกลับไปมอสโก

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งสิ้นสุดลง ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาย่ำแย่มาก เขาจึงตัดสินใจย้ายไปปารีสอีกครั้งและได้ร่วมงานกับ Ambroise Vollard ตัวแทนจำหน่ายภาพที่ทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ เขาเดินทางไปทั่วฝรั่งเศสและทั่วยุโรปเพื่อหาแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน ในที่สุดเขาก็เดินทางไปนิวยอร์ก สหรัฐฯ เพื่อไปอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงศิลปินที่หนีมาจากยุโรปเช่นกัน อย่างไรก็ดี สถานการณ์กลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด คหบดีสหรัฐฯกลับรู้สึกว่างานของเขาแปลกแยกมาก เขาจึงตัดสินใจกลับมาฝรั่งเศส และอาศัยอยู่แถว Cote d’Azur ที่อยู่ไม่ไกลจาก Matisse ศิลปินชื่อดังอีกคนที่เป็นเพื่อนกันรวมทั้ง Picasso แต่พวกเขากลับกลายเป็นคู่แข่งกัน แม้ Picasso จะให้ความนับถือ Chagall มากก็ตาม

เป็นที่น่าเสียดายที่แม้เขาจะเป็นศิลปินที่มีความสามารถมากมาย และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ความเป็นยิวของเขาทำให้เขาแปลกแยก และขมขื่นเกือบตลอดชีวิตโดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ของชีวิตที่เขาเห็นชาวยิวต้องล้มตายมากมาย Picasso เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับ Chagall ไว้ว่าเขาเป็นศิลปินเพียงไม่กี่คนโดยเฉพาะหลังจากที่Matisse เสียชีวิตที่เข้าใจเรื่องสีอย่างแท้จริง เขาเป็นรองก็แต่ Renoir เจ้าพ่อภาพนู้ดแห่งยุค Impressionism เท่านั้น นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า ตัวอย่างผลงานตลอดชั่วชีวิตของเขาที่จัดแสดงใน Rosengart CollectionLucerne มีความโดดเด่นในเรื่องความแปลกใหม่ความน่าตื่นตาตื่นใจ การแสดงออกถึงอารมณ์ด้วยการใช้สีง่ายๆ ที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้อย่างไม่จบสิ้น แม้บางชิ้นจะยากแก่การเข้าใจมากก็ตาม

Science Update : ‘ฉางเอ๋อ-6’ ส่งต่อตัวอย่างที่เก็บจากดวงจันทร์ให้ยานอวกาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809363

Science Update :  ‘ฉางเอ๋อ-6’ ส่งต่อตัวอย่างที่เก็บจากดวงจันทร์ให้ยานอวกาศ

Science Update : ‘ฉางเอ๋อ-6’ ส่งต่อตัวอย่างที่เก็บจากดวงจันทร์ให้ยานอวกาศ

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ยานอวกาศฉางเอ๋อ-6 (Chang’e-6) ของจีน ส่งต่อตัวอย่างหินและดินที่เก็บได้จากบริเวณด้านไกลของดวงจันทร์ให้กับยานอวกาศที่โคจรอยู่ในวงโคจรของดวงจันทร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากได้รับตัวอย่างแล้ว ยานอวกาศที่ไม่มีมนุษย์ประจำการอยู่ จะบินกลับสู่พื้นโลก โดยคาดว่าจะลงจอดในบริเวณภูมิภาคมองโกเลียในของจีนในวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จีนจะเป็นประเทศแรกที่นำตัวอย่างหินและดินที่เก็บจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังพื้นโลก สำหรับด้านไกลของดวงจันทร์เป็นด้านที่ไม่มีวันมองเห็นได้จากโลกและเป็นสถานที่ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจ

ยานฉางเอ๋อ-6 ออกจากด้านไกลของดวงจันทร์เมื่อวันอังคารที่แล้ว หลังจากลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จและขุดและเก็บตัวอย่างดินและหินในบริเวณดังกล่าว การส่งตัวอย่างล้ำค่าได้สำเร็จในครั้งนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์คาดหวังว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะ

คุณแหน : 9 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/809386

วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปพระราชทานประกาศนียบัตรและเข็มวิทยฐานะแก่ผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงในกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง รุ่นที่ 1จัดโดยมูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ เอโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 10 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ..

●● “จงภูมิใจในการอยู่ในผืนแผ่นดินไทย เราอยู่ร่วมกัน แตกแยกกันไม่ได้ต้องรักกัน รวมพลังให้มากขึ้นในการที่จะเดินหน้าประเทศต่อไป…”ท่านองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา..ส่วนนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กล่าว“อย่าไปพาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เลยดีกว่า เพราะพรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว ผมเองก็ทำงานร่วมกับ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้โอเคไม่มีปัญหาอะไรกัน ผมว่าอย่าไปกล่าวโทษท่านโดยไม่มีหลักฐานดีกว่า”..

●● แพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางด้านการแพทย์อันดับ 1 ของประเทศ“MDCU MedUMORE”ครบรอบ 2 ปี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แถลงข่าว“MedUMORE : 1-2-10 MedEd Exponential”และลงนาม MOU ระหว่างภาคีเครือข่าย10 สถาบัน ทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับประเทศ 11 มิ.ย. 09.30 น. พร้อมการเสวนาพิเศษหัวข้อ“Future Education Future Learning for Healthcare : อนาคตการศึกษาการพัฒนาความรู้ทางการแพทย์แบบไม่มีที่สิ้นสุด”โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชรผู้รักษาการอธิการบดี จุฬาฯ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.,พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา,รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ และผอ.รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทยที่ห้องประชุมสดศรี วงศ์ถ้วยทอง อาคาร ภปร.ชั้น 18 รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย..

●● อ่านเอาเรื่องของ ผักกาดหอม ฉายาในตำนาน อย่าเพิ่งด่าวิษณุ เครืองาม เหมาะสมที่สุด ก็คือเนติบริกรอยากทราบรายละเอียดก็หาอ่านเอาเอง..

●●ส่วน เปลว สีเงิน พูดถึงข้าวสิบปีที่จะขายให้ต่างประเทศ ทำให้แบรนด์ไทยเฉพาะข้าวกลายเป็นแบรนด์สินค้าไม่น่าไว้วางใจ เพราะเมืองไทย กฎหมายนโยบายเปลี่ยนตามนโยบายรายรัฐบาล หรือใครว่าไม่จริง..

●● ส่วน สว. ถวิล เปลี่ยนศรี อดีตสมช. พูดถึงเรื่องฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม อาจมองว่าเป็นนามธรรม แต่ก็เป็นเรื่องใช้จิตสำนึกของคนทั่วๆ ไป ทำแบบนี้เหมาะหรือไม่ โดยเฉพาะการแต่งตั้งรัฐมนตรี(ได้ลาออกไปแล้ว)..

●● ตั้งแต่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗ ถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ จะมีสุภาพสตรีคนไทยชื่อ ภัทรศรีสุวิมล ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการโรตารี่สากล..

●● วันอาทิตย์นี้ ตั้งแต่ย่ำเช้า รพ.วิชัยยุทธ มีเกจิอาจารย์ เจริญพระพุทธมนต์ ในการบำเพ็ญกุศลครบรอบ ๕๕ ปี..●●

น้องนิ่ง….นิ่ง…