มือปืนกราดยิงโรงเรียนวิสคอนซิน เป็น นร.หญิง-เสียชีวิตก่อนตำรวจมาถึง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831363

มือปืนกราดยิงโรงเรียนวิสคอนซิน เป็น นร.หญิง-เสียชีวิตก่อนตำรวจมาถึง

17 ธ.ค. 2567 07:52 น.

มือปืนกราดยิงโรงเรียนวิสคอนซิน เป็น นร.หญิง-เสียชีวิตก่อนตำรวจมาถึง

ตำรวจสหรัฐฯ ยืนยันว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุกราดยิงโรงเรียนในรัฐวิสคอนซิน จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายรายนั้น เป็นนักเรียนหญิง ซึ่งถูกพบว่าเสียชีวิตแล้วตอนเจ้าหน้าที่มาถึง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเอกชน “อบันแดนท์ ไลฟ์ คริสเตียน” (Abundant Life Christian) เมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2567 เป็นนักเรียนหญิงอายุ 17 ปี

เหตุการณ์นี้ทำให้มีครูกับนักเรียนเสียชีวิตรวม 2 ศพ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 6 คน โดย 2 รายในจำนวนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนอีก 4 รายบาดแผลไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดย 2 รายในนี้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

ส่วนคนร้าย ตำรวจยืนยันว่า พวกเขาพบศพของมือปืนเมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งเหตุในเวลาประมาณ 11.00 น. พร้อมยืนยันว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่นายใดยิงอาวุธเลย

นายชอน บาร์นส์ หัวหน้าตำรวจเมืองเมดิสัน กล่าวในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบหาแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย รวมถึงที่มาของปืนพก 9 มม.ที่คนร้ายใช้ โดยตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า นี่เป็นการก่อเหตุแบบเจาะจงเป้าหมายหรือไม่

ทั้งนี้ โรงเรียนเอกชน อบันแดนท์ ไลฟ์ คริสเตียน มีนักเรียนประมาณ 400 คน สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รมว.คลังแคนาดาลาออก ขัดแย้งนายกฯ ปมทรัมป์ตั้งกำแพงภาษี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831355

รมว.คลังแคนาดาลาออก ขัดแย้งนายกฯ ปมทรัมป์ตั้งกำแพงภาษี

17 ธ.ค. 2567 03:52 น.

รมว.คลังแคนาดาลาออก ขัดแย้งนายกฯ ปมทรัมป์ตั้งกำแพงภาษี

รัฐมนตรีคลังแคนาดาประกาศลาออก หลังขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรีเรื่องนโยบาย เพื่อรับมือแผนตั้งกำแพงภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางคริสเตีย ฟรีแลนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศแคนาดา ลาออกจากตำแหน่งแล้ว ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2567 หลังจากเธอขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ว่าตอบสนองอย่างไรต่อคำขู่ตั้งกำแพงภาษีของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ

นางฟรีแลนด์ประกาศเรื่องการลาออกของเธอในจดหมายที่ส่งถึงนายทรูโดในวันจันทร์ โดยเธอระบุในจดหมายว่า ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเส้นทางที่ดีที่สุดที่จะก้าวไปสำหรับแคนาดา และชี้ไปยังความท้าทายที่อันตรายอย่างยิ่งจากนโยบายเศรษฐกิจชาตินิยมอันก้าวร้าวของโดนัลด์ ทรัมป์

ฟรีแลนด์ระบุด้วยว่า เธอตัดสินใจลาออกหลังจากนายทรูโดแจ้งกับเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า เขาไม่ต้องการให้เธอเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระดับสูงสุดในรัฐบาลของเขาอีกต่อไปแล้ว

การลาออกของนางฟรีแลนด์เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก เธออัปเดตข้อมูลการเงินประจำปีของรัฐบาลต่อรัฐสภา

ในช่วงที่ผ่านมา นางฟรีแลนด์ไม่เห็นด้วยกับนโยบายหลายอย่างที่นายทรูโดเสนอ เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพสูงในประเทศ รวมถึงนโยบายแจกเช็คมูลค่า 250 ดอลลาร์แคนาดา (ราว 6,000 บาท) ให้แก่ชาวแคนาดาที่มีรายได้ต่ำกว่า 150,000 ดอลลาร์แคนาดาต่อปี ซึ่งคาดว่ารัฐจะต้องใช้งบประมาณถึง 4.68 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 1.12 แสนล้านบาท)

อีกนโยบายคือแผนลดหย่อนภาษีของสินค้าสำคัญในช่วงวันหยุด ซึ่งคาดว่าจะทำให้รัฐเสียรายได้อีก 1.6 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 3.8 หมื่นล้านบาท) โดยสภาผู้แทนราษฎรอนุมัตินโยบายนี้ไปแล้ว แต่แผนแจกเช็คยังติดขัด เนื่องจากกลุ่มฝ่ายกลางซ้ายในสภา ส่งสัญญาณไม่สนับสนุน จนกว่าจะมีการปรับแก้

นางฟรีแลนด์ระบุในจดหมายลาออกของเธอว่า แคนาดาจำเป็นต้องรักษาเงินสำรองเอาไว้ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากกำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการใส่ใจอย่างยิ่งยวด และแคนาดาต้องสามัคคีกันเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากภาษีเหล่านี้

ทั้งนี้ นายทรัมป์ประกาศจะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าของแคนาดาจำนวน 25% ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ออกมาเตือนว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของแคนาดา

ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่จัดทำโดยสถาบัน “แองกัส รีด” (Angus Reid) แสดงให้เห็นว่า ชาวแคนาดาถึง ใน มองว่า นโยบายแจกเช็คของนายทรูโดเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำของเขากลับคืนมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก นักเรียนกราดยิงโรงเรียนในวิสคอนซิน ดับแล้ว 2 ศพ มือปืนไม่รอดชีวิต

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831354

ช็อก นักเรียนกราดยิงโรงเรียนในวิสคอนซิน ดับแล้ว 2 ศพ มือปืนไม่รอดชีวิต

17 ธ.ค. 2567 02:26 น.

ช็อก นักเรียนกราดยิงโรงเรียนในวิสคอนซิน ดับแล้ว 2 ศพ มือปืนไม่รอดชีวิต

คนร้ายก่อเหตุกราดยิงโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในรัฐวิสคอนซิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย โดยที่คนร้ายซึ่งเชื่อว่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ เสียชีวิตแล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2567 นายชอน บาร์นส์ หัวหน้าตำรวจเมืองเมดิสัน ในรัฐวิสคอนซิน ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดเหตุมือปืนกราดยิงที่โรงเรียน “อบันแดนท์ ไลฟ์ คริสเตียน” (Abundant Life Christian) มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ บาดเจ็บอีก 6 ราย

ตำรวจเดินทางไปยังโรงเรียนเอกชนแห่งนี้ในเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า มือปืนเข้ามาก่อเหตุกราดยิง โดยเมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบผู้ถูกยิงหลายราย และมีทั้งหมด 7 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ยังพบตัววัยรุ่นคนหนึ่ง ที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เสียชีวิตอยู่ภายในอาคารเรียน และเชื่อว่าคนร้ายเป็นนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้

ผู้เสียชีวิตเป็นครู 1 คน กับนักเรียนกอีก 1 คน ส่วนผู้บาดเจ็บ 6 ราย เป็นนักเรียนทั้งหมด โดย 2 รายในจำนวนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนที่เหลือก็กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่บาดแผลไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

นายบาร์นส์บอกด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทั่ว เดน เคาน์ตี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองเมดิสัน และทั่วรัฐวิสคอนซิน ต่างตอบสนองต่อเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวน และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ และดำเนินการปิดถนนรอบโรงเรียนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำซีเรียเผยครั้งแรก ลั่นไม่เคยคิดหนีไปรัสเซีย แต่สถานการณ์บังคับ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831353

ผู้นำซีเรียเผยครั้งแรก ลั่นไม่เคยคิดหนีไปรัสเซีย แต่สถานการณ์บังคับ

17 ธ.ค. 2567 01:32 น.

ผู้นำซีเรียเผยครั้งแรก ลั่นไม่เคยคิดหนีไปรัสเซีย แต่สถานการณ์บังคับ

บาชาร์ อัล-อัสซาด ออกแถลงการณ์แรกนับตั้งแต่รัฐบาลซีเรียของเขาล่มสลาย โดยยืนยันว่าไม่เคยคิดหนีไปรัสเซีย แต่สถานการณ์บีบบังคับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตประธานาธิบดีซีเรีย ออกแถลงการณ์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่รัฐบาลของเขาถูกกลุ่มพันธมิตรฝ่ายกบฏโค่นล้ม จนต้องหนีไปรัสเซีย เมื่อ 8 วันก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า เขาไม่เคยตั้งใจที่จะหนีไปรัสเซียเลย

แถลงการณ์ของอัสซาดถูกเผยแพร่ผ่านช่อง เทเลแกรม ของประธานาธิบดีซีเรีย ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2567 ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าในตอนนี้ใครเป็นผู้ควบคุมบัญชีนี้ หรือนายอัสซาดเป็นคนเขียนแถลงการณ์นี้เองหรือไม่

โดยในแถลงการณ์ดังกล่าว อัสซาดระบุว่า ในตอนที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียแตก เขาอยู่ที่ฐานทัพอากาศ “ฮเมมิม” (Hmeimim) ค่ายทหารรัสเซียที่จังหวัดลาตาเกีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อตรวจดูปฏิบัติการการต่อสู้ของกองทัพ และได้เห็นว่า กองทัพรัฐบาลกำลังละทิ้งฐานที่มั่น

อัสซาดบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 8 ธ.ค.ต่อว่า ฐานทัพ ฮเมมิม ก็ถูกโดรนโจมตีทางอากาศอย่างหนัก และทหารรัสเซียก็ตัดสินใจพาตัวเขาขึ้นเครื่องบินไปมอสโก “เมื่อไม่มีวิธีการที่ใช้งานได้ในการออกจากฐานทัพ มอสโกได้ร้องขอให้ผู้บัญชาการฐานทัพ จัดแจงเรื่องการอพยพไปรัสเซียทันทีในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 8 ธ.ค.”

“มันเกิดขึ้น 1 วันหลังจากการแตกพ่ายของกรุงดามัสกัส ตามด้วยการพังทลายของฐานที่มั่นสุดท้ายของกองทัพ ซึ่งส่งผลให้สถาบันต่างๆ ที่เหลืออยู่ของรัฐ กลายเป็นอัมพาต” แถลงการณ์ของอัสซาดระบุ และเสริมด้วยว่า “ไม่มีช่วงใดเลยในเหตุการณ์เหล่านี้ ที่ผมพิจารณาเรื่องการลาออก หรือขอลี้ภัย หรือใครหรือกลุ่มใดเสนอเรื่องดังกล่าว”

“ตอนที่รัฐตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย และความสามารถในการสนับสนุนที่มีความหมายได้สูญหายไป ตำแหน่งฐานะใดๆ ก็กลายเป็นไร้ความหมาย”

ทั้งนี้ อัสซาดหายตัวไปโดยไม่มีข่าวคราว ตลอดช่วง 12 วันที่ฝ่ายกบฏไล่ตีเมืองทางตะวันตกจนแตกไปทีละเมืองๆ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า เขาหนีออกจากประเทศไปแล้ว เพราะแม้แต่นายกรัฐมนตรีของเขา ก็ติดต่อเขาไม่ได้ ในตอนที่กลุ่มกบฏบุกเข้าสู่กรุงดามัสกัส

จากนั้นในวันที่ 9 ธ.ค. สื่อรัสเซียก็รายงานว่า อัสซาดได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในรัสเซียแล้ว แต่ทางการรัสเซียไม่เคยออกมายืนยันอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

12 นักท่องเที่ยว ดับคาสกีรีสอร์ทจอร์เจีย คาดคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831349

12 นักท่องเที่ยว ดับคาสกีรีสอร์ทจอร์เจีย คาดคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ

16 ธ.ค. 2567 23:23 น.

12 นักท่องเที่ยว ดับคาสกีรีสอร์ทจอร์เจีย คาดคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ

พบผู้เสียชีวิต 12 ศพที่สกีรีสอร์ท ณ จุดที่สูงที่สุดของประเทศจอร์เจีย โดยผลการสืบสวนเบื้องต้นคาดว่า อาจเกิดจากคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ร่างของชาวต่างชาติ 11 ราย และชาวจอร์เจียอีก 1 ราย ถูกพบในพื้นที่พักอาศัย บนชั้น 2 ของร้านอาหารอินเดีย ภายใน “กูดาอูรี” (Gudauri) สกีรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่สุด และอยู่ ณ จุดสูงที่สุดของเทือกเขาคอเคซัส ในประเทศจอร์เจีย เมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า ผลการตรวจสอบขั้นต้น ไม่พบร่องรอยการใช้ความรุนแรงใดๆ บนร่างของผู้เสียชีวิต และดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่พบว่า เครื่องปั่นไฟพลังงานน้ำมันถูกเปิดทิ้งเอาไว้ หลังจากเกิดไฟดับที่อาคารหลังนี้ เมื่อศุกร์ที่ 13 ธ.ค. ทำให้คาดว่าสาเหตุเกิดจาก คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ

เจ้าหน้าที่ของจอร์เจียเผยว่า พวกเขาเริ่มการสืบสวนหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นี้แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตออกมา

ทั้งนี้ กูดาอูรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกีและสโนว์บอร์ด ตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ที่ความสูงประมาณ 2,200 ม.จากระดับน้ำทะเล มีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงช่วงศตวรรษที่ 19 ตอนที่มันยังเป็นสถานีการค้าบนเส้นทางหลวงทางทหารของจอร์เจีย (Georgian Military Road) ซึ่งเชื่อมระหว่างรัสเซียกับจอร์เจีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสเร่งช่วยเกาะโพ้นทะเล โดนไซโคลนถล่มยับ เตือนผู้คนเริ่มอดตาย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2831342

ฝรั่งเศสเร่งช่วยเกาะโพ้นทะเล โดนไซโคลนถล่มยับ เตือนผู้คนเริ่มอดตาย

16 ธ.ค. 2567 22:19 น.

ฝรั่งเศสเร่งช่วยเกาะโพ้นทะเล โดนไซโคลนถล่มยับ เตือนผู้คนเริ่มอดตาย

ฝรั่งเศสกำลังเร่งช่วยเหลือชาวเกาะมายอตต์ ซึ่งถูกพายุไซโคลนรุนแรงที่สุดในรอบเกือบศตวรรษเข้าเล่นงาน จนเสียหายอย่างหนัก คาดมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยหรืออาจถึงหลักพันคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 2567 ฝรั่งเศสระดมเรือและอากาศยานของกองทัพ ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเสบียงอาหารไปยังหมู่เกาะมายอตต์ (Mayotte) ดินแดนโพ้นทะเลของพวกเขาในมหาสมุทรอินเดีย หลังเกาะแห่งนี้โดนพายุไซโคลนพัดถล่มครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 90 ปี และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยหรือหลายพันศพ

ไซโคลนชิโด (Chido) เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งหมู่เกาะมายอตต์ ซึ่งมีประชากร 300,000 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพร้อมลมกระโชกแรง 225 กม./ชม. เทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 4 ทำลายบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นกระท่อมหลังคาแผ่นเหล็กจนพังราบคาบ ขณะที่ระบบไฟฟ้า, น้ำประปา และอินเทอร์เน็ต ถูกตัดขาดเกือบทุกพื้นที่ โรงพยาบาลหลักของเกาะก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ตอนนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกับทหารจากฝรั่งเศสราว 1,600 นายเดินทางถึงหมู่เกาะมายอตต์แล้ว และกำลังช่วยเหลือในปฏิบัติการเก็บกวาดความเสียหาย ช่วยเหลือประชาชน และค้นหาผู้รอดชีวิต โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสมทบอีก 800 นายด้วย

นางฌีนวีเยฟ ดาร์ยูเซค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสกล่าวว่า ตอนนี้จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 14 ศพ แต่เธอบอกกับสถานีโทรทัศน์ “ฟรานซ์ 2” ว่า จำนวนดังกล่าวน่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เมื่อเทียบกับขนาดของหายนะที่เกิดขึ้นแล้ว โดยความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงที่สนามบินหลัก ลดทอนความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการนับจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงการส่งสิ่งของจำเป็นพื้นฐานให้แก่ผู้รอดชีวิตด้วย

ขณะที่นาย ซาลามา ราเมีย วุฒิสมาชิกประจำเกาะมายอตต์ บอกกับสถานีโทรทัศน์ BFM TV ว่า ผู้คนบนเกาะมายอตต์กำลังเริ่มล้มตายเพราะความหิวโหย นอกจากนั้นยังมีคนป่วยเจ้าหน้าที่มาก และผู้ประสบภัยหลายคนต้องหลับนอนบนพื้นดิน

ด้านนาย อัมบ์ดิลวาเอดู ซูไมลา นายกเทศมนตรีเมืองมามูดซู เมืองเอกของหมู่เกาะมายอตต์ ระบุว่า ไซโคลนชิโดสร้างความเสียหายให้ทั้งเกาะ ไม่มีอะไรรอดเลย “โรงพยาบาลก็โดน โรงเรียนก็โดน บ้านเรือนถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง”

อนึ่ง ตอนนี้ พายุชิโดเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะมายอตต์ ไปขึ้นฝั่งประเทศโมซัมบิกแล้ว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ที่มีความเร็วลมประมาณ 48 กม./ชม. โดยคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในชาติแอฟริกาแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews , bbc

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’เฝ้าฯรับเสด็จ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ณ คุ้งบางกระเจ้า

https://www.naewna.com/local/848744

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'เฝ้าฯรับเสด็จ'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ณ คุ้งบางกระเจ้า

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’เฝ้าฯรับเสด็จ’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ณ คุ้งบางกระเจ้า

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 18.46 น.

“อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน”เฝ้าฯรับเสด็จ”สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ณ คุ้งบางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานโครงการ OUR Khung BangKachao ปี 2561-2566 ณ คุ้งบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งโครงการ OUR Khung BangKachao” ภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าในรูปแบบสานพลังความร่วมมือ (Social Collaboration with collective impact) จากองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ตั้งแต่ปี 2561 มีเป้าหมายร่วม (Shared Goal) ในการยกระดับและพัฒนาพื้นที่ “คุ้งบางกะเจ้า” ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในทุกมิติ มีพื้นที่สีเขียวอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นอย่างสมดุล โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาสืบสานขยายผลตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร (รัชกาลที่ 10) และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ มาเป็นหลักในการดำเนินโครงการฯ ทำให้เกิดความร่วมมือ โดยมีคณะทำงานด้านต่างๆ 6 มิติ ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่สีเขียว การจัดการน้ำ การจัดการขยะ การพัฒนาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การส่งเสริมอาชีพ และ การพัฒนาเยาวชนฯ ที่ต้องร่วมมือและเชื่อมโยงงานกัน และให้ชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อดูแลพื้นที่ในระยะยาวต่อไป

– 006

รมช.อิทธิ ตรวจติดตามภารกิจสลายฝุ่น PM2.5 กำชับฝนหลวงฯ ลุยต่อเนื่องทุกวันให้อากาศดี เพื่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน

https://www.naewna.com/local/848691

รมช.อิทธิ ตรวจติดตามภารกิจสลายฝุ่น PM2.5 กำชับฝนหลวงฯ ลุยต่อเนื่องทุกวันให้อากาศดี เพื่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน

รมช.อิทธิ ตรวจติดตามภารกิจสลายฝุ่น PM2.5 กำชับฝนหลวงฯ ลุยต่อเนื่องทุกวันให้อากาศดี เพื่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.23 น.

รัฐบาลมอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งแก้ไขและบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และภาคเหนือ คืนอากาศดีให้พี่น้องประชาชน และเพื่อการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและมีความสุข

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  พร้อมด้วยนายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าภารกิจการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของพี่น้องประชาชน ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ภายในท่าอากาศยานหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกล่าวว่า ทุกปีประเทศไทยมักประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยมอบหมายให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร แก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กให้กับพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งจากการเผาป่า การก่อสร้าง การคมนาคมและอุตสาหกรรม โดยภารกิจดังกล่าวได้น้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดัดแปรสภาพอากาศ ซึ่งขอให้มั่นใจได้ว่าผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 จะลดลง และประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และย้ำว่ารัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน ในทุกพื้นที่ รวมถึงขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงและปลอดภัย

ด้าน นายราเชน ศิลปะรายะ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้จัดทำแผนการดัดแปรสภาพอากาศ ประจำปี 2568 เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินเกณฑ์มาตรฐาน เริ่มปฏิบัติการเชิงรุกตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา โดยมีหน่วยปฏิบัติการ 6 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดระยอง จังหวัดกาญจนบุรี  จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแพร่ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละลองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และพื้นที่ภาคเหนือ สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวงและปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ มีจำนวน 3 เทคนิค ได้แก่  

1. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการก่อกวน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 1 (โซเดียมคลอไรด์) ปฏิบัติการบริเวณต้นลม และโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่เพื่อก่อเมฆและเพิ่มปริมาณเมฆในพื้นที่เป้าหมาย  

2. การปฏิบัติการฝนหลวงในขั้นตอนการเลี้ยงให้อ้วน โดยใช้สารฝนหลวงสูตร 8 แคลเซียมออกไซด์ หรือสูตร 6 แคลเซียมคลอไรด์ ปฏิบัติการบริเวณต้นลม และโดยรอบมวลของฝุ่นบริเวณพื้นที่ เพื่อเลี้ยงเมฆให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีแรงดูดซับฝุ่นละออง  

3. การปฏิบัติการเทคนิคการลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผัน โดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำเพื่อระบายฝุ่นละอองบริเวณระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) หรือสูงกว่าระดับ inversion (ชั้นอุณหภูมิผกผัน) เพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบน

สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า การปฏิบัติการด้วยเทคนิคทั้งหมดดังกล่าวลดอุณหภูมิชั้นบรรยากาศผกผันโดยการโปรยน้ำแข็งแห้งหรือการสเปรย์น้ำเพื่อทำให้เกิดช่องระบายฝุ่นละอองขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้านบนในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และพื้นทีทำให้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศลดลงได้และส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง และระดับดีตามลำดับ ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรพร้อมปฏิบัติภารกิจทุกวันอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองตามนโยบายจากรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลและพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ประชาชนมีคุณภาพอากาศที่ดีท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและมีความสุข 

-(016)

กรมการข้าวจัดสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว เน้นทำงานบูรณาการครอบคลุมทุกภาคส่วน

https://www.naewna.com/local/848543

กรมการข้าวจัดสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว เน้นทำงานบูรณาการครอบคลุมทุกภาคส่วน

กรมการข้าวจัดสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว เน้นทำงานบูรณาการครอบคลุมทุกภาคส่วน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.33 น.

กรมการข้าวจัดสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว เน้นทำงานบูรณาการครอบคลุมทุกภาคส่วน 

วันที่ 19 ธันวาคม 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดการสัมมนาพัฒนาเชื่อมโยงภาคีด้านการตลาดสินค้าข้าว โดยมีนายโอวาท ยิ่งลาภ ผู้อำนวยการกองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ ณ โรงแรมเบส์ เวสเทิร์น นาดาดอนเมือง แอร์พอร์ต

นายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการดูแลภารกิจด้านการตลาดสินค้าข้าวของกรมการข้าว และเชื่อมโยงตลาดสินค้าข้าวระหว่างพี่น้องเกษตร ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และประสบการณ์ในเรื่องแนวโน้มตลาดข้าวทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อสร้างและพัฒนาภาคีเครือข่ายด้านการตลาดสินค้าข้าว ตลอดจนการเสวนาเรื่องสินค้าข้าวไทยที่เป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ทราบถึงแนวทางความต้องการของผู้ประกอบการ และนำไปสู่การพัฒนาสินค้าข้าวไทยได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2567 มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 104 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของกรมการข้าว ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้แทนกลุ่มเกษตรกร ผู้แทนผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ ผู้แทนผู้ประกอบการส่งออกข้าว และผู้แทนจากสมาคมที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มปี 2568

https://www.naewna.com/local/848526

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มปี 2568

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.46 น.

กรมปศุสัตว์ ร่วมสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มปี 2568 “UNBOX & UNLOCK THAI AGRICULTURE : ปลดล็อกเกษตรไทย ทุกปัจจัยคือโอกาส”

19 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน  รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ร่วมสัมมนาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มปี 2568  “UNBOX & UNLOCK THAI AGRICULTURE : ปลดล็อกเกษตรไทย ทุกปัจจัยคือโอกาส” จัดขึ้นเพื่อรายงานภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2567 และแนวโน้มที 2568 สถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ รวมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานเปิดสัมมนาฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมงานฯ  ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี  กรุงเทพมหานคร