เกาหลีใต้แบนวิดีโอเพลงเชิดชู “คิม จอง อึน” ใน TikTok

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787285

เกาหลีใต้แบนวิดีโอเพลงเชิดชู "คิม จอง อึน" ใน TikTok

21 พ.ค. 2567 14:34 น.

เกาหลีใต้แบนวิดีโอเพลงเชิดชู “คิม จอง อึน” ใน TikTok

เกาหลีใต้เตรียมสั่งแบนเพลงโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือที่กลายเป็นไวรัลในติ๊กต่อก ซึ่งกล่าวยกย่องนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือว่าเป็น “บิดาที่เป็นมิตร” และ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่”

คณะกรรมการมาตรฐานการสื่อสารแห่งเกาหลี กล่าวในแถลงการณ์ มิวสิกวิดีโอดังกล่าวซึ่งได้รับความนิยมในติ๊กต่อก นับตั้งแต่มีการเผยแพร่ในเดือนเมษายน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของประเทศ เนื่องจากเพลงนี้แสดงการยกย่องและเชิดชู นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ

พระราชบัญญัติความมั่นคงของเกาหลีใต้ ปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์และสื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ และลงโทษการแสดงพฤติกรรมและสุนทรพจน์ที่สนับสนุนรัฐบาลเกาหลีเหนือ

คณะกรรมการฯ ระบุว่า มิวสิกวิดีโอเพลง “บิดาผู้เป็นมิตร” (Friendly Father) จำนวน 29 เวอร์ชัน จะถูกบล็อก แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะเป็นในลักษณะใด การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการร้องขอของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้

คณะกรรมการฯ กล่าวว่า มิวสิกวิดีโอนี้มีเนื้อหาโดยทั่วไปที่เชื่อมโยงกับสงครามจิตวิทยาต่อเกาหลีใต้ เนื่องจากถูกโพสต์ในช่องที่สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และเน้นไปที่การบูชาและยกย่องคิมเพียงฝ่ายเดียว

การแบนที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ ได้สร้างความสนใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งหลายคนได้ชมมิวสิกวิดีโอตั้งแต่การประกาศข่าวนี้ หลายคนได้แสดงความคิดเห็นว่าเจ้าหน้าที่ควรปล่อยให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงวิดีโอได้ “เพื่อให้ผู้คนได้เพลิดเพลินกับเรื่องตลกมากขึ้น”

ทั้งนี้ เพลง “บิดาผู้เป็นมิตร” คือเพลงป๊อปล่าสุดที่รัฐบาลเกาหลีเหนือสร้างขึ้นในฐานะเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา เพลงดังล่าวมีจังหวะที่คึกคัก สดใส และติดหู โดยกล่าวถึงนายคิมว่าเป็น “พ่อ” และ “ผู้ยิ่งใหญ่” ซึ่งเป็นคำที่เคยถูกสงวนไว้สำหรับนายคิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ และปู่ของเขา

เนื้อเพลงท่อนหนึ่งกล่าวว่า “มาร้องเพลงคิม จอง อึน ผู้นำที่ยิ่งใหญ่กันเถอะ / มาคุยอวดเกี่ยวกับคิม จอง อึน บิดาผู้เป็นมิตรของเรากันเถอะ”

ผู้ใช้ติ๊กต่อกบางคนบอกว่า พวกเขาเปิดเพลงนี้ไปขณะออกกำลังกาย หรือในขณะที่ทำงานบ้าน ในขณะที่คนอื่นๆ ชอบสไตล์ย้อนยุค โดยบอกว่ามันทำให้พวกเขานึกถึงเพลงป๊อปสเปนและฝรั่งเศสรุ่นเก่า

เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ถูกแบ่งแยกนับตั้งแต่การลงนามความตกลงการสงบศึกเกาหลี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1953 แต่ไม่ได้มีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพ ดังนั้นในทางเทคนิคแล้วทั้งสองประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงคราม

การละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจะผ่อนคลายลงแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีการเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เนทันยาฮูเดือดจัด ประณามศาล ICC ออกหมายจับไร้สาระ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787249

เนทันยาฮูเดือดจัด ประณามศาล ICC  ออกหมายจับไร้สาระ

21 พ.ค. 2567 14:22 น.

เนทันยาฮูเดือดจัด ประณามศาล ICC ออกหมายจับไร้สาระ

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับตัวเขาพร้อมกับผู้นำกลุ่มฮามาส จากกรณีการพุ่งรบทำสงครามในฉนวนกาซา โดยระบุว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และเป็นเรื่องเท็จ

หลังจาก นายคาริม ข่าน อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี (ICC) ได้ยื่นเรื่องขอหมายจับ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล พร้อมด้วย นายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮามาสอีกหลายคน ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รวมไปถึงทำให้ประชาชนอดอยาก ฆ่าคนโดยเจตนา ข้อหาทำลายล้าง และ/หรือฆาตกรรม

ล่าสุด นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมาแถลงตอบโต้ประเด็นดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยกล่าวว่า เขาขอปฏิเสธด้วยความรังเกียจที่มีการเปรียบเทียบความเป็นประชาธิปไตยของอิสราเอล กับสิ่งที่เขาถูกเรียกว่าฆาตกรสังหารหมู่ และการออกหมายจับเขาเป็นเรื่องไร้สาระ และเป็นเรื่องเท็จ แถมยังประณามศาลอาญาระหว่างประเทศด้วยว่า กล้าดียังไงที่จะเปรียบเทียบอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส โดยอิสราเอลรวมทั้งสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2022

สำหรับข้อกล่าวหาดังกล่าวที่มีต่อทั้งอิสราเอล และฮามาส มีจุดเริ่มต้นมาจากเหตุการณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อกลุ่มติดอาวุธฮามาสได้บุกเข้าไปในอิสราเอล และสังหารผู้คนราว 1,200 ชีวิต และมีการจับตัวประกันอีกราว 252 คนกลับไปยังฉนวนกาซา โดยการโจมตีครั้งนั้นได้จุดชนวนสงครามยืดเยื้อจนทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตถึง 35,000 คน

ด้าน นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาวิจารณ์การขอหมายจับผู้นำอิสราเอลว่า เป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ และกล่าวว่าอิสราเอลและฮามาสไม่สามารถนำเอาไปเทียบเคียงกันได้ เพราะอิสราเอลต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพลเรือนของตัวเอง ขณะที่ นายแอนโทนี บลิงเคน ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่าละอาย และท่าทีดังกล่าวอาจกระทบการเจรจาหยุดยิงและปล่อยตัวประกัน.

ที่มา : BBC

“สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” ช็อก ถูกแชตบอต OpenAI เลียนแบบเสียงจน “น่าขนลุก”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787238

"สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน" ช็อก ถูกแชตบอต OpenAI เลียนแบบเสียงจน "น่าขนลุก"

21 พ.ค. 2567 13:36 น.

“สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” ช็อก ถูกแชตบอต OpenAI เลียนแบบเสียงจน “น่าขนลุก”

“สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง เผยว่าเธอช็อกและโกรธมาก หลังพบว่าเสียงของแชตบอตในระบบแชตจีพีที คล้ายกับเสียงของเธอจน “น่าขนลุก”

“สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน” นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง เปิดเผยว่า เธอช็อกและรู้สึกโกรธมาก หลังพบว่าบริษัท “โอเพนเอไอ” (OpenAI) สร้างเสียงให้กับระบบ “แชตจีพีที” (ChatGPT) ซึ่งป็นแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ต้นแบบซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสนทนา ที่ฟังดูคล้ายกับเสียงของเธอจนน่าขนลุก หลังจากที่เธอปฏิเสธข้อเสนอการใช้เสียงของเธอในแชตบอต

โจแฮนส์สัน แสดงความคิดเห็นผ่านแถลงการณ์ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโอเพนเอไอ กล่าวว่า กำลังลบเสียงดังกล่าวที่มีชื่อว่า “สกาย” (Sky) ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท นายแซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ กล่าวในแถลงการณ์ว่า เสียงของ “สกาย” ไม่ได้เลียนแบบเสียงของโจแฮนส์สัน และไม่เคยตั้งใจให้มีลักษณะคล้ายกับเสียงเธอ แต่เป็นเสียงของนักแสดงมืออาชีพคนอื่น และยืนยันว่าบริษัทได้คัดเลือกผู้ให้เสียงของ “สกาย” ก่อนที่จะติดต่อกับโจแฮนส์สัน พร้อมแสดงความเสียใจต่อโจแฮนส์สัน ที่ไม่สามารถสื่อสารให้ชัดเจนกว่านี้ได้

ทั้งนี้ การต่อสู้เพื่อสิทธิเรื่องการใช้เสียงและภาพของนักแสดง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในฮอลลีวูด เนื่องจากสตูดิโอต่างๆ กำลังพัฒนาวิธีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ เพื่อสร้างความบันเทิงรูปแบบใหม่ๆ และในขณะที่ภาพและเสียงที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์กลายเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะจากเสียงของมนุษย์

โจแฮนส์สัน ในแถลงการณ์กล่าวว่า อัลต์แมน ได้ติดต่อเธอเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และเสนอที่จะจ้างเธอให้พากษ์เสียงแชตจีพีที ซึ่งเธอปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว เธอกล่าวว่า ในอีก 9 เดือนต่อมา เพื่อน ครอบครัว และคนทั่วไปต่างสังเกตว่า “สกาย” มีเสียงคล้ายเธออย่างมาก เมื่อเธอได้ลองฟังเสียงดังกล่าว เธอก็รู้สึกตกใจ โกรธ และไม่เชื่อว่าอัลต์แมนจะสร้างเสียงที่คล้ายกับเสียงของเธอจนน่าขนลุก แม้แต่เพื่อนสนิท และสำนักข่าวต่างๆ ก็ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างได้

โจแฮนส์สัน เสริมว่า อัลต์แมน เคยกล่าวเป็นนัยว่า ความคล้ายคลึงกันเกิดจากความตั้งใจ โดยทวีตอ้างอิงถึงภาพยนตร์เรื่อ “Her” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ปี 2013 เกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่พัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ช่วยเอไอ ที่พากย์เสียงโดยนักแสดง

การแสดงความเห็นของโจแฮนส์สัน ได้รับการเผยแพร่โดยนักข่าวของเว็บไซต์ NPR และสำนักข่าวอื่นๆ เธอบอกว่า เธอได้จ้างที่ปรึกษากฎหมายเพื่อสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการสร้างเสียง

ทั้งนี้ โอเพนเอไอได้เปิดตัวโมเดลเอไอใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า GPT-4o เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีความสามารถด้านเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้พูดคุยกับแชตบอต และสามารถตอบสนองในแบบเรียลไทม์ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการสนทนาโดยใช้เอไอที่สร้างเสียงที่มีความสมจริงยิ่งขึ้น.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

สะพรึง พายุฝุ่นถล่มแคนซัส สหรัฐฯ ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำตาล (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787214

สะพรึง พายุฝุ่นถล่มแคนซัส สหรัฐฯ ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำตาล (คลิป)

21 พ.ค. 2567 11:30 น.

สะพรึง พายุฝุ่นถล่มแคนซัส สหรัฐฯ ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำตาล (คลิป)

ประชาชนต่างแตกตื่นหลังเผชิญ พายุฝุ่นลูกใหญ่พัดปกคลุมรัฐแคนซัสของสหรัฐฯ ส่งผลให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำตาลแดง พร้อมพัดพาฝุ่นลอยคลุ้งจนผู้คนต้องวิ่งหาที่หลบภายในอาคาร

โลกโซเชียลต่างเผยคลิปภาพพายุฝุ่นขนาดใหญ่ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ในรัฐแคนซัสของสหรัฐอเมริกา โดยนอกจากพายุฝุ่นจะก่อตัวเป็นเหมือนกำแพงขนาดยักษ์แล้ว ยังมีความแรงลมรุนแรงพัดพาด้วยความเร็วจนข้าวของปลิวกระจัดกระจาย โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างระบุว่า ตั้งแต่เกิดมาและอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ ยังไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาก่อน

ด้านหน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหรัฐฯ ได้ประกาศเตือนภัยพายุรุนแรงเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาในท้องถิ่น โดยระบุว่าพายุจะมีความเร็วลมสูงสุดถึง 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังทำให้เกิดทอร์นาโด 3 ลูกพร้อมกับพายุฝุ่นทั่วพื้นที่ ส่งผลให้ท้องฟ้ามืดมิดเป็นสีน้ำตาลแดง แล้วยังทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างกระทบบ้านเรือนกว่า 40,000 หลัง โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ทางการแคนซัสยังอยู่ในระหว่างตรวจสอบความเสียหายจากพายุรุนแรงครั้งนี้.

ที่มา : yahoo

ส่อง “Bell 212” ฮ.เก่าครึ่งศตวรรษ และมาตรการคว่ำบาตร อาจเป็นสาเหตุคร่าชีวิต ปธน.อิหร่าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787183

ส่อง "Bell 212" ฮ.เก่าครึ่งศตวรรษ และมาตรการคว่ำบาตร อาจเป็นสาเหตุคร่าชีวิต ปธน.อิหร่าน

21 พ.ค. 2567 10:55 น.

ส่อง “Bell 212” ฮ.เก่าครึ่งศตวรรษ และมาตรการคว่ำบาตร อาจเป็นสาเหตุคร่าชีวิต ปธน.อิหร่าน

เผยเฮลิคอปเตอร์ที่ประธานาธิบดีอิหร่านนั่งมา เป็นเครื่องเก่ากว่า 50 ปีที่ผลิตในสหรัฐฯ ที่นิยมใช้กันตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม ขณะเดียวกันการเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกมานานกว่า 40 ปี อาจทำให้อิหร่านไม่สามารถเข้าถึงอะไหล่และเทคโนโลยีการบินใหม่ๆ

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2567 เว็บไซต์ข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า จนถึงขณะนี้ทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยถึงการสอบสวนสาเหตุที่ทำให้เฮลิคอปเตอร์ของประธานาธิบดีอับราฮิม ราอีซี พร้อมคณะเดินทางอีก 8 คน ประสบเหตุตกบริเวณภูเขาทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีและผู้ร่วมเดินทางเสียชีวิตทั้งลำ โดยอิหร่านไม่ได้ออกมาพูดถึงเรื่องสภาพอากาศที่เลวร้าย มีฝนตกและหมอกลงจัด และยังไม่ได้ออกมากล่าวโทษว่ามีใครอยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้หรือไม่

ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เครื่องบินแบบสองใบพัด “เบลล์ 212” (Bell 212) ผลิตในสหรัฐฯ คาดว่าอยู่ในลอตที่กองทัพอิหร่านจัดซื้อมาในช่วงก่อนยุคปฏิวัติอิสลาม ในปี 1979 หรือช่วงการปกครองของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งเคยมีการสั่งซื้อเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์จำนวนมากมาเสริมบารมีของกองทัพ

โดยเฮลิคอปเตอร์ที่ประสบเหตุตก เป็นเฮลิคอปเตอร์ขับไล่ รุ่น “UH-1N Twin Huey” โดยมีการนำมาดัดแปลงใหม่ เพื่อวัตถุประสงค์การใช้งานแบบ ไม่ใช้งานรบ 

แม้จะเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาว แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นว่าใช้เหมาะกับวัตถุประสงค์หรือไม่ ในขณะเดียวกันกองทัพอิหร่านมีการซ่อมแซมบำรุงรักษาเฮลิคอปเตอร์ดีหรือไม่ เพราะอิหร่านอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกมานานหลายทศวรรษ อาจบ่งชี้ว่าการบำรุงรักษาเฮลิคอปเตอร์อย่างเหมาะสม หรือการเข้าถึงอะไหล่ อุปกรณ์บำรุงรักษาต่างๆ นั้นมีความไม่แน่นอน

มาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธของสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อกองทัพอากาศอิหร่านที่ต้องใช้เครื่องบินรบเก่า เฮลิคอปเตอร์เก่าขาดการบำรุงรักษา และเสริมศักยภาพกองทัพด้วยการซื้ออาวุธและอุปกรณ์จากอดีตสหภาพโซเวียตและจีนมาใช้

อย่างไรก็ตาม กองทัพอิหร่านต้องประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์เก่า โดยในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรักระหว่างปี 1980-1988 อิหร่านต้องสูญเสียเครื่องบินและนักบินที่เก่งที่สุดไปมากอย่างมีนัยสำคัญ

เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์สมัยพระเจ้าชาห์ บางลำยังอยู่รอดและถูกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ามีจำนวนกี่ลำ ขณะที่ปีนี้ทาง Flight Global ประเมินว่า มีเฮลิคอปเตอร์ Bell 212 อย่างน้อย 2 ลำยังคงประจำการอยู่ในกองทัพตอนนี้

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า เบลล์ 212 ผลิตขึ้นเพื่อใช้บินในสภาพการบินที่มองเห็นได้ ซึ่งหมายความว่าหากสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตกหนักมีหมอกหนา หรือเป็นพื้นที่ป่าหนาทึบ เป็นเนินภูเขาสูงชันนักบินต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเองในการสังเกตภูมิประเทศจากมุมมองที่นั่งนักบินเพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทางการอิหร่านเปิดเผยว่า ขบวนเฮลิคอปเตอร์ของประธานาธิบดีราอีซีในวันนั้น ประกอบด้วยทั้งหมด 3 ลำ และอีก 2 ลำได้ลงจอดอย่างปลอดภัยแล้ว แต่ไม่ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบร้ายแรงเพียงใดจากสภาพการบินอันเลวร้าย.

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ชิง ‘ลาออก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575168

21 พ.ค. 2567

18:32 น.

เปิดเหตุผล ทำไม 'พิชิต ชื่นบาน' ชิง 'ลาออก'

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ถึงชิง ‘ลาออก’ ก่อนวันนัดพิจารณาของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ชี้ครั้งนี้เสี่ยงสูง ต่อสถานภาพ นายกฯเศรษฐา หลังกฤษฎีกาตอบข้อหารือ

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

กรณี 40สว. ยื่นคำร้อง ขอ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อวันที่ 15พ.ค.2567

สืบเนื่องจาก การแต่งตั้ง นายพิชิต  ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ นายพิชิต เคย ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่10มิ.ย.2551 กรณีพยายามนำถุงขนมใส่เงินสด2ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาคดีแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ คุณหญิงพจมาน ภรรยา (ขณะนั้น) ตกเป็นจำเลย และถูกเรียกขานกันว่า คดีถุงขนม2ล้านบาท

และยังเคยถูกสภาทนายความ ถอดชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความเป็นเวลา 5 ปี

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่า จะมีมติรับคำร้องหรือไม่ ในวันที่23พ.ค.2567

และหาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาว่า ทั้งนายกเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

อย่างไรก็ดี ในการตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี เฉพาะตามมาตรา 160(6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่1ก.ย.2566 ตอบกลับเลขาธิการคณะรัฐนตรี ถึงคุณสมบัติบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี ในมาตรา 160 (6) ระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

ขณะที่ มาตรา 160 (7)  บัญญัติชัดเจนว่า รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่สิ้นสุด หรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่ในความผิดนั้นได้กระทำโดยประมาทความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงคำสั่งให้จำคุก ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก

หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทิ้งท้ายด้วยว่า ข้อหารือนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดย่อมเป็นหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นในกรณีนี้จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

ดังนั้น กรณี การชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของ นายพิชิต ชื่นบาน ในวันที่ 21 พ.ค.2567 ก่อนการนัดพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 23 พ.ค.2567

จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อรักษาสถานภาพ นายกรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน เอาไว้

‘ราเมศ’ เผยแม้ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ลาออก ‘นายกฯ’ หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575165

21 พ.ค. 2567

18:26 น.

'ราเมศ' เผยแม้ 'พิชิต ชื่นบาน' ลาออก 'นายกฯ' หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

‘ราเมศ’ แนะ ‘นายกฯ’ ลาออกตาม ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นผู้เสนอชื่อขึ้น รมต. คือ ความผิดสำเร็จ ลุ้น 23 พ.ค. ศาลรธน.รับคำร้องหรือไม่

หลังจากที่ นายพิชิต ชื่นบาน ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี 40 สว.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ ความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้ 

ขณะที่ทางด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นที่ต้องตามต่อคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้เสนอติดตั้งนายพิเชษฐ์เป็นรัฐมนตรีหรือว่าเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต้องได้รับคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม คำร้องของ สว. กรณีนายพิชิต ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะจำหน่ายคดีหรือไม่ แต่กรณีของนายเศรษฐา ก็จะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อจากการกระทำที่สำเร็จแล้ว ซึ่งต้องย้อนกลับมาดูต้นเหตุว่า 

กรณีนายพิชิต ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 หรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริยธรรม โดยส่วนตัวเชื่อว่า การลาออกของนายพิชิตจะยังไม่จบ เพราะตัวนายกรัฐมนตรียังคงต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญอยู่

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ส่วนประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรม เป็นเรื่องที่ประชาชนยังให้ความสนใจและต้องการคำตอบในมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตจริยธรรมของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองยังคงต้องพึ่งหลักสุจริต 

ถ้านายกรัฐมนตรีจะให้จบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออก คดีอาจจะไปได้ยาก เพราะความเป็นรัฐมนตรีได้สิ้นสุด ไม่มีประเด็นให้ต้องวินิจฉัย เหตุเพราะประเด็นในการพิจารณาคดีคือความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อลาออกก่อนก็ถือว่าสิ้นสุดก็จะจำหน่ายคดี 

สุดท้ายต้องรอดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ และจะจำหน่ายคดีกรณีนายพิชิตรายเดียวหรือไม่ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจไม่สามารถก้าวล่วงได้

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575154

21 พ.ค. 2567

16:12 น.

เปิดที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ 'พิชิต ชื่นบาน'

เปิดที่มาของ ฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ จากทนายความ ที่อยู่เคียงข้าง ‘ตระกูลชินวัตร’ ถึงวันขึ้นแท่น รมต.และ วันที่ต้องโบกมือลา

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับการยื่นหนังสือ ลาออก ของ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค.2567

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ในวันที่ 23 พ.ค.2567 และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณา ก็อาจส่งผลให้ ทั้งนายเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที

แม้ว่าช่วงเช้าวันที่ 21พ.ค.2567 นายพิชิต จะยืนกรานว่าไม่ลาออกแน่นอน แต่เมื่อพิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง จึงตัดสินใจลาออกในบ่ายวันเดียวกัน

งานนี้แม้ว่า นายพิชิต ชื่นบาน จะสนิทสนมกับ ตระกูลชินวัตร มากแค่ไหนก็ต้องยอมถอย

ทำความรู้จัก นายพิชิต ชื่นบาน ใครๆก็รู้จัก ในฉายา ทนายถุงขนม

ทั้งคนวงในและวงนอก ต่างรู้ดี เขาได้รับความไว้วางใจจาก ตระกูลชินวัตร ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่

พิชิต ชื่นบาน เป็นหัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย มาตลอด ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

ส่วนที่มาฉายา ทนายถุงขนม

มาจากคดีที่ พิชิต ชื่นบาน เป็นทีมทนายความของครอบครัวชินวัตร สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า ทนายถุงขนม คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

ต่อมาในยุค รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

ด้วยความแนบแน่น และได้รับความไว้วางใจ จากบ้านใหญ่ ทำให้ พิชิต ชื่นบาน ได้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ มีชื่อ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุค นายเศรษฐา ทวีสิน 

“พิชิต” ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575152

21 พ.ค. 2567

15:43 น.

"พิชิต" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ด่วน “พิชิต ชื่นบาน” ไขก๊อกลาออก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

21 พ.ค.2567 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า “นายพิชิต ชื่นบาน” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยระบุเหตุผลไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง อันจะทำให้กระทบต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาล

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

\"พิชิต\" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ข้าพเจ้า นายพิชิต ชื่นบาน ตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันชีวิตยึดมั่นในความบริสุทธิ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย เมื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ได้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นที่สำคัญ ข้าพเจ้าเนว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่เมื่อมีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ตรวจสอบและเชื่อมั่นโดยสุจริตแล้วว่า

ข้าพเจ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการก็ตาม แต่เรื่องนี้ได้มีการพาดพิงไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีที่มีความจำเนต้องเดินหน้าด้วยความต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าจึงไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ในลักษณะยึดถือประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น โดยหนังสือฉบับนี้ให้ถือเป็นเจตนาของข้าพเจ้าที่มีต่อนายกรัฐมนตรี “ข้าพเจ้า ขอลาออกจากการ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ” เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม2567 เป็นต้นไป อนึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการลา พระเถรานุเถระ กรรมการมหาเถระสมาคม พระอาจารย์ที่เคารพนับถือ ข้าราชการ และประชาชน ที่ให้กำลังใจต่อข้าพเจ้ามาโดยตลอด นับแต่นี้ขอใช้โอกาสส่วนตัวทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาสีบต่อไปจนชีวิตข้าพเจ้าจะหาไม่

โดยในช่วงเช้า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่าจะลาออกก็ต่อเมื่อ มีการพิสูจน์แล้วว่าลาออกแล้วทุกอย่างจบ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะเอามันไม่ได้

ส่วนจะดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือ ให้พ้นจากหน้าที่ ใช่หรือไม่ ตนเคารพในดุลยพินิจศาลไม่ขอก้าวล่วง

นายพิชิต ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์คิดเองทำเองใดใดทั้งสิ้น  ในการแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรี ตนทำงานมา 6-7 เดือน ไม่เคย ประจบสอพลอ และนายเศรษฐา เป็นคนตั้งใจทำงานตรงไปตรงมา แม้ท่านจะเมตตาตั้งตนแทบตาย ถ้าตนมีปัญหาจริงก็ตั้งไม่ได้ ไม่มีใครช่วยได้ เพราะมีระบบตรวจสอบ

และก่อนหน้านี้ ตน ขอถอนตัวว่า ไม่รับตำแหน่ง เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าแต่เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วอยากใช้ตนทำงานตนก็มาทำงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องปัจจัยไม่มีเรื่องตัวเงินตั้งแต่แรก  พร้อมยกมือไหว้ ขอวิงวอนให้นายเศรษฐาได้ทำงานต่อ

นายพิชิต กล่าวว่าตนขอขอบคุณ 40 สว. และขออโหสิกรรม ตนชอบใจมาก เพราะสิ่งที่ตนโดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 51 ตนโหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต

“คำตอบของการแก้วงจรอุบาทว์ คือ ใครก็ได้คิดกันมาเลยบอกว่าถ้า พิชิต ลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พร้อมยกมือไหว้เหนือหัว ผมพูดกลางแดดต่อหน้าพระสยามเทวาธิราช ในองค์การพยพของกระบวนการยุติธรรม ว่าสิ่งที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์แบบนี้ แล้วให้พิชิตลาออก มันจบปัญหา ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้เดือนนี้เดือนไหน ผมพร้อมเลยครับ“

ทั้งนี้ ตน มั่นใจว่า หลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ มีจริง ตนไม่หวั่นไหว และคำวินิจฉัยศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่ตนเป็นคนหิ้วถุง 2,000,000 ตน จะลาออกวันนี้เลย  ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  หลายคนที่ว่ากล่าวติติงตนว่าเป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2,000,000 เป็นการพูดอย่างคนไร้สติไม่มีเหตุไม่มีผล และถามว่าในสมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีคนหมั่นไส้ตนทำไมไม่ยื่นถอดถอนตนในข้อเท็จจริงข้อนี้

ด่วน ‘พิชิต ชื่นบาน’ จ่อกลับลำ ชิง ‘ลาออก’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575144

21 พ.ค. 2567

14:28 น.

ด่วน 'พิชิต ชื่นบาน' จ่อกลับลำ ชิง 'ลาออก' รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

สะพัด ‘พิชิต ชื่นบาน’ กลับลำกะทันหัน เตรียม ‘ลาออก’ จาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากช่วงเช้ายืนยันไม่ลาออก

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

วันที่ 21พ.ค.2567 มีรายงานว่า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายวันนี้

ภายหลังถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักงานายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่า ด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้

ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิดจากนายกรัฐมนตรี 

ในอดีตเวลาจัด ครม. จะต้องมีการกรอกรับรองคุณสมบัติต้องห้าม มีสำนักเลขาธิการสำนักนายกฯ เมื่อรับเอกสารแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., กรมบังคับคดี ตรวจสอบ เมื่อดูทุกเรื่องแล้วหากมีข้อสงสัยก็จะส่งเรื่องไปถามยังกฤษฎีกา 

“จึงถามว่าจะเอาผิดนายกฯ ทำไม ขอพูดแบบไม่อาย เป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ และพิทักษ์มาหลายนายกฯ แล้ว”

นอกจากนี้ นายพิชิต ยังกล่าว ขอบคุณ 40สว. และขออโหสิกรรม ขอบใจมาก สิ่งที่โดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 2551 โหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต มั่นใจว่าหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมีจริง คำสั่งศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่เป็นคนหิ้วถุง 2 ล้านบาท จะลาออกวันนี้เลย ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

“หลายคนที่ว่ากล่าวติติงผมว่า เป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2 ล้านบาท เป็นการพูดอย่างคนไร้สติ ไม่มีเหตุผล ถามว่าในสมัยที่เป็น ส.ส. มีคนหมั่นไส้ ทำไมไม่ยื่นถอดถอน”

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า คำว่า วินัย จะเริ่มจับเมื่อรับข้าราชการ จะไม่มีการจับก่อนรับตำแหน่ง หรือ พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอพวก สว. ดูกันให้ดี เพราะคำว่า จริยธรรม ต้องมาใช้กับตนตอนนี้ คำอธิบายของกฤษฎีกาก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ยกเว้นคำสั่ง หมายความว่า ตนมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีอะไรเชื่อมโยงว่า นายกฯ เศรษฐา เป็นคนผิด