‘เพิ่มพูน’เร่งสร้างบุคลากรเจนใหม่-ปรับเนื้อหา‘ลูกเสือไทย’ทันสมัย-ปลูกฝังรักชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/805187

‘เพิ่มพูน’เร่งสร้างบุคลากรเจนใหม่-ปรับเนื้อหา‘ลูกเสือไทย’ทันสมัย-ปลูกฝังรักชาติ

‘เพิ่มพูน’เร่งสร้างบุคลากรเจนใหม่-ปรับเนื้อหา‘ลูกเสือไทย’ทันสมัย-ปลูกฝังรักชาติ

วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 11.06 น.

‘เพิ่มพูน’เร่งสร้างบุคลากรเจนใหม่-ปรับเนื้อหา‘ลูกเสือไทย’ทันสมัย-ปลูกฝังรักชาติ

17 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายให้แก่คณะอนุกรรมการ ในคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านการประชุมระบบออนไลน์

รมว.ศธ. กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคืออยากเห็นความเป็นหนึ่งเดียวของกิจการลูกเสือไทย วันนี้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เด็กไม่ค่อยอยากเรียนลูกเสือ เราก็ต้องปรับรูปแบบใหม่ให้มีความดึงดูดและน่าสนใจ ซึ่งจริง ๆ แล้ว วิชาลูกเสือนั้นเป็นสิ่งที่ดี ถ้าไม่ดีจริงคงไม่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทั่วโลกได้จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นในส่วนของเนื้อหาเราอาจจะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน เช่น การดูแลการจราจรแก้ปัญหารถติด การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ การเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น การวางแผนการเดินทางในทุกมิติ อย่างเรื่องเข็มทิศเราก็ยังคงต้องสอนอยู่แต่อาจจะเป็นระบบเข็มทิศดิจิทัล เนื่องจากบางที่อาจจะไม่มีสัญญาณในการใช้ Google map เป็นต้น

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า วันนี้จุดร่วมของเราก็มีคำปฏิญาณตนของลูกเสืออยู่แล้วที่เราจะร่วมเดินไปด้วยกันก็ จะเหลือแค่กระบวนการหรือวิธีการในการเรียนการสอนที่ต้องปรับเปลี่ยนเท่านั้นเอง ถ้าเราสามารถหาจุดร่วมที่เหมาะสมได้ ค่อย ๆ ซึมซับให้เด็กคล้อยตาม ปลูกฝังการรักชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เด็กมีจิตวิญญาณในการช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อจากหัวใจ จากความรู้สึกที่เด็กเขาอยากทำเอง

สำหรับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เน้นการสร้างความสุข ซึ่งเมื่อเกิดความรักในสิ่งที่อยากจะทำ เด็กก็จะทำด้วยความสุขเช่นกัน รวมทั้งฝากเรื่อง “สุขาดี มีความสุข” ซึ่งการเข้าค่าย ห้องน้ำต่าง ๆ อาจจะไม่ถึงกับขั้นสวยงามโอ่โถง แต่ต้องสะอาด ให้เด็กดำเนินชีวิตได้อย่างถูกสุขลักษณะ การเรียนรู้ความลำบากนั้น เราฝึกเขาได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ต้องให้เขาไปลำบากในทุกเรื่อง ขอให้เป็นไปในหลักของทางสายกลาง สิ่งสำคัญคือ อยากให้องค์ความรู้ทางการลูกเสือซึมซับอยู่ในผู้คนทุก Generation ตามบทบาทของตนเอง เช่น บางคนอยู่ Gen-B ก็ต้องถอยออกมาเป็นพี่เลี้ยงให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออกในการทำงานอยาก ร่วมกันสร้างบุคลากรทางการลูกเสือ Generation ใหม่

“ขอย้ำไว้ว่าการลูกเสือจะต้องไม่ตาย จะต้องอยู่ยืนยงตลอดไป ขณะที่แนวทางเรียนดีมีความสุขก็ต้องมีความสุขในการทำงานเช่นกัน พยายามมอบหมายกระจายงานให้ทั่วถึงกัน เพื่อลดภาระ ไม่แบกงานไว้คนเดียว ทำงานอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด สอนให้ลูกเสือช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ และสิ่งที่ลูกเสือต้องทำมากกว่าคนทั่วไปคือ ช่วยในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ซึ่งเป็นมิติที่กว้างและใหญ่กว่า ด้วยแนวทางทำดี ทำได้ ทำทันที จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาจับมือกันและพัฒนาการลูกเสือไทยให้ยิ่งใหญ่ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2786364

สายทุเรียนห้ามพลาด งาน "มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า" เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

18 พ.ค. 2567 04:45 น.

สายทุเรียนห้ามพลาด งาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน

ปาณิสรา กาญจนะจิตรา รอง ผวจ.นนทบุรี เปิดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” บุฟเฟ่ต์ทุเรียนหมอนทองลอยฟ้าและผลไม้ไทยหน้าร้อนหลากหลายชนิด จัดถึง 19 พ.ค. โดยมี ดวงตา พงษ์วิไลย์ และ พงศ์ชัย เกาะหมาก มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน วันก่อน

ถ้ากระทำอย่างซื่อตรงไม่ต้องกลัวการพิสูจน์ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… ถือว่าได้ หลบอากาศร้อน และ กระแสร้อนแรงทางการเมือง ในประเทศไทย ที่กำลังโหมกระหน่ำสารพัดเรื่อง โดยวันที่ 16–24 พ.ค. เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีภารกิจเดินทางไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี และ ญี่ปุ่น โดยวันที่ 15–16 พ.ค. ที่ผ่านมา นายกฯเศรษฐา เยือน ฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ นำ คณะนักธุรกิจไทย ร่วมงาน Thailand–France Business Forum และพบหารือ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อติดตามผลความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะใน ด้านการค้าการลงทุน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และวันที่ 17–21 พ.ค. เยือน อิตาลี อย่างเป็นทางการ โดยพบหารือกับ จอเจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย กับ อิตาลี ในโอกาสปี 2567 ครบรอบ 156 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน พร้อมขยายความร่วมมือ ด้านพลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลอดจนผลักดันประเด็นสำคัญ อาทิ การยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยใน เขตเชงเกน และ การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–สหภาพยุโรป ให้สามารถสรุปภายในปี 2568 รวมถึงประเด็นการรับ แรงงานไทย ที่เดินทางกลับจาก อิสราเอล ไปทำงานใน อิตาลี ในอนาคต พร้อมทั้งพบหารือ ภาคเอกชนรายใหญ่ ระดับโลกของ อิตาลี ด้วย
ปลายทางชีวิต – ศ.นพ.อุดม คชินทร, พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ, รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ, ดร.สมฤดี ศรีจรรยา, พัชรินทร์ วงศ์ศิริเดช และ วิฑูรย์ อารยะพิพัฒน์กุล มาร่วมในพิธีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ พล.ท.นพ.พีระพล ปกป้อง ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม วันก่อน.
  • ต่อจากนั้นในวันที่ 22–24 พ.ค. นี้ จะไปเยือน ญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ที่กรุงโตเกียว โดย นายกฯเศรษฐา จะร่วมกล่าวปาฐกถาในการประชุมครั้งนี้ ที่มีหัวข้อหลักคือ Asian Leadership in an Uncertain World โดยจะเสนอให้ เอเชีย มีความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุน เพื่อเปิดโอกาสธุรกิจ เสริมสร้างความยั่งยืนโดยเน้นเศรษฐกิจ และ พลังงานสีเขียว การร่วมมือเพื่อเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล และการปรับกระบวนทัศน์ของระบบพหุภาคีใหม่เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของเอเชีย ก้าวข้ามสถานการณ์โลกที่ผันผวนท้าทาย…ต้องรอฟัง นายกฯเศรษฐา จะโชว์วิสัยทัศน์ได้โดดเด่น เข้าตานานาชาติขนาดไหน
การเงิน – ดร.ภากร ปีตธวัชชัย เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 24 MONEY EXPO 2024 BANGKOK ให้ สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ โดยมี ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส, เอนก อยู่ยืน, วสุมดี วสีนนท์ และ สาระ ลํ่าซำ มาร่วมงานด้วย ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
  • ผ่างๆ… หลังจาก โชว์กินข้าวเก่า 10 ปี ใน โครงการรับจำนำ สมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเตรียมจัดประมูลขายข้าวเก่าในโกดัง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอื้ออึงและเรียกร้องให้มีการ ตรวจสอบคุณภาพข้าว เพื่อความปลอดภัยของ ผู้บริโภค ล่าสุด ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ออกมาระบุถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพข้าว ว่าเรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วในขั้นต้นก่อนนำข้าวมาประมูล ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อยากให้คนที่วิจารณ์อยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่นั่งคิดเองแล้วนำมาพูด ข้าวถือเป็นสินทรัพย์ของประเทศไทย การที่มาด้อยค่าโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงเท่ากับ ทำลายเศรษฐกิจ และ ความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทย ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบโปร่งใสที่สุด ไม่ได้ไปย้อมแมวขาย เราขายข้าวในโรงสีให้ได้ราคาดี ให้เกษตรกรมีรายได้ ให้รัฐบาลมีเงินเข้าคลังไม่ดีหรือ คนที่ออกมาพูดก็ไม่มีความรู้เท่ากับให้ข้อมูลเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ แต่คิดว่าเจตนาของพวกเขาคงไม่มีอะไรจึงยังไม่ฟ้องร้อง แต่หากยังไม่หยุดทำเช่นนี้ คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องไปจัดการให้เหมาะสม ยืนยันว่าไปตรวจข้าวตามสภาพ และไม่คิดฟอกข้าวเน่าข้าวเสีย หากเป็นข้าวดีก็ขายราคาดี แต่ถ้าข้าวเน่าจริงก็ต้องขายกันตามสภาพ ไม่มีอะไรต้องปิดบัง เบื้องต้นที่ทดลองกินก็เป็นข้าวที่ผู้ส่งออกและเจ้าของโรงสีบอกว่าสามารถนำมารับประทานและนำไปขัดสีได้ โดย สารอลูมิเนียมฟอสไฟด์ ที่มีไว้สำหรับรมข้าว ไม่ใช่สารที่คนวิจารณ์นำมาพูดกันเลอะเทอะ ไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายมนุษย์ และจะหลุดออกไปในระหว่างกระบวนการการสีข้าว
ไม่ทอดทิ้ง – ภาคิน ภู่ประเสริฐ และ รัชนี แสนศิลป์ชัย เปิดโครงการช่วยเหลือพนักงานโรงพยาบาลพระรามเก้าที่มีปัญหาด้านการเงิน ผ่านสินเชื่อสวัสดิการ Rabbit Cash Sustainability โดยมี สุรพงษ์ เลาหะอัญญา และ เนลสัน เหลียง มาร่วมงานด้วย ที่อาคารยูนิคอน วันก่อน.
  • ยืนยันไม่ได้ปกป้องข้าวเน่า หากข้าวเน่าก็จะขายตามราคาข้าวเน่า แต่ตนเองไปกินแล้วมันดี ถ้าข้าวที่ตนเองกินสามารถนำไปขายได้ในราคา 18-20 บาท ไม่ใช่ขายในราคา 5 บาทแบบที่เคยขาย โดยให้ กรมการคลังสินค้า เตรียมการเปิดประมูลแล้ว แต่ถ้าไม่มีคนประมูลก็ค่อยมาว่ากัน ทั้งนี้จะทำหนังสือถึง สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ให้ตรวจสอบข้าว 10 ปี ในโกดัง องค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ ในเร็วๆนี้ แน่นอน ข้าวเก่าเก็บมา 10 ปี สมควรต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ทั้ง คุณภาพ และ สารอันตราย รวมทั้ง เชื้อรา ก่อนประมูลขาย เพื่อไม่ให้เกิด อันตราย แก่ผู้บริโภคทั้ง คนไทย หรือ ต่างชาติ ฉะนั้น ควรตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยดีที่สุด
เวลคัม – ทนง ลี้อิสสระนุกูล จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เคนจิโร มิวะ และ ชิเกกิ ยามาดะ ในโอกาสมาเยือนประเทศไทย โดยมี พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล, พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ และ คณิน เหล่าจินดา มาร่วมงานด้วย ที่ห้องเลอ นอร์มังดี บาย อลัง รูซ์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • อืม…เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการประชุมปรึกษาคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบ พรรคก้าวไกล กรณีมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครอง โดย ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาคำร้องของทาง พรรคก้าวไกล ที่ขอ ขยายระยะเวลา ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 3 เป็นครั้งสุดท้าย ออกไปอีก 15 วัน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม โดย ศาล มีคำสั่ง อนุญาตให้ขยายระยะเวลาตามขอ โดยจะครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 2 มิ.ย.2567 เมื่อใช้แท็กติกขอขยายเวลาครบตามเกณฑ์แล้ว แฟนคลับด้อมส้ม ก็คงต้องรอลุ้น คำตอบสุดท้ายจะโดนยุบตามคาดหรือไม่ จบข่าว
ตามไปซื้อ – ปาร์ค ยงมิน ทูตสาธารณรัฐเกาหลี เปิดงาน “Korea Fair : เทศกาลสินค้าจากแดนกิมจิ” นำสินค้าคุณภาพดีมาจัดโปรโมชันลดสูงสุด 50% จัดถึง 2 มิ.ย. โดยมี อัศวิน เตชะเจริญวิกุล, อรนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ และ สุรีย์ ชูรัฐเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี สะพานควาย วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป

    ฉลองมงคลสมรส ศิริกุล เรืองวัฒนไพศาล กับ วิทู งามปัญญา ที่ห้องอัศวินแกรนด์ เอ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 18 พ.ค. 12.00 น.

    ศพ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ตั้งสวดศาลา 100 ปี วัดเบญจมบพิตรฯ 18.30 น. ถึง 21 พ.ค. พระราชทานเพลิง 23 พ.ค.17.00 น. วัดมกุฏกษัตริยาราม

    ฌาปนกิจศพ อัญจนา โตพิบูล มารดา ศุภชัย โตพิบูล วัดธาตุทอง 18 พ.ค.18.00 น.

    ศพ เนติพร (บุ้ง) เสน่ห์สังคม ตั้งสวดศาลา 8 วัดสุทธาโภชน์ ลาดกระบัง กทม. 19.00 น. ถึง 18 พ.ค. ฌาปนกิจ 19 พ.ค. 16.00 น.
ใช้ดีจริง – ราวี บอร์เดีย จัดงาน “ลิสเตอรีน แล็บส์” เพื่อแสดงประสิทธิภาพน้ำยาบ้วนปาก ลิสเตอรีน® ได้รับการพิสูจน์ว่าเห็นผลได้จริง พร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทย โดยมี ชวีนา จิตรสมบูรณ์ และ วีรญา แก้ววิลัย มาร่วมงานด้วย ที่โรงงานผลิตลิสเตอรีน วันก่อน.


ธนูเทพ

เจ้าชายแฮร์รี่ เสียพระทัยหนัก คิงชาร์ลส์ไม่ให้เข้าเฝ้าฯ ขณะมาลอนดอน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786492

เจ้าชายแฮร์รี่ เสียพระทัยหนัก คิงชาร์ลส์ไม่ให้เข้าเฝ้าฯ ขณะมาลอนดอน

17 พ.ค. 2567 19:48 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ เสียพระทัยหนัก คิงชาร์ลส์ไม่ให้เข้าเฝ้าฯ ขณะมาลอนดอน

เจ้าชายแฮร์รี่ เจ็บปวดเสียพระทัยเป็นพิเศษ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ประทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ ขณะมาลอนดอน และทุกๆ คนรู้เหตุผลที่แท้จริง

ผู้เชี่ยวชาญด้านราชวงศ์อังกฤษ ‘ทอม ควินน์’ กล่าวกับมิร์เรอร์ สื่อแนวสีสันในอังกฤษ แสดงความเห็นว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ คงเจ็บปวดรวดร้าวเสียพระทัยเป็นพิเศษ เมื่อถูกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงปฏิเสธที่จะพบกับพระองค์ ซึ่งเดินทางจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ มายังกรุงลอนดอน ในโอกาสมีการจัดงานพิธีครบรอบ 10 ปี อินวิคตัส เกมส์ ซึ่งเจ้าชายแฮร์รี่เป็นคนก่อตั้ง

ทอม ควินน์ ผู้เชี่ยวชาญและนักเขียนเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษ มีความเห็นว่า การที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ปฏิเสธที่จะให้เจ้าชายแฮร์รี่ พระราชโอรสองค์เล็ก เข้าเฝ้าฯ คงเป็นความเจ็บปวดที่พัดกระหน่ำใส่เจ้าชายแฮร์รี่ เมื่อไม่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เหมือนกับที่พระองค์อาจมีความคาดหวังจากพระราชบิดา

เจ้าชายแฮร์รี่เสด็จในพิธีขอบคุณพระเจ้า เนื่องในวาระ 10 ปี อินวิคตัส เกมส์ ที่มหาวิหารเซนต์พอล ในกรุงลอนดอน เมื่อ 6 พ.ค.2567

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าชายแฮร์รี่คงจะมีการคาดการณ์และหวังว่าพระองค์จะได้มีการพบกับกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ในฐานะ ‘พ่อกับลูก’ ในโอกาสที่ได้มาอังกฤษคราวนี้ หลังจาก 3 เดือนก่อน เจ้าชายแฮร์รี่ได้รีบเสด็จจากสหรัฐฯ มาเยี่ยมพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทันที หลังได้รับทราบข่าวจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ในกรุงลอนดอน ที่ออกแถลงการณ์ว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง

ทอม ควินน์ แสดงความเห็นว่า เจ้าชายแฮร์รี่ทรงพบกับความผิดหวัง และในความเคลื่อนไหวของพระองค์นั้น ได้ทรงมอบหมายให้ทีมเจ้าหน้าที่ดับข่าวลือต่างๆ ออกแถลงการณ์ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชกรณียกิจ ‘ยุ่งมาก’ จนไม่สามารถมีเวลาพบกับเจ้าชายแฮร์รี่

อย่างไรก็ตาม ทอม ควินน์ กล่าวกับมิร์เรอร์ว่า เจ้าชายแฮร์รี่ช็อก ตกใจอย่างมากต่อการปฏิเสธของพระราชบิดา ที่ไม่ประทานพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ แม้แต่สักช่วงเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิเสธของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่ไม่ขอพบกับเจ้าชายแฮร์รี่นั้น เป็นการปฏิเสธที่สร้างความเจ็บปวดเป็นพิเศษ เพราะสาธารณชนได้รับรู้ด้วย และถึงแม้เจ้าชายแฮร์รี่อาจจะออกแถลงการณ์ว่าเข้าใจดีว่าทำไมพระราชบิดาไม่มีเวลาให้พระองค์ได้เข้าเฝ้าฯ แต่ทุกๆ คนย่อมรู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพราะพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชกรณียกิจที่ยุ่งมาก 

อ่านข่าวราชวงศ์อังกฤษ : ที่นี่

ที่มา : mirror

กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าไปโตเกียว ขอความช่วยเหลือ รบ.ญี่ปุ่น กดดัน รบ.ทหาร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786449

กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าไปโตเกียว ขอความช่วยเหลือ รบ.ญี่ปุ่น กดดัน รบ.ทหาร

17 พ.ค. 2567 18:38 น.

กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าไปโตเกียว ขอความช่วยเหลือ รบ.ญี่ปุ่น กดดัน รบ.ทหาร

แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มในพม่าไปกรุงโตเกียว หารือกับ รมช.ต่างประเทศญี่ปุ่น หวังให้รัฐบาลนายกฯ คิชิดะ ให้การสนับสนุน ช่วยกดดันรัฐบาลทหาร มิน อ่อง หล่าย

เว็บไซต์ อิรวดี สื่อภาษาอังกฤษในประเทศเมียนมา หรือพม่า รายงาน นายพะโด ซอ เคว ทู วิน ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Unon) หรือกะเหรี่ยง KNU เผยกับ เจแปน ไทม์ สื่อในญี่ปุ่น ระหว่างเดินทางมายังกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ตั้งแต่ 10 พ.ค. 2567 เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะแห่งญี่ปุ่นให้ช่วยเหลือ ว่า ขณะนี้ กองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา หรือพม่า กำลังอ่อนแอลงอย่างชัดเจน 

นายพะโด ซอ เคว ทู วิน และ คู อู เหร่ ประธานพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (KNPP) ได้เดินทางมายังกรุงโตเกียว เพื่อเข้าพบหารือกับนายมาซาฮิโระ โคมูระ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น รวมทั้งอยากให้ช่วยกดดันรัฐบาลทหารพม่าภายใต้การนำของของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย หลังก่อรัฐประหารยึดอำนาจมานานกว่า 3 ปีแล้ว

การเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นของเหล่าแกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าหลายกลุ่ม เกิดขึ้นขณะนานาประเทศมีความสงสัยเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับศักยภาพของรัฐบาลทหารพม่าในการจะยังคงรักษาอำนาจในการปกครองประเทศไว้ได้

อิรวดีชี้ว่า รัฐบาลทหารพม่าได้ทำสงครามกลางเมืองกับประชาชนในชาติตนเองมาตั้งแต่ก่อรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือน เมื่อ 1 ก.พ. 2564 และเมื่อเวลาผ่านมากว่า 3 ปี รัฐบาลทหารพม่ากำลังต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายต่อต้านในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ และกองกำลังประชาชน (PDF) ปีกฝ่ายอาวุธของรัฐบาลเงาหรือรัฐบาลคู่ขนาน ‘เอกภาพแห่งชาติ’ (NUG) ได้บุกโจมตีฐานที่มั่นและค่ายทหาร จนสามารถยึดได้เกือบทั่วประเทศ ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา irrawaddy

รบ.ไทยเรียกร้องฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด หลังคนไทยดับเพิ่ม 2 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786331

รบ.ไทยเรียกร้องฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด หลังคนไทยดับเพิ่ม 2 ราย

17 พ.ค. 2567 13:00 น.

รบ.ไทยเรียกร้องฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด หลังคนไทยดับเพิ่ม 2 ราย

กระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกแถลงการณ์ยืนยันมีคนไทยที่อยู่ในการควบคุมตัวของกลุ่มฮามาส เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ระบุรัฐบาลไทยเสียใจสุดซึ้ง เรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด รวมทั้งตัวประกันไทยอีก 6 คน 

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2567 กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ของอิสราเอลว่า คณะกรรมการด้านการประเมินสถานภาพตัวประกันของรัฐบาลอิสราเอล ได้พิจารณาหลักฐานแวดล้อมที่เชื่อถือได้ และได้แจ้งมาว่า ตัวประกันคนไทย 2 ราย จากจำนวนที่ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว 8 ราย ได้เสียชีวิตแล้ว ประกอบด้วย นายสนธยา อัครศรี และนายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ โดยคาดว่าเป็นการเสียชีวิต ตั้งแต่ช่วงต้นของเหตุการณ์เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว

แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศระบุว่า รัฐบาลไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานงานในการให้ความช่วยเหลือครอบครัวในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า รัฐบาลไทยขอย้ำการเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมดโดยเร็วที่สุด รวมถึงตัวประกันคนไทยอีก 6 คน ให้กลับคืนสู่มาตุภูมิโดยปลอดภัย รวมถึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างสูงสุดเพื่อบรรลุการเจรจา และนำไปสู่การแก้ไขวิกฤติด้านมนุษยธรรมในกาซาโดยทันที

โดยข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศ อย่างซีเอ็นเอ็น และรอยเตอร์ส ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้มีข้อพิพาทโดยตรงกับคู่ขัดเเย้งในสงครามครั้งนี้ แต่ได้รับความสูญเสียสูงสุดลำดับต้นๆ โดยจนถึงตอนนี้มีจำนวนผู้เสียชีวิตชาวไทยรวมทั้งหมด 41 รายแล้ว ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางการไทยสามารถเจรจากับกลุ่มฮามาส รวมทั้งประสานงานกับประเทศต่างๆ จนทำให้ตัวประกันไทยได้รับอิสรภาพแล้วอย่างน้อย 23 ราย

ทั้งนี้ สงครามระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในฉนวนกาซา เริ่มต้นจากการที่กลุ่มฮามาสโจมตีในดินแดนอิสราเอลแบบไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 ศพ กลุ่มนักรบฮามาสจับตัวประกันทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติไปประมาณ 250 ราย

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขกาซาระบุว่า การโจมตีโต้กลับของอิสราเอลในกาซาก็ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์สังเวยชีวิตแล้วกว่า 35,100 ศพ ในจำนวนนี้รวมไปถึงนักรบฮามาสและพลเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก.

พายุรุนแรงถล่มเมืองฮิวสตัน ดับ 4 ราย เกือบล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786369

พายุรุนแรงถล่มเมืองฮิวสตัน ดับ 4 ราย เกือบล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ (คลิป)

17 พ.ค. 2567 12:44 น.

พายุรุนแรงถล่มเมืองฮิวสตัน ดับ 4 ราย เกือบล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ (คลิป)

เกิดเหตุลมพายรุนแรงพัดถล่มพื้นที่เมืองฮิวสตัน ในรัฐเท็กซัส สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง กระจกบนตึกสูงแตกกระจาย ระบบไฟฟ้าขัดข้อง กระทบประชาชนเกือบ 1 ล้านคน

พายุรุนแรงพัดถล่มเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ ในจำนวนนี้ 2 รายถูกต้นไม้ล้มทับ และอีก 1 รายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครน ส่วนอีกรายยังไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่ประชาชนเกือบ 1 ล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ และมีเศษซากข้าวของถูกลมหอบพัดปลิวกระจายไปทั่วท้องถนน นอกจากนี้กระจกบนอาคารสูงหลายแห่งถูกกระแสลมแรงพัดจนกระจกแตก เศษกระจกกระจายเกลื่อนพื้นถนนเบื้องล่าง

ดูคลิป ที่นี่

ด้านนายจอห์น วิทไมร์ กล่าวในการแถลงข่าวว่า เมืองฮิวสตันต้องเผชิญกับพายุที่มีความเร็วลมราว 80, 90 และ 100 ไมล์ต่อชั่วโมง โดยยังมีรายงานการเกิดพายุหมุนร่วมกับลมแรงด้วย พร้อมทั้งยังแจ้งเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ภายในที่พักอาศัยและอย่าออกมาอยู่ตามท้องถนนโดยไม่จำเป็น เพื่อความปลอดภัย และเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ในการเข้าเคลียร์เส้นทางต่างๆ พร้อมทั้งประกาศให้โรงเรียนทุกแห่งปิดทำการไปจนถึงวันศุกร์ โดยขณะนี้สภาพของย่านดาวน์ทาวน์ของฮิวสตันเต็มไปด้วยเศษซากความเสียหาย ต้นไม้ล้มขวางทาง รวมทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น ขณะที่ระบบไฟจราจรในเมืองก็ไม่สามารถใช้การได้ ขณะเดียวกันพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัสยังคงมีประกาศเตือนภัยน้ำท่วมไปจนถึงวันศุกร์นี้.

ที่มา : NBCnews

อิสราเอล เชื่อ ฮามาสนำศพ 2 คนไทยกลับไปกาซา หลังบุกสังหารหมู่ในนิคมเกษตร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786393

อิสราเอล เชื่อ ฮามาสนำศพ 2 คนไทยกลับไปกาซา หลังบุกสังหารหมู่ในนิคมเกษตร

17 พ.ค. 2567 15:06 น.

อิสราเอล เชื่อ ฮามาสนำศพ 2 คนไทยกลับไปกาซา หลังบุกสังหารหมู่ในนิคมเกษตร

โฆษกกองทัพอิสราเอลแถลง เชื่อ กลุ่มฮามาสนำศพ 2 คนไทยกลับไปฉนวนกาซา หลังบุกสังหารหมู่ในนิคมเกษตร ห่างจากชายแดนกาซาราว 4 กม. ทำให้ขณะนี้เหลือตัวประกันคนไทยในอุ้งมือของฮามาสอีก 6 คน

เว็บไซต์ Times of Israel (ไทม์ ออฟ อิสราเอล) รายงานว่า พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือ กองทัพอิสราเอล แถลงข่าวเมื่อเย็นวันพฤหัสฯ ที่ 16 พ.ค. 2567 กรณีมีการยืนยัน ตัวประกันชาวไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศพ คือ นายสนธยา อัครศรี และ นายสุทธิศักดิ์ รินทลักษ์ โดยคาดว่าเป็นการเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงต้นของเหตุการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ว่า คนงานไทยสองคนทำงานอยู่ที่คิบบุตซ์ หรือนิคมเกษตร ‘เบเอรี’ (Be’eri) บริเวณชายแดนของอิสราเอล ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนฉนวนกาซาประมาณ 4 กิโลเมตร

พลเรือตรีฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล ระบุ เชื่อว่าคนไทยทั้งสองคนได้ถูกฆ่าตายระหว่างที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีและก่อเหตุสังหารหมู่ในอิสราเอล เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 จากนั้นกลุ่มฮามาสได้นำศพของคนไทยทั้งสองไปยังฉนวนกาซาด้วย

พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF)

พลเรือตรีฮาการี กล่าวว่า การโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปีที่ผ่านมานั้น กลุ่มก่อการร้ายฮามาสได้ฆ่าคนงานไทยอย่างเหี้ยมโหด 39 ศพ และลักพาตัวประกันคนไทยไปยังฉนวนกาซา 31 คน ซึ่งนอกจากคนไทยเหล่านี้ ยังมีชาวต่างชาติคนอื่นๆ ถูกลักพาตัวไปด้วย รวมทั้งชาวแทนซาเนีย เนปาล เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส

ก่อนหน้านี้ เชื่อว่ามีคนไทย 8 คน รวมทั้งคนไทยสองคนนี้ ยังคงถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน หลังจากกลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกันชาวไทยแล้ว 23 คน ในระหว่างการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง และปล่อยตัวประกันเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 นอกจากนั้น ยังมีตัวประกันชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ถูกปล่อยตัวในคราวนั้นด้วย รวมทั้งพลเรือนชาวอิสราเอล 81 คน

สภาพความเสียหายที่นิคมเกษตรเบเอรี หลังถูกกลุ่มฮามาสบุกโจมตี เมื่อ 7 ต.ค.2566 โดยกองทัพอิสราเอลแถลงยืนยันเมื่อ 16 พ.ค. 2567 พบคนไทยซึ่งทำงานอยู่ที่นิคมแห่งนี้ เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย

มีรายงานว่า มีคนไทยเดินทางมาทำงานในอิสราเอลประมาณ 30,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในภาคการเกษตร ก่อนที่กลุ่มฮามาสจะก่อเหตุบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 และได้สังหารหมู่ ฆ่าผู้คนในอิสราเอลไปราว 1,200 ศพ และได้ลักพาตัวไปเป็นตัวประกันกลับไปยังกาซา 252 คน 

ด้านองค์กร ‘สายด่วนเพื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ’ (Hotline for Refugees and Migrants) ได้แจ้งผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ‘X’ หรือทวิตเตอร์เดิมว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังเป็นวันครบวันเกิดปีที่ 31 ของ นานสนธยา อัครศรี ด้วย ‘วันนี้ พวกเราได้ฉลองวันเกิดของ อัครศรี อายุ 31 ปี โดยที่พวกเราไม่รู้ว่า เขาไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป’

พร้อมกันนั้น Hotline for Refugees and Migrants ยังระบุว่า นอกเหนือจากคนไทยทั้งสองคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันนั้น ขณะนี้ ยังมีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันอีก 6 คน และมีนักศึกษาเกษตรชาวเนปาลคนหนึ่ง รวมทั้งพลเรือนชาวแทนซาเนียที่ยังตกอยู่ในอุ้งมือของกลุ่มก่อการร้ายฮามาส 

ที่มา : timesofisrael

ทีมแพทย์เผยอาการ นายกฯ สโลวาเกีย ‘คงที่’ แต่สาหัสมาก หลังโดนจ่อยิงหลายนัด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786209

ทีมแพทย์เผยอาการ นายกฯ สโลวาเกีย ‘คงที่’ แต่สาหัสมาก หลังโดนจ่อยิงหลายนัด

17 พ.ค. 2567 12:23 น.

ทีมแพทย์เผยอาการ นายกฯ สโลวาเกีย ‘คงที่’ แต่สาหัสมาก หลังโดนจ่อยิงหลายนัด

คณะแพทย์ที่โรงพยาบาลในสโลวาเกีย เผยอาการของ ‘โรเบิร์ต ฟิโก’ นายกฯ สโลวาเกีย คงที่ แต่สาหัสมากจริงๆ หลังโดนมือปืนจ่อยิงหลายนัดระยะประชิด แพทย์ต้องใช้เวลาผ่าตัดถึง 5 ชั่วโมง

ความคืบหน้ากรณีนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก แห่งสโลวาเกีย ถูกมือปืนยิงในระยะประชิด ขณะพบปะประชาชนที่บริเวณด้านอาคารศูนย์วัฒนธรรม หลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่เมืองแฮนด์โลวา ทางตอนกลางของประเทศเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น

คณะแพทย์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย F. D. Roosevelt (เอฟ.ดี. รูสเวลต์) ในเมืองบรานกา บิสทริสซา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีการส่งตัวนายกรัฐมนตรีฟิโกมารักษาที่นี่ ได้แถลงถึงอาการบาดเจ็บของนายกรัฐมนตรีฟิโก วัย 59 ปี ว่า ขณะนี้อาการ ‘คงที่’ แต่ยังวิกฤติมากอย่างแท้จริง เนื่องจากเขาถูกยิงหลายนัด และแพทย์ต้องใช้เวลาผ่าตัดถึง 5 ชั่วโมง

นายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต ฟิโก แห่งสโลวาเกีย

ดร.มีเรียม ลาปูนิโควา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอฟ.ดี. รูสเวลต์ กล่าวในระหว่างแถลงข่าวว่า อาการของนายฟิโกสาหัสมากจริงๆ

ก่อนหน้านี้ นายโทมัส ทาราบา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สิ่งแวดล้อมของสโลวาเกีย เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์บีบีซีว่า อาการบาดเจ็บของนายฟิโกดีขึ้น และเขาคาดว่านายกรัฐมนตรีจะต้องรอดชีวิต

ด้านมือปืนก่อเหตุจ่อยิงนายกรัฐมนตรีฟิโก ในระยะประชิด ถูกตำรวจหลายนายช่วยกันจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ และขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแถลงรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับชายคนร้าย รวมทั้งแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยเบื้องต้นสื่อต่างประเทศรายงานเพียงว่า มือปืน เป็นคนสูงอายุ วัย 71 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC

เผยผลชันสูตร วัยรุ่นสหรัฐฯ ตายเพราะหัวใจหยุดเต้น หลังร่วมชาเลนจ์กินขนมกรอบพริกโคตรเผ็ด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786359

เผยผลชันสูตร วัยรุ่นสหรัฐฯ ตายเพราะหัวใจหยุดเต้น หลังร่วมชาเลนจ์กินขนมกรอบพริกโคตรเผ็ด

17 พ.ค. 2567 11:49 น.

เผยผลชันสูตร วัยรุ่นสหรัฐฯ ตายเพราะหัวใจหยุดเต้น หลังร่วมชาเลนจ์กินขนมกรอบพริกโคตรเผ็ด

ผลชันสูตรศพออกแล้ว วัยรุ่นอเมริกัน 14 ปี เสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้น หลังเข้าร่วม “One Chip Challenge” กินแผ่นตอร์ติญารสพริกโคตรเผ็ด

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2567 สำนักข่าว CNN รายงานว่า สำนักงานตรวจสอบทางการแพทย์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานผลการชันสูตรศพ แฮร์ริส โวโลบาห์ วัยรุ่นชายอายุ 14 ปี ที่เสียชีวิตหลังจากเข้าร่วมชาเลนจ์ในโลกออนไลน์ “กินแผ่นตอร์ติญารสเผ็ด 1 แผ่น” (One Chip Challenge) โดยระบุว่า เขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น หลังกินสารสกัดพริกในปริมาณมาก ขณะเดียวกันรายงานยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด

โดย แฮร์ริส เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กันยายน ปีที่แล้ว หลังจากกินแผ่นตอร์ติญารสเผ็ดยี่ห้อ “ปากี้” (Paqui) ที่มี  “ความเข้มข้นของแคปไซซินสูง” จากพริกแคโรไลนา รีพเปอร์ และนากา ไวเปอร์ ซึ่งเป็นพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก โดยแคปไซซิน (Capsaicin) เป็นสารเคมีรสเผ็ดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพริก

ก่อนหน้านี้ ทางผู้ผลิตได้ออกมายืนยันว่าผลิตภัณฑ์นี้ซึ่งบรรจุในกล่องรูปโลงศพ ติดฉลากชัดเจนและโดดเด่น เน้นว่าไม่เหมาะสำหรับเด็ก หรือใครก็ตามที่ไวต่ออาหารรสเผ็ด หรือมีภาวะสุขภาพผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ทางผู้ผลิตได้ออกมาระบุว่า ได้สั่งเก็บสินค้าออกจากชั้นวาง พร้อมรับคืนสินค้าที่ผลิตในปี 2566 และยังไม่ได้รับประทาน.

ภาพจาก : GoFundMe

น้องสาว คิม จอง อึน ยืนยัน เกาหลีเหนือไม่ได้ส่งออกอาวุธให้รัสเซีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2786339

น้องสาว คิม จอง อึน ยืนยัน เกาหลีเหนือไม่ได้ส่งออกอาวุธให้รัสเซีย

17 พ.ค. 2567 10:49 น.

น้องสาว คิม จอง อึน ยืนยัน เกาหลีเหนือไม่ได้ส่งออกอาวุธให้รัสเซีย

น้องสาวคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาที่นานาชาติระบุว่าเกาหลีเหนือมีการส่งออกอาวุธไปยังรัสเซีย พร้อมประณามว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

‘คิม โย จอง’ น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาจากหลายชาติโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ที่ระบุว่า เกาหลีเหนือมีการส่งออกอาวุธให้แก่รัสเซีย ทั้งๆ ที่เกาหลีเหนือและรัสเซียต่างก็ถูกคว่ำบาตรการเคลื่อนย้ายอาวุธโดยองค์การสหประชาชาติ

ด้านนักวิเคราะห์ได้เตือนว่าการทดสอบและการผลิตปืนใหญ่และขีปนาวุธร่อนโดยเกาหลีเหนืออาจเป็นการเตรียมการขนส่งไปยังรัสเซียเพื่อนำใช้ในยูเครน

โดยเกาหลีใต้ยืนยันเมื่อเดือนมีนาคมว่า เกาหลีเหนือได้ส่งอาวุธประมาณ 7,000 ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังรัสเซียเพื่อนำไปใช้ทำสงครามกับยูเครน ซึ่งเกาหลีใต้เชื่อว่าเริ่มมีการขนอาวุธให้รัสเซียตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ระบุว่า เกาหลีเหนือก็ได้ขอความช่วยเหลือด้านการทหารอื่นๆ จากรัสเซียเป็นการตอบแทน อย่างเทคโนโลยีดาวเทียม และการอัปเกรดยุทโธปกรณ์ทางทหารในยุคโซเวียต

อย่างไรก็ตาม คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือไม่ได้มีเจตนาที่จะส่งออกอาวุธไปยังประเทศอื่นๆ แต่อย่างใด พร้อมกล่าวว่านี่เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ พร้อมทั้งยังประณามเกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกาที่พยายามจะบิดเบือน และสร้างข่าวลือที่ผิดๆ ให้สาธารณชนเข้าใจว่าเกาหลีเหนือจะส่งออกอาวุธให้รัสเซีย ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดของเกาหลีเหนือก็คือการเตรียมพร้อมรับมือกับสงคราม และเพิ่มศักยภาพของกองทัพของเกาหลีเหนือให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ

เมื่อเร็วๆ นี้ เกาหลีเหนือได้กระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับมอสโก และยังได้ขอบคุณรัสเซียที่ใช้สิทธิวีโต้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพื่อขัดขวางการต่ออายุคณะผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามการคว่ำบาตรระหว่างประเทศของเกาหลีเหนือ.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ