‘BEST Thailand’เดินหน้าลงนาม MOU ‘มศว’ ผ่านความร่วมมือสหกิจศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้-ทักษะวิชาชีพ ตอบตลาดงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802560

'BEST Thailand'เดินหน้าลงนาม MOU 'มศว' ผ่านความร่วมมือสหกิจศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้-ทักษะวิชาชีพ ตอบตลาดงาน

‘BEST Thailand’เดินหน้าลงนาม MOU ‘มศว’ ผ่านความร่วมมือสหกิจศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้-ทักษะวิชาชีพ ตอบตลาดงาน

วันศุกร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 12.06 น.

BEST Thailand เดินหน้าลงนาม MOU “มศว” ผ่านความร่วมมือสหกิจศึกษา แลกเปลี่ยนความรู้-ทักษะวิชาชีพ ตอบตลาดงาน

เบสท์ ประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมทักษะในการปฏิบัติงานจริงให้แก่นิสิตตามโครงการสหกิจศึกษา ในปี 2567 นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตสามารถพัฒนาทักษะในสายงานวิชาชีพจริง สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

นอกจากนี้ เบสท์ ประเทศไทย ในฐานะผู้ให้บริการธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ชั้นนำของไทย ยังพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจในการส่งต่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ กับมศว ในฐานะสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย และเดินหน้าความร่วมมืออื่นๆที่เกี่ยวข้องในอนาคตต่อไป

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2782862

ชวนเดินเที่ยว "บุญมาร์เก็ต" งานออกร้านจำหน่ายสินค้า เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี

4 พ.ค. 2567 04:50 น.

ชวนเดินเที่ยว “บุญมาร์เก็ต” งานออกร้านจำหน่ายสินค้า เพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ จัด “บุญมาร์เก็ต” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกเพื่อหารายได้สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี จัดถึง 7 พ.ค. โดยมี อรุโณชา ภาณุพันธุ์, ปัญญาภรณ์ วีระปกรณ์พงษ์ และ ปภาวดี ชาญสมอน มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต วันก่อน.

การทำความดีไม่จำเป็นต้องหวังผลตอบแทน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม 2567

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… วันนี้ 4 พ.ค. วันฉัตรมงคล เป็นวันมหามงคล เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองสิริราชสมบัติ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พสกนิกรชาวไทยทั่วหล้ารวมใจถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
  • และเนื่องใน วันฉัตรมงคล 4 พ.ค.นี้ รัฐบาล ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 19.00 น. โดยได้เชิญคณะองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี องค์กรตามรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ (ระดับพลเอกขึ้นไป) ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการการเมืองในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เอกอัครราชทูต กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศต่างๆประจำประเทศไทย องค์การระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย และประธานสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย พร้อมคู่สมรส เข้าร่วมในงานสโมสรสันนิบาต โดยมีการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย พร้อมเชิญชวนพสกนิกรร่วมถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียง…โปรดรับทราบโดยทั่วกัน
จากสเปน – เฟลิเป้ เด ลา โมเรน่า กาซาโด้ ทูตสเปน เปิดงาน “Discover the Spanish Fiesta” เทศกาลรวบรวมสินค้าอาหาร วัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมจากสเปน จัดถึง 14 พ.ค. โดยมี สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์ และ แอนโทนี โฮคลันด์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ฮัดชิ้ว…ควันหลงจากการ ปรับ ครม. กรณี พิชิต ชื่นบาน ได้รับตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสม…วันก่อน เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมกับ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และ กองทัพธรรม นำโดย พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธาน ศปปส. ได้เข้ายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ รมต.พิชิต ชื่นบาน…ทั้งนี้ พิชิต ไชยมงคล ระบุว่า รมต.พิชิต เคยต้องคำพิพากษา ศาลฎีกา เมื่อปี 2551 จำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญาใน คดีถุงขนม 2 ล้านบาท และถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความจึงเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160(5) ที่กำหนดว่า ต้องไม่ประพฤติผิดในจริยธรรมอย่างร้ายแรง อีกทั้งก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาของ ศาลฎีกา วางบรรทัดฐานไว้ว่ากรณีการประพฤติผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้นับย้อนหลังก่อนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย จึงเห็นว่า รมต.พิชิต ขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงมายื่นใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ กกต. นำเรื่องนี้ส่ง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย พร้อมแนบคำขอหาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องให้มีคำสั่งให้ รมต.พิชิต หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย…นอกจากนี้ยังเห็นว่าเมื่อ นายกฯเศรษฐา มีหน้าที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี การทูลเกล้าฯรายชื่อ ผู้ที่มีปัญหาทางจริยธรรม ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เท่ากับ นายกฯเศรษฐา กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมด้วยหรือไม่ ดังนั้นจะมีการไปยื่นต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้ตรวจสอบเอาผิด นายกรัฐมนตรี ในเรื่องนี้ด้วย…งานนี้ต้องรอดูว่า กกต. จะขับเคลื่อนตรวจสอบอย่างไร เพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นที่ประจักษ์
อย่าพลาด – สุรพล อุทินทุ, สมฤดี จิตรจง และ สุทธิวรรณ อมาตยกุล แถลงข่าวการจัด “THAILAND GOLF & DIVE EXPO plus OUTDOOR FEST 2024” งานแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ระหว่าง 16-19 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • ผ่างๆ…จากการที่ กกต. ออกประกาศเตือนเรื่อง การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าไม่ควรตั้งกลุ่มเชิญชวนคนมาลงสมัคร สว. ทางออนไลน์ เพราะอาจเข้าข่ายกระทำความผิด ระเบียบ กกต. ล่าสุด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุถึงการประกาศเตือนของ กกต. ในครั้งนี้ว่าจากการลงพื้นที่ภาคอีสานมีผู้สนใจจะลงสมัคร สว.อิสระ จำนวนมาก ดีใจที่การรณรงค์ของ คณะก้าวหน้า ทำให้ประชาชนตื่นตัวและเข้าใจการเลือก สว. มากขึ้น การรณรงค์ให้คนทุกอุดมการณ์ไปสมัคร สว. มีส่วนร่วมกับการเลือก สว. มากเท่าใด การเลือก สว. จะดีมากขึ้นเท่านั้น วัตถุ ประสงค์การรณรงค์เราไม่ต้องการให้ สว. เลือกฝ่าย แต่ต้องการได้ สว.เป็น กลาง ได้ กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ที่เป็นธรรม คืนความยุติธรรมให้สังคม ดังนั้น กกต. ควรสนับสนุนการเชิญชวนมาเลือกตั้ง สว. และเป็นหน้าที่ กกต. รณรงค์ให้ประชาชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วมอย่างที่พวกตนทำอยู่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา ระบบการเมืองไทย อยากให้ กกต. มองบทบาทพวกเราเป็นการทำให้คนตื่นตัวทางการเมือง
สะดวกมาก – รุจ ธรรมมงคล, มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ และ รุจิเรศ นีรปัทมะ เปิดสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกวันจันทร์-ศุกร์ โดยมี สุริยา ตันเจริญ, ฐิภัสสร แย้มกฤส และ วนิษฐา แก้วเขียว มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล จันทบุรี วันก่อน.
  • นอกจากนี้ธนาธร ยังระบุด้วยว่า ระเบียบเลือก สว. ของ กกต. ที่ออกมาแม้ไม่กล่าวตรงๆ ก็อนุมานได้หมายถึง ไอลอว์ และ เว็บไซต์ Senate67 ที่ประสงค์ให้คนลงสมัคร สว.มีพื้นที่ประกาศเจตนารมณ์ตัวเอง เหตุใด กกต. จึงต้องการปิดเว็บไซต์นี้ หรือห้ามคนรณรงค์ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลต่างๆ คิดได้อย่างเดียวว่าผู้มีอำนาจต้องการให้ การเลือก สว.ครั้งนี้เป็นแบบเงียบๆ ทำกันไม่กี่คน เหมือนเลือก สว. ครั้งที่แล้ว หากให้การเลือก สว. เป็นเหมือนเดิมจะได้ สว. ที่เป็นพวกพ้องที่จัดตั้งมา…ต้องติดตามบทสรุปสุดท้ายว่าการรณรงค์ของ กลุ่มการเมือง และ องค์กรเครือข่าย ทาง สื่อโซเชียล จะกลายเป็น ดาบสองคม ทำให้การเลือกตั้ง สว. ที่จะมีขึ้นในเดือน มิ.ย. นี้ เกิดปัญหาร้องเรียนจนปั่นป่วนวุ่นวายหรือไม่
ชมเนสท์เล่ – ดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เข้าเยี่ยมชมโรงงานเนสท์เล่ เพียวริน่า เพ็ทแคร์ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสขยายการลงทุนในประเทศไทย เดินหน้าขยายสายการผลิตอาหารแมวเกรดซุปเปอร์พรีเมียม โดยมี วิคเตอร์ เซียห์ ให้การต้อนรับ ที่ จ.ระยอง วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทาง ร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งที่ 9 ตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และแม่ชี วันที่ 18 พ.ค. ที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อความสะดวก สอบถามเพิ่มเติม 09-0564-5555
  • ห้องอาหารจีนดรากอน โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโปรโมชันอาหารจีนตามสั่ง ติ่มซำ ลด 20% เป็ดปักกิ่ง ลด 50% สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง 0-2575-5599
เน้นความรู้ – มาร์ค คาว และ ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล เปิดแคมเปญ “โซนนี้อุ่นใจ ปลอดภัยจากโควิด-19” กิจกรรมเน้นให้ความรู้ด้านภูมิคุ้มกันเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ครอบครัว โดยมี งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์ และ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ Park Silom วันก่อน.
น่าอยู่ – เบร็นตัน จัสติน มอเรลโล, หฤษฏ์ ลักษณะโยธิน เกิดทิพย์ และ เรนนี่ ชาน เปิดตัวยูนิตพิเศษหนึ่งเดียวในโลก Iconic Suite ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา โดยมี มนุญสินี ฟูตระกูล และ พิมพ์ชิน ภัคพัฒน์ชนม์ มาร่วมชมด้วย ที่เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ วันก่อน.

“ธนูเทพ”

ไบเดนย้ำมีสิทธิประท้วงแต่ต้องไม่รุนแรง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2783037

ไบเดนย้ำมีสิทธิประท้วงแต่ต้องไม่รุนแรง

4 พ.ค. 2567 09:20 น.

ไบเดนย้ำมีสิทธิประท้วงแต่ต้องไม่รุนแรง

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหรัฐฯ ได้จับกุม ผู้ชุมนุมที่ออกมาแสดงพลังสนับสนุนปาเลสไตน์ และต่อต้านสงครามในฉนวนกาซามากกว่า 2,000 คนในสถานศึกษาหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ภายในสัปดาห์นี้ เช่น มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก ซิตี้ มหาวิทยาลัยนิวแฮมพ์เชียร์ และวิทยาลัยดาร์ตเมาธ์ในรัฐนิวแฮมพ์เชียร์ รวมถึงยังมีการสลายการชุมนุมเพื่อกระชับพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอน เจลิส (UCLA) จนเกิดเหตุชุลมุนขึ้น ก่อนจะสามารถเข้าควบคุมและทยอยเก็บกวาดพื้นที่ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ตำรวจนครลอสแอนเจลิสยังเผยว่าได้จับกุมผู้ชุมนุม ที่ปักหลักในมหาวิทยาลัยดังกล่าว 210 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์และกลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอลเช่นกัน

ด้านนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยหลังมีการจับกุมนักศึกษาในมหาวิทยาลัยยูซีแอลเอว่า ชาวอเมริกันมีสิทธิอันชอบธรรมในการประท้วง แต่ไม่มีสิทธิในการประท้วงโดยใช้ความรุนแรง พร้อมชี้ว่าการทำลายทรัพย์สิน การปิดล้อมมหาวิทยาลัย การบีบบังคับให้ยกเลิกชั้นเรียนและการจบการศึกษา รวมถึงการประท้วงที่คุกคาม ข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้คนไม่ใช่การประท้วงอย่างสันติ พร้อมระบุด้วยว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องใช้กำลังทหารจากกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ นอกจากนี้ นายไบเดนยังไม่แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่มหาวิทยาลัยตัดสินใจใช้กำลังตำรวจเข้าควบคุม กลุ่มผู้ประท้วง รวมถึงการบุกทำร้ายกลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์ที่มหาวิทยาลัยยูซีแอลเอ

สำหรับความคืบหน้าการสร้างท่าเรือลอยน้ำของกองทัพสหรัฐฯ ในบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของฉนวนกาซาเพื่อเร่งลำเลียงความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซา ที่มีกำหนดการเปิดใช้งานภายในเดือน พ.ค. นายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงทำเนียบขาวระบุว่า ท่าเรือดังกล่าวจะเปิดใช้งานในเร็วๆนี้ แม้ว่าในระหว่างการก่อสร้างจะมีอุปสรรคด้านสภาพอากาศเกิดขึ้นก็ตาม ขณะที่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นข้อบ่งชี้ว่า กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสมีแผนโจมตีกองทัพสหรัฐฯ ในฉนวนกาซา กระนั้น สหรัฐฯก็มีมาตรการรับมือเพื่อความปลอดภัยแก่ทหารสหรัฐฯ เช่นกัน พร้อมชี้ว่าฉนวนกาซาเป็นพื้นที่การสู้รบจึงมีโอกาสเกิดเหตุต่างๆได้

ขณะเดียวกัน การเจรจาข้อตกลงหย่าศึกในฉนวนกาซา ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลานานยังไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างไรก็ตาม นายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำฝ่ายการเมือง ของกลุ่มฮามาสเผยว่า ได้หารือกับนายอับบาส คาเมล หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์ผ่านทางโทรศัพท์ โดยได้ย้ำกับนายคาเมลว่ากลุ่มฮามาสศึกษาข้อเสนอหยุดยิงด้วยความยินดี ทั้งนี้กลุ่มฮามาสยังได้ส่งตัวแทน เจรจาข้อตกลงไปยังกรุงไคโร อียิปต์ เพื่อหารือข้อตกลงดังกล่าวเพิ่มเติมเช่นกัน.

ทำไมชะตากรรมเมียวดี ขึ้นอยู่กับ ‘หม่อง ชิตตู่’ กลับลำหนุนรบ.ทหารพม่า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782754

ทำไมชะตากรรมเมียวดี ขึ้นอยู่กับ ‘หม่อง ชิตตู่’ กลับลำหนุนรบ.ทหารพม่า

3 พ.ค. 2567 21:56 น.

ทำไมชะตากรรมเมียวดี ขึ้นอยู่กับ ‘หม่อง ชิตตู่’ กลับลำหนุนรบ.ทหารพม่า

  • พันเอก ‘หม่อง ชิตตู่’ คือใคร กลายเป็นคำถามจากคนภายนอก หลังจากชายผู้นี้ได้กลายเป็นคนชี้ชะตาเมืองเมียวดี เมืองเศรษฐกิจชายแดนติดกับไทย จนทำให้สถานการณ์ที่เมียวดีพลิกผันในเวลารวดเร็ว
  • หากย้อนดูประวัติ ‘หม่อง ชิตตู่’ สร้างชื่อมาตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นผู้บัญชาการกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ ต่อมาได้ตัดสินใจหันไปอยู่กับฝ่ายกองทัพพม่า และแปรสภาพเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ BGF พร้อมกับสร้างอาณาจักรธุรกิจมากมาย ก่อนจะถอนตัวจากกองทัพพม่า ลั่นขอวางตัวเป็นกลาง และเปลี่ยนชื่อกองกำลัง BGF มาเป็นกองกำลังกะเหรี่ยง KNA
  • แต่แล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เมียวดี  ‘หม่อง ชิตตู่’ ก็กลับลำหันไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาลทหารมิน อ่อง หล่าย หลังเจรจาต่อรองผลประโยชน์กันลงตัว ช่วยคุ้มกันพาทหารพม่า 200 นายกลับไปยังค่ายผาซองอีกครั้ง สร้างความเจ็บแค้นให้กับกองกำลังฝ่ายต่อต้านเป็นอย่างยิ่ง

สถานการณ์ในเมืองเมียวดี เมืองหน้าด่านเศรษฐกิจชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา หรือพม่า ซึ่งติดกับชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก พลิกผัน ชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาอันรวดเร็ว

จากที่กองกำลังปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ผนึกกำลังกับกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังประชาชน หรือพีดีเอฟ ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพม่า เพิ่งได้ชัยชนะยึดกองพันทหารราบ 275 หรือค่ายผาซอง ค่ายใหญ่ที่สุดแห่งสุดท้ายในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง มาได้สำเร็จเมื่อ 11 เมษายน 2567 แต่แล้วเพียงสองสัปดาห์ต่อมา เหตุการณ์ที่เมียวดีได้พลิกผัน เมื่อกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติ หรือ KNA ภายใต้การนำของพันเอกซอ ชิตตู่ (Saw Chit Thu) ซึ่งคนไทยเรียกกันว่า ‘หม่อง ชิตตู่’ ได้ ‘หักหลัง’ กะเหรี่ยงด้วยกันเอง ตัดสินใจกลับไปอยู่ฝ่ายรัฐบาลทหารมิน อ่อง หล่าย ด้วยการช่วยคุ้มกันพาทหารพม่าราว 200 คน ซึ่งหนีจากค่ายผาซองไปหลบอยู่ที่สะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2 กลับไปยังค่ายใหญ่แห่งนี้ตามเดิม

การกลับลำของพันเอกหม่อง ชิตตู่ ทำให้สถานการณ์ในเมืองเมียวดีต้องพลิกผัน และทำให้คนภายนอกเกิดความสงสัยอย่างมากว่า ทำไมชายที่ชื่อพันเอก ‘หม่อง ชิตตู่’ จึงได้มีอิทธิพลมากมาย ถึงขนาดเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ การค้าชายแดนของพม่า-ไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนราว 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.7 หมื่นล้านบาทเช่นนี้

‘หม่อง ชิตตู่’ คือใคร?

พันเอก หม่อง ชิตตู่ เป็นทหารชาวกะเหรี่ยง เริ่มมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (DKBA) หรือกองพัน 999 ก่อนต่อมาจะตัดสินใจแยกตัวจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และหันไปเป็นพันธมิตรกับกองทัพรัฐบาลพม่ามาตั้งแต่ปี 2537 

หม่อง ชิตตู่ เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ โจมตีชาวกะเหรี่ยงที่ค่ายอพยพบริเวณชายแดนไทยเมื่อปี 2541

ท่ามกลางเหล่าแกนนำของกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย DKBA นั้น หม่อง ชิตตู่ ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจที่มีอิทธิพลมากที่สุด ทั้งในด้านปีกติดอาวุธและฝ่ายบริหารทางการเมืองของ DKBA

เชื่อกันว่าหม่อง ชิตตู่ ซึ่งถูกเรียกขานว่า เป็นทั้ง ‘ขุนศึก’ และ ‘เจ้าพ่อ’ เป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย ทั้งธุรกิจค้าไม้ และค้ารถยนต์ อีกทั้งยังมีข่าวลือว่าหม่อง ชิตตู่ เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วย

ต่อมา ในปี 2553 หม่อง ชิตตู่ ได้ยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลพม่าในการแปรสภาพกองกำลัง DKBA เปลี่ยนไปเป็น ‘กองกำลังพิทักษ์ชายแดน’ (Border Guard Force) หรือ BGF ซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งการกำกับดูแลของกองทัพพม่า หรือตัดมาดอว์

กองกำลัง BGF ของพันเอกหม่อง ชิตตู่ ได้ให้การสนับสนุน จนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพรัฐบาลพม่าเรื่อยมา โดยเมื่อปี 2565 เขาได้รับการชื่นชมจากพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ว่ามีผลงานด้านการทหารดีเยี่ยม 

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นหัวหน้าคณะก่อรัฐประหารในเมียนมาตั้งแต่ก.พ. 2564

ถอนตัวจากฝ่าย รบ.ทหารพม่า ขอ ‘วางตัวเป็นกลาง’

อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปี มกราคม 2567 กองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ BGF ของหม่อง ชิตตู่ ได้ถอนตัวจากรัฐบาลทหารพม่า ภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่ายซึ่งเป็นหัวหน้าคณะก่อรัฐประหารในพม่าตั้งแต่ปี 2564 พร้อมกับแจ้งต่อทางการพม่าว่า กองกำลัง BGF จะไม่ขอรับเงินเดือนและสวัสดิการต่างๆ ที่กองทัพบกพม่าเคยมอบให้อีกต่อไป โดยต่อแต่นี้ กองกำลัง BGF จะวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด รวมทั้งจะไม่ต่อต้านทหารของรัฐบาลพม่าด้วย  โดยจะขอทำหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่และจะหางบประมาณมาดูแลกองกำลังพลด้วยตนเอง

จากนั้น ไม่กี่เดือนต่อมา พันเอกหม่อง ชิตตู่ ได้เปลี่ยนชื่อ กองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF มาเป็นกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNA โดยมีกำลังพลประมาณ 8,000 นาย คุมพื้นที่ชายแดนเมืองเมียวดีติดกับไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองชเวโก๊กโก่และเคเค พาร์ค (KK Park) ตรงข้ามชายแดนไทย

พันเอกหม่อง ชิตตู่ ผู้บัญชาการกองกำลังกะเหรี่ยง KNA (ภาพจาก Karen News)

ร่วมลงทุนกับกลุ่มนักลงทุนจีน ‘สีเทา’

บีบีซีรายงานเป็นที่ทราบกันดีว่า ก่อนพันเอกหม่อง ชิตตู่จะตัดขาดกับกองทัพพม่านั้น ในปี 2560 พันเอกหม่อง ชิตตู่ ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ ทางตอนเหนือของเมืองเมียวดี ให้เป็น ‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ’ ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ซึ่งโครงการนี้ก้าวหน้าเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะพันเอกหม่อง ชิตตู่ ได้ร่วมมือกับกลุ่มนักลงทุนจีน ‘สีเทา’ ทำให้เมืองชเวโก๊กโก่ และต่อมายังสร้างเมืองเคเค พาร์ค (KK Park) ทางตอนใต้ของเมียวดี ซึ่งติดกับชายแดนประเทศไทย จนทั้งสองเมืองกลายเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก เป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ สถานกาสิโน และแหล่งพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ ที่สร้างรายได้มหาศาล

จนทำให้พันเอกหม่อง ชิตตู่ ถูกรัฐบาลอังกฤษออกมาตรการลงโทษในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนเเรง และนักวิเคราะห์กล่าวว่าเขาพัวพันกับขบวนการหลอกลวงโดยเครือข่ายอาชญากรรมจีน ตามแนวชายพม่าติดกับไทย 

‘กลับลำ’ หันไปอยู่ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่า

ด้วยอำนาจบารมีของพันเอกหม่อง ชิตตู่ ซึ่งเป็นทั้งเจ้าพ่อคุมธุรกิจ ผลประโยชน์มากมายมหาศาล และยังเป็นขุนศึก ผู้บัญชาการกองกำลังกะเหรี่ยง KNA ที่มีกำลังพลจำนวนมาก ทำให้พันเอกหม่อง ชิตตู่ กลายเป็นคนคุมเกม กำหนดชะตากรรมของเมียวดี

และในที่สุด พันเอกหม่อง ชิตตู่ ก็ได้กลับลำ ตัดสินใจหันไปช่วยกองทัพรัฐบาลทหารพม่า หลังจากเจรจาต่อรองผลประโยชน์กันลงตัว ทำให้สถานการณ์ของรัฐบาลทหารพม่าที่กำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำต่อกองกำลังฝ่ายต่อต้าน KNLA และ KNU พลิกกลับมาฮึกเหิม กลับไปคุมกองพัน 275 ที่เมียวดี ได้อีกครั้ง และตอนนี้ กองทัพพม่ากำลังส่งทหารอีกราว 1,000 นายมุ่งหน้ามาเสริมกำลังที่เมียวดี

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : Aljazeera, Reuters

ทุเรียนไทยเสี่ยงไม่ได้ ‘ยืนหนึ่ง’ ในจีนต่อไป หลายชาติแข่งส่งออกตีตลาด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782917

ทุเรียนไทยเสี่ยงไม่ได้ 'ยืนหนึ่ง' ในจีนต่อไป หลายชาติแข่งส่งออกตีตลาด

3 พ.ค. 2567 15:22 น.

ทุเรียนไทยเสี่ยงไม่ได้ ‘ยืนหนึ่ง’ ในจีนต่อไป หลายชาติแข่งส่งออกตีตลาด

หลายชาติมุ่งส่งออก ‘ทุเรียน’ ตีตลาดจีน ทำให้ทุเรียนไทยเสี่ยงไม่ได้ ‘ยืนหนึ่ง’ อีกต่อไป บรรดาคนวงในชี้ไตรมาสแรกของปีนี้ ทุเรียนนำเข้าจากไทยลดลง

สำนักข่าวซินหัวรายงาน ด่านโหย่วอี้กวน หรือด่านมิตรภาพบนพรมแดนจีน-เวียดนาม ณ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ได้รับรองการนำเข้าทุเรียนสดในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปีนี้รวม 48,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.85 พันล้านหยวน (ราว 9.25 พันล้านบาท)

ปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดข้างต้นแบ่งเป็นนำเข้าจากเวียดนาม 35,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.1 เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1.28 พันล้านหยวน (ราว 6.4 พันล้านบาท) และนำเข้าจากไทย 13,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 570 ล้านหยวน (ราว 2.85 พันล้านบาท) ซึ่งลดลงร้อยละ 59.5 และร้อยละ 63.5 เมื่อเทียบปีต่อปี

ด่านโหย่วอี้กวนของกว่างซีจัดเป็นด่านบกขนาดใหญ่ที่สุดในการนำเข้าทุเรียนและจุดสังเกตกระแสการบริโภคทุเรียนของตลาดจีน โดยศุลกากรนครหนานหนิงระบุว่ามูลค่าการนำเข้าทุเรียนสดผ่านด่านแห่งนี้ในปี 2023 รวมอยู่ที่ 2.25 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.12 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 353 เมื่อเทียบปีต่อปี

ด้านสำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่าจีนนำเข้าทุเรียนสดในปี 2023 ราว 1.42 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 6.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.47 แสนล้านบาท) โดยปริมาณทุเรียนที่นำเข้าผ่านด่านโหย่วอี้กวนคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณทุเรียนนำเข้าทั้งหมดของจีน

บรรดาคนวงในอุตสาหกรรมมองว่าปริมาณทุเรียนสดนำเข้าจากไทยผ่านด่านโหย่วอี้กวนที่ลดลงในไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากทุเรียนไทยเข้าสู่ตลาดจีนล่าช้ากว่าปกติ กอปรกับสภาพภูมิอากาศในท้องถิ่นไทยส่งผลกระทบต่อผลผลิตทุเรียน

ทั้งนี้ ข้อมูลการบริโภคทุเรียนของตลาดจีนชี้ว่าสถานะ “ผู้นำ” ของทุเรียนไทยในตลาดจีนกำลังสั่นคลอน เนื่องด้วยผลกระทบจากการส่งออกทุเรียนสู่จีนของแหล่งผลิตทุเรียนที่พัฒนามาทีหลังอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ ทำให้ทุเรียนไทยในตลาดจีนต้องเผชิญกับการแข่งขันอันดุเดือดยิ่งขึ้น

ช่าย เจิ้นอวี่ ผู้จัดการของบริษัท กว่างซี โอวเหิง อินเตอร์เนชันแนล โลจิสติกส์ จำกัด เผยว่าช่วงก่อนปี 2023 บริษัทฯ นำเข้าทุเรียนจากไทยเท่านั้น แต่พอปี 2023 ทุเรียนที่นำเข้ามากกว่า 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ แบ่งเป็นทุเรียนไทยและทุเรียนเวียดนามอย่างละครึ่ง โดยบริษัทฯ เลือกแหล่งผลิตตามความต้องการของผู้บริโภคทั่วจีน

ช่าย กล่าวว่า การปลูกทุเรียนในไทยมักปลูกโดยครัวเรือนทั่วไปหรือกลุ่มหมู่บ้าน แต่การปลูกทุเรียนของเวียดนามมุ่งเน้นการเพาะปลูกขนานใหญ่ รวมถึงใช้ข้อได้เปรียบจากระยะทางขนส่งสั้น ความเป็นอุตสาหกรรมระดับสูง และต้นทุนต่ำกว่า ทำให้ทุเรียนเวียดนามมีโอกาสรุกเข้าท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจีน

คนวงในอุตสาหกรรมเผยว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายประเทศอาเซียนได้รับอนุญาตส่งออกทุเรียนสดสู่จีน ทำให้โครงสร้างตลาดทุเรียนของจีนเปลี่ยนแปลงไป โดยก่อนหน้านี้ทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนมากที่สุดเสมอจนกระทั่งเวียดนามสามารถส่งออกทุเรียนสดสู่จีนในเดือนกันยายน 2022 ทำให้ทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนลดลง

สำนักงานศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่าปี 2022 จีนนำเข้าทุเรียน 825,000 ตัน ซึ่งเป็นทุเรียนไทยมากกว่า 780,000 ตัน หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 95 ต่อมาปี 2023 จีนนำเข้าทุเรียน 1.42 ล้านตัน ซึ่งเป็นทุเรียนไทย 929,000 ตัน และทุเรียนเวียดนาม 493,000 ตัน ทำให้ทุเรียนเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดจีนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 ภายในหนึ่งปี และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกันแม้ปริมาณทุเรียนสดส่งออกจากฟิลิปปินส์สู่จีนไม่ได้สูงมาก แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยศุลกากรนครหนานหนิงระบุว่าปริมาณการขนส่งทุเรียนด่วนผ่านท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิง อู๋ซวี ในไตรมาสแรกของปีนี้รวมอยู่ที่ 1,201 ตัน ซึ่งมาจากไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยการนำเข้าทุเรียนฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี

สวี่เฉียง รองผู้จัดการบริษัทที่ให้บริการขนส่งทุเรียนทางอากาศ เผยว่ามีการนำเข้าทุเรียนจากฟิลิปปินส์ทางอากาศทุกวัน คิดเฉลี่ยราว 4 ตันต่อเที่ยวบิน โดยต้นทุนการขนส่งไม่สูงเพราะเป็นเที่ยวบินขากลับ และการขนส่งทางอากาศช่วยการันตีรสชาติสดใหม่ด้วย

นอกจากเวียดนามและฟิลิปปินส์แล้ว ทุเรียนมาเลเซียกำลังบุกตลาดจีนเช่นกัน โดยมาเลเซียส่งออกผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่แข็งสู่จีนตั้งแต่ปี 2011 และส่งออกทุเรียนแช่แข็งทั้งลูกสู่จีนในปี 2019

ข้อมูลจากหอการค้าแห่งประเทศจีนเพื่อการนำเข้าและส่งออกอาหาร ผลผลิตพื้นเมือง ผลผลิตพลอยได้จากสัตว์ ระบุว่าปริมาณการส่งออกทุเรียนมาเลเซียแช่แข็งสู่จีนในปี 2023 อยู่ที่ 25,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 47 เมื่อเทียบปีต่อปี คิดเป็นมูลค่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.96 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบปีต่อปี

ฟาทิล อิสมาอิล กงสุลใหญ่มาเลเซียประจำนครหนานหนิง กล่าวว่าจีนกลายเป็นตลาดแห่งสำคัญของทุเรียนมาเลเซียหลังจากพัฒนามานานหลายปี โดยปัจจุบันมาเลเซียและจีนกำลังทำงานร่วมกัน เพื่อการส่งออกทุเรียนสดจากมาเลเซียสู่จีน

คนวงในอุตสาหกรรมทิ้งท้ายว่าตลาดผู้บริโภคทุเรียนของจีนมีขนาดใหญ่ และความต้องการทุเรียนไทยจะยังคงเพิ่มขึ้น แต่ทุเรียนไทยกำลังเผชิญการแข่งขันกับอีกหลายประเทศ ทำให้ไทยต้องเร่งรักษาข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยนอกจากควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ต้องเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบต่อสถานะ “ผู้นำ” ในตลาดจีน

ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : Xinhua

ตุรกีระงับการค้ากับอิสราเอลทั้งหมด อ้างโศกนาฏกรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782898

ตุรกีระงับการค้ากับอิสราเอลทั้งหมด อ้างโศกนาฏกรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซา

3 พ.ค. 2567 14:36 น.

ตุรกีระงับการค้ากับอิสราเอลทั้งหมด อ้างโศกนาฏกรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซา

รัฐบาลตุรกีเปิดศึกการค้ากับอิสราเอล ประกาศยุติการค้าขายกับอิสราเอล ไม่ว่าจะเป็นส่งออกหรือนำเข้าสินค้าทั้งหมด อ้างเป็นเพราะอิสราเอลก่อโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเลวร้ายมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ของตุรกีประกาศ เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 2 พ.ค. 2567 ว่า รัฐบาลตุรกีจะบังคับใช้มาตรการยุติการค้ากับอิสราเอลอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด จนกว่ารัฐบาลอิสราเอลจะอนุญาตให้มีการนำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แก่ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ถึงแม้ตุรกีและอิสราเอล มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน ถึง 6,800 ล้านดอลลาร์ในปี 2566 หรือประมาณ 2.51 แสนล้านบาท

ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลตุรกีประกาศตัดขาดยุติการค้าขายกับอิสราเอล หลังจาก นายอิสราเอล กัตซ์ รมว.ต่างประเทศของอิสราเอล ได้กล่าวว่า ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี ได้ละเมิดข้อตกลง ปิดกั้นท่าเรือ ขัดขวางการส่งสินค้านำเข้าและส่งออกของอิสราเอล

‘นี่คือการกระทำของเผด็จการ โดยไม่สนใจผลประโยชน์ของประชาชนและนักธุรกิจชาวตุรกี รวมทั้งยังไม่สนใจข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ’ นายอิสราเอล กัตซ์ โพสต์ข้อความทาง X ขณะที่ รมว.ต่างประเทศอิสราเอลยังแนะนำให้กระทรวงต่างประเทศอิสราเอลทำงานเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการค้าขายกับตุรกี โดยมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่น


ที่มา : Aljazeera

จีนเฮ ส่งยานฉางเอ๋อ 6 บุกสำรวจ ‘ด้านไกล’ ดวงจันทร์ ชาติแรกของโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782961

จีนเฮ ส่งยานฉางเอ๋อ 6 บุกสำรวจ ‘ด้านไกล’ ดวงจันทร์ ชาติแรกของโลก

3 พ.ค. 2567 19:07 น.

จีนเฮ ส่งยานฉางเอ๋อ 6 บุกสำรวจ ‘ด้านไกล’ ดวงจันทร์ ชาติแรกของโลก

จีนส่งยาน ‘ฉางเอ๋อ-6’ ไปยังด้านไกลหรือด้านมืดของดวงจันทร์เพื่อเก็บตัวอย่างก้อนหินในบริเวณนี้กลับมายังโลก จนนับเป็นภารกิจครั้งแรกในประวัติศาสตร์สำรวจดวงจันทร์ของมวลมนุษยชาติ

องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติของจีนได้ปล่อยจรวด ลองมาร์ช 5 นำยานสำรวจดวงจันทร์ ฉางเอ๋อ-6 ทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน หรือไหหลำ ทางภาคใต้ของจีน ท่ามกลางสายฝน เมื่อเวลาประมาณ 17.27 น. เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่มีผู้คนจำนวนมากมาติดตามเฝ้ารอดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของจีนในการปล่อยจรวดนำยานฉางเอ๋อ-6 ไปยังด้านมืดดวงจันทร์

ภารกิจส่งยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ไปลงจอดที่ด้านมืดของดวงจันทร์ มีระยะเวลา 53 วัน โดยมุ่งเน้นในการเก็บตัวอย่างหินน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัมในบริเวณด้านมืดหรือด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลกเพื่อทำการวิเคราะห์

จีนปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 นำยานฉางเอ๋อ-6 ไปสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อ 3 พ.ค.2567

สำหรับด้านไกล หรือด้านมืดของดวงจันทร์เป็นด้านที่หันหน้าออกจากโลกเสมอ ตรงข้ามกับด้านใกล้ ซึ่งภูมิประเทศของด้านไกลบนดวงจันทร์ จะขรุขระ มีหลุมอุกกาบาตจำนวนมาก โดยคาดว่ายานฉางเอ๋อ-6 จะลงจอดบริเวณแอ่งเอตเคน-ขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 2,500 กิโลเมตร และลึก 8 กิโลเมตร โดยยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ โมดูลสำรวจดวงจันทร์ โมดูลลงจอด โมดูลพุ่งขึ้น (ascender) และโมดูลกลับสู่โลก (reentry module)

จีนปล่อยจรวดลองมาร์ช 5 นำยานฉางเอ๋อ-6 ไปสำรวจด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อ 3 พ.ค.2567

โดยโมดูลสำรวจดวงจันทร์ และโมดูลกลับสู่โลก จะโคจรรอบดวงจันทร์ ขณะที่โมดูลลงจอด และโมดูลพุ่งขึ้น จะถูกส่งให้ไปลงที่พื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อเก็บตัวอย่างหินกลับมายังโลก 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBC, The Sun

เมียนมาห้ามผู้ชายออกไปทำงานนอกประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782871

เมียนมาห้ามผู้ชายออกไปทำงานนอกประเทศ

3 พ.ค. 2567 13:34 น.

เมียนมาห้ามผู้ชายออกไปทำงานนอกประเทศ

รัฐบาลทหารเมียนมาระงับการขออนุญาตให้ผู้ชายออกไปทำงานนอกประเทศเป็นการชั่วคราว โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

รัฐบาลเผด็จการทหารของเมียนมาระงับการออกใบอนุญาตให้ผู้ชายไปทำงานในต่างประเทศ ไม่กี่สัปดาห์หลังจากบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร ที่ทำให้ชาวเมียนมาจำนวนมากพยายามเดินทางออกนอกประเทศ

กระทรวงแรงงานเมียนมาระบุในแถลงการณ์ที่โพสต์โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของของรัฐบาล ว่ากระทรวงฯ ได้ระงับการรับใบสมัครจากผู้ชายที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการตรวจสอบกระบวนการการออกเดินทางนอกประเทศ และประเด็นอื่นๆ โดยไม่ได้ระบุรายละเอียด

นายนยุน วิน ปลัดกระทรวงแรงงานเมียนมา กล่าวกับสำนักข่าวเรดิโอ ฟรี เอเชีย เมียนมา ว่า คำสั่งห้ามประชากรชายเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว และจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปตามความจำเป็น และกล่าวว่าทางการจะอนุญาตให้เฉพาะผู้หญิงที่ขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานข้ามชาติ สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เท่านั้น โดยผู้ชายจะไม่สามารถลงทะเบียนไปทำงานในต่างประเทศได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว

นายนยุน วิน กล่าวว่า ผู้ชายที่ลงทะเบียนไปทำงานในต่างประเทศภายในสิ้นเดือนเมษายน จะได้รับการยกเว้นจากคำสั่งดังกล่าว ซึ่งรวมถึงแรงงานจำนวนหนึ่งที่จัดการผ่านหน่วยงานจัดหางานระหว่างประเทศ

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่า จะบังคับใช้กฎหมายที่กำหนดให้ผู้ชายทุกคนเข้ารับราชการทหารเป็นเวลาอย่างน้อยสองปี ส่งผลให้ผู้คนหลายพันเข้าคิวขอวีซ่านอกสถานทูตต่างประเทศในนครย่างกุ้ง และชาวเมียนมาจำนวนมากเดินทางข้ามมายังประเทศไทยเพื่อหลบหนีกฎหมายดังกล่าว

จากการประเมินขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ในปี 2563 มีชาวเมียนมามากกว่า 4 ล้านคนไปทำงานในต่างประเทศ โดยอ้างอิงตัวเลขของรัฐบาลในขณะนั้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีชาวเมียนมาจำนวนมากทำงานในต่างประเทศนอกเหนือจากข้อมูลอย่างเป็นทางการ

รัฐบาลทหารเมียนมาเคยออกกฎหมายการรับราชการทหาร ในปี 2553 แต่ไม่เคยมีผลบังคับใช้ โดยอนุญาตให้กองทัพออกหมายเรียกผู้ชายอายุ 18-35 ปี และผู้หญิงอายุ 18-27 ปี ทุกคนเข้ารับราชการอย่างน้อย 2 ปี กฎหมายดังกล่าวยังมีข้อกำหนดว่า ในระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถขยายระยะเวลาการรับราชการได้สูงสุด 5 ปี และผู้ที่เพิกเฉยต่อหมายเรียกให้รับราชการอาจถูกจำคุก 5 ปี

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศภาวะฉุกเฉินหลังจากเข้ายึดอำนาจในปี 2564 โดยกองทัพเพิ่งขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน และจากรายงานของบัญชีเทเลแกรมสนับสนุนกองทัพ ทหารเกณฑ์ชุดแรกจำนวนหลายพันคนได้เริ่มการฝึกอบรมภายใต้กฎหมายดังกล่าวแล้ว 

โฆษกรัฐบาลทหารกล่าวว่า กฎหมายนี้มีความจำเป็นเนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมา ในขณะที่ต้องต่อสู้กับทั้งกองกำลังป้องกันประชาชน และกลุ่มติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ และกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้คนประมาณ 13 ล้านคนเข้าเกณฑ์ที่จะถูกเรียกตัว แม้ว่ากองทัพจะมีความสามารถในการฝึกได้เพียง 50,000 คนต่อปีก็ตาม

กลุ่มสังเกตการณ์ในเมียนมาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 4,900 รายในการปราบปรามผู้เห็นต่าง นับตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และอีกมากกว่า 26,000 รายถูกจับกุม.

ที่มา CNA

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ระทึก เครื่องบินเล็กลงจอดฉุกเฉินกลางหาดสหรัฐฯ สุดท้ายเสียหลักพลิกคว่ำ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782876

ระทึก เครื่องบินเล็กลงจอดฉุกเฉินกลางหาดสหรัฐฯ สุดท้ายเสียหลักพลิกคว่ำ (คลิป)

3 พ.ค. 2567 13:15 น.

ระทึก เครื่องบินเล็กลงจอดฉุกเฉินกลางหาดสหรัฐฯ สุดท้ายเสียหลักพลิกคว่ำ (คลิป)

เกิดเหตุระทึกกลางชายหาดลองไอส์แลนด์ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ เมื่อเครื่องบินเล็กลำหนึ่งพยายามนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน แต่เสียหลักเครื่องสะบัดหัวปักทราย ต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยวที่เดินเล่นอยู่ริมหาด

โลกโซเชียลมีเดียมีการโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ระทึก ขณะที่เครื่องบินเล็กเครื่องยนต์เดี่ยว เซสนา 152 พยายามลงจอดฉุกเฉินบริเวณริมชายหาดซีดาร์ ของเกาะลอง (Long Island beach) ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ โดยทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งจังหวะที่เครื่องบินพยายามเบรกทำให้เครื่องสะบัดพลิกคว่ำ หัวปักทราย ท่ามกลางความตื่นตกใจของคนที่ถ่ายคลิป และนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกอยู่บนชายหาด เคราะห์ดีที่ทั้งนักบินวัย 60 ปี รวมทั้งผู้โดยสารวัย 59 ปี ที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อปลอดภัยทั้งคู่ โดยนักบินระบุว่าเครื่องยนต์ประสบเหตุขัดข้องก่อนที่จะถึงจุดหมายไม่นาน ซึ่งทางองค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ กำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้

นับว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 8 ปีที่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเล็กร่อนลงจอดฉุกเฉินบนชายหาดแห่งนี้ โดยครั้งนั้นเป็นเครื่องบินเครื่องยนต์เดี่ยวที่กำลังขึ้นบินโชว์ ซึ่งทั้งคนขับและผู้โดยสารก็ปลอดภัยทั้งคู่เช่นกัน.

ที่มา : NYpost

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินเล็ก

ร้อนจัดไม่ไหว กัมพูชาประกาศลดชั่วโมงเรียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782865

ร้อนจัดไม่ไหว กัมพูชาประกาศลดชั่วโมงเรียน

3 พ.ค. 2567 13:04 น.

ร้อนจัดไม่ไหว กัมพูชาประกาศลดชั่วโมงเรียน

โรงเรียนต่างๆ ในกัมพูชาเริ่มลดชั่วโมงการเรียนการสอนลง 2 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นวันแรก หลังจากเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง จนอากาศร้อนจัด

ทางการกัมพูชาประกาศลดชั่วโมงการเรียนการสอนในโรงเรียนรัฐต่างๆ ลง 2 ชั่วโมงต่อวัน เริ่มวันนี้เป็นวันแรก โดยช่วงเช้าจะเริ่มเรียนในเวลา 7.00-10.00 น. ก่อนจะให้พักเบรกเร็วขึ้น และจะเริ่มเรียนช่วงบ่ายในเวลา 14.00-17.00 น. เพื่อให้นักเรียนได้พักเบรกจากในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด

โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่เด็กนักเรียนในกรุงพนมเปญกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด จากคลื่นความร้อน จนมีอาการปวดศีรษะและยากที่จะมีสมาธิกับการเรียน แต่ก็มีเด็กนักเรียนบางส่วนที่กังวลว่าการลดชั่วโมงเรียนลงอาจจะส่งผลต่อผลการเรียนของพวกเขาเช่นกัน

ด้านหน่วยงานด้านสภาพอากาศของกัมพูชารายงานว่า อุณหภูมิในกรุงพนมเปญอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติ เป็นผลกระทบมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญในแปซิฟิกตะวันตกจนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

ที่มา : Yahoo