สพฐ.พร้อมสนับสนุนขยายผลแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802158

สพฐ.พร้อมสนับสนุนขยายผลแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

สพฐ.พร้อมสนับสนุนขยายผลแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวกับครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งสมัครใจเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเส้นทางสู่ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ“การศึกษาที่ยืดหยุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ” ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีทิศทางและนโยบายสนับสนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตามที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 15 ระบุไว้ว่า สถานศึกษามีสิทธิจัดการศึกษาได้ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัย หรือเป็นการจัดการศึกษาที่รวมหลายรูปแบบไว้ด้วยกัน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนมีทางเลือกในการเรียนรู้ได้เหมาะสมเป็นรายบุคคล แก้ปัญหาการหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบัน สพฐ. ดูแลเด็กเยาวชนทุกระบบรวมกันราว 6.5 ล้านคนต่อปี ผ่านการทำงานของครูราว 5 แสนคนในโรงเรียน 3.9 หมื่นแห่งทั่วประเทศ การที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นเจ้าภาพเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้เด็กเยาวชนวัยเรียนซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบล้านคน ได้เข้าสู่การศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึงผ่านการเปิดโอกาสของโรงเรียน

“ในองคาพยพของคนทั่วโลก มีสามโรคที่หมุนวนเป็นวงจรของความด้อยโอกาส คือความเจ็บ ความจน และความไม่รู้ ถ้าเราตั้งคำถามว่าทำไมถึงจน ทำไมถึงเจ็บป่วย หรือทำไมคุณภาพชีวิตของคนยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่จะบอกว่าเขาไม่มีความรู้เพราะเขายากจน ซึ่งในเรื่องนี้คนในกระทรวงศึกษาฯ จึงกลายเป็นจำเลยสังคม ฉะนั้นการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสที่เราจะมาดูกันว่าตัวแบบของการจัดการศึกษาที่มีทางเลือกและเหมาะสมกับผู้เรียน สามารถทำได้อย่างไร จากการทำงานของสถานศึกษาต้นแบบที่ทำมาก่อน โดยเฉพาะเด็กตกค้างจากระบบการศึกษา ซึ่งสถิติบอกเราว่าช่วงชั้น ม.3 เป็นรอยต่อสำคัญที่มีเด็กหลุดมากที่สุด เนื่องจากเป็นวัยที่เด็กเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งร่างกายจิตใจยิ่งเด็กเยาวชนที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมก็ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวและว่า

การทำให้เด็กรู้ว่าสิ่งที่เขาสนใจ แม้จะเป็นเรื่องการแต่งรถมอเตอร์ไซค์หรือเรื่องใดก็ตามเหล่านี้คือความรู้ คือความชอบความสนใจที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ทั้งนั้น การจัดการศึกษา1 โรงเรียน 3 รูปแบบ จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะรองรับและส่งเด็กกลุ่มนี้ให้ไปต่อได้ดีขึ้น วันนี้่นอกจากการชื่นชมโรงเรียนที่เป็นต้นแบบแล้ว สพฐ. ยินดีอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้มีการขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ มากขึ้น เนื่องจากโครงการนี้จะช่วยส่งเด็กไปถึงฝั่งให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ได้ทำงานที่ตรงกับศักยภาพ และนำองค์ความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของเขาได้มากที่สุด

“วันนี้เราจะมารับฟังและเรียนรู้ทฤษฎี ก่อนที่หลังจากนี้อยากชวนทุกท่านไปลงพื้นที่ดูโรงเรียนต้นแบบในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และนครพนม เพื่อถอดประสบการณ์ตรงว่า สถานศึกษาต้นแบบแต่ละแห่งมีรูปแบบวิธีการจัดสรรและหางบประมาณ รวมถึงวัดประเมินผลกันอย่างไร แล้วท่านจะมองเห็นโครงสร้างเห็นการจัดทำระบบที่เริ่มตั้งแต่การคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย จำแนกกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย แล้ววางแนวทางดูแลช่วยเหลือส่งต่อที่เหมาะสม รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานเฉพาะทางต่างๆ เพื่อจะดูแลเด็กให้ครบทุกด้าน ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้จน และไม่ให้ไม่รู้”

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีใจอยากเห็นการศึกษาไทยก้าวพ้นไปจากขีดจำกัดเดิม โดยเฉพาะในการตอบโจทย์หมุดหมายที่ 12 ในแผนพัฒนาต้องมีกำลังคนสมรรถนะสูงมุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต โดยการพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้ได้รับการพัฒนาทุกมิติ ให้เป็นกำลังคนสมรรถนะสูงสอดคล้องกับภาคการผลิต รวมถึงการพยายามที่จะทลายกรอบแนวคิดที่ยังติดอยู่กับ 8 กลุ่มสาระวิชา ซึ่งปิดกั้นการศึกษาไทยไว้จากความหลากหลายในการตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ท้ายที่สุด สพฐ. พร้อมสนับสนุนทุกท่านที่ตั้งใจมาขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไปด้วยกันวันนี้ เพื่อที่เด็กไทยจะมีความพร้อม มีศักยภาพ และพาประเทศชาติเจริญสืบต่อไป

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชี้ว่า “การจัดการศึกษาที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง กล้าคิดนอกกรอบ” คือทัศนคติที่สำคัญของการสร้างห้องเรียนแห่งโอกาสเพื่อทำให้เด็กทุกคนได้เข้าสู่การศึกษา และ กสศ. จะสนับสนุนและร่วมมือกับทุกฝ่าย ทุกหน่วยงาน ทุกสถาบันการศึกษา เพื่อทำให้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบเกิดขึ้นให้ได้และเกิดการขยายผล ซึ่งจากข้อมูลตัวเลขเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาที่ กสศ. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม บูรณาการการทำงานสำรวจเด็กเยาวชนวัย 3-18 ปี ที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 1,250,514 คน โดยมองว่าการสร้างโอกาสการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถพาเด็กกลับเข้าสู่การศึกษาได้

“เราต้องไม่ลืมว่า การพาเด็กกลับมาเรียนไม่ได้สิ้นสุดที่การพบตัวและพากลับไปที่โรงเรียน แต่การตามเด็กกลับมาแล้วจะทำให้เขาไปต่อได้ ต้องมีแนวทางรับมือที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตมีวิธีการที่เอื้อกับการเรียนรู้ของเด็กที่มีภาระหน้าที่ต่างๆ อาทิ ต้องดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว หรือต้องไปประกอบอาชีพหารายได้ ดังนั้น เราต้องมีระบบศูนย์การเรียน มีการฝึกอาชีพ มีห้องเรียนแห่งโอกาส โดยเฉพาะในโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนขนาดเล็ก”

ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า กุญแจสำคัญของการมาพบกันครั้งนี้ คือ ถ้าทุกโรงเรียนมองร่วมกันว่าจะเอาหลักสูตรเป็นตัวตั้ง แล้วคิดทะลุกรอบออกไป ช่วยกันบูรณาการสาระวิชาต่างๆ เข้าไปในกิจวัตรประจำวันหรือภาระงานของผู้เรียน เราจะมีวิธีรับมือกับเด็กทุกกลุ่ม ทุกความเสี่ยง และทุกทางแยกที่เด็กต้องเผชิญในชีวิต

“อย่าลืมว่าเด็กคนหนึ่งเมื่อออกจากโรงเรียน ก็เหมือนถูกผลักไปเป็นปัญหาสังคม แล้วไม่เกินสามเดือนชีวิตจะเข้าสู่วงจรสีเทา อย่างไรก็ตาม งานหนึ่งที่ กสศ. ทดลองทำกับเด็กเยาวชนในสถานพินิจฯ ได้พิสูจน์ว่าถ้าเราออกแบบการศึกษาที่หลากหลายและสอดรับกับความสนใจ การศึกษาจะทำหน้าที่ของมัน เป็นการนำโอกาสเข้าไปช่วยฟื้นฟูเยียวยาเด็กๆ ให้เขารู้สึกมีตัวตนได้รับการยอมรับ แล้วเขาจะพาตัวออกจากวงจรเสี่ยง และกลับมาอยู่บนทิศทางที่เหมาะสมได้อีกครั้ง บทเรียนนี้บอกเราว่า ถ้านำวิธีการนี้ย้อนกลับไปทำที่ต้นทางคือในโรงเรียน ซึ่งตัวกฎหมายเอื้อให้ทำได้ เราอาจลดปัญหาอาชญากรรมเด็ก จิตเวช ยาเสพติด และปัญหาอื่นๆ ในสังคมพร้อมลดจำนวนเด็กเยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้จำนวนมาก

อีกประเด็นต้องกล่าวถึงคือในกระบวนการนี้คือครูจะมีบทบาทสำคัญในการประคองชีวิตเด็กคนหนึ่งให้ไปถึงโอกาส ให้เข้าถึงแหล่งทุน รวมถึงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเห็นความสำคัญของการศึกษา การเตรียมตัวเปิดเทอมใหม่นี้จึงอยากชวนครูสำรวจครอบครัวศิษย์ เพื่อไปดูข้อเท็จจริงในชีวิตของเขาว่ามีข้อแม้อุปสรรคใด ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งขาดเรียนบ่อยหรือมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง แล้วถ้ารู้สภาพจริงที่เด็กเผชิญอยู่ก็จะสามารถนำข้อมูลนั้นกลับมาวางแผนดูแลช่วยเหลือได้ตรงจุด รวมถึงครูยังต้องเป็นผู้สื่อสารให้ข้อมูลกับผู้ปกครอง เพื่อปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกต่อการศึกษาของบุตรหลาน” กรรมการบริหารกสศ. ระบุ

‘สพฐ.’สั่งเด้งด่วน’ผอ.โรงเรียนดัง’ขอนแก่น สอบเชิงลึกเอี่ยวแป๊ะเจี๊ยะหรือไม่?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802257

'สพฐ.'สั่งเด้งด่วน'ผอ.โรงเรียนดัง'ขอนแก่น สอบเชิงลึกเอี่ยวแป๊ะเจี๊ยะหรือไม่?

‘สพฐ.’สั่งเด้งด่วน’ผอ.โรงเรียนดัง’ขอนแก่น สอบเชิงลึกเอี่ยวแป๊ะเจี๊ยะหรือไม่?

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.59 น.

ด่วน! “ธนุ”สั่งเด้ง ผอ.รร.ดังจังหวัดขอนแก่นเข้า สพฐ.พร้อมสั่งสอบสวนวินัยร้ายแรง รอง.ผอ.รับแป๊ะเจี๊ยะแลกที่นั่งเรียน

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2567 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น(สพป.ขอนแก่น) เขต1 ว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ช.)เขต4 จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และกองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.)เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4  เข้าร่วมจับกุมรองผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน จังหวัดขอนแก่น ระหว่างผู้ปกครองนัดหมายจ่ายเงินให้รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่เรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียนที่ขอย้ายนักเรียนชั้น ป.3 เข้าไปเรียนระหว่างปีการศึกษา เป็นเงิน จำนวน 20,000 บาท แต่เนื่องจากนักเรียนผ่านเกณฑ์ทดสอบอ่านออกเขียนได้ จึงลดเหลือ 10,000 บาท  ป.ป.ช.เขต 4 และเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนเข้าจับกุมขณะผู้ปกครองนำเงินสดมาให้ รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ห้องทำงานส่วนตัว เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม หลังจากได้รับรายงานตนก็ได้สั่งให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น(สพป.ขอนแก่น)เขต1 ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน และวันนี้กรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้รายงานมาถึงตนแล้วว่าได้กระทำความผิดจริง จึงได้สั่งให้ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต1 สั่งพักราชการและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงรองผู้อำนวยการคนดังกล่าวแล้ว ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชา ตนก็ให้สั่งย้ายมาสำรองราชการที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เพื่อสอบสวนเชิงลึกว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่  อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายตามนโยบายของ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ปลัด มท. ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 54 ปี เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/802149

ปลัด มท. ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 54 ปี เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

ปลัด มท. ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 54 ปี เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

วันพุธ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.02 น.

ปลัด มท. นำพุทธศาสนิกชนชาวสมุทรสงคราม ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 54 ปี พระครูไพศาลกิจจาภรณ์ (สุรเดช, บู้ สุรเตโช) เจ้าคณะตำบลบางช้าง รองเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี ณ วัดจุฬามณี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เวลา 08.00 น. ที่วัดจุฬามณี ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาสพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร แด่พระสงฆ์ 55 รูป ในพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล 54 ปี พระครูไพศาลกิจจาภรณ์ (สุรเดช, บู้ สุรเตโช) เจ้าคณะตำบลบางช้าง รองเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี โดยได้รับเมตตาจาก พระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (สมโภช ภทฺทจาโร) เจ้าคณะอำเภออัมพวา เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี และคณะสงฆ์ ร่วมพิธี โอกาสนี้ นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายกรกฎ วงษ์สุวรรณ นายรนัสถ์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นางกชนัฑ พัฒนะวิชัย นายอำเภออัมพวา นายกฤษฎี กลิ่นจงกล นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วถวายเครื่องสักการะแด่พระภาวนาวิสุทธิโสภณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (สมโภช ภทฺทจาโร) เจ้าคณะอำเภออัมพวา เจ้าอาวาสวัดจุฬามณี และพระครูไพศาลกิจจาภรณ์ เจ้าคณะตำบลบางช้าง รองเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี จากนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอาราธนาศีล ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร จบแล้วปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพล กรวดน้ำ รับพร เป็นอันเสร็จพิธี

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า พระครูไพศาลกิจจาภรณ์ (สุรเดช, บู้ สุรเตโช) เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2513 สำเร็จการศึกษา นักธรรมชั้นเอก ปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) มีตำแหน่งทางปกครองเป็น เจ้าคณะตำบลบางช้าง และรองเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี ในด้านการศึกษา ท่านเป็นครูสอนนักธรรม นอกจากนี้ พระครูไพศาลกิจจาภรณ์ เป็นพระสังฆาธิการที่ดำเนินกิจการคณะสงฆ์ ตามแนวนโยบายของมหาเถรสมาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการสาธารณสงเคราะห์ ซึ่งท่านได้ดำเนินการสงเคราะห์ญาติโยมผู้ตกทุกข์ได้ยากในพื้นที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ท่านได้ให้การดูแลสงเคราะห์ ทั้งญาติโยมและบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ จนทำให้ในพื้นที่สามารถผ่านพ้นวิกฤตจากโรคระบาดในครั้งนั้นได้

“ในด้านสมณศักดิ์ ปี พ.ศ. 2536 เป็น พระวินัยธรสุรเดช สุรเตโช ฐานานุกรมใน พระครูสมุทรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทร วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ปี พ.ศ. 2537 เป็น พระครูสังฆรักษ์สุรเดช สุรเตโช ฐานานุกรมใน พระราชพิพัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร เจ้าคณะแขวงวัดอรุณ ปี พ.ศ. 2539 เป็น พระครูปลัดสุรเดช สุรเตโช ฐานานุกรมใน พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม ราชวรวิหาร เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ ปี พ.ศ. 2545 เป็น พระครูปลัดวิสุทธิวัฒน์ (สุรเดช สุรเตโช) ฐานานุกรมใน พระธรรมรัตนวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เจ้าคณะเขตบางกอกใหญ่ และในปี พ.ศ. 2552 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูไพศาลกิจจาภรณ์” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2782387

กลุ่มเซ็นทรัล มอบเงินสนับสนุนโครงการปรับปรุงร้านค้าศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา

2 พ.ค. 2567 04:55 น.

กลุ่มเซ็นทรัล มอบเงินสนับสนุนโครงการปรับปรุงร้านค้าศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา

จากเซ็นทรัล – พิชัย จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์ และ ตรีรนันท์ ลีฬหาวงศ์ มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เพื่อปรับปรุงร้านค้าศูนย์บริการวิชาการเกษตร อ.ลำลูกกา โดยมี ลลิต ถนอมสิงห์ และ ภากมล รัตตเสรี มาร่วมในพิธีด้วย ที่มูลนิธิชัยพัฒนา วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

  • ภาวะโลกเดือด ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป การตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก ลดโลกร้อน ซึ่งอุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นปีละ 1.5 องศา แค่ ปลูกต้นไม้ 100 ล้านต้น สร้างสังคมคาร์บอนเป็นศูนย์ ไม่ทันเยียวยากับสภาวะโลกเดือด ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเกษตร และการดำรงชีวิตของมนุษย์ แม้แต่ ปะการังในทะเล คาดว่าจะหมดไปจากท้องทะเลภายใน 30 ปี อุณหภูมิโลกจะร้อนไปจนถึง 50 องศา ไม่ไกลเกินเอื้อม อุณหภูมิสูงสุดในภูมิภาคนี้วัดได้ที่ ตอนกลางประเทศเมียนมา ร้อนกว่า 48 องศา ไปแล้ว อ.เถิน จ.ลำปาง จากที่ลำปางเคยหนาวมาก วันนี้ อุณหภูมิสูงสุด วัดได้ 44.2 องศา สิ่งที่รัฐบาลควรจะนำมาพิจารณาเป็นปัญหาเร่งด่วนคือ ภาวะโลกเดือด ที่จะเป็นปัญหาใหญ่ไม่เฉพาะจะกระทบกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่จะกระทบกับ การดำรงชีวิตของประชาชน ในอนาคตมากขึ้น ถึงเวลาควรที่จะยกระดับการแก้ปัญหาโลกเดือดเป็นวาระแห่งชาติเสียที
ตามไปซื้อ – มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี เปิดงาน “คาราวานผลไม้ภาคตะวันออกสู่ แม็คโคร-โลตัส ทั่วไทย” เพื่อรับซื้อผลไม้มาวางจำหน่ายในแม็คโครโลตัสทั่วประเทศ โดยมี ศิริพร เดชสิงห์ และ สมนึก ยอดดำเนิน มาร่วมงานด้วย ที่สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จ.จันทบุรี วันก่อน.
  • จับคำพูด นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แถลงความชัดเจน ในการปรับ ครม. และส่งผลให้ ปานปรีย์ พหิทธานุกร ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ “ผมถือว่าผมพูดในแง่องค์รวมมากกว่า ในการที่มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ ครม. ผมเชื่อว่าคงมีคนที่พอใจ ไม่พอใจ สมหวัง และไม่สมหวัง จริงๆแล้วผมอยากจะโฟกัสในสิ่งที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาด้วยเวลา 7-8 เดือนที่ผ่านมาดีกว่า ในเรื่องที่ท่านทำมา และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ผมเชื่อว่า รมต.คนใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ ก็จะมาสานต่อในเรื่องดีๆ เหล่านี้ ผมส่งข้อความไปหานายปานปรีย์ในกรุ๊ปที่เกี่ยวกับเรื่องการต่างประเทศ ผมบอกว่าผมขอโทษ ถ้าเกิดผมทำให้พี่ไม่สบายใจเรื่องอะไร ก็ขอบคุณที่ช่วยทำงานกันมา วันนั้นเรื่องการสนทนาของบุคคลสองคน ผมมั่นใจว่าผมพูดอะไรไป และผมเชื่อว่าในฐานะนายกฯ ผมมีความชัดเจนในเรื่องของการที่ผมได้มีการบอกกล่าวอะไรไป”

    เมื่อถอดรหัส คำว่า ศักดิ์ศรี ของ ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่เป็นอดีต รมว.ต่างประเทศไปแล้ว เมื่อเชื่อมต่อกับการให้สัมภาษณ์ของ นายกฯเศรษฐา เป็นคำตอบสุดท้ายของการลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ บวกกับที่ยังไม่ได้คำตอบว่ามีเหตุผลอะไรที่ ตั้ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ควบรองนายกฯ ในขณะที่ถอด ปานปรีย์ พหิทธานุกร จากรองนายกฯ เหลือเพียงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ และทันทีทันใด นายกฯเศรษฐา ตั้ง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ (ปู) อดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ อดีตผู้นำทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ ทักษิณ เป็น รมว.ต่างประเทศ มาจนถึง รัฐบาลทักษิณ และ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และตั้งเป็นทีมที่ปรึกษา ปานปรีย์ อยู่แล้ว ขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศคนใหม่ จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ทำไม ปานปรีย์ ต้องลาออก
ต้องเบอร์ 5 – ธวัชชัย สำราญวานิช, วรวุฒิ ลิมป์แสงทอง และ ชาญชัย ชัยถาวรกิจ ลงนามการจัดกิจกรรม “ร่วมรักษ์โลก ร่วมรักษ์พลังงาน ร่วมใช้ตู้เย็นฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่” พร้อมมอบ ส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าเมื่อซื้อกับโฮมโปร โดยมี ชัยวุฒิ หลักเมือง มาร่วมงานด้วย ที่ กฟผ. วันก่อน.
  • ทำนองเดียวกับการหลุดจากตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ชมรมแพทย์ชนบท แฉเอง “ชมรมแพทย์ชนบทขอขอบคุณ รมต.ชลน่าน ศรีแก้ว ในความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ที่ผ่านมา ผลงานเด่นคือ การวางรากฐาน reset งานใหม่ทั้งหมด หลังยุคอนุทิน ที่แทบไม่ได้ขยับอะไรนอกจากนโยบายกัญชา แต่อุปสรรคมีมาก โดยเฉพาะจากข้าราชการที่คุมไม่อยู่ ระดับบิ๊กยังอืดไม่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง แล้วยังวางยารัฐมนตรีด้วย ถูกข้าราชการวางกับดักให้เป็นคู่ขัดแย้งกับ สปสช.โดยไม่รู้ตัว ข้าราชการก๊กนั้น เสี้ยมและใช้ รมต.เป็นเครื่องมือคุกคาม สปสช.” ไม่ต้องอธิบายก็เห็นภาพ “อินทรีเหล็ก” ประเมินว่า ปัญหาทั้งหมดของการปรับ ครม.เที่ยวนี้ เกิดจากความหูเบาของคนที่มีอำนาจปรับ ครม. และ เป็นเพราะอำนาจในการตัดสินใจปรับ ครม.ไม่ได้มีเพียงคนเดียว…แต่เป็นอำนาจของคนหลายคน…ทำให้คนบางคนต้อง รับหน้าเสื่อ อยู่คนเดียว ขนาด กระจอกข่าวทำเนียบ ยังร่ำลือกันให้แซด พี่ชายเป็นคนตั้ง น้องสาวเป็นคนปลด หรือจะเชื่อว่า รมต.ที่อยู่ในค่ายบางคน จะสามารถนำชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ คิดผิดให้คิดใหม่
ใช้ดีค่ะ – วรรษา ตั้งนิมิตโชค เปิดตัว Abeille Royale Double Clarify & Repair Essence and Clarify and Repair Anti-Dark Spot Cream เพื่อฟื้นบำรุงให้ผิวอ่อนเยาว์ พร้อมแป้งในตำนาน Meteorites โดยมี ธาพิดา นรพัลลภ และ ชาลีน แทง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • รวดเร็วทันใจ นายกฯ เศรษฐา เรียก รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร รมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ เผ่าภูมิ โรจนสกุล แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เข้าหารือ เร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่ยังค้างท่อ ส่งผลให้การบริหารงานในโครงการต่างๆ มีความล่าช้าไปด้วย โดยเฉพาะ งบประมาณ รายจ่ายปี 2567 และปี 2568 ที่จะต้องนำไปใช้ใน โครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะกระทบกับแผนงบประมาณในอนาคตแค่ไหน วัดฝีมือดรีมทีมเศรษฐกิจ จะเป็นดรีมทีมของจริงหรือฝันกลางวัน
  • ในเมื่อรายได้เข้าประเทศจาก การส่งออกเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา มีมูลค่า 24,960 ล้านดอลลาร์ ติดลบไป ร้อยละ 10.9 หดตัวสูงสุดในรอบ 8 เดือน ส่งผลให้ การส่งออกไตรมาสแรกติดลบ ไปแล้ว ร้อยละ 0.2 ความหวังอยู่ที่การส่งออกทุเรียน ตามที่ นายกฯเศรษฐา ตั้งเป้าหมายการส่งออกมูลค่าแสนล้าน ดันมาเจอปัญหาอากาศร้อน ส่งผลกระทบกับผลผลิตทุเรียน อีกกระทอก ได้แต่หวังลมๆแล้งๆ ว้าเหว่
ดื่มเพลิน – รัชนี ตรีรานุรัตน์ และ พญ.ดร.ศกุนตลา วิลาศรัศมี จัดงาน “COCOLOVE Event” เพื่อเอาใจคนรักน้ำมะพร้าวช่วยดับกระหายช่วงหน้าร้อน พร้อมแนะนำพรีเซนเตอร์ ราณี แคมเปน โดยมี รังสินี นาคนคร และ พงศ์พณิช บุญเกิด มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี สะพานควาย วันก่อน.
  • ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าโคราช นิธี สีแพร รองผู้ว่าด้านการสื่อสารการตลาด ททท.ร่วมกันจัดงาน Cars and Coffee on Vacation จับกลุ่มผู้ชื่นชอบยานยนต์สร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือและข้ามภูมิภาค ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ สร้างแรงจูงใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรถสวยงาม นำมาแสดงกว่า 500 คันบริเวณลานจอดรถศาลากลาง จ.นครราชสีมา สอบถามเพิ่มเติมที่ 1672
  • แนะนำหนังสือ ความรู้เป็นครู คุณลักษณะที่ดี สู่วิถีปฏิบัติโดย รศ.ดร.ณิรดา เวชญาลักษณ์ เศรษฐกิจการเมือง ความมั่งคั่ง อำนาจ และชนชั้น โดย ปวงชน อุนจะนำ อนุสาร อ.ส.ท. ตามรอยอดีตทางรถไฟสายดาร์กฟากตะวันตกโดย ภาคภูมิ น้อยวัฒน์
ที่อุดรธานี – ณฐพล วิถี และ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ เปิด “ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม” ศูนย์รวมวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อรองรับการขยายตัวด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมี ปาริชาติ ยามวินิจ, ทรงพล ประดิษฐ์ด้วง และ ว่าที่ ร.ท.สุธรรม ลครรำ มาร่วมงานด้วย ที่ ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี วันก่อน.
  • วันนี้ 09.00 น. รศ.นพ.อนุวัตร พงษ์คุณากร ประธาน CAOS และ นพ.สาธิต เที่ยงวิทยาพร ประธานชมรมศัลยแพทย์ข้อสะโพกและข้อเข่า เปิดการประชุม CAOS Thailand Annual Meeting ที่ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น
ผูกพันกัน – แอนโทนี่ ไทเลอร์ มอบรางวัลให้ รันตร์ ชื่นอารมณ์, นวัลรัศม์ บุญสิทธิ์ และศุภากร โพธิ์ศรี พนักงานทำงานครบ 5, 10, 20 และ 30 ปีขึ้นไป ในโอกาสครบรอบ 148 ปี ของโรงแรม โดยมี อแมนด้า ไฮนด์แมน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

นายพลซอวินโชว์ตัวคุมกำลัง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782573

นายพลซอวินโชว์ตัวคุมกำลัง

2 พ.ค. 2567 08:45 น.

นายพลซอวินโชว์ตัวคุมกำลัง

จากกรณีกระแสข่าวลือในแวดวงฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมาว่า พล.อ.ซอ วิน ผู้บัญชาการเบอร์ 2 ของกองทัพเมียนมา และคนสนิทของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำเมียนมา ตกเป็นเป้าของกระบวนการจัดสรรอำนาจใหม่ภายในรัฐบาลเมียนมา จนทำให้ไม่มาปรากฏตัวต่อสาธารณชนตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เม.ย.นั้น ผลปรากฏออกมาแล้วว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ว่า พล.อ.ซอ วิน ได้จัดการประชุมหารือกับผู้บัญชาการภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมืองเมาะละแหม่ง ในรัฐมอญ ทางตะวันตกของรัฐกะเหรี่ยง เรื่องแผนการทำสงครามเพื่อควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวาย หลังจากกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเคเอ็นยู ปฏิบัติการคุกคามเมืองเมียวดี เมืองค้าขายสำคัญในรัฐกะเหรี่ยงติดกับพรมแดนประเทศไทย มาตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. พร้อมเดินทางเข้าเยี่ยมทหารเมียนมาที่บาดเจ็บจากการสู้รบกับกองกำลังชาติพันธุ์ และสั่งการให้กองทัพมอบเงินตอบแทน การปรากฏตัวดังกล่าวยังมีขึ้นหลังจากมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า พล.อ.ซอ วิน ถูกส่งมายังเมืองเมาะละแหม่ง เพื่อคุมกำลังทหารยานเกราะ 4 กองพัน ปฏิบัติการตีโต้ขับไล่หน่วยรบชาติพันธุ์ออกไปจากพื้นที่เมืองเมียวดี.

ตุรกีประท้วงเดือดวันแรงงาน ตร.ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม รวบผู้ก่อเหตุรุนแรง 210 คน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782571

ตุรกีประท้วงเดือดวันแรงงาน ตร.ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม รวบผู้ก่อเหตุรุนแรง 210 คน

2 พ.ค. 2567 08:43 น.

ตุรกีประท้วงเดือดวันแรงงาน ตร.ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม รวบผู้ก่อเหตุรุนแรง 210 คน

ตำรวจตุรกีจับกุมผู้ประท้วง 210 คน ที่ออกมาประท้วงวันแรงงานในนครอิสตันบูล พร้อมระดมกำลังตำรวจกว่า 40,000 คนวางกำลังคุมเข้ม และใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม หลังจากสั่งห้ามการประท้วงในจัตุรัสทักซิม

สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า มีผู้ประท้วงหลายหมื่นคนฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมออกมารวมตัวกันที่จัตุรัสทักซิมในนครอิสตันบูล ของตุรกี หรือตุรเคีย ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ซึ่งตรงกับวันแรงงาน ส่งผลให้ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายามบุกรุกฝ่าสิ่งกีดขวางเพื่อเข้าไปยังจัตุรัสทักซิม 

นายอาลี เยร์ลิคายา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 210 คน ในข้อหาขัดคำสั่งห้ามของรัฐบาลในการออกมาประท้วงวันแรงงาน โดยในวันแรงงานมีตำรวจมากกว่า 40,000 คนลาดตระเวนกระจายอยู่ทั่วเมืองอิสตันบูล ตำรวจใช้แผงโลหะปิดกั้นถนนและซอกซอยต่างๆ บริเวณรอบจัตุรัสแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นจุดรวมการประท้วงต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีเรเจป เทย์ยิป ไตยิป แอร์โดอัน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลของประธานาธิบดีแอร์โดอัน ได้ประกาศห้ามไม่ให้มีการชุมนุมประท้วงและเดินขบวนในพื้นที่จัตุรัสทักซิม ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่พรรคการเมืองและสหภาพแรงงานบางพรรคได้ให้คำมั่นว่ารวบรวมผู้สนับสนุนเดินขบวนไปยังจัตุรัสทักซิม ซึ่งถือเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ของสหภาพแรงงาน.

อาวุธสหรัฐฯ ยังมาไม่ถึง รัสเซียเร่งยึดดินแดนยูเครนได้มากสุดในรอบปีครึ่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782561

อาวุธสหรัฐฯ ยังมาไม่ถึง รัสเซียเร่งยึดดินแดนยูเครนได้มากสุดในรอบปีครึ่ง

2 พ.ค. 2567 07:00 น.

อาวุธสหรัฐฯ ยังมาไม่ถึง รัสเซียเร่งยึดดินแดนยูเครนได้มากสุดในรอบปีครึ่ง

รัสเซียเร่งโจมตียึดพื้นที่ยูเครน ฉวยจังหวะที่เคียฟขาดแคลนกระสุน และความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกและสหรัฐฯ ยังส่งมาไม่ถึง

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า กองทัพรัสเซียกำลังใช้ประโยชน์จากที่ ยูเครนขาดแคลนกระสุนจนกระทบต่อการป้องกันของพวกเขา ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา รุกคืบยึดพื้นที่แนวหน้าฝั่งตะวันออก ใกล้เมืองอัฟดิฟกา และยึดพื้นที่ได้มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2565

เมืองอัฟดิฟกาเป็นเมืองหน้าด่านของยูเครนมาตั้งแต่เกิดการลุกฮือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนฝักฝ่ายรัสเซียเมื่อปี 2557 และหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้นในปี 2565 กองทัพยูเครนก็สามารถรักษาเมืองแห่งนี้เอาไว้ได้นานร่วม 2 ปี จนกระทั่งพวกเขาต้องถอนกำลังออกจากเมืองเมื่อ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา

ตลอด 10 สัปดาห์หลังจากตีเมืองอัฟดิฟกาสำเร็จ ทหารรัสเซียก็ค่อยๆ ยึดหมู่บ้านทางตะวันตกของอัฟดิฟกาทีละแห่ง อาศัยจังหวะที่กองทัพยูเครนยังตั้งแนวป้องกันไม่ได้ และลังเลที่จะเปิดเผยเรื่องการเสียดินแดนในพื้นที่ดังกล่าว

พลเอก โอเลกซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน เพิ่งออกมายอมรับเมื่อวันอาทิตย์ (28 เม.ย.) ว่า เสียหมู่บ้านทางตะวันออกไปแล้วหลายแห่ง และตามการวิเคราะห์ของ ซีเอ็นเอ็น รัสเซียชิงพื้นที่จากยูเครนไปได้มากและรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่การรุกคืบใกล้เมืองเซเวโรโดเนตสก์ เมื่อกรกฎาคม 2565

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกมาเรียกร้องให้ชาติตะวันตก เพิ่มความเร็วในการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่งผ่านกฎหมายความช่วยเหลือทางทหารก้อนใหม่ มูลค่า 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์

ความคืบหน้าของรัสเซียยังเกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหมายว่า พวกเขาจะเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยกองทัพรัสเซียกำลังทุ่มทรัพยากรเพื่อฝ่าแนวป้องกันทางตะวันออกของยูเครน 3 จุด ได้แก่ เมืองโปครอฟสก์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางทหารสำคัญ ทางตะวันตกของเมืองอัฟดิฟกา, เมืองชาซิฟ ยาร์ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูง ใกล้เมืองบัคห์มุต และเมืองคูราคอฟ ทางตะวันออกเฉียงใต้

เจ้าหน้าที่ยูเครนเตือนว่า หากรัสเซียรุกคืบเข้าใกล้เมืองคูราคอฟมากขึ้น ก็อาจทำให้พื้นที่ที่ฝ่ายยูเครนชิงกลับมาได้ในปฏิบัติการตอบโต้เมื่อฤดูร้อนปีก่อน ตกอยู่ในอันตราย

ขณะที่หากเสียเมืองชาซิฟ ยาร์ รัสเซียก็จะมีที่มั่น และสามารถโจมตีเมือง คอสเตียนตินิฟกา, ครามาตอร์สก์, สโลเวียนสก์ และดรูชคิฟกา ได้ในทันที ซึ่งหากรัสเซียยึดเมืองทั้ง 4 แห่งนี้ได้ เป้าหมายในการยึดครองแคว้นโดเนตสก์โดยสมบูรณ์ของมอสโกก็ใกล้บรรลุผลแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

คลื่นความร้อนถล่มเอเชีย ปลานับแสนตายเกลี้ยงอ่างเก็บน้ำเวียดนาม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782560

คลื่นความร้อนถล่มเอเชีย ปลานับแสนตายเกลี้ยงอ่างเก็บน้ำเวียดนาม

2 พ.ค. 2567 05:55 น.

คลื่นความร้อนถล่มเอเชีย ปลานับแสนตายเกลี้ยงอ่างเก็บน้ำเวียดนาม

ปลาหลายแสนตัวในอ่างเก็บน้ำในจังหวัดดองไน ของเวียดนาม ตายหมด ท่ามกลางภาวะคลื่นความร้อนที่กำลังเล่นงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 1 พ.ค. 2567 ว่า ปลาในอ่างเก็บน้ำที่จังหวัด ดองไน (Dong Nai) ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ลอยตายเป็นจำนวนหลายแสนตัว โดยเป็นผลจากคลื่นความร้อนที่กำลังเล่นงานประเทศแถบเอเชียอยู่ตอนนี้ และปัญหาการจัดการน้ำ

ชาวบ้านท้องถิ่นคนหนึ่ง บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ปลาทุกตัวในอ่างเก็บน้ำ ซอง เมย์ (Song May) ตายหมดแล้ว เพราะขาดน้ำ และการใช้ชีวิตของพวกเขาต้องกลับตาลปัตรตลอดช่วง 10 วันที่ผ่านมา เนื่องจากกลิ่นของพวกมัน

เอเอฟพียังเผยแพร่ภาพแสดงให้เห็น ชาวบ้านพยายามพายเรือหรือเดินในอ่างเก็บน้ำขนาด 3 ล้านตารางเมตรแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยซากปลาจนแทบมองไม่เห็นน้ำที่อยู่ด้านล่าง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า พื้นที่แถบนี้ไม่มีฝนตกมานานหลายสัปดาห์แล้ว และน้ำในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก็เหลือปริมาณน้อยเกินกว่าที่สัตว์น้ำจะมีชีวิตอยู่ได้

นอกจากฝนแล้งแล้ว ชาวบ้านบอกด้วยว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ดีก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ปลาในอ่างเก็บน้ำตาย โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตัดสินใจปล่อยน้ำออกจากอ่าง เพื่อช่วยผลผลิตทางการเกษตรที่ปลายน้ำ ก่อนจะพยายามขุดลอกสระ เพื่อให้ปลามีพื้นที่และน้ำมากขึ้น

แต่ความพยายามของพวกเขาล้มเหลว และหลังจากนั้นไม่นาน ปลามากมายก็เริ่มตาย โดยสื่อท้องถิ่นคาดว่า ปลาที่ตายไปนั้นอาจมีน้ำหนักรวมกันมากถึง 200 ตัน

ด้านหนังสือพิมพ์ Tuoi Tre ของเวียดนามระบุว่า บริษัทผู้รับหน้าที่บริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ ซอง เมย์ เริ่มโครงการขุดลอกสระตั้งแต่ต้นปี 2567 และมีแผนจะปล่อยน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อช่วยเหลือปลา แต่เนื่องจากคลื่นความร้อนที่ไม่ยอมบรรเทาลง ทำให้พวกเขาต้องปล่อยน้ำไปยังปลายน้ำ ทำให้ระดับน้ำในอ่างลดต่ำลง ส่งผลให้ปลาตายจำนวนมาก

ทั้งนี้ ปัญหาความร้อนกำลังปกคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจังหวัดดองไน ซึ่งอยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ ไปทางตะวันตก 100 กม. มีอุณหภูมิในเดือนเมษายนแตะ 40 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลของจังหวัด ที่ทำไว้เมื่อปี 2541

กัมพูชาก็ได้รับผลกระทบจากความร้อนเช่นกัน โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิถึง 43 องศาฯ จนทำให้เมื่อวันพุธ นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต ออกคำสั่งให้โรงเรียนทั่วประเทศพิจารณาหยุดการเรียนการสอน เพื่อปกป้องครูและนักเรียนจากความร้อน และสั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมรอไว้ เผื่อเกิดสถานการณ์น้ำขาดแคลน

ส่วนที่ประเทศไทย ทำลายสถิติการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดตลอดกาล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยจังหวัดอุดรธานี ในภาคอีสาน มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 44 องศาเซลเซียส

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782568

เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี

2 พ.ค. 2567 08:34 น.

เฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ระดับสูงสุดในรอบ 23 ปี

ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 23 ปี ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าระดับที่เฟดต้องการ

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 สำนักข่าว CNN รายงานว่า นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ประกาศว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 23 ปี ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าระดับที่เฟดต้องการ

ประธานเฟดระบุว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงไม่แน่นอน และขาดความคืบหน้า ด้านเป้าหมายการลดอัตราเงินเฟ้อ ทำให้คณะกรรมาธิการของธนาคารกลางต้องตัดสินใจว่าจะยังคงความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของเงินเฟ้อต่อไป

ทั้งนี้ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงเพื่อชะลอเงินเฟ้อ จนทำให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อปีที่แล้ว จนทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ความหวังที่จะเห็นเฟดลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ต้องชะลอออกไป อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้.

ตำรวจนิวยอร์กดุ บุกมหาวิทยาลัย 2 แห่ง รวบผู้ประท้วงกว่า 300 คน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2782559

ตำรวจนิวยอร์กดุ บุกมหาวิทยาลัย 2 แห่ง รวบผู้ประท้วงกว่า 300 คน

2 พ.ค. 2567 04:12 น.

ตำรวจนิวยอร์กดุ บุกมหาวิทยาลัย 2 แห่ง รวบผู้ประท้วงกว่า 300 คน

ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุมผู้ประท้วงหนุนปาเลสไตน์กว่า 300 คนจากมหาวิทยาลัย 2 แห่งในนิวยอร์ก หลังนักศึกษาไม่ยอมยุติประท้วงและยึดอาคารเรียนเอาไว้

เมื่อวันพุธที่ 1 พ.ค. 2567 สำนักงานตำรวจนิวยอร์กเปิดเผยว่า พวกเขาจับกุมตัวผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์เกือบ 300 ราย ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดย 119 รายถูกจับกุมที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ขณะที่ 173 รายถูกจับกุมที่วิทยาลัย ซิตี้ คอลเลจ ออฟ นิวยอร์ก (City College of New York) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ในข้อหาบุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ และย่องเบา

ตำรวจนิวยอร์กบุกมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเมื่อคืนวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากได้รับอนุญาตจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้เจ้าหน้าที่เข้าขับไล่กลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งไม่ยอมยุติการประท้วงภายในเส้นตายที่ทางมหาวิทยาลัยขีดเอาไว้ แต่กลับก่อเหตุยึดอาคาร แฮมิลตัน ฮอลล์ ปิดกั้นทางเข้า และใช้หนังสือพิมพ์ปิดหน้าต่างเพื่อไม่ให้ใครเห็นภายใน

ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว บีบีซี ตำรวจประมาณ 80-100 นาย บุกเข้าไปในอาคารแฮมิลตัน ฮอลล์ ด้วยการปีนบันไดแล้วเข้าทางหน้าต่างชั้น 2 แล้วเข้าจับกุมกลุ่มผู้ประท้วงที่ขังตัวเองอยู่ภายในนั้น โดยไม่มีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการนี้แต่อย่างใด

ตำรวจนิวยอร์กเข้าสู่แฮมิลตัน ฮอลล์ ผ่านทางหน้าต่างชั้น 2

หลังจากเที่ยงคืน เต็นท์ที่พักที่ถูกตั้งอยู่ในสวนของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ก็ถูกเจ้าหน้าที่รื้อถอนจนหมด เหลือไว้เพียงข้าวของของผู้ประท้วงที่ถูกทิ้งเอาไว้ในถุงขยะสีดำเท่านั้น

ทั้งนี้ ตำรวจนิวยอร์กระบุว่า พวกเขากำลังจำแนกกลุ่มผู้ที่ถูกจับกุมว่า มีใครเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบียบ้าง หลังนาง มินูช ชาฟิก อธิการบดีมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุในจดหมายที่ส่งถึงตำรวจว่า การยึดอาคารเรียนที่เกิดขึ้น นำโดยบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย

นางชาฟิกยังขอให้ตำรวจประจำการภายในวิทยาเขตต่อไป อย่างน้อยจนถึงวันที่ 17 พ.ค. หรือ 2 วันหลังวันรับปริญญา เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ประท้วงจะไม่กลับมาตั้งแคมป์อีก

ตำรวจจับกุมผู้ประท้วงที่ ซิตี้ คอลเลจ ออฟ นิวยอร์ก

ในขณะเดียวกัน ตำรวจนิวยอร์กก็นำกำลังเข้าสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงที่ ซิตี้ คอลเลจ ออฟ นิวยอร์ก หลังทางมหาวิทยาลัยส่งจดหมายข้อความช่วยเหลือ โดยอ้างว่า นักศึกษากับกลุ่มบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย ปฏิเสธที่จะยุติการประท้วงและออกจากพื้นที่

ตำรวจกับกลุ่มผู้ประท้วงกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ไม่มีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บ ก่อนที่การประท้วงจะสงบลง โดยที่ทางมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใครกลับเข้าไปในวิทยาเขต และปิดอาคารทั้งหมด ตั้งแต่คืนวันอังคารยาวจนถึงวันพุธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cbsnews