ไบเดนออกคำสั่ง อภัยโทษ 39 ผู้กระทำผิด ลดโทษให้อีกเกือบ 1,500 คน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830673

ไบเดนออกคำสั่ง อภัยโทษ 39 ผู้กระทำผิด ลดโทษให้อีกเกือบ 1,500 คน

12 ธ.ค. 2567 22:50 น.

ไบเดนออกคำสั่ง อภัยโทษ 39 ผู้กระทำผิด ลดโทษให้อีกเกือบ 1,500 คน

โจ ไบเดน ออกคำสั่งประธานาธิบดี อภัยโทษผู้กระทำผิด 39 คน และลดโทษให้ผู้ต้องขังอีกเกือบ 1,500 คน ทิ้งทวนก่อนหมดวาระเดือนหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 12 ธ.ค. 2567 ว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ออกคำสั่งอภัยโทษของประธานาธิบดี ให้แก่ชาวอเมริกัน 39 คนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และสั่งให้ลดโทษแก่นักโทษอีกเกือบ 1,500 คน

นายไบเดนกล่าวว่า ผู้ที่เขาอภัยโทษให้นั้น แสดงให้เห็นความสำเร็จในการบำบัด รวมถึงแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำให้ชุมชนของพวกเขาเข้มแข็งขึ้นและปลอดภัยขึ้น ส่วนผู้ที่ได้รับการลดโทษนั้น มีหลายร้อยคนที่ถูกกักบริเวณในบ้านในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 และหลายคนที่รับโทษนานเกินไปภายใต้กฎหมายที่ล้าสมัย

“พวกเขาแสดงให้เห็นว่า พวกเขาสมควรได้รับโอกาสที่ 2” นายไบเดนกล่าว และว่าจะมีการอภัยโทษอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

อนึ่ง รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ กำหนดให้ประธานาธิบดีมีอำนาจในการอภัยโทษแก่ผู้กระทำผิดได้ ยกเว้นกรณีการฟ้องร้องถอดถอน โดยคดีที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงดังกล่าว รวมถึงผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โจ ไบเดน ก็เพิ่งกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการออกคำสั่งอภัยโทษให้แก่ ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของเขา ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติการซื้อปืน และหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษี ทั้งที่เคยพูดว่าจะไม่อภัยโทษให้ลูกชาย

ทั้งนี้ นายโจ ไบเดน กับรัฐบาลของเขา จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. 2568 เมื่อนายโดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนรับตำแหน่ง การอภัยโทษให้แก่ลูกชาย รวมถึงนักโทษกลุ่มล่าสุดจึงถูกมองว่า เป็นการทิ้งทวนก่อนอำลาตำแหน่ง และลบสถิติการเป็นประธานาธิบดีที่อภัยโทษน้อยที่สุดในยุคปัจจุบันด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พรรครัฐบาลเกาหลีใต้ กลับลำหนุนถอดถอน ปธน. หลังไม่ยอมลาออกเอง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830671

พรรครัฐบาลเกาหลีใต้ กลับลำหนุนถอดถอน ปธน. หลังไม่ยอมลาออกเอง

12 ธ.ค. 2567 21:43 น.

พรรครัฐบาลเกาหลีใต้ กลับลำหนุนถอดถอน ปธน. หลังไม่ยอมลาออกเอง

ผู้นำพรรครัฐบาลเกาหลีใต้ ออกมาสนับสนุนความพยายามถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล แล้ว หลังพยายามกล่อมให้ลาออกแต่ไม่สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (PPP) พรรครัฐบาลของเกาหลีใต้ ออกมาระบุในวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค. 2567 ว่าพวกเขาจะสนับสนุนความพยายามของฝ่ายค้าน ที่จะถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่ง หลังพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายยุนลาออกแต่ไม่เป็นผล

ประธานาธิบดียุนสร้างความปั่นป่วนให้เกาหลีใต้ หลังจู่ๆ เขาก็ประกาศกฎอัยการศึก หวังให้ทหารคุมอำนาจชั่วคราว โดยอ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ แต่จุดประสงค์แท้จริงคือต้องการสกัดฝ่ายค้านไม่ให้ผ่านกฎหมายงบประมาณที่ถูกลดการใช้จ่ายลง และสกัดญัตติถอดถอนอัยการระดับสูงหลายคน ที่ล้มเหลวในการตรวจสอบคดีรับสินบนของภริยานายยุน

ฝ่ายค้านพยายามผลักดันญัตติถอดถอนนายยุนเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพรรค PPP บอยคอต ไม่เข้าร่วมการประชุม ทำให้ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติไม่ครบองค์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านกำลังพยายามถอดถอนนายยุนเป็นครั้งที่ 2 โดยคาดกันว่าจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ (14 ธ.ค.)

ด้านพรรค PPP พวกเขาตำหนิการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน แต่ไม่สนับสนุนญัตติถอดถอนในรอบแรก เนื่องจากต้องการให้นายยุนลาออกเอง และนาย ฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรค ก็เคยบอกว่า การลาออกของนายยุนนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายฮันออกแถลงการณ์ระบุว่า “เราพยายามหาทางที่ดีกว่าการถอดถอน แต่ไม่มีทางเลือกอื่นเลย” “การระงับการปฏิบัติหน้าที่ของประธานาธิบดีผ่านการถอดถอน จึงเป็นทางเดียวสำหรับตอนนี้ ที่จะปกป้องประชาธิปไตยและสาธารณรัฐเกาหลี”

คำพูดของนายฮันเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดียุนจะออกแถลงการณ์ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในวันพฤหัสบดี โดยเขาพยายามอ้างความชอบธรรมในการประกาศกฎอัยการศึก และปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก โดยระบุว่า จะต่อสู้จนถึงที่สุด

นายฮันบอกด้วยว่า ตอนนี้สมาชิกสภาจากพรรค PPP สามารถลงคะแนนโหวตญัตติถอดถอนรอบ 2 ที่ฝ่ายค้านกำลังผลักดัน ได้ตามความเชื่อและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของตัวเองแล้ว “ผมเชื่อว่า สมาชิกพรรคของเราจะโหวตเพื่อประเทศและประชาชน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือระหว่าง’รมว.เกษตรฯ-ผู้บริหารหอการค้าไทย’

https://www.naewna.com/local/847269

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมหารือระหว่าง'รมว.เกษตรฯ-ผู้บริหารหอการค้าไทย'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือระหว่าง’รมว.เกษตรฯ-ผู้บริหารหอการค้าไทย’

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.34 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับผู้บริหารหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผอ.สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการหารือฯ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมหารือร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และแปรรูป โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร

– 006

‘นฤมล’ชี้EggBoardเห็นชอบนำเข้าไก่ฯ

https://www.naewna.com/local/847176

‘นฤมล’ชี้EggBoardเห็นชอบนำเข้าไก่ฯ

‘นฤมล’ชี้EggBoardเห็นชอบนำเข้าไก่ฯ

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ เข้าร่วม ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการนำเข้าเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ (GP และ PS) ปี 2568 คือ ปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ (GP) 3,800 ตัว และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) 440,000 ตัวและเห็นชอบประสิทธิภาพการผลิตไก่ไข่และไข่ไก่ ปี 2568 ดังนี้ 1.ปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่(GP) 1 ตัว ผลิตลูกพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่(PS) ได้ 77 ตัว ปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ 2.พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) 1 ตัว ผลิตลูกไก่ไข่เพศเมียได้ 107 ตัว ปลดที่อายุ 72 สัปดาห์ 3.แม่ไก่ไข่ยืนกรง1 ตัว ผลิตไข่ไก่ได้ 361 ฟอง ปลดที่อายุ80 สัปดาห์ และมอบหมายให้กรมปศุสัตว์ จัดสรรแผนการเลี้ยงให้แก่ผู้ประกอบการไก่ไข่พันธุ์ 16 บริษัท (แผนการเลี้ยงแต่ละบริษัทเท่ากับ ปี 2567) เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการนำเข้าพันธุ์สัตว์ได้ต่อไป

“การดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ กรมปศุสัตว์ ได้ประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่ภายในประเทศ โดยมีผู้แทนจาก 4 สมาคมไก่ไข่ 4 สหกรณ์ไก่ไข่ ผู้ประกอบการไก่ไข่พันธุ์ 16 บริษัทผู้ประกอบการไก่ไข่รายใหญ่ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 1-9 พิจารณากำหนดมาตรการร่วมกัน โดยขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนกรง ปลดไก่ไข่ตามอายุที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่ทุกราย เร่งปลดไก่ไข่ยืนกรงไม่ให้อายุเกิน 80 สัปดาห์ ยกเว้นรายย่อยที่เลี้ยงต่ำกว่า 30,000 ตัวที่ไม่ใช่ฟาร์มในระบบเกษตรพันธสัญญาของผู้ประกอบการรายใหญ่ และขอความร่วมมือผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ ขนาดการเลี้ยง 100,000 ตัวขึ้นไป ปลดไก่ไข่ยืนกรงไม่ให้อายุเกิน 78 สัปดาห์ จนถึงเดือนธันวาคม 2567” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ปศุสัตว์จัดการ แก้ปัญหาการใช้ สารเร่งเนื้อแดง ควบคุมเข้มงวด

https://www.naewna.com/local/847174

ปศุสัตว์จัดการ  แก้ปัญหาการใช้  สารเร่งเนื้อแดง  ควบคุมเข้มงวด

ปศุสัตว์จัดการ แก้ปัญหาการใช้ สารเร่งเนื้อแดง ควบคุมเข้มงวด

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวภายหลังร่วมกิจกรรม Kick Off เปิดปฏิบัติการอวสานสารเร่งเนื้อแดง ว่าสารเร่งเนื้อแดงที่มักพบการลักลอบใช้ ได้แก่
ซาลบูทามอล (Salbutamol) เคลนบูเทอรอล (Clenbuterol) และแรคโทพามีน(Ractopamine) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อและลดการสะสมไขมัน ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการปศุสัตว์ เมื่อนำไปผสมอาหารสำหรับเลี้ยงในฟาร์มสุกรและโคขุน จะทำให้เนื้อสัตว์มีสีแดงสด ชั้นไขมันบาง เป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก่อให้เกิดการตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เมื่อผู้บริโภคทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะทำให้กระสับกระส่าย ใจสั่น มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และความดันโลหิตสูง โดยจะอันตรายมากขึ้นในหญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงในผู้ที่แพ้ หรือได้รับสารปริมาณมาก

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กำหนดมาตรการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ ป้องกันการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง โดยจัดให้มีการดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การตรวจสอบการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดงตั้งแต่การเลี้ยงของเกษตรกรในฟาร์ม การเฝ้าระวังในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงตกค้างก่อนสัตว์เข้าโรงฆ่า อีกทั้งสามารถตรวจสอบการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงย้อนกลับแหล่งที่มา และ/หรือแหล่งผลิต ณ สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ ซึ่งสารเร่งเนื้อแดงเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์ ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้อง

เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/847177

เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ  สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

เกษตรฯจัดงานรวมใจภักดิ์ฯ สืบสานการพัฒนาเกษตรที่ยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง)เปิดโครงการรวมใจภักดิ์ หลอมรักษ์สืบสานการพัฒนาที่ยั่งยืน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบฯ ที่ศูนย์วิจัยยางหนองคายและสำนักงานตลาดกลางยางพารา จ.หนองคาย เป็นการน้อมนำศาสตร์พระราชาด้าน “สวนยางอารยเกษตร” จัดการสวนยางแบบเกษตรผสมผสาน พร้อมชูนวัตกรรมยางลดต้นทุน-เพิ่มรายได้ชาวสวนยาง ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้ขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และอีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการมอบโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักประกันสินเชื่อแก่เกษตรกรสวนยาง ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและต่อยอดอาชีพเกษตรกรได้มากขึ้นโดยภายใต้การขับเคลื่อนภารกิจของ ศ.ดร.นฤมล จะเดินหน้าศึกษาแนวทางการพัฒนาและขยายโอกาสการค้าภาคการเกษตร เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร มีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับโฉนดต้นยางพารา เปรียบเหมือนเอกสารสิทธิความเป็นเจ้าของต้นยางต้นนั้น ซึ่งสามารถนำไปเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ และเพิ่มรายได้จากการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตได้ รวมถึงได้สิทธิ์ในการรับความช่วยเหลือจากมาตรการของภาครัฐ

ขณะที่นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า มีแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจตามแนวคิด “สวนยางอารยเกษตร” คือการประกอบอาชีพทำสวนยางแบบผสมผสานสมดุลใน 3 ส่วน ได้แก่ “สืบสาน” ในสิ่งดี, “รักษา” ในสิ่งเดิม และ “ต่อยอด” สู่สิ่งใหม่ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีพันธุ์ยางใหม่ RRIT 3904 ซึ่งเป็นพันธุ์ยางที่คิดค้นและพัฒนาโดยสถาบันวิจัยยาง กยท.นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมยางพารา ที่จะช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการสวนยาง และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าจากยางพาราเหลือใช้ในรูปแบบต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์กรีดยางพารา เครื่องกลั่นน้ำมันไบโอดีเซลจากยางพารา (ระบบไพโรไลซิส) เป็นต้น

โอกาสนี้โฆษกเกษตรฯ (ฝ่ายการเมือง) และคณะ ได้มอบต้นพันธุ์ยางชำถุง พันธุ์ RRIT 3904 รวม 904 ต้นพร้อมทั้งมอบโฉนดต้นยางพาราให้กับเกษตรกร 20 ราย รวมถึงมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้แก่เกษตรกร 30 ราย เพื่อสร้างโอกาสการเข้าแหล่งทุนทางการเกษตรเพิ่มขึ้นต่อไป

‘นฤมล’เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

https://www.naewna.com/local/847132

'นฤมล'เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

‘นฤมล’เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.48 น.

“นฤมล”เปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวและกาแฟไทย ย้ำต้องดึงภาคเอกชนมาร่วมมือช่วยให้เกษตรกรพ้นจากความยากจน

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดโดยเว็บไซต์ The Cloud [www.readthecloud.co] ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว และมูลนิธิข้าวไทย ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ดำเนินการจัดงานขึ้นภายใต้ชื่องาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลกินข้าวใหม่และตลาดรวมสินค้าของเกษตรกรเพื่อยกระดับวงการข้าวไทยและสร้างความต่อเนื่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย ด้วยการนำเสนอศักยภาพข้าวไทยผ่านความหลากหลายของพันธุ์ข้าว มุมมองใหม่ของข้าวไทยและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างองค์ความรู้จากข้าวไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับงาน Thailand Coffee Fest ‘Year End’ 2024 มหกรรมของคนกาแฟ เว็บไซต์ The Cloud ได้ร่วมมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) โดยภายในงานได้รวบรวมร้านค้าและธุรกิจที่เกี่ยวกับกับกาแฟทั้งในและนอกประเทศอย่างครบวงจรและนำเสนอกิจกรรมที่มีความหลากหลาย อาทิ การเล่าเรื่องราวผ่านเวทีเสวนา การแข่งขัน หรือมอบความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อป รวมถึงตลาดสินค้ากาแฟ และอุตสาหกรรมที่รายล้อมกาแฟเพื่อการพัฒนาและยกระดับวงการกาแฟไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวและกาแฟไทย ผลิตภัณฑ์ที่มากด้วยคุณค่าจากกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรประเภทข้าวและผลักดันอุตสาหกรรมกาแฟไทย รวมถึงส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ต่อการนำข้าวและกาแฟไปใช้ประโยชน์ในฐานะ Soft Power ของประเทศไทย

“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้การสนับสนุนทุกภาคส่วนในการพัฒนาและเสริมศักยภาพให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เกิดความร่วมมือให้เกษตรกรพ้นจากกับดักความยากจน อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าภาคการเกษตรอีกหลายชนิดที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด อาทิ กล้วยหอมทอง สินค้าหม่อนไหม และยังรวมถึงเมล็ดพันธุ์กาแฟ และพันธุ์ข้าวใหม่ๆ เป็นต้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยังคงต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนาทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพเพื่อแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ และช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”

– 006

‘ประมงจังหวัดตราด’ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน’ปลาหมอคางดำ’ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/local/847101

'ประมงจังหวัดตราด'ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน'ปลาหมอคางดำ' และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

‘ประมงจังหวัดตราด’ชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกัน’ปลาหมอคางดำ’ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.43 น.

ประมงจังหวัดตราดชวนเยาวชนร่วมกิจกรรมสร้างปราการป้องกันปลาหมอคางดำ และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม

อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด และ สำนักงานประมงจังหวัดตราด โดยมี นายพงษ์พัฑฒ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง นายชัชวาลย์ วุฒิเมธี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมงจังหวัดตราด นำคณะผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนจากโรงเรียนวัดสลัก พร้อมกับผู้แทนจากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ ปล่อยลูกพันธุ์ปลากะพงขาวจำนวน 5,000 ตัว ลงสู่แหล่งน้ำในชุมชนบ้านสลัก ตำบลท่าโสม กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเสริมแนวกันชนด้วยปลานักล่า ปกป้องระบบนิเวศจังหวัดตราดปลอดจากปลาหมอคางดำ ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่

จังหวัดตราดได้ดำเนินการสำรวจแหล่งน้ำในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอเขาสมิง อำเภอแหลมงอบ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน “ยังไม่พบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ”​ ในจังหวัดตราด อย่างไรก็ตาม ประมงจังหวัดตราดดำเนินการมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันปลาหมอคางดำรุกล้ำเข้ามาในแหล่งน้ำของจังหวัดอย่างเข้มแข็ง

การปล่อยลูกพันธุ์ปลานักล่าในแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นหนึ่งในมาตรการของกรมประมงเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัตราดกับจังหวัดอื่นที่พบปลาหมอคางดำ โดยการเพิ่มจำนวนปลานักล่าที่เป็นปลาพื้นถิ่นลงในแหล่งน้ำธรรมชาติในจำนวนที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม เพื่อสร้างปราการปกป้องระบบนิเวศและสัตว์น้ำพื้นถิ่น รักษาความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำธรรมชาติ นอกจากนี้ ปลากะพงขาวยังเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับมาจำหน่ายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ประมงจังหวัดตราดและคณะทำงานฯ ยังไม่นิ่งนอนใจ โดยจัดให้มีการสำรวจและเฝ้าระวังปลาหมอคางดำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้เรื่องปลาหมอคางดำ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยกันเป็นเครือข่ายสอดส่องหากพบปลาหมอคางดำเร็ว จะสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้ การชักชวนให้น้องๆ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยปลานักล่า ยังช่วยปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของความหลากหลายของระบบนิเวศ และร่วมเป็นพลังช่วยรักษาความสมดุลในระบบนิเวศ

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847092

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.25 น.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และการมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

https://www.naewna.com/local/847090

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 16.20 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” แก่หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน และมอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง” แก่หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน แถลงโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ สตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กรุงเทพฯ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด ผู้บริหารสูงสุดองค์การมหาชนในสังกัด เข้าร่วมงานแถลงนโยบายฯ

– 006