‘หัวหน้าพรรคปวงชนไทย’ประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จันทบุรี

‘หัวหน้าพรรคปวงชนไทย’ประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จันทบุรี

‘หัวหน้าพรรคปวงชนไทย’ประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จันทบุรี

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.02 น.

‘หัวหน้าพรรคปวงชนไทย’ประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จันทบุรี

17 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมมิวเซียม เทวิกา ตำบลเขาวง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ได้มีการประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคปวงชนไทย ประจำจังหวัดจันทบุรี โดยมีนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย พร้อมทีมผู้บริหารพรรค เดินทางมาร่วมประชุมและพบปะสมาชิกพรรคในพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแต่งตั้งและจัดตั้งโครงสร้างตัวแทนพรรคปวงชนไทยในระดับจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนงานทางการเมืองและการดำเนินกิจกรรมตามนโยบายของพรรค โดยภายในงานได้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคปวงชนไทย จังหวัดจันทบุรี เขต 3 ได้แก่ ดร.ธัญกาญจน์ อัครเดชเดชา ท่ามกลางความสนใจของสมาชิกพรรคและผู้เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกพรรคจากทั้ง 3 เขตเลือกตั้งในจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมกิจกรรมประชุมจัดตั้งตัวแทนพรรคในครั้งนี้อย่างคึกคัก โดยผู้บริหารพรรคได้ชี้แจงแนวทางการทำงานและนโยบายสำคัญของพรรคปวงชนไทย ซึ่งยึดหลักการทำงาน “มุ่งมั่นทำงานด้วยใจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน” พร้อมเน้นย้ำการทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาและผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะผู้บริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร สส. และสมาชิกพรรค ได้เดินทางไปยังศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พรรค ว่าที่ผู้สมัคร และสมาชิกทุกคน พร้อมแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานทางการเมืองเพื่อพัฒนาจังหวัดจันทบุรีและประเทศชาติต่อไป

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ได้เปิดเผยว่าในการเดินทางมาจันทบุรีครั้งนี้เพื่อมาประชุมจัดตั้งตัวแทน พรรคปวงชนไทยทั้งสามเขตในจังหวัดจันทบุรีจันทบุรีและคาดหวังกับว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ในการลงชิงชัยแข่งขันสนามสนามเลือกตั้งในครั้งนี้ซึ่งหวังเป็นอย่างมากโดยมี ว่าที่ผู้สมัคร หน้าใหม่ เขต3 คือ ดร.ธัญกาญจน์ อัครเดชเดชา ซึ่งเป็นผู้มุ่งมั่นการทำงานเพื่อชาวจังหวัดจันทบุรี ในครั้งนี้ยังเปิดเผยอีกว่าพรรคเราเน้นสร้างเศรษฐกิจให้กับประชาชน ให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในจังหวัดและประเทศไทย

‘นายกฯ’ยันรัฐบาล‘พูดแล้วทำ’ต่อต้านสแกมเมอร์ ลั่นทำไมต้องเลี้ยงดูคนพวกนี้ในประเทศเรา

‘นายกฯ’ยันรัฐบาล‘พูดแล้วทำ’ต่อต้านสแกมเมอร์ ลั่นทำไมต้องเลี้ยงดูคนพวกนี้ในประเทศเรา

‘นายกฯ’ยันรัฐบาล‘พูดแล้วทำ’ต่อต้านสแกมเมอร์ ลั่นทำไมต้องเลี้ยงดูคนพวกนี้ในประเทศเรา

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.14 น.

‘นายกฯ’ยันรัฐบาล‘พูดแล้วทำ’ต่อต้านสแกมเมอร์ เผย‘หลิว จงอี้’ขอบคุณส่งตัวร้ายกลับจีน ไทยพร้อมปราบอาชญากรรมออนไลน์จริงจัง ถามทำไมต้องเลี้ยงดูคนพวกนี้ในประเทศเรา

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 17 ธ.ค.2568 ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับผู้ร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ว่า การจัดประชุมดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยพูดแล้วทำ จากเมื่อครั้งที่ตนไปร่วมประชุมผู้นำเอเปกและอาเซียน ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลนี้เพิ่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน มีกรณีเรื่องสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากมาย เราแจ้งว่าประเทศไทยอาสาเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมแก้ปัญหาดังกล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจและมีผู้ร่วมการประชุมเป็นจำนวนมากกว่าที่คิดไว้ และภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว จะมีการออกถ้อยแถลงร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Statement) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการสแกมเมอร์และปัญหาอาชญากรรมออนไลน์

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับบรรยากาศในการหารือ ทุกคนชื่นชม ขณะเดียวกันถือเป็นข้อความที่ส่งไปยังทั่วโลกว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญเรื่องการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง และแต่ละประเทศที่มาร่วมการประชุม ก็มีความจริงจังทั้งนั้น อาทิ โมร็อกโก ส่งรัฐมนตรีมา 3 คน ทั้งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย  กลาโหม และต่างประเทศ ขณะที่จีนส่งนายหลิว จงอี้  ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นมือปราบสแกมเมอร์ อีกทั้งมีรัฐมนตรีอาวุโสจากเมียนมา อินเดีย และรวันดา รวมถึงมีเอกอัครราชทูตจากหลายประเทศ ทั้งนี้ ตนได้พบกับนายหลิว จงอี้ ครั้งแรก ซึ่งเขากล่าวขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความร่วมมือในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมเหล่านี้ให้กับจีน โดยเราส่งตัวร้ายๆ กลับไปให้เขาแล้วหลายคน ทั้งที่ในอดีตไม่ค่อยส่งกลับ

“เราให้ความร่วมมือกับเพื่อให้เห็นว่าคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ทำไมเราต้องให้การเลี้ยงดูอยู่ในเมืองไทยด้วย จึงให้ต้นสังกัดเข้าไปจัดการดูแล เพื่อให้ไปขยายผลต่อ พวกนี้มาทำชั่วแบบนี้ก็อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ไม่พ้นสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด บ่อนการพนัน และการพนันต่างๆ ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ คนประเภทเดียวกันทั้งนั้น เขาเรียกฝนตกขี้หมูไหล”นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยเห็นชัดเจนว่าฝ่ายตำรวจ ป.ป.ง. กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายปกครอง ร่วมมือประสานงานปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มสูบหรือจัดเต็ม ทำให้มีการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดมากมาย นำไปสู่การขยายผล เราไม่ได้ทำเพื่อตอบกระแสความต้องการของสังคม แต่เราทำมาต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าน่าเสียดายหรือไม่ที่กัมพูชาไม่ได้มาร่วมประชุมดังกล่า นายอนุทิน ระบุว่าก็แสดงให้เห็นอะไรอย่างหนึ่ง ไทยเราเชิญกัมพูชา เชิญทุกประเทศ เราให้ความปลอดภัยดูแลในการประชุม แม้จะมีปัญหาชายแดน ยกตัวอย่างกรณีที่สัปดาห์ก่อนนักกีฬากัมพูชามาร่วมงานแข่งขันซีเกมส์ แม้จะไม่ได้ร่วมแข่งแต่ได้ร่วมเดินสวนสนามก็ได้รับการปรบมือและโบกมือต้อนรับจากคนไทย เราแยกแยะ วันนี้เขาไม่ได้มาก็ไม่ได้มีผลอะไร เพราะประเทศไทยยังเดินหน้า โดยในถ้อยแถลงร่วมกรุงเทพฯจะมีกรอบและนโยบายต่างๆ เพื่อดำเนินงานภายใน 5 ปี

เมื่อถามว่าที่ผ่านมา ไทยช่วยชาวต่างชาติที่ถูกพาตัวมาเป็นสแกมเมอร์ แต่ยังเหลืออีกเป็นพันคนที่มาจากประเทศต่างๆ ได้มีประเทศใดขอไทยให้ช่วยเหลือคนของเขาส่งกลับประเทศอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออยู่เรื่อย ๆ  และเราให้ความร่วมมือตลอดเวลา ทั้งนี้ รัฐมนตรีจากอินเดียยังขอบคุณกรณีที่ไทยช่วยส่งชาวอินเดียกลับประเทศเขาไปราว 300 คน ตนก็บอกว่าต้องช่วยกันดูทั้งสองฝ่าย ท่านขอความร่วมมือมาแล้วก็ให้ความร่วมมือเต็มที่

เนิน 350 ไม่ใช่แค่สมรภูมิ แต่คือจุดชี้ขาดที่’กัมพูชา’กลัวเสียมากที่สุด

เนิน 350 ไม่ใช่แค่สมรภูมิ แต่คือจุดชี้ขาดที่'กัมพูชา'กลัวเสียมากที่สุด

เนิน 350 ไม่ใช่แค่สมรภูมิ แต่คือจุดชี้ขาดที่’กัมพูชา’กลัวเสียมากที่สุด

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.05 น.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “เนิน 350: จุดชี้ขาดที่กัมพูชากลัวเสียมากที่สุด” มีเนื้อหาดังนี้

การสูญเสียจ่าและพลทหารไทยในพื้นที่ตาควาย–เนิน 350 ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ และไม่ใช่เพราะเนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่ง “มีค่ามากกว่าชีวิต” หากแต่เพราะความจริงทางยุทธศาสตร์ที่ต้องพูดกันตรงๆ ว่า เนิน 350 คือจุดที่ใครคุมได้ ย่อมคุมเกมชายแดนช่วงนี้ได้ทั้งหมด ทั้งการมองเห็น การยิง การเคลื่อนกำลัง และที่สำคัญที่สุด คือการอ้างความชอบธรรมในการครองพื้นที่

ในเชิงทหาร เนิน 350 คือจุดสูงที่ให้ความได้เปรียบโดยธรรมชาติ ฝ่ายที่ยืนอยู่บนนั้นเห็นก่อน ตอบโต้ได้ก่อน และตั้งรับได้ง่ายกว่าฝ่ายที่ต้องบุกขึ้นไป แต่ในสถานการณ์จริง เหตุผลที่ไทยยังไม่ยึดพื้นที่แบบ “เบ็ดเสร็จ” ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ หากเกิดจากการเลือกไม่บุกแลกเลือดโดยไม่จำเป็น ไทยไม่ได้ทำสงครามเต็มรูปแบบ แต่กำลังคุมสถานการณ์ภายใต้ข้อจำกัดทางการเมือง การฑูต และความรับผิดชอบต่อชีวิตกำลังพล

ตรงกันข้าม สำหรับกัมพูชา เนิน 350 ไม่ใช่แค่พื้นที่ทางทหาร แต่คือ “ไพ่การเมือง” หากเสียจุดนี้ เรื่องเล่าว่าไทยเป็นฝ่ายรุกล้ำจะพังทันที ชาตินิยมที่ปลุกขึ้นมาเพื่อหล่อเลี้ยงอำนาจภายในจะสะดุด และผู้นำกัมพูชาจะต้องเผชิญแรงกดดันในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเห็นการต้านทานอย่างหนักหน่วง แม้รู้ดีว่าไม่อาจชนะไทยในสนามรบได้จริง

เป้าหมายของกัมพูชาไม่ใช่ชัยชนะทางทหาร แต่คือการ “ยื้อเวลา” ให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ สร้างภาพเหยื่อ และหวังดึงแรงกดดันจากนานาชาติให้ไทยถูกมองว่าเป็นฝ่ายใช้กำลัง การต้านแบบยอมแลกชีวิตจึงไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่เป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่ใช้เลือดทหารเป็นเครื่องมือ

ในเกมนี้ ไทยกำลังทำสิ่งที่ยากกว่า นั่นคือการไม่หลงกับดัก ไม่ตอบโต้ตามอารมณ์ และไม่เปิดพื้นที่ให้ฝ่ายตรงข้ามเขียนบทให้โลกดู การไม่บุกพร่ำเพรื่อไม่ใช่ความแพ้ แต่คือการรักษาความได้เปรียบในสนามที่ใหญ่กว่าสมรภูมิ นั่นคือสนามความชอบธรรมและศักดิ์ศรีของรัฐ

เนิน 350 จึงไม่ใช่แค่สมรภูมิ แต่เป็นบททดสอบว่าสังคมไทยจะเข้าใจสงครามยุคใหม่มากแค่ไหน เลือดของทหารไทยไม่ได้หลั่งเพื่อพื้นที่ไม่กี่เมตร แต่หลั่งเพื่อไม่ให้ประเทศนี้ถูกลากเข้าไปในเกมการเมืองของใครบางคน และนั่นคือความจริงที่ควรถูกพูดให้ชัด มากกว่าการตะโกนเรียกร้องให้ “บุกให้จบ” โดยไม่อ่านเกมให้ขาดก่อน.

กธ.เปิดตัว’คุณากร’อดีต สส.ส้ม ‘ไผ่’ผงาดคุมเมืองหลวงร่วม’อนุดิษฐ์’ ลั่นส่งครบทุกเขต

กธ.เปิดตัว'คุณากร'อดีต สส.ส้ม 'ไผ่'ผงาดคุมเมืองหลวงร่วม'อนุดิษฐ์' ลั่นส่งครบทุกเขต

กธ.เปิดตัว’คุณากร’อดีต สส.ส้ม ‘ไผ่’ผงาดคุมเมืองหลวงร่วม’อนุดิษฐ์’ ลั่นส่งครบทุกเขต

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.40 น.

กธ.เปิดตัว”คุณากร”อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ลงสมัครบ้านเกิด กทม. “ไผ่”ผงาดคุมเมืองหลวงร่วม”อนุดิษฐ์” ลั่นส่งครบทุกเขต หวังปักธง

เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.พร้อมด้วย นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค กธ.เปิดตัว นายคุณากร มั่นนทีรัย อดีต สส.นนทบุรี เขต 6 พรรคประชาชน (ปชน.) ลงสมัคร สส.กทม.เขต 8 ในนามพรรค กธ.พร้อมกับผู้สมัคร สส.กทม.ประกอบด้วย นายณรงค์ชัย เมืองครอง , น.ส.ปวริศา คุณาวรนนท์ , นายศุข ศักดิ์รงค์เดช , นายณัฐดัย หลำแสงกุล , นายเสฐียรพงษ์ สำแดงสุข , นายเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ และ นายนรุตม์ชัย บุนนาค

โดย นายไผ่ กล่าวว่า ตนได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการเลือกตั้งพื้นที่ กทม.ร่วมกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ.โดยพรรคได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงาน รวมถึงได้นายคุณากร ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ และมีประสบการณ์ทางการเมือง มีแนวทางการทำงานเดียวกัน จริงๆ แล้วยังมีผู้สมัคร สส.กทม.อีกหลายคน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มาทำงานในภาค กทม.และเท่าที่ได้พูดคุย ตนรับประกันว่าถ้าเปิดตัวมาว้าวแน่นอน เร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัว ซึ่งเราส่งทุกเขต

ด้าน นายคุณากร กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายมาพรรค กธ.ว่า พรรค กธ.ไม่ได้แค่คิด แต่ลงมือทำเลย ดังนั้น สิ่งที่อยากทำให้ประชาชนตนก็อยากทำเลย อยากให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจว่าพรรค กธ.ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ และทำมาดี จึงเป็นแนวคิดที่ทำให้ตนตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรค กธ.ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกันเดียวกันคือ คิดแล้วทำเลย

– 006

ไม่ต้องเลื่อน! เปิด 16 เขตเลือกตั้ง 7 จังหวัดพื้นที่สู้รบ ‘กกต.’จ่อใช้วิธี‘เลือกตั้งแบบพิเศษ’

ไม่ต้องเลื่อน! เปิด 16 เขตเลือกตั้ง 7 จังหวัดพื้นที่สู้รบ ‘กกต.’จ่อใช้วิธี‘เลือกตั้งแบบพิเศษ’

ไม่ต้องเลื่อน! เปิด 16 เขตเลือกตั้ง 7 จังหวัดพื้นที่สู้รบ ‘กกต.’จ่อใช้วิธี‘เลือกตั้งแบบพิเศษ’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.30 น.

ไม่ต้องเลื่อน! เปิด 16 เขตเลือกตั้ง 7 จังหวัดพื้นที่สู้รบ ‘กกต.’จ่อใช้วิธี‘เลือกตั้งแบบพิเศษ’

17 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลเบื้องต้นที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สำรวจพื้นที่ที่มีสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา และ กกต. เตรียมใช้วิธีบริหารจัดการเลือกตั้งแบบพิเศษในวันเลือกตั้งที่ 8 ก.พ.69 เพื่อให้ไม่ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป พบว่า อยู่ใน 7 จังหวัด รวม 16 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย

1.จ.จันทบุรี จากที่มีทั้งหมด 3 เขตเลือกตั้ง กระทบ 1 เขตเลือกตั้ง คือเขตเลือกตั้งที่ 3 

2.จ.ตราด จากที่มีทั้งหมด 1 เขตเลือกตั้ง กระทบที่เขตเลือกตั้งที่ 1 

3.จ.สระแก้ว จากที่มีทั้งหมด 3 เขตเลือกตั้ง กระทบ 2 เขตเลือกตั้ง คือเขตเลือกตั้งที่ 2 , 3

4.จ.บุรีรัมย์ จากที่มีทั้งหมด10 เขตเลือกตั้ง กระทบ 4 เขตเลือกตั้ง คือเขตเลือกตั้งที่ 2 , 8 , 9 , 10

5.จ.สุรินทร์ จากที่มีทั้งหมด 8 เขตเลือกตั้ง กระทบ 3 เขตเลือกตั้ง  คือ เขตเลือกตั้งที่ 6 ,7 , 8

6.จ.ศรีสะเกษ จากที่มีทั้งหมด 9 เขตเลือกตั้ง กระทบ 3 เขตเลือกตั้ง คือเขตเลือกตั้งที่ 4 , 5 , 6

7.จ.อุบลราชธานี จากที่มีทั้งหมด 11 เขตเลือกตั้ง กระทบ 2 เขตเลือกตั้งคือ เขตเลือกตั้งที่ 9 , 10

‘นายกฯอนุทิน’ชี้อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ เป็นภัยคุกคามระดับโลก

'นายกฯอนุทิน'ชี้อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ เป็นภัยคุกคามระดับโลก

‘นายกฯอนุทิน’ชี้อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ เป็นภัยคุกคามระดับโลก

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.22 น.

“นายกฯอนุทิน”ชี้อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามระดับโลก เน้นย้ำความร่วมมือกับนานาชาติ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง บังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน และผลักดันหุ้นส่วนโลกสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ห้อง Ballroom 1 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำสำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) ซึ่งเป็นการประชุมที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระหว่างวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (online scams)

การประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมทั้งในระดับรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี เอกอัครราชทูตจากทุกภูมิภาคทั่วโลก ตลอดจนผู้แทนจากสหภาพยุโรป องค์การระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ รวมทั้งสิ้นมากกว่า 300 คน จาก 60 ประเทศ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสกล่าวในงานเลี้ยงรับรองฯ พร้อมขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมจากทุกภาคส่วน และยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของรัฐบาลไทยในการต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือ online scams โดยการเข้าร่วมของผู้แทนจากหลายภูมิภาคทั่วโลกในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับภูมิภาคอีกต่อไป หากแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน” และการรวมตัวกันของนานาประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำงานอย่างเป็นเอกภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำหลายประเทศได้หยิบยกประเด็นปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตขึ้นมาหารืออย่างต่อเนื่อง โดยเห็นพ้องกันว่า ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภูมิภาคใด หรือมีระดับการพัฒนาอย่างไร ประชาชนล้วนตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมที่อาศัยช่องว่างของระบบกฎหมายในการแสวงหาประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อมนุษย์และระบบเศรษฐกิจโลก

“ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางร่วมกันของประชาคมโลก ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งและความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างประเทศ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจังของรัฐบาล โดยกำหนดให้เป็นวาระสำคัญสูงสุดของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก อาทิ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางและศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงโดยเฉพาะ รวมถึงการยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการอยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย

บทเรียนสำคัญจากการหารือในที่ประชุมครั้งนี้ คือ การดำเนินการในระดับชาติที่เข้มแข็งจำเป็นต้องควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับนานาชาติ เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดน เคลื่อนย้ายเงินได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที และปรับตัวได้เร็วกว่าระบบในประเทศ ดังนั้น การตอบสนองของประชาคมโลกจึงจำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด มีความชาญฉลาด และมีความมุ่งมั่นในระดับเดียวกัน

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกจะต้องยกระดับการหารือไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูล การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต พร้อมระบุว่า การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และ “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Statement)” ที่จะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว

“อาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นได้จากการขาดความร่วมมือที่เป็นเอกภาพ แต่จะอ่อนแรงลงเมื่อทุกประเทศรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว โดยประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศและทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนการหารือในครั้งนี้ให้กลายเป็นความร่วมมือที่ยั่งยืน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในระดับโลก” นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดท้าย

‘ปชป.’ปิดสัมภาษณ์ คัด 33 คน 33 เขต เตรียมเปิดตัวกลุ่มกรุงเทพฯฟ้าใหม่ 22 ธ.ค.นี้

‘ปชป.’ปิดสัมภาษณ์ คัด 33 คน 33 เขต เตรียมเปิดตัวกลุ่มกรุงเทพฯฟ้าใหม่ 22 ธ.ค.นี้

‘ปชป.’ปิดสัมภาษณ์ คัด 33 คน 33 เขต เตรียมเปิดตัวกลุ่มกรุงเทพฯฟ้าใหม่ 22 ธ.ค.นี้

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.12 น.

“ปชป.”ปิดสัมภาษณ์ คัด 33 คน 33 เขต เตรียมเปิดตัวกลุ่มกรุงเทพฯฟ้าใหม่ 22 ธันวาคมนี้ คาดคว้า 10 เขต กทม.

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูแลกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คณะกรรมการคัดเลือกตัวแทนพรรค เพื่อลงสมัครเป็น สส.กรุงเทพมหานคร ของพรรคได้แล้ว จำนวน 33 คน 33 เขต วันนี้ทางพรรคได้คัดเลือกตัวแทนครบแล้วจำนวน 33 คน 33 เขต และทำการเปิดตัวผู้สมัครกรุงเทพมหานคร หรือกลุ่มกรุงเทพฯฟ้าใหม่ ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้

นายสกลธี กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมการในการคัดเลือก ประกอบไปด้วย ตนเอง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ มล.อภิมงคล โสณกุล คณะกรรมการสรรหา และการคัดเลือกวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว และสามารถผู้สมัครได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ จะนำเสนอทั้ง 33 รายชื่อ ให้คณะกรรมการบริหารพรรครับรองอย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้ (18 ธ.ค.) ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของพรรค

นายสกลธี กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร ของพรรคกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นผู้สมัครใหม่ จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 150 คน ซึ่งมาจากแคมเปญ “สส.ที่ดี คุณก็เป็นได้นะ” ถือเป็นความคึกคักและแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อน

จากผลโพลในปัจจุบันของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่ม นายสกลธี คาดหวังจะสามารถคว้า สส.กรุงเทพฯ ประมาณ 10 ที่นั่ง เนื่องจากพื้นที่เขตกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวต่อกระแสการเมือง และมีโอกาสพลิกผันสูง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงต้องประเมินสถานการณ์กันแบบวันต่อวัน

– 006

ศึก‘เนิน 350’ สะท้อน‘ทหาร’สูญเสียชีวิต ‘นักการเมือง’สูญเสียน้ำลาย

ศึก‘เนิน 350’ สะท้อน‘ทหาร’สูญเสียชีวิต ‘นักการเมือง’สูญเสียน้ำลาย

ศึก‘เนิน 350’ สะท้อน‘ทหาร’สูญเสียชีวิต ‘นักการเมือง’สูญเสียน้ำลาย

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.39 น.

ศึก‘เนิน 350’ สะท้อน‘ทหาร’สูญเสียชีวิต ‘นักการเมือง’สูญเสียน้ำลาย

17 ธันวาคม 2568 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

“เนิน 350“

ทหารสูญเสียชีวิต นักการเมืองสูญเสียน้ำลาย

“เนิน 350” เป็นชื่อเรียกของเนินเขาที่มีความสูง 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล

อยู่บนแนวสันเขาพนมดงรัก ในพื้นที่ชายแดน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

ใกล้กับ “ปราสาทตาควาย” ติดชายแดน ไทย–กัมพูชา

เนินนี้สำคัญเพราะเป็นจุดสูงข่มทางยุทธศาสตร์

หากฝ่ายใดสามารถควบคุมเนินนี้ได้ จะได้เปรียบอย่างมากในพื้นที่รบนี้ 

ทหารไทยยังคงสู้รบอย่างดุเดือดกับทหารกัมพูชาเพื่อยึดเนิน 350 มีรายงานการสูญเสียชีวิตของทหารฝั่งไทยเพิ่ม 2 ราย โดยยังนำร่างออกมาไม่ได้

รายงานสถานการณ์สู้รบ มีการเผยแพร่โดยศูนย์การประเมินสถานการณ์ของทหาร และมีการแปลเป็นภาษาต่างชาติถึง 17 ภาษา

เหตุที่นำเรื่องนี้มากล่าว เพื่อเปรียบเทียบการทำงานระหว่างทหาร กับนักการเมือง

ในช่วง “น้ำท่วมหาดใหญ่” การทำงานของนักการเมืองสะเปะสะปะ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ดูเงอะๆ งะๆ เลอะเทอะ

ทำได้แค่อวดภาพตรวจพื้นที่ แจกของ ผัดกับข้าว สั่งงานไม่เป็น ไม่มีความพร้อมจนชาวบ้านด่าทั่วบ้านทั่วเมือง

แตกต่างกับทหารไทย ที่มีความพร้อมมากกว่า

เมื่อถึงช่วงปะทะชายแดน มีการร่วมมือกันของทหารทั้งทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศ

เตรียมพร้อมจัดตั้งศูนย์อพยพ การข่าว การสู้รบตอบโต้

ในขณะที่ทหารกำลังต่อสู้เอาชีวิตเข้าแลกกับดินแดนที่ถูกรุกราน

จนถึงปัจจุบัน ทหารไทยเสียชีวิตรวม 19 นายแล้ว

แต่นักการเมืองกลับเอา “กระแสชาตินิยม“ มาเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งอันใกล้อีกเดือนกว่า ที่กำหนดไว้ 8 กุมภาพันธ์ ปีหน้า

นายกฯ อนุทิน ใช้วาระการสู้รบ ไทย-กัมพูชา มาย้ำว่า “เราไม่ถอย”

แล้วรีบเกณฑ์ให้ “นักการเมืองสารพันบ้าน” มาโชว์ใส่เสื้อใหม่ไม่เว้นแต่ละวัน

ประกาศชัดว่า “พร้อมสู้ศึก (น้ำลาย)”

จึงอยากให้แยกแยะ “การเมือง” กับ “การทหาร”

เพราะทหารสู้รบตามหน้าที่เพื่อปกป้องดินแดนอธิปไตยของชาติ

แต่นักการเมืองเอากระแสชาตินิยมมาใช้ในการหาเสียง ถือโอกาสเพื่อประโยชน์ของพรรคตัวเอง

นักการเมืองทั้งหลายพยายามหยิบฉวยโอกาสจากเรื่องของชาติ

ทั้งบอกว่าหากเลือกคนของตัวเองมาเป็นผู้นำ สงครามจะไม่มาถึงจุดนี้บ้าง

หรือแสดงท่าทีออกอาการ “แข็งกร้าว” พ่นน้ำลายกระเซ็น เพื่อเรียกคะแนนนิยมให้พรรคตัวเองบ้าง

บางคนด่าทหาร แต่ศาลสั่งจำคุกคดีใช้ใบ สด.43 ปลอมเสียเอง

“ทหารสูญเสียชีวิต ประชาชนสูญเสียทรัพย์สิน แต่นักการเมืองสูญเสียน้ำลาย“

ดูเอาแล้วกันว่าต้นทุนใครมันต่ำ

‘กล้าธรรม’สุดคึกคัก! เปิดตัวผู้สมัคร สส.จังหวัดชายแดนภาคใต้

'กล้าธรรม'สุดคึกคัก! เปิดตัวผู้สมัคร สส.จังหวัดชายแดนภาคใต้

‘กล้าธรรม’สุดคึกคัก! เปิดตัวผู้สมัคร สส.จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

“กล้าธรรม”เปิดตัวผู้สมัคร สส.จว.ชายแดนใต้ “เพชรดาว”ลงปัตตานี เขต 1 ด้านแกนนำกลุ่มวาดะห์”มุข สุไลมาน-น้องชายอารีเพ็ญ-นัจมุจดีน”มาครบ “ธรรมนัส”เปิดตัวลูกชายเดชอิศม์-ทีมภูเก็ต เคาะ 25 ธ.ค.นี้ เปิดใหญ่ทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ รองหัวหน้าพรรค และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นำเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย จ.นราธิวาส ได้แก่ นายลุตฟี หะยีอีแต เขต 1, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ เขต 2, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ เขต 3 และนายกอเซ็ง แซมะซู เขต 5

จ.ปัตตานี ได้แก่ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา เขต 1, นายอับดุลบาซิม อาบู เขต 2 , นายมะรูดิง ยาโงะ เขต 3, นายยูนัยดี วาบา เขต 4 และ นายสนิท นาแว เขต 5 , จ.ยะลา ได้แก่ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เขต 1, นายอับดุลฮาฟิซ หิเล เขต 2 และ นายมูฮำหมัดสุกรี บุงา เขต 3 นอกจากนั้น ยังมี นางฟาริดา สุไลมาน ผู้สมัคร สส.เขต 5 จ.สุรินทร์, นายอาริฟ กุนนาบี เขต 1 จ.พิษณุโลก, นายศรัญญู รักมิตร เขต 3 จ.กระบี่

อย่างไรก็ตาม ยังมีแกนนำกลุ่มวาดะห์ ในส่วนของ นายมุข สุไลมาน อดีตเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร ของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา , นายมานิต อุตรสินธุ์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลปะรุลู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส น้องชาย นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ และ นายนัจมุดดีน อูมา อดีตสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ถูกวางตัวลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ทั้งนี้ นายสัมพันธ์ นายอามินทร์ และนายนัจมุดดีน ร่วมกันดูแลพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และพื้นที่บางจังหวัดที่มีโหวตเตอร์ชาวมุสลิมเป็นหลัก

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.สงขลา อาทิ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว, นายวงศ์วชร ขาวทอง, นายบารมี ขาวทอง ลูกชายนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึง น.ส.กฤตพร คงเคว็จ ภรรยาของ นายชนนพัฒฐ์ ก็มาปรากฎตัวด้วย และ จ.ภูเก็ต ได้แก่ นายทิวัตถ์ สีดอกบวบ อดีตรองนายก อบจ.ภูเก็ต เป็นผู้สมัคร ภูเก็ต เขต 1 และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ ภูเก็ต เขต 3

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยภายหลังเปิดตัวผู้สมัคร สส.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครที่เป็นอดีต สส.และ สส.ปัจจุบัน รวมถึงผู้สมัครระดับเกรดเอที่เพิ่งแพ้ไป ยืนยันว่าพรรค กธ.พร้อมสู้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะเดินไปด้วยกันแบบพี่น้อง พรรค กธ.ไม่มีฐานันดร

ทั้งนี้ ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ พรรคจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้งหมด ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยช่วงเช้าจะเป็นการสัมมนาว่าที่ผู้สมัคร สส.และช่วงบ่ายจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 400 เขต และว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการทั้งหมด

ขณะที่ นายนัจมุดดิน อูมา กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 47 เป็นต้นมา เราไม่มีรัฐมนตรีของพื้นที่เลย จึงขอบคุณ ร.อ.ธรรมนัส ที่ให้เกียรติชาวไทยมุสลิม เชื่อว่าเราสามารถต่อสู้ในรอบนี้เพื่อให้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส ที่เติบโตในภาคใต้ ให้เกียรติคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเหตุผลที่ตนย้ายมาสังกัดพรรค กธ.

ด้าน พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา กล่าวว่า ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องสำคัญ 21 ปีกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น คาดหวังว่า พรรค กธ.จะมีนโยบายแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ สันติภาพที่เราอยากให้เกิดต้องกินได้ เมื่อถามว่า มั่นใจว่าเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะลดลงหรือไม่ พญ.เพชรดาว กล่าวว่า ไม่สามารถที่จะบอกได้ทันที แต่มั่นใจว่านโยบายที่เสนอให้กับคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมาจากคนในพื้นที่จริงๆ การลดความรุนแรงเป็นสิ่งที่เราอยากได้ และเราอยากได้สันติภาพเชิงบวก เช่น เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง

– 006

วทจ.นำทัพผู้บริหารสู่แดนมังกร ร่วมศึกษาหลักสูตรพิเศษ ‘วทจ. X ชิงหวา’ เปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

วทจ.นำทัพผู้บริหารสู่แดนมังกร ร่วมศึกษาหลักสูตรพิเศษ ‘วทจ. X ชิงหวา’ เปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

วทจ.นำทัพผู้บริหารสู่แดนมังกร ร่วมศึกษาหลักสูตรพิเศษ ‘วทจ. X ชิงหวา’ เปิดโลกทัศน์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอรัญ เอี่ยมสุรีย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันวิทยาการผู้นำไทยจีน (วทจ.) มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เปิดเผยว่า วทจ. ได้นำผู้บริหารระดับสูงภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม “หลักสูตรพิเศษ วทจ. X ชิงหวา: INNOVATION FOR THE FUTURE” ซึ่งเป็นหลักสูตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ วทจ. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) มุ่งเติมเต็มองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ เศรษฐกิจสีเขียว และแนวโน้มการลงทุนแห่งอนาคตอย่างรอบด้าน

หลักสูตรพิเศษ วทจ. X ชิงหวา ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้บริหารไทยเข้าใจ “วิธีคิดแบบจีน” และมองเห็นทิศทางอนาคต ผ่านทั้งการเรียนรู้ในห้องเรียนและการลงพื้นที่จริง ผู้เข้าร่วมได้เรียนกับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยชิงหวา ในหัวข้อสำคัญยุคใหม่ เช่น ยุทธศาสตร์นวัตกรรมองค์กรในยุคดิจิทัล อุตสาหกรรม 4.0 การผลิตอัจฉริยะ เส้นทางการลงทุน–การเงินของจีน และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมร่วมพิธีรับประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยชิงหวา

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการเยี่ยมชมองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ทำให้คณะผู้บริหารและนักศึกษาหลักสูตร วทจ.Xชิงหวา ได้เห็นวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และแนวทางสร้างเศรษฐกิจ ครีเอเตอร์ของจีนแบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็น Tsinghua Science Park (TusPark) ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพและงานวิจัยด้าน Deep Tech ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย เป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีกว่า 1,000 โปรเจกต์ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัย–ธุรกิจ–นักลงทุน ช่วยให้ผู้บริหารไทยเห็นภาพระบบนิเวศนวัตกรรมที่ผลักดันจีนสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี

iFLYTEK ผู้นำโลกด้าน AI Speech & Language Technology เจ้าของเทคโนโลยีแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และเทคโนโลยี AI ที่ถูกนำไปใช้ในหลายภาคส่วน ทั้งรัฐบาล สาธารณสุข และการศึกษา มอบมุมมองสำคัญเกี่ยวกับอนาคตการสื่อสารและบทบาทของ AI ในระดับประเทศ

ByteDance ผู้บุกเบิกและพัฒนาแพลตฟอร์มที่เน้นด้านคอนเทนต์ การค้า บันเทิง และบริการสำหรับองค์กร โดยเฉพาะ Lark ซึ่งเป็น All-in-one Collaboration Platform สำหรับองค์กรยุคใหม่ รองรับการทำงานร่วมกันแบบครบวงจร ทั้งแชท วิดีโอคอล เอกสารร่วมกัน ปฏิทิน อีเมล ระบบจัดการงาน ฐานข้อมูล และระบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเข้ารหัสแบบ end-to-end ทำให้ Lark เป็น Super App ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดขั้นตอนในองค์กรได้อย่างชัดเจน

เป็นอีกก้าวสำคัญของ วทจในการพาผู้นำในทุกภาคส่วนของไทยเพื่อเข้าใจ “จีนเชิงลึก” ซึ่งเป็นโอกาสเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารยุคใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่จีนมีบทบาทหลักในการขับเคลื่อน โดยมหาวิทยาลัยชิงหวาไม่เพียงเป็นต้นกำเนิดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และนวัตกรรม แต่ยังเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม ความคิด และเครือข่ายระดับโลกตั้งอยู่บนพื้นที่พระราชวังฤดูร้อนอันงดงาม ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจีน” นายอรัญ กล่าว