โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายทหารชั้น นายพล นั่งรองผู้บัญชาการ รร. ทม. รอ.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายทหารชั้น นายพล นั่งรองผู้บัญชาการ รร. ทม. รอ.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ ฝ่ายทหารชั้น นายพล นั่งรองผู้บัญชาการ รร. ทม. รอ.

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.57 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นนายพล ความว่า 

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ชั้นนายพล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลตรี สรรวิชญ์ ภูมิทักษ์วงศ์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมฝ่ายการฝึก (อ) ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมการเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี) ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

(2)/ผู้บังคับการหน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)


ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม พุทธศักราช 2568

ประกาศ ณ วันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

ไทยก้าวใหม่ ออกแถลงการณ์กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ไทยก้าวใหม่ ออกแถลงการณ์กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ไทยก้าวใหม่ ออกแถลงการณ์กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.49 น.

พรรคไทยก้าวใหม่ออกแถลงการณ์กรณีเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา ย้ำนายกรัฐมนตรีต้องแสดงความเป็นผู้นำและปกป้องอธิปไตยของชาติ 

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายณัฐวัฒน์ บูรณะกนก รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวว่า ทางพรรคไทยก้าวใหม่ได้ออกแถลงการณ์เพื่อแสดงจุดของพรรคต่อสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา โดยระบุว่า พรรคไทยก้าวใหม่ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งและเหตุปะทะด้วยกำลังอาวุธตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย และกำลังพลของกองทัพไทยที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย

ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขในหลายมิติ ทั้งกำลังทางทหาร การเมืองระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ 

ซึ่งปัจจุบันโลกกำลังล้อมกัมพูชาจากปัญหาสแกมเมอร์ที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก ประเทศไทยต้องยืนหยัดและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในการกดดันกัมพูชาในเรื่องนี้ ไปพร้อมๆ กับการใช้กำลังทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของคนไทย โดย

1.นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงบทบาทผู้นำประเทศในการกำหนดนโยบายการใช้กำลังทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ 

2.รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย ให้ดีที่สุด

3.รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารเชิงรุกเพื่อทำความเข้าใจกับประชาคมโลกต่อสถานการณ์ความขัดแย้งและการใช้กำลังอาวุธที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่มในครั้งนี้

4.รัฐบาลจะต้องใช้กลไกทางการทูตควบคู่กับการใช้กำลังทางทหารในการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดน และกดดันต่อกัมพูชาในเรื่องของสแกมเมอร์ ไปพร้อมกัน

นายณัฐวัฒน์ บูรณะกนก รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ยังกล่าวด้วยว่า ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้กำชับให้สมาชิกและผู้ปฎิบัติงานของพรรคที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ที่เกิดการปะทะ ให้ช่วยสนับสนุนการปฎิบัติภารกิจของทหาร และหน่วยงานราชการในการอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วนด้วย

ห้ะ คิดได้ไง? สฤณี แขวะไทยรบเขมร เพราะ ฮุนเซ็น มีน้ำใจ

ห้ะ คิดได้ไง? สฤณี แขวะไทยรบเขมร เพราะ ฮุนเซ็น มีน้ำใจ

ห้ะ คิดได้ไง? สฤณี แขวะไทยรบเขมร เพราะ ฮุนเซ็น มีน้ำใจ

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.32 น.

8 ธ.ค.68 นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระและนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Sarinee Achavanuntakul โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการเกิดประเด็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ข้อความดังกล่าวระบุว่า “ความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา เหมือนเดินตามวงจรข่าวไทยเป๊ะๆ เลยค่ะ ยังกับว่าฮุนเซนรอดูว่าช่วงไหนข่าวใหญ่เริ่มซาแล้วค่อยหาเรื่อง ช่างเป็นคู่อริที่มีน้ำใจอะไรเช่นนี้”

ต้องโทษ ฮุน เซน คนเดียว! เสธ.เบิร์ด ซัดเดือด ผู้นำเขมร ปากว่าสันติภาพ แต่เรียกหาสงคราม

ต้องโทษ ฮุน เซน คนเดียว! เสธ.เบิร์ด ซัดเดือด ผู้นำเขมร ปากว่าสันติภาพ แต่เรียกหาสงคราม

ต้องโทษ ฮุน เซน คนเดียว! เสธ.เบิร์ด ซัดเดือด ผู้นำเขมร ปากว่าสันติภาพ แต่เรียกหาสงคราม

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.17 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 พล.ท.วันชนะ สวัสดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Wanchana Sawasdee” โดยระบุว่า

สถานการณ์ไทยเขมรมาถึงจุดนี้ต้องโทษไปที่ฮุนเซนคนเดียว ปากกระบอกปืนที่หันมาฝั่งไทยต้องหันกลับไปที่ผู้นำเขมร ทุกอย่างจะจบลง ฮุนเซนปากว่าสันติภาพ แต่เรียกหาสงคราม( HunsenTalk peace. Act war.)

ทำอย่างไรได้เมื่อคำโกหกของเขมร เปล่งเสียงดังกว่าลูกปืนที่ลั่นออกจากปากกระบอก
————-
Friendship – มิตรภาพถูกหักหลังด้วยความโลภและอำนาจ
Unleashing – ปล่อยความรุนแรงใส่ผู้บริสุทธิ์
Crushing – บดขยี้ประชาธิปไตยและปิดปากผู้เห็นต่าง
Keeping – กักขังประเทศไว้ภายใต้ความหวาดกลัว
———————————————————————
Yielding – ยอมจำนนต่อคอร์รัปชันและเครือข่ายอาชญากรรม
Operating – เปิดศูนย์กลางหลอกลวงข้ามชาติ
Undermining – บ่อนทำลายสันติภาพในภูมิภาค
———————————————————————
Harboring – ให้ที่พักพิงแก่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
Using – ใช้อำนาจโจมตีพลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์
Nurturing – หล่อเลี้ยงวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
———————————————————————
Stealing – ขโมยทรัพย์สินชาติไปให้ครอบครัว
Eroding – ทำลายอนาคตและเสรีภาพของกัมพูชา
Neglecting – เพิกเฉยต่อความทุกข์ยากของประชาชนตนเอง
____________________________________________
Friendship betrayed by greed and power
Unleashing violence on innocent people
Crushing democracy and free voices
Keeping the nation under fear
——————————————————–
Yielding to corruption and criminal networks
Operating global scam hubs
Undermining peace in the region
———————————————————
Harboring transnational crime rings
Using power to attack Thai civilians
Nurturing a culture of impunity
——————————————————–
Stealing national wealth for his family
Eroding Cambodia’s future and freedoms
Neglecting the suffering of his own people

ราชกิจจาฯ ประกาศ แต่งตั้ง-โยกย้าย 18 ผู้ว่าฯ 2 ผู้ตรวจราชการ มหาดไทย

ราชกิจจาฯ ประกาศ แต่งตั้ง-โยกย้าย 18 ผู้ว่าฯ 2 ผู้ตรวจราชการ มหาดไทย

ราชกิจจาฯ ประกาศ แต่งตั้ง-โยกย้าย 18 ผู้ว่าฯ 2 ผู้ตรวจราชการ มหาดไทย

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.37 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 20 ราย ดังนี้

1. นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2. นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

3. นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานปลัดกระทระทรวง

4. นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานปลัดกระทรวง

5. นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง

6. นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท สำนักงานปลัดกระทรวง

7. นายบุญช่วย หอมยามเย็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส สำนักงานปลัดกระทรวง

8. นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ สำนักงานปลัดกระทรวง

9. นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา สำนักงานปลัดกระทรวง

10. นายสุจินต์ วาจากิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง สำนักงานปลัดกระทรวง

11. นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม

12. นายก้องสกุล จันทราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา สำนักงานปลัดกระทรวง

13. นายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง สำนักงานปลัดกระทรวง

14. นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง

15. นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สำนักงานปลัดกระทรวง

16. นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สำนักงานปลัดกระทรวง

17. นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร สำนักงานปลัดกระทระทรวง

18. นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี สำนักงานปลัดกระทรวง

19. นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานปลัดกระทรวง

20. นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2568

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อนุทิน ชาญวีรกูล

นายกรัฐมนตรี

ต้องให้จบวาระ2! มติวิปรัฐบาลไฟเขียว ประชุมร่วมรัฐสภา แก้ไข รธน. เพิ่มอีก 1 วัน คือ 12 ธ.ค.

ต้องให้จบวาระ2! มติวิปรัฐบาลไฟเขียว ประชุมร่วมรัฐสภา แก้ไข รธน. เพิ่มอีก 1 วัน คือ 12 ธ.ค.

ต้องให้จบวาระ2! มติวิปรัฐบาลไฟเขียว ประชุมร่วมรัฐสภา แก้ไข รธน. เพิ่มอีก 1 วัน คือ 12 ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.43 น.

ต้องให้จบ วาระ 2!  มติวิปรัฐบาล ไฟเขียว ประชุมร่วมรัฐสภา ถกแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพิ่มอีก 1 วัน คือ 12 ธ.ค. 

วันที่ 8 ธันวาคม 2568  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่มีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งมีวาระสำคัญคือการกรอบ กรอบเวลาในการประชุมร่วมรัฐสภารัฐสภา ครั้งที่ 1  (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันที่ 10 ธ.ค. 68 และครั้งที่2 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ วันที่ 11 ธ.ค. 68 เวลา 09.00น. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว  ในวาระสอง 

ซึ่งที่ประชุมวิปรัฐบาล มีมติ  ดังนี้  การประชุมในวันที่ 10 ธ.ค.68 เริ่มประชุมเวลา 09.00 – 24.00  น. ส่วนวันที่  11 ธ.ค.68 เริ่มประชุมเวลา 09:00 – ก่อนเที่ยงคืน  โดยลงมติ “เห็นด้วย” ทั้ง 2 วัน   และหากไม่จบก็จะพิจารณาต่อในวันที่ 12 ธ.ค.2568  เพื่อให้การพิจารณาจบ วาระ 2

‘ลำปาง’จัดตักบาตรพระ 1,000 รูป ปีที่ 14 ถวายเป็นพระราชกุศล-ฉลอง 1,345 เมืองลำปาง ช่วยน้ำท่วมใต้

‘ลำปาง’จัดตักบาตรพระ 1,000 รูป ปีที่ 14 ถวายเป็นพระราชกุศล-ฉลอง 1,345 เมืองลำปาง ช่วยน้ำท่วมใต้

‘ลำปาง’จัดตักบาตรพระ 1,000 รูป ปีที่ 14 ถวายเป็นพระราชกุศล-ฉลอง 1,345 เมืองลำปาง ช่วยน้ำท่วมใต้

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

‘สมาคมรวมใจไทยลำปาง’ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน จัดตักบาตรพระ 1,000 รูป ปีที่ 14 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ฉลองเมืองลำปาง 1,345 ปี ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ในฐานะฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัดทุกวัดทั่วไทย กล่าวถึง โครงการตักบาตรพระ 1,000 รูป ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เกาะคา จ.ลำปาง โดยภายพิธีได้รับความเมตตาจาก พระจินดารัตนาภรณ์ (เสริม กตกิจฺโจ ป.ธ. 4) เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เจ้าอาวาสวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวง เป็นประธานสงฆ์ มีนายรณรงค์ เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และ นายพิเชษฐ์ ทินอยู่ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

โครงการตักบาตรพระ 1,000 รูป ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 14 เป็นหนึ่งในครงการตักบาตรพระ 2 ล้านรูป 77 จังหวัด ทุกวัดทั่วไทย จัดขึ้นโดยคณะสงฆ์จังหวัดลำปาง สมาคมรวมใจไทยลำปาง หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ศูนย์ปฏิบัติธรรมลำปาง วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉลองเมืองลำปาง 1,345 ปี และนำข้าวสารอาหารแห้งที่ได้จากการตักบาตรไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยทางภาคใต้ต่อไป

‘อว.’ชง ทปอ. เลื่อนสอบ TGAT/TPAT พื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

‘อว.’ชง ทปอ. เลื่อนสอบ TGAT/TPAT พื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

‘อว.’ชง ทปอ. เลื่อนสอบ TGAT/TPAT พื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

‘สุรศักดิ์’เผยเย็นนี้เคาะเลื่อนวันสอบ​ ​TGAT​- TPAT พื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-​กัมพู​ชา​ ระบุยึดความปลอดภัยเจ้าหน้าที่​-นักศึกษาเป็นหลัก

เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 9 ธ.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสุรศักดิ์​ พันธุ์​เจริญวรกุล​ รมว.การอุดมศึกษา​ วิทยาศาสตร์​ วิจัยและนวัตกรรม​ (อว.) กล่าวถึงการเลื่อนเลื่อนการสอบ TGAT/TPAT2-5 วันที่ 13-15 ธ.ค.68 เฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย​ -​กัมพูชา​ ว่า​ จะมีการเลื่อนออกไปทุกศูนย์สอบที่อยู่ในพื้นที่​ 7 จังหวัดชายแดน เนื่องจากต้องยึดความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งของนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ ในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าน่าจะมีการประกาศกำหนดวันและน่าจะได้ข้อสรุปในช่วงเย็นวันนี้ (9ธ.ค.) โดยกระทรวงอว.ได้ทำเรื่องไปถึงทางทปอ. ให้พิจารณาแล้ว

ส่วนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้​ ได้มีการประกาศไปเลื่อนการสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยจะเป็นในช่วงหลังเทศกาลปีใหม่

​ม.วลัยลักษณ์ ชูโมเดลมหา’ลัยสีเขียวต้นแบบ ‘มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ภายในปี 2030

​ม.วลัยลักษณ์ ชูโมเดลมหา’ลัยสีเขียวต้นแบบ ‘มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ภายในปี 2030

​ม.วลัยลักษณ์ ชูโมเดลมหา’ลัยสีเขียวต้นแบบ ‘มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ภายในปี 2030

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) จัดพิธีประกาศเจตนารมณ์ “มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) ตั้งเป้าบรรลุผลสำเร็จภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ. 2030) เดินหน้าแผนปฏิบัติการจริงเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมเปิดป้าย “แหล่งกักเก็บคาร์บอน” (Carbon Sink) โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรมหาวิทยาลัย เข้าร่วม ที่ห้องประชุมบุษราคัม อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฯ อุทยานพฤกษศาสตร์

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. กล่าวว่า วันนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แสดงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการ ในการร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก โดยมหาวิทยาลัยได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการนำองค์กรก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 และยังเป็นการเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ Thailand’s National Net Zero Roadmap 2050 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวง อว. ซึ่งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ และเป็นแบบอย่างของมหาวิทยาลัยสีเขียวชั้นนำของประเทศ

“ที่ผ่านมา มวล.ได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การดูแลพื้นที่สีเขียวกว่า 1,500 ไร่ ตลอดจนการวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง” ศ.ดร.สมบัติ กล่าว

อว.จัดงาน ‘ดนตรีในสวน’​ สืบสานเพลงพ่อ ดื่มด่ำบทเพลงพระราชนิพนธ์

อว.จัดงาน ‘ดนตรีในสวน’​ สืบสานเพลงพ่อ ดื่มด่ำบทเพลงพระราชนิพนธ์

อว.จัดงาน ‘ดนตรีในสวน’​ สืบสานเพลงพ่อ ดื่มด่ำบทเพลงพระราชนิพนธ์

วันอังคาร ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อแห่งแผ่นดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 อัครศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีพร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังจัดขึ้นเพื่อสานต่อเพลงที่พ่อสร้างสรรค์ เป็นปีที่ 5 โดยมี น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน และมีผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารกระทรวง อว. รวมถึงผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เข้าร่วม

น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว.จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติพ่อแห่งแผ่นดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 อัครศิลปินผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีพร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวจัดทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยร่วมดื่มด่ำบทเพลงอันทรงคุณค่า บทเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“ในเวลา 18.00 น. ประชาชนที่มาร่วมงาน ณ อุทยาน 100 ปีฯ และในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวง อว. ทั่วประเทศที่จัดงานพร้อมกันในเวลาเดียวกันได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชา และเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” อย่างกึกก้องเพื่อเทิดพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย” ปลัดกระทรวง อว. กล่าวและว่า

งานนี้ยังทำให้เห็นชัดเจนว่าศักยภาพของนิสิต นักศึกษาไทยไม่ได้มีแค่ด้านวิชาการ แต่ยังโดดเด่นด้านดนตรีและศิลปวัฒนธรรมด้วย เยาวชนได้ใช้โอกาสสำคัญนี้เรียนรู้เรื่องพระราชวงศ์ ผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์และเรื่องราวพระราชกรณียกิจ ทำให้เกิดทั้งความภาคภูมิใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ และแรงบันดาลใจในการนำความรู้ความสามารถของตนไปพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต