โอดอยากใช้นามสกุล‘หลีกภัย’ ‘หนู’เจอ4ภัย! ธรรมชาติ-มั่นคง-พิษศก.-สังคม

โอดอยากใช้นามสกุล‘หลีกภัย’ ‘หนู’เจอ4ภัย! ธรรมชาติ-มั่นคง-พิษศก.-สังคม

โอดอยากใช้นามสกุล‘หลีกภัย’ ‘หนู’เจอ4ภัย! ธรรมชาติ-มั่นคง-พิษศก.-สังคม

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอดอยากใช้นามสกุล‘หลีกภัย’ ‘หนู’เจอ4ภัย! ธรรมชาติ-มั่นคง-พิษศก.-สังคม ชี้‘ยุบสภา’อยู่ที่สถานการณ์ ถ้าจำเป็นก็ไม่มีทางเลือก

นายกฯอนุทินมอบนโยบายจัดทำงบฯปี’70 กำชับใช้โปร่งใส คุ้มค่า ประโยชน์กลับสู่ปชช.เข้มงบฯประจำขอเท่าที่จำเป็น เตรียมปรับงบฯรับมือภัยธรรมชาติ ขอความร่วมมือรัฐ-เอกชนเลือกจัดอีเว้นท์ที่หาดใหญ่หวังเม็ดเงินช่วยในพื้นที่ โอดอยากใช้นามสกุล’หลีกภัย’แต่เจอ 4 ภัยทั้ง‘เศรษฐกิจ-มั่นคง-สังคม-ภัยธรรมชาติ’ลั่นรักษาอธิปไตยต้องไม่มีขาที่ 8 ถ้ายังต้องสู้ไม่มีช้อยส์อื่น ต้องชนะลูกเดียว ด้าน’จุลพันธ์’สยบลือ‘พท.’ยื่นซักฟอกรัฐบาลหลัง11ธ.ค.ไม่จริง ยันไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 1ธ.ค. 68 ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ปลัดกระทรวง และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม

นายอนุทิน กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2570 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญทั้งการจัดการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและการวางรากฐานสำคัญสำหรับประเทศไทยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยยึดแนวทางจากแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งอยู่ในช่วงปี 2570-2573 ปีนี้แม้จะเป็นงบประมาณที่ถูกจัดทำแบบขาดดุล แต่รัฐบาลก็ตั้งใจที่จะลดการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณในอนาคตและรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม โดยอยู่บนหลักการรักษาวินัยการเงินการคลังรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ปีงบประมาณ2570 เป็นปีที่ประเทศไทยเจอกับความท้าทายทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสูงวัย สังคมเหลื่อมล้ำ ผลกระทบสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ที่ต้องใช้งบประมาณอันมหาศาลในการปรับตัวป้องกันภัยพิบัติและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันสมัยโดยการนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ มีการติดตามและประเมินผลเพื่อใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส และแน่นอนต้องตรวจสอบได้

เน้นใช้งบโปร่งใส-คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

ดังนั้นงบประมาณปี2570 เราจะต้องตอบโจทย์ได้ครบ สร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การดูแลสังคม และการรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันสมัยโดยการนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ มีการติดตามและประเมินผลเพื่อใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส และแน่นอนต้องตรวจสอบได้ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาต่างๆของประเทศออกเป็น 5ด้าน ดังนี้ 1.ด้านเศรษฐกิจรัฐบาลจะดำเนินมาตรการให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเป็นระบบ โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับการวางรากฐานเศรษฐกิจในระยะยาวตามนโยบาย Quick Big Win ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง ซึ่งนโยบายนี้ถ้าแปลเป็นไทยมีนัยว่าเป็นการกระตุ้นสั้น ได้ผลยาวและกระจายตัว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการเติบโตในช่วงไตรมาสที่4 ได้แก่ กระตุ้นกำลังซื้อโดยเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่งพลัส โครงการเที่ยวดีมีคืน มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจของเราไม่ต่ำกว่า 100,000ล้านบาท

ต้องรักษาแผ่นดิน-เราไม่มีทางเลือกอื่น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ด้านที่2 ด้านความมั่นคง รัฐบาลมุ่งเน้นแนวทางสันติวิธีในการแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างประเทศของเราและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นรูปธรรม นอกจากนี้รัฐบาลยังมุ่งดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นำประเทศไทยกับคืนสู่จอเรดาร์อีกครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก เรามีปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชา ซึ่งตนเห็นถึงความเสียสละทุ่มเท ความอดทนเป็นอย่างยิ่งของประชาชนคนไทย ตลอดจนความอดทนความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาปกป้องอธิปไตย รักษาบ้านรักษาเมือง ของทางกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ตนเข้ามาในช่วงที่กำลังพีคพอดี ก่อนประกาศว่าขาที่8จะต้องไม่มี ถ้ามีขาที่8เราก็ต้องแสดงความเป็นไทยให้กับคนที่คิดว่าประเทศไทย เป็นสิ่งที่ต่อรองได้ ตรงนี้ต้องกราบเรียนว่า เชื่อว่าพี่น้องในกองทัพคงทราบดีว่า เราควรต้องให้เขาได้ยินคำว่าประเทศไทยอย่างไร ตนเชื่อมั่นว่าแม้เรามีบทกลอนสอนใจ ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่เคยขลาด ตนได้พบปะพี่น้องเพื่อนข้าราชการฝั่งความมั่นคงมาตลอดเวลาเชื่อมั่นว่าประเทศไทยของเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องรักษาเอกราชของชาติ รักษาเกียรติภูมิ รักษาเกียรติยศของผู้ที่ปกป้องแผ่นดินทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่มีช้อยส์อื่นนอกจากชนะลูกเดียวถ้าเรายังต้องต่อสู้กัน นี่คือนโยบายที่รัฐบาลต้องสนับสนุนในการรักษาอธิปไตยของแผ่นดินอย่างเต็มที่

ขอให้จัดอบรมที่หาดใหญ่-เร่งฟื้นศก.

ด้านที่3 ด้านสังคม เราจะจัดการปัญหาเร่งด่วนอย่างพวกสแกมเมอร์ หรือการหลอกลวงทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด รวมถึงการแก้ปัญหาการแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองหรือพวกพ้อง โดยต้องยึดหลักนิติธรรมและความโปร่งใสเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น ด้านที่4 ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐบาลจะพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติ เช่น พื้นที่น้ำท่วมประจำ พื้นที่มีความเสี่ยงสูง ควรต้องใช้แนวทางป้องกันก่อนเกิดเหตุ และเรื่องเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัยกลับสู่วิถีปกติและอย่างที่ทุกท่านทราบกันดีตนได้ใช้เวลาในช่วง 2-3สัปดาห์ที่ผ่านมาลงพื้นที่ต่างจังหวัดหลายครั้ง เพื่อหาความช่วยเหลือให้กับประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ จะเห็นได้จากปัญหานี้ประชาชนเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างหนัก ทั้งเรื่องการเยียวยา ตนจะขอให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด เพื่อให้เกิดความครอบคลุมและทั่วถึง หากจะมีการจัดประชุม งาน Event สัมมนา อบรม ปฐมนิเทศ ต่างๆในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆของปี อยากขอให้เลือกจังหวัดที่เกิดภัยพิบัติเหล่านี้ เพื่อให้เม็ดเงินไหลเวียนเข้าสู่พื้นที่มากที่สุด เช่น อ.หาดใหญ่ ซึ่งจริงๆเขาเตรียมรับนักท่องเที่ยว นักกีฬาซีเกมส์ ที่กำลังจะเปิดในสัปดาห์นี้ เมื่อเกิดเหตุอุทกภัยโรงแรมต่างๆที่เตรียมรีโนเวทเรียบร้อยแผนการต่างๆต้องพับไป ขอให้เลือกไปช่วยเหลือจังหวัดที่โชคไม่ค่อยดีเหมือนจังหวัดอื่นๆและประสบภัยพิบัติต่างๆเหล่านี้ เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ช่วยให้เขามีรายได้ มีเม็ดเงินไหลเวียนในพื้นที่ให้มากที่สุด ด้านที่5 การบริหารงานภาครัฐ และปฏิรูปกฎหมาย ให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เปิดเผยข้อมูลอย่างโปรงใส อำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนและประชาชน รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

เร่งจ่ายเยียวยาประชาชนโดยเร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวว่า และอย่างที่ทุกท่านทราบกันดีตนได้ใช้เวลาในช่วง 2-3สัปดาห์ที่ผ่านมาลงพื้นที่ต่างจังหวัดหลายครั้ง เพื่อหาความช่วยเหลือให้กับประชาชนในจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ จะเห็นได้จากปัญหานี้ประชาชนเผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างหนัก ทั้งเรื่องการเยียวยาตนขอให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยด่วนที่สุด เพื่อให้ครอบคลุมและทั่วถึง ลดขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือหรืองบประมาณต่างๆนโยบายต่างๆไปถึงมือประชาชนผู้เดือดร้อนเร็วที่สุด หากหน่วยงานใดทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งต้องขอความร่วมมือให้ทุกท่านได้พิจารณา จึงขอความเมตตาให้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ เพื่อพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเราที่มีเคราะห์ร้ายเจอภัยธรรมชาติ เราต้องเข้าไปเยียวยาพวกเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

อยากนามสกุล’หลีกภัย’แต่เจอ4ภัย

‘ปีนี้อาจต้องมุ่งเน้นเรื่องแก้ปัญหา4ภัยที่กล่าว ผมอยากจะนามสกุลหลีกภัย แต่กลายเป็นนามสกุลเจอภัย เจอเข้าไป 4ภัย คือภัยเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยสังคมและภัยธรรมชาติ ตั้งแต่เดือนกันยายนมาจนถึงปัจจุบัน เราพบภัยเศรษฐกิจ ซึ่งเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เราถึงต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยกันทำให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ซึ่งทุกท่านคงรู้สึกได้ว่าพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจเชื่อมั่นและเราจะยังทำต่อไปและจะทำเฟส2ให้ได้เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีขวัญกำลังใจ มีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นว่า ชีวิตของพวกเขารัฐบาลจะดูแลและเขาจะต้องเดินต่อไป รัฐบาลต้องอยู่เคียงข้างเขา ในการจะนำพาให้ผ่านพ้นภัยเศรษฐกิจ ชื่อของมันเป็นภัย แต่มันเป็นทุกข์แสนสาหัสของพี่น้องประชาชน เราเป็นข้าราชการ เราบริหารราชการแผ่นดิน คือความผาสุขของพี่น้องประชาชน จะต้องนำเขาเดินพ้นภัยเศรษฐกิจเร็วที่สุดและเดินไปด้วยกัน’นายอนุทิน กล่าว

พท.ลั่นไม่ใช่เวลายื่นซักฟอกรัฐบาล

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังมีข้อมูลว่าพรรค พท.จะยื่นหลังวันที่ 11ธันวาคมนี้ ว่า ไม่มีข่าวเรื่องนี้ เป็นข่าวที่ไม่ได้ออกจากพรรค พท.ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะมาคุยในนาทีนี้ แต่ยืนยันการตรวจสอบไม่ได้หยุดนิ่ง ยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดและติดตามการทำงานรัฐบาลเรื่องบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ เรารวบรวมประเด็นทั้งหมดอยู่ แต่การพูดคุยยื่นหรือไม่ยื่นญัตติช่วงนี้ขออนุญาตยังไม่พูดคุย เพราะเป็นเวลาที่ไม่เหมาะสม รัฐบาลต้องขับเคลื่อนเรื่องแก้น้ำท่วม อยากให้เขามีสติ สมาธิ กลับไปทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้สมบูรณ์กว่านี้อย่างเต็มที่ สำหรับประเด็นบริหารสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ของรัฐบาลจะนำไปอยู่ในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย ถือเป็นการบริหารของรัฐบาลที่ถือเป็นข้อบกพร่องผิดพลาด เป็นเรื่องปกติ

รบ.ไม่ได้มีหน้าที่หนีการตรวจสอบ

เมื่อถามถึง กรณีแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่า หากพรรค พท.ยื่นซักฟอก จะเป็นเหตุให้รัฐบาลยุบสภาและไม่สามารถเยียวยาดูแลประชาชนที่ประสบผลกระทบจากน้ำท่วมได้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากเป็นนักการเมืองที่อยู่ในระบบประชาธิปไตยและมีประสบการณ์ทำงานด้านบริหารจะไม่พูดในลักษณะนี้ออกมา เพราะไม่ใช่เรื่องการโยนความผิดใส่คนอื่น เป็นความล้มเหลวของตน เรื่องยื่นซักฟอกเป็นการตรวจสอบไม่มีเหตุใดๆที่รัฐบาลจะต้องยุบสภาเพื่อหนีการซักฟอก ฉะนั้นหากพรรค พท.ยื่น รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการตอบเท่านั้น สภามีหน้าที่ในการตัดสินใจรับรองให้ดำเนินการในฐานะภารกิจรัฐบาลต่อหรือไม่ เป็นไปตามกลไกและไม่มีเหตุใดที่จะมาอ้างและหนีกระบวนการตรวจสอบ ตนมองว่าคนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เข้าใจกลไกตามระบบประชาธิปไตยจึงได้พูดคำนี้ออกมา

เลี่ยงตอบ’ยศชนัน’แคนดิเดตนายกฯ

นายจุลพันธ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท.ว่า ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เมื่อถามว่า มีการจับตาถึงนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นักวิจัยด้านสมองและวิศวกรรมชีวการแพทย์ ลูกของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พท.หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นายยศชนัน เป็นนักวิชาการเข้ามาช่วยเรื่องนโยบายของพรรค พท.และคลิปข่าวที่มีการเผยแพร่เป็นกิจกรรมอบรมของพรรค พท. ชื่อโครงการYPPซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ สนใจทั้งการเมือง มีศักยภาพในการทำงานด้านการเมืองขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต ท่านรับเป็นหนึ่งในวิทยากร หลายคนก็ไปเป็นวิทยากร อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้พูดคุยในประเด็นนี้

ทสท.’เปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์

ที่พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) ถนนเทิดราชัน เขตดอนเมือง ทา

งพรรคไทยสร้างไทยได้เปิดตัวผู้ร่วมอุดมการณ์ พร้อมประกาศแสดงจุดยืนและคำมั่นสัญญาในการสร้างการเมืองสุจริต โดยได้เปิดตัวบุคลากรสำคัญที่จะเข้าร่วมกับพรรค โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดีกับทุกท่านที่เข้ามาร่วมอุดมการณ์ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้ย้ำว่าไทยสร้างไทยมุ่งมั่นสร้างการเมืองสุจริต

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าการเปิดตัวบุคลากรใหม่เข้าพรรค ทั้งอดีตสมาชิกวุฒิสภา ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา การบริหารราชการ และผู้มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคไทยสร้างไทย ในการสร้างทีมงานที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ตรง เพื่อผลักดันนโยบายและเจตนารมณ์ของพรรคให้ตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง

พล.ท.ภราดร’ลุยนโยบายมั่นคง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่าการเข้าร่วมทำงานกับพรรคไทยสร้างไทย จะเข้ามาช่วยผลักดันนโยบายด้านความมั่นคง และการร่วมสร้างการเมืองสุจริต พร้อมประกาศว่าจะนำกลุ่ม “คนไทยสวัสดี” เข้ามาสนับสนุนและร่วมทำงานกับพรรคไทยสร้างไทยอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมผลักดันแนวทางการเมืองที่โปร่งใสและตอบสนองต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ดิเรกฤทธิ์-ตวง’ ดูแลกม.ความยุติธรรม

ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีต สว.ในฐานะประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต จะดูแลกฎหมายและความยุติธรรม นายตวง อันทะไชย อดีตสมาชิกวุฒิสภา 5 สมัย จะเข้ามาร่วมพัฒนานโยบายด้านการศึกษา โดยเน้นการสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ พร้อมปรับระบบการศึกษาไทยให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของโลกยุคใหม่ และเน้นให้เด็กไทยค้นพบศักยภาพของตนเอง

นายกฤษฎา เฉลิมสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคคนไทย จะเข้ามาสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ พร้อมวางแนวทางยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคให้ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

เจนนี่’ตัวแทนคนรุ่นใหม่

ด้าน น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของพรรค ได้กล่าวถึงบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาประเทศ พร้อมเรียกร้องให้สังคมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการสร้างการเมืองสุจริต เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความมั่นใจและโอกาสในการพัฒนาตนเอง

บรรยากาศการแถลงข่าวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมือ โดยผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทยทั้งรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง การประชุมเน้นการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ เพื่อสร้างแนวทางการเมืองสุจริต โปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

สำหรับการครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัว พล.ท.ภราดร ดร.ดิเรกฤทธิ์ และนายตวง ร่วมงานพรรคไทยสร้างไทย

พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำว่าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกเขต เพื่อสร้างการเมืองสุจริตอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าการมีทีมงานที่เชี่ยวชาญคือกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการเมืองไทยและสร้างการเมืองสุจิตให้เกิดขึ้นจริง

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เชื่อมั่นว่าการมีผู้ร่วมอุดมการณ์เข้ามาทำงานกับพรรค คือจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างคนรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่ ที่จะช่วยสร้างอนาคตประเทศไทยที่สุจริต ยั่งยืน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนทุกคน พร้อมเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายจะช่วยสร้างระบบการเมืองที่ตอบสนองต่อประชาชนได้จริง

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เราก็รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่มีรัฐบาลไหนที่จะทำให้สมบูรณ์ได้ มันเกินคาด แต่จะทำอย่างไรส่วนที่บกพร่อง ก็เป็นอุทาหรณ์ไป ส่วนความนิยมทางการเมือง จะบอกว่าพวกผมทำผิดประชาชนจะตัดสิน ไม่ใช่คนบางคน คนบางกลุ่มที่ไปปั่นความจริงจะปรากฏเอง”

นายโสภณ ซารัมย์

รองนายกรัฐมนตรี

สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย

เบื่อการเมือง! นักวิชาการเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่

เบื่อการเมือง! นักวิชาการเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่

เบื่อการเมือง! นักวิชาการเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.09 น.

เบื่อการเมือง! นักวิชาการเผยเสียงสะท้อนจากพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ ชาวบ้านต้องการความร่วมมือมากกว่าความขัดแย้ง ย้ำช่วงวิกฤต ไม่อยากให้การเมืองเป็นอุปสรรคการช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการการเมืองวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ข้อมูลหลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้  ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า หลังจากที่ได้รับฟัง พูดคุย และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มต่างๆ สิ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ ความต้องการให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งอื่นใดเข้ามาบดบังภารกิจช่วยเหลือประชาชน

จากการพูดคุยกับครัวเรือนที่สูญเสียทรัพย์สิน บ้านเรือน และไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผศ.ดร.เชษฐา เปิดเผยว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ต้องการเห็นประเด็นการเมืองเข้ามาแทรกแซง”ในช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเผชิญความยากลำบาก ใครช่วย ลงมาช่วยเลย คนพื้นที่สนับสนุนหมด

“หลายคนบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนเหมือนกัน จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองไปในทิศทางของการช่วยเหลือ มากกว่าเอาปัญหาของพวกเขา มาโจมตีทางการเมือง ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชาวหาดใหญ่ต้องการนักการเมืองทุกสีทุกค่ายมาช่วยฟื้นฟู จึงอยากเห็นความร่วมมือกันมากกว่าที่จะมุ่งดิสเครดิตทางการเมือง บ้านเมืองควรอยู่เหนือการเมืองในช่วงวิกฤตประเทศ” ผศ.ดร.เชษฐา กล่าว

ประชาชนต้องการให้การบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่สะดุดจากความขัดแย้ง และไม่ถูกทำให้เป็นประเด็นที่ทำให้สังคมขยายความแตกแยกมากขึ้น รัฐบาลเอง ต้องเข้มแข็ง และรวดเร็ว แน่นอนว่าชาวหาดใหญ่ยังคงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย

นักวิชาการรายงานว่า แม้ประชาชนจำนวนมากจะประสบความเสียหายรุนแรง ทั้งด้านทรัพย์สิน การทำมาหากิน และสภาพจิตใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวบ้านสะท้อน “ความขอบคุณและกำลังใจ” ต่อเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ยังทำงานต่อเนื่องตลอดหลายวัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กู้ภัย ทหาร ตำรวจ อปพร. อสม. รวมถึงอาสาสมัครจากหลายจังหวัดที่ระดมเข้ามาช่วยเหลือ

“ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนกำลังทำงานเต็มความสามารถ จึงอยากเห็นบรรยากาศที่เอื้อให้การทำงานเป็นไปโดยราบรื่น ไม่ถูกดึงไปเป็นประเด็นอื่นจนวุ่นวายไปหมด”

ผศ.ดร.เชษฐา ให้ความเห็นว่า ในสถานการณ์ภัยพิบัติ การสื่อสารและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟู ทั้งในระยะฉุกเฉินและระยะยาว การวิพากษ์วิจารณ์สามารถมีได้ แต่ควรอยู่บนฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง และไม่ทำให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนในพื้นที่เกิดความรู้สึกแตกแยกหรือถูกใช้ประโยชน์ทางการเมืองในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นักวิชาการยังมองว่า หากทุกฝ่ายร่วมกันลดความตึงเครียดทางการเมือง และเพิ่มพื้นที่ให้กับการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ การฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่และจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ จะสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อประชาชนได้มากกว่า

ผศ.ดร.เชษฐา กล่าวเพิ่มเติมว่า เสียงสะท้อนจากชาวบ้านจำนวนมากไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้อกังวลด้านการเมือง แต่ยังรวมถึงความคาดหวังต่อการฟื้นฟู เช่น การเร่งคืนระบบไฟฟ้า–ประปา การเก็บขยะและทำความสะอาดเมือง การซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงมาตรการเยียวยาและสนับสนุนทางเศรษฐกิจหลังน้ำลด

ประชาชนส่วนใหญ่ย้ำว่า ต้องการให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และโปร่งใส โดยหวังว่าการเมืองจะไม่เข้ามาแทรกแซงในระดับที่ทำให้การช่วยเหลือประชาชนล่าช้ากว่าที่ควร

‘กกต.’ขยับรับสมัครเลือกตั้งอบต.พื้นที่น้ำท่วมใต้เป็น 8–12 ธ.ค. หลังอุทกภัยกระทบหลายจังหวัด

'กกต.'ขยับรับสมัครเลือกตั้งอบต.พื้นที่น้ำท่วมใต้เป็น 8–12 ธ.ค. หลังอุทกภัยกระทบหลายจังหวัด

‘กกต.’ขยับรับสมัครเลือกตั้งอบต.พื้นที่น้ำท่วมใต้เป็น 8–12 ธ.ค. หลังอุทกภัยกระทบหลายจังหวัด

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.05 น.

‘กกต.’ขยับกำหนดรับสมัครเลือกตั้งอบต.พื้นที่น้ำท่วมภาคใต้เป็น 8–12 ธ.ค. หลังอุทกภัยกระทบหลายจังหวัด เผยทั่วประเทศอบต. 4,985 แห่ง เลือกตั้งวันที่ 11 ม.ค.นี้ ส่วน อบต.305แห่ง ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล คาดจะเลือกตั้งเม.ย.นี้

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2568 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบต. และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในวันแรก ว่า เนื่องจากเกิดเหตุอุทกภัยเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้มีการปรับกำหนดเงื่อนไขการเปิดรับสมัครผู้สมัครเลือกตั้งอบต. ประกอบด้วยในพื้นที่จ.สตูล, ปัตตานี, นราธิวาส, สงขลา, ยะลา จากวันที่ 1-5 ธ.ค. เป็น 8-12 ธ.ค. ซึ่งใน จ.ยะลา จะแบ่งเป็น 2 ส่วน เปิดรับสมัครในวันที่ 1-5 ธ.ค. มีทั้งสิ้น 44 แห่ง และเปิดรับสมัคร 8-12 ธ.ค. 3 แห่ง ทั้งนี้การเลือกตั้งนายกอบต. และสมาชิกอบต. จะมีขึ้นในวันที่ 11 ม.ค.2569 พร้อมกัน

สำหรับข้อมูลอบต.ในปัจจุบันทั่วประเทศมี 4,985 แห่ง จากเดิม 5,290 แห่ง เหตุผลที่จำนวนลดลงนั้น เนื่องจากกระทรวงมหาด ไทยได้มีการยกฐานะของอบต. ขึ้นเป็นเทศบาล ดังนั้น จึงไม่สามารถจัดการเลือกตั้งอบต.ที่ครบวาระลงได้ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ จากเดิมอาจจะมี 10 เขต ถ้ายกฐานะเป็นเทศบาลตำบล จะเป็น 8-12 เขต และเทศบาลเมืองก็จะเป็น 3 เขต โดยจะต้องใช้ระยะเวลาในการแบ่งเขตอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งจะต้องมีการประกาศให้ประชาชนทราบ และรับฟังความคิดเห็น เพื่อส่งให้ กกต.พิจารณาประกาศเขตเลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นกระบวนการในการเลือกตั้งอบต.ที่ยกฐานะเป็นเทศบาลก็จะเริ่มนับหนึ่ง โดยจะต้องบวกเวลา 45 วัน จึงคาดว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้

เราสะดวกแบบนี้! ‘ลูกวัน’โพสต์หลัง‘พ่อเหลิม’ยื่นไขก๊อก‘พท.’

เราสะดวกแบบนี้! ‘ลูกวัน’โพสต์หลัง‘พ่อเหลิม’ยื่นไขก๊อก‘พท.’

เราสะดวกแบบนี้! ‘ลูกวัน’โพสต์หลัง‘พ่อเหลิม’ยื่นไขก๊อก‘พท.’

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.37 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ภายหลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศลาออกจากพรรคเพื่อไทย และจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าวประกอบ : ‘เฉลิม’ลั่นเอง! ไขก๊อก‘เพื่อไทย’ย้ายซบ‘พรรคบิ๊กป้อม’) ล่าสุด นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เราสะดวกแบบนี้ครับ ไม่พอใจแค่เลื่อนผ่าน ด้วยความเคารพ…ทุกคนมีทางเดินของตัวเอง”

‘สส.ศาสตรา’ลุย 10 วันต่อเนื่องช่วยชาวหาดใหญ่ วอนของบซ่อมบ้านเพิ่ม โอด 9 พันไม่พอฟื้นฟู

‘สส.ศาสตรา’ลุย 10 วันต่อเนื่องช่วยชาวหาดใหญ่ วอนของบซ่อมบ้านเพิ่ม โอด 9 พันไม่พอฟื้นฟู

‘สส.ศาสตรา’ลุย 10 วันต่อเนื่องช่วยชาวหาดใหญ่ วอนของบซ่อมบ้านเพิ่ม โอด 9 พันไม่พอฟื้นฟู

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.06 น.

‘สส.ศาสตรา’ลุย 10 วันต่อเนื่องช่วยชาวหาดใหญ่ พบชาวบ้านร้องรัฐช่วยด่วน เอกสารสำคัญสูญหายไปกับน้ำทั้งหมด ทำเบิกจ่ายงบเยียวยาสะดุด วอนของบซ่อมบ้านเพิ่ม โอด 9 พันไม่พอฟื้นฟู

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2568 นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา เขต2 เปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่อาคารเรียนรวมและห้องสมุดวิทยาศาสตร์  ตรงข้ามคณะพยาบาล  ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เพื่อระดมสิ่งของบริจาค อาหารและน้ำดื่มสิ่งของจำเป็น โดยเปิดโรงครัวทำอาหารปรุงสุกแพ็คใส่กล่องพร้อมน้ำดื่ม นำไปมอบให้พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัยที่แฟลตเคหะ,ทุ่งเสา,วัดโคก, ชุมชนหลังอู่รถไฟ,ถนนมุสลิม สมาคมมุสลิม บริเวณวงเวียนน้ำพุ แยกโรงปูน ในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ และโดยรอบ

นายศาสตรา กล่าวว่า จากที่ตนได้เปิดศูนย์ประสานงานและลงไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่มากว่า 10 วันต่อเนื่องจนสถานการณ์น้ำได้ลดระดับลง  โดยรัฐบาลควรมีมาตราการ แก้ปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ภายหลังน้ำลดเพื่อช่วยเหลือประชาชน  โดยระยะสั้น  รัฐบาลควรจ่ายน้ำ และ ไฟ รวมถึงติดตามเรื่องผู้เสียชีวิตและคนสูญหาย ดูแลครอบครัวที่สูญเสียจากน้ำท่วมให้ดีที่สุด ต้องเร่ง ช่วยประชาชนจัดการเก็บขยะอย่างเป็นระบบ และรวดเร็วโดยบูรณาการ ทุกภาคส่วนช่วยเหลือ   รัฐบาลควรจัดการเรื่องการเยียวยาโดยเร่งด่วนและไม่ซับซ้อนในการขอ เพราะ 9,000 บาท กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นถือว่าน้อยมาก  และมองว่าไม่ควรใช้เอกสาร หรือ หลักฐานการพิสูจน์ ควรจะเยียวยา ทุกหลังหลังคาเรือน เพราะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ท่วมทุกหลัง

“ต้องเข้าใจชาวบ้านเอกสารต่างๆไปกับน้ำหมดแล้ว ต้องไม่มีความซับซ้อน เพิ่มภาระให้ประชาชน  ตัดความยุ่งยากใดๆออกให้หมด และ ครอบคลุมถึงคนเช่าบ้านด้วย  การโอนเงินรัฐบาลก็มีข้อมูลประวัติทุกคนอยู่แล้วในระบบบัญชีดิจิทัลอย่าลืมกลุ่มไม่มีมือถือ และ กลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถไปธนาคารเอง ไม่มีโทรศัพท์ smart phone ด้วย” นายศาสตรา กล่าว

นายศาสตรา ยังเสนอมาตรการในระยะกลางว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการในการดูแล ธุรกิจ ฟื้นฟู sme ธุรกิจ อย่างชัดเจน และ รวดเร็ว เช่น พักดอกเบี้ย 1-2 ปีจากธนาคาร เอกชนและรัฐ   ขณะเดียวกันใน พื้นที่ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้องง่ายและจริงใจ ทุกวันนี้เข้าถึงยากมาก ปล่อยกู้ยาก ประชาชนไม่มีเงินมาลงทุนใหม่ และรัฐบาลควรวางมาตรในระยะยาว คือ ต้องกล้าลงทุน แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ให้หายขาดไม่กลับมาท่วมอีก ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นความเสียหายวนเวียน ซ้ำซาก ควรใช้งบประมาณจ่ายทีเดียวแก้ปัญหาให้จบ

“ทั้งนี้ได้รับข้อมูลทั้งหมดจากพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ไว้เพื่อประสานงานภาครัฐ และทันทีเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาฯ จะได้นำเรื่องเข้าหารือต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเร่งแก้ปัญหาให้กับชาวหาดใหญ่โดยด่วน” นายศาสตรา กล่าว 
 
นายศาสตรา กล่าวด้วยว่า ส่วนผู้ที่ประสงค์จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาสามารถสมทบบริจาคสิ่งของจำเป็น ทั้งยารักษาโรค อาหาร น้ำดื่ม อาหารสัตว์เลี้ยง นมผง แพมเพิส ผ้าอนามัยฯลฯ ได้ที่ศูนย์ประสานงานสส.ศาสตรา ที่อาคารเรียนรวมฯ ภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) สามารถประสานงานแอดมินเพื่อส่งมอบของบริจาคได้ ทางเพจเฟซบุ๊ค นายศาสตรา ศรีปาน Sarttra Sripan ได้ตลอด24 ชั่วโมง ซึ่งศูนย์ประสานงานจะคอยอำนวยความสะดวกจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

‘เฉลิม’ลั่นเอง! ไขก๊อก‘เพื่อไทย’ย้ายซบ‘พรรคบิ๊กป้อม’

‘เฉลิม’ลั่นเอง! ไขก๊อก‘เพื่อไทย’ย้ายซบ‘พรรคบิ๊กป้อม’

‘เฉลิม’ลั่นเอง! ไขก๊อก‘เพื่อไทย’ย้ายซบ‘พรรคบิ๊กป้อม’

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.52 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวเตรียมลาออกจากพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวจริง ไม่ใช่ข่าวลวง ตนลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อตนลาออก ความเป็นผู้แทนของตนก็ถือว่าสิ้นสุด และตนก็ลาออกจากพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งจะยื่นลาออกที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 3 ธ.ค.นี้

ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจลาออก ก็อย่างที่รู้กันคือเรื่องการเมือง และไม่ได้แจ้ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย รวมถึงยังไม่ได้คุยกับ นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย เพราะยังไม่ได้เจอกัน แต่ตนได้ตัดสินใจแล้ว

เมื่อถามว่า หลังจากลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว จะไปร่วมงานการเมืองกับพรรคการเมืองใดหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และหลังจากลาออกจากพรรคเพื่อไทยจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้

มาแทน’ไอซ์’ ปชน.เปิดตัว’ปาล์ม ชลณัฏฐ์’ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 28

มาแทน'ไอซ์' ปชน.เปิดตัว'ปาล์ม ชลณัฏฐ์'ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 28

มาแทน’ไอซ์’ ปชน.เปิดตัว’ปาล์ม ชลณัฏฐ์’ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 28

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.39 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 “ปาล์ม” ชลณัฏฐ์ โกยกุล โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “สวัสดีทุกท่านค่ะ ปาล์ม ชลณัฏฐ์ โกยกุล ว่าที่ผู้สมัครสส.เขต พื้นที่กรุงเทพ พรรคประชาชนค่ะ”

สำหรับเขต 28 บางบอน จอมทอง หนองแขม ขณะนี้มี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ เป็น สส.กทม.พรรคประชาชน การเปิดตัวของ น.ส.ชลณัฏฐ์ ทำให้คาดว่า นส.รักชนก น่าจะไปลงแบบบัญชีรายชื่อ

– 006

จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก! ‘อนุทิน’ชี้’ยุบสภา’อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง

จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก! 'อนุทิน'ชี้'ยุบสภา'อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง

จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก! ‘อนุทิน’ชี้’ยุบสภา’อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.08 น.

จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก! “อนุทิน”ชี้”ยุบสภา”อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง ไม่ประเมินตัวเอง แต่มั่นใจทำทุกอย่างถูกทาง ช่วยคนไม่ได้หวังคะแนน ไม่มอง”อภิสิทธิ์”เป็นคู่แข่ง ยกมือไหว้ท่วมหัว แม้โพลตามหลัง แต่ขยับจาก 0.2 เป็น 15%

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค.ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่า เรื่องยุบสภาอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าสภาฯ ชุดนี้ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.69

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลประสานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เกี่ยวกับเรื่องการยุบสภา นายอนุทิน กล่าวว่า “ยังเลย ยังไม่มีครับ ผมยังไม่ได้คุยกับผู้บริหารพรรคไหนเลย อย่าว่าแต่พรรคเพื่อไทยเลย พรรคไหนก็ไม่ได้คุย เราบริหารราชการไปโดยมีไทม์ไลน์ของเราอย่างไรก็รักษาคำพูด เรามีเอ็มโอเอ ผมเชื่อว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ได้ทำทุกอย่างตามเงื่อนไขเอ็มโอเอกับพรรคประชาชน วันนี้เราเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่อยากพูดคำว่าเอ็มโอเอเยอะเพราะเป็นเรื่องของ 2 พรรค วันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลและประเทศแล้ว ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เราบอกแล้วว่าวันที่ 31 ม.ค.69 เราจะยุบสภา ตอนนี้มีสถานการณ์อะไรต่างๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้พวกเราทุกคนไปช่วยพี่น้องประชาชนบรรเทาทุกข์ เอาเขาออกจากความทุกข์ร้อน เอาเขากลับบ้านฟื้นฟูคืนบ้านเมืองให้เขา หายใจอีกแปปเดียวก็ยุบสภาแล้ว”

เมื่อถามว่า ล่าสุดพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอนนี้ นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า ถ้ายุบสภา ถ้าช่วงมีภัยพิบัติเรื่องฉุกเฉินต่างๆ รัฐบาลจะทำงานช่วยเหลือประชาชนลำบาก แต่ถ้าเกิดมีความจำเป็นหากไม่มีทางเลือกมันก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องมีความพร้อม

เมื่อถามว่า กำลังใจตอนนี้เป็นอย่างไร เพราะตอนนี้มีกระแสดราม่ามาก นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่มีปัญหาอะไรกับกระแสดราม่าเลยแม้แต่น้อย เพราะผมและคณะรัฐมนตรีของผม ยึดถือความทุกข์ของประชาชน ประชาชนทุกข์หนึ่งเท่า พวกผมทุกข์สิบเท่า เพราะเราต้องดูแลเขา และแสวงหาความร่วมมือช่วยพวกเขา”

เมื่อถามว่า ได้ประเมินกระแสนิยมพรรคภูมิใจไทย (ภท.) บ้างหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ไม่ได้ประเมินเลยพูดจริงๆ ผมก็ทำงานของผม ตั้งแต่ทำงานการเมืองมา 20 ปี ไม่เคยประเมิน เวลาสื่อถามว่าประเมินคะแนนตัวเองเท่าไหร่ ก็พูดเล่นๆ ว่าให้ 10 เต็ม 10 เพราะผมทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเลย จริงๆ คนประเมินผมคือประชาชน”

เมื่อถามว่า ประชาชนอาจมองว่ารัฐบาลติดลบในการแก้วิกฤตน้ำท่วม บั่นทอนความรู้สึกหรือไม่ นายอนุทิน ส่ายศรีษะ ก่อนตอบว่า “ไม่รู้สึก เพราะคนพูดเช่นนี้อาจติดตามข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง อย่างพวกผมก็ไปลุยน้ำเท่าอกเหมือนกัน ยังมีปัญหาเรื่องผิวหนังอยู่เลย แต่ไม่มีปัญหา เพราะลงไปแล้วเราก็รู้งาน ใครพูดอะไรก็ตอบได้ แต่ไม่ต้องการไปเถียง เพราะทุกคนมีสิทธิพูด แต่ถ้าจะพูดเรื่องน้ำที่หาดใหญ่ในการช่วยเหลือประชาชน และมาตรการต่างๆ รัฐบาล ต้องมั่นใจว่ามาถูกทาง และทำทุกอย่างที่ต้องทำ”

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีบ้านใหญ่พื้นที่ภาคใต้เยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คิดตรงนั้นตอนนี้คิดอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นต้องไปถามว่าจะกาพรรคอะไรถึงช่วย ซึ่งมันไม่ใช่ เราไปทั้งหมดเพื่อเอาพวกเขาออกจากความทุกข์ พูดได้แค่นี้

เมื่อถามถึงผลโพลล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ ที่นายอนุทิน มาเป็นอันดับ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า โพลออกมาตน 15% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ มา 25% ตนมาจาก 0.2% ได้ 15% ตนก็สาธุ พร้อมยกมือท่วมหัว ก่อนกล่าวว่า เช่นเดียวกับคะแนนพรรคภูมิใจไทย ที่ตกมาเหลือ 11% ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่ 0.21% ก็ขอบคุณมากแล้ว ได้แค่นี้ก็ดีใจตายแล้ว

เมื่อถามว่า ประเมินว่าจะชนะนายอภิสิทธิ์ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไปช่วยเหลือประชาชน นายอภิสิทธิ์มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ทำให้มีการตื่นตัว มีสีสันขึ้น แต่ตนไม่ได้มองท่านเป็นคู่แข่ง เรามาทำงานให้บ้านเมืองอย่างไรก็ได้

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่หาดใหญ่เหมือนประชาชนให้กำลังใจมากกว่าดราม่า นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่ติดตามใกล้ชิดคงเห็นเราลงพื้นที่โดยไม่คิดว่าจะได้คะแนนเสียง ถ้าลงไปแล้วช่วยเหลือประชาชนได้ แล้วไม่มีคนเสียชีวิตไม่มีคนเสียหายไม่เลือกก็ได้ มีใครจะดีใจเท่ากับคนที่ทำแล้วช่วยชีวิตคนได้ ตนไม่ได้คิดตรงนั้นเลย สงขลา พรรคภูมิใจไทย มี สส.คนเดียว ตราบใดที่ไม่เสียเขาไปก็ไม่ได้ขาดอะไร ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เมื่อถามว่า ตอนนี้เหนื่อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง

สธ.แถลงยอดผู้เสียชีวิ​ต​จากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่​ 140 คน

สธ.แถลงยอดผู้เสียชีวิ​ต​จากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่​ 140 คน

สธ.แถลงยอดผู้เสียชีวิ​ต​จากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่​ 140 คน

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.52 น.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ แถลงสถานการณ์ผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม​ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา​ ว่า​ จะยึดข้อมูลที่​โรงพยาบาลสงขลานครินทร์​ เป็นหลัก เพราะเป็นศูนย์​รวบรวมศพผู้เสียชีวิต​ ซึ่งข้อมูลปัจจุบัน​ ณ​ เวลา​ 16.00​ น.วันที่ 1 ธ.ค.68 มีผู้เสียชีวิตอยู่ในระบบทั้งสิ้น 140 ราย เพิ่มขึ้นจากวาน​นี้ ​(30 พ.ย.) 2 ราย แบ่งแยกเป็นเสียชีวิตในโรงพยาบาล 65 ราย เสียชีวิตนอกโรงพยาบาล 75 ราย ซึ่งขณะนี้​มีการพิสูจน์อัตลักษณ์ ได้ 104 ราย เหลืออีก 36 ราย ที่รอการพิสูจน์ตัวบุคคล และตอนนี้ ได้นำศพคืนสู่ญาติไปแล้ว 23 ราย ยังคงเหลืออยู่ที่ศูนย์​ 117 ราย

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​ ออกมาเปิดเผยมียอดผู้เสียชีวิตมากเป็น 1,000 ราย นพ.ศักดา​ กล่าวว่า​ ตนอยู่ในพื้นที่ตลอด และกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ประมาทในการเตรียมการ โดยได้เตรียมตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 7 ตู้ เพราะเราไม่ทราบสถานการณ์​ว่าจะเป็นอย่างไร เราไม่ได้อยากให้มีผู้เสียชีวิตเยอะ ซึ่งวันแรกรวบรวมศพได้ 85 – 110 ราย ซึ่งเป็นการรวมผู้เสียชีวิตทั้งในและนอกโรงพยาบาล ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และเพิ่มสูงมากที่สุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มอีกจำนวน 30 ราย

นพ.ศักดา กล่าวว่า ขณะนี้เชื่อว่าประชาชนกลับเข้าไปในพื้นที่เกือบครบ 100% แล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้าไประดมทำความสะอาด ซึ่งหากจะพบศพเพิ่มก็คงจะเพิ่มไม่มาก อาจจะพบเล็กน้อยในจุดที่เข้าไม่ถึง แต่ไม่น่าจะพบจำนวนมากอย่างที่เป็นข่าว ไม่น่าเป็นไปได้

เมื่อถามว่า รู้สึกบั่นทอนการทำงานหรือไม่ ที่มีคนนำยอดผู้เสียชีวิตมาเป็นประเด็นทางการเมือง​ นพ.ศักดา ยืนยันว่า​ ไม่ได้บั่นทอนการทำงาน​ แต่อยากบอกคือ​ อยากให้สื่อสารตามความจริง ไม่อยากให้สื่อสารตามความเชื่อ หรือความรู้สึก เพราะเมื่อนำ 2 อย่างมารวมกัน ประชาชนจะสับสน ดังนั้น​ หน้าที่ของเราคือพยายามจะสื่อสารข้อมูลโดยเฉพาะหน้างาน

“หากไม่เชื่อก็ไปดูที่หน้าตู้ อยากจะเปิดให้ดู แต่เป็นสถานที่หวงห้าม สำหรับกระบวนการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งมีข้อจำกัดของการเข้าถึง อยากจะให้ดูทุกอย่าง และอยากจะบอกพี่น้องประชาชนทุกท่าน ความจริงหน้างาน หากอยากรู้หรือมีข้อสงสัย ไปหาข้อมูลพื้นที่หน้างานจะดีที่สุด”

เมื่อถามว่า ได้ประเมินยอดสูงสุด ของสถานการณ์แล้วใช่หรือไม่​ ว่า​จะไม่เจอมากกว่านี้​ นพ.ศักดา​ กล่าวว่า​ 4 วัน​ 30 ราย และเพิ่มมาเป็น 110​ ราย จากนั้น​เพิ่มอีก 16 ราย และเพิ่มอีก 5 ราย เพิ่มอีก​​ 7​ ราย และวันนี้เพิ่มอีก ​2​ ราย ซึ่งก็รวม 140​ ราย เมื่อถามว่า มีการประเมินผู้เสียชีวิต​หรือไม่ว่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่​ นพ.ศักดา กล่าวว่า​ ถ้าดูตามสถิติและสถานการณ์ หากจะเพิ่มขึ้น​ ก็เพิ่มขึ้น​หลักหน่วย