ทรัมป์กลับถึงทำเนียบขาว สรุปผลเยือนจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จับตาปมไต้หวัน-อิหร่านยังเปราะบาง

ทรัมป์กลับถึงทำเนียบขาว สรุปผลเยือนจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จับตาปมไต้หวัน-อิหร่านยังเปราะบาง

16 พ.ค. 2569 07:58 น.

ทรัมป์กลับถึงทำเนียบขาว สรุปผลเยือนจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จับตาปมไต้หวัน-อิหร่านยังเปราะบาง

โดนัลด์ ทรัมป์ กลับถึงสหรัฐฯ หลังปิดฉากเยือนจีน 3 วัน ชี้การหารือกับ สี จิ้นผิง ประสบความสำเร็จอย่างมาก แม้ยังมีความเห็นต่างเรื่องไต้หวัน การค้า และสงครามอิหร่าน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางกลับถึงทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดีซีแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการพบหารือระดับสูงกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้า เทคโนโลยี ไต้หวัน และสงครามอิหร่าน

ทรัมป์ระบุว่า การเยือนจีนครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าในการรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจของโลก แม้ยังคงมีความเห็นต่างในหลายประเด็นสำคัญ นอกจากนี้หนึ่งในหัวข้ออ่อนไหวที่สุดคือปัญหาไต้หวัน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เตือนทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า ความขัดแย้งเกี่ยวกับไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน อาจนำไปสู่การปะทะหรือความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ได้ หากบริหารจัดการผิดพลาด

หลังเสร็จสิ้นการหารือ ทรัมป์เปิดเผยว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าแผนขายอาวุธล็อตใหญ่ของสหรัฐฯ ให้ไต้หวันหรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่จีนคัดค้านมาโดยตลอด

ส่วนประเด็นสงครามอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า สี จิ้นผิง แสดงความต้องการให้จีนมีบทบาทช่วยผลักดันการเจรจายุติสงคราม และสนับสนุนการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพลังงานทั่วโลก

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ผู้นำจีนยืนยันกับเขาว่า จีนจะไม่จัดส่งอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ทางทหารให้อิหร่าน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม้ทั้งสองฝ่ายพยายามส่งสัญญาณลดความตึงเครียด แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ความขัดแย้งเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงดำรงอยู่ โดยเฉพาะเรื่องไต้หวัน เทคโนโลยีขั้นสูง และอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งยังเป็นโจทย์ใหญ่ของความสัมพันธ์สองประเทศในระยะต่อไป.

ที่มา AP

ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 6.4 นอกชายฝั่งมิยางิ เตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า

ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 6.4 นอกชายฝั่งมิยางิ เตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า

16 พ.ค. 2569 07:15 น.

ญี่ปุ่นแผ่นดินไหว 6.4 นอกชายฝั่งมิยางิ เตือนเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้า

ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 นอกชายฝั่งจังหวัดมิยางิ เมื่อคืนที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนระดับ5 ในหลายเมือง ไม่มีความเสี่ยงสึนามิ แต่ทางการเตือนประชาชนเฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนซ้ำในช่วงสัปดาห์หน้า

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 นอกชายฝั่งจังหวัดมิยางิ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกประมาณ 46 กิโลเมตรใต้ทะเล

แรงสั่นสะเทือนสูงสุดวัดได้ระดับ 5  ตามมาตรวัดความรุนแรงของญี่ปุ่นจาก 0 ถึง 7 ในเมืองอิชิโนมากิ เมืองโทเมะ และเมืองโอซากิ ของจังหวัดมิยางิ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่รับรู้แรงสั่นไหวอย่างชัดเจน

สำนักข่าว NHK รายงานว่า อย่างไรก็ตาม ทางการยืนยันว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสึนามิ และยังไม่เข้าเกณฑ์การออกประกาศเตือนเมกะเควก หรือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณชายฝั่งฮอกไกโดและภูมิภาคซันริคุ แต่ถึงแม้ไม่มีการเตือนภัยคลื่นยักษ์ แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงเฝ้าระวังแรงสั่นสะเทือนตามมา หรืออาฟเตอร์ช็อก ซึ่งอาจมีความรุนแรงระดับใกล้เคียง 5  ได้อีกในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์ข้างหน้า.

ที่มา NHK

ช็อกนักวิจัย ไวรัสฮันตายังอยู่ในอสุจินาน 6 ปี แม้จะหายป่วยแล้ว

ช็อกนักวิจัย ไวรัสฮันตายังอยู่ในอสุจินาน 6 ปี แม้จะหายป่วยแล้ว

16 พ.ค. 2569 07:10 น.

ช็อกนักวิจัย ไวรัสฮันตายังอยู่ในอสุจินาน 6 ปี แม้จะหายป่วยแล้ว

งานวิจัยเผยข้อมูลชวนตกใจว่า เชื้อไวรัสฮันตาอาจยังคงอยู่ในอสุจิของผู้ป่วยชายได้นานเกือบ 6 ปี แม้ร่างกายจะหายจากโรคแล้วก็ตาม พร้อมเตือนถึงความเป็นไปได้ในการติดต่อทางเพศสัมพันธ์

สื่อต่างประเทศหลายสำนักนำงานวิจัยเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ที่ถูกเผยแพร่ตั้งแต่ปี 2023 มารายงานอีกครั้ง หลังเกิดการระบาดของเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสบนเรือสำราญหรูเอ็มวี ฮอนดิอุส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย

โดยงานวิจัยชิ้นนี้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและตีพิมพ์ในวารสาร Viruses จัดทำโดยทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการสปีซ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากการศึกษาชายวัย 55 ปี ที่เคยติดเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสมานานถึง 6 ปีระบุว่าเชื้อไวรัสหายไปจากเลือด ปัสสาวะ และระบบทางเดินหายใจทั้งหมดแล้ว แต่ยังคงตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในน้ำอสุจิ ซึ่งนักวิจัยระบุว่า เชื้ออาจยังมีศักยภาพในการแพร่สู่ผู้อื่นได้นานถึง 71 เดือน หรือประมาณ 5 ปี 11 เดือน หลังติดเชื้อ

ข้อมูลในงานวิจัยอธิบายว่า อัณฑะถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเชื้อโรคบางชนิด เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะไม่โจมตีอสุจิ เพื่อคงความสามารถในการสืบพันธุ์ นั่นทำให้ไวรัสบางชนิด เช่น ฮันตาไวรัส อีโบลา และซิกา สามารถหลบซ่อนอยู่ในอัณฑะได้ แม้ร่างกายจะกำจัดเชื้อออกจากอวัยวะส่วนอื่นแล้วก็ตาม

นักวิจัยระบุว่า ปัจจุบันมีโรคติดเชื้อมากกว่า 27 ชนิด ที่สามารถอาศัยอยู่ในอัณฑะและคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน

แม้นักวิจัยจะย้ำว่า ยังไม่เคยมีรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ฮันตาไวรัสติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ได้จริง แต่ผลการศึกษาชี้ว่ามีความเป็นไปได้ทางชีวภาพที่ไวรัสอาจแพร่ผ่านน้ำอสุจิได้ โดยผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ว่า แอนดีส ไวรัส มีศักยภาพในการติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ก่อนหน้านี้ ไวรัสอีโบลาเคยมีกรณีคล้ายกัน โดยการระบาดในประเทศกินีเมื่อปี 2021 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 12 ราย ถูกพบภายหลังว่ามีต้นตอจากชายที่รอดชีวิตจากการระบาดใหญ่ช่วงปี 2014-2016 และแพร่เชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน

ด้านองค์การอนามัยโลกหรือ WHO แนะนำให้ผู้รอดชีวิตจากอีโบลาตรวจน้ำอสุจิทุก 3 เดือน และหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน จนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อ 2 ครั้งติดต่อกัน

ขณะเดียวกัน บริษัทวิเคราะห์โรคระบาด Airfinity ระบุว่าผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีสควรได้รับคำแนะนำด้านเพศสัมพันธ์อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับผู้ป่วยอีโบลา แม้จะพ้นช่วงกักตัว 42 วันแล้วก็ตาม

สำหรับฮันตาไวรัสสายพันธุ์แอนดีส เป็นไวรัสที่ปกติแพร่จากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่ในบางกรณีสามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้

องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า อาจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมจากคลัสเตอร์บนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส แต่ย้ำว่า สถานการณ์ยังไม่เข้าข่ายภัยคุกคามระดับโรคระบาดใหญ่แบบโควิด-19 และยังไม่ถือเป็นความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดทั่วโลก.

ที่มา : NYpost

ดินถล่มเหมืองทองอินโดนีเซีย ฝังคนงานใต้ซากภูเขาดับ 9 ราย ตำรวจสั่งปิดเหมืองเถื่อน

ดินถล่มเหมืองทองอินโดนีเซีย ฝังคนงานใต้ซากภูเขาดับ 9 ราย ตำรวจสั่งปิดเหมืองเถื่อน

16 พ.ค. 2569 06:46 น.

ดินถล่มเหมืองทองอินโดนีเซีย ฝังคนงานใต้ซากภูเขาดับ 9 ราย ตำรวจสั่งปิดเหมืองเถื่อน

เกิดเหตุดินถล่มใกล้เหมืองทองผิดกฎหมายบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนและสั่งปิดพื้นที่เกิดเหตุทันที

ตำรวจอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด หลังหน้าผาใกล้เหมืองทองในเขตซิจุนจุง จังหวัดสุมาตราตะวันตก พังถล่มลงมาเมื่อวันพฤหัสบดี

นางซุสเมลาวาตี โรสยา โฆษกตำรวจสุมาตราตะวันตกระบุว่า กลุ่มคนงานกำลังทำงานอยู่ห่างจากหน้าผาเพียงประมาณ 3 เมตร ก่อนดินและหินจะพังลงมาทับอย่างรุนแรง โดยจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่แห่งนี้เป็นเหมืองทองผิดกฎหมาย มีผู้เสียชีวิต 9 คน ขณะที่อีก 3 คนสามารถหลบหนีออกมาได้ทันตอนหน้าผาถล่ม

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครได้ระดมกำลังค้นหา พร้อมนำเครื่องจักรหนักเข้าขุดซากดินถล่มเพื่อค้นหาผู้ประสบภัย โดยขณะนี้ได้ปิดพื้นที่เหมืองดังกล่าวแล้ว พร้อมขึงแนวกั้นของตำรวจเพื่อห้ามบุคคลเข้าออก และเตรียมดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำเหมืองผิดกฎหมาย

ด้านองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมวาลฮี เปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมืองทองผิดกฎหมายในจังหวัดสุมาตราตะวันตกอย่างน้อย 48 ราย

องค์กรระบุในแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความล้มเหลวของรัฐในการปกป้องประชาชนจากการทำเหมืองผิดกฎหมาย ที่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและคร่าชีวิตผู้คน

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียเคยเกิดอุบัติเหตุจากเหมืองหลายครั้ง เช่น เมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ราย จากเหตุหินถล่มในเหมืองหินปูนที่เมืองชีเรอบอน จังหวัดชวาตะวันตก

ส่วนในปี 2024 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย จากเหตุดินถล่มใกล้เหมืองทองผิดกฎหมายบนเกาะสุลาเวสีตอนกลางของอินโดนีเซีย.

ที่มา :channelnewsasia

ทรัมป์เตือนไต้หวันอย่าประกาศเอกราช หลังหารือกับ สี จิ้นผิง ที่จีน พร้อมย้ำไม่ต้องการสงครามในเอเชีย

ทรัมป์เตือนไต้หวันอย่าประกาศเอกราช หลังหารือกับ สี จิ้นผิง ที่จีน พร้อมย้ำไม่ต้องการสงครามในเอเชีย

16 พ.ค. 2569 05:52 น.

ทรัมป์เตือนไต้หวันอย่าประกาศเอกราช หลังหารือกับ สี จิ้นผิง ที่จีน พร้อมย้ำไม่ต้องการสงครามในเอเชีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณไม่สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวัน หลังหารือกับ สี จิ้นผิง ที่จีน พร้อมย้ำไม่ต้องการสงครามในเอเชีย 

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ หลังเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวเตือนไต้หวันไม่ให้ประกาศเอกราช พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดสหรัฐฯ ต้องเดินทางไกลเกือบ 9,500 ไมล์เพื่อเข้าสู่สงคราม โดยระบุว่า ต้องการให้ทั้งไต้หวันและจีนลดความตึงเครียดลง และหากทุกฝ่ายรักษาสถานการณ์ไว้เช่นเดิม จีนก็น่าจะยอมรับได้

 โดยประเด็นไต้หวันถือเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน หยิบยกขึ้นหารือระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำสองประเทศที่กรุงปักกิ่ง  ซึ่งท่าทีล่าสุดของทรัมป์ สะท้อนถึงความระมัดระวังมากขึ้นในการแสดงจุดยืนของทรัมป์ต่อไต้หวัน แม้ว่าสหรัฐฯ ยังคงมีพันธกรณีตามกฎหมายในการจัดหาอาวุธเพื่อช่วยป้องกันตนเองให้ไต้หวันก็ตาม แต่สหรัฐฯ ยังไม่เคยยืนยันชัดเจนว่าจะส่งกองกำลังเข้าปกป้องไต้หวันหรือไม่ หากเกิดการโจมตีจากจีน

ก่อนหน้านี้ สี จิ้นผิง เตือนไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการประชุมว่า หากจัดการปัญหาไต้หวันผิดพลาด อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยจีนถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนจีน ขณะที่ ผู้นำไต้หวัน มองว่าไต้หวันมีสถานะเป็นอิสระอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชเพิ่มเติม

ด้านกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันตอบสนองต่อท่าทีของสหรัฐฯ โดยระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน.

ที่มา AFP

อิสราเอลอ้างเปิดปฏิบัติการถล่มกาซา สังหารผู้บัญชาการฮามาส หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี 7 ต.ค.

อิสราเอลอ้างเปิดปฏิบัติการถล่มกาซา สังหารผู้บัญชาการฮามาส หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี 7 ต.ค.

16 พ.ค. 2569 05:30 น.

อิสราเอลอ้างเปิดปฏิบัติการถล่มกาซา สังหารผู้บัญชาการฮามาส หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี 7 ต.ค.

อิสราเอลเผย สังหาร “อิซซ์ อัด-ดิน อัล-ฮัดดัด” ผู้บัญชาการกองกำลังฮามาสที่ถูกกล่าวหาเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี 7 ตุลาคม หลังโจมตีทางอากาศถล่มอาคารกลางฉนวนกาซา  

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลอิสราเอลแถลง ว่ากองทัพได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซา และสามารถสังหาร “อิซซ์ อัด-ดิน อัล-ฮัดดัด” ผู้บัญชาการกองพลน้อยอัล-กัสซาม ของกลุ่มฮามาส ซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู  ออกแถลงการณ์ระบุว่า อัล-ฮัดดัดมีส่วนรับผิดชอบต่อการสังหาร ลักพาตัว และทำให้พลเรือนอิสราเอลรวมถึงทหารกองทัพอิสราเอลได้รับบาดเจ็บหลายพันคน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสยังไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธรายงานการเสียชีวิตของอัล-ฮัดดัด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธฮามาส โดยพยานในพื้นที่ 3 คนให้ข้อมูลว่า อาคารที่พักอาศัย อัล-มูทาซ ใจกลางกาซาถูกยิงถล่มด้วยขีปนาวุธ 3 ลูกพร้อมกันจากคนละทิศทาง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ก่อนที่รถยนต์คันหนึ่งซึ่งขับหลบหนีออกจากพื้นที่จะถูกโจมตีซ้ำ

ทีมกู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่เผชิญความยากลำบากในการอพยพผู้รอดชีวิตออกจากอาคาร ขณะที่พยานบางรายระบุว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนถูกนำตัวออกมา และบุคคลที่ถูกลำเลียงออกจากอาคารอาจเป็นอัล-ฮัดดัดที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งแรก

ทั้งนี้ แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับฮามาสจะมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่อิสราเอลยังคงเปิดปฏิบัติการโจมตีในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่ามีสิทธิ์โจมตีสมาชิกฮามาส ขณะที่ฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและโจมตีพลเรือนอย่างต่อเนื่อง.

“ทรัมป์” เผยยังไม่ให้คำมั่นป้องกันไต้หวันหรือไม่ หลังหารือสี จิ้นผิง ปมร้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

“ทรัมป์” เผยยังไม่ให้คำมั่นป้องกันไต้หวันหรือไม่ หลังหารือสี จิ้นผิง ปมร้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

16 พ.ค. 2569 00:56 น.

“ทรัมป์” เผยยังไม่ให้คำมั่นป้องกันไต้หวันหรือไม่ หลังหารือสี จิ้นผิง ปมร้อนความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยหลังประชุมกับสี จิ้นผิง ว่ายังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปกป้องไต้หวันหรือไม่หากเกิดสงคราม พร้อมเตรียมตัดสินใจเร็วๆ นี้ เรื่องขายอาวุธให้ไต้หวัน  

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอด 2 วันในกรุงปักกิ่ง ของจีน ว่ายังไม่ได้ให้คำมั่นกับจีนไม่ว่าทางใด ต่อประเด็นไต้หวัน ระหว่างหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ทรัมป์ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายพูดคุยเรื่องไต้หวันกันอย่างละเอียด โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงถามโดยตรงว่า สหรัฐฯ จะเข้าปกป้องไต้หวันหรือไม่หากเกิดเหตุโจมตีจากจีน ซึ่งเขาได้ตอบกลับไปว่า “ผมไม่พูดเรื่องนั้น” พร้อมกล่าวด้วยว่า จะตัดสินใจในเวลาอันใกล้ว่าจะเดินหน้าข้อตกลงขายอาวุธให้ไต้หวันที่รัฐบาลสหรัฐฯ เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ หลังจีนออกมาคัดค้านอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ประกาศแพ็กเกจขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 แสนล้านบาท ให้ไต้หวัน ซึ่งรวมถึงระบบจรวดหลายลำกล้องและขีปนาวุธหลายประเภท แต่ล่าสุดทรัมป์เผยว่า จะหารือกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวันก่อนตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ทรัมป์กล่าวว่า สี จิ้นผิง รู้สึกจริงจังมากกับประเด็นไต้หวัน และไม่ต้องการเห็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชของไต้หวัน เพราะจะนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหญ่

ด้านสำนักข่าวทางการจีนรายงานว่า สี จิ้นผิงเตือนระหว่างการหารือว่า ปัญหาไต้หวันคือประเด็นสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ  และหากจัดการผิดพลาด อาจนำไปสู่การปะทะ หรือแม้แต่ความขัดแย้ง 

ทางด้านนายหลิน เจียหลง รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน เปิดเผยว่า ไต้หวันติดตามการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนอย่างใกล้ชิด และยังคงประสานงานกับสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของไต้หวัน.

สุดอั้น รัฐบาลอินเดียสั่งขึ้นราคาน้ำมันรับผลกระทบสงครามอิหร่าน ออกมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อชาติ

สุดอั้น รัฐบาลอินเดียสั่งขึ้นราคาน้ำมันรับผลกระทบสงครามอิหร่าน ออกมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อชาติ

15 พ.ค. 2569 22:49 น.

สุดอั้น รัฐบาลอินเดียสั่งขึ้นราคาน้ำมันรับผลกระทบสงครามอิหร่าน ออกมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อชาติ

อินเดียขึ้นราคาน้ำมัน 3% หลังวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกระทบเศรษฐกิจ ด้านนายกฯ โมดี ขอประชาชนทำงานที่บ้าน ใช้ขนส่งสาธารณะ และประหยัดพลังงานเพื่อชาติ

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 รัฐบาลอินเดียประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนอุปทานพลังงาน โดยปรับขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 3 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 1.30 บาท หลังการปรับราคา น้ำมันเบนซินอยู่ที่ลิตรละ 97.77 รูปี หรือราว 41.80 บาท ส่วนน้ำมันดีเซลเพิ่มเป็นลิตรละ 90.67 รูปี หรือประมาณ 38.80 บาท

อินเดียถือเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก โดยน้ำมันกว่า 90% ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำมันดิบที่ใช้นั้นต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ขณะที่ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียพยายามตรึงราคาน้ำมันภายในประเทศ ทำให้อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งที่ยังไม่ผลักภาระราคาน้ำมันโลกไปยังผู้บริโภคโดยตรง

ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี เรียกร้องให้ประชาชนร่วมมาตรการ “ประหยัดพลังงานเพื่อชาติ” พร้อมขอความร่วมมือให้ทำงานจากที่บ้านเท่าที่ทำได้ ลดการเดินทางไปต่างประเทศ ลดการซื้อทองคำ และหันมาใช้ขนส่งสาธารณะหรือเดินทางร่วมกันมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีโมดียังระบุว่า การประหยัดน้ำมันถือเป็นการแสดงความรักชาติ ขณะที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเพิ่งตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นสำคัญสิ้นสุดลง

กรุงนิวเดลีกลายเป็นแห่งแรกของอินเดียที่เริ่มมาตรการประหยัดพลังงาน โดยกำหนดให้ข้าราชการบางส่วนทำงานจากบ้านสัปดาห์ละ 2 วัน พร้อมรณรงค์ลดการใช้น้ำมันเป็นเวลา 90 วัน และขอให้ภาคเอกชนร่วมดำเนินมาตรการเดียวกัน ขณะเดียวกัน อินเดียยังเร่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิงผสมเอทานอลเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันจำนวนมากเริ่มจำหน่ายน้ำมันที่ผสมเอทานอล 20% แล้ว และรัฐบาลกำลังผลักดันเชื้อเพลิงที่มีเอทานอลสูงถึง 85% หรือ 100% สำหรับรถยนต์ที่รองรับ.

ที่มา Aljazeera

อนุทิน ควงภริยา บินเพชรบูรณ์ ชม อุทยานศรีเทพ เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย

อนุทิน ควงภริยา บินเพชรบูรณ์ ชม อุทยานศรีเทพ เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย

อนุทิน ควงภริยา บินเพชรบูรณ์ ชม อุทยานศรีเทพ เปิดงานฮักบั้งไฟพุเตย

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

”อนุทิน“ควงภริยา บินเพชรบูรณ์ ชม“อุทยานศรีเทพฯ พร้อมเปิดงาน “ฮักบั้งไฟพุเตย“ กระตุ้นท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่น

เมื่อเวลา 14.00 วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 พล.ม.2. สนามเป้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยน.ส.ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ โดยเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โบราณสถานเขาคลังนอก และเป็นประธานเปิดงาน เป็นประธานเปิดงานประเพณี “ฮักบั้งไฟพุเตย” ประจำปี 2569 อ.วิเชียรบุรี เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ พร้อมร่วมประเพณีสำคัญของท้องถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความร่วมมือของประชาชนในชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

อนุชา เผยเหตุผลคัมแบ็ก ปชป. จุดไฟสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่หวั่นกระแสตามหลัง ชัชชาติ

อนุชา เผยเหตุผลคัมแบ็ก ปชป. จุดไฟสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่หวั่นกระแสตามหลัง ชัชชาติ

อนุชา เผยเหตุผลคัมแบ็ก ปชป. จุดไฟสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่หวั่นกระแสตามหลัง ชัชชาติ

วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.00 น.

’ปชป.‘ ตามคาด! เปิดตัว ’อนุชา‘ ชิง ’เก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.‘ ด้าน ’อภิสิทธิ์‘ ลั่นใจสู้เกินร้อย แม้เป็นรอง ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจตกปากรับคำ เผยกรอกใบสมัครแล้ว ชูสโลแกน  ‘กทม.เมืองฟ้าอมร And More’ ดันนโยบาย ‘3 ส.’พัฒนาเมืองกรุงฯ พ่วงเปิดชื่อ50ผู้สมัครสก. 

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.30น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ดูแลกทม. นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายชัยวัฒน์ บรรณวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ทั้งนี้พบว่า อดีตผู้บริหารกทม.ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯกทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ในยุคของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นายวัลลภ สุวรรณดี อดีตรองผู้ว่าฯกทม. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม.ในยุคของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร่วมแถลงเปิดตัว นายอนุชา บูรพชัยศรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) 50 เขต ในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ

โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจกับการเลือกตั้งกทม. ที่ผ่านมาพรรคได้ทำงานร่วมกับคนกทม.มายาวนาน สิ่งที่ต้องการยืนยันคือ พรรคมีบุคลากรจำนวนมากที่มีความเชี่ยวชาญและผูกพันกับคนกทม. การทำงานของประชาธิปัตย์ทุกเวที และทุกพื้นที่ ทำงานเป็นทีม ด้วยความรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงใส่ใจการทำงานของบุคลากรในทุกระดับ แม้ระยะหลังประชาชนไม่ได้ให้โอกาส ทั้งเลือกตั้ง สส. หรือผู้ว่าฯกทม.ที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่าต้องห่างเหิน

“โดย อดีตผู้บริหารกทม.ที่มาร่วมงานและ ผู้สมัครส.ก. คือการยืนยันทำงานเป็นทีม แม้ว่าหลายคนอาจลืมในบทบาทการทำงานในกทม. ทั้งนี้ คนกทม. เคยให้โอกาสทำงานต่อเนื่อง 4 สมัย และการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านผู้ว่าฯกทม. ทำให้ชาวฝั่งธนบุรีได้เห็นรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก แม้รัฐบาลส่วนกลางไม่สนับสนุน และขยายรถไฟฟ้าต่อเนื่อง เป็นตัวอย่างที่มุ่งมั่นของการทำงาน และยังมีการเกิดขึ้นของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ว่าฯกทม. ดำเนินการ วันนี้กทม.มีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ  แม้ยังใช้ไม่ได้ ซึ่งเรายืนยันเดินหน้าเพราะอาสาทำงานให้คนกทม. อย่างแท้จริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่าวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรอง การสำรวจความเห็นประชาชนยืนยันเลือกผู้ว่าฯกทม. คนปัจจุบัน ทั้งนี้หากผู้สมัครเลือกตั้งกทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับโอกาสจะทำหน้าที่อย่างใส่ใจ สิ่งที่ตนคาดหวังจากผู้ว่าฯกทม. คือทำงานใหญ่เพื่อผลักดันกทม.ให้เป็นได้มากกว่านี้ ทั้งนี้การเลือกผู้สมัครลงรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์การบริหาร โดยผ่านการแก้ปัญหาหนี้ของบริษัทของครอบครัวที่มีปัญหาวิกฤติ จากเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักร เป็นการทำแบบครบวงจร พิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ จากนั้นเข้ามาสู่การเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. จึงมีประสบการณ์ตรงกับคนกทม.

“ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ได้รับการยอมรับทางการเมืองในอุมดการณ์ของพรรค ซื่อสัตย์ สุจริต และในช่วงการเมืองขัดแย้ง ยังได้ประสานงานให้เรียบร้อย หลายคนถามว่ามีช่วงหนึ่งหายไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้ไม่ต้องสงสัยว่าจะอยู่หรือไม่ หากเขาไม่ตัดสินใจ โอกาสที่ได้เป็น สส. หรือตำแหน่งบริหารเกิดขึ้นได้ แต่ความมุ่งมั่นอยากกลับมาช่วยประชาธิปัตย์ยามที่พรรคเป็นรอง ใจเขาเกินร้อย และตัดสินใจว่าวันนี้ทุ่มเทให้คนกทม.  ทำให้กทม. เป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ เป็นกทม.เมืองฟ้าอมร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว 

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารกทม. ตอนหนึ่งว่าเหตุผลที่ตนลงรับสมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ผลจะเป็นรองนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ย่อท้อ หรือตัดสินใจเป็นอื่น ทั้งนี้หลังการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา ตนบอกกับครอบครัวและคนใกล้ชิดจะวางมือทางการเมือง ทั้งนี้ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์สอบถามตนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ แต่ตนคิดว่ายังนำเสนอประเด็นในการเมืองระดับชาติ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไม่ครบถ้วน จนนำเสนอครบถ้วนแล้ว แต่ไม่สามารถขับเคลื่อนทางนโยบายและการปฏิบัติ แม้จะพูดจนหมดแล้ว 

“มาวันหนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสอีกครั้งสอบถามว่าสนใจอยากมาลงสมัครเลือกตั้งกทม. เป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. จากเดิมที่หลายคนคิดว่าไม่สนใจและหมดไฟ แต่ผู้บริหารพรรคจุดไฟให้ผม ว่ามีอะไรที่ไม่ได้ทำให้กับกทม. จึงเป็นที่มาของวันนี้ นอกจากผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาส แนวทางการทำงานผมฐานะ สส. ตั้งแต่ปี2550 เป็นแนวทางเดียวกันกับนายอภิสิทธิ์ คือการเมืองสุจริต เป็นอีกจุดที่ผมคิดว่าเจออุดมการณ์เดิมที่เข้ามาการเมือง ทั้งนี้ผมมีผู้สนับสนุนตนต่อการทำงานการเมืองในแนวทางการทำการเมืองที่สุจริต อย่างไรก็ดีผมได้กรอกใบสมัครแล้ว” นายอนุชา กล่าว

นายอนุชา กล่าวต่อว่าสิ่งที่อยากทำ คือ ให้กทม.เป็นเมืองฟ้าอมร And More  โดยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงให้เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับนโยบาย คือ การพัฒนากทม. ให้ สะดวก สะอาด สบาย และ and more เผื่อมีคนคิดว่าไม่พอ ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น  เช่น ความสะดวกในเรื่องการเดินทาง มีระบบฟีดเดอร์เข้าถึงการคมนาคม รวมถึงสถานพยาบาล ขณะที่การบริหาร

“วันนี้เห็นผู้สมัครสก.แต่ละท่านก็มั่นใจว่าประชาชนจะหวนกลับมาเลือกเราให้กลับไปทำงานอีกครั้ง วันนี้พรรคและตนมีความมั่นใจที่จะทำงานรวมกับ สก.50 เขตและมั่นใจนโยบายชาวกทม.จะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ฉะนั้นหวังว่าประชาชนกรุงเทพฯ จะเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่เราจะเข้ามา“นายอนุชา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ 50เขต ได้แก่ 
1.เขตดุสิต นายศรราม  ภูมิไชย
2.เขตพระนคร  น.ส.นัชธนัญญ์  ทรัพย์ญาณกรณ์
3.เขตบางซื่อ   นายฐานวัฒน์ สถิตโอฬารโรจน์
4.เขตพญาไท    นายอนุชาญ  กวางทอง
5.เขตราชเทวี   น.ส.ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ
6.เขตปทุมวัน   นายธนนรินทร์ ศิริหิรัญพงษ์
7.เขตบางรัก   นายธนากร  ลิ้มวาทะรส
8.เขตสัมพันธวงศ์   นายพินิจ  กาญจนชูศักดิ์
9.เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย  น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ
10.เขตยานนาวา  นายสมเกียรติ ปัญญะธารา

11. เขตสาทร  นายมนตรี เปรมบุญ
12. เขตบางคอแหลม  ดร.สุดคนึง  แก้วทอง
13.  เขตคลองเตย  นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ
14. เขตห้วยขวาง    นายประพฤทธ์ หาญกิจจะกุล
15. เขตวัฒนา  นายเมธวิน มีสุวรรณ
16. เขตดินแดง   น.ส.จันทิมา สิทธิสุราษฎร์
17. เขตจตุจักร    นายชุมพล รุ่งวิชานิวัฒน์
18.  เขตหลักสี่  นายต้นรังสรรค์  กียปัจจ์
19. เขตดอนเมือง   นายไกรศักดิ์ เสาเวียง
20. เขตสายไหม  นายกร สิงห์ธีร์

21. เขตบางเขน  นายชัชชนะพงศ์  แก้วทอง
22. เขตลาดพร้าว   นายอัทรัณ มานุพีรพันธ์
23. เขตวังทองหลาง นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์
24. เขตบางกะปิ นายปรัชญา ศรีสะอาด 
25.เขตบึงกุ่ม  ดร.อาคร  ประมงค์
26.เขตคันนายาว   น.ส.เกษนันท์  เรืองตาบ
27. เขตสะพานสูง   นายอรรถวิทย์  เซะวิเศษ
28. เขตสวนหลวง  นายณัชกรณ์ เชิดชูกิจกุล
29.เขตประเวศ   นายธนวัฒน์  เชิดชูกิจกุล

30.เขตบางนา  นายศิวโรจณ์ แสงจรัสโชติ
31.เขตพระโขนง  นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ
32.เขตหนองจอก  นายเชิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์
33.เขตลาดกระบัง   นสพ.อนันต์ ฤกษ์ดี
34.เขตมีนบุรี  นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ
35.เขตคลองสามวา  นายมนูญ อินช่วย
36.เขตธนบุรี   นายสามารถ คุ้มทรงธรรม
37.เขตคลองสาน  นายสมชาย  เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.ปัจจุบัน 
38. เขตบางพลัด น.ส.ภัทราพร  ปาลวงษ์ เป็นผู้สมัครคนใหม่ แทน พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ที่ลงสมัครอิสระ
39.เขตบางกอกน้อย  นายนภาพล  จีระกุล ส.ก.ปัจจุบัน

40.เขตตลิ่งชัน  นางลักขณา  ภักดีนฤนาถ
41.เขตภาษีเจริญ  นายวงศธรร์ พิศาลกาญจนกิจ
42.เขตบางกอกใหญ่   นายวิรัช   คงคาเขตร
43.เขตจอมทอง นายเจริญ เพ็ชรกิจ
44.เขตราษฎร์บูรณะ   นายไสว  โชติกะสุภา
45.เขตทุ่งครุ    นายพงศ์พัทธ์ เปี่ยมสวัสดิ์
46.เขตบางขุนเทียน   น.ส.เนตรสกาว ชาหอม
47.เขตบางบอน  นายสมพร คงโครัด
48.เขตบางแค  นายกวิน ชาตะวนิช
49.เขตหนองแขม   ดร.ฮารูน มูหมัดอาลี
และ 50. เขตทวีวัฒนา   นายยิ่งยงค์ จิตเพียรธรรม