อบอุ่นหัวใจ! ‘อาทิตย์ สาระจูฑะ’ นักแต่งเพลงเบื้องหลัง ‘อัสนี-วสัน’ ยิ้มแก้มปริอ่านคอมเมนต์แฟนเพลง ชื่นใจ Gen Z ร้องเพลงฮิต ได้

9 กันยายน 2569 เวลา 08:32 น.

อาทิตย์ สาระจูฑะ

ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความทรงจำสำหรับวงการเพลงไทยกับคอนเสิร์ตอำลาของศิลปินร็อกระดับตำนานอย่าง อัสนี-วสันต์ ที่มาในชื่อ “FAREWELL CONCERT อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย” ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยมีกำหนดการแสดงในวันที่ 3, 5, 6 และรอบสุดท้ายในวันที่ 9 กันยายน 2569

โดยการแสดงคอนเสิร์ตร็อกระดับตำนานของ อัสนี-วสันต์ ในครั้งนี้ เกิดเรื่องราวสุดอบอุ่นขึ้น เมื่อลูกชายของ อาทิตย์ สาระจูฑะ หนึ่งในนักแต่งเพลงชื่อดังผู้อยู่เบื้องหลังและแต่งเพลงให้กับ พี่ป้อม-พี่โต๊ะ อย่างมากมาย มาร่วมชมคอนเสิร์ตแฟร์เวลล์ในครั้งนี้ด้วยตนเอง

Amarit Sarachuta

และจากคลิปไวรัลสุดน่ารักขณะชมคอนเสิร์ตที่แฟน ๆ ได้เห็นกันไปแล้วก่อนหน้านี้นั้น ทำให้วานนี้ 8 กันยายน 2569 ลูกชายของ อาทิตย์ สาระจูฑะ ได้ถือโอกาสเปิดคอมเมนต์จากแฟน ๆ จำนวนมากให้คุณพ่อได้อ่านและโพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวลงบนเฟซบุ๊ก Amarit Sarachuta ซึ่งมีความยาว 1 นาที 9 วินาที พร้อมข้อความว่า “ให้พ่ออ่านคอมเมนต์จากแฟนเพลงครับ ขอบคุณทุกคนที่รักเพลงพ่อนะครับ “

ซึ่งคลิปวิดีโอดังกล่าวเผยเห็นความรู้สึกของคุณพ่ออาทิตย์เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งรู้สึกดีที่เพลงต่าง ๆ สามารถเข้าถึงแฟนเพลงข้ามรุ่นอย่าง Gen Z ได้ แถมยังสามารถร้องตามกันได้ และชื่นชอบเป็นพิเศษตรงที่เด็ก Gen Z สามารถร้องเพลงเหล่านี้ได้

อาทิตย์ สาระจูฑะ
อาทิตย์ สาระจูฑะ

นอกจากนี้คุณพ่ออาทิตย์ยังได้พูดคุยถึงเบื้องหลังการแต่งเพลง โดยเล่าว่ามีคนอยากให้เขียนถึงที่มาที่ไปของบทเพลงต่าง ๆ ซึ่งตนได้บอกไปว่า ส่วนใหญ่จะเขียนเฉพาะเพลงที่รู้สึก “ติดใจตัวเอง” สาเหตุที่ไม่ได้เขียนทั้งหมดเป็นเพราะตนเองเป็นคนความจำล้มเหลวในเรื่องของข้อมูลความจริง แต่เรื่องของความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องจำ พร้อมเล่าเสริมว่าเวลาไปให้สัมภาษณ์ที่ไหน ก็มักจะบอกให้ทางผู้สัมภาษณ์ไปช่วยหาข้อมูลความจริงเพิ่มเติมเอาเอง

ไฮไลต์ความน่ารักเรียกรอยยิ้มเกิดขึ้น เมื่อลูกชายอ่านคอมเมนต์จากแฟนคลับท่านหนึ่งที่เข้ามาบอกว่า “เสียน้ำตากับเพลงคุณพ่อเยอะมาก” คุณพ่ออาทิตย์ก็หัวเราะและตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า หากให้ตอบก็คงจะตอบว่า “ขอโทษ” ก่อนจะทิ้งท้ายอย่างอบอุ่นว่า การที่ได้แฟนเพลงมาเป็นพวกนั้น ถือเป็นสิ่งที่ทรงพลังดีเหมือนกัน

อาทิตย์ สาระจูฑะ
อาทิตย์ สาระจูฑะ

หลังจากที่คลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“ดีใจมากค่ะที่ได้เห็นท่านผู้ประพันธ์บทเพลงที่งดงามไพเราะซาบซึ้งกินใจมายาวนานมากๆของเราคนไทย ขอบคุณมมากๆค่ะ สมัยนี้10-20ปีมานี้หาเพลงเพราะๆความหมายดีๆยากกว่าเมื่อก่อนมาค่ะ ดีใจที่เห็นท่านมาฟังมาชมบรรยากาศที่ทุกคนมีความสุขกับบทเพลงของท่านด้วยค่ะ อ่านให้ท่านฟัง2รอบนะคะยาวหน่อย”

“ความรู้สึก มันไม่ต้องจำ
Gen BB ร้องได้ : ความสุขวัยเยาว์
Gen X ร้องได้ : เพลงฮิตยุค 90
Gen Y ร้องได้ : เพลงเพราะร่วมสมัย
Gen Z ร้องได้: Legend
คน 4 รุ่นร้องได้เหมือนกัน : Culture”

“แต่งเพลงได้เพราะมากเลยครับ ชอบเพลง สิทธิ์ของเธอ สมัยวัยรุ่นเวลาไปนั่งฟังเพลงตามร้านที่มีดนตรีสด จะขอเพลงนี้ตลอด”

คุณพ่อจะทราบมั้ย ท่านคือคีตกวีแห่งยุค ร้อยเรียงตัวอักษรในสมองออกมาเป็นบทเพลงให้ศิลปินถ่ายทอดเป็นบทเพลงที่ใครๆ ได้ฟังก็ตราตรึงอยู่ในหัวใจ สุดยอดค่ะ
ขอคารวะ นักประพันธ์ครูเพลงทุกท่านด้วยจิตคารวะค่ะ ท่านเหล่านี้คือ อัจฉริยะ
ฝากเรียนท่านด้วยนะคะ อย่าหยุดแต่งเพลง บทเพลงที่ท่านร้อยเรียง ล้วนมีพวกเราเป็นตัวละครจริงๆ เล่นจริงแสดงจริง รักจริง สุขจริง เจ็บจริง อยู่ในนั้นค่ะ”

“จะพิมพ์คอมเม้นก็จะพิม น้ำตามันจะเอ่อก็จะเอ่อ เดี๋ยวมาใหม่ค่ะ”

“”แต่ความรู้สึกมันไม่ต้องจำ”
ว้าวววววมากก แค่ภาษาพูดยังคมเลยค่า”

“คุณพ่อเปนนักแต่งเพลงในดวงใจเลยค่ะ ตั้งแต่เด็กมา ฟังเพลงแบบอ่านปกเทป ชื่อคนแต่งเนื้อร้อง/ทำนอง อ่านเนื้อเพลง เจอชื่อคุณพ่อบ่อยมาก ในหลายๆเพลงในหลายๆศิลปิน”

อาทิตย์ สาระจูฑะ
อาทิตย์ สาระจูฑะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Amarit Sarachuta

หลิง–ออม ควงคู่ปิดฉาก วาดฝันวันวิวาห์ ส่งท้ายความหวานทะลุเทรนด์โลก

8 กันยายน 2569 เวลา 18:15 น.

ปิดฉากอย่างอบอุ่น!  สำหรับซีรีส์ “วาดฝันวันวิวาห์ In Love Forever” ที่สร้างทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และโมเมนต์ให้แฟน ๆ ได้ร่วมลุ้นกันมาตลอดเส้นทาง ล่าสุดชวนเหล่าเจ้าความรัก มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความทรงจำในงาน “วาดฝันวันวิวาห์ In Love Forever Final EP Fan Moment” กับ “หลิงหลิง คอง” และ “” พร้อมด้วย ป๊อบ ศิร์รัฐ, แคนดี้ สุภาภัสสร์ และ จ็อบ ธัชพล พร้อมด้วยผู้จัด ป้าแจ๋ว-ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ มาร่วมให้กำลังใจ  ณ MCC Hall เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ที่ทำเอาบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดและรอยยิ้มจนพาแฮชแท็ก #วาดฝันวันวิวาห์ตอนจบ ทะยานติดเทรนด์ X อันดับ 1 โลก รวมถึงประเทศไทย จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเก๊า เปรู เม็กซิโก มาเลเซีย ปานามา ไต้หวัน บราซิล บรูไน พร้อมติดเทรนด์ใน 41 พื้นที่ทั่วโลก ภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยยอดพูดถึงกว่า 2.95M

เปิดงานมาก็เรียกเสียงกรี๊ดกันตั้งแต่ต้น เมื่อ หลิง–ออม ปรากฏตัวพร้อมเดินร้องเพลง “เธอทั้งนั้น” จากบริเวณทางเข้าฮอลล์ ก่อนจะมาจบเพลงคู่กันบนเวที เรียกว่าประเดิมความฟินกันแบบไม่มีพัก ก่อนเข้าสู่ช่วงพูดคุยถึงเรื่องราวของซีรีส์และเส้นทางของตัวละคร งานนี้พิธีกรอย่าง บูม สุภาพร ก็จัดคำถามมาให้ทั้งคู่ได้ย้อนเล่าถึงโมเมนต์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางของซีรีส์ พร้อมทั้ง ป๊อบ–แคนดี้–จ็อบ ที่มาร่วมเม้าท์แบบครบเครื่อง รวมถึงเบื้องหลังการทำงาน ตั้งแต่ฉากที่ประทับใจ ฉากฟิน ฉากที่ยาก ไปจนถึงเรื่องราวฮา ๆ ถึงขั้นต้องเปิดคลิปมาเป็นหลักฐาน ทำเอาหลายคนถึงกับกลั้นขำไม่ไหว

ก่อนจะมาถึงช่วงที่รอคอยกับ Fan Join โยนช่อดอกไม้เจ้าสาว บรรยากาศก็ยิ่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศงานแต่ง เมื่อ LOLO และทีมงานนำช่อดอกไม้ขึ้นมาบนเวทีก่อนจะสุ่มผู้โชคดีทั้ง 10 คนมาเลือกริบบิ้นจากมือเจ้าสาว 3 คน พร้อมร่วมอวยพรให้เหล่าแฟน ๆ ก่อนถึงเวลาสุดพิเศษของ LOLO เมื่อหม่ามี๊ หม่าม้า เซอร์ไพรส์วันเกิดให้กันอย่างน่ารักพร้อมหน้าทั้งครอบครัว จากนั้นถึงเวลานั่งดูซีรีส์ตอนจบไปด้วยกัน ก่อนเปิดพื้นที่ให้แฟน ๆ ได้ส่งต่อข้อความและความรู้สึกที่มีต่อซีรีส์ โดยทั้งคู่ได้อ่านคำอวยพรจากแฟนคลับด้วยตัวเอง ก่อนพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อแฟน ๆ และขอบคุณทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนผลงานมาตลอดเส้นทาง

ปิดท้ายงานด้วยโชว์พิเศษจาก หลิง–ออม ในเพลง “เหมือนเคย” ก่อนกล่าวขอบคุณแฟน ๆ และฝากผลงานที่จะเกิดขึ้น รวมถึง LINGORM THE WORLD BETWEEN US CONCERT ครั้งแรกของทั้งคู่ เรียกได้ว่าเป็นการปิดฉาก “วาดฝันวันวิวาห์ In Love Forever” ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และโมเมนต์แห่งความทรงจำจริง ๆ

คนไรใส่อะไรก็หล่อ ณเดชน์ ชวนแก๊งดารา ควบเกงขาสั้น ชวนขึ้นบอลลูน!

8 กันยายน 2569 เวลา 18:01 น.

เปิดแลนด์มาร์กแห่งใหม่กลางกรุง! สมกับเป็นเดทแรกของ “เฮนรี่” งานนี้ GDH ร่วมกับ Sony Pictures International Productions เปิดประสบการณ์เดทสุดพิเศษในงานแถลงข่าว “First Dates with Henry” ที่โซน The Storeys Square, One Bangkok พร้อมพาแฟน ๆ ก้าวเข้าสู่โลกของ “เฮนรี่”   ในภาพยนตร์ “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” หนังสไตล์โรแมนติก คอมเมดี้ แฟมิลี่ โดยนำบอลลูนสีสันสดใสมาตั้งตระหง่านที่ One Bangkok    เพื่อให้ทุกคนได้มาปักหมุดเช็กอินและถ่ายภาพกันแบบรัว ๆ

เริ่มต้นด้วยการพูดคุยกับ 2 โปรดิวเซอร์ วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ และ เมษ ธราธร ซึ่งควบตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ มาเล่าถึงจุดเริ่มต้นและเบื้องหลังการทำงานของ “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” หนังสไตล์โรแมนติก คอมเมดี้ แฟมิลี่ ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์รักในตำนาน 50 First Dates โดยนำมาตีความใหม่ด้วยการสลับมุมมองให้ “เฮนรี่” เป็นฝ่ายที่ต้องตื่นขึ้นมาพร้อมความทรงจำที่ถูกรีเซ็ตในทุก ๆ วัน

จากนั้นเปิดตัวเรียกเสียงฮือฮา เมื่อ ณเดชน์ คูกิมิยะ มาในลุคผู้บ่าว “เฮนรี่” ควงคู่มากับ มินนี่-ณิชา ยนตรรักษ์  (MINNIE of i-dle)  ในลุคของ “ลูซี่” กัปตันขับบอลลูน โดยปรากฏตัวเซอร์ไพรส์ทุกคนในงาน   ได้ฟีลเหมือนทั้งคู่ล่องบอลลูนยักษ์มาร่วมเดทกับแฟน ๆ ก่อนจะขึ้นเวทีร่วมพูดคุยกับแก๊งครอบครัวสุดฮา    นำทีมโดย ป๋ากิ๊ก-เกียรติ กิจเจริญ, เบิ้ล ปทุมราช และวิเวียน-ทิพากร ไชยประสิทธิ์ จากนั้นพบกับโชว์สุดพิเศษจาก  ณเดชน์ ที่ขึ้นเวทีจับไมค์โชว์พลังเสียง ถ่ายทอดเพลงประกอบภาพยนตร์ “รักนะ..แต่ว่า” (LOVE YOU, BUT…)     พร้อมเปิดตัว 3 แมสคอต “คาปิบาราเเบนด์” ที่ขอมาแจกความสดใส  โดยมีแก๊งนักแสดงนำขึ้นมาร่วมเเจมบนเวที   เติมเต็มบรรยากาศให้อบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นทั่วทั้งงาน ปิดท้ายด้วยโมเมนต์ความประทับใจ ด้วยการถ่ายภาพร่วมกัน     นำโดย จินา โอสถศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด  และ ปรียาวรรณ ภูวกุล   รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  พร้อมด้วยทีมนักแสดง พาร์ตเนอร์ ฯลฯ

แอบสปอยส์! SAMUI ซุ่มทำเพลงใหม่ ชวนขยับไปกับกลิ่นอาย LATIN

8 กันยายน 2569 เวลา 17:43 น.

มีอะไรให้แฟนๆ ได้จับตากันอีกแล้ว! เมื่อ “SAMUI” (สมุย-สมุทร แก้ววัน) ศิลปินจากค่าย WHITE MUSIC กำลังซุ่มเตรียมผลงานเพลงใหม่ในอัลบั้มใหม่ พร้อมเปิดโหมดสนุกครั้งใหม่ ด้วยการหยิบดนตรีสไตล์ LATIN ที่เจ้าตัวชื่นชอบ มาผสมเข้ากับกลิ่นอายเพลงยุค 2000s เติมสีสันและจังหวะชวนเต้นในแบบฉบับของ “SAMUI”

ส่วนแรงบันดาลใจของไอเดียครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะ “SAMUI” ได้เพลง “ลองซิจ๊ะ” ของ “พี่เบิร์ด ธงไชย” มาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ จนเกิดเป็นไอเดียอยากหยิบกลิ่นอาย LATIN มาตีความในแบบของตัวเอง และถ่ายทอดออกมาเป็นอีกหนึ่งสีสันใหม่ของผลงานชุดนี้

งานนี้ “SAMUI” ขอแอบสปอยส์ให้แฟนๆ ได้พอมีเรื่องให้สงสัยกันเล่นๆ เพราะเพลงแรกของอัลบั้มกำลังจะมาเร็วๆ นี้! แต่จะมาในจังหวะสนุกแค่ไหน แซ่บเบอร์ไหน และที่สำคัญ…ชื่อเพลงว่าอะไร? เจ้าตัวขออุบไว้ก่อน ยังไม่ยอมเฉลยง่ายๆ

เอาเป็นว่าเตรียมตัวให้พร้อม แล้วรอ “SAMUI” มาเปิดชื่อเพลงกันเองว่า…งานนี้จะชวนโยก ชวนส่ายขนาดไหน!

ฉายแสงฯ จัดงานกาล่าพรีเมียร์เปิดตัวภาพยนตร์ ‘HOPE’โต้ง บรรจง พร้อม 2 สมาชิกวง BUS และ 2 สมาชิกวง 9214KIDS ร่วมพูดคุยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

8 กันยายน 2569 เวลา 17:43 น.

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จัดงานกาล่าพรีเมียร์ “HOPE” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดประตูเข้าสู่หมู่บ้านโฮปและมหันตภัยครั้งใหม่จากภาพยนตร์ไซไฟระทึกขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปีที่ทั่วโลกรอคอย  ผลงานใหม่ของ นาฮงจิน ผู้เคยอยู่เบื้องหลังร่างทรง ท่ามกลางบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการรวมคนทำหนัง ผู้กำกับ ศิลปิน นักแสดง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนจากหลากหลายแวดวงที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ นำโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล (โต้ง)  ผู้กำกับภาพยนตร์, ชญานนท์ ภาคฐิน (THAI) และ จินวุค คิม (JINWOOK) สมาชิก “BUS because of you i shine”, ธนัช ลิ้มปัญญากุล (PEEMTANAT) และ ฟารีส กล้าหาญ อัฏทาร์ (FARES) สมาชิก “9214KIDS” ร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ สยามพารากอน ลานอินฟินิตี้ฮอลล์ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ก่อนภาพยนตร์เข้าฉายวันที่ 9 กันยายนนี้

ภายในงานได้เนรมิตหมู่บ้านโฮปมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ส่งสัญญาณแรกของความระทึกผ่านภาพของผู้คนและสิ่งมีชีวิตปริศนา พร้อมพาผู้ร่วมเดินทางครั้งนี้เผชิญหน้ากับโลกของ “HOPE” ก่อนที่พิธีกร กตัญญู สว่างศรี กล่าวต้อนรับและเข้าสู่ช่วงพูดคุยพิเศษกับ บรรจง ปิสัญธนะกูล (โต้ง) ผู้กำกับภาพยนตร์ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานกับ นาฮงจิน ผู้กำกับระดับโลก จากนั้นได้เรียนเชิญ ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด เผยถึงการนำภาพยนตร์ “HOPE” เข้ามาฉายในประเทศไทยในฐานะผลงานภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทั่วโลกจับตามอง ต่อด้วยช่วงเวลาสุดเอ็กซ์คลูซีฟเมื่อ ชญานนท์ ภาคฐิน (THAI) และ จินวุค คิม (JINWOOK) สมาชิก “BUS because of you i shine” ร่วมด้วย ธนัช ลิ้มปัญญากุล (PEEMTANAT) และ ฟารีส กล้าหาญ อัฏทาร์ (FARES) สมาชิก “9214KIDS” ปรากฏตัวพร้อมพูดคุยในหัวข้อ “HOPE Through the Eyes of a New Generation” เผยความรู้สึกพร้อมมุมมองต่อภาพยนตร์ ผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพร่วมกันนำโดย ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด, วิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) และแขกผู้มีเกียรติ พร้อมเข้าสู่การรับชมภาพยนตร์
 
นับเป็นการตอกย้ำกระแสความแรงของ “HOPE” จากภาพยนตร์ระดับโลกสู่ประเทศไทยหลังเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และปรากฏการณ์ความแรงเปิดตัวถล่มทลายในเกาหลีใต้ ทะลุ 1 ล้านผู้ชมภายในไม่ถึง 3 วัน ตลอดจนได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อภาพยนตร์ชั้นนำทั่วโลก พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ในการคัดสรรภาพยนตร์ต่างประเทศฟอร์มยักษ์มาส่งต่อประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัส

นอกจาก “HOPE” จะพร้อมพาดำดิ่งสู่โลกสุดจินตนาการ ทั้งงานภาพ สิ่งมีชีวิตปริศนา และฉากแอ็กชันที่ยกระดับความระทึกแล้ว ยังรวมทีมนักแสดงแถวหน้าจากเกาหลีและฮอลลีวูด นำโดย ฮวังจองมิน, โจอินซอง, จองโฮยอน, อึม มุนซอก, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, อลิเซีย วิกันเดอร์, เทย์เลอร์ รัชเซล และ คาเมรอน บริตตันการค้นพบปริศนาบางอย่างบริเวณชานเมืองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เมื่อเหล่าชาวเมืองต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากบางสิ่งที่พวกเขาไม่เคยพบเจอมาก่อน สู่มหันตภัยครั้งใหญ่…กำลังมาเยือน เหตุการณ์ประหลาดเริ่มคุกคามหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง การค้นหาความจริงจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งสำคัญ “ความหวัง” คือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ คนละหน้าที่ คนละการตัดสินใจ แต่ทุกคนต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ภาพยนตร์ไซไฟระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ “HOPE” เข้าฉาย 9 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบ IMAX, 4DX, Dolby Atmos, ScreenX และระบบปกติ



ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture, Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure, YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture
#BUSxHOPE #9214KIDSxHOPE #HOPE #shinesaengadventure #ฉายแสงแอดเวนเจอร์

‘มาลีฮวนน่า’ผนึกกำลังตำนานเพลงเพื่อชีวิต จัดแถลงข่าวใหญ่ ’16 ปี แคมป์ไฟดนตรี มาลีฮวนน่า แผ่นดินนี้มีตำนาน’

8 กันยายน 2569 เวลา 17:37 น.

เตรียมพบกับการกลับมาของปรากฏการณ์ดนตรีระดับตำนานในงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต “16 ปี แคมป์ไฟดนตรี มาลีฮวนน่า ตอน แผ่นดินนี้มีตำนาน” ร่วมย้อนรอยเส้นทางดนตรีโฟล์คและเพื่อชีวิตอันทรงคุณค่า นำโดย อาจารย์ไข่ และ วงมาลีฮวนน่า พร้อมด้วยทัพศิลปินคร่ำหวอดในวงการและศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ แอ๊ด คาราบาว, อี๊ด ฟุตบาธ, บอม สินเจริญ, ต้นข้าว สุปรียา และการแสดงเชิด หนังใหญ่วัดขนอม มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า

ซึ่งงานแถลงข่าวจะจัดขึ้นใน วันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.00 น. ณ ร้านกระเทียมพริกไทยดำ (เลียบคลองสอง) โดยมีสองกูรูดนตรีระดับชั้นครู มาโนช พุฒตาล และ พิณโญ รุ่งสมัย รับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมชมการแสดงโชว์สุดพิเศษจากศิลปิน ได้แก่ โฟล์คซองจากวง BAD ASS (แอ๊ด คาราบาว, บอม สินเจริญ, ดั๊ม คาราบาว), เพลงพิเศษจาก ต้นข้าว สุปรียา ร่วมร้องกับ อ.ไข่ มาลีฮวนน่า และการแจมเมาท์ออร์แกนสุดคลาสสิกจาก อี๊ด ฟุตบาธ

พิเศษสุด!ก่อนจะถึงวันแถลงข่าวใหญ่วงมาลีฮวนน่าจะมาร่วมอุ่นเครื่องล่วงหน้าใน มินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ แบบใกล้ชิดศิลปินในบรรยากาศส่วนตัว ณ ลองนา คาเฟ่  วิภาวดี 66 วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 

‘เพลง ชนม์ทิดา’ เคลียร์ชัด! ภาพคู่ ‘โอ๊ต เฉลิมพล’ แค่รุ่นพี่ที่เคารพ ยันสถานะหัวใจยังโสด

8 กันยายน 2569 เวลา 17:31 น.

ทำเอาขาเม้าท์และแฟนคลับหูต่าวกันเกรียวกราว หลังจากมีภาพถ่ายร่วมเฟรมสุดใกล้ชิดระหว่างสาวสวยมากความสามารถ เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม กับหนุ่มหล่อโปรไฟล์หรู โอ๊ต-เฉลิมพล ฤทธิชัย สื่อมวลชนและผู้สื่อข่าวสายอินเตอร์ระดับแถวหน้า จนหลายคนพากันสงสัยและจับตามองว่านี่คือการเปิดตัวหวานใจคนใหม่หรือไม่

ล่าสุด ‘สาวเพลง’ได้ออกมาสยบข่าวเม้าท์และชี้แจงถึงความสัมพันธ์อย่างชัดเจนว่า  ‘พี่โอ๊ต’เป็นหนึ่งในกลุ่มพี่ๆ ผู้ปกครองที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่สมัยที่เธอเดินทางไปเรียนซัมเมอร์ที่มหานครนิวยอร์กตั้งแต่อายุ 17 ปี เมื่อมีโอกาสได้กลับมาร่วมเฟรมเจอกันอีกครั้งด้วยความความคิดถึง พี่โอ๊ตจึงได้ถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นประทับใจเท่านั้น ไม่ได้เป็นหวานใจคนใหม่ตามที่หลายคนกำลังเข้าใจผิดส่วนเรื่องราวของหัวใจในตอนนี้ สาวเพลงยืนยันคำเดิมว่ายังคง “โสด” เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง หากมีใครเข้ามาทำความรู้จักหรืออยากเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน ก็ยังเปิดโอกาสพูดคุยได้ตามปกติ ทำเอาแฟนๆ ที่เชียร์อยู่อาจจะต้องพับโครงการลุ้นรักใหม่ไปก่อน แต่งานนี้บอกเลยว่าเสน่ห์ของสาวเพลงยังคงฮอตและเสน่ห์แรงไม่เปลี่ยน

ซอคังจุน-อันอึนจิน ควงคู่ มาโปรยความฟินแก่แฟนชาวไทย ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 18 กันยายนนี้

8 กันยายน 2569 เวลา 17:26 น.

ความโรแมนติกกำลังเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ Prime Video เตรียมจัดกิจกรรม “A Love Other Than Yours Fan Event” ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ที่ One Bangkok พร้อมพาสองนักแสดงนำ อย่าง “ซอคังจุน” และ “อันอึนจิน” จากซีรีส์ A Love Other Than Yours (เมื่อหัวใจมีใครอีกคน) มาพบกับแฟนชาวไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ และต้อนรับการสตรีมของซีรีส์ที่หลายคนรอคอยเรื่องนี้ไปด้วยกัน

ซีรีส์ A Love Other Than Yours จะพาผู้ชมสำรวจคำถามที่ดูเรียบง่าย ทว่าซับซ้อนและลึกซึ้ง เมื่อความรักเปลี่ยนแปลงไปหลังจากผ่านไปสิบปี การยังคงเลือกกันและกันนั้น เป็นเพราะความรัก ความเคยชิน หรือเพียงเพื่อความอยู่รอด

A Love Other Than Yours บอกเล่าเรื่องของ นัมกุงโฮ และ อีมีโด คู่รักที่คบหากันมายาวนานกว่า 10 ปี จากความรักที่เคยเร่าร้อน ค่อยๆ เติบโตกลายเป็นความผูกพันไว้ใจที่เรียบง่าย นัมกุงโฮ เป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีและมีอารมณ์ขัน พร้อมเสน่ห์ตามธรรมชาติที่เอาชนะใจคนได้ภายในไม่กี่นาที เขาคิดว่าการแต่งงานคือก้าวต่อไปของชีวิตคู่ ส่วนอีมีโด เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ผู้ทุ่มเทให้กับงาน เธอกำลังเผชิญช่วงเวลาตกต่ำในเส้นทางอาชีพ และได้พบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ค่อยๆ เข้ามาทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญ ว่าควรเดินหน้าสู่ชีวิตแต่งงานด้วยกัน หรือเลือกเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่

ซอคังจุน (Undercover High School, Cheese in the Trap, Boyfriend on Demand, When the Weather Is Fine) รับบท นัมกุงโฮ ผู้ช่วยผู้จัดการอัธยาศัยดีแห่งบริษัท Hunmin Snacks หลังผ่านเวลาสิบปีที่คบกับมีโด ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต นัมกุงโฮเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ แต่แล้วโลกของเขาก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมีโดไปตกหลุมรักผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้า

อันอึนจิน (Dynamite Kiss, My Dearest, The Good Bad Mother, Hospital Playlist) รับบท อีมีโด ผู้กำกับภาพยนตร์ผู้เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการ ในวันที่ชีวิตกำลังถึงจุดต่ำสุด เธอได้พบกับชายคนหนึ่งที่เธอไม่ได้รู้สึกสนใจเขาเลยแม้แต่น้อยในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าหัวใจค่อยๆ หวั่นไหวไปกับเขา ความรู้สึกนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับกับนัมกุงโฮมาโดยตลอด

ซีรีส์ความยาว 14 ตอนจาก KBS เรื่องนี้ กำกับโดย ฮวังซึงกี (The Matchmakers, Into the Ring, Radio Romance) และ อีการัม เขียนบทโดย ยูซูจี (Somehow 18)

โจรบุก “พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์” ในฝรั่งเศส ฉก 4 ผลงานศิลปะ มูลค่า 9 ล้านยูโร

โจรบุก "พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์" ในฝรั่งเศส ฉก 4 ผลงานศิลปะ มูลค่า 9 ล้านยูโร

8 ก.ย. 2569 15:32 น.

โจรบุก “พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์” ในฝรั่งเศส ฉก 4 ผลงานศิลปะ มูลค่า 9 ล้านยูโร

คนร้าย 2 คนบุกพิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ ในเมืองคาญส์-ซูร์-แมร์ ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสช่วงเช้ามืดวันนี้ ก่อนขโมยผลงานศิลปะอย่างน้อย 4 ชิ้น มูลค่ารวมราว 9 ล้านยูโร หรือประมาณ 344 ล้านบาท แต่ทำภาพวาดตกไว้ 1 ชิ้นขณหลบหนี ขณะที่ตำรวจเร่งติดตามตัวและเปิดการสอบสวนคดีโจรกรรม

เกิดเหตุโจรกรรมที่พิพิธภัณฑ์ออกุสต์-เรอนัวร์ ในเมืองคาญส์-ซูร์-แมร์ จังหวัดอาลป์-มารีตีม ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) โดยคนร้ายอย่างน้อย 2 คนบุกเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์และขโมยผลงานศิลปะอย่างน้อย 4 ชิ้น

ไบรอัน แมสซง นายกเทศมนตรีเมืองคาญส์-ซูร์-แมร์ เปิดเผยว่า ระบบสัญญาณเตือนภัยของพิพิธภัณฑ์ดังขึ้นเมื่อเวลา 05.48 น. และเพียง 5 นาทีต่อมา ในเวลา 05.53 น. ตำรวจเทศบาลก็เดินทางถึงที่เกิดเหตุ

ภาพจากกล้องวงจรปิดของเมืองสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยทั้งสองคนไว้ได้ โดยระหว่างก่อเหตุพบว่าคนร้ายกำลังตัดภาพวาดออกจากกรอบ ก่อนนำผลงานศิลปะออกจากพิพิธภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ขณะหลบหนี คนร้ายได้ทิ้งภาพวาดหนึ่งในผลงานที่ขโมยมา ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกลับคืนมาได้

นายกเทศมนตรีระบุว่า ผลงานศิลปะที่ถูกขโมยไปมีมูลค่าประเมินราว 9 ล้านยูโร หรือประมาณ 344 ล้านบาท ขณะที่ตำรวจทั้งในระดับเทศบาลและตำรวจแห่งชาติถูกส่งเข้าพื้นที่เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

นายกเทศมนตรีแมสซงกล่าวว่า การบุกโจรกรรมพิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ไม่ได้เป็นเพียงการขโมยทรัพย์สิน แต่ถือเป็นการทำลายส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง พร้อมย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินแผนยกระดับความปลอดภัยพิพิธภัณฑ์และปกป้องผลงานศิลปะ ซึ่งเป็นมรดกที่เป็นของประชาชนทุกคน

พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ก่อตั้งขึ้นในปี 1960 ภายในบ้านพักหลังสุดท้ายของ ปิแอร์-โอกุสต์ เรอนัวร์ (Pierre-Auguste Renoir) จิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียงในกลุ่มศิลปินอิมเพรสชันนิสต์ ซึ่งเสียชีวิตในปี 1919

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงทั้งเครื่องเรือนและสิ่งของส่วนตัวของเรอนัวร์ รวมถึงขาตั้งวาดภาพและรถเข็นของเขา ตลอดจนผลงานศิลปะประเภทภาพบุคคล ภาพทิวทัศน์ และภาพเปลือยที่ศิลปินเป็นผู้สร้างสรรค์

เหตุโจรกรรมครั้งล่าสุดเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากเหตุสะเทือนขวัญที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีส ซึ่งคนร้ายขโมยเครื่องราชกกุธภัณฑ์และเครื่องประดับสำคัญของราชวงศ์ฝรั่งเศสจำนวน 8 ชิ้นจากห้องแสดงงานในแกลเลอรีอพอลโล โดยจนถึงขณะนี้ของกลางยังไม่ถูกพบ แม้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจะดำเนินการค้นหาอย่างกว้างขวาง และประสานงานกับตำรวจในเบลเยียม อิตาลี และประเทศอื่น ๆ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีลูฟวร์ได้ 4 คน แต่ยังไม่สามารถติดตามผลงานและเครื่องประดับที่ถูกขโมยกลับคืนมาได้

หลังเกิดเหตุหลายครั้ง กระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยพิพิธภัณฑ์เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กระทรวงได้เปิดเผยแผนปฏิบัติการ 33 มาตรการ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอให้พิพิธภัณฑ์นำวัตถุจัดแสดงบางชิ้นออกจากตู้โชว์เป็นการชั่วคราว เพื่อเก็บไว้ในสถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเหมาะสม จนกว่าจะสามารถปรับปรุงระบบป้องกันได้

ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สร้อยคอทองคำโบราณจาก “สมบัติแห่งวีซ์” (Treasure of Vix) ซึ่งเป็นโบราณวัตถุจากยุคเซลต์และมีอายุราว 2,500 ปี ถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในเมืองชาเตียง-ซูร์-แซน ทางตะวันออกของฝรั่งเศส โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยตกเป็นเป้าหมายของความพยายามโจรกรรมมาแล้วถึง 2 ครั้ง

ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม คนร้ายยังบุกพิพิธภัณฑ์ลาลิก ในเมืองวิงเงิน-ซูร์-โมแดร์ ทางตอนเหนือของเมืองสตราสบูร์ก และขโมยเครื่องประดับหลายรายการ มูลค่าความเสียหายประเมินกว่า 4.5 ล้านยูโร

เหตุโจรกรรมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสต้องเร่งทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยพิพิธภัณฑ์ โดยมุ่งเน้นการป้องกันผลงานศิลปะและโบราณวัตถุที่มีมูลค่าสูง ซึ่งถือเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ.

ที่มา AFP / Le Parisien / BBC

สิงคโปร์ขึ้นเงินเดือนรัฐมนตรีสูงสุด 9% แตะ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี

สิงคโปร์ขึ้นเงินเดือนรัฐมนตรีสูงสุด 9% แตะ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี

8 ก.ย. 2569 14:30 น.

สิงคโปร์ขึ้นเงินเดือนรัฐมนตรีสูงสุด 9% แตะ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศปรับขึ้นเงินเดือนคณะรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสูงสุด 9% ส่งผลให้รายได้รวมของรัฐมนตรีระดับเริ่มต้น เพิ่มขึ้นจาก 1.1 เป็น 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี หรือราว 31.2 ล้านบาท ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ทำให้นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 93.7 ล้านบาท และประกาศบริจาคเงินรายได้ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดเข้าองค์กรการกุศลเป็นเวลา 5 ปี

นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ประกาศในรัฐสภาวันนี้ (8 ก.ย.) ว่า สิงคโปร์จะปรับขึ้นค่าตอบแทนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสูงสุด 9% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2026 หลังรัฐบาลเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ปัจจุบันระบบค่าตอบแทนรัฐมนตรีของสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ MR4, MR3, MR2 และ MR1 โดยแต่ละระดับมีช่วงเงินเดือนหลายขั้น โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจว่ารัฐมนตรีแต่ละคนจะอยู่ในระดับใด อยู่ที่ขั้นใดของช่วงเงินเดือน และจะได้รับโบนัสตามผลงานเป็นจำนวนเท่าใดในแต่ละปี

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการทบทวนค่าตอบแทนเสนอให้ปรับเงินเดือนอ้างอิงสำหรับรัฐมนตรีระดับ MR4 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด จากปัจจุบัน 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี เป็น 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี รวมถึงเสนอให้ปรับค่าตอบแทนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประเภทอื่น ตลอดจนเบี้ยเลี้ยงของสมาชิกรัฐสภาและผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐสภาบางประเภท อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีหว่องระบุว่า รัฐบาลจะ ยังไม่ปรับค่าตอบแทนขึ้นไปถึงเกณฑ์ใหม่ 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในทันที แต่จะใช้การปรับครั้งเดียวสูงสุด 9% ก่อน

ทั้งนี้ ตัวเลข 9% ไม่ได้หมายความว่าผู้ดำรงตำแหน่งทุกคนจะได้รับเงินเพิ่มในอัตราเดียวกัน เพราะการปรับขึ้นของแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะบุคคล เช่น ผลการปฏิบัติงานและช่วงเวลาที่ได้รับการปรับเงินเดือนครั้งล่าสุด

สำหรับรัฐมนตรีที่เพิ่งดำรงตำแหน่งครั้งแรกระดับ MR4 ที่ได้รับเงินเดือนอ้างอิงปัจจุบัน 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หากได้รับการปรับเต็มอัตรา 9% จะทำให้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี หรือราว 31.2 ล้านบาท

นายหว่องย้ำว่า หลังจากการปรับครั้งเดียวนี้ จะไม่มีการปรับพิเศษเพิ่มเติมเพื่อไล่ระดับเงินเดือนให้ถึง 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ แต่การปรับในอนาคตจะพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานและความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล

ปัจจุบันรัฐมนตรี 10 คนจากทั้งหมด 16 คนอยู่ในระดับ MR4 ขณะที่อีก 6 คนอยู่ในระดับที่สูงกว่า เนื่องจากมีอาวุโสและรับผิดชอบงานที่มากกว่า รวมถึงรัฐมนตรีประสานงานของรัฐบาล

รัฐมนตรีประสานงาน 3 คน ได้แก่ ชาน ชุน ซิง (Chan Chun Sing) รัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งกำกับดูแลด้านบริการสาธารณะ, ออง เย กุง (Ong Ye Kung) รัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งกำกับดูแลนโยบายสังคม และ เค ชานมูกัม (K Shanmugam) รัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบด้านความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่รัฐมนตรีอาวุโสในคณะรัฐมนตรีมี 2 คน คือ นายชานมูกัม และ ลี เซียน ลุง (Lee Hsien Loong) อดีตนายกรัฐมนตรี

นายหว่องอธิบายว่า รัฐมนตรีสามารถขยับขึ้นไปยังขั้นเงินเดือนที่สูงขึ้นภายในระดับเดียวกันได้ หากมีผลงานที่ดี และบางคนอาจได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าเมื่อได้รับมอบหมายความรับผิดชอบมากขึ้น

ค่าตอบแทนของรัฐมนตรีไม่ได้มีเพียงเงินเดือนประจำ แต่ยังมีส่วนประกอบที่เปลี่ยนแปลงได้ซึ่งคิดเป็น มากกว่าหนึ่งในสามของค่าตอบแทนรายปี หนึ่งในนั้นคือ โบนัสแห่งชาติ (National Bonus) ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกคนมีสิทธิได้รับ โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระบบค่าตอบแทน นอกจากนี้ ยังมีโบนัสตามผลงานรายบุคคลซึ่งขึ้นอยู่กับการประเมินของนายกรัฐมนตรี โดยนายหว่องระบุว่า เมื่อปีที่แล้วโบนัสในส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 3-6 เดือนของเงินเดือน

ดังนั้น ตัวเลขเงินเดือนอ้างอิง MR4 ที่ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ จึงเป็นตัวเลขค่าตอบแทนรวมโดยประมาณ ซึ่งรวมเงินเดือนประจำและสมมติฐานเกี่ยวกับระดับผลงานและโบนัสแล้ว ค่าตอบแทนจริงของรัฐมนตรีแต่ละคนในแต่ละปีอาจสูงหรือต่ำกว่าตัวเลขอ้างอิง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งเงินเดือนและโบนัสที่ได้รับ

สำหรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เงินเดือนถูกกำหนดไว้ที่ 2 เท่าของเกณฑ์ MR4 การปรับครั้งนี้ทำให้นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง มีรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 93.7 ล้านบาท นายหว่องประกาศว่า หากยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป เขาจะบริจาคเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับครั้งนี้ทั้งหมดให้แก่องค์กรหรือกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นเวลา 5 ปี

เขาระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ได้คาดหวังให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคนอื่นทำตาม พร้อมย้ำว่าโดยทั่วไปแล้วเขาไม่สนับสนุนการประกาศหรือแสดงต่อสาธารณะเกี่ยวกับการบริจาคเพื่อการกุศล

นายหว่องกล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี เขามี “ความรับผิดชอบสูงสุด” ต่อระบบค่าตอบแทนดังกล่าว จึงเห็นว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่ประชาชนสิงคโปร์ควรรับทราบการตัดสินใจของเขา เขาจะทบทวนการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริจาคอีกครั้งเมื่อครบ 5 ปี โดยพิจารณาจากสถานการณ์ในเวลานั้น

คณะกรรมการอิสระยังเสนอให้ รวมระดับ MR2 และ MR3 เข้าด้วยกัน ทำให้จำนวนระดับเงินเดือนของรัฐมนตรีลดจาก 4 ระดับเหลือ 3 ระดับ ขณะเดียวกัน ช่วงเงินเดือนในแต่ละระดับจะกว้างขึ้น โดยสามารถกำหนดค่าตอบแทนได้ในช่วง สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์อ้างอิง 25% รัฐบาลเห็นชอบกับการปรับโครงสร้างดังกล่าว แต่ยังคงหลักการเดิมในการประเมินและแยกความแตกต่างของค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน

นายหว่องคาดว่า หลังผ่านการปรับพิเศษครั้งแรก รัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในระดับ MR4 จะอยู่บริเวณช่วงล่างของช่วงเงินเดือนใหม่ หรือประมาณ 1.35 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี เมื่อสิ้นสุดวาระรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนรัฐมนตรีที่มีผลงานโดดเด่นและรับผิดชอบงานที่มากขึ้น อาจได้รับค่าตอบแทนสูงขึ้นภายในช่วงดังกล่าว หรือได้รับการเลื่อนระดับ

นายหว่องย้ำว่า เงินเดือนอ้างอิง MR4 ที่ 1.8 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ไม่ใช่เป้าหมายที่รัฐมนตรีทุกคนจะต้องได้รับในที่สุด แต่สามารถได้รับเงินเดือนสูงหรือต่ำกว่าตัวเลขดังกล่าวได้ ภายในกรอบที่กำหนด

สำหรับรัฐมนตรีช่วย รัฐมนตรีช่วยว่าการ เลขาธิการรัฐสภา และนายกเทศมนตรี นายหว่องระบุว่า โดยทั่วไปจะหารือกับรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลเกี่ยวกับผลการทำงาน แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับระดับเงินเดือน ขั้นของเงินเดือน และโบนัส ยังคงเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระรัฐบาลหน้า จะเข้าสู่ระบบด้วยระดับและขั้นเงินเดือนที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากประสบการณ์และค่าตอบแทนเดิม

รัฐบาลคาดว่าโครงสร้างใหม่นี้จะทำให้ค่าตอบแทนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีความแตกต่างกันมากขึ้นตามผลงาน และเปิดพื้นที่ให้นายกรัฐมนตรีสามารถดึงบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงจากภาคเอกชนเข้ามาทำงานภาครัฐได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เคยได้รับค่าตอบแทนสูงกว่ามากในภาคธุรกิจ

นายหว่องกล่าวว่า แม้ผู้ที่เข้ามาทำงานการเมืองจะต้องยอมเสียสละรายได้บางส่วนจากภาคเอกชน แต่รัฐบาลไม่ควรทำให้ช่องว่างด้านรายได้กว้างเกินความจำเป็น เพราะเป้าหมายคือการเพิ่มโอกาสในการดึงดูดชาวสิงคโปร์ที่มีความสามารถให้เข้ามารับใช้ประเทศ และสร้างทีมบริหารประเทศที่แข็งแกร่งที่สุด

รัฐสภาสิงคโปร์จะอภิปรายคำตอบของรัฐบาลต่อข้อเสนอของคณะกรรมการทบทวนค่าตอบแทนในวันพฤหัสบดีนี้ (10 ก.ย.)

เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำประเทศอื่น ข้อมูลจาก PoliticalSalaries.com ระบุว่า เงินเดือนนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์อยู่ในระดับสูง โดยนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์มีรายได้ประมาณ 2.4 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี ตามกรอบค่าตอบแทนเดิม ขณะที่หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกงมีรายได้ราว 719,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ราว 606,000 ดอลลาร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษราว 230,000 ดอลลาร์ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ราว 400,000 ดอลลาร์ต่อปี.

ที่มา CNA / The Straits Times