ยาโยอิ คุซามะ “ราชินีลายจุด” ศิลปินอาวองการ์ดแห่งญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 97 ปี

ยาโยอิ คุซามะ "ราชินีลายจุด" ศิลปินอาวองการ์ดแห่งญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 97 ปี

27 ส.ค. 2569 10:46 น.

ยาโยอิ คุซามะ “ราชินีลายจุด” ศิลปินอาวองการ์ดแห่งญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 97 ปี

ยาโยอิ คุซามะ ศิลปินแนวอาวองการ์ดระดับโลก เจ้าของผลงานลายจุด ฟักทอง และห้องกระจกไร้ขอบเขต เสียชีวิตที่กรุงโตเกียวในวัย 97 ปี หลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมายาวนานกว่า 60 ปี และกลายเป็นหนึ่งในศิลปินร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จทางการค้ามากที่สุดของโลก

วงการศิลปะร่วมสมัยทั่วโลกร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ “ยาโยอิ คุซามะ” ศิลปินแนวอาวองการ์ดระดับตำนานเจ้าของฉายา “ราชินีลายจุด” ผู้เนรมิตปมในใจและอาการทางประสาท สู่ผลงานศิลปะอันล้ำค่าที่ครองใจคนทั่วโลก เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบด้วยภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบในโรงพยาบาลที่กรุงโตเกียว

มูลนิธิเพื่อการสนับสนุนศิลปินเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ยาโยอิ คุซามะ  ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ในวัย 97 ปี ปิดฉากเส้นทางบนสายศิลปะที่ยาวนานกว่า 60 ปี โดยเธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งในแง่ชื่อเสียงและมูลค่าทางทางการค้า ผลงานประมูลของเธอเคยทำราคาได้สูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นิทรรศการแสดงผลงานอย่าง “Infinity Mirror Rooms” หรือห้องกระจกไร้ขอบเขต ก็ดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมหาศาลและกลายเป็นปรากฏการณ์ยอดนิยมบนโซเชียลมีเดียทั่วโลก

คุซามะ เกิดเมื่อปี 1929 ที่จังหวัดนากาโน ประเทศญี่ปุ่น ในครอบครัวที่มั่งคั่งแต่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เธอเริ่มเผชิญกับอาการภาพประสาทและเห็นนิมิตซ้ำๆ ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ เช่น การเห็นลายดอกไม้หรือลายจุดลามไปทั่วห้องและบนร่างกายของเธอ คุซามะจึงใช้การวาดภาพเป็นเครื่องมือในการระบายความกลัวและเยียวยาจิตใจ โดยพัฒนาเป็นแนวคิด “Self-Obliteration” หรือการลบล้างตัวตน ด้วยการเติมลายจุดลงบนสิ่งต่างๆ เพื่อให้ตัวตนของเธอสลายไปกับผลงานศิลปะ

หลังจากศึกษาการวาดภาพสไตล์ญี่ปุ่นที่เกียวโต คุซามะตัดสินใจย้ายไปตั้งหลักที่สหรัฐอเมริกาในปี 1957 เพื่อหลีกหนีจากค่านิยมกรอบเดิมๆ ในบ้านเกิด โดยเธอต้องต่อสู้กับความยากจนอย่างหนักในนิวยอร์ก ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินแถวหน้าของฝั่งอาวองการ์ดในทศวรรษ 1960 ผ่านการจัดแสดงผลงานศิลปะเชิงจัดวาง ปฏิรูปแฟชั่น และกิจกรรมประท้วงสงครามเวียดนาม

คุซามะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นในปี 1973 ด้วยภาวะหมดไฟและปัญหาสุขภาพจิต เธอตัดสินใจเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวชในกรุงโตเกียวด้วยความสมัครใจ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นพร้อมกับสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างไม่หยุดยั้งจนถึงช่วงบั้นปลายชีวิต เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเธอคือวิกผมสีฉูดฉาด เสื้อผ้าลายจุด และผลงานรูป “ฟักทอง” ลายจุด ซึ่งเธอเปรียบเสมือนเพื่อนคู่ชีวิต

ตลอดชีวิตการทำงาน คุซามะได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย (Order of the Rising Sun) จากรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 2006 และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร TIME ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกเมื่อปี 2016

คุซามะเคยกล่าวไว้ในปี 2017 ถึงความปรารถนาสุดท้ายของเธอว่า “ความปรารถนาของฉันหลังจากที่ตายไปแล้ว คือขอให้อนาคตอันสว่างไสวชั่วนิรันดร์ ความงดงามแห่งความรักของมนุษย์ และจิตวิญญาณของฉันถูกส่งต่อออกไป ได้โปรดรักผลงานศิลปะของฉัน แม้ในวันที่ฉันไม่อยู่แล้ว”.

ที่มา KYODO NEWS / AFP

ยูเอ็นเตือนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ดิ่งสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่

ยูเอ็นเตือนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ดิ่งสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่

27 ส.ค. 2569 10:30 น.

ยูเอ็นเตือนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมา ดิ่งสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่

สหประชาชาติเตือนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมาดิ่งสู่ระดับต่ำสุดครั้งใหม่ ชี้กองทัพยังใช้ความรุนแรง ขณะที่เหมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด ค้ามนุษย์ และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ซ้ำเติมวิกฤติ

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมาซึ่งเลวร้ายอยู่แล้ว กำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดครั้งใหม่ โดยมีทั้งความรุนแรงของกองทัพ การละเมิดสิทธิชาวโรฮิงญา และผลกระทบจากเศรษฐกิจผิดกฎหมายที่กำลังขยายตัว

รายงานครอบคลุมสถานการณ์ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ประชาชนทั่วประเทศยังต้องเผชิญความทุกข์ยากและความโหดร้ายในหลายระดับ ขณะที่กองทัพยังใช้ปฏิบัติการทางอากาศ การเผาทำลาย และการบังคับให้ประชาชนพลัดถิ่น เพื่อสร้างความหวาดกลัวและควบคุมประชาชน พร้อมใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ขยายการเฝ้าระวัง

โดยนายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทุกประเทศ บริษัท และนักลงทุนทบทวนการดำเนินงานหรือการเพิกเฉยของตนเอง และพิจารณาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นธรรมหรือยุติธรรมต่อประชาชนเมียนมาหรือไม่

รายงานยังระบุว่า กองทัพเมียนมาและกองทัพอาระกัน ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ถูกกล่าวหาว่าก่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮิงญาอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ ขณะที่เศรษฐกิจผิดกฎหมาย ทั้งการทำเหมือง การผลิตยาเสพติด การค้ามนุษย์ และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ กลายเป็นแหล่งเงินทุนที่ช่วยหล่อเลี้ยงความขัดแย้ง.

ที่มา Irrawaddy

ญี่ปุ่นเตือนภัยสีแดงระดับสูงสุด ฝนตกหนักถล่มพื้นที่อิชิคาวะ-โทยามะ เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม

 ญี่ปุ่นเตือนภัยสีแดงระดับสูงสุด ฝนตกหนักถล่มพื้นที่อิชิคาวะ-โทยามะ เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม

27 ส.ค. 2569 10:15 น.

ญี่ปุ่นเตือนภัยสีแดงระดับสูงสุด ฝนตกหนักถล่มพื้นที่อิชิคาวะ-โทยามะ เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม

ญี่ปุ่นออกคำเตือนภัยฉุกเฉินฝนตกหนักระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ในพื้นที่จังหวัดอิชิคาวะและโทยามะ เตือนประชาชนเร่งหาที่ปลอดภัย หลังเสี่ยงเกิดน้ำท่วมและภัยพิบัติรุนแรง

วันที่ 26 สิงหาคม 2569  สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกคำเตือนภัยฉุกเฉินฝนตกหนักระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามมาตรการแจ้งเตือน 5 ระดับ ในพื้นที่เมืองฮาคุอิ เมืองชิกะ เมืองโฮดัตสึชิมิซุ และเมืองนากานาโตะ ในจังหวัดอิชิคาวะ รวมถึงเมืองฮิมิ ในจังหวัดโทยามะ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นขอให้ประชาชน ดำเนินการเพื่อรักษาชีวิตทันที และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย หากการเดินทางไปยังศูนย์อพยพที่กำหนดไว้มีความเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่ที่ได้รับคำเตือนมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าอาจเกิดภัยพิบัติรุนแรงจากฝนตกหนักแล้ว ทั้งน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ และน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใต้ดิน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอพยพออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่แนะนำให้ย้ายขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงกระแสน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัย โดยขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด.

ที่มา NHK

ตร.เกาหลีใต้ รื้อสอบคดีคนหาย 3.1 แสนคดี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังพบปัญหาปิดคดีคนหายบนเกาะเชจู

ตร.เกาหลีใต้ รื้อสอบคดีคนหาย 3.1 แสนคดี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังพบปัญหาปิดคดีคนหายบนเกาะเชจู

27 ส.ค. 2569 09:55 น.

ตร.เกาหลีใต้ รื้อสอบคดีคนหาย 3.1 แสนคดี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังพบปัญหาปิดคดีคนหายบนเกาะเชจู

ตำรวจเกาหลีใต้เตรียมทบทวนคดีบุคคลสูญหายราว 310,000 คดีที่ปิดไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดข้อวิจารณ์กรณีตำรวจเกาะเชจูปิดคดีโดยไม่ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้สูญหาย

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ เตรียมยกเครื่องระบบสอบสวนคดีบุคคลสูญหาย พร้อมทบทวนคดีที่ปิดไปแล้วราว 310,000 คดีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยตำรวจระบุว่าจะคัดกรองคดีที่มีความเสี่ยงสูงต่อการปิดคดีอย่างไม่เหมาะสม ก่อนตรวจสอบซ้ำว่าบุคคลที่ถูกรายงานว่าสูญหายปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ และหากพบคดีที่มีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสั่งเปิดการสอบสวนใหม่ทันที และรายงานผลให้หน่วยงานตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทราบ

รายงานข่าวระบุว่า นอกจากนี้ ตำรวจระดับจังหวัดและนครใหญ่จะต้องทบทวนคดีบุคคลสูญหายที่สถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบปิดไปแล้วเป็นประจำทุกสัปดาห์ และสั่งให้มีการสอบสวนใหม่หากพบความจำเป็น

มาตรการครั้งนี้มีขึ้นหลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในเกาะเชจูปิดคดีหญิงสูญหายรายหนึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเธอยังปลอดภัยหรือไม่ ก่อนพบร่างของหญิงคนนี้มื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังตำรวจเพิ่งเริ่มปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่อย่างจริงจังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับกระบวนการรับแจ้งและติดตามคดีบุคคลสูญหายของตำรวจเกาหลีใต้ และนำไปสู่การผลักดันให้มีการตรวจสอบคดีที่ปิดไปแล้วในวงกว้างครั้งนี้.

ที่มา Yonhap

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

27 ส.ค. 2569 09:47 น.

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในเนปาลยังน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 468 คน โดยพบชาวอิตาลีและอินเดียสูญหายมากที่สุด

วันที่ 26 สิงหาคม 2569  สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างคำเปิดเผยของเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า ในจำนวนผู้สูญหายมีชาวต่างชาติอย่างน้อย 468 คน ขณะที่การค้นหาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากจากสภาพอากาศและการสื่อสารที่ขัดข้อง โดยสำหรับชาวต่างชาติที่มีรายงานสูญหาย ได้แก่ ชาวอินเดียอย่างน้อย 133 คน ซึ่งเดินทางไปแสวงบุญที่เขาไกรลาสในเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู

นอกจากนี้ ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี พบว่ายังมีชาวอิตาลีอย่างน้อย 90 คน ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยยังไม่สามารถติดต่อได้  ส่วนทางด้านกระทรวงการต่างประเทศยูเครนระบุว่า ชาวยูเครนอย่างน้อย 53 คน สูญหาย ซึ่งได้รับข้อมูลจากทางการเนปาลว่ามีนักท่องเที่ยวชาวยูเครนกลุ่มหนึ่ง 46 คนขาดการติดต่อ

ด้าน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าได้รับทราบกรณีพลเมืองอเมริกันได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีชาวอเมริกันอย่างน้อย 47 คน ยังสูญหาย ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้  ระบุว่าชาวเกาหลีใต้อย่างน้อย 9 คน สูญหาย นอกจากนี้มีชาวรัสเซียอย่างน้อย 4 คน ขาดการติดต่อกับสถานทูตรัสเซียในเนปาล โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือ

รายงานข่าวยังระบุว่า นอกจากนี้ มีรายงาน ชาวโปรตุเกส 2 คน และ ชาวเบลเยียมอย่างน้อย 3 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายและผู้รอดชีวิต ท่ามกลางอุปสรรคจากฝนตกหนัก สภาพอากาศเลวร้าย และระบบสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับความเสียหาย.

ที่มา CNN

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

27 ส.ค. 2569 09:04 น.

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด : บรรดาผู้นำโลกและองค์กรระหว่างประเทศออกมาแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัย หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเนปาล จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการกู้ภัย

นานาชาติแห่ส่งกำลังใจและระดมความช่วยเหลือด่วน

ผู้นำจากหลายชาติรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศต่างแสดงความห่วงใยมายังเนปาล หลังเผชิญภัยพิบัติครั้งรุนแรงแบบไม่คาดคิด โดยเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ยุโรปพร้อมระดมความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัย พร้อมแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ยังรอข่าวของคนที่สูญหาย ขณะที่สหภาพยุโรปได้เปิดใช้งาน โคเปอร์นิคัส ระบบดาวเทียมของสหภาพยุโรป เพื่อช่วยทำแผนที่พื้นที่ประสบภัยในเนปาลและสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ภาคสนาม

ประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรเร่งประสานภารกิจกู้ภัย

ด้าน นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียแสดงความเสียใจต่อ บาลเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล พร้อมยืนยันว่าอินเดียพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยทีมงานของทั้งสองประเทศกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดในภารกิจกู้ภัยและบรรเทาทุกข์

ขณะที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ชาวแคนาดาที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยลงทะเบียนกับบริการแจ้งเตือนฉุกเฉินของรัฐบาล และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนระหว่างที่ภารกิจกู้ภัยยังดำเนินต่อไป

แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของพลเมืองออสเตรเลียในพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเนปาลและทิเบตของจีน

ด้าน เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ แสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงชาวอังกฤษที่อยู่ในพื้นที่และครอบครัวของพวกเขา พร้อมระบุว่าอังกฤษพร้อมให้ความช่วยเหลือทางการเนปาล รวมถึงสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย

ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและส่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไปยังผู้ประสบภัย พร้อมระบุว่า ทีมงานของสหประชาชาติและพันธมิตรด้านมนุษยธรรมกำลังระดมสิ่งของและบุคลากร เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ธนาคารโลกทุ่มงบฟื้นฟูและสรุปสถานการณ์ภาพรวม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลเนปาลและหน่วยงานกู้ภัยในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังพื้นที่หลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกและน้ำท่วม ขณะที่ประชาคมโลกเตรียมสนับสนุนการกู้ภัย การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย  โดยล่าสุดสหรัฐฯ ประกาศส่งที่ปรึกษาด้านการรับมือภัยพิบัติเข้าช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ 5 แสนดอลลาร์ ขณะที่อินเดียเตรียมส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์และขอให้รัฐบาลเนปาลแจ้งรายการสิ่งของที่จำเป็น ส่วนจีนเสนอเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้านธนาคารโลกเตรียมจัดสรรเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสูงสุด 25,000 ล้านรูปี หรือราว 6,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกู้ภัย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยแล้ว.

ที่มา : CNN

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

27 ส.ค. 2569 08:47 น.

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตอนใต้ของจีนยังน่าห่วง หลังไต้ฝุ่นนาร์ราทำให้เกิดฝนตกหนักในเขตกว่างซีจ้วง ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายมีระดับน้ำสูงเกินจุดเตือนภัย บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ต้องเร่งอพยพประชาชน

หนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ เมืองฉงจั่ว โดยศูนย์อุทกวิทยาฉงจั่วรายงานว่า ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำฉงจั่วพุ่งแตะ 108.87 เมตร เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม สูงกว่าระดับเตือนภัยถึง 7.67 เมตร

ระดับน้ำดังกล่าวส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดที่สถานีแห่งนี้ตรวจวัดได้ตั้งแต่ปี 1955 หรือในรอบกว่า 70 ปี โดยมีอัตราการไหลของน้ำประมาณ 11,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์น้ำท่วมในฉงจั่วรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทางการต้องอพยพประชาชนมากกว่า 15,000 คนในพื้นที่ หลังระดับน้ำในแม่น้ำสูงทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ในปี 2008

อพยพแล้วกว่า 5.4 หมื่นคนทั่วกว่างซี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จนถึงเที่ยงวันที่ 25 สิงหาคม เจ้าหน้าที่สามารถอพยพประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่ประสบภัยได้ 22,008 คน โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ข้อมูลจากทางการกว่างซีระบุว่า พายุส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 61,000 คน ทั่วทั้งภูมิภาค และมีผู้ต้องย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วมมากกว่า 54,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 8,000 คนถูกนำตัวไปพักในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน

ถนนถูกตัดขาด-ไฟฟ้าและสัญญาณสื่อสารขัดข้อง

ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่ของกว่างซีเผชิญน้ำท่วมทั้งในเขตเมืองและชนบท หมู่บ้านบางแห่งถูกน้ำล้อม ขณะที่ดินถล่มปิดกั้นถนนหลายสาย และบางพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับและระบบสื่อสารขัดข้อง

ในเขตหนิงหมิง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก เจ้าหน้าที่ระบุว่า ถนนสายหลักระดับอำเภออย่างน้อย 30 จุดถูกน้ำท่วมหรือถูกดินถล่มปิดกั้น ขณะที่พื้นที่ห่างไกลบางแห่งไม่สามารถใช้เครือข่ายโทรศัพท์ภาคพื้นดินได้ และต้องอาศัยระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมเพื่อประสานงานฉุกเฉิน

หน่วยกู้ภัยกว่างซีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 459 นาย พร้อมรถฉุกเฉิน 114 คัน และเรือกู้ภัย 80 ลำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม

ไต้ฝุ่นนาร์ราซึ่งเป็นพายุลูกที่ 19 ของจีนในปีนี้ เคลื่อนตัวอยู่บริเวณอ่าวเป่ยปู้ หรืออ่าวตังเกี๋ย เป็นเวลาหลายวัน ก่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลไห่หนานในฐานะพายุโซนร้อน และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในกว่างซี ไห่หนาน และกวางตุ้ง

ทางการจีนเตือนว่า หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศยังมีความเสี่ยงเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งปิดธุรกิจและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงบางแห่ง พร้อมเตือนประชาชนที่อพยพออกไปแล้วไม่ให้รีบเดินทางกลับบ้านจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย.

ที่มา : The Guardian

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

27 ส.ค. 2569 06:47 น.

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

คนไทยถูกจับกุมคาสนามบินในแอฟริกาใต้ ในข้อหาพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมากเข้าประเทศ นับเป็นคนไทยรายที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 เดือน ที่ถูกจับที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ในข้อหาเดียวกัน

เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมชายชาวไทยรายหนึ่ง ซึ่งพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 50 ฟอง ผ่านสนามบินหลักของกรุงโจฮันเนสเบิร์ก

กระทรวงระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องหาวัย 50 ปีรายนี้ถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โออาร์ แทมโบ (OR Tambo) หลังจากเจ้าหน้าที่พบไข่ดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าตู้ฟักไข่ประดิษฐ์เอง ซึ่งถือเป็นสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง

การสืบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าไข่ดังกล่าวเป็นของนกแก้วสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) กระทรวงระบุ

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 10 ล้านแรนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน คือชายชาวไทยวัย 23 ปีถูกควบคุมตัวที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ พร้อมด้วยไข่นกแก้วจำนวน 418 ฟอง

“การจับกุมเหล่านี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นของเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ” กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้ระบุ พร้อมเสริมว่าการสืบสวนในคดีทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ การลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติมุ่งเป้าไปที่สัตว์จำพวก แรดและช้าง รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เช่น ตัวนิ่มและสัตว์เลื้อยคลาน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดมืดระดับโลกที่ทำกำไรมหาศาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

27 ส.ค. 2569 04:45 น.

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวเป็นนัยว่า “อาจมีบางอย่างตามมา” หลังจากผู้อำนวยการ CIA เดินทางเยือนกรุงมอสโก ของรัสเซีย โดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า “อาจมีบางอย่างตามมา” หลังจากนาย จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) เดินทางไปเยือนกรุงมอสโกโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าเมื่อวันอังคาร เพื่อพบปะกับบุคคลระดับสูงจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย

การเยือนกรุงมอสโกอย่างลับๆ ของนายแรตคลิฟฟ์ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยเขาเดินทางไปด้วยเครื่องบินของกองทัพ และเดินทางกลับภายในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับสิ่งที่พูดคุยกันในการเจรจานอกวาระครั้งนี้ แต่ระบุว่าการพบปะดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น “เกือบจะเป็นกิจวัตร” (semi-routine) พร้อมกล่าวเสริมว่า วอชิงตัน “อยากเห็นสงครามในยูเครนยุติลง”

ทรัมป์บอกอีกว่า เขาเกลียดที่จะ “ทำให้ผู้คนผิดหวัง” แต่ไม่มีข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้ที่เป็นความจริงเลย

อนึ่ง การพบปะในลักษณะเดียวกันนี้ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่รัสเซียจะเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 24 ก.พ. 2565

ด้านนาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซียเปิดเผยว่า แรตคลิฟฟ์ไม่ได้เข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

“มีการติดต่อกับหน่วยงานข่าวกรองจริง” นายเปสคอฟบอกกับผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าวประจำวัน “แต่ไม่มีการพบปะกับประธานาธิบดีรัสเซีย นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ในเรื่องนี้ และแน่นอนว่า ประธานาธิบดีปูตินได้รับการรายงานสรุปในทันทีเกี่ยวกับทุกเรื่อง”

นอกจากนี้ สตีฟ โรเซนเบิร์ก บรรณาธิการข่าวภาษารัสเซียของ สำนักข่าว BBC ยังถามนายเปสคอฟเรื่องหัวข้อในการเจรจาของ CIA อีกด้วย แต่โฆษกเครมลินตอบว่า “ผมไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมจากสิ่งที่ได้พูดไปแล้วในเรื่องนี้”

อย่างไรก็ตาม นายเปสคอฟย้ำว่า การติดต่อระหว่างหน่วยงานข่าวกรองถือเป็น “ปรากฏการณ์เชิงบวก และกระบวนการเชิงบวก” และการติดต่อดังกล่าวมักดำเนินต่อไป “แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนเปิดเผยกับ CBS สื่อสหรัฐฯ ว่า ก่อนการเดินทาง สหรัฐฯ ได้แจ้งต่อยูเครนว่าคณะผู้แทนระดับสูงจะเดินทางไปยังมอสโก และขอให้เคียฟระงับการโจมตีไว้ชั่วคราวจนกว่าคณะผู้แทนจะเดินทางกลับ

ทั้งนี้ เมื่อไม่มีการเปิดเผยว่าการเยือนรัสเซียของ ผอ. CIA มีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า นี่อาจเป็นการส่งคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาไปยังมอสโก ให้หยุดแคมเปญสงครามนอกรูปแบบต่อประเทศสมาชิก NATO หลังมีรายงานการพบโดรนปริศนาในหลายประเทศยุโรป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

27 ส.ค. 2569 03:40 น.

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

ทิม เคอร์รี นักแสดงเจ้าบทบาทผู้โด่งดังจากละครเวที และรับบทตัวร้ายที่มีสีสันฉูดฉาดในภาพยนตร์มากมาย เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุได้ 80 ปี หลังจากล้มป่วยมานาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ส.ค. 2569 ว่า ทิม เคอร์รี นักแสดงชาวอังกฤษ ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์จากการรับบทนักร้อง “กะเทยแต่งหญิงผู้แสนหวาน” ในชุดชั้นในสุดเปรี้ยว จากภาพยนตร์มิวสิเคิลคลาสสิกปี 2518 เรื่อง The Rocky Horror Picture Show เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดของเคอร์รี แต่นักแสดงอาวุโสผู้นี้มีปัญหาด้านสุขภาพมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่แฝงความน่ากลัว เคอร์รีมักได้รับบทเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์ฮอลลีวูดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้งก็แฝงด้วยความตลกขบขัน เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงบทบาทแบบเล่นใหญ่โอเวอร์แอ็กติ้งอันเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อให้กับตัวเขา

“ผมชอบบทพวกนั้นมากจริงๆ เพราะพวกมันมักเป็นบทที่เขียนมาดีที่สุดเสมอ” เคอร์รีเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2554

เคอร์รียังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Tony Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการละครเวทีบรอดเวย์ ถึง 3 ครั้ง นอกจากนั้นเขายังมีผลงานพากย์เสียงในภาพยนตร์อนิเมชันและรายการโทรทัศน์อีกมากมายด้วย

อย่างไรก็ตาม บทบาทที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาก็คือ ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ (Dr. Frank N. Furter) ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-คอมเมดี้-มิวสิเคิล สุดหลุดโลกและครองใจผู้ชมเรื่อง The Rocky Horror Picture Show ซึ่งแสดงร่วมกับ ซูซาน ซาแรนดอน และ แบร์รี บอสต์วิก

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อปี 2518 เคอร์รีเคยกล่าวถึงความเสี่ยงที่อาชีพการแสดงของเขาจะถูกภาพจำของบทบาทสุดหลุดโลกนี้บดบัง และความกังวลนั้นกลายเป็นความจริงในเวลาต่อมา “ตอนที่ผมอ่านบท ผมแค่รู้สึกว่ามันตลกและมีไหวพริบมากๆ” เคอร์รีกล่าว แม้ว่าเขาจะยอมรับว่ามีความลังเลใจอยู่บ้างในตอนแรก

“หมายถึง ผมลังเลเพราะถ้ามันประสบความสำเร็จ มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะสลัดภาพจำนี้ออกไป แต่จริงๆ แล้ว ผมคิดเสมอว่าบทบาทนั้นจะไม่คุ้มค่าเลยถ้าคุณไม่ยอมเสี่ยง” เคอร์รีกล่าว

สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ Charlie’s Angels (2543), Muppet Treasure Island (2539), The Shadow (2537), The Three Musketeers (2536), Home Alone 2: Lost in New York (2535), Clue (2528), Legend (2528) และ Annie (2525)

เคอร์รียอมรับว่าภาพยนตร์บางเรื่องของเขาเข้าขั้นธรรมดาไปจนถึงขั้นแย่ โดยเขาได้ยกตัวอย่างเรื่อง “Congo” ในปี 2538 ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหมืองเพชรและกอริลลาฆาตกร “ผมเล่นได้แย่มากจริงๆ ในเรื่องนั้น … ผมได้รับรางวัล Razzie Award สำหรับหนึ่งในการแสดงที่แย่ที่สุดแห่งปี — ซึ่งเอาเข้าจริง ผมก็สมควรได้รับมันแล้วล่ะ”

ทั้งนี้ เคอร์รีเกิดที่หมู่บ้านแกรพเพนฮอลล์ (Grappenhall) ในมณฑลเชชเชอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2489 บิดาของเขาเป็นผู้สอนศาสนาประจำกองทัพเรือสหราชอาณาจักรซึ่งเสียชีวิตขณะเขาอายุได้เพียง 12 ปี ส่วนมารดาของเขาทำงานเป็นเลขานุการโรงเรียน เคอร์รีศึกษาวิชาการละครที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม

ในปี 2516 เคอร์รีได้รับบทเป็น ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ ในละครเวที The Rocky Horror Show เวอร์ชันดั้งเดิมของลอนดอน เขาแสดงละครเวทีเรื่องนี้ทั้งในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ก่อนที่มันจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และเปลี่ยนชื่อเป็น The Rocky Horror Picture Show

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้โด่งดังในทันทีที่เข้าฉาย แต่กลับสร้างแฟนคลับเฉพาะกลุ่มขึ้นมา จากการจัดฉายรอบเที่ยงคืนในนครนิวยอร์กและเมืองอื่นๆ ซึ่งผู้รับชมมักจะแต่งกายคอสเพลย์เป็นตัวละครจากเรื่อง Rocky Horror มาร่วมชม

เคอร์รีถอนตัวจากการแสดงละครเวทีในอังกฤษเมื่อปี 2554 เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ และในปี 2556 ตัวแทนของเขาเปิดเผยว่าเขาประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่กำลังฟื้นตัว

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจำเป็นต้องใช้รถเข็นและลดรับปริมาณงานลง อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 เคอร์รีก็กลับคืนสู่จอเงินอีกครั้งโดยปรากฏตัวในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Stream

เคอร์รีอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส ไม่เคยแต่งงานและไม่มีบุตร นอกจากงานแสดงแล้ว ในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้อง เคอร์รียังเคยออกแสดงร่วมกับวงร็อกของตัวเองและปล่อยผลงานอัลบั้มเพลงออกมาจำนวนหนึ่งด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc