‘แอ๊ด คาราบาว’ เล่าหมดเปลือก! มิตรภาพ’เจ้าสัว CP’ ที่ไม่มีวันลืม จากวงไก่ชน สู่เบื้องหลัง ‘คาราบาวแดง

12 กันยายน 2569 เวลา 12:02 น.

ธนินท์ เจียรวนนท์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Add Bao เป็นบันทึกความทรงจำและมิตรภาพอันยาวนานที่มีต่อ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่ใครหลายคนรู้จักกันในชื่อ ซีพี เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ บทเรียนชีวิต และความช่วยเหลือทางธุรกิจที่ไม่มีวันลืม

โดย แอ๊ด คาราบาว เล่าว่า ครอบครัวของตนเป็นคนไทยเชื้อสายจีนอพยพที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแบบ เสื่อผืนหมอนใบ เช่นเดียวกับตระกูลใหญ่ในไทยที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ ซึ่งต่างจากกลุ่ม “จีนเทา” ในปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นที่ได้พบกับนายธนินท์เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2530–2531 ณ สนามชนไก่ จ.ชลบุรี ก่อนที่นายธนินท์จะชวนไปชมฟาร์ม และมอบไก่ชนพันธุ์เวียดนามให้นำไปเพาะพันธุ์ จากนั้นทั้งคู่จึงสนิทสนมกันผ่านความชอบในการชนไก่ ได้เดินทางไปแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกับบุคคลสำคัญในตระกูลเจียรวนนท์ เช่น นายจรัญ และนายมนตรี เจียรวนนท์

Add Bao

ยิงยาวถึงเหตุการณ์สำคัญ ในช่วงที่เกิดวิกฤตไข้หวัดนก นายธนินท์ได้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย และมอบหมายให้ตนดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ เพื่อร่วมกันเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ชนในขณะนั้น

นอกจากประเด็นไก่ชน แอ๊ด คาราบาว ได้ถ่ายทอดบทเรียนและประทับใจในตัวนายธนินท์หลายประการ เช่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน แม้เป็นนักธุรกิจระดับแสนล้าน แต่นายธนินท์จะตักอาหารให้แขกก่อนเสมอ เดินมาส่งแขกถึงประตูรถทุกครั้ง และให้เกียรติเรียกว่า “เพื่อน” อย่างไม่ถือตัว หรือในด้านปรัชญาและมุมมองชีวิต มองการแข่งขันมากกว่าแพ้ชนะ แต่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ และสอนเรื่องความประหยัด ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็น

Add Bao

ไม่เพียงแค่นั้นในด้านการสนับสนุนทางธุรกิจ ช่วงก่อตั้งธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง นายธนินท์เป็นผู้แนะนำให้ปรับชื่อแบรนด์จาก คาราบาวตะวันแดง เหลือเพียง คาราบาวแดง เพื่อความกระชับ พร้อมทั้งช่วยประสานงานผ่อนปรนเงื่อนไขทางการค้าในการนำสินค้าเข้าวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น และเสนอโอกาสในการขยายตลาดไปยังประเทศจีน

แอ๊ด คาราบาว ยังได้ทิ้งท้ายว่า แม้ในปัจจุบันตนและ เสถียร เสถียรธรรมะ จะเติบโตขึ้นในทางธุรกิจ จนบางธุรกิจอาจดูเหมือนเป็นคู่แข่งกับเครือซีพี แต่ทั้งตนและนายเสถียรยังคงเคารพและกตัญญูต่อ นายธนินท์ เจียรวนนท์ อย่างสุดจิตสุดใจ ในฐานะผู้มีพระคุณ ครู และเพื่อนผู้มอบโอกาสที่ไม่มีวันลืมตลอดชีวิต

Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao
Add Bao

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Add Bao

‘ครูสลา’ เผยศิลปินคู่ชีวิต เบื้องหลังเพลงฮิตระดับประเทศ แต่งจบใน 1 ชั่วโมง

11 กันยายน 2569 เวลา 17:30 น.

“ครูสลา คุณวุฒิ” เปิดใจถึงเส้นทางบนถนนสายดนตรี กับบทบาทคนเบื้องหลังที่สร้างศิลปินนักร้องมาแล้วมากมาย พร้อมย้อนความทรงจำถึงนักร้องที่ร่วมฝ่าฟันมาด้วยกันตั้งแต่ยุคเริ่มต้น โดยยกชื่อ “ไมค์ ภิรมย์พร” เป็นหนึ่งในคนสำคัญที่ผ่านทั้งช่วงลำบากและการเรียนรู้มาด้วยกัน

ครูสลาเล่าว่าช่วงแรกทั้งครูและไมค์ต่างก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จเพราะต่างคนต่างเพิ่งเริ่มต้นในเส้นทางของตัวเองถึงขั้นที่แกรมมี่ส่ง “ไมค์ภิรมย์พร” และ “พรชัยวรรณศรี” ไปเรียนร้องเพลงกับอาจารย์สยามรักถิ่นไทยที่จังหวัดอุบลราชธานีและเป็นจังหวะเดียวกับที่ครูสลาเองก็เป็นนักแต่งเพลงมือใหม่จึงเปรียบเหมือนการ “เข้าโรงเรียนพร้อมกันแต่ต่างวิชาเอก” ก่อนจะค่อยๆเรียนรู้ลองผิดลองถูกและต่อสู้มาด้วยกันผ่านความยากความเสี่ยงและการลุ้นกับชีวิตจนในที่สุดประสบความสำเร็จกลายเป็นภาพความทรงจำสำคัญบนเส้นทางดนตรีของทั้งคู่

อีกหนึ่งเรื่องที่ครูสลาเล่าด้วยความประทับใจคือเบื้องหลังเพลงฮิต“ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้” ของ “ตั๊กแตนชลดา”ซึ่งเกิดขึ้นจากโจทย์เร่งด่วนหลังทีมงานพบว่าอัลบั้มยังขาดเพลงอีกหนึ่งเพลง

ครูสลาเผยว่าขณะนั้นเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรปก่อนจะได้รับการประสานกลับมาว่าอัลบั้มของตั๊กแตนยังปิดไม่ลงเพราะเหลือเพลงสุดท้ายอีกหนึ่งเพลงโดย “อาจารย์บอยธีระพงษ์” ซึ่งดูแลด้านดนตรีต้องการเพลงในรูปแบบหนึ่งจึงส่งโจทย์มาให้ครูสลา

จากโจทย์ดังกล่าวครูสลาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการแต่งเพลงก่อนนำไปเกลาเนื้อร้องและนัดตั๊กแตนเข้ามาร้องเพื่อใช้เป็นเพลงปิดอัลบั้ม

หลังปล่อยเพลงออกมาเพลงกลับได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วและขึ้นชาร์ตเพลงลูกทุ่ง FM ทันทีในช่วงนั้นเพลง “จิรักหรือจิหลอก” ถูกปล่อยออกมาก่อนและเริ่มมีกระแสตอบรับขณะที่เมื่อพูดถึงเพลงของตั๊กแตนหลายคนก็มองว่าเพลงดังน่าจะเป็นเพลงนี้เพราะเป็นเพลงภาษาโคราชซึ่งเป็นภาษาบ้านเกิดของตั๊กแตนและมีอาจารย์สิงห์เฒ่าศราวุธเป็นผู้แต่ง

แต่สิ่งที่ทำให้ครูสลาประหลาดใจก็คือมีคนบอกว่า “ไม่ใช่” เพราะยังมีอีกหนึ่งเพลงช้าที่กำลังมาแรงจนครูสลาต้องถามกลับว่า “เพลงอะไร?”

เมื่อได้ยินชื่อเพลงครูสลาถึงกับร้องอุทานว่า…  “นั่นคือเพลงที่ตัวเองเคยแต่งขึ้นแบบเร่งรีบในตอนนั้น และกลายเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่อยู่ในความทรงจำของครู โดยมองว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่แต่งแบบเร่งด่วนแล้วได้ผลตอบรับดี และยังมีอีกหลายเพลงที่เป็นลักษณะนี้”

ยินดีกับ ‘พีเจ มหิดล’ สำเร็จการศึกษา คว้าปริญญาตรี นิเทศฯ จุฬาฯ

11 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ร่วมยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จของ “พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม” หนึ่งในนักแสดงหนุ่มสุดฮอตจาก iQIYI Original “GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน” ที่ล่าสุดขึ้นแท่นบัณฑิตใหม่ป้ายแดง คว้าปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากตั้งใจเรียนควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับรวมถึงคนบันเทิงเตรียมจัดเต็มของขวัญเพื่อร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก

โดยพีเจมีกำหนดการเข้ารับปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นี้

‘ฝน-ไอซ์-เบน’ชวนแฟน ‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ ลุ้นแชมป์เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ‘รักจางที่บางปะกง’

11 กันยายน 2569 เวลา 15:36 น.

คึกคักครื้นเครง ดวลเพลงดัง พลังมัธยม การันตีความบันเทิง เปิดเวทีเฟ้นหาหนุ่มน้อยเสียงดีดวลโจทย์เพลงฮิตประจำสัปดาห์ พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ส่งคนบันเทิงมากประสบการณ์ฝน-ธนสุนทร, ไอซ์-ศรัณยู และเบน-สันติราษฎร์ นั่งเก้าอี้กรรมการร่วมตัดสิน พร้อมแชร์เทคนิคดี ๆ ทั้งเรื่องการร้องการทำโชว์ รวมถึงการบริหารเสน่ห์บนเวที ทำให้การแข่งขันสนุกเข้มข้นและสูสีกันมาก ๆ แต่ก่อนจะไปร่วมลุ้นและสนุกกับเสียงเพลง มีโชว์บรรเลงขลุ่ยสุดพิเศษจาก ครูเอิร์ธ-นรภัทร ภาบรรจงจิตต์ หัวหน้าโครงการทูตวัฒนธรรมเครือข่ายองค์กรศาสนาพุทธโลก เจ้าของรางวัล The Best Teacher Award ระดับ World Music และ น้องเควิน-อัศวงศ์รัตน์ อัสรางชัย แชมป์ดนตรีโลก วัฒนธรรมวินิต ตัวแทนคนไทยขลุ่ยไทยเวทีโลก มาฝากกันด้วย

 จากนั้นลุ้นและเชียร์ 3 ผู้เข้าแข่งขัน น้องอันดา, น้องออโต้ และน้องกิต กับภารกิจพิชิตแชมป์เพลงลูกทุ่งยอดฮิต  รักจางที่บางปะกง ของนักร้องชั้นครู สดใส รุ่งโพธิ์ทอง โจทย์สัปดาห์นี้โดนใจกรรมการและผู้ชม แม้เนื้อหาจะแอบเศร้า
แต่มีดนตรีสนุกสนานชวนให้เต้นตาม ทำให้เหล่าผู้เข้าแข่งขันต้องงัดความสามารถออกมาสู้กัน จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลาท่าทาง โดยเฉพาะโน้ตประหารที่ต้องเก็บทุกเม็ด โกยคะแนนให้มากที่สุด ใครจะคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครอง มีนัดกัน
วันพุธนี้ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 16 กันยายนนี้เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

‘ไบร์ท วชิรวิชญ์‘ สร้างโมเมนต์ระดับโลก กระทบไหล่ CEO คนใหม่ของ Apple

11 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

“ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี” สร้างอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญบนเส้นทางระดับนานาชาติ หลังได้รับเชิญจาก Apple ให้เข้าร่วม Apple Event: Surprise and Shine ณ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8 และ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางแขกรับเชิญจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

ไฮไลต์สำคัญคือการได้พบปะพูดคุยและถ่ายภาพร่วมกับ John Ternus CEO คนใหม่ของ Apple ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าจดจำและสะท้อนช่วงเวลาสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ระดับโลก

วันที่ 8 กันยายนไบร์ทได้รับเชิญให้ร่วมดินเนอร์ณ Apple Park ซึ่งจัดขึ้นสำหรับแขกรับเชิญพิเศษโดยเฉพาะท่ามกลางบุคคลจากหลากหลายวงการและหลากหลายประเทศเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Apple Park

ต่อเนื่องในวันที่ 9 กันยายนไบร์ทปรากฏตัวณ Steve Jobs Theater เพื่อร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมสัมผัสประสบการณ์ต่างๆภายใน Apple Park อย่างใกล้ชิดทั้งเทคโนโลยีดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

การได้รับเชิญครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวของ “ไบร์ทวชิรวิชญ์” ในฐานะศิลปินและนักแสดงจากประเทศไทยกับการปรากฏตัวในงานสำคัญระดับโลกและได้ร่วมอยู่ในโมเมนต์แห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Apple พร้อมสร้างอีกหนึ่งภาพจำบนเวทีนานาชาติ

‘จูเน่ เพลินพิชญา’ สวยแกลมสะกดทุกสายตา! เปลี่ยนลุคสุดปัง ร่วมชม Ralph Lauren Spring 2027 ที่นิวยอร์ก

11 กันยายน 2569 เวลา 15:07 น.

 เรียกเสียงฮือฮาให้กับรันเวย์ไม่น้อย เมื่อ “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงมากความสามารถ ปรากฏตัวในลุคสุดแกลมจากลักชัวรีแบรนด์ระดับโลก Ralph Lauren เพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren Spring 2027 Collection ณ มหานครนิวยอร์ก งานนี้บอกเลยว่าออร่าความสวยมาเต็ม! ทำเอาเหล่าช่างภาพพร้อมใจกดแฟลชกันรัว ๆ เมื่อเจ้าตัวสลัดภาพสาวหวาน พลิกลุคมาเป็นสาวสวยสุดแกลมที่ทั้งหรูหรา โดดเด่น และเต็มไปด้วยเสน่ห์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เรียกสายตาจาก
ฟรอนต์โรว์ได้อยู่หมัด

นอกจากจะโดดเด่นด้วยลุคสุดแกลมจนเหล่าช่างภาพกดแฟลชกันรัว ๆ แล้ว งานนี้ “จูเน่” ยังได้กระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ไวโอลา เดวิส (Viola Davis), เมแกน เฟฮี (Meghann Fahy), อาเรียนา เดอโบส (Ariana DeBose), ไอซา กอนซาเลซ (Eiza González), ซินเทีย เอริโว (Cynthia Erivo), กิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สาวไทยได้เฉิดฉายท่ามกลางเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลก พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ Ralph Lauren Spring 2027 อย่างใกล้ชิด

สำหรับคอลเลกชัน Spring 2027 Ralph Lauren พลิกนิยามความชิคผ่านมุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังบวก ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตผ่านอิสระแห่งดีไซน์ พร้อมผสานความโรแมนติก ความดิบเท่ และความประณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนเสน่ห์ของหญิงสาวที่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองและสนุกไปกับการสร้างสรรค์สไตล์ในแบบที่ไม่ซ้ำใคร โดดเด่นด้วยพาเลตต์สี น้ำเงินกรมท่าและสีขาว ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลา ควบคู่กับซิลูเอตที่ชัดเจนและมีโครงสร้าง โดยเฉพาะ กางเกงทรงกว้าง ที่กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเลกชัน เสริมด้วยไอเทมเดนิม แจ็กเก็ต และชุดสูทที่ยังคงถ่ายทอดกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ralph Lauren ได้อย่างชัดเจน

@RalphLauren
#RalphLauren #RalphLaurenSpring27 

#RLCollection #NYFW

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

11 ก.ย. 2569 15:02 น.

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ตาม โดยยืนยันว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำเช่นเดิมทุกประการ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่มีความเสียใจต่อการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน แม้ความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับลอรา อินกราแฮม ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 10 ก.ย. โดยกล่าวว่า เขาไม่เชื่อในคำว่า “เสียใจ” และแม้อาจตั้งคำถามกับตัวเองบ้าง แต่หากต้องตัดสินใจอีกครั้ง เขาจะดำเนินการเหมือนเดิมทุกประการ

เมื่ออินกราแฮมตั้งข้อสังเกตว่า หากสหรัฐฯ ไม่ทำสงครามกับอิหร่าน พรรครีพับลิกันอาจมีโอกาสได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ตอบว่า หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านั้น โดยเขาอ้างว่าอิหร่านอาจนำอาวุธดังกล่าวมาใช้โจมตีอิสราเอล ตะวันออกกลาง และอาจโจมตีเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่า ผู้สนับสนุนบางส่วนของเขาอาจรู้สึกผิดหวังหรือเสียกำลังใจจากสงคราม โดยกล่าวว่า เขาเชื่อว่าผู้สนับสนุนมีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลของเขาไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำอีกครั้งว่า สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยก่อนหน้านี้เขาได้กล่าวในลักษณะเดียวกัน และกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่

สงครามยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ตลาดการเงินกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวได้หารือกับทรัมป์ถึงความเป็นไปได้ที่สงครามอาจดำเนินต่อไปจนเกินวาระปัจจุบันของเขา

สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น

ทรัมป์ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามคือการลดทอนขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ขณะที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง

ในอีกประเด็นหนึ่ง ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของอิหร่านที่อ้างว่าสามารถโจมตีเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ หลายลำที่ฐานทัพในจอร์แดน โดยกล่าวว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินหรือกำลังพลของสหรัฐฯ ตามที่มีการกล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ากดดันอิหร่านด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจและพยายามตัดอิหร่านออกจากเครือข่ายทางการเงินระหว่างประเทศ โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 14 ก.ย. นี้ เบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลเลือกประกาศมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ เนื่องจากต้องการให้เกียรติและรำลึกถึงชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 11 ก.ย.

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่า รัฐบาลได้คว่ำบาตรและสั่งปิดสาขาในดูไบของธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอียิปต์ โดยกล่าวหาว่าธนาคารดังกล่าวให้เงินแก่อิหร่านมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีธนาคารรายใหญ่ของตุรกีที่ถูกคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อิหร่าน แต่เบสเซนต์ไม่ได้เปิดเผยชื่อธนาคารดังกล่าว

เมื่อถูกถามว่าอิหร่านจะสามารถรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นได้อีกนานเพียงใด ทรัมป์ตอบว่า เขาไม่แน่ใจว่าอิหร่านจะสามารถต้านทานแรงกดดันต่อไปได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะได้รับการยุติหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หรืออาจเร็วกว่านั้น พร้อมย้ำว่าอย่างช้าที่สุด สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้ง.

ที่มา Reuters / CNBC

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

11 ก.ย. 2569 14:35 น.

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

ตำรวจนครบาลโตเกียวจับกุมหญิงชาวอเมริกัน 2 คน อายุ 25 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบนำกัญชาแห้งราว 30 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 150 ล้านเยน หรือประมาณ 32.2 ล้านบาท เข้าญี่ปุ่น โดยซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ขณะที่หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างรับงานเพราะได้เงินและถูกใจที่มีคนออกค่าเดินทางให้ไปญี่ปุ่นฟรี

ตำรวจนครบาลโตเกียวจับกุมหญิงชาวอเมริกัน 2 คน อายุ 25 ปี ฐานต้องสงสัยลักลอบนำกัญชาแห้งประมาณ 30 กิโลกรัมเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย โดยกัญชาดังกล่าวมีมูลค่าตามราคาขายปลีกประมาณ 150 ล้านเยน หรือราว หรือประมาณ 32.2 ล้านบาท

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางจากนครนิวยอร์กมายังสนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ภายในซุกซ่อนกัญชาแห้งที่ถูกแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อยรวม 35 ถุง

เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำสนามบินฮาเนดะพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง ก่อนพบกัญชาจำนวนดังกล่าว จึงแจ้งตำรวจเข้าดำเนินการจับกุม โดยตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ขนยาเสพติด ให้กับผู้บงการซึ่งยังไม่ทราบชื่อ

ตามข้อมูลของตำรวจ ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับคำสั่งจากชายที่รู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยชายคนดังกล่าวให้พวกเธอนำกระเป๋าเดินทางจากนิวยอร์กมายังญี่ปุ่น พร้อมเสนอออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและจ่ายค่าตอบแทน

หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งสื่อญี่ปุ่นระบุชื่อว่า แคตรอน จาเมียร์ เบอร์เบิน กัสติลโล ให้การยอมรับข้อกล่าวหา โดยบอกตำรวจว่าเธอรับงานเพราะจะได้รับเงิน และสนใจเป็นพิเศษกับข้อเสนอที่สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เธอให้การในทำนองว่า แม้จะรู้ว่างานดังกล่าวมีความเสี่ยง แต่ตัดสินใจรับงานเพราะสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ฟรี

ส่วนผู้ต้องหาอีกคน คือ โจเซลิน ดิซอน นาติวิดัด แพตริน ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในกระเป๋าเดินทางมีกัญชาซุกซ่อนอยู่ ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน และตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาอีกคนอาจมีหน้าที่คอยติดตามและตรวจสอบการขนส่งยาเสพติดตามคำสั่งของผู้บงการ

ตำรวจระบุว่า ทั้งสองถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายควบคุมยาเสพติดและกฎหมายศุลกากร ฐานนำกัญชาเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมีบุคคลอื่นร่วมสมคบคิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบตัวตน

ญี่ปุ่นมีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่เข้มงวดอย่างมาก การนำเข้า ครอบครอง หรือจำหน่ายยาเสพติดผิดกฎหมายมีโทษจำคุก โดยการลักลอบนำเข้ากัญชาเพื่อการค้าหรือแสวงหากำไร อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 3 ล้านเยน หรือประมาณ 6.4 แสนบาท ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำกัญชาเข้าญี่ปุ่น.

ที่มา Tokyo Reporter / Nikkei / news.yahoo

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

11 ก.ย. 2569 13:06 น.

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

อิสราเอลประกาศทำลายโครงสร้างใต้ดินและเครือข่ายอุโมงค์สำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ใต้สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ทางตอนใต้ของเลบานอน พร้อมอ้างว่าสามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งเหนือและใต้ดิน ขณะที่เลบานอนรายงานเกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่ และสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 4.1

อิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลได้ทำลายโครงสร้างใต้ดินและเครือข่ายอุโมงค์สำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน บริเวณใต้สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ในจังหวัดนาบาตีเยห์ ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจในการสร้าง “การควบคุมเชิงปฏิบัติการ” เหนือพื้นที่ดังกล่าวทั้งบนพื้นดินและใต้ดิน

แถลงการณ์ร่วมของเนทันยาฮูและคัตซ์ระบุว่า โครงสร้างดังกล่าวเป็น “โครงสร้างพื้นฐานก่อการร้ายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี โดยได้รับเงินทุนและการวางแผนจากอิหร่าน พร้อมยืนยันว่ากองกำลังอิสราเอลจะยังคงประจำการในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฮิซบอลเลาะห์กลับเข้ามาสร้างฐานที่มั่นและฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารอีกครั้ง

กองทัพอิสราเอลระบุว่า เครือข่ายอุโมงค์มีความยาวมากกว่า 2 กิโลเมตร และภายในพบจรวดและขีปนาวุธที่ผลิตในอิหร่าน รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ ปืนกล ขีปนาวุธต่อต้านรถถังหลายสิบลูก ตลอดจนทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดอีกหลายร้อยรายการ

นอกจากนี้ ยังพบศูนย์บัญชาการหลักของหน่วย “บาดร์” ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของฮิซบอลเลาะห์ โดยโครงสร้างใต้ดินดังกล่าวประกอบด้วยศูนย์บัญชาการ ห้องเก็บอาวุธ และพื้นที่พักอาศัยที่เปิดทางให้สมาชิกกลุ่มสามารถหลบซ่อนและปฏิบัติการอยู่ใต้ดินได้เป็นเวลานาน

เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเปิดเผยว่า สมาชิกฮิซบอลเลาะห์บางส่วนที่เคยปฏิบัติการอยู่บริเวณสันเขาได้ถอนกำลังออกไปแล้ว ขณะที่บางส่วนถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ โดยอิสราเอลประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสามารถยึดสันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ได้

เหตุระเบิดครั้งใหญ่ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในพื้นที่ โดยสำนักงานข่าวแห่งชาติเลบานอน หรือ NNA รายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้จุดระเบิดครั้งใหญ่บริเวณสันเขา ทำให้ประชาชนในเมืองนาบาตีเยห์และพื้นที่โดยรอบรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงระเบิดอย่างรุนแรง ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 4.1 ในบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างรุนแรงหลายครั้ง ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ในเมืองมาจายูน กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่ในบ้าน ทุกอย่างสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด

สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนอิสราเอลประมาณ 15 กิโลเมตร และกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการสู้รบอย่างหนักระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า ฮิซบอลเลาะห์เชื่อว่าได้สร้างศูนย์บัญชาการใต้ดินและคลังเก็บอาวุธไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

ความขัดแย้งในพื้นที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หลังอิสราเอลรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนและเข้ายึดจุดยุทธศาสตร์หลายแห่ง ขณะที่สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์เป็นหนึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญของอิสราเอล และอยู่ภายในเขตกันชนที่อิสราเอลประกาศขยายพื้นที่ฝ่ายเดียวทางตอนใต้ของเลบานอน

ก่อนหน้านี้ กรอบข้อตกลงที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง หลังการหยุดยิงในเดือนมิถุนายน กำหนดให้อิสราเอลทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่กองทัพเลบานอนจะดำเนินการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ แต่กระบวนการดังกล่าวหยุดชะงัก หลังฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธที่จะยอมสละอาวุธ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังจนกว่ากลุ่มดังกล่าวจะปลดอาวุธ

สถานการณ์ความรุนแรงกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังช่วงเวลาที่การสู้รบลดระดับลงภายหลังความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน และข้อตกลงระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล

ทางการเลบานอนระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่เดือนมีนาคมทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วมากกว่า 4,300 คน และกองกำลังอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ที่เรียกว่า “เขตความมั่นคง” ทางตอนใต้ของเลบานอน.

ที่มา AFP / Reuters

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ “นาจิบ ราซัก” คดี 1MDB

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ "นาจิบ ราซัก" คดี 1MDB

11 ก.ย. 2569 11:50 น.

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ “นาจิบ ราซัก” คดี 1MDB

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม กษัตริย์แห่งมาเลเซีย ทรงเลื่อนการพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษครั้งใหม่ของนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกจากคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1MDB โดยเรื่องดังกล่าวจะถูกนำกลับมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษครั้งต่อไป

ฝ่ายกิจการกฎหมาย สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงเมื่อวันนี้ (11 ก.ย.) ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม ซึ่งทรงเป็นประธานคณะกรรมการอภัยโทษ ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคำขอของนาจิบไปยังการประชุมครั้งหน้า แต่ไม่ได้ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด

ในการประชุมครั้งล่าสุด พระองค์ยังทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษ 65 คน โดยนักโทษที่ไม่ใช่ชาวมาเลเซียจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางภายใน 6 เดือนหลังได้รับการปล่อยตัว

นาจิบ วัย 73 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระหว่างปี 2009-2018 และเริ่มรับโทษจำคุกในเดือนสิงหาคม 2022 หลังศาลสูงสุดของมาเลเซียมีคำพิพากษายืนตามความผิดในคดีทุจริตเงินกองทุน SRC International ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ 1MDB ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิต หรือประมาณ 42 ล้านบาท ที่ถูกโอนจาก SRC International ซึ่งเป็นอดีตบริษัทในเครือของกองทุน 1MDB เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา

เดิมนาจิบถูกตัดสินจำคุก 12 ปี และปรับ 210 ล้านริงกิต จากความผิด 7 กระทง ได้แก่ การใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเมิดความไว้วางใจทางอาญา และการฟอกเงิน ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 คณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งมีอดีตกษัตริย์สุลต่านอับดุลเลาะห์เป็นประธาน ได้ลดโทษจำคุกเหลือ 6 ปี และลดค่าปรับเหลือ 50 ล้านริงกิต ส่งผลให้เดิมนาจิบมีกำหนดพ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2028

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นาจิบต้องการให้คณะกรรมการพิจารณาคำขอให้เขาเปลี่ยนจากการจำคุกเป็นการกักบริเวณภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ศาลสูงมาเลเซียเคยวินิจฉัยว่า คำสั่งเพิ่มเติมที่อ้างว่าอนุญาตให้กักบริเวณในบ้านไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอภัยโทษในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2024 และนาจิบได้ถอนคำอุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากโทษจำคุกในคดี SRC International แล้ว นาจิบยังเผชิญโทษจำคุกอีก 15 ปีในคดี 1MDB อีกคดีหนึ่ง หลังศาลสูงมีคำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 จากความผิด 25 กระทง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและฟอกเงิน กรณีเงิน 2,200 ล้านริงกิตที่ถูกยักยอกจากกองทุน 1MDB พร้อมสั่งปรับ 11,380 ล้านริงกิต โดยนาจิบยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาและบทลงโทษดังกล่าวแล้ว

แม้จะถูกจำคุก แต่นาจิบยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างความแตกแยกในแวดวงการเมืองมาเลเซีย โดยเฉพาะภายในพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ UMNO ซึ่งเป็นแกนนำของแนวร่วมแห่งชาติ หรือ Barisan Nasional (BN) และเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม

ประเด็นคำขอพระราชทานอภัยโทษยังสร้างความตึงเครียดระหว่าง UMNO กับแนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน (PH) ของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ โดย PH ระบุว่า ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบควรรับโทษเต็มตามคำพิพากษา พร้อมย้ำว่าคดีสำคัญควรคำนึงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการปฏิรูปและการต่อต้านการทุจริตของมาเลเซีย

ด้าน UMNO ตอบโต้ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการตั้งคำถามต่อพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 42(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐ พร้อมย้ำว่า พรรคจะไม่ชี้นำหรือเรียกร้องผลการตัดสินใดเป็นการเฉพาะ และทุกฝ่ายควรเคารพการตัดสินใจที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

การเลื่อนพิจารณาครั้งล่าสุดจึงทำให้อนาคตของนาจิบยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ผลการตัดสินใจในครั้งต่อไปอาจมีผลต่อทั้งสถานะทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซีย.

ที่มา CNA / New Straits Times / Reuters