ยินดีกับ ‘พีเจ มหิดล’ สำเร็จการศึกษา คว้าปริญญาตรี นิเทศฯ จุฬาฯ

11 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ร่วมยินดีกับอีกหนึ่งความสำเร็จของ “พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม” หนึ่งในนักแสดงหนุ่มสุดฮอตจาก iQIYI Original “GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน” ที่ล่าสุดขึ้นแท่นบัณฑิตใหม่ป้ายแดง คว้าปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากตั้งใจเรียนควบคู่ไปกับการทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับรวมถึงคนบันเทิงเตรียมจัดเต็มของขวัญเพื่อร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคึกคัก

โดยพีเจมีกำหนดการเข้ารับปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นี้

‘ฝน-ไอซ์-เบน’ชวนแฟน ‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ ลุ้นแชมป์เพลงลูกทุ่งสุดฮิต ‘รักจางที่บางปะกง’

11 กันยายน 2569 เวลา 15:36 น.

คึกคักครื้นเครง ดวลเพลงดัง พลังมัธยม การันตีความบันเทิง เปิดเวทีเฟ้นหาหนุ่มน้อยเสียงดีดวลโจทย์เพลงฮิตประจำสัปดาห์ พิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ส่งคนบันเทิงมากประสบการณ์ฝน-ธนสุนทร, ไอซ์-ศรัณยู และเบน-สันติราษฎร์ นั่งเก้าอี้กรรมการร่วมตัดสิน พร้อมแชร์เทคนิคดี ๆ ทั้งเรื่องการร้องการทำโชว์ รวมถึงการบริหารเสน่ห์บนเวที ทำให้การแข่งขันสนุกเข้มข้นและสูสีกันมาก ๆ แต่ก่อนจะไปร่วมลุ้นและสนุกกับเสียงเพลง มีโชว์บรรเลงขลุ่ยสุดพิเศษจาก ครูเอิร์ธ-นรภัทร ภาบรรจงจิตต์ หัวหน้าโครงการทูตวัฒนธรรมเครือข่ายองค์กรศาสนาพุทธโลก เจ้าของรางวัล The Best Teacher Award ระดับ World Music และ น้องเควิน-อัศวงศ์รัตน์ อัสรางชัย แชมป์ดนตรีโลก วัฒนธรรมวินิต ตัวแทนคนไทยขลุ่ยไทยเวทีโลก มาฝากกันด้วย

 จากนั้นลุ้นและเชียร์ 3 ผู้เข้าแข่งขัน น้องอันดา, น้องออโต้ และน้องกิต กับภารกิจพิชิตแชมป์เพลงลูกทุ่งยอดฮิต  รักจางที่บางปะกง ของนักร้องชั้นครู สดใส รุ่งโพธิ์ทอง โจทย์สัปดาห์นี้โดนใจกรรมการและผู้ชม แม้เนื้อหาจะแอบเศร้า
แต่มีดนตรีสนุกสนานชวนให้เต้นตาม ทำให้เหล่าผู้เข้าแข่งขันต้องงัดความสามารถออกมาสู้กัน จัดเต็มทั้งเสียงร้อง ลีลาท่าทาง โดยเฉพาะโน้ตประหารที่ต้องเก็บทุกเม็ด โกยคะแนนให้มากที่สุด ใครจะคว้าแชมป์และถ้วยรางวัลไปครอง มีนัดกัน
วันพุธนี้ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 16 กันยายนนี้เวลา 13.10 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

‘ไบร์ท วชิรวิชญ์‘ สร้างโมเมนต์ระดับโลก กระทบไหล่ CEO คนใหม่ของ Apple

11 กันยายน 2569 เวลา 15:31 น.

“ไบร์ท วชิรวิชญ์ ชีวอารี” สร้างอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญบนเส้นทางระดับนานาชาติ หลังได้รับเชิญจาก Apple ให้เข้าร่วม Apple Event: Surprise and Shine ณ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8 และ 9 กันยายน 2569 ท่ามกลางแขกรับเชิญจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

ไฮไลต์สำคัญคือการได้พบปะพูดคุยและถ่ายภาพร่วมกับ John Ternus CEO คนใหม่ของ Apple ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าจดจำและสะท้อนช่วงเวลาสำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแบรนด์ระดับโลก

วันที่ 8 กันยายนไบร์ทได้รับเชิญให้ร่วมดินเนอร์ณ Apple Park ซึ่งจัดขึ้นสำหรับแขกรับเชิญพิเศษโดยเฉพาะท่ามกลางบุคคลจากหลากหลายวงการและหลากหลายประเทศเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ Apple Park

ต่อเนื่องในวันที่ 9 กันยายนไบร์ทปรากฏตัวณ Steve Jobs Theater เพื่อร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมสัมผัสประสบการณ์ต่างๆภายใน Apple Park อย่างใกล้ชิดทั้งเทคโนโลยีดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์

การได้รับเชิญครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวของ “ไบร์ทวชิรวิชญ์” ในฐานะศิลปินและนักแสดงจากประเทศไทยกับการปรากฏตัวในงานสำคัญระดับโลกและได้ร่วมอยู่ในโมเมนต์แห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของ Apple พร้อมสร้างอีกหนึ่งภาพจำบนเวทีนานาชาติ

‘จูเน่ เพลินพิชญา’ สวยแกลมสะกดทุกสายตา! เปลี่ยนลุคสุดปัง ร่วมชม Ralph Lauren Spring 2027 ที่นิวยอร์ก

11 กันยายน 2569 เวลา 15:07 น.

 เรียกเสียงฮือฮาให้กับรันเวย์ไม่น้อย เมื่อ “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงมากความสามารถ ปรากฏตัวในลุคสุดแกลมจากลักชัวรีแบรนด์ระดับโลก Ralph Lauren เพื่อร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren Spring 2027 Collection ณ มหานครนิวยอร์ก งานนี้บอกเลยว่าออร่าความสวยมาเต็ม! ทำเอาเหล่าช่างภาพพร้อมใจกดแฟลชกันรัว ๆ เมื่อเจ้าตัวสลัดภาพสาวหวาน พลิกลุคมาเป็นสาวสวยสุดแกลมที่ทั้งหรูหรา โดดเด่น และเต็มไปด้วยเสน่ห์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่เรียกสายตาจาก
ฟรอนต์โรว์ได้อยู่หมัด

นอกจากจะโดดเด่นด้วยลุคสุดแกลมจนเหล่าช่างภาพกดแฟลชกันรัว ๆ แล้ว งานนี้ “จูเน่” ยังได้กระทบไหล่เหล่าคนดังระดับโลกที่มาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น ไวโอลา เดวิส (Viola Davis), เมแกน เฟฮี (Meghann Fahy), อาเรียนา เดอโบส (Ariana DeBose), ไอซา กอนซาเลซ (Eiza González), ซินเทีย เอริโว (Cynthia Erivo), กิโกะ มิซูฮาระ (Kiko Mizuhara) และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สาวไทยได้เฉิดฉายท่ามกลางเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลก พร้อมร่วมสัมผัสเสน่ห์ของ Ralph Lauren Spring 2027 อย่างใกล้ชิด

สำหรับคอลเลกชัน Spring 2027 Ralph Lauren พลิกนิยามความชิคผ่านมุมมองใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังบวก ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตผ่านอิสระแห่งดีไซน์ พร้อมผสานความโรแมนติก ความดิบเท่ และความประณีตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว สะท้อนเสน่ห์ของหญิงสาวที่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองและสนุกไปกับการสร้างสรรค์สไตล์ในแบบที่ไม่ซ้ำใคร โดดเด่นด้วยพาเลตต์สี น้ำเงินกรมท่าและสีขาว ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกเหนือกาลเวลา ควบคู่กับซิลูเอตที่ชัดเจนและมีโครงสร้าง โดยเฉพาะ กางเกงทรงกว้าง ที่กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเลกชัน เสริมด้วยไอเทมเดนิม แจ็กเก็ต และชุดสูทที่ยังคงถ่ายทอดกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ralph Lauren ได้อย่างชัดเจน

@RalphLauren
#RalphLauren #RalphLaurenSpring27 

#RLCollection #NYFW

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

11 ก.ย. 2569 15:02 น.

ทรัมป์ย้ำไม่เสียใจทำสงครามอิหร่าน แม้หวั่นกระทบเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ตาม โดยยืนยันว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำเช่นเดิมทุกประการ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่มีความเสียใจต่อการตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน แม้ความขัดแย้งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับลอรา อินกราแฮม ผู้ดำเนินรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 10 ก.ย. โดยกล่าวว่า เขาไม่เชื่อในคำว่า “เสียใจ” และแม้อาจตั้งคำถามกับตัวเองบ้าง แต่หากต้องตัดสินใจอีกครั้ง เขาจะดำเนินการเหมือนเดิมทุกประการ

เมื่ออินกราแฮมตั้งข้อสังเกตว่า หากสหรัฐฯ ไม่ทำสงครามกับอิหร่าน พรรครีพับลิกันอาจมีโอกาสได้เปรียบในการเลือกตั้งกลางเทอม ทรัมป์ตอบว่า หากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ สถานการณ์จะเลวร้ายกว่านั้น โดยเขาอ้างว่าอิหร่านอาจนำอาวุธดังกล่าวมาใช้โจมตีอิสราเอล ตะวันออกกลาง และอาจโจมตีเมืองต่าง ๆ ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ยังปฏิเสธข้อเสนอแนะที่ว่า ผู้สนับสนุนบางส่วนของเขาอาจรู้สึกผิดหวังหรือเสียกำลังใจจากสงคราม โดยกล่าวว่า เขาเชื่อว่าผู้สนับสนุนมีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลของเขาไม่ยอมให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำอีกครั้งว่า สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยก่อนหน้านี้เขาได้กล่าวในลักษณะเดียวกัน และกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นตัวชี้ว่าพรรครีพับลิกันของเขาจะยังสามารถรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่

สงครามยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ตลาดการเงินกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่สงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อ หลังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวได้หารือกับทรัมป์ถึงความเป็นไปได้ที่สงครามอาจดำเนินต่อไปจนเกินวาระปัจจุบันของเขา

สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีอิสราเอลและประเทศในอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนและทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่น

ทรัมป์ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามคือการลดทอนขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ ขณะที่สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง

ในอีกประเด็นหนึ่ง ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของอิหร่านที่อ้างว่าสามารถโจมตีเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ หลายลำที่ฐานทัพในจอร์แดน โดยกล่าวว่าไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สินหรือกำลังพลของสหรัฐฯ ตามที่มีการกล่าวอ้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้ากดดันอิหร่านด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจและพยายามตัดอิหร่านออกจากเครือข่ายทางการเงินระหว่างประเทศ โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 14 ก.ย. นี้ เบสเซนต์กล่าวว่า รัฐบาลเลือกประกาศมาตรการดังกล่าวในวันจันทร์ เนื่องจากต้องการให้เกียรติและรำลึกถึงชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 11 ก.ย.

รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังระบุว่า รัฐบาลได้คว่ำบาตรและสั่งปิดสาขาในดูไบของธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของอียิปต์ โดยกล่าวหาว่าธนาคารดังกล่าวให้เงินแก่อิหร่านมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีธนาคารรายใหญ่ของตุรกีที่ถูกคว่ำบาตรจากข้อกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อิหร่าน แต่เบสเซนต์ไม่ได้เปิดเผยชื่อธนาคารดังกล่าว

เมื่อถูกถามว่าอิหร่านจะสามารถรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นได้อีกนานเพียงใด ทรัมป์ตอบว่า เขาไม่แน่ใจว่าอิหร่านจะสามารถต้านทานแรงกดดันต่อไปได้หรือไม่ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้จะได้รับการยุติหลังการเลือกตั้งกลางเทอม หรืออาจเร็วกว่านั้น พร้อมย้ำว่าอย่างช้าที่สุด สงครามจะยุติลงทันทีหลังการเลือกตั้ง.

ที่มา Reuters / CNBC

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

11 ก.ย. 2569 14:35 น.

2 สาวอเมริกันถูกจับลอบขนกัญชา 30 กิโลกรัมเข้าญี่ปุ่น อ้างได้เที่ยวฟรี

ตำรวจนครบาลโตเกียวจับกุมหญิงชาวอเมริกัน 2 คน อายุ 25 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลักลอบนำกัญชาแห้งราว 30 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 150 ล้านเยน หรือประมาณ 32.2 ล้านบาท เข้าญี่ปุ่น โดยซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ขณะที่หนึ่งในผู้ต้องหารับสารภาพ อ้างรับงานเพราะได้เงินและถูกใจที่มีคนออกค่าเดินทางให้ไปญี่ปุ่นฟรี

ตำรวจนครบาลโตเกียวจับกุมหญิงชาวอเมริกัน 2 คน อายุ 25 ปี ฐานต้องสงสัยลักลอบนำกัญชาแห้งประมาณ 30 กิโลกรัมเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย โดยกัญชาดังกล่าวมีมูลค่าตามราคาขายปลีกประมาณ 150 ล้านเยน หรือราว หรือประมาณ 32.2 ล้านบาท

ตำรวจเปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางจากนครนิวยอร์กมายังสนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมกระเป๋าเดินทาง 2 ใบ ภายในซุกซ่อนกัญชาแห้งที่ถูกแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อยรวม 35 ถุง

เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำสนามบินฮาเนดะพบความผิดปกติระหว่างการตรวจสอบกระเป๋าเดินทาง ก่อนพบกัญชาจำนวนดังกล่าว จึงแจ้งตำรวจเข้าดำเนินการจับกุม โดยตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ขนยาเสพติด ให้กับผู้บงการซึ่งยังไม่ทราบชื่อ

ตามข้อมูลของตำรวจ ผู้ต้องหาทั้งสองได้รับคำสั่งจากชายที่รู้จักกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยชายคนดังกล่าวให้พวกเธอนำกระเป๋าเดินทางจากนิวยอร์กมายังญี่ปุ่น พร้อมเสนอออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและจ่ายค่าตอบแทน

หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งสื่อญี่ปุ่นระบุชื่อว่า แคตรอน จาเมียร์ เบอร์เบิน กัสติลโล ให้การยอมรับข้อกล่าวหา โดยบอกตำรวจว่าเธอรับงานเพราะจะได้รับเงิน และสนใจเป็นพิเศษกับข้อเสนอที่สามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เธอให้การในทำนองว่า แม้จะรู้ว่างานดังกล่าวมีความเสี่ยง แต่ตัดสินใจรับงานเพราะสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นได้ฟรี

ส่วนผู้ต้องหาอีกคน คือ โจเซลิน ดิซอน นาติวิดัด แพตริน ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในกระเป๋าเดินทางมีกัญชาซุกซ่อนอยู่ ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน และตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาอีกคนอาจมีหน้าที่คอยติดตามและตรวจสอบการขนส่งยาเสพติดตามคำสั่งของผู้บงการ

ตำรวจระบุว่า ทั้งสองถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายควบคุมยาเสพติดและกฎหมายศุลกากร ฐานนำกัญชาเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมีบุคคลอื่นร่วมสมคบคิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบตัวตน

ญี่ปุ่นมีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดที่เข้มงวดอย่างมาก การนำเข้า ครอบครอง หรือจำหน่ายยาเสพติดผิดกฎหมายมีโทษจำคุก โดยการลักลอบนำเข้ากัญชาเพื่อการค้าหรือแสวงหากำไร อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับสูงสุด 3 ล้านเยน หรือประมาณ 6.4 แสนบาท ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำกัญชาเข้าญี่ปุ่น.

ที่มา Tokyo Reporter / Nikkei / news.yahoo

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

11 ก.ย. 2569 13:06 น.

อิสราเอลระเบิดอุโมงค์ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทำเกิดแรงสั่นสะเทือน 4.1

อิสราเอลประกาศทำลายโครงสร้างใต้ดินและเครือข่ายอุโมงค์สำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ใต้สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ทางตอนใต้ของเลบานอน พร้อมอ้างว่าสามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งเหนือและใต้ดิน ขณะที่เลบานอนรายงานเกิดแรงระเบิดขนาดใหญ่ และสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 4.1

อิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพอิสราเอลได้ทำลายโครงสร้างใต้ดินและเครือข่ายอุโมงค์สำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน บริเวณใต้สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ในจังหวัดนาบาตีเยห์ ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และนายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจในการสร้าง “การควบคุมเชิงปฏิบัติการ” เหนือพื้นที่ดังกล่าวทั้งบนพื้นดินและใต้ดิน

แถลงการณ์ร่วมของเนทันยาฮูและคัตซ์ระบุว่า โครงสร้างดังกล่าวเป็น “โครงสร้างพื้นฐานก่อการร้ายเชิงยุทธศาสตร์” ที่สร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี โดยได้รับเงินทุนและการวางแผนจากอิหร่าน พร้อมยืนยันว่ากองกำลังอิสราเอลจะยังคงประจำการในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ฮิซบอลเลาะห์กลับเข้ามาสร้างฐานที่มั่นและฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารอีกครั้ง

กองทัพอิสราเอลระบุว่า เครือข่ายอุโมงค์มีความยาวมากกว่า 2 กิโลเมตร และภายในพบจรวดและขีปนาวุธที่ผลิตในอิหร่าน รวมถึงอากาศยานไร้คนขับ ปืนกล ขีปนาวุธต่อต้านรถถังหลายสิบลูก ตลอดจนทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดอีกหลายร้อยรายการ

นอกจากนี้ ยังพบศูนย์บัญชาการหลักของหน่วย “บาดร์” ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของฮิซบอลเลาะห์ โดยโครงสร้างใต้ดินดังกล่าวประกอบด้วยศูนย์บัญชาการ ห้องเก็บอาวุธ และพื้นที่พักอาศัยที่เปิดทางให้สมาชิกกลุ่มสามารถหลบซ่อนและปฏิบัติการอยู่ใต้ดินได้เป็นเวลานาน

เจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอลเปิดเผยว่า สมาชิกฮิซบอลเลาะห์บางส่วนที่เคยปฏิบัติการอยู่บริเวณสันเขาได้ถอนกำลังออกไปแล้ว ขณะที่บางส่วนถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ โดยอิสราเอลประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสามารถยึดสันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ได้

เหตุระเบิดครั้งใหญ่ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในพื้นที่ โดยสำนักงานข่าวแห่งชาติเลบานอน หรือ NNA รายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้จุดระเบิดครั้งใหญ่บริเวณสันเขา ทำให้ประชาชนในเมืองนาบาตีเยห์และพื้นที่โดยรอบรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงระเบิดอย่างรุนแรง ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนขนาด 4.1 ในบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดอย่างรุนแรงหลายครั้ง ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ในเมืองมาจายูน กล่าวว่า ขณะนั่งอยู่ในบ้าน ทุกอย่างสั่นสะเทือนอย่างเห็นได้ชัด

สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์ ตั้งอยู่ห่างจากชายแดนอิสราเอลประมาณ 15 กิโลเมตร และกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการสู้รบอย่างหนักระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ โดยแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของเลบานอนระบุว่า ฮิซบอลเลาะห์เชื่อว่าได้สร้างศูนย์บัญชาการใต้ดินและคลังเก็บอาวุธไว้ในพื้นที่ดังกล่าว

ความขัดแย้งในพื้นที่ปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มีนาคม หลังอิสราเอลรุกคืบเข้าสู่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนและเข้ายึดจุดยุทธศาสตร์หลายแห่ง ขณะที่สันเขาอาลี อัล-ทาเฮอร์เป็นหนึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการสำคัญของอิสราเอล และอยู่ภายในเขตกันชนที่อิสราเอลประกาศขยายพื้นที่ฝ่ายเดียวทางตอนใต้ของเลบานอน

ก่อนหน้านี้ กรอบข้อตกลงที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง หลังการหยุดยิงในเดือนมิถุนายน กำหนดให้อิสราเอลทยอยถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่กองทัพเลบานอนจะดำเนินการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ แต่กระบวนการดังกล่าวหยุดชะงัก หลังฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธที่จะยอมสละอาวุธ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังจนกว่ากลุ่มดังกล่าวจะปลดอาวุธ

สถานการณ์ความรุนแรงกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังช่วงเวลาที่การสู้รบลดระดับลงภายหลังความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน และข้อตกลงระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล

ทางการเลบานอนระบุว่า การโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่เดือนมีนาคมทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วมากกว่า 4,300 คน และกองกำลังอิสราเอลยังคงยึดครองพื้นที่ที่เรียกว่า “เขตความมั่นคง” ทางตอนใต้ของเลบานอน.

ที่มา AFP / Reuters

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ “นาจิบ ราซัก” คดี 1MDB

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ "นาจิบ ราซัก" คดี 1MDB

11 ก.ย. 2569 11:50 น.

กษัตริย์มาเลเซียเลื่อนพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษ “นาจิบ ราซัก” คดี 1MDB

สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม กษัตริย์แห่งมาเลเซีย ทรงเลื่อนการพิจารณาคำขอพระราชทานอภัยโทษครั้งใหม่ของนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังรับโทษจำคุกจากคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติมาเลเซีย หรือ 1MDB โดยเรื่องดังกล่าวจะถูกนำกลับมาพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษครั้งต่อไป

ฝ่ายกิจการกฎหมาย สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงเมื่อวันนี้ (11 ก.ย.) ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านอิบราฮิม ซึ่งทรงเป็นประธานคณะกรรมการอภัยโทษ ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เลื่อนการพิจารณาคำขอของนาจิบไปยังการประชุมครั้งหน้า แต่ไม่ได้ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด

ในการประชุมครั้งล่าสุด พระองค์ยังทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อภัยโทษและปล่อยตัวนักโทษ 65 คน โดยนักโทษที่ไม่ใช่ชาวมาเลเซียจะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางภายใน 6 เดือนหลังได้รับการปล่อยตัว

นาจิบ วัย 73 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียระหว่างปี 2009-2018 และเริ่มรับโทษจำคุกในเดือนสิงหาคม 2022 หลังศาลสูงสุดของมาเลเซียมีคำพิพากษายืนตามความผิดในคดีทุจริตเงินกองทุน SRC International ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ 1MDB ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิต หรือประมาณ 42 ล้านบาท ที่ถูกโอนจาก SRC International ซึ่งเป็นอดีตบริษัทในเครือของกองทุน 1MDB เข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวของเขา

เดิมนาจิบถูกตัดสินจำคุก 12 ปี และปรับ 210 ล้านริงกิต จากความผิด 7 กระทง ได้แก่ การใช้อำนาจโดยมิชอบ การละเมิดความไว้วางใจทางอาญา และการฟอกเงิน ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 คณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งมีอดีตกษัตริย์สุลต่านอับดุลเลาะห์เป็นประธาน ได้ลดโทษจำคุกเหลือ 6 ปี และลดค่าปรับเหลือ 50 ล้านริงกิต ส่งผลให้เดิมนาจิบมีกำหนดพ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2028

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นาจิบต้องการให้คณะกรรมการพิจารณาคำขอให้เขาเปลี่ยนจากการจำคุกเป็นการกักบริเวณภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ศาลสูงมาเลเซียเคยวินิจฉัยว่า คำสั่งเพิ่มเติมที่อ้างว่าอนุญาตให้กักบริเวณในบ้านไม่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการอภัยโทษในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2024 และนาจิบได้ถอนคำอุทธรณ์ในประเด็นดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นอกจากโทษจำคุกในคดี SRC International แล้ว นาจิบยังเผชิญโทษจำคุกอีก 15 ปีในคดี 1MDB อีกคดีหนึ่ง หลังศาลสูงมีคำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 จากความผิด 25 กระทง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและฟอกเงิน กรณีเงิน 2,200 ล้านริงกิตที่ถูกยักยอกจากกองทุน 1MDB พร้อมสั่งปรับ 11,380 ล้านริงกิต โดยนาจิบยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาและบทลงโทษดังกล่าวแล้ว

แม้จะถูกจำคุก แต่นาจิบยังคงเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างความแตกแยกในแวดวงการเมืองมาเลเซีย โดยเฉพาะภายในพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ หรือ UMNO ซึ่งเป็นแกนนำของแนวร่วมแห่งชาติ หรือ Barisan Nasional (BN) และเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม

ประเด็นคำขอพระราชทานอภัยโทษยังสร้างความตึงเครียดระหว่าง UMNO กับแนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน (PH) ของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ โดย PH ระบุว่า ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิดฐานทุจริตหรือใช้อำนาจโดยมิชอบควรรับโทษเต็มตามคำพิพากษา พร้อมย้ำว่าคดีสำคัญควรคำนึงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการปฏิรูปและการต่อต้านการทุจริตของมาเลเซีย

ด้าน UMNO ตอบโต้ว่า แถลงการณ์ดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นการตั้งคำถามต่อพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 42(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธรัฐ พร้อมย้ำว่า พรรคจะไม่ชี้นำหรือเรียกร้องผลการตัดสินใดเป็นการเฉพาะ และทุกฝ่ายควรเคารพการตัดสินใจที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการตามกฎหมาย

การเลื่อนพิจารณาครั้งล่าสุดจึงทำให้อนาคตของนาจิบยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ผลการตัดสินใจในครั้งต่อไปอาจมีผลต่อทั้งสถานะทางกฎหมายของอดีตนายกรัฐมนตรีและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลมาเลเซีย.

ที่มา CNA / New Straits Times / Reuters

นิวยอร์กแสดงโดรนครั้งใหญ่ รำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน

นิวยอร์กแสดงโดรนครั้งใหญ่ รำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน

11 ก.ย. 2569 11:46 น.

นิวยอร์กแสดงโดรนครั้งใหญ่ รำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน

ท้องฟ้าเหนือนครนิวยอร์กสว่างไสวด้วยการแสดงโดรนครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน โดยใช้ดวงไฟ 2,977 ดวง แทนจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์

นครนิวยอร์กจัดพิธีรำลึกเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ครบรอบ 25 ปีอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีการแสดงโดรนเหนืออ่าวนิวยอร์ก จำนวน 2,977 ดวง เพื่อรำลึกครบรอบ 25 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 โดยดวงไฟแต่ละดวงเป็นตัวแทนของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

การแสดงจัดขึ้นเหนืออ่าวนิวยอร์ก เมื่อคืนวันพุธ ก่อนถึงวันครบรอบ 25 ปี เหตุโจมตี 11 กันยายน ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ผลงานดังกล่าวใช้ชื่อว่า “2,977 Lights Over New York Harbor” โดยโดรนจำนวน 2,977 ลำ ส่องสว่างขึ้นบนท้องฟ้าและก่อตัวเป็นภาพ ตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต 2,977 คนจากเหตุการณ์ 9/11

ผู้จัดงานระบุว่า โครงการศิลปะแสงไฟนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับสมาชิกในชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุ 9/11 ทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยกลุ่มแรกที่เข้าช่วยเหลือในวันเกิดเหตุ รวมถึงผู้รอดชีวิต

การแสดงโดรนครั้งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนได้ร่วมกันรำลึกถึงผู้สูญเสีย ทบทวนเหตุการณ์ในอดีต และสื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้คน ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมรำลึกก่อนถึงวันครบรอบ 25 ปีของเหตุ 11 กันยายน. 

ที่มา : AP, AFP

ผลวิจัยชี้ มนุษย์อาจใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาตั้งแต่ 25,000 ปีก่อน เก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมา

ผลวิจัยชี้ มนุษย์อาจใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาตั้งแต่ 25,000 ปีก่อน เก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมา

11 ก.ย. 2569 11:27 น.

ผลวิจัยชี้ มนุษย์อาจใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาตั้งแต่ 25,000 ปีก่อน เก่าแก่ที่สุดที่เคยค้นพบมา

นักวิจัยเผยการค้นพบใหม่ มนุษย์อาจใช้ผลหมาก เป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมาตั้งแต่ 25,000 ปีก่อน โดยพบหลักฐานในอินโดนีเซีย นับว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกที่เคยค้นพบมา 

การศึกษาครั้งใหม่พบหลักฐานที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท โดยนักวิจัยพบว่ามนุษย์ในอินโดนีเซียอาจใช้ผลหมาก เพื่อให้เกิดฤทธิ์ต่อสมองมาตั้งแต่เมื่อราว 25,000 ปีก่อน หรือก่อนหน้านี้ที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้หลายพันปี

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิท (Griffith University) ประเทศออสเตรเลีย ศึกษาซากโครงกระดูกของมนุษย์ยุคโบราณที่เป็นกลุ่มนักล่าและเก็บของป่า ซึ่งพบที่เกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซีย และพบร่องรอยการสึกของฟันที่ผิดปกติ โดยมีร่องลึกและโค้งมนบนฟัน

ทีมวิจัยเชื่อว่า ร่องรอยดังกล่าวเกิดจากการ ดูดหมากทั้งเม็ด ซึ่งเป็นเมล็ดของต้นหมาก หรือ Areca catechu โดยพบหลักฐานจากมนุษย์ยุคโบราณ 2 ราย รายหนึ่งมีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 25,000-16,000 ปีก่อน ขณะที่อีกรายมีอายุประมาณ 7,600-6,300 ปีก่อน

ศาสตราจารย์อดัม บรัมม์ (Adam Brumm) หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า หลักฐานดังกล่าวอาจเป็น หลักฐานการใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เคยค้นพบมา

หมากมีสารออกฤทธิ์ที่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเล็กน้อยและเพิ่มความตื่นตัว โดยปัจจุบันหมากถือเป็นหนึ่งในสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก รองจากแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และนิโคติน

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า การใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทเริ่มต้นขึ้นหลังมนุษย์เข้าสู่ยุคเกษตรกรรม โดยมีหลักฐานการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากการหมักเมื่อประมาณ 13,000 ปีก่อน

แต่ผลการศึกษาครั้งใหม่นี้ ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Science Advances ชี้ว่า การใช้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอาจมีรากฐานเก่าแก่กว่านั้นมาก และอาจเกิดขึ้นในกลุ่มมนุษย์นักล่าและเก็บของป่าก่อนเข้าสู่สังคมเกษตรกรรม

นักวิจัยยังทดลองนำหมากไปแช่ในน้ำลายสังเคราะห์ และพบว่าเพียงการดูดหมากทั้งเม็ดก็สามารถปล่อยสารออกฤทธิ์ออกมาในปริมาณที่มากพอจะส่งผลต่อการทำงานของสมองได้

แม้การดูดหมากทั้งเม็ดในอดีตอาจให้ฤทธิ์อ่อนกว่าการเคี้ยวหมากในปัจจุบัน แต่ทีมวิจัยเชื่อว่า การใช้เป็นประจำอาจมีผลต่อสุขภาพช่องปากอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกิดโรคเหงือกได้

ปัจจุบัน การใช้หมากที่แพร่หลายในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักนำหมากแปรรูปมาผสมกับปูนแดงหรือปูนขาวและส่วนผสมอื่น ก่อนนำมาเคี้ยว โดยมีผู้คนทั่วโลกราว 1 ใน 10 ที่ยังคงเคี้ยวหมากในรูปแบบดังกล่าว.

ที่มา : BBC