พรรคสีส้มดิ้น ภาวุธโต้ลั่นไม่เกียว ปมโยงคดีฟอเร็กซ์

พรรคสีส้มดิ้น ภาวุธโต้ลั่นไม่เกียว ปมโยงคดีฟอเร็กซ์

พรรคสีส้มดิ้น ภาวุธโต้ลั่นไม่เกียว ปมโยงคดีฟอเร็กซ์

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พรรคสีส้มดิ้น  ภาวุธโต้ลั่นไม่เกียว ปมโยงคดีฟอเร็กซ์

ดีเอสไอ เร่งสอบพยาน-วิเคราะห์หลักฐานคดีฟอเร็กซ์ ยังไม่ออกหมายเรียกใคร จ่อแถลงภาพรวมคดี ด้าน “ภาวุธ” สส.พรรคประชาชน เผยขอรอดูรายละเอียด ยันไม่เกี่ยวข้อง ส่วนดาราคนดัง พบความเกี่ยวพันมีเส้นเงินเชื่อมโยง ขณะที่โฆษกพรรคประชาชน เผยไม่ปกป้องคนผิด พร้อมชี้แจงต่อสาธารณะ

เมื่อวันที่18มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการ “Shutdown the Laundering” ทลายเครือข่ายชักชวนผู้เสียหายลงทุนและซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด ตรวจยึดทรัพย์สินและอายัดบัญชีธนาคารจำนวนมาก ว่าแหล่งข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้มาวิเคราะห์ประกอบสำนวนคดีจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหา หรือยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับบุคคลใด แต่หากพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ ก็จะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวกับบริษัทซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน รวมถึงทรัพย์สินบางรายการที่ตรวจยึดได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดังกล่าวยังอยู่ในชั้นรวบรวมข้อเท็จจริง และยังไม่ถือเป็นการชี้ว่าบุคคลใดกระทำความผิด

สำหรับในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น.กระทรวงยุติธรรมมีกำหนดแถลงผลปฏิบัติการ โดยจะสรุปความคืบหน้าคดี จำนวนผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหาย รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นไปตามข้อมูลที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า สำหรับพฤติการณ์ความเกี่ยวพันของนักการเมืองกับคดีForex นั้นไม่ได้มีบทบาทเกี่ยวข้องเป็นเจ้าของกระเป๋าวอลเล็ต (wallet) แต่อย่างใด แต่คณะพนักงานสอบสวนพบหลักฐานเส้นทางการเงินหลายรายการที่บัญชีธนาคารของบริษัทที่รับซื้อขายเงินตราต่างประเทศนี้ ถูกโอนไปยังบัญชีธนาคารของนักการเมืองชาย คล้ายลักษณะรับผลประโยชน์ จึงกลายเป็นหลักฐานบ่งชี้เบื้องต้นว่านักการเมืองรายนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตกเป็นผู้ต้องสงสัย

ขณะที่บุคคลในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นนักแสดงชายชื่อดัง ทางคณะพนักงานสอบสวน ได้ยึดรถซูเปอร์คาร์ และจักรยานยนต์หลายรายการ มูลค่าหลายล้านบาท ไว้เป็นของกลางในคดี เนื่องจากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจForexโดยสถานะปัจจุบันของทั้งนักการเมือง และนักแสดงชายชื่อดังทั้งสองยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหา หรือถูกออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นบุคคลที่คณะพนักงานสอบสวนพบว่ามีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับบริษัทที่เปิดธุรกิจForexโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงินที่มีการรับโอนหลายรายการ

รายงานข่าวภายในดีเอสไอ เปิดเผยว่า ในการอายัดบัญชีธนาคาร เจ้าหน้าที่อายัดไว้ทั้งสิ้น 77 ราย โดยแบ่งเป็นบัญชีบุคคลธรรมดา 57 ราย และบัญชีนิติบุคคล 20ราย ส่วนประเด็นการสอบสวนมีเรื่องของการเจาะไปที่บริษัทที่ทำหน้าที่เป็น Payment Gateway หรือผู้ให้บริการรับ-ส่งเงินระหว่างนักลงทุนกับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forexส่วนกลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่ปรากฏรายชื่อขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลในวงการบันเทิงดังกล่าว พบว่ามีความเกี่ยวข้องในเรื่องเส้นทางการเงิน ความใกล้ชิดสัมพันธ์กับบริษัท และพยานเอกสารการประกอบธุรกิจ

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวนายภาวุธพงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อาจปรากฏรายชื่อเกี่ยวข้องกับคดี Forexว่าขณะนี้ดีเอสไอ ยังไม่แถลงอย่างเป็นทางการ เป็นการโยนหินถามทาง และเดาว่าเป็นบุคคลใด ตนมองว่าอาจไม่เป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกกล่าวหา พรรคประชาชน จะรอให้เปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการหากพบว่ามี สส.ของพรรค เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะในความผิดระดับใด ยืนยันว่ามีคำชี้แจงแน่นอน และไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครต้องชี้แจงต่อสาธารณะถึงรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องอย่างไร และพรรคไม่เคยปกป้องคนผิด แต่ขอความเป็นธรรมกับพวกเรา ให้ดีเอสไอเปิดรายชื่อมาก่อน ต่อให้ตรงหรือตรง 100% ก็ตาม จะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เมื่อไม่รู้ว่าเป็นใคร และไม่ได้พูดคุยถึงรายละเอียดด้วยว่าแต่ละบุคคลที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง

“ยืนยันเมื่อเปิดชื่อจากดีเอสไอ หากมีสส.ของพรรคประชาชน เกี่ยวข้องจะมีการแถลงการณ์ถึงรายละเอียดที่เกิดขึ้นแน่นอน ยืนยันถ้าสิ่งนั้นเป็นความผิดที่รับไม่ได้ มีคดีออกมาชัดเจนพรรคประชาชนไม่เคยปกป้องคนผิด” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับนายภาวุธ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันตามข่าวว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และขอให้ดีเอสไอเปิดรายชื่อก่อน ถ้าจะเปิดวันไหนขอให้มีชื่ออย่างชัดเจน และพรรคประชาชนจะแถลงรายละเอียดหากพบว่ามีบุคคลในพรรคเกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่ามีข้อมูลว่าพรรคประชาชนพยายามจะล็อบบี้ดีเอสไอ ให้เลื่อนการเปิดเผยชื่อออกไป น.ส.ภคมน กล่าวว่า ไม่ทราบ ขอเรียนด้วยความสัตย์จริง เห็นเพียงข่าวว่าดีเอสไอจะแถลงข่าวในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ขอรอดูอีกวันเดียว หากเปิดมาแล้วพบว่าคนในพรรคมีส่วนเกี่ยวข้อง จะชี้แจงต่อประชาชน ขอความเป็นธรรมกับบุคคลที่มีรายชื่อถูกกล่าวหา ต้องรอดูข้อเท็จจริงจากการแถลงของดีเอสไอ

“ถ้าเดากันก็เดาไปได้ ตัวอักษรภาษาไทยมีเยอะแยะดังนั้นคิดว่าให้ใจเย็น ยืนยันพรรคประชาชนน้อมรับกับทุกสิ่งทุกอย่างรับผิดชอบต่อสาธารณะ ไม่ว่าใครจะมีข้อกล่าวหาไหนเราสามารถชี้แจงได้ หากข้อกล่าวหาไปสู่การดำเนินคดีพรรคประชาชนไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน” น.ส.ภคมน กล่าว

ต่อข้อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อพรรคประชาชนในสนามเลือกตั้ง กทม.หรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า เรียนตรงๆ ไม่ว่ากิจกรรมใดมีผลทางการเมืองทั้งหมด แต่คงไม่ได้เรียกร้อง หรือบอกว่าเรื่องนี้คือเกมทางการเมือง ให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นโดยเรามีหน้าที่รับมือและแก้ไขน้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ขณะเดียวกัน นายภาวุธ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่าขอรอดูหมายก่อนเมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวเชื่อมโยงเส้นเงินกับขบวนการ Forexนายภาวุธ กล่าวว่ายังไม่มีความเห็น ขอรอข้อมูลอย่างเป็นทางการพร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่

นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่

นายกฯปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ หลังยูเครนส่งโดรนโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.43 น.

‘นายกอนุทิน’ปลอดภัยดี บินกลับไทยคืนนี้ตามเดิม หลัง’ยูเครน’เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ในกรุงมอสโกของรัสเซีย

18 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน – รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 16 – 19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย และมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยในเวลา 20.00 น. ซึ่งจะเดินทางถึงประเทศไทยเวลา 09.00 น.ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 

ล่าสุด วันเดียวนี้มีรายงานข่าวว่า กองทัพยูเครนได้เปิดฉากโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีพุ่งเป้าถล่มกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงในหลายจุด และโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมต้องหยุดชะงักอย่างหนัก ก่อนหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงที่นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียมีกำหนดการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษที่เมืองคาซาน ซึ่งนายอนุทินเข้าร่วมการประชุมด้วย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยูเครนตัดเส้นเลือดใหญ่รัสเซีย ประเคนโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดในมอสโก

โดยจากการสอบถามคนใกล้ชิดนายกฯ กล่าวว่า นายอนุทินและคณะปลอดภัยดี เดินทางกลับประเทศไทยคืนนี้ตามกำหนดการเดิมและถึงประเทศไทยในวันที่ 19 มิ.ย.เข้าทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ

นายกฯ พร้อมหนุน FTA ไทย-EAEU ในเวทีอาเซียน-ยูเรเซีย

นายกฯ พร้อมหนุน FTA ไทย-EAEU ในเวทีอาเซียน-ยูเรเซีย

นายกฯ พร้อมหนุน FTA ไทย-EAEU ในเวทีอาเซียน-ยูเรเซีย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.34 น.

18 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคาซาน ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน (Working Lunch) พร้อมกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ Integration Processes in the Eurasian Spaces โดยมีนายวลาดิมีร์ ปูติน (H.E. Mr. Vladimir Putin) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ประมุขและผู้นำรัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน เลขาธิการอาเซียน เลขาธิการองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน และประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินที่เปิดโอกาสให้ผู้นำอาเซียนได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย และภาคธุรกิจรัสเซีย พร้อมกล่าวถึงความรุ่งเรืองของภูมิภาคยูเรเซียในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เศรษฐกิจ และประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า “สันติภาพและเสถียรภาพ” คือรากฐานสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยง (Connectivity) เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ แต่ยังครอบคลุมถึงห่วงโซ่อุปทาน เครือข่ายโลจิสติกส์ แพลตฟอร์มดิจิทัล ภาคธุรกิจ และการติดต่อระหว่างประชาชน โดยไทยในฐานะประตูเชื่อมระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมมีบทบาทในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาคยูเรเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความตั้งใจในการเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย – สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thailand – EAEU FTA) เพื่อสนับสนุนการขยายการค้า การลงทุน และสร้างรากฐานที่เข้มแข็งสำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส คาดการณ์ได้ และเอื้อต่อการลงทุน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมของไทยในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อส่งเสริมภูมิภาคยูเรเซียที่มีสันติภาพ เชื่อมโยงถึงกัน และเปิดกว้างต่อโอกาส โดยเชื่อว่าความสำเร็จของการบูรณาการระหว่างภูมิภาคจะวัดได้จากการที่ประชาชนและภาคธุรกิจมีความเชื่อมโยง มีความยืดหยุ่น และมีความมั่งคั่งร่วมกันมากยิ่งขึ้น

โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

โปรดเกล้าฯ รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.23 น.

18 มิถุนายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอนนายทหารสัญญาบัตรเป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคล ของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับโอน พลตรี ปริทัศน์ บุนนาค ตำแหน่ง นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักงานผู้บังคับบัญชากองทัพบก (อัตรา พลตรี) มาสังกัดหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลตรี)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569

ประกาศ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

สรรเพชญ แจง SEC ไม่ได้มีแค่แลนด์บริดจ์ ย้ำภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.05 น.

“สรรเพชญ”แจง SEC ไม่ได้มีแค่”แลนด์บริดจ์” ย้ำ”ภาคใต้ต้องได้รับการพัฒนาทั้งระบบ” พร้อมมองอนาคตประเทศ ควบคู่การรับฟังประชาชน

18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามทั่วไปของ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ ความคืบหน้าการผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) และแนวทางการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์

นายสรรเพชญ ชี้แจงว่า ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติ SEC ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังความเห็นเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง เนื่องจากมีประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนตามร่างกฎหมาย

ทั้งนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาความเหมาะสมและความคุ้มค่าของโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต โดยรัฐบาลไม่ได้เริ่มต้นจากข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินโครงการ แต่เริ่มต้นจากการศึกษาว่าประเทศไทยควรดำเนินการหรือไม่

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่องแลนด์บริดจ์ ต้องมอง 2 ด้านควบคู่กัน ด้านแรกคือหากดำเนินโครงการแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ หากประเทศไทยไม่ศึกษา ไม่เตรียมความพร้อม และไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย ประเทศจะสูญเสียโอกาสอะไรไปบ้าง

“ในอดีตประเทศไทย เคยมีการศึกษาแนวคิดเหล่านี้มาเป็นเวลาหลายสิบปี มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน ก่อนที่โครงการจะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ขณะที่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการจัดวางห่วงโซ่อุปทานใหม่ในระดับโลก หลายประเทศกำลังแข่งขันกันเพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่ง การผลิต และโลจิสติกส์ของภูมิภาค”

“คำถามสำคัญ จึงไม่ใช่เพียงว่า แลนด์บริดจ์จะคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากประเทศไทยไม่สร้างทางเลือกใหม่เลย แล้วในวันที่โลกเลือกเส้นทางการค้าใหม่ เลือกฐานการผลิตใหม่ และเลือกศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ ประเทศไทยจะยังมีที่ยืนอยู่ตรงไหนในแผนที่เศรษฐกิจโลก”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า สังคมไม่ควรมองว่า SEC มีเพียงโครงการแลนด์บริดจ์เท่านั้น เพราะเป้าหมายของ SEC คือการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ในภาพรวม โดยครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การพัฒนาเมือง การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน ภาคใต้ยังมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกหลายโครงการที่รัฐบาลกำลังผลักดัน อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายใต้และการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟสู่ด่านปาดังเบซาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกสงขลา เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการขนส่งทางทะเลของภาคใต้ การพัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามันเชื่อมมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายรถไฟเชื่อมพื้นที่เศรษฐกิจและท่าเรือสำคัญในภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับการคมนาคมและการท่องเที่ยวของฝั่งอันดามัน ตลอดจนโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง ลดระยะเวลาการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนล่าง

“ภาคใต้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะจะมีแลนด์บริดจ์ หรือไม่มีแลนด์บริดจ์ แต่ภาคใต้มีศักยภาพจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ การเป็นประตูเชื่อมการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ทรัพยากรทางธรรมชาติ การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมงอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อปลดล็อกศักยภาพเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และต่อประเทศ”

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความเห็น ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง เพราะการตัดสินใจเรื่องอนาคตประเทศต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อมูลที่รอบด้าน

“รัฐบาลมีหน้าที่มองให้ไกลกว่าวาระทางการเมือง เพราะความผิดพลาดจากการตัดสินใจอาจยังมีโอกาสแก้ไขได้ แต่ความเสียหายจากการปล่อยให้โอกาสทางยุทธศาสตร์ของประเทศหลุดมือไป บ่อยครั้งไม่เปิดโอกาสให้เราเริ่มต้นใหม่เป็นครั้งที่สอง”

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วัชระพล ชู 3 แนวทาง อ.ต.ก. รุกตลาดโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ใช้ Big Data ขับเคลื่อนเกษตรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.05 น.

18 มิถุนายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารการจัดการตลาด อ.ต.ก. ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ว่า จากนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย ด้านตลาดนำการผลิต” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ซึ่งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภค และภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ จากสถานการณ์ปัจจุบันภาคเกษตรของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจ สงคราม และสภาพอากาศ ทำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก อ.ต.ก. จึงต้องเร่งสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น พร้อมที่จะนำพาพี่น้องเกษตรกรเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืน 

ทั้งนี้คำว่า “อ.ต.ก.” โดย อ. คือ ออกรุกตลาดโลก เร่งขับเคลื่อนนโยบายการส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ ผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นการทำ Business Matching (การจับคู่ธุรกิจ) การจับคู่เชื่อมโยงผู้ส่งออก ผู้นำเข้า แพลตฟอร์มการค้าต่างประเทศ และห้างค้าส่งหรือปลีก ให้แก่พี่น้องกลุ่มเกษตรกร รัฐวิสาหกิจชุมชน และแสวงหาโอกาสทางการค้า เดินหน้าเปิดตลาดใหม่ ขยายเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มช่องทางการค้า ต. คือ ตัดข้อจำกัด ปลดล็อคระเบียบข้อบังคับ หลักเกณฑ์แบบเดิม ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน ควรดำเนินการทบทวน ปรับเปลี่ยนให้ทันสอดคล่องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อสร้างความคล่องตัวให้แก่องค์กร และ ก. คือ เก็บข้อมูล เรื่องตลาดนำจำเป็นต้องใช้ Big Data ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเทรนของผู้บริโภคในปัจุบัน ข้อมูลความต้องการสินค้าเกษตรของตลาดโลก ไปจนถึงข้อมูลของผลไม้ในแต่ละปี 

อย่างไรก็ตาม อ.ต.ก. ต้องพลิกโฉมให้เป็น Smart Market ยกระดับตลาด ยกระดับสินค้าเกษตร สร้างความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขายและผู้บริโภค ทั้งยังต้องเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรไทยด้วย

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

CASETiFY เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.43 น.

CASETiFY แบรนด์สไตล์ชั้นนำระดับโลก ร่วมต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลก เปิดตัวคอลเล็กชัน FIFA World Cup 2026™ สินค้าลิขสิทธิ์แท้อย่างเป็นทางการสำหรับ ที่ออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลทั่วโลกโดยเฉพาะ

ความร่วมมือระหว่าง CASETiFY และ FIFA มอบอีกหนึ่งวิธีให้แฟนบอลได้พกพาความตื่นเต้นและจิตวิญญาณของการแข่งขันไว้กับตัวผ่านไอเท็มสะสมดีไซน์โดดเด่น โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเล็กชันคือดีไซน์ลายประเทศที่สามารถปรับแต่งได้ (Customizable Country Prints) ช่วยให้ผู้ใช้งานแสดงการสนับสนุนทีมชาติที่ตนเองเชียร์ได้อย่างภาคภูมิใจ

ความร่วมมือในครั้งนี้ นำเสนอคอลเล็กชันที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแฟนฟุตบอลโดยเฉพาะ โดยการนำเอาสีสันและกลิ่นอายของการแข่งขันระดับโลกมาอยู่บนอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อีกหนึ่งไอเทมเด่นในคอลเล็กชันนี้คือ เคสลายประเทศแบบปรับแต่งได้ (Customizable Country Cases) ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลเลือกเชียร์ทีมชาติที่ชื่นชอบ พร้อมสร้างสรรค์ดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ยังมาพร้อมสินค้าลิขสิทธิ์อย่าง FIFA WORLD CUP 26™ Collectible Phone Case และ FIFA WORLD CUP 26™ Metal Chain Wrist Strap ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก FIFA World Cup Gold Trophy™

คอลเล็กชันนี้ประกอบด้วยเคสโทรศัพท์สำหรับอุปกรณ์ Apple, Samsung และ Google รวมถึงสายนาฬิกา เคสแล็ปท็อป เคสแท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริม MagSafe อีกหลากหลายประเภท นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าชุดพิเศษ (Bundle Sets) ที่คัดสรรมาอย่างลงตัว เพื่อรับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ชื่นชอบในคอลเล็กชันนี้อีกด้วย

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

‘SAMUI MODEL’ พลิกโฉมเกาะสวรรค์! ชูโมเดลความปลอดภัยระดับโลก ดักทางท่องเที่ยวไฮเอนด์

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.40 น.

เกาะสมุยกำลังจะเปลี่ยนไป! เมื่อความสวยงามของท้องทะเลไม่ใช่คำตอบเดียวของการแข่งขันระดับโลกอีกต่อไป ล่าสุด สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ขยับเกมใหญ่ ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายชุดสำคัญ “Samui Model” ตรงถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หวังยกระดับ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า สู่พื้นที่ต้นแบบ (Pilot Destination) ด้านการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ลบภาพจำปัญหารถเช่าและอุบัติเหตุทางถนนแบบเบ็ดเสร็จ

ดันตราสัญลักษณ์ “SAMUI QUALITY & SAFETY” คัดเกรดผู้ประกอบการ

สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป กระเป๋าหนักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “เลือก” ปลายทางที่มั่นใจได้ในความปลอดภัย สมาคมฯ จึงเสนอแนวคิด High Value Tourism เน้นดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และเอเชีย ที่พร้อมจ่ายหนักและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ไฮไลต์สำคัญคือการจัดตั้งระบบตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐาน “SAMUI QUALITY & SAFETY CERTIFIED” เพื่อบล็อกเกรดสถานประกอบการ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา และรถรับส่ง ที่ผ่านเกณฑ์เข้ม 4 ด้าน: คุณภาพบริการ, ความปลอดภัย, ถูกกฎหมาย และแคร์สิ่งแวดล้อม

ผุด 3 เมกะโปรเจกต์ “เซฟตี้” ล้างบางจุดเสี่ยงถนนปราบเซียน

เพราะ “ความปลอดภัย” คือหัวใจของการท่องเที่ยวระดับโลก สมาคมฯ จึงคลอดมาตรการเชิงรุกชิ้นโบแดงเพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวเจ็บ-ตายบนเกาะ โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นแผลเรื้อรังมานาน ดังนี้:

•             Tourist Safety Center Samui: ศูนย์สั่งการและประสานงานความปลอดภัยแบบไร้รอยต่อ ดึงตำรวจ ท้องถิ่น โรงพยาบาล และกู้ภัย มารวมอยู่ในวาร์ปเดียวกัน เพื่อซัพพอร์ตเหตุฉุกเฉินได้ทันที

•             Smart Safety & CCTV Network: ปูพรมติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉชีวะและเทคโนโลยีความปลอดภัยตามท่าเรือ ชายหาด และแลนด์มาร์กสำคัญ

•             Samui Road Safety Initiative 2026 (Safe Roads • Safe Tourists • Safe Samui): ปฏิวัติความปลอดภัยทางถนนด้วยโครงการ “SAFE RENTAL SAMUI” จัดระเบียบธุรกิจรถเช่าบนเกาะ ต้องตรวจใบขับขี่เข้มงวด มีหมวกกันน็อก-อุปกรณ์นิรภัยครบ และสแกนตรวจสอบมาตรฐานผ่านระบบ QR Verification ใครทำดีกฎหมายเป๊ะ รับป้ายประกาศเกียรติคุณไปเลย

วอนรัฐไฟเขียวประกาศ “พื้นที่นำร่องมูลค่าสูง”

ทางสมาคมฯ ทิ้งท้ายด้วยการส่งสัญญาณถึงภาครัฐ ขอแรงหนุน 5 ข้อเสนอเพื่อดันให้ “Samui Model” เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นการประกาศให้เกาะสมุยเป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ, อัดฉีดงบประมาณด้านระบบ Smart Safety, และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม-สาธารณูปโภคเพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง

“Samui Model จะไม่หยุดอยู่แค่ที่สมุย แต่นี่คือพิมพ์เขียวระดับชาติที่แหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยสามารถนำไปใช้เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน” สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย มั่นใจ

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

ททท. ชวนออกเดินทางค้นหาประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหม่ ตามรอยขุมทรัพย์ 8 มรดกโลกของไทย

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” ชวนคนไทยออกเดินทางสู่ 8 มรดกโลกของไทย ผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสานเกม การสำรวจ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้นโยบายการท่องเที่ยวปี 2569 ที่มุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจาก “การท่องเที่ยวเชิงปริมาณ” สู่ “การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” ตามแนวคิด Value is the New Volume เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจากการ “ไปชมสถานที่” ให้กลายเป็นการออกเดินทางเพื่อ “ตามหา ค้นพบ และสะสมประสบการณ์” ในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO รวม 8 แห่ง แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร

นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมืองโบราณศรีเทพ ภูพระบาท เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่–ห้วยขาแข้ง กลุ่มป่าดงพญาเย็น–เขาใหญ่ และกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งแต่ละแห่งล้วนเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพที่ทรงคุณค่าของประเทศ

โครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” พัฒนาขึ้นในรูปแบบ Gamification ผ่านเทคโนโลยี AR โดยนักท่องเที่ยวจะได้เดินทางไปยังพื้นที่จริง ผ่านแนวคิด “ล่า – ท้า – แลก – เที่ยว” “ล่า” ออกเดินทางไปยังแหล่งมรดกโลกเพื่อตามหา Heritage Items “ท้า” ทำภารกิจสะสมไอเทมที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของสถานที่ “แลก” สะสมไอเทมเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์หรือของรางวัล และ “เที่ยว” ต่อยอดให้เกิดการเข้าพัก การใช้จ่าย และการกระจายรายได้ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก ไฮไลต์ของรางวัล อาทิ ดีลพิเศษ ส่วนลดสินค้าและบริการ Voucher สปา โรงแรม ที่พัก และสิทธิประโยชน์จากพันธมิตร กว่า 2,000 รายการ

ททท. มุ่งหวังให้โครงการ “Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก” เป็นอีกหนึ่งกลไกในการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เกิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงคุณค่าในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม เพิ่มมูลค่าการเดินทาง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความยั่งยืน

ผู้ที่สนใจเดินทางตามรอยแหล่งมรดกโลกของไทยทั้ง 8 แห่ง สามารถร่วมกิจกรรมเกมได้ที่เว็บไซต์ http://www.Heritage-Treasure.com พร้อมติดตามรายละเอียด โปรโมชัน ส่วนลด และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ของโครงการ ได้ที่ Facebook Page: Heritage Treasure เที่ยวไทย ล่ามรดกโลก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

ยกระดับประสบการณ์จัดฟัน สร้างรอยยิ้มในอุดมคติกับเดนทอลไวส์คลินิก

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.21 น.

“รอยยิ้ม” เป็นองค์ประกอบสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นจุดที่ช่วยสร้างบุคลิกภาพที่ดี รอยยิ้มที่สวยงามและมั่นใจนั้นสามารถเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม รอยยิ้มที่สวยงามต้องมาพร้อมกับสุขภาพฟันและช่องปากที่แข็งแรง ดังนั้น การพิจารณาเลือกรับบริการทางทันตกรรมอย่างการ “จัดฟันแบบใส” ที่ให้ความสำคัญกับรากฐานสุขภาพฟันควบคู่ไปกับความสวยงาม จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนที่สุด ซึ่งแนวทางการดูแลสุขภาพช่องปากแบบองค์รวมนี้ คือแนวทางสำคัญที่เดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic) นำมาเป็นหัวใจหลักในการให้บริการ

ทำความรู้จักแนวทางการดูแลรอยยิ้มแบบองค์รวม

การดูแลสุขภาพช่องปากในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปรับแต่งรูปร่างหรือการเรียงตัวของฟันเท่านั้น แต่มุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) ที่มีแนวคิดที่ “ให้ความสำคัญกับคนไข้เป็นอันดับแรก” ให้บริการโดยคำนึงถึงคนไข้เป็นหัวใจสำคัญ ทางเดนทอลไวส์คลินิกจึงมีเป้าหมายหลักคือ การสร้างเสริมสุขภาพฟันที่ดีจากภายในสู่ภายนอก และมอบผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวัง ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • การสื่อสารด้วยความเข้าใจ – ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ขั้นตอนการสอบถามข้อมูล ประเมินสุขภาพช่องปาก ไปจนถึงการแนะนำแผนการรักษาอย่างโปร่งใส เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการเข้าใจและมั่นใจในกระบวนการดูแลรักษา
  • บริการที่เป็นมืออาชีพจากทุกภาคส่วน – ไม่ว่าจะเป็นทีมต้อนรับ ผู้ช่วยทันตแพทย์ หรือตัวทันตแพทย์เองที่ให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพและเป็นมิตร เพื่อลดความกังวลในการทำทันตกรรม
  • สภาพแวดล้อมสะอาดและเทคโนโลยีทันสมัย – คลินิกทันตกรรมที่ดีควรยึดถือมาตรการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด ผนวกกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ เช่น เครื่องสแกนฟันดิจิทัล เครื่องเอกซเรย์ หรือเครื่องเลเซอร์ทันตกรรม ภายใต้บรรยากาศคลินิกที่ผ่อนคลาย ที่ล้วนส่งเสริมให้คนไข้ได้รับประสบการณ์ที่ดี

ด้าน ทพ.ณพงษ์ พัวพรพงษ์ ได้ให้มุมมองถึงความสำคัญของการดูแลและทำความเข้าใจคนไข้ว่า

“รอยยิ้มที่สวยงามพร้อมรูปหน้าที่ถูกปรับให้ดูดีขึ้น จำเป็นต้องมาพร้อมการบดเคี้ยวที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ เพราะการบดเคี้ยวที่ดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนไข้ในอนาคต อย่างไรก็ตามไม่ว่าทันตแพทย์จะมีเทคนิคการจัดฟันที่ดีเพียงใด ทางฝั่งคนไข้เองคนไข้ทุกคน ก็มีรอยยิ้มในอุดมคติที่คาดหวัง และมีข้อกังวลที่ต้องการแก้ไขอยู่ในใจเช่นกัน การรับฟังและใส่ใจในความต้องการและอธิบายอย่างชัดเจนโปร่งใสถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้เป็นหัวใจหลักของการรักษาที่ทีมทันตแพทย์ประจำเดนทอลไวส์คลินิกให้ความสำคัญเสมอ พูดง่ายๆ คือ จริงใจไม่ขายฝัน”

ทางเลือกในการดูแลสุขภาพช่องปากครบวงจร

เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบถ้วน สถานพยาบาลทางทันตกรรมที่ได้มาตรฐานจึงควรมีทางเลือกในการรักษาอย่างครอบคลุม ที่เดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic) มุ่งมั่นให้บริการแบบองค์รวม พร้อมมอบบริการที่ใส่ใจและเป็นมืออาชีพ โดยรวบรวมบริการทางทันตกรรมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาฟัน อาทิ

  • ทันตกรรมทั่วไป (การขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน)
  • ทันตกรรมสาขาเฉพาะ เช่น การรักษารากฟัน การรักษาโรคเหงือก การผ่าตัดในช่องปากและฟันคุด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญพิเศษ
  • ทันตกรรมรากฟันเทียม (Dental Implant) และทันตกรรมประดิษฐ์
  • ทันตกรรมเพื่อแก้ไขรอยยิ้มด้วยวีเนียร์และครอบฟัน
  • การฟอกสีฟัน (Philips Zoom!)
  • การจัดฟันแบบใส (Invisalign) ด้วยประสบการณ์ระดับ Invisalign Diamond Provider 9 ปีต่อเนื่อง
  • การจัดฟันด้านใน (Brava by BRIUS) การจัดฟันระบบดาม่อน (Damon System) และการจัดฟันแบบปกติด้วยอุปกรณ์ 3M (Conventional Braces)

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนดูแลสุขภาพช่องปากและต้องการปรับปรุงรอยยิ้มให้เปล่งประกายอย่างยั่งยืน สามารถสอบถามข้อมูลพื้นฐาน หรือปรึกษาแนวทางการรักษากับทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

ติดต่อเดนทอลไวส์คลินิก (DentalWise Clinic)

โทร. : 086-412-2828 / 02-392-2628 / 099-838-1833 (Japanese Hotline)

LINE Official : @dentalwise

เว็บไซต์ : www.dentalwiseclinic.com

วันและเวลาเปิดทำการ

จันทร์ – ศุกร์ 10.30 – 19.30

เสาร์ – อาทิตย์ 09.30 – 18.30